WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, June 21, 2008

ยึดทำเนียบได้แล้ว แล้วไงต่อ? So what?


บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ในวันนี้ ผมคิดว่ามวลชนของกลุ่มพันธมิตรที่สามารถฝ่าด่านตำรวจ เข้ายึดถนนพิษณุโลกได้ คงดีใจและตื่นเต้นสุดขีด อะดรีนารีนหลั่ง ความสุขแผ่นซ่านไปทั่วร่างกาย และในใจขณะนั้นคงคิดว่า พวกเราชนะแล้ว รัฐบาลล้มแน่นอนแล้ว พันธมิตรชนะแล้ว เราจะตั้งรัฐบาลของพันธมิตรได้แน่นอนแล้ว

และในเวลาไม่นานนักตำรวจก็ปล่อยให้ม็อบพันธมิตรทั้งหมด เข้ายึดถนนหน้าทำเนียบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่

ความสุขของ มวลชนกองหน้าของพันธมิตร คงไม่แตกต่างจาก ทหารกองแรกของจักรพรรดินโปเลียน นักรบผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ที่เข้ายึดกรุงมอสโคว์ได้ พวกเขาคงดีใจอย่างเต็มที่ หลังจากต้องเดินทัพมาด้วยระยะทางที่ไกลแสนไกล ต้องฝ่าทุ่งหญ้าสะเต็บอันกว้างใหญ่ไพศาล เมื่อพวกเขาเข้าถึงกรุงมอสโคว์ได้ ก็คิดว่าตัวเองบรรลุภารกิจและชนะสงครามแล้ว

แต่ทหารพวกนั้นหารู้ไม่ว่านั้นคือ จุดเริ่มต้นแห่งความหายนะ

การยึดกรุงมอสโคว์ที่ว่างเปล่า มีแต่ตึกร้าง ไม่มีผู้คน ไม่มีอาหาร ไม่มีฟืนแม้แต่จะทำความอบอุ่นในฤดูหนาว การยึดกรุงมอสโคว์ได้ ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อสงครามเลย เพราะกองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ได้ยกออกจากกรุงมอสโคว์ไปแล้ว ไม่ยอมปะทะไม่ยอมทำสงครามแตกหัก และก็ไม่ยอมแพ้ สงครามเพิ่งเริ่มต้น หาใช่สงครามสิ้นสุดแล้วไม่ การยึดตึกร้างในกรุงมอสโคว์ได้ ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อสงครามเลย สุดท้ายกองทัพอันยิ่งใหญ่ของนโปเลียนที่มีกำลังพลเกือบ 500,000 คน ก็ต้องถอนทัพกลับ เพราะไม่มีอาหาร และกองทัพนี้ต้องรบกับ นายพลหิมะ หรือ General Snow เหลือรอดกลับถึงฝรั่งเศสแค่ไม่ถึง 200,000 คน และนั่นคือ จุดเสื่อมของจักรพรรดิ์นโปเลียน ผู้ยิ่งใหญ่

ม็อบพันธมิตรที่ดีใจยึดทำเนียบรัฐบาลได้ ก็ไม่ต่างจากนโปเลียนยึดมอสโคว์ได้ มันไม่ได้นำไปสู่อะไรในสงคราม แค่ได้พื้นที่ กับตึกเปล่า ข้าศึกยังอยู่ รัฐบาลยังอยู่ นายสมัคร สุนทรเวช ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชาชน ยังคงเป็นรัฐบาล

ผมนั้นพอจะรู้แกวตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า สุดท้ายรัฐบาลจะปล่อยให้พวกพันธมิตร ยึดทำเนียบไปอย่างง่ายๆ โดยไม่สะกัดกั้น หรือปะทะ รัฐบาลคงสั่งให้ตำรวจสะกัดเท่าที่สะกัดได้ หากไม่ได้ก็คงปล่อยไป พวกพันธมิตรยึดทำเนียบได้ก็คงได้แต่ตึกไป แต่รัฐบาลยังมีอีกหลายตึก และก็สามารถใช้ตึกเหล่านั้นในการทำงานได้ การยึดทำเนียบได้ไม่ได้ส่งผลกระเทือนอะไรต่อรัฐบาลมากนัก

ก็คงแค่ รบกวนจิตใจของฝ่ายเชียร์รัฐบาลที่อยากให้ปราบพันธมิตรให้เด็ดขาด

แต่ในการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบทางการเมือง เราคงเอาแค่ความสะใจไม่ได้ ต้องพินิจพิเคราะห์ผลได้ผลเสียให้ถ่องแท้ และเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ มากกว่าจะสนใจแค่ยุทธวิธีเล็กๆ น้อยๆ แค่แย่งพื้นที่เช่นนี้

ผมคิดว่า สิ่งที่พวกพันธมิตร หรือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ต้องการจริงๆ ไม่ใช่ถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล แต่พวกนี้ต้องการยั่วยุให้รัฐบาลใช้กำลังปราบอย่างรุนแรง เพื่อจะได้ใช้เป็นเงื่อนไข ปลุกระดมประชาชนเข้าต่อต้านรัฐบาลต่อไป สิ่งที่พวกนี้ต้องการคือ "ซากศพและเลือดทาถนนพิษณุโลก"

การยึดพื้นที่ทำเนียบได้ มันก็ไม่ได้ต่างจากการยึดพื้นที่บริเวณสะพานมัฆวานได้ มันก็แค่ย้ายวิกแสดงคอนเสิร์ตด่ารัฐบาลก็แค่นั้นเอง

ที่จริงผมอยากให้พวกนี้ เผาทำเนียบด้วยซ้ำ เพราะหากทำอย่างนั้น คนเหล่านี้จะขาดความชอบธรรมทางการเมืองทันที และเป็นข้ออ้างให้รัฐบาลใช้กำลังปราบปรามการก่อจลาจลทันที

ผมว่าหลังคืนนี้ไปแล้ว ม็อบพันธมิตร และแกนนำคงจะงงว่า "ยึดทำเนียบได้แล้วจะทำยังไงต่อ" ยึดทำเนียบได้แล้ว So what?

คือ "ที่ตั้งทำเนียบรัฐบาล" มันไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น ไม่ได้มีความสำคัญขนาดที่หากไม่มีตึกไทยคู่ฟ้า รัฐบาลไทยจะล่มสลายทำงานไม่ได้ มันก็แค่ตึกกับที่ดินแคบๆ สิบกว่าไร่ มันมีตึกอีกมากมาย หรือจะไปตั้งเมืองหลวงกันใหม่ที่ เชียงใหม่ ก็ได้

ผมคิดว่าปล่อยให้คน 50,000 คน ให้ยึดทำเนียบไปสัก 30 วัน นายทุน ที่ออกเงินให้พันธมิตรมันก็เจ๊งเอง เพราะต้องเลี้ยงคน ต้องเสียค่าใช้จ่าย และคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็มาจากต่างจังหวัด หากต้องอยู่นานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน พวกนี้ก็จะทนไม่ได้ แต่รัฐบาลไม่ได้รับผลกระทบอะไร มากมายนัก

ทั้งนี้หากทหารไม่ทำรัฐประหารก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่อย่างใด

แผนที่ดีที่สุดคือ ต้องใช้แผน "สุมาอี้" ตอนรบกับขงเบ้ง ต้องทนยั่วยุให้ถึงที่สุด สุมาอี้ทนยั่วยุได้ดีกว่านี้มาก สุดท้ายขงเบ้งก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องช้ำใจตายไป เพราะทั้งขงเบ้งและ ม็อบพันธมิตร ต่างมีจุดอ่อนเหมือนกันคือ ทนการต่อสู้ที่ยืดเยื้อไม่ได้ พวกนี้ต้องยกกำลังคนมาจากแดนไกล การยกกำลังคนจำนวนมาก มาอยู่แดนไกล ต้องมีเสบียง ต้องเลี้ยงอาหาร ต้องมีที่พัก ต้องมีการส่งกำลังบำรุง ยิ่งคนมาก ยิ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่หากไม่มีปะทะก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ต้องไล่ยึดพื้นที่ต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ ต่อไปก็ยึดเขาดิน และยึดรัฐสภา แต่ยึดได้แล้ว แล้วจะทำยังไงต่อ จะเป็นคำถามที่ แกนนำพันธมิตรจะต้องตอบตนเองและตอบม็อบ หรือมวลชนของตน หากรัฐบาลไม่ปะทะ ก็ยังไม่มีผลแพ้ชนะ

ตอนนี้ผมว่าคนกลุ่มนี้กำลังงง และหากไม่มีใครสนใจจนกว่าจะถึงวันจันทร์ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ต้องทนตากฝน อีกต่อไป สิ่งที่ได้คือ เปลี่ยนที่นอนจากสะพานมัฆวานมาหน้าทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น

แต่ไม่เป็นไร เพราะ ม็อบสมัชชาคนจน เคยทำสถิตินอนอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลยุคปลายรัฐบาลชวน หลีกภัย ถึงสองเดือนขึ้น จนประกาศตั้ง หมู่บ้านคนจน ขึ้นหน้าทำเนียบ แต่ก็ไม่มีมักมีผลอะไร ในการเจรจา

หากไม่มีการทำรัฐประหาร รัฐบาลก็ไม่ล้ม การที่รัฐบาลทักษิณล้มไปครั้งที่แล้ว ไม่ใช่เพราะม็อบพันธมิตร ยึดทำเนียบได้ แต่เพราะ โดนใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหารสิ่งที่พวกพันธมิตรต้องการคือ "เงื่อนไขยั่วยุให้ทหารทำรัฐประหาร" การชุมนุมคนจำนวนมาก (ซึ่งเมื่อเทียบกับประชากรก็ไม่มาก") ไม่ทำให้รัฐบาลล้มไปได้

ตอนนี้ "รัฐบาลโยนลูกไปให้พวกพันธมิตรแล้วละครับว่าจะทำอะไรต่อ" เพราะยึดทำเนียบได้แล้ว รัฐบาลก็ยังอยู่ สถานการณ์ก็ไม่ได้ต่างจากการยึดสะพานมัฆวานเท่าใดเลย

เราต้องยอมอดทน เพื่อให้ความชอบธรรมของพันธมิตรค่อยๆ หมดไป

เราตอบโต้ตอนนั้นก็ไม่สายหรอกครับ ต้องใจเย็น และอดทน คิดว่ามันคือละคอนการเมืองฉากหนึ่งเท่านั้นครับ และสำคัญต้องอ่าน เกม ของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ และต้องรู้ เงื่อนตายของเกม เมื่อรู้แล้วมันก็สนุกครับ

ยึดทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่เงื่อนตายของเกม รัฐประหารจึงเป็นเงื่อนตายของเกมครับ

จาก thaifreenews

“จรัล” อัดพันธมิตรฯ ชุมนุมโดยมีอาวุธ ระบุจะขับไล่

“จรัล” อัดพันธมิตรฯ ชุมนุมโดยมีอาวุธ ระบุจะขับไล่รัฐบาล ต้องถอดถอนหรือเลือกพรรคการเมืองใหม่ ไม่มีสิทธิ์ชุมนุมไล่ อย่างมากได้แค่วิจารณ์ เย้ยยุทธศาสตร์ “สงคราม 9 ทัพ” แสดงว่าพันธมิตรฯเป็นพวกพม่ากลับชาติมาเกิด ไม่ได้รักชาติจริง

ซัด “สนธิ” ขายชาติ ขายข้อมูลข่าวสารให้จีน

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นปราศรัยบนรถหกล้อที่ดัดแปลงเป็นเวทีของ "กลุ่มต่อต้านอำนาจนอกระบบ ปกป้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง" ซึ่งเป็นผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวมาปักหลักที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยชุมนุมกันในช่วงเช้าประมาณ 400 คน

ทั้งนี้นายจรัล กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ เพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะบุกทำเนียบรัฐบาลหลังจากที่กลุ่มพันธมิตรฯวางแผนอยู่ทุกวันว่าจะบุกทำเนียบฯ โดยใช้ยุทธวิธี "สงครามเก้าทัพ" ซึ่งเป็นสงครามที่พม่าเคยยกมาตีไทย ดังนั้นการที่พล.ต.จำลอง ศรีเมืองและแกนนำพันธมิตรฯคนอื่นๆ ใช้วิธีนี้เท่ากับเป็นพม่ากลับชาติมาเกิดไม่ได้รักชาติจริง ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไม่ได้รักชาติจริง เพราะสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จดทะเบียนในประเทศจีนและมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง ขายข้อมูลข่าวสารให้ประเทศจีนทุกวันมา 4-5 ปีแล้ว อย่างนี้นายสนธิเป็นคนรักชาติหรือขายชาติกันแน่ คนที่พูดว่ารักชาติแล้วโจมตีคนอื่น คนนั้นแหละที่ขายชาติและใช้แผนสงคราม 9 ทัพ มาบุกทำเนียบฯ

นายจรัล กล่าวต่อว่า ประชาชนมีสิทธิจะไล่รัฐบาลได้เพียง 2 วิธีคือ 1)ไม่เลือกตั้งพรรคการเมืองที่ไม่ต้องการ 2) ยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนการชุมนุมโดยอ้างเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้นมีเสรีภาพในการชุมนุมที่ทำ ได้เพียงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแต่ไม่ใช่มาชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้ง และการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ดัง นั้น เมื่อมีกลุ่มพันธมิตรฯมาไล่รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนย่อมเสียหายเราต้องปกป้องรัฐบาลและนี่เป็นเหตุผลที่ง่ายที่สุด การที่เราเลือกปกป้องรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช เท่ากับเป็นการปกป้องระบบรัฐสภาและปกป้องระบอบประชาธิปไตย

"พันธมิตรฯชุมนุมนอกกฎหมาย นอกระบบ เป็นการชุมนุมเถื่อน พี่น้องต้องเข้าใจ มองปัญหาให้ออกอย่าไปเชื่อว่าเขา (กลุ่มพันธมิตรฯ) มีเสรีภาพในการชุมนุม เพราะการชุมนุมต้องทำโดยปราศจากอาวุธ แต่เขากลับมีอาวุธ ดังนั้นเขาหมดเสรีภาพในการชุมนุมานานแล้ว"นายจรัลกล่าว

นายจรัล กล่าวโจมตีรัฐธรรมนูญ 2550 ด้วยว่า เป็นพันธนาการที่มัดแข้งมัดขาทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้ ฉะนั้นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งตนได้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพบปะประชาชนทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เวลานี้ร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนร่วมกันเข้าชื่อได้เสนอต่อสภาแล้ว หลังการตรวจสอบจะส่งกลับมาที่สภา และต้องบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนลง 5 หมื่นรายชื่อ เข้าสู่การประชุมพิจารณาอย่างแน่นอน ขอให้พ่อแม่พี่น้องร่วมสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป

"ที่รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยาก เพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ และส.ว.ที่มาจากการสรรหา พยายามคัดค้านการแก้ไข คนพวกนี้คงนิยมรัฐธรรมนูญเผด็จการ จึงปกป้องคุ้มครองหวงแหน กอดรัดรัฐธรรมนูญเผด็จการ แสดงว่าฝักใฝ่เผด็จการไม่เป็นประชาธิปไตย การชุมนุมของพวกเราในวันนี้เป็นเหตุเป็นผลของการปกป้องรัฐบาลประชาธิปไตย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นเรื่องเดียวกัน"นายจรัลกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในบริเวณที่กลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯ ปักหลักชุมนุมอยู่นั้น มีประชาชนนั่งฟังปราศรัยใต้เต้นท์ผ้าใบสีขาวที่กางไว้บนถนนราชดำเนินหน้า กระทรวงเกษตรฯ โดยข้างเวทีปราศรัย มีการนำน้ำดื่มบรรจุขวดมาวางกองไว้ รวมทั้งข้าวกล่องจำนวนมากที่บรรจุใส่หลังรถกระบะเพื่อสำหรับแจกจ่ายผู้ชุมนุมและทีมงาน

สำหรับสถานที่ราชการในบริเวณเดียวกัน อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ค่อนข้างเงียบเหงามีเจ้าหน้าที่เดินออกมานอกอาคารอย่างบางตา บางคนระบุว่าตนเองไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ที่ชุมนุมของกลุ่มต้านพันธมิตรฯ เพราะตนใส่เสื้อเหลือง ขณะที่กลุ่มต้านพันธมิตรฯ สวมเสื้อแดง จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และในช่วงเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ของ กระทรวงการท่องเที่ยว แจ้งให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า พวกเขาได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ตั้งแต่เที่ยงวัน โดยเพิ่งรับทราบคำสั่งดังกล่าว



แม่ทัพภาคที่ 1 เผย นายกฯ เรียกหารือ ไม่ได้สั่งการเป็นพิเศษ

แม่ทัพภาคที่ 1 เผย นายกรัฐมนตรีเรียกหารือเพื่อให้ร่วมประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยไม่มีคำสั่งการเป็นพิเศษ พร้อมปฏิเสธทหารจะออกมาควบคุมสถานการณ์ในขณะนี้

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ใช้เวลาหารือร่วมกับ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลโทประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นการเรียกประชุมเป็นกรณีเร่งด่วนหลังกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถฝ่าแนวสะกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลได้เป็นผลสำเร็จ โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีได้หลบไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนซึ่งเฝ้าติดตามการหารือในครั้งนี้อยู่บริเวณด้านนอกอาคารสโมสรทหารบก

ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการทหารบกปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในทุกประเด็น ทั้งกรณีนายกรัฐมนตรีเรียกประชุม และจะมีแนวโน้มการนำพระราชบัญญัติบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมาเป็นมาตรการควบคุมการชุมนุมหรือไม่ โดยมีเพียง พลโทประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ที่กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า นายกรัฐมนตรีได้เชิญมาร่วมรับฟังและประเมินสถานการณ์การชุมนุมร่วมกันโดยไม่มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ พร้อมกับปฏิเสธการใช้กำลังทหารออกมาควบคุมสถานการณ์ในขณะนี้



แกนนำกลุ่มนปก.แสดงจุดยืนปกป้องระบอบประชาธิปไตย

“หมอเหวง” ประกาศจุดยืนปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ระบบรัฐสภา และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ด้าน ตำรวจย้ำไม่ใช้ความรุนแรง-ไม่ใช้กำลังสลายม็อบ เมื่อการชุมนุมอยู่ในกรอบกม.

นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปก. กล่าวหลังการนำผู้ชุมนุมกลุ่มนปก. ออกมาเคลื่อนไหวบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ทางนปก.ได้สลายการชุมนุมที่บริเวณดังกล่าวและจะเดินทางกลับไปปักหลักรวมตัวกันที่บริเวณท้องสนามหลวงดังเดิม โดยยืนยันที่จะประกาศหลักการเพื่อแสดงจุดยืน ในการปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ระบบรัฐสภา และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว ตนรู้สึกกังวลว่าจะเกิดรัฐประหารขึ้น ซึ่งก็นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าวไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาการเกิดเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2534 หรือการปฏิวัติเมื่อปี 2549 ต่างก็ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเช่นกัน

ส่วนการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งนั้น นายแพทย์เหวง กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามระบบรัฐสภา ไม่ใช่เป็นไปตามยุทธวิธีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังกระทำอยู่ ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้องระบอบประชาธิปไตย

ด้าน พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การเคลื่อนขบวนของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นบทพิสูจน์ว่าตำรวจยังคงใช้นโยบายการปฏิบัติงานที่ไม่ใช้กำลังความรุนแรง

พร้อมกันนั้น ยังยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีการใช้กำลังเข้าการสลายการชุมนุม ตราบใดที่การชุมนุมนั้นปราศจากอาวุธ ภายใต้กรอบกติกากฎหมาย โดยพบว่าแกนนำพยายามที่จะรักษาสิทธิของตนเอง ไม่ได้ก่อความวุ่นวาย เมื่อเป็นเช่นนี้ตำรวจก็ยืนยันเจตนาเดิมคือไม่ทำร้ายประชาชน ไม่มีภาพพจน์ที่เลวร้ายเกิดขึ้น

"มีการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่า ผู้ชุมนุมไม่ได้มีการใช้อาวุธอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดการณ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสติ๊ก คันธง หรือไม้เบสบอล แต่ใช้วิธีการเดินเคลื่อนขบวนโดยใช้แรงดันผลักเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา แต่เนื่องจากผู้ชุมนุมมีเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้านทานเอาไว้ไม่อยู่" พล.ต.ต.สุรพล กล่าว



"หมอเลี้ยบ" เผยนักลงทุนสับสน วอนพันธมิตรฯ นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม

รมว.คลัง วอน พันธมิตรฯ คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ชี้เป็นการซ้ำเติมให้ประเทศ เศรษฐกิจยิ่งบอบช้ำมากขึ้น ด้าน “สมัคร” เรียก ผบ.ทบ.หารือด่วน

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการเคลื่อนขบวนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า นักลงทุนและฝ่ายต่างๆ ยังคาดเดาไม่ได้ว่าผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร จึงอยากให้กลุ่มพันธมิตรฯ คำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวมและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ถึงแม้เป็นสิทธิที่กระทำได้ แต่มองว่าการยืนยันปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาลยิ่งจะทำให้ประเทศบอบช้ำมากขึ้นไปอีก เพราะไม่รู้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร และการปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาลจะทำให้ประเทศดีขึ้นหรือไม่ ดังนั้น อยากให้คำนึงถึงประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวม

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาค 1 และนายธีรพล นภรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หารือด่วนที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต



“จตุพร” จี้ตำรวจเด็ดขาด หากพันธมิตรฯ บุกรุกทำเนียบ

วอร์รูมรัฐบาล เรียกร้องตำรวจใช้มาตรการเด็ดขาด หากกลุ่มพันธมิตรฯ บุกรุกทำเนียบ ระบุนายกรัฐมนตรีพร้อมชี้แจงทางทีวีทำความเข้าใจกับประชาชน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ คณะทำงานศูนย์วิเคราะห์ติดตามการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้มาตรการในการจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างเด็ดขาด หากมีการบุกรุก หรือรุกล้ำเข้าในเขตทำเนียบรัฐบาล และจากการหารือกับนายกรัฐมนตรีหากเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าที่ปรากฏ นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนทางสถานีโทรทัศน์ ซึ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือความพยายามของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ต้องการให้เกิดการนองเลือด

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ สำหรับการนำพระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินมาประกาศใช้นั้น คงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนนตรี ได้ประเมินสถานการณ์และยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุม และย้ำกับประชาชนว่านายกรัฐมนตรี จะยังบริหารประเทศตามความชอบธรรมต่อไป พร้อมฝากไปยังแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯให้ปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกับคนไทยด้วยกัน และรักษาทรัพย์สินของทางราชการ ให้สมศักดิ์ศรีของมาตุภูมิของประเทศ รวมทั้งประชาชนไม่ควรวิตกกังวล เพราะรัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนอย่างแน่นอน



"นพดล" ชี้รัฐบาลมาจากเลือกตั้ง ฉะพันธมิตรฯ ไม่เคารพประชาธิปไตย

"นพดล" ค้านแนวคิด "บิ๊กจิ๋ว" ชี้รัฐบาลมีเสียงข้างมาก มาจากเลือกตั้ง แต่มีพวกป่วนเมือง ตั้งแก๊งค์สร้างปัญหา เชื่อม็อบเคลื่อนหน้าทำเนียบตำรวจคุมอยู่

นายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการเคลื่อนขบวนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจากสะพานมัฆวานรังสรรค์เพื่อไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลว่า คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะดูแลบ้านเมืองของเราเป็นอย่างดี ถ้าหากในอนาคตเรายอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก แล้วมีคนตั้งกลุ่มขึ้นมามีสมาชิก 4-5 พันคน เพื่อมาล้อมทำเนียบรัฐบาล มันก็ไม่จบสิ้น ทั้งที่ความจริงประชาธิปไตยต้องฟังเสียงข้างมาก

นายนพดล ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้ยุบสภาและให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีลาออก เพื่อให้พรรคฝ่ายค้านจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และพรรคฝ่ายค้านรวมกับพรรคร่วมรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลว่า พล.อ.ชวลิต มีสิทธิแสดงความคิดเห็น แต่ตนไม่เห็นด้วยกับความคิดของท่าน เพราะรัฐบาลทำงานมา 4 เดือน และกำลังเร่งพยายามแก้ปัญหาของประชาชนอยู่ ตอนนี้ก็มีเรื่องน้ำมันแพง อาหารแพง

“รัฐบาลก็ไม่ได้ทำทุจริต อีกทั้งไม่ได้คอรัปชั่น และรัฐบาลก็มีเสียงจากประชาชน ดังนั้นก็มีความชอบธรรม ซึ่งขณะนี้ปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้น เพราะมีบางส่วนไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย และไม่ยอมรับคนที่ได้รับจากเลือกตั้งจากประชาชน ตอนนี้รัฐบาลยังสามารถทำงานได้ และยังมีเสียงข้างมากอยู่ในสภา”นายนพดล กล่าว



“คนรักทักษิณ” ออกรถแห่ทั่วเชียงใหม่ชวนคนร่วมเวทีต้านพันธมิตร

“สมาพันธ์ชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตย” เปิดเวทีค้านพันธมิตรฯ พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไข รธน.50 เป็นนัดที่สอง เย็นวันพรุ่งนี้ คาด “สุรชัย แซ่ด่าน” ร่วมขึ้นเวทีด้วย

ช่วงสายวันนี้ ที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ กลุ่มสมาพันธ์ชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดรถขบวนแห่พร้อมเครื่องเสียงขับวนรอบไปทั่วตัวเมืองเชียงใหม่ เชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมการจัดเวทีสำแดงพลังต่อต้านพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จะจัดขึ้นที่บริเวณข่วงประตูท่าแพในวันพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.51) ตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยกลุ่มสภาประชาชนภาคเหนือ ที่ประกอบด้วย สมาพันธ์ชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตย สมาพันธ์คนรากหญ้า และ OTOP กลุ่มคนเดือนตุลาประชาธิปไตยภาคเหนือ กลุ่มหมู่บ้านคนเมือง และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย

โดยการจัดเวทีนับเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่จัดขึ้นไปก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาหลักของการจัดเวทีในครั้งนี้จะมุ่งโจมตีการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เหมือนกับการจัดเวทีในครั้งแรก

พร้อมกันนี้จะมีการเสวนาในหัวข้อ “ประชาชนปกป้องประชาธิปไตยได้อย่างไร” และ “รัฐธรรมนูญ 2540 ดีกว่า รัฐธรรมนูญ 2550 อย่างไร” ซึ่ง นายสุรชัย แซ่ด่าน หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ จะเดินทางไปร่วมการจัดเวทีในครั้งนี้ด้วย

Friday, June 20, 2008

แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ปักหลักตั้งเวทีปราศรัยบริเวณแยกนางเลิ้ง


แยกนางเลิ้ง 20 มิ.ย. - หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนขบวนมาถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง แต่ก็ต้องชะงักเนื่องจากมีด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นอยู่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนราชวินิต มัธยม

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-06-20 14:25:48


พันธมิตรฯ ขึ้นเวทีปราศรัยแยกนางเลิ้งก่อนเคลื่อนเข้าทำเนียบฯ 17.00 น.

ทำเนียบฯ 20 มิ.ย. - แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีปราศรัยที่บริเวณแยกนางเลิ้ง ระบุกลุ่มพันธมิตรฯ จะมาสมทบกันที่นี่ โดย 17.00 น. วันนี้ จะเคลื่อนขบวนเข้าทำเนียบรัฐบาล

ขบวนของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่เคลื่อนผ่านสะพานเทวกรรมมา ตอนนี้อยู่ที่แยกนางเลิ้ง และ ขณะนี้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล กำลังขึ้นเวทีปราศรัย โดยเรียกร้องขอให้ตำรวจเปิดทางให้เข้ามา และยืนยันการดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นการขับไล่รัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุด โดยกลุ่มพันธมิตรฯ จะเข้ามาจากหลายสายและมาสมทบกันที่นี่ โดยบอกว่า ให้รอเวลา 17.00 น. วันนี้ ที่ถนนทุกสายจะมุ่งตรงมาที่นี่ก่อนเคลื่อนขบวนเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ผุ้สื่อข่าวรายงานบริเวณถนนข้างวัดเบญจมบพิตร ว่า ตำรวจไม่ได้ตั้งด่านสกัดไว้ มีกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มาจากการรวมตัวของ สรส.ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้านั้น ขณะนี้ได้แฝงตัวและหลุดรอดเข้ามาทางด้านสำนักงาน ป.ป.ช. ได้บางส่วน ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้ตั้งจุดสกัดแล้ว

ขณะที่ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังแน่นหนา ป้องกันกลุ่มพันธมิตรฯ ก้าวล้ำเข้ามา ส่วนทางด้านแกนนำพยายามที่จะฝ่าวงล้อมของตำรวจเข้ามาด้วย .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-20 13:10:00