WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, June 23, 2008

รุมจวกพันธมิตรฯ ประกาศชัยชนะบนความย่อยยับของชาติ

นักวิชาการ จุฬาฯ จวกพันธมิตรฯ ประกาศชัยชนะบนความย่อยยับของชาติ ปลุกพลังเงียบตื่นแสดงพลัง ก่อนระบอบประชาธิปไตยจะถูกยึดไปจากความต้องการของคนเพียงกลุ่มเดียว ฉะ ปชป. น่าสมเพชเวทนา น่าอับอายแพ้เลือกตั้ง แต่อยากเป็นรัฐบาล

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2551 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดเสวนา “ 4 เดือน รัฐบาลสมัคร สอบผ่านหรือสอบตก ” โดยมีนายวรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายกิตติ ลิ่มสกุล อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร. ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผอ.สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมเสวนา

นายวรพล กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลทำข้อสอบท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม ไม่มีสมาธิ และระยะเวลายังสั้นในการทำข้อสอบ ที่สำคัญรัฐบาลยังต้องเจอกับการชุมนุมประท้วง นอกเหนือจากศึกในแล้ว รัฐบาลยังต้องเผชิญปัญหาหนักของโลกอีก 3 เรื่องคือ ปัญหาวิกฤตการเงิน วิกฤตการพลังงานและวิกฤตการอาหาร จึงอยากเสนอให้รัฐบาลหันมาทบทวนและเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ที่เราใช้น้ำมันถึงวันละ 8 แสนบาร์เรล คิดเป็น 8 % ของจีดีพี เมื่อเทียบกับประเทศในแถบเอเชียเราเป็นประเทศที่พึ่งพาน้ำมันมากที่สุด รัฐบาลควรจะเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการใช้น้ำมัน นอกจากนี้จะต้องเร่งสร้างระบบขนส่งมวลชนเพื่อลดการใช้รถส่วนตัว สร้างระบบขนส่งสินค้าเชื่อมต่อกัน

นายวรพล ยังเสนอแนะให้รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเกษตรกรปลูกพืชที่เป็นอาหารหลัก ไม่เช่นนั้นภายในปี 2553 ไทยจะประสบปัญหาวิกฤตพลังงานอย่างหนัก และอาจเป็นวิกฤตรอบใหม่ที่ร้ายแรงกว่า ปี 2540 ประกอบกับปัจจัยต่างๆที่ทั่วโลกประสบอยู่เราก็หลีกเลี่ยงไม่พ้น ทั้งนี้กระทรวงหลัก 5 กระทรวง คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพลังงานที่มีรัฐมนตรีจากต่างพรรคต้องหันมาร่วมมือแก้ปัญหา

ด้าน นายกิตติ กล่าวว่า 4 เดือนรัฐบาลเมื่อเทียบกับเด็กที่กำลังเรียน อยู่ในระหว่างการสอบเก็บคะแนน ยังไม่ถึงกับสอบปลายภาคที่จะวัดผลว่า สอบตกหรือสอบได้ แต่ในภาพรวม 4 เดือน ถือว่า ครม.ชุดนี้สอบผ่าน แต่ถ้ามองเป็นรายกระทรวงพบว่า กระทรวงการคลังสอบผ่านมาตราการยกเลิกสำรอง 30 % ส่วนมาตราการลดภาษีถือว่าเป็นนโยบายที่ไม่รอบคอบทำให้รัฐต้องเสียเงิน 3 -4 หมื่นล้านบาท ส่วนการออกคูปองคนจนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมสอบคะแนนได้ไม่ถึงครึ่ง ก็คือว่า สอบตก เพราะมีแค่ปรับเปลี่ยนนโยบายบางอย่างเท่านั้น ส่วนกระทรวงพาณิชย์ถือว่าพอใช้ได้ รัฐมนตรีก็พอดูแลได้ ซึ่งรัฐบาลสมัครก็เหมือนเป็น ” เรือไม้ ” ที่ต้องประสบกับคลื่นที่มาจากในและนอกรัฐบาลต้องพยายามประคองเรือให้แล่นไปได้ด้วยดี

ขณะที่ รศ.ดร. ฐิตินันท์ กล่าวว่า ขณะนี้คงดูยาก ว่ารัฐบาลสอบตกหรือผ่าน เพราะเวลา 4 เดือน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เข้ามาพร้อมกับความคาดหวังสูงมาก แต่รัฐบาลก็มีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองภายในและภายนอก ในส่วนของผู้ขับเคลื่อนหรือทีมบริหารประเทศก็ไม่รู้จริงไม่มีความเชี่ยวชาญ เป็นทีมสำรอง ส่วนทีมจริงก็ติดอยู่ที่บ้านเลขที่ 111 แม้แต่ตัวนายสมัครเองก็เป็นนักการเมืองเก่า ไม่รู้เรื่องนโยบายเท่าไร ไม่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์น้อย ที่สำคัญเป็นนักการเมืองที่มีภาวะอารมณ์ที่ไม่นิ่ง เป็นคนก้าวร้าว ไม่ทำให้การเมืองสร้างสรรค์ การพูดสวนกลับก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์การเมืองดีขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของนายกฯ ซึ่งนายสมัครเป็นถึงนายกฯต้องเสียสละ สงบสติอารมณ์ เพื่อบริหารบ้านเมืองให้ดี

รศ.ดร. ฐิตินันท์ กล่าวว่า รัฐบาลถูกท้าทายจากปัญหาเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก บวกกับปัญหาการเมืองนอกสภา ทำให้รัฐบาลไม่มีสมาธิในการแก้ปัญหา ถามว่า รัฐบาลหมดเวลาสอบหรือยังก็คงตอบไม่ได้ เพราะรัฐบาลทำงานเพียง 4 เดือน มีคนที่ไม่พอใจรัฐบาลก็ออกมาประท้วง ปิดถนน เอาคนไปชุมนุมปิดล้อมทำเนียบ ไม่กลับบ้าน แล้วบอกว่าหมดเวลาสอบแล้วเอาข้อสอบคืนมา

ทั้งนี้ ถ้าประสบผลสำเร็จจะเป็นความเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย ซึ่งการได้ชัยชนะแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ยอมรับไม่ได้ มันเป็นตัวอย่างที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างลึก กว้าง และยาวนานในระบอบสังคมการเมือง เราไม่ได้บอกว่า รัฐบาลชุดนี้มีประสิทธิภาพสูงแต่รัฐบาลจากการเลือกตั้งจากประชาชนส่วนใหญ่ แม้ว่าตนจะไม่ได้เลือกพรรคพลังประชาชน แต่ตนก็เคารพคนอื่นที่เลือกพรรคนี้ขึ้นมา กลุ่มพันธมิตรเองไม่เคยพูดถึงคนส่วนใหญ่ที่เลือกตั้งพรรคนี้มาเลย มีแต่พูดถึงวาระแคบๆของตัวเอง มันเป็นการยึดระบอบประชาธิปไตยไทยด้วยคนกลุ่มน้อยที่มีฐานอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเราจะยอมไม่ได้

รศ.ดร. ฐิตินันท์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กลุ่มพลังเงียบ ถ้ายังเงียบอยู่ก็จะโดนคนกลุ่มน้อยยึดระบอบประชาธิปไตยนี้ไป ทำไมกลุ่มพันธมิตรฯต้องมากำหนดชะตากรรมของประเทศไทย ตนไม่เข้าใจเหมือนกัน อนาคตของไทยมันเป็นของคนทั้งประเทศ เราต้องดูด้วย ถ้าเป็นสมัยนายกฯทักษิณ ตนเห็นด้วยเอาด้วยที่จะขับไล่ เพราะการเมืองครรลองต่างๆมันโดนครอบงำผูกขาดจริง เป็นง่อยถูกบิดเบือน ทำให้เกิดการปู้ยี้ปู้ยำ ทับซ้อนผลประโยชน์แอบแฝง ตอนนี้รัฐบาลสมัครยังไม่เป็นถึงสมัยรัฐบาลทักษิณ ยังมีการคานอำนาจกันอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญปี 40 กับรธน.ปี 50 มันต่างกัน

“ ผมคิดว่าตอนนี้มีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย คือไม่ได้ชอบรัฐบาลสมัคร แต่ก็ไม่ชอบที่กลุ่มพันธมิตรมาขับไล่ แต่กลุ่มพลังเงียบนี้บางคนก็ไม่อยากจะเปลืองตัว เจ็บตัว หากออกมาคัดค้านแล้วก็ถูกโจมตี ผมเชื่อว่าหากมีคนออกมาเพียง 2 คน มันเจ็บตัว แต่ถ้าเป็นพันเป็นหมื่นคนที่แสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้ เขาก็จะทำอะไรเราไมได้ มันถึงเวลาที่พลังเงียบต้องออกมาได้แล้ว โดยอาจใช้ริบบิ้นสีขาว หรือสวมเสื้อเหลืองผูกริบบิ้นสีขาว หรือให้มีการทำวิจัยเรื่องนี้ให้ชัดเจน " รศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว

รศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าวต่อว่า รู้สึกเสียดายที่พรรคประชาธิปปัตย์ ไม่ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เสนอทางออก การชูวาระประชาชนก็เป็นเพียงคำโฆษณาผิวเผินและฉาบฉวยเพื่อชนะการเลือกตั้งเท่านั้น นอกจากนี้ปชป.ยังทำตัวเหมือนเป็นพันธมิตรฯในสภาฯ คือ มีการเอื้อกัน ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพันธมิตรฯ ขอถามว่าเขายังได้รับเงืนเดือนส.ส.อยู่หรือไม่ ถ้าได้รับเงินตรงนี้แล้วทำไมต้องไปทำหน้าที่นอกสภาฯ ถ้าอ้างสิทธิ์ก็อ้างได้ แต่ถ้ามีสิทธิ์แล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย ไม่เช่นนั้นสังคมเราจะมึนเมากับเรื่องสิทธิเสรีภาพอย่างเดียวโดยที่ไม่คำนึงถึงความเหมาะสม

“ พรรคนี้คว่ำบาตรการเลือกตั้งมาครั้งหนึ่ง และการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็แพ้ เขาบอกว่าเขาได้ส.ส.มากสุดในประวัติการณ์ คุณจะมองยังไงละ กรรมการก็อยู่ข้างคุณ กติกาก็อยู่ข้างคุณ คู่ต่อสู้ก็ถูกมัดมืออยู่ข้างหลัง แต่คุณก็ยังแพ้ขนาดนี้ แล้วหากยังคิดว่าเป็นชัยชนะก็อาจจะเข้าข้างตัวเองมากไปนิดหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วต้องพิจารณาเปลี่ยนหัวหน้าพรรค ไม่งั้นเราก็จะเป็นได้แค่นี้ ไม่มีทางออก เราต้องการให้ปชป.ช่วยเราหาทางออก เขาเป็นพรรคฝ่ายค้านในสภาฯ เราต้องการหาคำตอบจากในสภาฯ ”

รศ.ดร.ฐิตินันท์ ยังกล่าวถึงการสลับขั้วเปลี่ยนรัฐบาลโดยชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายก ว่า มีความเป็นไปได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าสมเพชเวทนา น่าอับอาย และน่าละอายใจมากที่สุด

“ อยากเป็นแกนนำรัฐบาลแต่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ ต้องมาอาศัยกระบวนการนอกสภาเอื้อกันระหว่างประชาธิปัตย์กับกลุ่มพันธมิตรฯ ท้ายสุดได้มาเป็นนายกฯโดยเข้าทางประตูหลัง มันเป็นนิมิตรหมายที่ไม่ดีในระบอบประชาธิปไตย เป็นผมคงละอายมาก ที่เล่นตุกติกทางการเมืองแล้วมาสวมรอยยึดอำนาจแทนกัน ” รศ.ดร.ฐิตินันท์



Sunday, June 22, 2008

บทความเสธ.แดง: เรื่องจริง 'เขาพระวิหาร' จะเชื่อเสธ.แดงหรือจะเชื่อเจ็กลิ้มกับควายพันธมิตร

โดย เสธ.แดง
ที่มา
เว็บบอร์ดคมเสธ.แดง
22 มิถุนายน 2551

เรื่องจริง "เขาพระวิหาร" จะเชื่อ เสธ.แดง หรือจะเชื่อ เจ็กลิ้มกับควายพันธมิตร นักการเมืองส้นตีน หรือ นสพ.-ข้าราชการ-นักวิชาการปัญญาอ่อน

ไอ้พวกควายโง่ที่ตามเรื่อง เราเสียเขาพระวิหาร เสียพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรทับซ้อน เชื่อ เจ็กลิ้ม มหาจำลอง พระไม่โกนคิ้วแต่โกนหมอย เชื่อพรรค ปชป.ที่อยากเป็นรัฐบาลจนลืมธรรมะคุณธรรมและอุดมการณ์พรรค เชื่อเปลว สีเงิน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฯลฯ รับเงินต่างชาติ ทำลายประเทศไทย

แต่ทุกคนที่ออกมายืนยันว่าไทยไม่เสียดินแดน ขึ้นทะเบียนเฉพาะเขาพระวิหาร คือชนชั้นปกครองและออกมาจากปากผู้นำประเทศ ผู้นำเหล่าทัพ คณะรัฐมนตรี และที่สำคัญคือ กระทรวงการต่างประเทศ มึงไม่เชื่อ แต่เสือกไปเชื่อ เจ็กบ้า เอเอสทีวี ว่าเสียดินแดน

แม่ง...ด่าซ้ำอีก 100 ครั้ง ไอ้ควาย!...โง่ คนไทยหรือเปล่า ว่ะ...

จะให้ดูรูปและเน้นอีกที ว่าเขมรยุคนี้เขาน่ารักมาก แต่มึงอยากจะมีเรื่องเขมร อยากรบกับเขมร เราเคยรบกันแล้วเมื่อปี 2530 กูเคยจนศึกจบ ดีไม่ตายห่าไปอีกคน มึงรีบส่งชื่อสมัครกูเลย เวลารบกันเดี๋ยวจะให้ดูรูป ว่าเหลือแค่ไหน วันนั้นรัสเซีย-เวียดนาม ช่วยมัน วันนี้จีนแดงช่วยมัน

ส่วนไทย แม่งปากหมาอย่างเดียว เมื่อวานตำรวจตั้งแนว 7 ชั้น ใส่หน้ากากป้องกันไอพิษ ห้ามพันธมิตรผ่านราชดำเนิน หงอยแดก เลี้ยวซ้ายนึกว่าจะลุย ตำรวจเขาเปิดให้ เพื่อล่อไปเข้าซองเมื่อ 2 ปีก่อน รอลุยทิ้ง ไชโยโห่ร้องประกาศชัยชนะ แม่ง..ควายจริงๆ

ทบทวนเรื่อง "เขาพระวิหาร" อีกที
6 ต.ค.2502...สีหนุยื่นฟ้องศาลโลก ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ศาลตัดสินให้เขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา

15 มิ.ย.2505...จอมพลประภาสยกธงชาติไทยลงจากเขาพระวิหาร มาไว้ที่ฐาน ตชด. ไม่ชักธงลง

46 ปี ผ่านไปไวเหมือนโกหก มาถึง 2551 เดือนกรกฎาคมหน้านี้ เขมรจะเอาเขาพระวิหารเข้าเป็นมรดกโลกที่เมือง ควิเบก ประเทศแคนาดา โดยเขาทั้งพื้นที่ที่เคยชนะไทยที่ศาลโลก เราต้องเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่จริงๆ พื้นที่นี้คนไทยอยู่ทั้งนั้น ทั้งร้านค้าหน้าเขาพระวิหาร กระทั่งขอทาน คนไทยกระทืบเขมรหนีหมด เขมรไม่เคยขึ้นมายุ่งบนที่ราบสูง เรายังเรียกมันว่าเขมรต่ำ เหมือนเดิม

22 พ.ค.2551...รัฐมนตรีต่างประเทศ นพดล รีบแจ้นไปหาพี่ใหญ่เขมร คือฝรั่งเศส เจอ ซกอาน รองนายกเขมร รับผิดชอบเรื่องเขาพระวิหาร ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก อยู่ในกรุงปารีส

รบกัน 3 เพลง เขมรยอมนพดล ไม่ขึ้นทั้งพื้นที่ที่ใช้แผนที่ฝรั่งเศสสมัยชนะไทยปี 2505 ขึ้นแค่ตัวปราสาท เหมือนแผนที่ไทยทำใหม่หลบเขาพระวิหารให้ ให้เขมรส่งแผนที่มาใหม่ ห้ามไปแดกไทย

1 ก.พ.2553...มึงทั้ง 2 ประเทศ ต้องเอาแผนที่ทับซ้อนมาเสนอแผนกมรดกโลก จะได้แบ่งเงินบริหารถูก เพราะเงินเยอะมาก ค่อยว่ากันอีกที คืออีก 2 ปี มึงค่อยรบกัน เตรียมตัวพวกปากหมา สาวกเจ๊กบ้า เก่งแต่ปาก ด่าเขมร ด่ารัฐบาล ไม่รู้จริง ให้รีบสมัครเป็นทหาร

5 มิ.ย.2551...กระทรวงต่างประเทศรับแผนที่ฉบับใหม่แค่ตัวปราสาท ส่งให้ พล.ท.แดน มีชูอรรถ นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 เจ้ากรมแผนที่ทหาร ตรวจสอบด้วยดาวเทียม ยืนยัน ตรงแผนที่ไทยเปี๊ยะ แสดงว่าเขมรยอมไทย ใช้แผนที่ไทย ช่องละ 1 ตารางกิโลเมตร อัตราส่วน 1 ต่อ 5 หมื่น ไม่ใช้ แผนที่ฝรั่งเศส ช่องละ 2 ตารางกิโลเมตร 1 ต่อ 2 แสน ตั้งแต่โบราณ

16 มิ.ย.2551...สภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.สุรพล เผื่อยอัยกา ผอ.สมช.เตรียมทหารรุ่น 10 รับรอง

17 มิ.ย.2551...ผ่านความเห็นชอบ ครม.ไทย ไม่ใช่ ครม.เจ๊กลิ้ม รัฐบาลโจ๊ก กองพล 93 มีมหาจำลองเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เจ็กลิ้ม เป็นนายกรัฐมนตรี โปรดเกล้า โดยไอ้สุริยไสย กับ ไอ้สมศักดิ์ เครา

18 มิ.ย.2551...รัฐมนตรีต่างประเทศ นพดล แถลงข่าวให้คนไทยฟังเรื่องจริง คนปกติเชื่อ แต่ควายที่ฟัง เจ๊กลิ้ม กับนักการเมืองส้นตีน และนักวิชาการ ไฟธาตุแตก ด่าว่าไม่จริง ประเทศไทยทำไมคนปัญญาอ่อนแบบนี้

ลองเอาตีนคิดอีกครั้ง...คนพูดว่าเขาพระวิหารเข้ามรดกโลกแค่ตัวปราสาท เช่น ผบ.ทบ.-รัฐมนตรีต่างประเทศ-ครม.-สมช.-บิ๊กจิ๋ว-หน่วยงานกระทรวงต่างประเทศ-กรมแผนที่ทหาร พูด ..แม่งควายไม่เชื่อ แต่ไปเชื่อเจ๊กบ้าว่าเสียดินแดน ...ควายจริงๆ

ไทยได้อะไรบ้างหลัง "เขาพระวิหาร" เป็นมรดกโลก สนามบินอุบลฯแตกแน่ คนไหลมาจากทั่วโลก แบบ เสธ.แดง ไปเที่ยว เมืองเพตรา จอร์แดน จากสนามบินอุบลฯไปเขาพระวิหารแค่ 60 กิโลเมตร ถนนจะกลายเป็น 4 เลน เงินไหล เข้าไทยเละ เพราะเขมรไม่มีสนามบิน กว่าจะสร้างเสร็จที่ตีนเขา หาเงินไม่ต่ำกว่า 20 ปี และกว่าจะเดินทางมาถึงเขาถูกเขมรปล้นก่อน เขมรมีสนามบินใกล้สุดเมืองเสียมราฐ ต้องวิ่งมาจังหวัดเขาพระวิหาร ทางลูกรัง แล้วจึงมาอ้อมขึ้นเขา ถูกปล้นไม่ก็ถูกข่มขืนตายห่าก่อน ดังนั้นคนทั่วโลก มาสนามบินอุบลฯ อย่างเดียว

จากกระทู้ 45902 ดูแผนที่เขาพระวิหารอีกครั้ง พวกควายโง่ สาวกเจ๊กลิ้ม กบฎผีบุญ ตั้งใจดู จะได้หาย

รูปแรก...เป็นแผนที่ฝรั่งเศสทำไว้ตั้งแต่ยึดครองอินโดจีน เราถึงแพ้ยับเยิน เพราะประเทศไทยสมัยนั้นไม่มีแผนที่ของตัวเอง ที่เห็นใน เอเอสทีวี และในไอทีวี คือแผนที่ฉบับนี้ มาจากเว็บ เสธ.แดง ที่เห็นคือลายมือ เสธ.แดง แผนที่ฝรั่งเศสช่องละ 2 ตารางกิโลเมตร มาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน แผนที่ไทย ช่องละ 1 ตารางกิโลเมตร อัตราส่วน 1 ต่อ 5 หมื่น แค่แผนที่ ถ้าทะเลาะกัน ก็รบกันไม่เลิกแล้ว แบบบ้านร่มเกล้า กระสุนปืนใหญ่เราหมดประเทศ บิ๊กจิ๋วต้องบินไปกอดกับสีสวาทแทบไม่ทัน รบต่ออีก 2 วัน รัชกาลที่ 1 เอาตาย ไอ้ลูกหลานจัญไรรบแพ้กระทั่งลาว เอาแต่ตีกอล์ฟ เส้นสีน้ำเงิน คือ แนวสันปันน้ำ เขตไทย เดี๋ยวมาดูแผนที่กัน



รูป 2..แผนที่ของไทยทำหลังปี 2505 ตอนนั้นจัสแม๊กเริ่มเข้าไทย เพระไอ้กันมาในรูปองค์การ ซีอาโต้ มาชวนไทยไปรบกับคอมมิวนิสต์ ทั้งลาว เวียดนาม ป้องกันคอมฯขยายตัว เดี๋ยวนี้ทหารไทยทำแผนที่เองเป็นแล้ว แนวสันปันน้ำ คือฝนตกน้ำไหล 2 ข้าง เห็นไหม แผนที่แนวเขตแดนไทย เกาะสันปันน้ำ พอถึงเขาพระวิกหารเราหลบให้ เพราะเป็นของเขา ตามคำตัดสินศาลโลก เขมรเอาเข้าเฉพาะตัวปราสาท คือที่เห็นเราหลบแผนที่ให้ ถือว่าเขาน่ารักมาก ไปด่าเขาทำไมทุกวัน พันธมิตรเจ็กบ้า ปากหมาจริงๆ



รูปที่ 3..เปรียบเทียบ ระหว่างพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ไทยเราใช้ 1 ต่อ 5 หมื่น เขมร ใช้ 1 ต่อ 2 แสน เอาทั้ง 2 แผนที่ มาย่อใหม่เหลือ 1 ต่อ 1 หมื่น ซึ่งถ้าตามคำตัดสินศาลโลก เราเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่เห็นอาแดงเขียนเป็นเส้นเขียว ตั้งแต่ปี 2505 แต่เขมรไม่เคยมายุ่งพื้นที่นี้ คนไทยอยู่ทั้งนั้น แต่พูดเขมรได้ เพราะเป็นที่ราบสูง อิสานใต้ แต่ด้วยความบ้าทางการเมือง ห้ามกันไม่อยู่ เชื่อเจ็กบ้า และนักการเมืองเหี้ย ปั่นป่วน ประเทศชาติจะเข้าสงคราม รบกัน พวกปากหมาไม่ได้มารบด้วย แต่เป็นลูกเราที่จะเกรฑ์ทหารเป็นทหารต่อไป



ด้านหลังที่เห็นวิวสวยคือ เขาพระวิหาร... แผนที่..ของทหารพรานตรงนี้ ถ้าพื้นที่ทับซ้อน เขมรไม่ทำโง่ ที่ตรงเสธ.แดง นั่งนี้เราต้องคืนเขมร คนที่น่ากลัวคือจีน ถ้าเราไอ้กันจ๋า จีนหมั่นใส้ แม่ง..สั่งเขมรแข็งข้อ วันนั้นรบกัน เพราะไอ้ 4.6 ตารางกิโลเมตรนี่แหละ อาวุธหลักเราก็เหมือนเดิม "น้ำลายเจ็กลิ้ม พันธมิตรควายโง่ ปากหมา ด่าเขมร กับบ้องไฟพญานาค แต่ต้องรอออกพรรษาถึงจะพุ่ง"



รูปเตือนระลึก เวลาเรารบกับเขมร อาแดงนั่งยองๆหันหลัง แผนที่ตรงนี้เลยเขาพระวิหารไป 10 กิโลเมตร พันธมิตรสายเจ็กบ้า นักวิชาเกิน นักการเมือง ปากหมา ไปด่าเขมร ไม่รู้ว่าลูกหลานทหารไทย ใช้ศพถมลงไปตรงนั้นเท่าไหร่ เมื่อรบกัน เขมรไม่เคยว่าอะไรซักคำ เขายอมทุกอย่าง คนเหี้ยก็ยังตะแบงด่าเขา ให้มีเรื่อง



อีกรูปที่เตือนความทรงจำ วันที่เรารบเขมร (เสธ.แดง แต่งนอกเครื่องแบบ) นี่คือบรรยากาศในห้องยุทธการ ใต้ดินเมื่อ ปี 2530 เสธ.แดง ใส่เสื้อขาว เห็นหน้า จปร. ระดับ เสนาธิการ เครียดทุกคน เสียงปืนใหญ่ดังตลอดเวลา และอีก 2 วัน ต่อมาด้วยความที่เราไม่เห็นข้าศึก เขมร-เฮงสัมริน มันอยู่เนินไหนบ้าง เพราะเราเข้าตี 3 เนิน 408-382-500 มันยิงช่วยจนทหารเรา 7 กรม แตกหมด ปืนใหญ่ 52 กระบอก ของเราหยุดปืนใหญ่ขนาด 130 มิลลิเมตร ของรัสเซีย ไม่อยู่ เสธ.แดง จึงอาสาแม่ทัพ ขึ้นเครื่องบินไปถ่ายวีดีโอ และถูก ปตอ. ขนาด 37 มิลลิเมตร ยิงเป็น 1000 นัดแต่ไม่โดน ได้หนังมาให้แม่ทัพ แล้วเข้าตีใหม่เป็น 18 เนิน จนเขมรแตกลงจากเขาไป

ให้ดูว่า เวลาปากหมาด่าเขมรเขา ถ้ารบกัน ทหารตาย พวกปากหมาไม่ตายด้วย เหมือนหน้าถนนราชดำเนินเมื่อวาน พอตำรวจใส่หน้ากาก พันธมิตรหันหลังเผ่นผ่านวัดโสมอ้อมมาสนามม้านางเลิ้ง เสียถนนราชดำเนินทันที นึกว่าแน่



ภาพชุดหลักเขตไทย-เขมร ถ้านพดลผิด เจ็กลิ้มกับควายโง่พันธมิตรถูก รับรองกูฆ่านพดลกับมือ

ภาพที่ 7 ถ้ารัฐบาลเหี้ย เสียดินแดนให้เขมร คนไม่ยอมคือกู ไม่ต้องถึงมือพันธมิตรควายโง่ สาวกเจ็กลิ้มหรอก

ทางขึ้นเขากว่าจะเจอแต่ละหลักเขต ต้องกู้กับระเบิด ที่เขมรแดงวางไว้ อาแดง เดินนำหน้า พา พ.ท.เสงี่ยม สวางควัฒน์ (ใส่แว่น) ผู้บังคับกองพัน ขึ้นเทือกเขาบรรทัด หาหลักเขตที่ 28 ก่อนถึงเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่อาแดงรับผิดชอบ ระวังปีก ขณะรบกับทหารเขมร เวียดนาม-เฮงสัมริน ปี 2525



ภาพที่ 8 ดูความจริงจังของหน้าตานายทหารจาก จปร. เวลาออกรบ

หลังซ้ายชื่อ ร.อ.จุมภฎ ศรีธรรม นายทหารยุทธการของกองพัน คนกลาง พ.ท.เสงี่ยม สวางค์วัฒน์ ผู้บังคับกองพัน ทหารม้าที่ 111 กองพลทหารม้าส่วนหน้า ขวามือเป็นผู้หมวดของอาแดง ซึ่งอาแดงเป็นผู้บังคับกองร้อย ชื่อ ร.ต.วรายุทธ ด้วงกลัด อาแดงยืนหน้าหลักเขต ดูความดุท่าทางนักรบผู้หมวด ผู้กอง กับผู้พัน และนายทหารยุทธการ จะลักษณะต่างกัน แต่จริงจังเรื่องดินแดนของชาติเหมือนกัน ถ้ารัฐบาลผิดเรื่องเขมร ไม่ถึงมือพวกพันธมิตร หรือฝ่ายค้าน พวก จปร.ที่ยืนอยู่นี้ ฆ่าทิ้งตั้งแต่ประตูเครื่องบินเปิดแล้ว ต่อให้เป็น 10 ทักษิณ 10 สมัคร 10 นพดล เพราะเราแลกพื้นที่มาด้วยชีวิต หวังว่าพวกควายพันธมิตร คงเข้าใจ



ภาพที่ 9 หลักเขต ไทย-เขมร ทำด้วยหินแกะสลัก ในสมัยรัชกาลที่ 5

รูปนี้เห็นอาแดงใส่เสื้อแขนด้วน ที่จริงเป็นเสื้อแม๊กเอ็ม 16 อาแดงใส่เลย ไม่มีเสื้อใน เพราะเท่ากับเป็นเสื้อเกราะในตัว เวลาเดินขึ้นเขาจะร้อนมาก เวลาเห็นทหารตำรวจใส่เสื้อเกราะให้รู้เลย นักรบจริงถอดทิ้งหมด ใส่เสื้อเกราะเดินกิโลเดียวในป่าประเทศไทย ตายห่าแดกน้ำเป็นถัง นอนอยู่ธารน้ำข้างตีนเขานั่นแหละ



ภาพที่ 10 ตอนขึ้นหลักเขต ต้องลากเอาเขมร 3 ฝ่าย ไปด้วย เพราะแม่งพวกนี้ เล่น...วางกับระเบิดถี่ยิบ ก่อนแพ้เขมร เฮงสัมริน คือฮุนเซ็นปัจจุบัน ที่เห็นในรูป หน้าตาประหลาด ยืนหน้าอาแดง อาแดงเกาะบ่า ทั้ง 4 คน เป็นทหารเขมรแดงของพอลพต ก่อนจะแพ้มาอยู่ชายแดนไทย และมาช่วยไทยรบ แต่ลูกหลานพระยาละแวก ไว้ใจไม่ได้ อาแดงเลยยึดปืนมันก่อน เดินมาด้วยกัน



ภาพต่างๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า อาแดงรักษาแผ่นดิน ด้วยชีวิต นั่งหัวเสาหลักเขตกับลูกน้องในกองร้อย

ภาพนี้เหนื่อยกัน ดูหน้าตาก็รู้ นี่ขนาดไม่ใส่เสื้อเกราะ เรื่องขำๆ ทหารม้าทิ้งรถเกราะกันหมดวันนี้ ฝากรถไว้กับพลทหารสูทกรรม ถ้าเวียดนาม เฮงสัมริน เข้าตีนตอนเราขึ้นเขา เป็นลมคาหลักเขต 28 คงเหมือนลิโป้ ถูกขโมยทวนกับม้าเซ็กเทา รบไม่ได้เลย กลายเป็นลิงอยู่บนเขา รูปต่างๆ เหล่านี้ ถ้านพดลเสียรู้เขมร เสียแผ่นดิน แม้น 1 มิลลิเมตร ผบ.ทบ.โวยดังกว่าอาแดง แต่นี่ควายโง่ ที่เจ็กลิ้มจูงจมูกไปทางไหนก็ไป

อาแดงไม่อยากจะเชื่อ เราถึงเสียแผ่นดินให้พม่า เพราะคนไทยเป็นแบบนี้เอง พูดไม่รู้เรื่อง ให้เหตุผล มีรูปถ่าย ยังไม่ฟัง ตะแบงจนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน



ที่อาแดงเล่าว่า ทหารม้าทิ้งรถไว้ตีนเขา ฝากพวกสูทกรรมเป็นแบบนี้ ถ้าทหารเวียดนามเข้าตีตอนนี้เป็นลม เทือกเขาข้างหลังคือเทือกเขาพนมดงรัก



ถ้าเราเสียพื้นที่เขาพระวิหารให้เขมรจริง ไม่ต้องถึงมืออาแดงหรอก แค่พลทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการ ที่เห็นอยู่รอบหลักเขตอันแสนภูมิใจที่เรารักษาไว้นี้ มันเอาไอ้นพดลรัฐมนตรีต่างประเทศ นิสัยขี้ประจบสอพลอ ตายห่าแล้ว

นี่มันเรื่องชาติ นิสัยส่วนตัวเอามาวัดไม่ได้ ผู้บัญชาการทหารบก สภาความมั่นคงแห่งชาติ เจ้ากรมแผนที่ทหาร มารับรอง ก็จบแล้ว

เหลือแต่คนไทย ควายโง่ แนวร่วม ไอ้เจ็กบ้า หน้าทำเนียบเท่านั้นที่เชื่อ ว่าไทยเสียดินแดน เห็นหน้าตาจริงจังลูกน้องอาแดงไหม นั่นแหละส่วนหนึ่งรักชาติแบบจริงจัง สุดชีวิต แลกด้วยชีวิต อีกส่วนหนึ่ง ผู้กองดุฉิบหาย



จาก thaienews

กลุ่มมวลชนเสื้อแดง เข้ามอบช่อดอกไม้ ให้กำลังใจนายกฯที่ NBT

ตัวแทนองค์การพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อประชาธิปไตย และองค์กรชาวพุทธ มอบช่อดอกไม้ให้กำลังนายกรัฐมนตรี เดินหน้าทำงานต่อไปเพราะถือมาอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย
ที่บริเวณหน้าสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต ได้มีกลุ่มมวลชนจากองค์การพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อประชาธิปไตย และองค์การชาวพุทธแห่งประเทศไทย ประมาณ 50 คน สวมใส่เสื้อสีแดง นำโดยนายอิทธิพล แก้วพิลา ได้ทางมาให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเดินทางมาจัดรายการสนทนาประสาสมัคร ในวันนี้ พร้อมนำช่อดอกไม้ และจดหมายเนื้อหาเป็นการให้กำลังใจและขอให้นายกรัฐมนตรีทำงานต่อไปไม่ลาออกจากตำแหน่งตามที่มีบางฝ่ายเรียกร้อง เพราะเข้ามาอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ออกไปรับด้วยตนเอง เนื่องจากเวลากระชั้นชิดที่จะต้องเข้าจัดรายการจึงมีนายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้แทนออกมารับเรื่อง ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด



โฆษกพลังประชาชนเสนอตั้งทีมเจรจาพันธมิตรฯยุติปัญหาความขัดแย้ง ให้สื่อทำหน้าที่พิสูจน์ความจริงใจทุกฝ่าย

โฆษกพรรคพลังประชาชนเสนอตั้งทีมเจรจากลุ่มพันธมิตรฯยุติปัญหาความขัดแย้งทั้งปวง ให้สื่อมวลชนทำหน้าที่ในการพิสูจน์ความจริงใจต่อความรักในประเทศชาติ
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงทางออกของการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยโดยเสนอให้รัฐบาลใช้วิธีการเปิดเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ ในลักษณะจับเข่าคุยกัน เพื่อให้ปัญหาความไม่พอใจยุติลง หากฝ่ายพันธมิตรฯมีความจริงใจ เพราะรัฐบาลเองมีความพร้อมในเรื่องนี้ ซึ่งทางพรรคจะเสนอตั้งทีมเจรจา โดยอาจมอบหมายให้ น.พ.สุรพงศ์ สืบวงศ์ลี ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นตัวแทนเพื่อเจรจา เพราะเป็นคนที่มีความประนีประนอมสูง เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน เนื่องจากขณะนี้ปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายหลายทางต่อประเทศ ทั้งเศรษฐกิจโดยเฉพาะนักลงทุน หากรักประเทศชาติ บ้านเมืองจริง ต้องยุติความขัดแย้ง โดยให้สื่อมวลชนเป็นคนกลางในการทำหน้าที่เผยแพร่ถ่ายทอดสดให้ทุกคนทั่วประเทศ และชาวโลกได้มองเห็น
โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวด้วยว่า มีความพยายามปล่อยกระแสข่าวเพื่อกระตุ้นการชุมนุม ถึงแรงกดดันที่มาจากทางพรรคพลังประชาชน เพื่อให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งนั้น โดยยืนยันว่า ไม่มีสมาชิกคนใดในพรรคเรียกร้อง หรือกดดัน และมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีไม่รู้สึกท้อใจและยอมรับกับพฤติกรรมเช่นนี้ที่มากดดันเพื่อให้ลาออกได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลได้ยอมถอยทุกเรื่องเพื่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในบ้านเมือง ทั้งให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือชี้แจงกับวุฒิสภา พร้อมขอให้ทุกฝ่ายเล่นตามกฎกติกาของบ้านเมืองด้วย

นายกรัฐมนตรี ย้ำ ประเทศไทยไม่เสียแผ่นดิน จากการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา

นายกรัฐมนตรี ย้ำ ประเทศไทยไม่เสียแผ่นดิน จากการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา และไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างโรงไฟฟ้าที่เกาะกง
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีเขาพระวิหาร ในรายการสนทนาประสาสมัคร ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกนำมาปลุกระดมกันจนเกินเหตุ ถึงขนาดที่จะนำเรื่องขึ้นฟ้องศาลปกครองด้วย ทั้งนี้ เขาพระวิหาร ศาลโลกได้ตัดสินให้เป็นของกัมพูชาตั้งแต่ปี 2505 จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไป 45 ปี โดยไม่มีใครทักท้วง แต่เมื่อเร็วๆ นี้กัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก รัฐบาลก็ได้ทักท้วงไม่ให้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ทับซ้อนของไทย 4 กิโลเมตรกว่า ซึ่งก็ทำสำเร็จเพราะกัมพูชาจะขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น จึงยืนยันว่าไม่ได้เสียดินแดนแน่นอน แต่กลับมีการพยายามนำเรื่องนี้ไปปลุกระดมโดยเชื่อมโยงว่าพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล แลกเปลี่ยนเขาพระวิหารกับการเข้าไปขุดน้ำมันในกัมพูชา ซึ่งยืนยันว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เกาะกง รัฐบาลนี้เป็นผู้เจรจา ไม่ใช่พันตำรวจโททักษิณ ซึ่งจะเป็นการผลิตไฟฟ้ามาขายในประเทศไทย




สมัครฉะพวกปลุกระดม แจงเสียดินแดน 45 ปีมาแล้ว

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (22 มิ.ย.) ในรายการ สนทนาประสาสมัครออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ถึงกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำมาปลุกระดม ว่า เรื่องนี้นำมาปลุกระดมเกินเหตุ ถึงขนาดจะมีการนำไปศาลปกครอง เชื่อศาลปกครองรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เรื่องเขาพระวิหาร เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2505 กัมพูชาฟ้องศาลโลกว่าเขาพระวิหารเป็นของเขา เราสู้คดี บังเอิญคนที่ไปสู้คดีเชื่อมั่นในเรื่องแผ่นที่ มีการถามว่ารับแผนที่หรือไม่ ที่ประเทศฝรั่งเศสทำไว้ ท่านก็ไปยืนยันรับ เท่านั้น เวลาไปต่อสู้ ยอมรับแผนที่ ไทยก็แพ้คดี ศาลโลกตัดสินไทยแพ้คดีต้องยกปราสาทเขาพระวิหารให้กัมพูชา เวลาผ่านไป 45 ปี ไม่เห็นมีใครเริ่มไปเปิดคดีใหม่ ที่อยู่กันมาได้เพราะประโยชน์ร่วมกัน นักท่องเที่ยวขึ้นทางประเทศไทย กัมพูชาชักธงอยู่บนปราสาทเขาพระวิหาร 45 ปี ไม่เห็นมีใครทักท้วง

"เมื่อกัมพูชาจะนำเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เราก็ทักท้วงไม่ให้ขึ้นทะเบียนบริเวณพื้นที่ทับซ้อน จนต้องไปเจรจาที่ยูเนสโก ในที่สุดกัมพูชาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท ในเขตของเขา ทหารก็ไปดู ส่วนพื้นที่ทับซ้อนให้เจรจากันภายใน 2 ปี ที่มีคนเขมรมาตั้งบ้านเรือนตั้งแต่ พ.ศ.2543 รัฐบาลสมัยนั้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร คราวนี้ภายใน 2 ปี ต้องนำคนเหล่านั้นออกไปนายกรัฐมนตรี กล่าว และว่า การนำเรื่องเขาพระวิหารมาปลุกระดม ว่า มีการแลกกับการขุดน้ำมัน น้ำมันก็ไม่ได้ขุด แลกก็ไม่ได้แลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บัญชาการทหารบก เจ้ากรมสนธิสัญญาออกมายืนยันว่า เป็นขอบเขตของเขา เราไม่ได้เสียดินแดนก็ยังไม่ฟัง

นายสมัคร กล่าวด้วยว่า ทำไมคนเราเกิดการรักชาติจะเป็นจะตาย ก่อนหน้านี้หากกัมพูชาไม่ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ก็อยู่กันต่อไป อีก 50 ปีก็ยังอยู่อย่างนี้ ตนรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล อย่าไปเกลียดชังนายนพดล ซึ่งอดีตเป็นทนายความให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างจบสิ้นไปแล้ว มาโยงใยว่ามีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ส่วนกรณีโรงไฟฟ้าที่เกาะกงจะสร้างนั้น รัฐบาลนี้เป็นคนไปเจรจาไม่ใช่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยน ทำไมทำกันได้ขนาดนี้ ตนไม่เข้าใจ โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีส.ส.พรรคมาร่วมด้วย ให้ไปถามคนเก่าแก่ในพรรคเกิดอะไรขึ้น 45 ปีมาแล้ว



กรัฐมนตรียืนยันเข้าทำงานในทำเนียบฯ พรุ่งนี้

กรุงเทพฯ 22 มิ.ย. - นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการสนทนาประสาสมัคร ยืนยันจะเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้แน่นอน โดยไม่สนใจการชุมุนมของกลุ่มพันธมิตร พร้อมส่งสัญญาณจะดำเนินการทันที หากประชาชนร้องขอ

พร้อมกันนั้นนายกรัฐมนตรี ยังติงสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ชุมุนม ทั้งที่เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย

ส่วนในเรื่องการยอมให้ ส.ว.และฝ่ายค้าน เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา เพราะต้องการให้เรื่องทุกอย่างจบ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-22 10:13:00





Thai-grassroots ถูกโจมตี!!

นับแต่ Thai-grassroots ได้ถือกำเนิดขึ้นและเปิดเผยข้อมูลของศัตรูระบอบประชาธิปไตย ได้ปรากฏการโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในในปัญหาที่ สร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้ชมคือการรบกวนฐานข้อมูลของเวบไซท์ ทำให้เนื้อหาภายในเวบขาดหายไปเป็นบางช่วงเวลา แต่นับจากการเผยแพร่ "ภาพกองทัพมารย่ำยีสถาบัน" การโจมตีได้ทวีความรุนแรงและต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 48 ชั่วโมงแล้ว ทางทีมงานต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ และพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุด

thai-grassroots
จาก thai-grassroots

เรื่องเขาพระวิหาร :จาก เสธ.แดง

บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ผมเห็นมีคนเอาความเห็นของ เสธ.แดง พลตรีขัติยะ สวัสดิผล เจ้าของเว็บ "เสธ.แดง" เว็บดังเว็บหนึ่งในโลกไซเบอร์ เรื่องเขาพระวิหาร ซึ่งถือว่า สารที่เสธ.แดงต้องการสื่อนั้น ค่อนข้างชัดเจนและตรง เสธ.แดงไม่ใช่พวกทักษิณ ก็คงเป็นกลางดีสำหรับหลายๆ ฝ่ายนะครับ แม้ว่า ข้อเขียนของเสธ.แดงจะมีคำไม่สุภาพค่อนข้างมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นภาษาที่ใช้ในสังคมหนึ่ง นะครับ ท่านสุภาพสตริที่อ่านบทความผม ก็ขออภัยก็แล้กันนะครับ ถือว่า เพื่อความเข้าใจเรื่องเขาพระวิหาร ที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุลเอาไปบิดเบือนเสียจน กลายเป็นประเด็นการเมืองอยู่ขณะนี้

แม้ในที่ทำงานผม ที่มีเด็กจบปริญญาตรีและบางคนเรียนปริญญาโท ยังโดน สนธิ ลิ้มทองกุล จูงใจได้เลยเรื่องเขาพระวิหาร จนผมปลงไปเลยว่า ระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน ผลิตนักศึกษาได้แย่จริงๆ ข้อมูล ไม่เคยค้น ไม่ Review Literature ความเป็นมาต่าง ๆ พอมีคนพูดก็เชื่อเลย เฮ้อ สังคมมันถึงได้วุ่นวาย เพราะระบบการคิดของคนไทยปัจจุบันมันมีปัญหานั้นเอง

นี่คือความเห็นของเสธแดงครับ thaifreenews

จาก thaifreenews

Saturday, June 21, 2008

วัดใจด่านสุดท้ายแล้ว

เปิดฉากด้วยการประกาศทุบหม้อข้าวหม้อแกง ไม่ชนะไม่กลับ รบแบบพระเจ้าตากฯตีเมืองจันท์ ตามด้วยยุทธศาสตร์สงคราม 9 ทัพเผด็จศึกพม่าที่ด่านเจดีย์ 3 องค์ เร้าด้วยการระดมขนเรือยางจากสันติอโศกมาลอยลำในคลองผดุงกรุงเกษมเพื่อบุกทั้งทางน้ำและทางบก

ฮึกเหิมกันยกใหญ่แต่ก็ว่าไม่ได้ ในเมื่อเขาปั่นกระแสกันไว้แล้วว่าเป็น “สงครามกู้ชาติ” ก็ต้องเล่นกันให้สมบทสมบาท เร้าสถานการณ์ให้สมจริง

ปลุกแนวร่วมให้ “อิน” ไปกับบททวงคืนแผ่นดิน

เดิมพันสุดสายป่าน ทิ้งทวนครั้งสุดท้ายก่อนหมดปัจจัย มีอะไรก็ต้องใส่หมดหน้าตัก

และก็ไม่น่าแปลกใจกับฉากการจัดทัพสู้รบของม็อบพันธมิตรฯที่ออกมา เพราะล่าสุด พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แกนนำทหาร จปร.7 ยอมรับเองว่า มีนายทหาร จปร.7 บางส่วนเข้าร่วมการชุมนุมของม็อบพันธมิตรฯ แต่ทั้งหมดเป็นพวกที่ยึดหลักสันติอหิงสา

สรุปว่า มีทีมช่วย “มหาจำลอง” พล.ต.จำลอง ศรีเมือง วางเกม

เป็นทีม จปร.7 ชุดเดียวกับที่เคยปักหลักรบกับ “บิ๊กสุ” พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ลากเกมจนเกิดเหตุพฤษภาทมิฬ

ฝากผลงานประจักษ์มาแล้ว

และก็เป็นตัวละครหน้าเดิมๆที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ม็อบพลิกบ้านพลิกเมือง ได้จังหวะโผล่มาตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเล่นบทถือหางม็อบพันธมิตรฯ วิเคราะห์การชุมนุมมีแนวโน้มที่จะถึงขั้นแตกหัก

หากรัฐบาลยังคงไม่ออกมาแสดงความชัดเจนและพูดคุยกัน

ฟันธงแบบไม่กั๊ก “บิ๊กจิ๋ว” บอกว่า เหลือเพียงการปฏิวัติเท่านั้น จึงจะสามารถยุติปัญหาความรุนแรง และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้

แต่ก็มีติดติ่งห้อยท้าย “บิ๊กจิ๋ว” เสนอทางออกให้รัฐบาลในการยุติปัญหาทั้งหมด 3 ข้อ คือ การยุบสภา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลาออก เพื่อให้พรรคฝ่ายค้านจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือพรรคฝ่ายค้านรวมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจัดตั้งรัฐบาล

ชงแผนพลิกขั้วกันเลย

โดยกระบวนท่าที่ต้องจับทางกันให้ดี “พ่อใหญ่” รับมุกใครมา

แต่โดยท่าทางยังนิ่งอยู่ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังคงปฏิบัติภารกิจปกติ โดยในช่วงเช้าของวันที่ 20 มิถุนายน ได้เดินทางไปประชุมเตรียมการประชุมสุดยอด

อาเซียนที่กระทรวงการต่างประเทศ ทักทายรัฐมนตรีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

สะกดร่องรอยของความกังวล

แต่ที่ไม่สามารถกลบได้ ผลเสียหายที่เกิดขึ้นเต็มๆกับภาพลักษณ์ ของทำเนียบรัฐบาล ตกอยู่ในสภาพร้างชั่วคราว

บรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ข้าราชการมาทำงานกันอย่างบางตาโดยมีข้าราชการขอลาหยุดงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนก็เดินทางมาเซ็นชื่อเข้าทำงาน แล้วเดินทางกลับบ้านทันที โดยเฉพาะยิ่งใกล้เวลา 12.00 น. แทบจะไม่มีข้าราชการเหลืออยู่ในทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ความปลอดภัยในทำเนียบฯ

และไม่ต้องพูดถึงนายกฯและรัฐมนตรี ไม่มีใครเดินทางเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลแม้แต่คนเดียว

ม็อบเคลื่อนขบวนรุกถึงที่หมาย

ยึดสัญลักษณ์ศูนย์กลางบริหาร แสดงพลังอำนาจเหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ก็เหลือแค่ “วัดใจ” ใครจะอึดกว่ากัน

เพราะโดยอาการนิ่งสยบความเคลื่อนไหวของ “ลุงหมัก” ก็ต่อสายกับทหาร ซุ่มเกาะติดสถานการณ์อยู่ที่กองบัญชาการกองทัพไทยในฐานะ รมว.กลาโหม

พร้อมออกคำสั่งได้ตลอดเวลา

แต่ที่ไม่ชัวร์ว่า ตั้งใจจะปล่อยออกมากู้สถานการณ์หรือแค่เกม กับเงื่อนไขล่าสุดที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ อ้างข้อเสนอของวอร์รูมพรรคพลังประชาชน

เสนอทางออกโดยให้พรรคประชาธิปัตย์ไปประสานกับม็อบพันธมิตรฯให้หยุดเคลื่อนไหว และพรรคพลังประชาชนจะเข้าชื่อให้เปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่ออภิปรายทั่วไป

โดยจะไปคุยกับนายกรัฐมนตรีให้ เนื่องจากรัฐบาลสามารถชี้แจงได้ อยู่แล้ว และต้องการให้เกิดความสงบเกิดขึ้นโดยใช้เวทีสภา

แต่ข้อแม้ก็คือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องหยุดเคลื่อนไหว

ผลักประชาธิปัตย์ไปอยู่กับม็อบเนียนเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน