WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, June 28, 2008

ได้ “ค้าน” กันยาว...ก็คราวนี้

คอลัมน์ : รายงานพิเศษ

ช่างเป็น “ตัว” และ “เงา” ที่ทาบสนิทแนบแน่น ดูรักกันแน่นแฟ้นเสียจริง...

เปล่า...ไม่ได้หมายถึงฝ่ายค้าน ที่ประกาศตัวเป็น “รัฐบาลเงา” ตามติด “รัฐบาลหมัก”

แต่ดันเป็น “พันธมิตรฯ” กับ “ประชาธิปัตย์” ที่เหมือนกันจนไม่รู้ว่าตกลงใครเป็นตัว ใครเป็นเงากันแน่

ไม่ใช่แค่เพราะมี ส.ส. อดีต ส.ส. ผู้สมัคร ส.ส. (สอบตก) ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียงหน้าไปทำผลุบโผล่ เปิดเผย กันอยู่ในม็อบพันธมิตรฯ หากแต่ “ประเด็น” ที่นำมาโจมตีรัฐบาล ก็เหมือนถอดกันมาเป๊ะๆ จะมีก็แต่ “โมเดลการเมืองใหม่” แนวคิดล่าสุดของพันธมิตรฯ ที่รังเกียจการเลือกตั้งนี่ล่ะมั้ง ที่อาจทำให้ประชาธิปัตย์กลืนไม่ลงอยู่สักหน่อย

แต่นอกนั้น...ก็ “สำเนาถูกต้อง” ทั้งสิ้น

และที่สุดของที่สุดเวลานี้ ต้องเรื่อง “เขาพระวิหาร” แบ่งงานยั่วยุมวลชนด้วยกระแส “คลั่งชาติ” กันทั้งนอกและในสภา

ออกจากปากพันธมิตรฯ มายังไม่ค่อยเท่าไร เพราะขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องเล่นสกปรกน่ารังเกียจ แต่นี่ดันมีผู้ทรงเกียรติอย่าง “ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” ผสมโรงกับเขาด้วย...จะไปกันใหญ่

ตั้งแต่ปี 2505 ที่ศาลโลกตัดสินให้เขาพระวิหารเป็นพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา ก็ปามากว่า 46 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ประชาธิปัตย์ก็เคยได้เป็นรัฐบาลมาแล้วหลายหน แต่คนอะไรความรู้สึกช้า จึงเพิ่งมาเต้นเอาตอนนี้

และเพราะเพิ่งมาสำแดงความหวงแหนกันตอนนี้ ใครต่อใครเขาจึงมองว่า นี่เป็นแค่ “เกมการเมือง” มากกว่าเรื่องอื่นที่อ้างมา

และเพราะมัวแต่หวังผลทางการเมืองจนหน้ามืด จึงสร้างประเด็น “ชาตินิยม” ที่จะกลายเป็นความ “คลั่งชาติ” ที่มีแต่ความรุนแรงเลวร้าย เล่นการเมืองภายในจนไม่คำนึงสักนิดว่าจะถูกขยายเป็นรอยร้าวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ซึ่งถ้าถึงเวลานั้น ความเสียหายจะมากเกินกว่าที่ฝ่ายค้านหรือพันธมิตรฯ หน้าไหน จะแสดงรับผิดชอบต่อประเทศชาติได้

มวลชนบางกลุ่มก็ช่างกระไร ไม่ลืมหูลืมตาว่านี่เขากำลัง “เล่นการเมือง” กันอยู่ เพียงถูกเป่าหูเบาๆ ว่า รัฐบาลขายชาติ ก็บ้าจี้ลุกขึ้นมาใส่ฟืนใส่ไฟกันยกใหญ่ ทั้งที่ความรู้ความเข้าใจในการเมืองมีแค่หางอึ่ง

แห่กันไปประท้วงถึงที่ จนกัมพูชาต้องสั่งปิด พ่อค้าแม่ค้าทั้งเราและเขาขาดแคลนรายได้ หวุดหวิดจะตีหัวกันก็คราวนั้น

มวลชนใครจัดตั้งมาก็รับผิดชอบกันให้ดีด้วย

แต่อย่าลืมว่า ถึงที่สุดคนที่จะ “ซวย” คือคนที่ยืนอยู่ในที่แจ้งอย่าง “ฝ่ายค้าน” ยิ่งประกาศปาวๆ ว่าจะทวงคืนเขาพระวิหาร...ป่านนี้กัมพูชาเขาจำชื่อจำหน้าไปกี่คนแล้วไม่รู้

จำไปเผื่อว่าต่อไปไอ้ฝ่ายค้านพรรคนี้ได้จัดตั้งเป็นรัฐบาล จะได้เตรียมรับมือในทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูก และถ้าประชาธิปัตย์จับพลัดจับผลูได้เป็นรัฐบาลสมใจจริง ก็คงต้องเคลียร์กับเขายาวล่ะคราวนั้น...

เว้นแต่ทางเดียวที่ไม่ต้องปวดหัวเรื่องการดำเนินนโยบายความสัมพันธ์ อีกทั้งยังเรียกร้องทวงคืนได้เรื่อยๆ โดยไม่กระทบกระเทือนมิตรประเทศ

นั่นคือ ประชาธิปัตย์ก็ต้องเป็นฝ่ายค้านไปเลยตลอดกาล

ท่าจะดี...



รุมกระหน่ำฝ่ายค้านอภิปรายไร้แก่นสาร

คอลัมน์ : รายงานพิเศษ

การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของพรรคฝ่ายค้าน ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่หนักแน่นของข้อมูล ไม่สมราคาที่มีการโอ้อวดไว้ก่อนหน้านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นเพียงการกล่าวถึงเรื่องเก่า พยายามหาเรื่องพาดพิงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่เห็นว่ารัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ที่บริหารราชการแผ่นดินมา 4 เดือน มีข้อผิดพลาดบกพร่องอย่างไรแน่

โดยนอกเหนือจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน นักวิชาการ และผู้สนใจติดตามการอภิปรายโดยทั่วไปแล้ว ชาวเว็บทั้งหลายก็มีการโพสต์ข้อความกันอย่างคึกคัก

ที่ www.pantip.com ห้องราชดำเนิน ของคอการเมือง มีการโพสต์ข้อความไว้หลากหลาย อาทิ

คุณ electrica “นี่เขาอภิปรายกันแบบไม่กำหนดเวลาผู้อภิปรายเลยหรือครับ ใจกว้างอย่างนี้ ปชป. ก็ยิ้มสิครับ พูดถ่วงเวลาไปเรื่อย กวนอารมณ์ ส.ส. รัฐบาลเล่น ทำไมไม่ให้ฝ่ายค้านพูด 1ชั่วโมง/คน รมต. ตอบ 15 นาที ตอนจบ 1 ชั่วโมง เดี๋ยว ปชป. ก็หาเรื่องถ่วงไปอีกวันหรอก"

คุณ homeshop “ยิ่งเขาพูดช้าเท่าไรก็ยิ่งอภิปรายรัฐมนตรีได้น้อยคนเท่านั้นแหละครับ ผมว่ามันจะเป็นการถ่วงเวลาพวกเดียวกันเองมากกว่า”

คุณ electrica “ผมไม่ห่วงการตอบของ รมต. เลยรู้สึกว่าตอบได้ดีทุกคนแต่ผู้ทำหน้าที่ประท้วง-จับประเด็นไม่แม่น น่าจะให้เพื่อน ส.ส. ช่วยจับประเด็นให้แล้วพูด ฝ่ายค้านพูดอะไรต้องจดไว้เป๊ะๆ ไม่งั้นเข้าทางฝ่ายค้านหมด ต้องยืดเวลาให้เขาวันหนึ่งแล้ว”

คุณ manophat “ดู ปชป. แล้วสมเพช ไม่รู้ว่าช้าไปหรือเปล่า แต่เมื่อได้ดูหมอผู้หญิงท่านหนึ่ง ได้อภิปรายถึงลุงสมัครในสภาแล้วเห็นผู้หญิงคนนี้แล้วอดสมเพชไม่ได้ที่เห็นเธอนั่งหัวเราะ ขณะที่ลุงสมัครชี้แจง พวก ปชป. รักประเทศจริงหรือเปล่า จิตใจทำด้วยอะไร ที่ประชาชนเลือกเข้ามาแล้วมาทำเช่นนี้แทนที่จะร่วมมือแก้ไขกู้สถานการณ์แต่กลับสร้างสถานการณ์เอาเอง ยิ่งเห็นหมอผู้หญิงคนดังกล่าวแล้วอดสมเพชไม่ได้ที่มีน้ำยาแค่นี้ในการบริหารประเทศ ขอให้ ปชป. โดน...เสียทีเถิดรวมถึงพวกพันธมิตรฯ ที่แอบอ้างสถาบัน และหลอกลวงคนให้กู้ชาติ ชาติเราพังแน่ถ้าให้พวก ปชป. กับพันธมตรฯ กู้"

คุณสุขชัย “สงสารเหมือนกัน แต่หญิงวัยนี้ถ้าฮอร์โมนผิดปกติ ก็จะแสดงออกลักษณะนี้ สงสารเธอและญาติมิตรของเธอ”

คุณ sangoop “หลังจากพันธมิตรเพื่อประชาธิปัตย์ประกาศจะเพิ่มมาตรการการกดดัน คราวนี้คงเตรียมโจมตีศาสนาอื่นแน่ หลังจากดำเนินการอ้างพระมหากษัตริย์ และชาติ มาเป็นที่เรียบร้อย ก็คงเหลือเรื่องศาสนาแล้วแหละ ดูซิจะเอาเรื่องอะไรมาอีก

คุณ manophat “เขาก็บอกว่าผมว่าขว้างงูไม่พ้นคอนะ เพราะที่ร่วมอยู่ด้วย สันติอโศกน่ะก็เป็นการทำลายศาสนาทางอ้อมเช่นกัน ไอ้พธม.มันมาจากนรกมันน่ะแหละที่เหยียบย่ำศาสนาพุทธ”

คุณ Country Club “ถ้ามาร์คเป็นนายกฯ ประชาธิปัตย์จะต้องกตัญญูพวกพันธมิตรฯ ยังไง มาร์คบอกว่า นายกฯ สมัครกตัญญูต่อนายกฯ ทักษิณ เลยอยากรู้ว่า ถ้ามาร์คเป็นนายกฯ ก็ต้องกตัญญูต่อแก๊งพันธมิตรฯ ข้างถนนพวกนั้นด้วยนะสิ แหม...เสียดายจริงๆ นายกฯ สมัครน่าจะโต้มาร์คออกไปแบบนี้ คุณๆ คิดว่ามาร์คและประชาธิปัตย์จะกตัญญูกันแบบไหนเอ่ย”

คุณนักเลงโบราณ “เชื่อได้ว่ามาร์คจะเนรคุณพันธมิตรฯ แน่นอน...เพราะที่เห็นตอนนี้ ก็ออกมาปฏิเสธความร่วมมือกันต่อสาธารณะแล้ว คนพรรคนี้เคยกตัญญูใครบ้างครับ?”

คุณวัวน้อยคอยรัก “พรรคฝ่ายค้านอยู่ในภาวะโดนผีทักษิณหลอกหลอน ไม่รู้ว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ สมัคร หรือนายกฯ ทักษิณ กันแน่ พยายามจะเอาเรื่องไม่เกี่ยว มาเกี่ยวให้ได้ คงจะเก็บกดมากเกินไป ที่ไม่สามารถอภิปรายในสมัยนายกฯทักษิณได้ เอาเรื่องหยุมหยิมมาเล่นลุงหมัก ก็เลยโดนลุงหมักตอกหน้าหงายไปหลายคน หมัดเด็ดที่ผู้นำฝ่ายค้านบอก จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็น เห็นแต่หมัด เห็บ หมัดเนรคุณ หมัดขนมเค้ก หมัดน้ำแดง หมัดอายครับ ฯลฯ ไร้สาระจริงๆ คงต้องปล่อยให้เป็นฝ่ายค้านไปอีกหลายสมัย เพราะผมคิดว่า ฝ่ายค้านสอบตก ขนาดเป็นฝ่ายค้านยังสอบตก แล้วจะไปเป็นรัฐบาลไหวหรือ มุกแป้ก กิ๊วๆ”

คุณเฒ่าวัย 56 “ปชป. ตั้งใจอภิปรายรัฐบาลเก่าๆ ครับ เช่น จอมพลสฤษดิ์ และ พ.ต.ท. ทักษิณ อ้อ แล้วก็เอาหมอเข้ามาดูอาการของท่านสมัคร-ตรวจโรคและวินิจฉัยโรคโดยการดูว่ากินน้ำแดงกับเค้ก”

คุณสุขชัย “เห็นด้วย...รัฐบาลนี้ไม่อภิปราย ไปอภิปรายรัฐบาลถนอม ทักษิณโน่น ยังมึนไม่หายหรือไง สมควรแล้วแหละที่ประชาชนไม่เลือกมาบริหารประเทศ"

คุณแมงง้องแง้ง (woraphan) “ไม่รู้จะเล่นอะไร งัดเอาหนังสือลุงหมักที่เขียนเมื่อ 30 ปีที่เเล้วมาโจมตี ขี้เดียดมันจริงๆ เลย”

ในขณะที่ www.prachatai.com ก็มีคนเข้าไปโพสต์กันหลากหลายความคิดเห็นเช่นกัน

คุณคนไทยคนที่ 2 “ต้องบอกว่า ดีใจ ที่ประชาไทเอามาลง สาธุชนที่ได้ฟังมาร์ค ม.7 พูดแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ศรีธนญชัยไหม มีแต่น้ำท่วมทุ่ง และบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพราะดันพูดแมวๆ ออกมาได้ว่า ศาลโลกตัดสินให้เขมรได้ตัวปราสาทเขาพระวิหาร ไม่ได้ตัดสินเรื่องที่ไอ้การพูดที่เน่าๆ หลอกลวงประชาชน ยุยงประชาชนเช่นนี้มันรายำไหมสาธุชน มันมีด้วยหรือที่ดันผ่าตัดสินให้แต่ตัวสิ่งก่อสร้างแต่ที่ดินไม่ให้ ถามว่ากฎหมายบ้านไหนหรือที่ศรีธนญชัยแบบนี้

ตัวปราสาทเขาพระวิหารมันลอยกลางอากาศหรือ เหมือนกับพูด...ๆ อย่างเพลงที่ไวพจน์ร้องในเพลงแบ่งสมบัติ ว่าให้ยกที่นาเอาไปได้ แต่ต้องให้ต้นข้าวตั้งไว้ ซึ่งมันเป็นไปได้หรือ ศาลโลก เขาตัดสินชัดเจนว่าให้ไทยต้องคืนเขาพระวิหารให้กับเขมร นั่นย่อมหมายถึงที่ตั้งของตัวปราสาทด้วย

ส่วนบริเวณที่ทับซ้อนกันอยู่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิเหนือนั้น (ซึ่งมีอยู่ราว 4.6 ตารางกิโลเมตร) ศาลโลกไม่ได้ตัดสิน เพราะต้องการให้ไทยเขมรไปตกลงกันให้ได้เสียก่อน พูดง่ายๆ ศาลโลกยังอุตส่าห์ไม่หาญน้ำใจประเทศไทย แต่จากผลนี้เองมันเลยมีลูกติดพันมาจนถึงยุคนี้ที่พวกชั่วเอาเรื่องเขาพระวิหารมาเล่นกันทางการเมือง

หากเกิดสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา มาร์ค ม.7 และพรรคแมลงสาบเน่าประชาวิบัติต้องรับผิดชอบ จะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ไอ้เรื่อง ปตท. และน้ำมันนี่ก็เหมือนกัน มาร์ค ม.7 …พูดอย่างกับว่าฉลาดเสียเต็มประดา ทั้งๆ ที่...ไบซันดีๆ นี่เอง ไม่กล้าด่าแขกโอเปกที่เป็นตัวการตัวจริง แต่หันมาด่ารัฐบาล มาด่า ปตท. ว่าทำไมถึงกำไรมากจัดเป็นแสนล้านบาท แล้วทำไมไม่เอากำไรมาลดราคาน้ำมันให้กับประชาชน

ไอ้พวก...แมลงสาบเน่าประชาวิบัติ นี่แกล้งทำความจำสั้น ไม่ใช่พวก...ดอกหรือ ที่ออกมาก่นด่ารัฐบาลว่าทำไมรัฐบาลไม่ปล่อยให้น้ำมันลอยตัว ประชาชนจะได้รู้จักประหยัด พอรัฐบาลปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว น้ำมันมันก็แพงขึ้นตามราคาโหดที่แขกโอเปกขาย ไอ้พรรคแมลงสาบเน่าประชาวิบัติ หันไปด่ารัฐบาลว่าทำไมไม่คุมราคาน้ำมัน ต้องบอกว่า...บิดามารดา...เขาไม่ทำตามก็ด่า พอทำตามที่บอกก็ด่า ไอ้แบบนี้มันเลว.....ขี้เรื้อนไหม ปตท. ไม่ใช่มีแค่รัฐบาลถือหุ้น ประชาชนคนทั่วไปก็ถือหุ้นกันเยอะ พอหุ้นราคาร่วงลงพื้นแบบสมัยชวนชั่ว 2 แห่งพรรคแมลงสาบเน่าประชาวิบัติที่คนเจ๊งหุ้นจนหมดตูด

ไอ้...พรรคแมลงสาบเน่าประชาวิบัติออกมารับผิดชอบไหม ไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้คนที่ลงทุนไปฆ่าตัวตาย ฆ่าล้างครอบครัว ส่วนพวกมันลอยตัวหนีปัญหา ทำไม่รู้ไม่เห็น ไอ้อย่างนี้ เลวไหมสาธุชน ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่เลว แต่เป็นไอ้ชั่วเลยทีเดียว ไอ้...แมลงสาบเน่าประชาวิบัติ มันไม่รู้หรอกว่า การทำงานของบริษัท เขาต้องแข่งขันกันอย่างไร เขาจะมาคอร์รัปชั่น มันคงไม่ได้ ภาษีก็ต้องเสียหนัก แถมวันร้ายคืนร้ายพวกเอ็นจีโอเน่าก็มาก่อม็อบทำลายบริษัทเสียทีหนึ่ง

มันไม่เหมือนรัฐวิสาหกิจ ที่รัฐวิสาหกิจเจ๊ง แต่คนที่ทำงานในรัฐวิสาหกิจรวย แล้วประชาชนต้องไปใช้หนี้ให้แทน แถมวันร้ายคืนร้ายก็ก่อม็อบเดินขบวนจับประชาชนไปเป็นตัวประกัน

ทำไม มาร์ค ม.7 ไม่ยกตัวอย่าง ขสมก. บ้างเล่า ที่ทิ้งหนี้เอาไว้เกือบจะถึงแสนล้านบาทแล้ว หรืออย่างรัฐวิสาหกิจรถไฟ ที่ก็ซึ่งเจ๊งมันชนิดอมตะนิรันดร์กาล แถมยังรับบริจาคเลือดคนโดยสารเป็นของชำร่วย ทำไม มาร์ค ม.7 ไม่อ้างบ้างเล่า ไอ้การพูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่นนี่...ที่เน่าๆ อย่างนี้เมื่อไรมันจะหมดไปจากพรรคแมลงสาบเน่าประชาวิบัติเสียที

คุณปรับปรุงด่วน “ผมดูการอภิปรายอยู่ถึงจะไม่ตลอด บอกได้ว่าฝ่ายค้านสอบตก ข้อมูลที่มีส่วนใหญ่เอามาจากสื่อมวลชนหรือไม่ก็หนังสือพิมพ์ ผมว่าถ้าฝ่ายค้านทำได้แค่นี้ สู้เอาสื่อมวลชนมาทำหน้าที่แทน ส.ส.ฝ่ายค้านดีกว่า อีกอย่างถ้ายังเล่นการเมืองแบบเก่าไม่พัฒนาแบบนี้ อย่างหวังเป็นรัฐบาลเลยครับ แค่เป็นฝ่ายค้านก็ไม่รู้จะมีประสิทธิภาพหรือเปล่า

ส่วน คุณคนใต้ บอกว่า "ปชป. คุยไว้มากว่ามีทีเด็ด เอาเข้าจริงแล้วสอบไม่ผ่านครับ ชื่นชมคนที่อภิปรายดีที่สุดเป็นแบบอย่างที่ดีคือ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ห่วย....ไม่.... คือ เทพไท เสนพงศ์ นิพิฐ อินทรสมบัติ"

คุณเหน่ง “คนหลักๆ ของรัฐบาลที่ทำงานบริหารประเทศมีอยู่ไม่กี่คนก็จริง แต่เขาทำงานหนักมาก ไม่โอ้อวดด้วย สุภาพด้วย (เสียดาย 111) เมื่อวานฟัง ปชป. แล้วหงุดหงิดสุดๆ บิดเบือนมันทุกเรื่อง โวหารคารมงี้ ฟังแล้วเกือบซาบซึ้ง นายพิเชษฐ์พูดได้ไพเราะมาก สมแล้วที่ ปชป. เลี้ยงไว้กัด แต่ข้อมูลไม่มีอะไร ส่วนนายกรณ์พูดแต่ด้านที่พอจะอัดหมอเลี้ยบได้ พูดข้อมูลแบบกั๊กๆ ไม่บอกให้หมด คุณกรณ์พูดจาเหน็บไม่เกรงใจหมอเลี้ยบแบบนี้ ผมเกลียดมาก

นิสัย ปชป. เลยบอกว่างานของหมอเลี้ยบมีแต่ช่วยคนรวย ไม่มีช่วยคนจน แล้วที่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนี่ ทำไมไม่พูด (พูดแต่ขึ้นเงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย) ส่วนการที่ช่วยเรื่องลดหย่อนภาษี SME น่ะ เป็นการช่วยเจ้าของกิจการก็จริง ดูผิวเผินเหมือนแป็นการช่วยคนมีอันจะกิน แต่ความจริงคือแรงงานจำนวนมากที่สุด

ทำอยู่กับ SME ไม่ใช่บริษัทใหญ่ๆ ฉะนั้นถ้า SME ไปรอด คนว่างงานจะน้อยลง และส่งผลด้านสังคมด้วยคือ อาชญากรรมน้อยลง ทำไมกรณ์ไม่พูด กลัวเขาจะได้ดีเหรอ ส่วนตัวเลข GDP น่ะ สาระไม่มี แค่การจ้องจับผิดคำพูดของหมอเลี้ยบ การจับผิดแค่นี้ก็เอามาโจมตีท่านแล้วว่า ไม่รู้จักโครงสร้างเศรษฐกิจผมพยายามตรวจสอบข้อมูล (ที่ค่อนข้างวัดได้ เป็นสากล)

โดยเอาข้อมูลจากต่างประเทศ มาประมาณคร่าวๆ (แน่นอนอาจไม่ 100% แต่ค่อนข้างตรง) และเป็นกลาง ผมว่าหมอเลี้ยบไม่ได้พูดผิดอะไรเรื่อง GDP นอกจากนายกรณ์ผู้ซึ่งไม่ค่อยเข้าใจอะไร ไปเปิดตำราบางเล่มและอาศัยจับแพะชนแกะ และบันทึกการทำงานของรัฐบาลทุกฝีก้าว เขาก็พูดโพล่งออกมาเรื่อง GDP เรื่องเดียวก็สรุปได้แล้วว่าหมอเลี้ยบไม่เหมาะสมที่จะเป็น รมว.คลังอีกต่อไป

สุดยอดเลย นายกล้ามาก ผมไม่รู้เรื่อง GDP นะ แต่บอกได้เลยมันไม่สลักสำคัญอะไร และก็ไม่สร้างสรรค์ด้วย ปีที่แล้ว GDP ประเทศไทยประมาณ 206,000 USD แบ่งเป็น sector การส่งออกซะ 123,500 USD หรือ 60% (หมอเลี้ยบเคยบอกมากกว่า 70% นายกรณ์บอกว่าแค่ 10%) ไม่รู้ใครโกหกกันแน่"

ทางด้านเว็บ MThai

คุณยาย “ขอบคุณการทำงานของฝ่ายค้าน ได้ฟังการประชุมรัฐสภา 2 วัน ฝ่ายค้านทำหน้าที่ขุดคุ้ยได้ดีและรัฐบาลก็ตอบได้กระจ่างและเข้าใจ โดยเฉพาะคุณนพดล จึงคิดว่าฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายโดยเฉพาะ การทำงานของฝ่ายค้าน และขอบคุณคน กทม. ที่เลือก ปชป. เป็นฝ่ายค้านซึ่งเหมาะสมที่จะเป็นฝ่ายค้านและรัฐบาลเงาอย่างแท้จริง สมัยหน้าเราจะเลือกให้ท่านกลับมาเป็นฝ่ายค้านเพื่อทำงานตรวจสอบรัฐบาลซึ่งเหมาะสมกับพรรคท่าน และทำได้ดี”

คุณ dv “ปชป. เก่งแต่ตอนเป็นฝ่ายค้านแหละ อะไรๆก็รู้ดีไปหมด แต่ตอนเป็นรัฐบาล 60 กว่าปี ไม่เคยฉลาดอะไรเลย ทำอะไรก็เจ๊งหมด ขาดทุนหมด เหมือนเป็นมือสมัครเล่น IMF คืออะไรยังไม่เข้าใจเลย"

คุณ dd “ปชป. กับพันธมิตรฯ รู้ดีไปหมด ทำไมไม่ไปฝ้องศาลโลก ทำไมมา...เฉยๆ ต้องโทษ ปชป. ปชป. เก็บคนละ 1 บาทเข้ากระเป๋าใครไม่รู้ทำให้เสียเขาพระวิหาร

คุณ -*- “เมื่อปี 2504 ที่คนไทยทั้งประเทศบริจาคเงินคนละ 1 บาท เพื่อเป็นทุน ใช้จ่ายเพื่อสู้คดีเขาพระวิหาร นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ทนายเขาพระวิหารไม่ได้รับเงินสักบาท พูดอย่างนี้จริงๆ ส.ส. ที่มีหนวดพลังประชาชนว่า ผมเนี่ยก็เป็นคนบริจาคเงิน 1 บาทในสมัยนั้น ตอนนั้นผมยังเด็ก ผมยังจำได้เลยว่า เอาเงิน 1 บาทบริจาคไปสู้คดีเขาพระวิหาร อภิสิทธิ์หน้าซีดเลย แล้วก็กลับกลอกไปมา...สุดยอดจริงๆ คนคนนี้

ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความรู้สึกของคนบางกลุ่ม และเพียงบางส่วนของสังคมไทยที่มีโอกาสได้ฟังการอภิปรายของฝ่ายค้าน ที่ต่างก็ตั้งความหวังว่าการร้อนรนเปิดอภิปรายรัฐบาลทั้งๆ ที่ทำงานได้เพียง 4 เดือน จะต้องมีเรื่องราวที่เป็นหมัดเด็ด แต่ก็ต้องอกหักผิดหวังกันเป็นแถว

คงเหมือนหนึ่งความเห็นบนเว็บไซต์...ว่า แม้แต่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านก็ยังสอบตก แล้วจะมาคิดอ่านอยากจะเป็นรัฐบาลได้อย่างไรกัน

“นักกิจกรรม-นักสหภาพแรงงาน-นักศึกษา” ประณามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

คอลัมน์ : ฮอตสกู๊ป

กลุ่มนักกิจกรรม-นักสหภาพแรงงาน-นักศึกษา ที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งทำงานเพื่อสังคม ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และข้อเสนอที่ถอยหลังเข้าคลองของพันธมิตรฯ รวมทั้งกำลังดำเนินการเผยแพร่เพื่อให้ผู้ที่เห็นด้วยลงลายมือชื่อสนับสนุนแถลงการณ์ด้วย ความดังนี้

“ผู้มีรายชื่อแนบท้าย ขอประณามแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการสร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นในสังคม และไม่ดำเนินการไปตามครรลองของประชาธิปไตย

ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มีการจัดชุมนุมขึ้นที่สะพานมัฆวานฯ และปัจจุบันชุมนุมที่หน้าตึกทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของ นายสมัคร สุนทรเวช ลาออก แม้ว่าผู้ลงนามตอนท้ายจะสนับสนุนสิทธิในการที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะสามารถชุมนุมภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศทางด้านสิทธิมนุษยชน แต่ผู้ลงนามมีข้อสังเกตดังนี้

1.พันธมิตรฯ ได้มีการสร้างกระแสความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะต่อกรณีเขาพระวิหาร และการใช้วาทกรรม “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ซึ่งเป็นวาทกรรมชาตินิยม ที่ได้มีการใช้ในช่วงการเข่นฆ่าผู้นำ นักศึกษา ประชาชน ในช่วงปลายทศวรรษ 2510 และในการฆาตกรรมหมู่นักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ก็แอบอ้าง “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”

การนำเสนอให้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มาจากการแต่งตั้งร้อยละ 70 และเลือกตั้งร้อยละ 30 โดย นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นข้อเสนอที่ “ถอยหลังเข้าคลอง” ขัดกับหลักการประชาธิปไตยแบบตัวแทน และเป็นการเปิดทางให้กับคณะรัฐประหาร และฉีกรัฐธรรมนูญอีกครั้ง

ดังนั้น ผู้ลงนามข้างใต้ขอแสดงจุดยืนดังนี้

1.เราขอประณามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะ นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นตัวแทนของภาคประชาชน เราขอแสดงทรรศนะว่า การกระทำที่ผ่านมาของบุคคล 4 คนนี้ ได้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาเหล่านี้มิได้มีจุดยืนเพื่อประชาชนอีกแล้ว

2.เราขอเรียกร้องให้มีการหยุดการปลุกปั่นการสร้างลัทธิชาตินิยม การใช้วาทกรรมชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มาเป็นเครื่องมือในการทำลายฝ่ายตรงข้าม

3.พันธมิตรฯ ต้องยุติการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดโดยไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการพาดพิงบุคคลบนเวทีพันธมิตรฯ รวมถึงการใช้คำหยาบ อารมณ์ เพื่อการสร้างความเกลียดแค้นบนเวที

4.พันธมิตรฯ ต้องยุติการเสนอแนวความคิดให้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การสร้างความชอบธรรมที่นำไปสู่การรัฐประหารทุกรูปแบบ เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

ขวัญระวี วังอุดม นักกิจกรรมทางด้านสิทธิมนุษยชน
ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ ชมรมนักกิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง
รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นุ่มนวล ยัพราช โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
ศุษม อรรถวิภาคไพศาลย์ พนักงานบริษัทการบินไทย
ภาณินี บุญเลิศ นักศึกษาปริญญาโท University of Southern California
สุรดา จุนทะสุต นักศึกษาปริญญาโท University of Southern California
สมพจน์ ศุพุทธมงคล นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
ศิริภาส ยมจินดา นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
โสฬสสา มีสมปลื้ม นักศึกษาปริญญาโท สตรีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์
เอกฤทธิ์ พนเจริญสวัสดิ์ นักศึกษาปริญญาเอก Tulsa University
พรพิมล สันทัดอนุวัตร สถาบันต้นกล้า
พงษ์เลิศ พงษ์วนานต์ นักแปลอิสระ
ศรายุธ ตั้งประเสริฐ นักกิจกรรมทางสังคม
นีรนุช เนียมทรัพย์ นักกิจกรรมทางสังคม
พิชิต พิทักษ์ นักกิจกรรมทางสังคม
กิติภูมิ จุฑาสมิต นักกิจกรรมทางสังคม
อุเชนทร์ เชียงเสน นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
สมบัติ บุญงามอนงค์ มูลนิธิกระจกเงา
พงษ์สุวรรณ สิทธิเสนา เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
ภูมิวัฒน์ นุกิจ นักธุรกิจและนักลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม ฯลฯ



ศาลแพ่งนัดชี้ขาด 30 มิ.ย.นี้ กรรีนร.ราชวินิตฯจี้พันธมารยุติชุมนุม เปิดถนน!

สุดทน!พฤติกรรมม็อบพันธมาร หยาบคาย เสียงดัง คณะอาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครองโรงเรียนราชวินิตมัธยม ร่วมกันเข้าชื่อร้องศาลแพ่งให้คุ้มครองชั่วคราว จี้ 5 แกนนำม็อบพันธมาร ย้ายที่ชุมนุม หยุดสร้างความเดือดร้อน

จากกรณีที่กลุ่มอาจารย์นักเรียน และผู้ปกครองโรงเรียนราชวินิตมัธยม ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ต่อพลตรีจำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 6 คน กรณีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดถนนพระราม 5 บริเวณแยกเบญจมบพิตร ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกนางเลิ้งจนถึงแยกพาณิชยการ

โดยนายธนชาติ ธรรมโชติ หนึ่งในผู้ปกครอง บอกว่า บุตรชายตนเองที่เรียนอยู่โรงเรียนราชวินิตมัธยม ได้รับผลกระทบเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งจากการจราจรที่ติดขัด เสียงดังจากการปราศรัย และถ้อยคำหยาบคาย และรวมถึงกลิ่นเหม็นจากขยะที่มีการทิ้งกันเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ย้ายสถานที่ชุมนุม โดยคิดถึงเยาวชนของชาติเป็นหลัก ยืนยันว่าไม่มีพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลังการยื่นคำร้องต่อศาลครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีการนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 18 กันยายน เวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ กลุ่มคณะอาจารย์โรงเรียนราชวินิจ ยังได้ขอให้ทางศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้ออกคำสั่งหรือออกหมายในทันที ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดพื้นที่การจราจรบนถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก ที่เป็นถนนสาธารณะ ให้รถยนต์ทั่วไปโดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ สามารถผ่านเข้า-ออกได้ งดใช้เครื่องกระจายเสียงในช่วงเวลา 07.30 -16.30 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ พร้อมกันนี้ห้ามใช้คำปราศรัยที่หยาบคาย ให้จัดการกับขยะ และสิ่งปฏิกูลอย่างมีระบบและระเบียบ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและสมควร

ล่าสุด ศาลพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งให้เปิดห้องพิจารณาคดีที่ 417 เพื่อทำการไต่สวนฉุกเฉิน โดยนายเมธี ใจสมุทร ทนายความ นำ น.ส.วรรัตน์ ศศิติรัตน์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนราชวินิตมัธยม นางลำจวน บูรประทีป อายุ 77 ปี ผู้ปกครองของนักเรียน และ นางวรรธนันท์ พรวนต้นไทร อายุ 57 ปี อาจารย์ประจำชั้น ม.1 ขึ้นเบิกความเป็นพยาน โดยพยานทั้งสามปากเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดถนน เพื่อทำการปราศรัย ของกลุ่มพันธมิตร ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.51 ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ตามปกติ ต้องใช้การเดินเท้าระยะทางไกล เพื่อไปขึ้นรถประจำทาง รวมถึงได้รับผลกระทบจากการปราศรัยในขณะทำการเรียนการสอน จนไม่สามารถเรียนได้ตามปกติ โดยถ้อยคำที่หยาบคาย จนเด็กนักเรียนมีพฤติกรรมเลียนแบบ นำผ้าโผกหัวสีเหลืองที่เขียนอักษรว่า “กู้ชาติ” มาเล่นในโรงเรียน พร้อมพูดด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย เลียนแบบกลุ่มพันธมิตร โดยกลุ่มที่มีร่วมชุมนุมจะนอนระเกะระกะ ไม่สวมเสื้อผ้า มีขยะมูลฝอย และกลิ่นปัสสาวะ พยานทั้งสามไม่ขัดขวางที่จะมีการชุมนุม แต่ไม่อยากให้รบกวนสิทธิของผู้อื่น โดยพยานขอให้ศาลมีคำสั่งให้กลุ่มพันธมิตร เปิดพื้นที่การจราจรให้ใช้การได้ตามปกติ บริเวณถนนพิษณุโลก และถนนพะราม 5 ขอให้ย้ายการชุมนุมไปยังที่อื่น และขอไม่ให้ใช้เครื่องขยายเสียงในช่วงระหว่างที่มีการเรียนการสอน ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น ศาลเบิกทึกคำเบิกความไว้ ก่อนนัดสั่งคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินในวันที่ 30 มิ.ย. 51 เวลา 13.30 น.



“หมัก” ชี้ ตั้งเป้า 2 พันล้านหนุนเศรษฐกิจโลก ยันนั่งแท่นครบ 4 ปี

นายกฯ แจงกรอบงบประมาณประจำปี 2552 ตั้งเป้า เกือบ 2 พันล้าน พร้อมหนุนโครงการสำคัญของชาติ และกระจายอำนาจสู่รากหญ้า ด้าน “เลี๊ยบ” เผยรัฐบาลต้องทำงานครบ 4 ปี

การประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2552 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกรอบงบประมาณประจำปีว่า รัฐบาลจะคำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน สำหรับกรอบสำคัญ รัฐบาลยังคงจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะมีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดให้มีการใช้จ่ายงบประมาณ อีกทั้งสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ และจะสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นควบคู่กันไปด้วย งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ตั้งไว้ 1,835 ล้านล้านบาท

ขณะเดียวกันนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ 7 รัฐมนตรี วันนี้ว่า การอภิปรายตลอด 3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งทำงานอย่างต่อเนื่อง และจะอยู่ทำงานให้ครบ 4 ปี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีความมั่นใจ และมีกำลังใจที่จะทำงานต่อไป

นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศได้อย่างดี รัฐบาลจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนทีมงานด้านเศรษฐกิจ เพราะปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นก่อนรัฐบาล เมื่อรัฐบาลเข้ามาทำงาน ก็สามารถแก้ไขไปได้หลายปัญหา ขณะที่จะยังไม่มีการหารือเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี เพราะเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนยังทำงานได้ดี คงเหลือเพียงตำแหน่งที่ว่างอยู่เท่านั้น ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาฯ นั้นตนเชื่อว่า จะไม่เกิดเหตุรุนแรง ถ้าทุกคนดำเนินการตามกติกาของประชาธิปไตย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความเรียบร้อยได้

“บรรหาร” ชี้ ปล่อยเขมรขึ้นทะเบียนเขาวิพระวิหาร หวั่นเกิดปัญหา

หัวหน้าพรรคชาติไทย ร่วมฟังอภิปราย พร้อมชี้รัฐมนตรีบางกระทรวงชี้แจงไม่ชัดเจน และยังมั่นใจว่ามีการปรับคณะรัฐมนตรีแน่นอน วอนรัฐบาลแก้ปัญหากรณีปราสาทเขาพระวิหารให้ชัดเจนหวั่นเกิดปัญหาบริเวณพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหากันอยู่

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวภายหลังการหารือกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ รัฐมนตรีบางกระทรวงยังชี้แจงไม่ชัดเจน และเหตุผลในการอภิปรายยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าจะไม่สวนกระแสสังคมอย่างแน่นอน พร้อมขอให้รัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง

นายบรรหาร กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีการชี้แจงของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงกรณีปราสาทเขาพระวิหารนั้น พรรคร่วมรัฐบาลรู้สึกกังวล เกรงว่าหากปล่อยให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว ในอนาคตอาจเกิดปัญหาบริเวณพื้นที่ทับซ้อนที่พิพาทกันอยู่ แต่ทั้งนี้ได้ขอให้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนจากคำว่า map เป็น area chart ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับปากที่จะแก้ไขแล้ว โดยมอบหมายให้นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประสานงานให้



CNN ตีข่าว นายกฯไทย ผ่านมติไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน


สำนักข่าว CNN รายงานข่าว นายกรัฐมนตรีของไทย ผ่านมติไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านแล้ว ด้าน ประธานสภาอุตฯ ชี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่กังวลต่อการชุมนุมของพันธมิตรฯ หากยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจชะลอตัว

ช่วงเช้าวันนี้ ( 27 มิ.ย.) สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของไทย สามารถผ่านพ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (no-confidence vote) ของฝ่ายค้านมาได้แล้ว โดยผลการลงคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทยจำนวน 470 คน ปรากฏว่า นายสมัคร ได้คะแนนเสียงไว้วางใจ 280 ต่อ 162 คะแนน เช่นเดียวกันกับรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาอีก 7 คน อ

อย่างไรก็ตาม ผลการลงมติในครั้งนี้ ก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้เนื่องจาก รัฐบาลผสม 6 พรรคของนายสมัคร ซึ่งมีพรรคพลังประชาชน (People's Power Party : PPP) เป็นแกนนำเป็นฝ่ายที่ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรของไทยถึง 2 ใน 3 และถึงแม้ว่ารัฐบาลจะสามารถรอดพ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาได้ แต่ก็ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคทางการเมืองต่อไป ซึ่งรวมทั้งการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(People's Alliance for Democracy : PAD) ที่ปักหลักชุมนุมขับไล่รัฐบาลมานานนับเดือน เนื่องจากกลุ่ม PADเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นตัวแทนของ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย

ด้าน นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า จะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่มีความกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล หากยืดเยื้อและเกิดเหตุการณ์รุนแรง อาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศ


“วันชัย” จี้ 'นาม'ถอนตัวจาก ปธ.อนุฯ ไต่สวนรถดับเพลิง

“วันชัย” บุกยื่นหนังสือต่อประธาน คตส.เรียกร้องให้ลาออกจากประธานไต่สอนคดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง ชี้ เลือกปฏิบัติไม่เอาผิด อภิรักษ์

นายวันชัย จงจรูญหิรัณย์ ประธานกลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและต่อต้านการคอร์รัปชั่น พร้อมเครือข่ายรวม 3 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เพื่อให้นายนาม ลาออกจากการเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร

เนื่องจากทางกลุ่มฯ เห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติและมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างเห็นได้ชัดว่ามีแนวโน้มจะไม่เอาผิดกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ตามที่เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนไว้ก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวว่าได้มีการเอื้อประโยชน์ระหว่างผู้ถูกสอบสวนกับผู้กล่าวหา กรณีโยกย้ายบุตรชายของนายนาม ข้าราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ไปดำรงตำแหน่งในฝ่ายเทศกิจ จึงเป็นที่น่าเคลือบแคลงสงสัยในการวินิจฉัยไต่สวน จึงขอให้ถอนตัวจากการเป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง เพื่อความบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ หรืองดออกเสียงลงมติ ไม่เช่นนั้นสังคมจะเป็นผู้ตัดสินเอง อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทางกลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและต่อต้านการคอร์รัปชั่นเข้ายื่นหนังสือ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์และเตรียมพร้อมดูแลรักษาความเรียบร้อยเกือบ 10 นาย



"หมอเลี้ยบ" ชี้ต่างชาติเชื่อมั่นไทยหลังรัฐบาลสอบผ่านศึกซักฟอก

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงมติให้ความไว้วางใจ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 7 คน ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ทำให้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้งเจ็ดสามารถบริหารราชการต่อไปได้ ด้าน รมว.คลัง เชื่อมั่นต่างชาติกลับมาลงทุน

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มั่นใจว่าความเชื่อมั่นจากต่างชาติจะกลับคืนมา หลังจากที่ได้ผ่านพ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านไปแล้ว ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีทั้ง 7 คน ต่างได้รับความไว้วางใจจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรให้ปฏิบัติหน้าที่บริหารประเทศต่อไป "เมื่อต่างชาติได้เห็นการแสดงออกที่สภาฯ ซึ่งเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตย จะทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้น และทีมเศรษฐกิจจะร่วมทำงานกันต่อไป" นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนทีมงานเศรษฐกิจของตน เพราะได้มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญในขณะนี้คือเร่งแก้ไขปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ พร้อมเชื่อว่าจะไม่มีเหตุความรุนแรงจากการเมืองนอกสภาฯ เพราะตำรวจได้ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ยังไม่ได้มีการหารือกัน เพราะเห็นว่ารัฐมนตรีแต่ละคนต่างทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องหามาแทนนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ลาออกไปนั้น จะได้มีการพิจารณากันต่อไป

อย่างไรก็ดี หลังการอภิปรายวันนี้ทำให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีแต่ละคนต่างมีความมั่นใจและมีกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ขณะที่ การประชุมสภาฯ เพื่อลงมติในญัตติ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 7 คน เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ( 27 มิ.ย.) หลังจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ซึ่งเป็นฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว ใช้เวลาอภิปรายญัตติดังกล่าว ตั้งแต่บ่ายวันที่ 24 มิ.ย.จนถึงเวลา 23.59 น.ของวันที่ 26 มิ.ย.

โดยผลการลงคะแนนเสียง เป็นดังนี้ นายสมัคร ได้รับความไว้วางใจ 280 เสียง ต่อ 162 เสียง ไม่ใช้สิทธิลงคะแนน 1 เสียง , นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้รับความไว้วางใจ 279 เสียง ต่อ 161 เสียง และ งดออกเสียง 1 เสียง

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้รับความไว้วางใจ 279 เสียงต่อ 161 เสียง และ งดออกเสียง 1 เสียง , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจ 279 เสียง ต่อ 162 เสียง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม ได้รับความไว้วางใจ 280 เสียง ต่อ 162 เสียง, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม ได้รับความไว้วางใจ 279 เสียง ต่อ 162 เสียง

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม ได้รับความไว้วางใจ 280 เสียง ต่อ 162 เสียง และนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้รับความไว้วางใจ 278 เสียงต่อ 162 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง

สำหรับการลงมติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) รวมทั้งสิ้น 470 คน แบ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 306 คน และ ส.ส.ฝ่ายค้าน 164 คน



Friday, June 27, 2008

ประชาชนตื่นแล้ว ต่อให้ใช้ตุลาการวิวัฒน์ ก็ไปไม่รอด


บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ รู้สึกว่าคนไทยจะเจ็บปวดกับคำว่า ตุลาการวิวัฒน์ไม่น้อย หลักของตุลาการวิวัฒน์ คือ การตัดสินคดีความต่างๆ ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักของนิติธรรม แต่ตัดสินต่างๆ ตามธงที่ได้ตั้งไว้แล้ว ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่าธงที่ตั้งไว้นั้น เป็นอย่างไร

มีตัวอย่างที่คนสงสัยการตัดสินของตุลาการหลายคดี เช่น การจำคุก กกต. การยุบพรรคพลังประชาชน และคดีความที่เกี่ยวของกับ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรทั้งหลาย ซึ่งสองสามวันมานี้มีคดีดังคดีหนึ่งคือ กรณีสินบน 2 ล้านบาท ที่ตัดสินออกมาแล้วทำให้คนเคลือบแคลงและเกิดคำถามค่อนข้างมาก แม้โดยกฎหมาย ประชาชนจะยอมรับการตัดสินของศาลก็ตาม แต่การยอมรับไม่ได้หมายถึงว่า ประชาชนจะวิพาร์กวิจารณ์หรือเคลือบแคลงสงสัยไม่ได้ เพราะมันมีข้อสงสัยหลายประการเช่น มีคนสงสัยที่ผมยกเอามาจากเว็บบอร์ดเช่น

----------

- เงินของกลาง ที่สามารถตรวจสอบลายนิ้วได้ กลับไม่มี
- ทีวีวงจรปิด ที่หน่วยงานทั่วไป ถ้ามีเขาก็เปิดไว้ 24 ชม. แต่ที่นี้ดันไม่ได้เปิดในวันเกิดเหตุ

- คนระดับเป็นทนาย จะไม่รู้เหรอว่า ทำแบบนี้ จะไม่โดน
- อาจรู้กันกับ อีกฝ่าย ก็ได้

- อาจเพราะรู้แล้วว่า ไม่ได้ สาหัส อะไร 6 เดือน แลกกับเงิน หาที่ไหนก็ได้ 2 ล้าน
- การตัดสิน เร็วยังว่าสายฟ้าฟาด
- อาจมีเกม อะไร ถูกวางไว้
- อาจถูกกล่าวหาว่าถูกใส่ร้าย ทักษิณ ในภายหลังก็ได้
- สาเหตุ แลผลที่ปรากฏ คนระดับพวกนี้ ถ้าโง่ ในเรื่องเด็กๆแบบนี้ หาไม่ได้
- ลักษณะแบบนี้ พยามให้เห็นว่า ทักษิณ ใช้อำนาจเงินฟาด อะไรก็ได้ ในนี้
- จะบอกว่า ทักษิณ คิดและทำเลว แบบนี้ได้ ทุกเรื่อง ให้ภาพการยุบพรรคไทยรักไทยให้เป็นแบ็กกราว ว่าผิดอย่างไร ก็ยอมผิดแบบนั้น

----------


คือ คนยุคนี้ไม่ไว้ใจกระบวนการตุลาการวิวัฒน์ทั้งหลาย เพราะการกระทำต่างๆ มันมีพิรุธให้คนคิดได้มากมาย แม้จะปิดปากประชาชนอย่างไร แต่ไม่สามารถปิดใจคนไม่ให้คิดและมองอย่างเคลือบแคลงได้

และการที่ศาลรีบรับนาย สุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษกลับ กรณีมีเรื่องหมายจับ ทั้งๆ ที่นายสุนัย ได้เข้ามาอยู่ฝ่ายบริหารแล้ว และมีความขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง เมื่อกลับเข้าไปเป็นผู้พิพากษา และต้องตัดสินคดีทางการเมืองเหล่านี้ จะเชื่อได้อย่างไรว่าดำรงตนเป็นกลาง และรักษาความยุติธรรมได้

ผมคิดว่าขณะนี้ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วจะรั้งกลับมันก็ไม่มีทางเหมือนเดิม ประชาชนเขาตื่นแล้ว จะทำให้หลับใหล โดยการโฆษณาชวนเชื่อนั้นอย่าหวังเลยครับ

ดังนั้น การที่จะใช้ตุลาการวิวัฒน์ ต่อต้านอำนาจประชาชน สุดท้ายก็เสื่อมทั้งคนสั่ง และตุลาการทั้งหลาย

ผมไม่ได้กังวลเลยว่า พวกอำมาตย์จะใช้กลยุทธ์อะไรอีก เพราะหากมีเลือกตั้งใหม่ ผมก็เลือกพรรคที่อยู่ตรงข้ามกับพวกอำมาตย์ และพวกพอเพียงทั้งหลาย ยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งพันตัวมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

ผมอยากรู้นักว่า จะดิ้นไปได้อีกนานสักเท่าใด

เมื่อศรัทธามันหายไป ต่อให้มีเลห์เพทุบายอย่างไร ก็ยิ่งนำไปสู่ความเสื่อมมากยิ่งขึ้น

แต่หากทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ความศรัทธาก็จะกลับมาอีก แต่การจะให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เศรษฐกิจต้องเติบโต ต้องเปิดประเทศ ต้องพัฒนาอุตสาหกรรม ค้าขายกับทั่วโลก ต้องใช้ "ระบอบทักษิโณมิกส์เท่านั้น จึงจะทำอย่างนี้ได้ เพราะระบอบทักษิณมันคือ ระบอบทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ ที่เป็นกระแสหลักของสังคมโลกในศตวรรษที่ 21

จะมาโฆษณาให้ประชาชนทำไร่นาสวนผสมอยู่ คงเหลือคนเชื่อน้อยเต็มที

ดังนั้น ระบอบทุนนิยมโลกาภิวัฒน์มีแต่คนอย่างทักษิณ เท่านั้นที่ทำได้ดี พวกอำมาตย์นั้นไม่สามารถทำอย่างที่ทักษิณเคยทำให้กับประชาชนแน่นอน

แรงบีบจากคนชั้นล่างหรือคนชั้นรากหญ้านั้น เขาก็จะเลือกพรรคที่ทำให้เขากินดีอยู่ดี เท่านั้น ไม่เลือกพรรคที่ให้เขาจนอย่างไรก็จนอยู่อย่างนั้นอย่างแน่นอน

จะใช้ตุลาการวิวัฒน์ ต่อสู้กับกระแสการเปลี่ยนแปลง สวนกระแสโลกไปได้นานสักเท่าใด ถึงอย่างมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน และสุดท้ายมันก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับกระแสโลก ดังนั้นผมจึงไม่ได้ใจร้อน หรือทุรนทุรายแต่อย่างใด ผมทนรอดูได้อย่างใจเย็นได้ ทนดูลิเกโรงนี้ว่าจะไปได้นานสักเท่าใด

ชีวิตย่อมมีหนทางของมัน

Life has its way.

ผมไม่ได้มองการเมืองว่าเป็นเรื่องของ "อุดมการณ์" แต่เพียงอย่างเดียว แต่การเมือง เป็นเรื่องของ ผลประโยชน์ของผู้เลือกตั้ง"

ดังนั้น คำกล่าวของผมที่ว่า ประชาชนตื่นแล้ว ผมหมายถึงเขาตื่นขึ้นเพราะรับรู้อำนาจของพวกเขา ว่ามีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขา ดังนั้น พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชน จึงเปลี่ยนแปลงไป คือ ประชาชนจะเลือกแบบเหมารวมเป็นพรรค และเลือกพรรคที่ "เสนอนโยบายเป็นประโยชน์แก่พวกเขา" สุดท้าย พรรคที่จะชนะเลือกตั้งคือ พรรคที่เสนอนโยบาย "เศรษฐกิจนิยม เศรษฐกิจก้าวหน้า รายได้ประชาชาติโตขึ้น รายได้คนดีขึ้น

พรรคที่มีนโยบายแบบนี้คือ พรรคทุนนิยมโลกาภิวัฒน์คือ พรรคระบอบทักษิณครับ

สำหรับพรรคที่เสนอแต่นามธรรม ปฏิบัติไม่ได้ ไม่ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น ประชาชนก็จะไม่เลือก

เมื่อแนวโน้มเป็นอย่างนี้ ต่อให้พวกนิยมประชาธิปไตยแตกกัน มันก็ไม่มีความหมายแต่อย่างใด เพราะคนรากหญ้า 70% มีพฤติกรรมการเลือกตั้งแบบนี้ คนรากหญ้าตลาดการเมืองขนาดใหญ่ เป็นตลาดที่ซื้อแบบ "เหมาโหล" พรรคที่มีนโยบายถูกใจ ปฏิบัติได้ จะได้คะแนนเสียงประชาชน 70% นี้ ทั้งหมด

หาก ปชป. ปรับนโยบายมาแบบนี้ และมีคนมีฝีมือเท่าทักษิณ ปชป. ก็จะชนะเลือกตั้ง แต่นั้นมันก็คือ "วิญญาณพรรคไทยรักไทย" เข้าสิงนั่นเอง หากเป็นแบบนั้นผมก็ไม่ว่าอะไร แต่หมายถึง ปชป. ต้อง Reengineering พรรคแบบถอนรากถอนโคนทีเดียว

ผมจึงไม่กลัวฝ่ายประชาธิปไตยเสียงแตก เพราะมันคือ Mega trend หรือแนวโน้มใหญ่ครับ ถึงอย่างไรทิศทางและกระแสของผู้เลือกตั้งก็จะไปในทิศทาง

ต่อให้ "ผู้มีบารมี มีบารมีมากเท่าใด ก็ทานกระแสไม่ไหว ยิ่งทานกระแสก็จะยิ่งแตกหักมากยิ่งขึ้น และประชาชนจะไม่มีทางแพ้แน่นอน เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศตัวจริง ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยของประเทศ

การเปลี่ยนแปลงของประชาชนในระดับรากหญ้า มันเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบ Paradigm Shift คือ โลกทรรศ์ของประชาชนเปลี่ยนไป เมื่อโลกทรรศ์ เปลี่ยนพฤติกรรมคนก็เปลี่ยนตามโลกทรรศ์แบบใหม่ ตามทฤษฎีของ Paradigm Shift ของ Thomas Kuhn นั้น เมื่อ Paradigm ใหม่มาแทนที่ Paradigm เก่า มันจะแทนที่อย่างช้าๆ คนรุ่นเก่าจะรับไม่ได้ แต่คนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนไปรับแนวคิดใหม่ โลกทรรศ์ใหม่

คนบางคนอยู่นานเกินไป อุปมาอุปไมยเหมือน เขาเกิดในยุคที่คนเชื่อว่า "โลกแบน" แต่ในบั้นปลายชีวิต ดันมีคนเสนอว่าโลกกลม พวกเขาย่อมรับไม่ได้ การต่อสู้ดิ้นรนย่อมมี แต่สุดท้าย Paradigm เก่า ความเชื่อเก่า ๆ ก็จะตายไปพร้อมกับพวกเขา

------------

มีคนกล่าวว่า

ทำอย่างไรเราจะได้พบความชั่ว ร้ายกาจ กับไอ้ที่ร้ายยิ่งขึ้นไปกว่า เพื่อจะได้กล่าวว่า นี่คือกฎหมาย องสู้ความขี้ฉ้อด้วยความคดโกงที่เหนือกว่า แล้วประกาศออกมาว่า นี่ละคือศีลธรรม ทำไฉนเราจะได้ผ่านพบอาชญากรรม ด้วยอาชญากรที่ร้ายกาจกว่า แล้วเรียกมันว่า นี่สิคือ ความยุติธรรม

(บางส่วนจากความยุติธรรมอยู่ที่ไหน)
...................................................
คำเตือน ความยุติธรรมข้างต้น คือคำประกาศสงครามกลางเมือง

จาก thaifreenews