WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, July 7, 2008

‘เขาพระวิหาร’ใครถูก-ใครผิด?ระหว่างเสรีภาพทางวิชาการVSหมิ่นศาล

แสดงความเห็นกันกว้างขวาง กรณีคำตัดสินของศาลปกครองเรื่อง “ปราสาทเขาพระวิหาร” ที่มีนักวิชาการออกมาแสดงความคิดเห็น จนนำไปสู่การฟ้องร้องว่าเป็นการละเมิดศาล “ดร.วรเจตน์” เปิดใจยืนยันแสดงความเห็นตามหลักวิชาการ ระบุยังมีรายละเอียดข้อกฎหมายอีกมาก แต่กลับพยายามหยิบเอามาพูดจากันเฉพาะประเด็นอ่อนไหว ห่วงเป็นความพยายามสร้างความวุ่นวาย และอาจมีการดึงศาลมาเกี่ยวพันการเมืองมากขึ้น ขณะที่ “ดร.วิริยะ” อดีต สนช. ยอมรับเป็นเรื่องที่พูดจาได้ในทางวิชาการ ไม่หมิ่นศาล ด้าน “สมัคร” ห่วงอำนาจตุลาการจะส่งผลกระทบถึงการบริหารบ้านเมือง

หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นผู้ร้อง และต่อมามีนักวิชาการนิติศาสตร์ อาทิ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เสนอความเห็นทางวิชาการว่า เรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นอำนาจของศาสรัฐธรรมนูญมากกว่า โดยเทียบเคียงกับกรณี JTEPA ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนำมาซึ่งการถูกกลุ่มพันธมิตรฯ ฟ้องร้องว่า ดร.วรเจตน์ หมิ่นศาลนั้น

ประเด็นดังกล่าวได้ถูกตั้งข้อสังเกต และพูดจากันในเชิงวิชาการอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีต่อเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องด้วย

*“วรเจตน์”ยืนยันบรรยายเชิงวิชาการ
ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรณีเขาพระวิหารที่ถูกหยิบมาในขณะนี้เป็นการหวังผลทางการเมือง ซึ่งในเรื่องนี้ความจริงแล้วมีรายละเอียดสลับซับซ้อนอยู่มาก ทั้งในทางเทคนิคและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ที่นำมาพูดกันกลับเป็นการปลุกเร้าทางด้านอารมณ์และความรู้สึกมากกว่า

ส่วนที่พันธมิตรฯ ดำเนินการทางศาลกับการพูดจาในทางวิชาการ อ.วรเจตน์ กล่าวว่า ตนเองได้รับปากสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยในการไปบรรยายพิเศษ และในฐานะเป็นผู้สอนวิชากฎหมายปกครอง เมื่อทราบเรื่องที่ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว ก็รู้สึกว่าไม่เห็นด้วย และไม่คิดว่าศาลปกครองกลางจะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา จึงได้นำเอาคำสั่งศาลปกครองกลางมาดู และคิดว่าน่าจะต้องใช้หลักเสรีภาพทางวิชาการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่า ในทางวิชาการเป็นไปได้ว่ากรณีดังกล่าวอาจจะไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองกลาง

เมื่อไปบรรยายก็มีการยกตัวอย่างเรื่องดังกล่าวมาอธิบายในทางวิชาการ และมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่รัฐบาล ใช้อำนาจในทางรัฐธรรมนูญ น่าจะเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเมื่อไม่ใช่เรื่องในทางปกครองก็ไม่น่าจะอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอำนาจตุลาการก็จะเข้าไปบังคับบัญชาคณะรัฐมนตรีได้ผ่านทางคำพิพากษาของศาล แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลปกครองจะตรวจคณะรัฐมนตรีไม่ได้

*หากมีการละเมิดศาลคนอื่นไม่เกี่ยว
สำหรับเหตุผลที่ต้องออกมาอธิบายเรื่องนี้มี 2 ประการ คือหนึ่งหลักทางวิชาการ และสองศาลปกครองสูงสุดเอง เคยมีคำสั่งในคดี JTEPA ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาแล้ว และได้วางหลักไว้ว่า คดีดังกล่าวเป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีใช้อำนาจในทางรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ใช้อำนาจกระทำการในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ. หรืออำนาจทางปกครอง ขณะที่กรณีดังกล่าวศาลปกครองกลางในอดีตไม่รับฟ้อง และศาลปกครองสูงสุดก็ยืนยัน แต่เรื่องเขาพระวิหารกลับรับฟ้องและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

“อาจจะมีคนแย้งว่าคดีเขาพระวิหารเป็นเรื่องของชาติ และเป็นเรื่องเสียดินแดน แต่เรื่องนั้นเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจ แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถดูตรงนั้นได้ แต่ต้องดูว่าเป็นการกระทำระหว่างประเทศหรือเปล่า ความเหมือนกันแต่สาระไม่เหมือนกัน แต่เกณฑ์ในการตัดสินต้องเหมือนกัน

ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯ ร้องว่าหมิ่นศาลนั้น ดร.วรเจตน์ อธิบายว่า การละเมิดอำนาจศาลนั้นเป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้กระทำการในการล่วงละเมิดอำนาจศาล หากเห็นว่าผิด ศาลก็จะเรียกไปเองโดยไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น และไม่ต้องมีใครมายุ่ง การที่พันธมิตรฯ พยายามทำเช่นนี้อาจไม่อยากให้ตนออกแถลงการณ์ แต่ส่วนตัวตนก็ไม่กลัวอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด

*ห่วงนำศาลมาเกี่ยวการเมืองมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ดร.วรเจตน์ ยังแสดงความเป็นห่วงถึงพฤติกรรมดังกล่าวของพันธมิตรฯ ว่าต่อไปอาจจะมีการนำศาลมาเกี่ยวข้องกับการเมืองมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมองว่าอาจจะเป็นการลิดรอนเสรีภาพทางวิชาการ บางคนอาจจะมองว่าไม่น่าจะหาเรื่องใส่ตัว แต่ก็จะเห็นว่าเวลาที่ตนออกมาให้ความเห็นนั้นไม่ได้ออกมาพร่ำเพรื่อ แต่สิ่งที่พูดมักจะเป็นเรื่องหลักการสำคัญ ที่สำคัญไม่ได้คิดว่าใครจะมีความเห็นแตกต่างจากตนไม่ได้ หากมีเหตุผลต่างกันก็นำเอาเหตุผลมาอธิบายมาหักล้างกัน
ส่วนกรณีที่ให้ความเห็นต่อวินิจฉัยของศาล ดร.วรเจตน์ อธิบายว่า ในทางกฎหมายมีหลักอยู่ 2 ประการ ในทางนิติปรัชญาเรียกว่า หลักความยุติธรรม กับหลักความมั่นคงแน่นอนแห่งนิติฐานะ ซึ่งหลักการทั้งสองนั้นมันต้องคานกันอยู่

*อดีต สนช.หนุนแนวคิด ดร.วรเจตน์
ทางด้าน ศ.วิริยะ นามศิริพงษ์พันธ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวสนับสนุนแนวคิดทางวิชาการของ ดร.วรเจตน์ ถึงกรณีเขาพระวิหารว่า เรื่องนี้อยู่ภายใต้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ไม่ใช่อำนาจของศาลปกครอง เช่นเดียวกับกรณี JTEPA ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารงานของคณะรัฐมนตรีชุดก่อน

ทั้งนี้ สามารถขยายความได้ว่า ความคิดโดยหลักการของนักกฎหมายปกครอง มองว่าศาลปกครองจะควบคุมฝ่ายบริหาร และตัดสินการกระทำของฝ่ายบริหารก็คือฝ่ายปกครองที่เป็นข้าราชการประจำ ไม่ว่าจะเป็นอธิบดี ปลัด เป็นต้น ซึ่งการกระทำนั้นส่งผลต่อราษฎร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าฝ่ายปกครองมีคำสั่งออกมาให้ราษฎรปฏิบัติอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วราษฎรเห็นว่าใช้อำนาจไม่ชอบ หรือไม่มีเหตุผล ราษฎรสามารถอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองเพื่อให้ศาลไต่สวนพิจารณา และขั้นต่อไปศาลก็จะสืบสวนสอบสวนและตัดสินว่าจะเพิกถอนคำสั่งของฝ่ายปกครองหรือไม่

*อธิบายเชิงวิชาการ-ไม่หมิ่นศาล
แต่เมื่อมีการเกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรี คือรัฐบาล จะต้องมีเรื่องของรัฐธรรมนูญมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งอาจจะมีการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก็ตาม ดังนั้นจะต้องมีการฟ้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีคนบางกลุ่มกล่าวหาว่า ดร.วรเจตน์ กระทำการหมิ่นศาลนั้น ศ.วิริยะ เห็นว่าเรื่องของ ดร.วรเจตน์ ไม่เข้าข่ายหมิ่นอำนาจศาลแต่อย่างใด เพราะเป็นเสรีภาพในการอธิบายตามหลักวิชาการ และเพียงบอกถึงการแบ่งอำนาจศาลในเชิงวิชาการปกครองเท่านั้น

ทั้งนี้ การหมิ่นอำนาจศาลกฎหมายจะคุ้มครองแค่ศาลแพ่งและศาลอาญาเท่านั้น ซึ่งในศาลปกครองเท่าที่เรียนมาไม่มีการหมิ่นอำนาจศาลปกครองได้ ที่ศาลปกครองไม่มีการคุ้มครองดังกล่าว เนื่องจากศาลปกครองจะตัดสินคดีของรัฐกับเอกชน ซึ่งจะตัดสินในรูปแบบของความเป็นธรรม และควรหรือไม่ควรกระทำการใดๆ แต่ถ้าเป็นศาลอื่นจะตัดสินเอกชนกับเอกชน ซึ่งจะมีเรื่องของการเสียประโยชน์ได้ประโยชน์เกิดขึ้น

“ไม่ได้เป็นการหมิ่นประมาทศาล แต่ถ้าใครอยากฟ้องก็ฟ้องไป คิดว่าศาลไม่น่าจะฟัง เพราะไม่มีข้อมูลเพียงพอ เพราะนี่คือเสรีภาพทางวิชาการในการอธิบายขอบเขตอำนาจของศาลตามหลักการ”

ศ.วิริยะ ยังกล่าวต่อไปว่า มุมมองในสถานการณ์และกรณีดังกล่าว เห็นด้วยว่าอะไรก็ตามที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ควรจะให้มีการดำเนินการทางกฎหมาย ไม่อยากให้มีการใช้กำลัง ควรยึดระบบนิติรัฐเป็นหลัก หากมีอะไรที่เห็นว่าไม่เป็นธรรมก็ควรไปฟ้องร้องต่อศาล และถ้าศาลชี้แล้วว่าควรให้ปฏิบัติอย่างไร ทุกคนก็ควรเคารพในการตัดสินของศาล เพื่อความสงบสุขและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

*ห่วงตุลาการกระทบอำนาจบริหาร
ด้าน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวในรายการสนทนาประสาสมัคร กรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางคดีปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนกระทั่งศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่า มติคณะรัฐมนตรีก็ยินดีปฏิบัติตามคำสั่ง และสั่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายฝ่ายบริหาร ช่วยให้คำแนะนำ อีกทั้งให้กระทรวงการต่างประเทศระงับการแถลงการณ์ร่วมขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารออกไปก่อน

เรื่องดังกล่าวมีนักวิชาการออกมาแสดงความเห็นว่า ศาลปกครองใช้อำนาจเกินหน้าที่ เพราะการใช้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลเสียรังวัดทั้งคู่ รวมทั้งประชาชนทั้งสองประเทศก็ยังสงสัย ทั้งที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากว่า 40 ปี และถือว่าสถาบันตุลาการใช้อำนาจกระทบต่อการทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง

ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครอง ห้ามนำมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ไปใช้ว่า รู้สึกเป็นห่วงประเด็นที่อำนาจตุลาการมาก้าวล้ำอำนาจฝ่ายบริหาร เพราะจะทำให้ฝ่ายบริหารบริหารประเทศไม่ได้ ทั้งนี้ นักวิชาการก็ได้แสดงความคิดเห็นเป็นห่วง จึงขอฝากประเด็นนี้ไว้

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาการใช้อำนาจยุติธรรมขึ้น โดยมี นายประชา ประสพดี เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งมีรายงานว่างานแรก จะเรียกตุลาการศาลปกครองมาชี้แจงกรณีการคุ้มครองคดีเขาพระวิหาร



Sunday, July 6, 2008

พันธมิตรฯ ยืนยันไม่ยกเลิกแนวคิดการเมืองใหม่


กรุงเทพฯ 6 ก.ค.- พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงรูปแบบการเมืองใหม่ที่ถูกต่อต้านจากต่างประเทศว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะมี ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งเพียงร้อยละ 30 ว่า การออกแบบการเมืองใหม่พิจารณาจากรูปแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากต่างประเทศ ดังนั้นการจะไปรับเอาแนวคิดของต่างประเทศมาทั้งหมด คงทำไม่ได้ ถึงเวลาที่ต้องทำการเมืองที่เหมาะสมกับคนไทย ขอยืนยันว่า แนวคิดการเมืองใหม่ไม่ได้เป็นการปูทางให้แกนนำพันธมิตรฯ ก้าวเข้ามาแสวงหาอำนาจทางการเมือง และจะไม่ถอนแนวคิดนี้ แม้จะมีเสียงโจมตีจากหลายฝ่าย

ส่วนที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ระบุจะฟื้นสถานีโทรทัศน์พีทีวีกลับมาอีกครั้งนั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ พันธมิตรฯ ไม่ได้วิตกกังวล เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-07-06 13:25:12

สมัคร หนุนฟื้นพีทีวี โต้พันธมิตรฯ ให้ข้อมูลประชาชนสองด้าน


กรุงเทพฯ 6 ก.ค. - นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ระบุจะฟื้นโทรทัศน์พีทีวี ว่า นายจตุพร ต้องการแสดงข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายให้ประชาชนได้รับรู้ ไม่ใช่ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าข้างเดียว ถ้าคนทั่วประเทศได้รับข้อมูล จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ทำอะไรมา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยว่า แต่พอทางนี้จะทำขึ้นมาหักล้าง บอกว่าจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเลือดตกยางออก อย่างนี้แปลว่าอย่างไร. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-07-06 13:18:21

4 แกนนำ พร้อมเปิดโปงพันธมิตรฯ แถลงข่าวออกอากาศ PTV 7.00 น. ช่อง MV5 7 ก.ค.นี้

อดีตแกนนำ นปก. และประธานกรรมการบริการสถานีพีทีวี พร้อมแกนนำ ออกแถลงการณ์ฟื้น PTV 7.00 น. ทางช่อง MB 5 7 ก.ค.เพื่อเปิดโปงเบื้องหลัง5แกนนำพันธมิตรฯ

นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตแกนนำนปก.และประธานกรรมการบริหารสถานีพีทีวี นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน แถลงข่าวฟื้นสถานโทรทัศน์พีทีวี โดยนายวีระ กล่าวว่า สาเหตุเนื่องจากสถานการณ์การเมืองโดยเฉพาะระบอบประชาธิปไตยกำลังจะเข้าจุดอันตราย เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาเคลื่อนไหวแสดงพฤติกรรมอันธพาล ยึดบ้านเมือง

รวมทั้งจะเสนอแนวคิดการเมืองใหม่ และพยายามบอกให้ทหารไม่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของนายกฯ ซึ่งหากปล่อยไว้ก็จะทำให้ประเทศชาติเสียหาย โดยในการฟื้นพีทีวีครั้งนี้เป็นในรูปแบบของการจัดรายการ โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาทำให้เกิดการเผชิญหน้า การปะทะกันระหว่างกลุ่มตน แต่เป็นเพียงการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น

นายจักรภพ กล่าวว่า เราจะปล่อยให้กลุ่มพันธมิตรฯ ยึดบ้านเมืองต่อไปไม่ได้ ที่ผ่านมาตนทำหน้าที่รัฐมนตรีกลับถูกกลุ่มพันธมิตรฯยกขบวนมาล้อมรัฐบาล ครั้งนี้เราจึงจะต้องมาเปิดโปงเบื้องหลังให้เห็นว่า 5 แกนนำพันธมิตรฯ ไม่ใช่เจ้าของประเทศ ทั้งนี้จะออกอากาศที่ช่อง MB 5 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค.) โดยทั้ง 4 คนจะร่วมจัดรายการร่วมกัน

ด้านนายจุตพร กล่าวว่า ยืนยันว่าการจัดรายการไม่ผิดกฎหมาย แม้ว่าตนและนายณัฐวุฒิจะมีตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นหากพรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้ ก็ขอท้าให้ท่านทำได้เลย อย่างไรก็ตาม การฟื้นพีทีวีอีกครั้งก็เห็นว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะนายสมัคร ได้พูดผ่านรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ว่าสามารถทำได้



พธม. ดื้อแพ่งไม่เลิก เตรียมใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจาย บุก สตช. 10 โมงพรุ่งนี้

จำลอง ยัน พันธมิตรเดินหน้ายุทธศาสตร์ดาวกระจาย เตรียมบุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 10.00 น. พรุ่งนี้ ทวงความยุติธรรมเร่งรัดดำเนิน คดีรัฐบาล นปก. ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับพันธมิตร พร้อมมุ่งไปศาลแพ่งต่อ

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวย้ำถึงยุทธศาสตร์ดาวกระจายโดยจะเคลื่อนขบวนไปยังสำนักตำรวจแห่งชาติในเวลา 10.00 น.วันพรุ่งนี้ เพื่อให้แกนนำพันธมิตรได้เปิดปราศรัยบนรถขยายเสียงทวงความยุติธรรมในการเร่งรัดคดีต่าง ๆ ของรัฐบาลและกลุ่ม นปก. ให้มีมาตรฐานเดียวกับการเร่งรัดคดีของพันธมิตร โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม.จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังศาลแพ่งรัชดา

พล.ต.จำลอง กล่าวด้วยว่าในส่วนของตัวเองจะปักหลักกับผู้ชุมนุมบางส่วนที่สะพานชมัยมรุเชฐไม่เดินทางไปยัง สตช.



“นายก”ชี้ เปิดตัวPTV ช่วย ปชช.ฟังความ 2 ฝ่ายเผยตอบโต้ข่าวพันธมิตรฯ

“สมัคร” เปิดเผยว่า สถานีโทรทัศน์ PTVจะมีการถ่ายทอดการชุมนุมกลุ่ม นปก.เพื่อช่วยให้ประชาชนรับฟังความเห็นทั้ง2 ฝ่าย ไม่ใช่ให้แค่ฝ่ายพันธมิตรฯกล่าวหาอย่างเดียว

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดตัวของสถานีโทรทัศน์พีทีวี ที่ฝ่ายค้านเกรงว่าจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเหมือนก่อนการปฏิวัติครั้งที่ผ่านมา หากมีการนำมาตอบโต้กันทางการเมือง ว่า เป็นการแสดงข้อเท็จจริงหักล้างกัน ถือเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้ง 2 ด้านไม่ใช่ฟังแต่ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปราศรัยโจมตีรัฐบาลฝ่ายเดียว

ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปิดล้อม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดกระบี่ โดยส่วนตัวไม่เคยคิดแบ่งแยกคนกรุงเทพฯ กับคนใต้ และยินดีต้อนรับหากคนใต้จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เพราะถือว่าทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน



“สมัคร”ยัน เคารพคำสั่งศาล ย้ำดึงอำนาจตุลาการโยงฝ่ายบริหารบ้านเมืองจะไม่รอด

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับคำสั่งคุ้มครองของศาลปกครองกรณีปราสาทพระวิหาร แต่เห็นว่าการดึงอำนาจตุลาการมาโยงกับฝ่ายบริหาร จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปได้ยาก

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การที่มีผู้ร้องต่อศาลปกครองกลาง คดีปราสาทพระวิหาร จนศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น มีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า การเมืองไทยปกติจะมีการคานอำนาจระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ

โดยรัฐบาลมีหน้าที่ติดต่อประสานงาน และทำความตกลงกับต่างประเทศ แต่การตัดสินใจของรัฐบาลกลับถูกอำนาจตุลาการก้าวล่วง เหมือนการขัดอำนาจบริหารมากกว่าการคานอำนาจ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล แต่เพราะมีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เคยดำรงตำแหน่งตุลาการหลายคน เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง และไปอยู่ในองค์กรศาล

อย่างไรก็ตามตนเองได้ออกแถลงการชี้แจงแล้ว ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับคำสั่งคุ้มครองศาลและคำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการมรดกโลก ที่จะต้องเป็นผู้พิจารณา พร้อมย้ำว่า การดึงประเด็นปราสาทพระวิหารมาแสดงความคิดเห็นทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่าได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อทำความเข้าใจและให้ดูแลความปลอดภัยสถานทูตของทั้งสองประเทศแล้ว



กระเทาะเปลือกการเมืองระบอบพันธมิตรฯ

กระเทาะเปลือกการเมืองระบอบพันธมิตร

ความเห็นของเลขา สนนท.

วันที่ 3 ก.ค. 51 ในรายการถามจริงตอบตรง โดยคุณจอม เพชรประดับ ดำเนินรายการ ได้เชิญอาจารย์พิภพ ธงชัย และอาจารย์สุขุม นวลสกุล ถกประเด็นการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตร ข้อเสนอเลือกตั้ง 30 แต่งตั้ง 70 ระบอบการเมืองที่พันธมิตรฯ ต้องการ ข้อเสนอที่จัดความสำคัญของคนตามอาชีพ แต่ลดความสำคัญของเสียงประชาชนทั้งประเทศ

พงษ์สุวรรณ สิทธิเสนา เลขาธิการ สนนท. ต้องทวงถามถึงจุดยืนของรุ่นพี่อีกครั้ง โดยเฉพาะแนวคิดที่ถูกมองว่า ไม่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ในฐานะที่นายพิภพ ทำงานการเมืองภาคประชาชนมาอย่างยาวนาน

"การอ้างตัวเองว่าเป็นผู้นำภาคประชาชน แล้วนำเสนอแบบนี้แล้วละเลยเสียงส่วนใหญ่ ที่อ้างว่าเคารพสิทธิของประชาชนส่วนใหญ่ ผมว่ามันกลับหัวกลับหางไป พวกผู้นำละเลยของการเป็นตัวแทนภาคประชาชนอย่างยิ่ง" นายพงษ์สุวรรณ สิทธิเสนา กล่าว

NBT
จาก thai-grassroots

พปช.จวกแนวคิดพันธมิตรฯเข้าข่ายกบฏ

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน แถลงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ เสนอแนวคิดการเมืองใหม่ กำหนดบทบาททหารให้เข้ามาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ว่าเป็นความคิดที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย อ่อยเหยื่อให้ทหารใช้กำลังเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจเข้าข่ายความผิดฐานกบฏตามกฎหมายอาญามาตรา 113 มีโทษประหารชีวิต เพราะเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพิจารณาความผิดตามแนวคิดดังกล่าวด้วย มั่นใจว่า ตราบใดที่คนไทยยังมีสติ แนวคิดดังกล่าวไม่มีโอกาสเกิดขึ้น และเชื่อว่าทหารมีสติปัญญามากกว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ที่จะไม่ตะครุบเบ็ดตามที่กลุ่มพันธมิตรฯอ่อยเหยื่อ อยากให้ทำประชามติสอบถามประชาชน ว่าเห็นด้วยกับแนวคิดทางการเมืองดังกล่าว ของกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่ ไม่อยากให้คน 5 คน มาลิดรอนสิทธิประชาชน เพราะที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรฯอ้างสถาบันเบื้องสูงเป็นเครื่องมือทางการเมือง และมีแนวคิดทางการเมืองแบบอัตตาธิปไตย เอาตัวกูเป็นใหญ่ นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนว่าเห็นด้วยกับแนวคิดการเมืองดังกล่าวหรือไม่

ปลุกผี “พีทีวี” คืนชีพ 7 ก.ค.

นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมเคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 7 ก.ค. เพื่อติดตามคดีของกลุ่ม นปก.นั้น ไม่ทราบว่ากลุ่มพันธมิตรฯไปมุดหัวที่ไหนมา เพราะคดี นปก.ขณะนี้ ผ่านชั้นตำรวจไปอยู่ชั้นอัยการสูงสุดแล้ว ตรงกันข้ามกับคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ 800 คดี ที่ สตช.ยังไม่ดำเนินการ จึงขอให้ สตช.เร่งดำเนินคดีกลุ่มพันธมิตรฯ ให้เทียบเท่ากับกลุ่ม นปก. นอกจากนี้ ในวันที่ 6 ก.ค. อดีตผู้บริหารพีทีวี 4 คน ได้แก่ นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และตนจะเปิดแถลงข่าวประกาศฟื้นสถานีโทรทัศน์พีทีวีภาคพิเศษ ในเวลา 11.00 น. ที่ชั้น 6 อาคารอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยจะมีการออกอากาศในวันที่ 7 ก.ค. ทางช่องเอ็มวี 5 ถ่ายทอดผ่านสัญญาณดาวเทียมไทยคม

ปัด “ทักษิณ” ต่อท่อน้ำเลี้ยง

นายจตุพรกล่าวว่า การฟื้นพีทีวีอีกครั้ง เนื่องจากหมดความอดทนกับเอเอสทีวีที่เสนอข้อมูลด้านเดียว โกหกซ้ำๆให้ประชาชนเข้าใจผิด แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความอดทน แต่พวกตนไม่ทนเพื่อนอนรอความตาย หากพวกตนเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ จะเปิดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง บอกเล่าว่า 2 ปีที่ผ่านมาถูกย่ำยีเกียรติและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์อย่างไรบ้าง ต่อมความอดทนพวกตนไม่สามารถทนกลุ่มพันธมิตรฯที่เสนอแนวคิดทำลายประชาธิปไตย จะออกมาตอบโต้ทุกกรณี แต่ไม่ใช่การเผชิญหน้า เพียงแค่อยากให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลทั้ง 2 ด้าน หากปล่อยให้พันธมิตรฯเสนอข้อมูลด้านเดียว จะสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ถ้าช้ากว่านี้จะสายเกินแก้ ครั้งนี้เป็นการเดิมพันกันด้วยชีวิต เพื่อไม่ให้มีการย่ำยีระบอบประชาธิปไตย ยืนยันว่าเงินทุนการเปิดพีทีวีครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการระดมทุนจากผู้สนับสนุนขณะนี้ยังไม่ได้รายงานให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ทราบ แต่จะเรียนให้ทราบภายหลัง

อ่านรายละเอียดต่อ ไทยรัฐ


คุมเข้มสถานทูตไทย-กัมพูชา

กทม. 6 ก.ค. - ทางการไทยและกัมพูชาต่างจัดกำลังตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยสถานทูตของแต่ละฝ่ายอย่างแน่นหนา หลังคณะกรรมการมรดกโลกเตรียมพิจารณาประเด็นเขาพระวิหารเป็นวาระสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาของการพิจารณาได้ แต่การประชุมจะเริ่มขึ้นในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 6 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นของแคนาดา ซึ่งเวลาช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 14 ชั่วโมง เชื่อว่ากัมพูชาจะยื่นขอจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน และต้องรอดูว่านายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะชี้แจงคัดค้านต่อที่ประชุมว่าอย่างไร

ทั้งนี้ มีรายงานจากหนังสือพิมพ์ในกัมพูชาว่า ทางการกัมพูชาได้ระดมกำลังตำรวจปราบจลาจลมาอารักขาสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญ หลังหลายองค์กรในกัมพูชาระบุจะชุมนุมประท้วงความพยายามของไทยที่จะขัดขวางการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งมรดกโลก

ด้านทางการไทยได้สั่งเพิ่มกำลังตำรวจในการอารักขาความปลอดภัยสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทย บริเวณริมถนนประชาอุทิศ ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้น หากคณะกรรมการมรดกโลกคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งมรดกโลก.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-07-06 00:15:55