WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, July 24, 2008

นายกฯ ยันทำงานต่อ ขอให้ทุกคนวางใจการแก้วิกฤตบ้านเมือง

กรุงเทพฯ 24 ก.ค. - นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ทุกคนไว้วางใจต่อการแก้ไขวิกฤตบ้านเมืองขณะนี้ และรัฐมนตรีทุกคนยังทำงานต่ออย่างเต็มที่

แม้ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน เกี่ยวกับความคืบหน้าในการปรับคณะรัฐมนตรี แต่ก็มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและอารมณ์ดี หลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการ เรื่อง 1 ล้านไร่ มิติใหม่ที่ราชพัสดุ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในช่วงหนึ่งว่า วิกฤตบ้านเมืองขณะนี้ ขอให้วางใจตน และขอให้รัฐมนตรีทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าตนจะยังทำงานได้อีกนาน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า มีการนำพื้นที่ราชพัสดุ 1 ล้านไร่ ที่ทางหน่วยงานและส่วนราชการต่างๆ ได้ส่งคืนราชพัสดุมาดำเนินการให้เกษตรกรเช่าทำเพื่อเกษตรกรรมได้ โดยแบ่งพื้นที่ให้เกษตรกรปลูกข้าวและปลูกพืชพลังงานอย่างละครึ่ง และถ้าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จจะขยายโครงการเป็น 2 - 3 ล้านไร่ และต่อไปอาจจะให้ประชาชนเช่าปลูกที่อยู่อาศัย จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-07-24 12:09:12



ตำรวจให้ประกันตัว สนธิ คดีหมิ่นสถาบัน

ทำเนียบฯ 24 ก.ค. - หลังจาก นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เข้ามอบตัวและให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ในคดีหมิ่นเบื้องสูง ล่าสุดตำรวจให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แล้ว .

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-07-24 12:02:07




“เฉลิม” ยัน ไม่กดดัน ปรับ ครม.พร้อมรับการตัดสินใจของนายกฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยัน การปรับคณะรัฐมนตรี เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และตนเองไม่เคยไปกดดันหรือต่อรองกับนายกรัฐมนตรี

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้พิจารณา ส่วนที่มีการมองว่า ตนเองพยายามที่จะตั้งกลุ่มเพื่อกดดันต่อรองตำแหน่งนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นเรื่องจริง และตนเองก็ไม่มีสิทธิที่จะไปกดดันหรือต่อรองนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ชอบให้ใครไปกดดัน

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ก็มีอยู่ 3 ส่วนที่จะต้องพิจารณา คือ การปรับออกไปเลย หรือปรับให้อยู่ให้กระทรวงอื่น หรือให้ดำรงตำแหน่งเดิม ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ภายในพรรคพลังประชาชนมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนความเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา

ทั้งนี้ รมต.กระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนท์ โดยจะมีการกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมผ่านทางเคเบิ้ลทีวี ทั้งนี้หากใครฝ่าฝืนต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดทางกฎหมาย



“นายก” ลั่น นำประเทศรอดพ้นวิกฤต วอน ปชช.เชื่อมั่นในการทำงาน

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประกาศว่า จะดูแลสถานการณ์ความเรียบร้อยของบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ โดยขอให้ประชาชนมีความมั่นใจต่อการทำงานของรัฐบาลชุดนี้

ทั้งนี้วิกฤติการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ขอให้วางใจผม ถ้าผมไม่อยู่ก็ยังทำงานต่อไปได้ แต่ถ้าผมอยู่ก็ไม่ต้องห่วง" นายสมัคร กล่าวตอนหนึ่งในการแสดงปาฐกถางาน"หลอมร่วมทุกกลไก หนึ่งล้านไร่มิติใหม่ที่ราชพัสดุ"

นับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศในเดือน ก.พ.51 ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงเนื่องจากเกิดความขัดแย้งทางความคิดหลายเรื่อง โดยมีกลุ่มการเมืองภาคประชาชนในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลโดยกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลหุ่นเชิด นอกจากนี้เสถียรภาพของรัฐบาลยังต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องคดีความต่างๆ ที่มีมาในอดีต



สอบพยานเพิ่ม6ปากมัด‘วิฑูรย์ นามบุตร’จ่อยุบ‘ประชาธิปัตย์’

คดี “วิฑูรย์ นามบุตร” ขยับแล้ว หลังถูกตั้งข้อสังเกตไม่ชอบมาพากล กกต.บางคน ส่ออุ้ม ปชป. เตรียมสอบพยานเพิ่มอีก 6 ปาก คาดกลางเดือนสิงหาคม ส่ง กกต. กลางชี้ขาดได้ เชื่อถ้าพิจารณามาตรฐานเดียวกับพรรคการเมืองอื่น อย่างไรก็ต้องได้ใบแดง เพราะหลักฐานทั้งพยานและวีซีดีมัดแน่น เข้าคิว “ยุบพรรค” เป็นรายต่อไป

จากกรณีที่มีการร้องเรียน นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส. สัดส่วน และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทุจริตเลือกตั้งพร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี แต่ที่ผ่านมาการดำเนินการกลับล่าช้าจนน่ากังวลสงสัย นั้น

หลังจากมีการนำเสนอข่าวและมีการติดตามเรื่องดังกล่าว ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ถึงความคืบหน้าคดีทุจริตเลือกตั้งของ นายวิฑูรย์ นามบุตร ว่า อนุกรรมการสอบสวน จะมีการสอบพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก โดยได้นัดสอบพยานในวันที่ 31 กรกฎาคม และวันที่ 6 สิงหาคม

ซึ่งคาดว่าจะสอบเสร็จและสามารถส่งสำนวนให้ กกต.กลางได้ประมาณกลางเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ยืนยันว่าการดำเนินการไม่ได้ล่าช้า โดย กกต. พยายามเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด แต่ต้องดำเนินการด้วยความถูกต้องและรอบคอบด้วย

ส่วนกรณีที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน ยื่นเรื่องถอดถอนองค์กรอิสระ 4 องค์กร นั้นเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะที่ผ่านมาทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และยืนยันมีที่มาโดยชอบด้วยกฎหมายเหมือนกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ทั้งนี้คิดว่าประชาชนมีวิจารณญาณที่จะเข้าใจการทำงานของ กกต.

แหล่งข่าวระบุว่า กรณีการกระทำผิดของนายวิฑูรย์ และพรรคประชาธิปัตย์ ดังกล่าว ค่อนข้างมีความชัดเจนมาก ซึ่งอาจจะชัดเจนกว่าพรรคการเมืองที่ได้ใบแดงก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นหากการพิจารณาอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการช่วยเหลือหรือมีใบสั่งให้ช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็มีสิทธิ์ได้ใบแดง และนำไปสู่กระบวนการพิจารณายุบพรรคเช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่นๆ

ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์มีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค และปรับเอานายวิฑูรย์ออกไปนั้น ก็คงไม่มีผลอะไร เพราะว่าในขณะที่กระทำความผิด นายวิฑูรย์ ยังเป็นกรรมการบริหารพรรคอยู่ และแม้จะอ้างว่าอยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยก็ฟังไม่ขึ้น เพราะกรรมการบริหารพรรคแค่รู้ว่ามีการกระทำคยวามผิด แต่ไม่มีการยับยั้งก็ถือว่ามีความผิดแล้ว



ติงป.ป.ช.อย่าหมิ่นพระราชอำนาจ

โฆษกพลังประชาชน ตามบี้ ป.ป.ช. ถามหา “จริยธรรม-คุณธรรม” แนะ 2 ทางออกหากไม่มีการโปรดเกล้าฯ สมควรออกเพื่อให้มีการสรรหาใหม่ ซัด ป.ป.ช. ใช้อำนาจโดยไม่สนใจระบบใหญ่ ระบุให้องค์กรที่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง มาหักล้างบุคคลที่มาจากการแต่งตั้งนั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซัดอย่าตะแบง เพราะสาระสำคัญคือเรื่องพระราชอำนาจ

หลังจากเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณือย่างกว้างขวางถึงสถานภาพของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ส่อว่าจะมาโดยมิชอบ และยังทำท่าว่าจะขัดพระราชอำนาจ จนหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่งเพื่อความสง่างามและความถูกต้องนั้น

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวตอบโต้กรณีที่ ป.ป.ช. แถลงข่าวแจ้งว่าที่มาของ ป.ป.ช. ชอบด้วยกฎหมาย โดยระบุว่า การแถลงข่าวของโฆษกป.ป.ช. นั้น เป็นการกล่าวแค่ว่าที่มาขององค์กรตนเองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่เท่านั้น โดยอ้างความเป็นรัฐาธิปัตย์ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งไม่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระมหากษัตริย์ และอาศัยกฎหมายมาตรา 299 มารองรับตนเอง และมีหน้าที่ยาวนานถึง 9 ปีซึ่งหากอ้างเช่นนี้ใครจะเถียงได้ ตนจึงอยากทวงถามจริยธรรม คุณธรรม และความชอบธรรมของ ป.ป.ช. ว่าจุดยืนคืออะไร การที่อ้างเช่นนี้โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการละเมิดพระราชอำนาจหรือไม่

โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวต่อว่า ทางพรรคขอประกาศจุดยืนเพื่อเรียกร้องคุณธรรม จริยธรรมกับองค์กรดังกล่าว ซึ่งทางออกที่สมควรก็คือ ประการที่หนึ่ง ป.ป.ช. ควรทำเรื่องโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมีการประกาศใช้อย่างถูกกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

ร.ท.กุเทพ กล่าวอีกว่า ประการต่อมาคือ หากไม่เลือกการโปรดเกล้าฯ ก็ควรที่จะมีการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ใหม่ หาก ป.ป.ช. มือสะอาด และไม่มุ่งมั่นยึดติดจริง นอกจากนี้คำกล่าวที่ว่าคนที่มาจากการแต่งตั้งก็ติดคุกได้นั้น ตนอยากสอบถามกลับว่า ป.ป.ช. หมายถึงอะไรกันแน่ การโปรดเกล้าฯ คือเรื่องของพระราชอำนาจ และการเคารพ การพูดดังกล่าวของ ป.ป.ช. เป็นการเฉไฉ

“คนคนเดียวตั้งใครมาก็ได้โดยไม่สนกระบวนการอื่นๆ การอ้างองค์รัฐาธิปัตย์นั้น แม้จะถูกต้อง เถียงไม่ได้ แต่มันต้องยุติตั้งแต่ตอนช่วงรัฐประหารเท่านั้น ไม่ใช่ต่อเนื่องยาวนาน 9 ปีเช่นนี้ พรรคพลังประชาชนจึงอยากทวงถามคุณธรรมหน่อยว่า การใช้อำนาจโดยไม่สนระบบใหญ่อย่างนี้ มันจะชอบธรรมตรงไหน การให้องค์กรที่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง มาหักล้างบุคคลที่มาจากการแต่งตั้ง แล้วบรรทัดฐานคืออะไร มันยากที่จะยอมรับ ผมถามจริงว่ามุ่งมั่นอะไรกันนักกันหนา หรือมีข้อตกลงกับใครหรือเปล่า ถึงไม่ยอมรับการสรรหาใหม่ ถ้าไม่ยึดติดจริงก็ไม่เห็นต้องกลัว และอาจจะกลับมาทำงานใหม่ก็ได้” โฆษกพรรคพลังประชาชนกล่าว

นอกจากนี้ ร.ท.กุเทพ ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคพลังประชาชนเคารพทุกมาตราในรัฐธรรมนูญ แต่จะแก้เฉพาะบางมาตราที่เป็นปัญหา แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้รัฐธรรมนูญคือตัวสร้างปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีความที่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง อย่างการยุบพรรคไทยรักไทย ทางเดียวคือการยุบพรรคทิ้งเสีย และก็มีการแสดงความคิดเห็นแบบชัดเจนคือ ยุบ หรือไม่ยุบ ตนอยากถามว่าทางเลือกมีเท่านี้หรือไร

ที่ผ่านมาไม่เคยมีคณะรัฐประหารใดทำการเขียนกรอบ กฎหมาย หรือกติกาตายตัวเช่นนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าตุลาการไม่สามารถใช้ดุลพินิจในการตัดสินได้ ตนอยากถามว่าสังคมจะตอบความชอบธรรม ความยุติธรรมนี้ได้อย่างไร

นักวิชาการออกแถลงการณ์จี้หยุดปลุกกระแสพระวิหาร

“นักวิชาการ-นักศึกษา-สื่อ-ภาคประชาชน” ร่วมกันออกแถลงการณ์จี้แก้ปัญหา “ปราสาทเขาพระวิหาร” โดยสันติวิธี ระบุกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวควรยอมรับในประวัติศาสตร์ว่าตัวปราสาทเป็นของเขมรมาตั้งแต่ 46 ปีที่แล้ว ขืนดึงดัน-บิดเบือน ส่อทำให้ชาวโลกมองว่าเป็น “อันธพาล” ด้านนายกฯ เชื่อหลังเลือกตั้งในกัมพูชา การเจรจาจะง่ายขึ้น

กรณีของปราสาทเขาพระวิหาร ที่มีกลุ่มคนพยายามปลุกกระแส “คลั่งชาติ” เพื่อเป็นชนวนในทางการเมือง จนเกิดเป็นความขัดแย้งและความวุ่นวายทั้งในประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซ้ำยังส่อว่าอาจจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่โตนั้น

ในวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กลุ่มนักวิชาการ ภาคประชาชน และกลุ่มประชาชนผู้รักสันติ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ เพื่อให้มีการร่วมกันยุติปัญหาดังกล่าวด้วยสันติวิธี โดยระบุว่า

จากความพยายามของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ที่พยายามปลุกระดมกระแสชาตินิยม เรียกร้องให้มีการยึดปราสาทเขาพระวิหาร และดินแดนทับซ้อนมาเป็นของไทย รวมทั้งส่งคนเข้าไปเคลื่อนไหวในบริเวณใกล้ปราสาทเขาพระวิหาร จนกระทั่งทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกองกำลังของไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดน และอาจนำไปสู่สงครามระหว่างสองประเทศได้นั้น พวกเราในฐานะพลเมืองผู้รักสันติ มีความวิตกกังวลอย่างยิ่งและขอเสนอจุดยืนต่อปัญหาดังกล่าวดังต่อไปนี้

*แนะยอมรับความจริงพระวิหาร
1. สังคมไทยควรยอมรับการตัดสินของศาลโลกเมื่อ 46 ปีที่แล้วว่าปราสาทเขาพระวิหารและพื้นที่ที่ตั้งปราสาทอยู่ในอำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา การปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เพียงแต่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “รัฐอันธพาล” ในสายตาของชาวโลก แต่จะนำพาประเทศชาติไปสู่สงครามโดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ชีวิตและเลือดเนื้อของทหารของชาติไม่ควรต้องสูญเสียไปเพราะสาเหตุจากการปลุกปั่นของคนบางกลุ่มเท่านั้น

2. ขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งของไทยและกัมพูชา ยึดมั่นและหนักแน่นในแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น โดยไม่หวั่นไหวต่อเสียงเรียกร้องและความพยายามให้เกิดสงครามจากคนบางกลุ่ม อนึ่ง ประเทศไทยมีปัญหาข้อพิพาทเหนือพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ด้าน หากสังคมไทยคล้อยตามกระแสคลั่งชาติที่กำลังถูกปลุกเร้าในขณะนี้ เราคงต้องทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ประเทศ มีแต่แนวทางสันติวิธีและการร่วมมือกันพัฒนากับเพื่อนบ้านเท่านั้น ที่จะนำสันติสุขและความเจริญก้าวหน้ามาสู่สังคมไทยและผู้คนในภูมิภาคนี้

*จี้เลิกปลุกกระแสคลั่งชาติ
3. ขอให้กลุ่มการเมืองยุติการปลุกปั่นกระแสคลั่งชาติที่อาจนำไปสู่สงครามระหว่างประเทศ ขณะนี้ ประเทศไทยมีปัญหารุมล้อมในทุกด้าน ทั้งปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ และการเมือง ชะตากรรมของประชาชนไทยในขณะนี้ไม่สมควรถูกซ้ำเติมด้วยสงครามคลั่งชาติใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ ผู้ร่วมลงนามมีอาทิ พระไพศาล วิสาโล เครือข่ายพุทธิกา นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ นายเกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นายยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ นายธร ปีติดล คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

*นักวิชาการลงชื่อหนุนสันติวิธี
นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นางอรอนงค์ ทิพย์พิมล นายอัครพงษ์ ค่ำคูณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายอุกฤษณ์ ปัทมานนท์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นายกนกรัตน์ เลิศชูสกุล นางฉันทนา บรรพศิริโชติ นายเวียงรัฐ เนติโพธิ์ นายนิติ ภวัครพันธุ์ นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นางณัฐพร ไทยจงรักษ์ นางมรกต เจวจินดา ไมยเออร์ นายสัญญา ชีวะประเสิรฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายบุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ คณะอักษรศาสตร์ นายชาญณรงค์ บุญหนุน นายสุนัย ครองยุทธ นายเชษฐา พวงหัตถ์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นายชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

นายกฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
นายอาดาดล อิงคะวณิช มหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ นายอติภพ ภัทรเดชไพศาล วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายชำนาญ จันทร์เรือง นายสมเกียรติ ตั้งนโม มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

*สื่อ-นักศึกษา-ประชาชนหนุน
นายสุเจน กรรพฤทธิ์ นางกรรณิการ์ กิจติเวชกุล สื่อมวลชน นางสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี หนังสือพิมพ์ The Nation นายธนาพล อิ๋วสกุล นายกิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์ นาย
วิทย์ ประสมปลื้ม วารสารฟ้าเดียวกัน

นางอารีวรรณ คูสันเทียะ กลุ่มปฏิบัติงานท้องถิ่นไร้พรมแดน (Local Act) นายเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต นางกรรณิการ์ ควรขจร มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม นางดวงพร โซสเซย์ ZOA Refugee Care นายภูมิวัฒน์ นุกิจ นักธุรกิจและนักลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม นายนครินทร์ วิศิษฎ์สิน กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางจิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย กลุ่มนิด้าเสวนาสาธารณะ นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ Thai Labour Campaign

นายทรงศักดิ์ ปัญญา นายชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายปกป้อง เลาวัณย์ศิริ นักสิทธิมนุษยชน นายวิศรุต ทิพย์โสดา นักวิชาการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน นายวิโรจน์ ณ ระนอง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ฯลฯ

*เชื่อหลังเลือกตั้งกัมพูชาคุยง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเจรจา 2 ฝ่าย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ไม่บรรลุข้อตกลง ฝ่ายไทยเองก็เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งในกัมพูชาที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม นี้ ที่คาดหมายกันว่า พรรคประชาชนแห่งกัมพูชา (ซีพีพี) ของนายกรัฐมนตรีฮุนเซน จะเป็นฝ่ายครองเสียงข้างมากนั้น การเจรจาตกลงต่างๆ จะง่ายขึ้น

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของหลายฝ่ายให้รีบแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ว่า จะให้เร่งตั้งเลยคงประดักประเดิดไปเพราะต้องพาเข้าเฝ้าฯ ก่อน ซึ่งอีก 4-5 วัน ก็จะถึงวันที่ 28 กรกฎาคม ก็จะมีการแต่งตั้งแล้ว ตอนนี้เตรียมไว้เสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้มันควรจะเร่งตั้งหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ใครจะเร่งไปข้างเดียวก็ช่าง ตนไม่จำเป็นต้องไปเล่นตาม ทั้งหมดตนได้ชั่งน้ำหนักดูแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้

เมื่อถามว่าหลังจากที่กัมพูชามีการเลือกตั้งแล้วคิดว่าท่าทีจะเปลี่ยนไปหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า คิดว่าจะเบาบางลง และได้บอกไปแล้วว่าหลังการเลือกตั้งแล้วก็คงจะได้พูดกันง่ายขึ้น ตอนนี้ก็ปล่อยให้เขาแสดงไป ไม่มีอะไรเสียหาย เขาต้องการ เพียงแต่ว่าเขาจะเลือกตั้งในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าไทยจะรักษาดินแดนเอาไว้ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนจะไม่ตกเป็นของกัมพูชา นายสมัคร กล่าวว่า ไม่มี ต้องมั่นใจ 100 % ในเรื่องพรรค์นี้ และการที่ไทยไม่พูดก็ถือเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน



ดาบนั้นคืนสนองจับ‘สนธิ’หมิ่นสถาบัน

* “สโรชา” ปล่อยโฮ!ปลุกระดมสาวกพันธมาร

ศาลออกหมายจับแล้ว “สนธิ ลิ้มทองกุล” หมิ่นสถาบันเบื้องสูง เจ้าตัวหัวหดเก็บตัวเงียบ กลัวไม่ได้ประกัน ขอเลื่อนนัดมอบตัวเป็นตอนเช้า นักกฎหมายชี้ ความผิดเดียวกับ “ดา ตอร์ปิโด” ทุกประการ พร้อมจี้ตำรวจจัดการด้วยมาตรฐานเดียวกัน “อัศวิน” แย้ม ส่อคัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นคดีร้ายแรง “เนวิน” ซ้ำให้อีกดอก ส่งทนายแจ้งความหมิ่นประมาท กล่าวหาเกี่ยวพัน “ดารณี” ขณะที่ม็อบพล่านหลังนายใหญ่ตกที่นั่งลำบาก “หนูแอ้ม” ปล่อยน้ำตาปลุกระดมม็อบอย่างน่าเวทนา รำพันกลัวนายใหญ่จะติดคุก ส่วนบรรดาสาวกถ่อยตามเคย บุกกดดันตำรวจ สน.ดุสิต

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติออกหมายจับ และเข้าจับกุม นางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดในวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีการขออนุมัติหมายจับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีการถ่ายทอดคำพูดของนางดารณีบนเวทีพันธมิตรฯ และมีการถ่ายทอดไปทางเคเบิลทีวี ในข้อหาเดียวกัน

*อนุมัติหมายจับ “แป๊ะลิ้ม”
โดยในเวลา 15.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์เพื่อไต่สวนคำร้องของ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิงห์ไกร รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เรื่องขออนุมัติหมายจับกุม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

พ.ต.ท.สุรศักดิ์ เบิกความต่อศาลระบุว่า ได้ความจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการบันทึกภาพและเสียงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อคืนวันที่ 20 กรกฎาคม 2551 เวลา 21.45-22.15 น. ซึ่งนายสนธิขึ้นปราศรัย โดยมีข้อความอภิปรายถึงเหตุการณ์ที่ นางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด กล่าวข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการบันทึกภาพและเสียงไว้ ก่อนจะถอดเทปส่งให้ตนซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน นำเสนอผู้บังคับบัญชา

จากการสอบสวนพยานหลักฐานเบื้องต้นเห็นว่า คำพูดของนายสนธิเข้าข่ายการกระทำผิดตาม ป.อาญา ม.112 และคดีมีอัตราโทษสูงเกินกว่า 3 ปี ตาม ป.วิอาญา ม.66 อนุ 1 จึงเห็นสมควรขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนได้ยื่นวีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์การปราศรัย และบันทึกการถอดเทปคำปราศรัยส่งให้ศาลประกอบการพิจารณาด้วย

กระทั่งเวลา 15.58 น. ศาลได้มีคำสั่งอนุมัติหมายจับกุมนายสนธิ ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ โดยศาลสั่งว่า หลังจากพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าคดีมีเหตุอันสมควรให้เชื่อได้ว่า นายสนธิ กระทำผิด หรืออาจกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกเกินกว่า 3 ปี จึงอนุญาตให้ออกหมายจับ โดยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามหมายจับแล้ว ให้แจ้งต่อศาลภายใน 7 วัน

*ชี้ความผิดเหมือน “ดา ตอร์ปิโด”
ด้าน รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าบุคคลที่นำถ้อยคำวาจาของบุคคลอื่นไปเผยแพร่มีความผิดเทียบเท่ากับบุคคลที่ออกมาพูดเอง แม้จะไม่ได้เป็นคนพูดก็ตาม และถ้าเป็นการหมิ่นโดยการนำสารนั้นไปโฆษณา เช่น การลงในหนังสือพิมพ์ นั่นก็อีกประเด็นหนึ่ง

ทั้งนี้ การกระทำของนายสนธิ จึงมีความผิดเหมือนกันทุกประการกับ ดา ตอร์ปิโด และโทษที่ได้รับก็เหมือนกันอีกด้วย ส่วนทางด้านเรื่องของการประกันตัวอาจจะมีความต่างกัน ซึ่งความต่างกันนั้นศาลจะเป็นผู้พิจารณาเองว่าสมควรให้ได้รับการประกันตัวหรือไม่ โดยศาลจะตัดสินว่าบุคคลที่กระทำความผิดนั้นมีฐานะครอบครัวมั่นคงหรือไม่ ฐานะการเงิน อาชีพที่ประกอบ บ้านพักที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งและมั่นคงหรือไม่ ถึงแม้จะเป็นความผิดเหมือนกัน แต่ถ้าไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ที่สะเทือนขวัญผู้คน ศาลก็สามารถให้ประกันตัวไปได้

ส่วนบทลงโทษมีระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ภาคที่ 2 ความผิด ตามมาตรา 112 ว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

ผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับบทลงโทษจำคุกกี่ปีนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้น เกิดจากความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ และรายละเอียดร้ายแรงแค่ไหน

*จี้ ตร.ค้านประกันตัวแบบเดียวกัน
นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต สสร. ปี 2540 ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบโครงสร้างการจัดหมวดหมู่ การใช้ภาษาของรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล กล่าวว่า คำพูดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คนที่ลอกเลียนแบบและเอาไปเผยแพร่อีกครั้ง ฐานความผิดเหมือนกันทุกประการ เมื่อรู้ว่าเขาทำผิดแล้วเอาคำพูดไปเผยแพร่ในทางกฎหมายมีความผิดเหมือนกัน ตำรวจก็สมควรคัดค้านการประกันตัวเหมือนกัน อีกทั้งสถานภาพย่อมตกเป็นจำเลยเช่นกัน

“คนที่เอาไปเผยแพร่ฐานความผิดเหมือนกันทุกประการ เพราะเป็นการถ่ายทอดคำพูดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สถานภาพก็ต้องตกเป็นจำเลยเช่นกัน” นายคณินกล่าว

ด้าน ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการยื่นใช้ตำแหน่งประกันตัวดา ตอร์ปิโดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ศาลไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี เพราะเป็นคดีร้ายแรง ซึ่งตนเองจะมีการยื่นขอประกันตัวใหม่ และจะมีการชี้แจงต่อศาลอย่างถึงที่สุด เพราะเชื่อว่าคำอธิบายของตนจะสามารถทำให้ศาลเข้าใจในเหตุผลได้ และหากผลออกมาว่าศาลปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวก็จำเป็นที่จะยอมรับ

ส่วนกรณีหากนายสนธิได้รับประกันตัวก็จะถือว่าศาลได้พิจารณาเหมาะสมแล้ว

*“หนูแอ้ม”หลั่งน้ำตากลัวนายติดคุก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการออกหมายจับ ได้มีข่าวออกมาเป็นระยะว่านายสนธิจะขอเข้ามอบตัวในช่วงเย็น และเลื่อนเป็นช่วงค่ำ ก่อนจะมีข่าวตามมาอีกว่านายสนธิ ตัดสินใจจะเข้ามอบตัวที่ สน.ดุสิต ในเวลา 09.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม โดยมีการอ้างว่ากลัวจะไม่ได้รับการประกันตัว โดยเป็นที่น่าสังเกตุว่านายสนธิไม่ได้เดินทางไปยังเวทีการชุมนุมที่สะพานมัฆวานฯ แต่อย่างใด

ในขณะที่บนเวทีดังกล่าว ได้มีการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างกว้างขวาง ดุเดือด และบางตอนก็ยังมีการปลุกอารมณ์บรรดาสาวกพันธมิตรฯ ด้วย อย่างเช่น ในช่วงของ นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ พิธีกรคู่หูของนายสนธิ ก็ได้ออกมาหลั่งน้ำตาบนเวที คร่ำครวญถึงนายสนธิ ที่ตัวเองเรียกว่า “นาย” อย่างน่าเวทนายิ่ง เพื่อเรียกน้ำตาและสร้างอารมณ์ร่วมในหมู่ผู้เข้าร่วมการชุมนุม

ขณะเดียวกันก็มีม็อบพันธมิตรฯ กลุ่มหนึ่ง กว่า 100 คน พากันไปยังหน้า สน.ดุสิต กดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใหญ่หลายนายมาร่วมหารือกัน และมีการตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย

*ตำรวจจ่อคัดค้านประกันตัว
ส่วนด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. กล่าวว่า ล่าสุด ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จาก นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า นายสนธิจะเข้ามามอบตัวในเวลา 09.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม หากตำรวจเจอตัวก็จะต้องจับกุม แต่คงไม่ถึงขนาดนำกำลังไปค้นบ้าน ซึ่งในการเข้ามอบตัวของนายสนธิ ทางตำรวจได้เตรียมสถานที่หน้าห้องทำงานของตน และจัดเตรียมพนักงานสอบสวนไว้รอพร้อมแล้ว

"ต้องรอดูพรุ่งนี้ แต่ว่า คนอย่างอัศวิน มีมาตรฐานเดียว" พล.ต.ท.อัศวินกล่าวปนเสียงหัวเราะเมื่อถูกถามว่า จะมีการคัดค้านการประกันตัวเหมือนกรณี ดา ตอร์ปิโด หรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวที่สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.อัศวิน ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากนายสนธิมีคดีติดตัวหลายคดีแล้ว อาจจะมีการหลบหนีได้ อีกทั้งคดีนี้ค่อนข้างมีความผิดชัดเจนอีกด้วย ส่วนจะได้ประกันตัวหรือไม่นั้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล

"เนวิน" แจ้งซ้ำถูก "สนธิ" กล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กรณีใส่ร้าย นายเนวิน โดยกล่าวหาว่านายเนวินเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง นางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด บนเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมนำหลักฐานดีวีดีบันทึกภาพการปราศรัยมามอบให้กับตำรวจด้วย

นอกจากนี้ ยังขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับ บริษัท ไทยเดย์ดอทคอม นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล กรรมการบริหารไทยเดย์ดอทคอม และ บริษัท แมเนเจอร์ มีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กรณีเผยแพร่ข้อความดังกล่าวด้วย



"ทักษิณ" ร่วมงานศพแม่ "อนุพงษ์" เผยใช้เวลาว่างไหว้พระ ทำบุญ

อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ร่วมงานพระราชทานเพลิงศพแม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผยตอนนี้ตกงาน ไม่มีงานทำและไม่ได้ไปไหน ตระเวนทำบุญอย่างเดียว ส่วนงานวันเกิดปีนี้คงไม่ทำอะไรมาก แต่จะทำบุญอยู่ที่บ้านเท่านั้น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่วัดโสมนัสวรวิหาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ นางอุ่นเรือน เผ่าจินดา มารดา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. โดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแลคุณหญิงพจมาน ชินวัตร นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ทบ. และนายทหารระดับสูงจำนวนมาก

ระหว่างนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ได้นั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับนายสมัคร เพียงแต่ไม่ได้มองหน้ากัน โดยนายสมัครหยิบหนังสือที่แจกในงานพระราชทานเพลิงศพมาเปิดดูพร้อมกับพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณเบาๆ เนื่องจากเกรงว่าจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชน จากนั้นนายเสนาะ ก็เดินเข้ามาร่วมพูดคุยด้วย ทั้งนี้ พล.อ.สนธิ และพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ได้ทักทายหรือพูดคุยกันในงานซึ่งต่างฝ่ายต่างก็เลี่ยงไปอยู่คนละมุมเพื่อเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน โดยพล.อ.สนธิ มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีตลอดเวลาในงานมีแต่เพียงพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น

เวลาต่อมา พ.ต.ท. ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังงานพระราชทานเพลิงศพ ถึงกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ ในระหว่างพิจารณาคดี และจะร้องขอเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อไปทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอีกหรือไม่ ว่า ตอนนี้ตนอยู่ในประเทศไม่ไปไหน ใช้เวลาว่างไปทำบุญ ตอนนี้ตีกอล์ฟ ไหว้พระ เข้าวัด ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้โทรศัพท์ถึงสมเด็จฮุนเซ็น บ้างหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ได้ติดต่อ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของตน จะมาเอาอะไรกับคนว่างานอย่างตน “ ตอนนี้ผมตกงาน ไม่มีงานทำ เห็นใจผมด้วย และตอนนี้ไม่ได้ไปไหน ตระเวนทำบุญ และตีกอลฟ์อย่างเดียว ส่วนงานวันเกิดนี้ผมคงไม่ทำอะไรมาก แต่จะทำบุญอยู่ที่บ้านเท่านั้น ”



จดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้ใช้สันติวิธีเพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา

คอลัมน์ : ฮอตสกู๊ป

นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม เช่น พระไพศาล วิสาโล ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ดร.เกษียร เตชะพีระ เป็นต้น ได้ร่วมกันลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้กลุ่มปลุกปั่นกระแสคลั่งชาติยุติการกระทำซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้า ใช้หลักสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเรียกร้องต่อสังคมไทยให้ยอมรับคำตัดสินของศาลโลก ความดังนี้...

จากความพยายามของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ที่พยายามปลุกระดมกระแสชาตินิยม เรียกร้องให้มีการยึดปราสาทเขาพระวิหารและดินแดนทับซ้อนมาเป็นของไทย รวมทั้งส่งคนเข้าไปเคลื่อนไหวในบริเวณใกล้ปราสาทเขาพระวิหาร จนกระทั่งทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกองกำลังของไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดน และอาจนำไปสู่สงครามระหว่าง 2 ประเทศได้นั้น พวกเราในฐานะพลเมืองผู้รักสันติ มีความวิตกกังวลอย่างยิ่ง และขอเสนอจุดยืนต่อปัญหาดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1.สังคมไทยควรยอมรับการตัดสินของศาลโลก เมื่อ 46 ปีที่แล้วว่า ปราสาทเขาพระวิหาร และพื้นที่ที่ตั้งปราสาท อยู่ในอำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา การปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “รัฐอันธพาล” ในสายตาของชาวโลก แต่จะนำพาประเทศชาติไปสู่สงครามโดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ชีวิตและเลือดเนื้อของทหารของชาติไม่ควรต้องสูญเสียไป เพราะสาเหตุจากการปลุกปั่นของคนบางกลุ่มเท่านั้น

2.ขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งของไทยและกัมพูชา ยึดมั่นและหนักแน่นในแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น โดยไม่หวั่นไหวต่อเสียงเรียกร้อง และความพยายามให้เกิดสงครามจากคนบางกลุ่ม อนึ่ง ประเทศไทยมีปัญหาข้อพิพาทเหนือพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ด้าน หากสังคมไทยคล้อยตามกระแสคลั่งชาติที่กำลังถูกปลุกเร้าในขณะนี้ เราคงต้องทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ประเทศ มีแต่แนวทางสันติวิธี และการร่วมมือกันพัฒนากับเพื่อนบ้านเท่านั้น ที่จะนำสันติสุขและความเจริญก้าวหน้ามาสู่สังคมไทย และผู้คนในภูมิภาคนี้

3.ขอให้กลุ่มการเมืองยุติการปลุกปั่นกระแสคลั่งชาติ ที่อาจนำไปสู่สงครามระหว่างประเทศ ขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหารุมล้อมในทุกด้าน ทั้งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ และการเมือง ชะตากรรมของประชาชนไทยในขณะนี้ ไม่สมควรถูกซ้ำเติมด้วยสงครามคลั่งชาติใดๆ ทั้งสิ้น

ด้วยความยึดมั่นในสันติวิธี

รายชื่อผู้ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก

พระไพศาล วิสาโล เครือข่ายพุทธิกา

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์

เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์

ธร ปีติดล คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

อภิชาต สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

อรอนงค์ ทิพย์พิมล คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

อัครพงษ์ ค่ำคูณ โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

อุกฤษณ์ ปัทมานนท์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ฉันทนา บรรพศิริโชติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เวียงรัฐ เนติโพธิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิติ ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ฉลอง สุนทราวาณิชย์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ณัฐพร ไทยจงรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

สัญญา ชีวะประเสิรฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

ชาญณรงค์ บุญหนุน คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

สุนัย ครองยุทธ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

เชษฐา พวงหัตถ์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

พิพัฒน์ สุยะ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร

กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล

อาดาดล อิงคะวณิช ม.เวสต์มินสเตอร์

อติภพ ภัทรเดชไพศาล วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

ชำนาญ จันทร์เรือง ม.เที่ยงคืน

สมเกียรติ ตั้งนโม ม.เที่ยงคืน

อรณิชา ตั้งนโม ม.เที่ยงคืน

สุเจน กรรพฤทธิ์ สื่อมวลชน

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล สื่อมวลชนอิสระ

สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี หนังสือพิมพ์ The Nation

ไอดา อรุณวงศ์ วารสารอ่าน

ธนาพล อิ๋วสกุล วารสารฟ้าเดียวกัน

กิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์ วารสารฟ้าเดียวกัน

วิทย์ ประสมปลื้ม วารสารฟ้าเดียวกัน

อารีวรรณ คูสันเทียะ กลุ่มปฏิบัติงานท้องถิ่นไร้พรมแดน (Local Act)

เพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต

กรรณิการ์ ควรขจร มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

ศิววงศ์ สุขทวี มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

ดวงพร โซสเซย์ ZOA Refugee Care

ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลอิสระ

ภูมิวัฒน์ นุกิจ นักธุรกิจและนักลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

นครินทร์ วิศิษฎ์สิน กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย ม.ธรรมศาสตร์

จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย

เทวฤทธิ์ มณีฉาย กลุ่มนิด้าเสวนาสาธารณะ

พิภพ อุดมอิทธิพงศ์ นักวิชาการอิสระ

จรรยา ยิ้มประเสริฐ Thai Labour Campaign

มัทนา โกสุมภ์ Department of Politics, York University

ทรงศักดิ์ ปัญญา นักศึกษาปริญญาโท ม.เชียงใหม่

ชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาโท ม.เชียงใหม่

นุชนภางค์ ชุมดี คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร

รัตติกาล หินแก้ว นักศึกษาปริญญาโท ม.เชียงใหม่

สิริวรรณ สิรวณิชย์ นักศึกษาปริญญาโท ม.เชียงใหม่

จิรชาติ สันต๊ะยศ นักศึกษาปริญญาโท ม.เชียงใหม่

ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ สิทธิมนุษยชน

วิศรุต ทิพย์โสดา นักวิชาการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน

วิโรจน์ ณ ระนอง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

สุเพียงพิชญ์ ภูยาธร ฝ่ายข่าวสารและประชาสัมพันธ์ สถานทูตสหรัฐอเมริกา

อุเชนทร์ เชียงเสน นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ศิริภาส ยมจินดา พนักงานบริษัท

ศุษม อรรถวิภาคไพศาลย์ พนักงานบริษัท การบินไทย

สายสัมพันธ์ รัตนปรีดากร นักออกแบบอิสระ

สมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกงา

กานต์ ยืนยง นักศึกษาปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ชาคริต ชุ่มวัฒนะ ประชาชนผู้รักสันติ

อรรถพล ศรีประเสริฐ ประชาชนผู้รักสันติ

อรณิศา ข่าทิพย์พาที ประชาชนผู้รักสันติ

วรดุลย์ ตุลารักษ์ ประชาชนผู้รักสันติ

ศิริรักษ์ ธิจิตตัง ประชาชนผู้รักสันติ

เนตรนภิส วรศิริ ประชาชนผู้รักสันติ

ปีติ กุลศิโรรัตน์ ประชาชนผู้รักสันติ

ณภัทร สาเศียร ประชาชนผู้รักสันติ

กานต์ ทัศนภักดิ์ (กานต์ ณ กานท์) ประชาชนผู้รักสันติ