WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, August 1, 2008

“พงศ์เทพ” เผย “ทักษิณ” ไม่คิดลี้ภัย ขอสู้คดียันความบริสุทธิ์

โฆษกประจำตัวทักษิณ ยืนยันอดีตนายกฯกลับมาสู้คดีด้วยความเต็มใจ พร้อมมั่นใจความบริสุทธิ์ เพราะเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม โต้ไม่คิดลี้ภัยการเมือง

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรมว.ยุติธรรม ในฐานะโฆษกประจำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีที่อดีตนายกฯและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ขออนุญาตศาลเดินทางไปต่างประเทศระหว่างวันที่1-11ส.ค.51หลังทราบคำพิพากษาการแพ้คดีการโอนหุ้นบ.ชินวัตรคอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งมีการมองกันว่าอดีตนายกฯและคุณหญิงพจมานอาจลี้ภัยในต่างประเทศและไม่กลับมาสู้คดีที่เหลือแล้วว่า ไม่จริง อดีตนายกฯกลับมาสู้คดีในประเทศด้วยความเต็มใจและมั่นใจความบริสุทธิ์และเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม หากอดีตนายกฯจะไม่กลับประเทศตามข้อสังเกตของบางฝ่ายนั้น อดีตนายกฯก็คงไม่กลับมาตั้งนานแล้ว

"ยืนยันว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจในญี่ปุ่นและจีน อดีตนายกฯจะกลับมาตามกำหนดการที่แจ้งไว้แน่นอน คือกลับมาหลังร่วมพิธีเปิดพิธีการแข่งขันโอลิมปิค ณ กรุงปักกิ่ง ในช่วงวันที่ 9-10 สิงหาคมนี้" นายพงษ์เทพกล่าว

เมื่อถามว่า บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า คดีแรกที่บุคคลในตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์แพ้คดี คดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องน่าจะแพ้ด้วยนั้น นายพงศ์เทพกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะการพิจารณาคดีต่างๆนั้น มันใช้คนละสำนวน พยานหลักฐานก็แตกต่างกัน ฉะนั้นคดีต่างๆก็ต้องแยกกันนั่นเอง และศาลจะตัดสินกันคนละคดีโดยจะไม่นำสำนวนของคดีอื่นๆมาร่วมพิจารณา

เมื่อถามว่า คดีที่ดินรัชดาภิเษกนั้น อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือตัดสินในศาลเดียว หากอดีตนายกฯแพ้คดีจะโดนจับกุมทันที ตรงนี้อาจเป็นเหตุผลที่อดีตนายกฯอาจไม่กลับประเทศ นายพงศ์เทพกล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบพยานของฝ่ายจำเลย อดีตนายกฯคือจำเลยก็กำลังสู้คดีนี้อยู่ เมื่อถามว่า หลังคดีแรกที่แพ้ไปนั้น อดีตนายกฯหนักใจหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า ตนไม่ได้คุยกับอดีตนายกฯในเรื่องนี้เลย



ทนายยัน “อดีตนายกฯ ทักษิณ” กลับมาสู้คดีแน่นอน

ไต่สวนพยานจำเลยครั้งแรกคดี ทักษิณ -คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จัดซื้อที่ดินรัชดาฯ นัดไต่สวนอีกครั้ง 5 ส.ค.ทนายยัน “พตท.ทักษิณ” กลับสู้คดีแน่นอน 11 ส.ค.นี้ ส่วนจะขึ้นเบิกความพร้อม “คุณหญิงพจมาน” นัดไต่สวนจำเลยครั้งสุดท้าย 22 ส.ค.หรือไม่ ยังไม่รับปาก

วันนี้ (1 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายทองหล่อ โฉมงาม ผู้พิพากษาอาวุโสเจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ทุจริตซื้อ-ขายที่ดินรัชดาภิเษก พร้อมองค์คณะออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานจำเลยครั้งแรก ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ตามประมวลกฎหมายอาญา 83, 86, 90, 91, 152 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542

โดยในวันนี้ นายอเนก คำชุ่ม และนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ทนายความจำเลย นำพยานร่วมของฝ่ายโจทก์และจำเลยเข้าเบิกความรวม 2 ปาก ประกอบด้วย นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เบิกความเกี่ยวกับการทำสำนวนไต่สวนและการนำคดีในส่วนของคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 2 มาฟ้องยังศาลฎีกาฯ รวมทั้งประเด็นการฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายอาญา ม.152 และ 157 ซึ่งคุณหญิงพจมานไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน

ส่วนนายกล้านรงค์ จันทิก ป.ป.ช. เบิกความเกี่ยวกับคำขอท้ายฟ้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งริบเงินจำนวน 772 ล้านบาทที่ซื้อที่ดิน เพราะเห็นว่าเป็นเงินที่ใช้กระทำความผิดเช่นเดียวกับการขอให้ริบที่ดินดังกล่าว และพยานจำเลยอีก 2 ปาก คือ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เข้าเบิกความเกี่ยวกับประเด็นสถานภาพกองทุนฟื้นฟูกิจการและพัฒนาสถาบันการเงิน ว่าปกติเจ้าหน้าที่กองทุนฯ ได้รับเงินเดือนที่เบิกมาจากหน่วยใด

ภายหลังศาลไต่สวนพยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ทนายจำเลยแถลงต่อศาลว่า นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พยานจำเลยอีกปากติดภารกิจไม่สามารถเดินทางมาได้ ส่วนผู้แทนของสำนักงบประมาณ พยานอีกปากยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอให้ศาลเลื่อนนัดไต่สวนไปก่อน โดยศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยอีกครั้งในวันที่ 5 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น.

ด้าน นายอเนก คำชุ่ม ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน จะเดินทางมาไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายวันที่ 22 ส.ค.หรือไม่ ขณะนี้รอการแจ้งอยู่น่าจะทราบผลในวันที่ 15 ส.ค. อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปต่างประเทศ แต่จะกลับมาเบิกความแน่นอน ส่วนเรื่องการยื่นคำร้องขอเดินทางไปประเทศอังกฤษนั้น ไม่ทราบแล้วแต่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะตัดสินใจอย่างไร

“ท่านกลับมาแน่นอน อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย และในวันที่ 11 ส.ค.นี้ ผมจะพาท่านมารายงานตัวต่อศาลเพื่อให้เห็นว่าท่านกลับมาเมืองไทยแล้ว” นายเอนก กล่าว



“บุญสร้าง” เตือนม็อบอย่าสร้างความวุ่นวายทำลายบ้านเมือง

ผบ.สส. ขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พร้อมช่วยกันดูแลบ้านเมืองความรุนแรงจะเกิดขึ้นหรือไม่ อยู่ที่คน ถ้ามีสติ ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น ขอให้ช่วยกันเตือนสติพวกก่อความวุ่นวาย

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เปิดเผยก่อนร่วมประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง ที่ยังมีความแตกแยกทางความคิด ว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคงเตรียมการดูแลบ้านเมือง และให้ความปลอดภัยกับประชาชนอยู่แล้ว ใครมีหน้าที่อะไร ก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และสื่อถือว่ามีบทบาทสำคัญ ก็ให้ช่วยกันดูแลบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับเรื่องคนหมู่มากดูแลยาก หากเกิดอะไรขึ้นจะเป็นประวัติศาสตร์ เป็นความทรงจำที่ไม่ดี ความรุนแรงจะเกิดขึ้นหรือไม่ อยู่ที่คน ถ้ามีสติ ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น ขอให้ช่วยกันเตือนสติ สำหรับทหารก็จะทำไปตามหน้าที่ของตัวเอง ในกรอบที่สามารถทำได้ตามขั้นตอน

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า หัวข้อในการประชุมจะเป็นความร่วมมือเรื่องการให้ความช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียนในยามที่มีปัญหาต่าง ๆ อาทิ โรคระบาด ภัยพิบัติ การก่อการร้าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และในการประชุมวันนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกัมพูชา ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้งสองยังเป็นไปด้วยดี

ส่วนกรณีที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต้องการให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทกับกัมพูชา พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ในส่วนของกองบัญชาการทหารสูงสุด จะมีผู้แทนไปหารือร่วมอยู่แล้วภายใน 1-2 วันนี้ ทั้งนี้เห็นว่า การเจรจากันหลาย ๆ ครั้งระหว่างไทย-กัมพูชา น่าจะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น



เริ่มรถเมล์ฟรีวันแรก คนแห่ใช้บริการคึกคัก

เริ่มรถเมล์ฟรี คนใช้บริการคึกคัก เผย เป็นโครงการดีช่วยประหยัดเงิน ฝากรัฐบาลอยากให้มีตลอดไป ผอ.ขสมก.รับช่วงแรกอาจขลุกขลักบ้าง วอนใครมีกำลังจ่าย ก็ใช้รถเสียเงิน ส่วนรถฟรีขอให้คนที่ด้อยโอกาส

(1ส.ค.)วันเริ่มต้น 6 มาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะมาตรการให้บริการรถเมล์ฟรี มีประชาชนให้ความสนใจพอควร โดยเมื่อเวลา 05.30 น. วันนี้ นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ผอ.ขสมก.) เดินทางไปอำนวยความสะดวกแก่ประ ชาชนที่ใช้บริการรถเมล์ฟรีในวันแรกที่บริเวณอนุสาวรีชัยสมรภูมิ พร้อมทั้งกล่าวว่า การให้บริการรถเมล์ฟรีเริ่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแผนโดยตอนนี้รถที่ให้บริการฟรี จะติดสติกเกอร์ทุกคัน พร้อมทั้งได้มีการกำชับคนขับรถ และพนักงานเก็บเงิน ให้ระมัดระวังในการเปิดปิดประตูรถเพื่อเน้นความปลอดภัยให้กับประชาชน

ทั้งนี้ ช่วงแรกจะยังมีพนักงานเก็บค่าโดยสาร เพราะจะปล่อยรถฟรี กับรถที่เก็บเงินสลับคัน กลัวรถฟรีจะแน่นเกินไป พนักงานเก็บเงินจะทำหน้าที่บอกหากรถเต็มให้คอยคันถัดไปเพื่อที่รถจะได้ปิดประตูได้ พนักงานรถที่ไม่เก็บเงิน ก็จะมีหน้าที่คำนวณ จดสถิติ คนขึ้นลงคงเหลือ ซึ่งจะต้องรู้ว่า แต่ละป้ายมีขึ้นลง คงเหลือเท่าไร และต้องแจ้งนายท่าเมื่อปลายทาง

นายพิเณศวร์กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการของรัฐบาล ทางขสมก.ได้ตอบสนองรัฐบาล โดยจัดรถเมล์ครึ่งต่อครึ่งของรถเมล์ทั้งหมดมาให้บริการ ซึ่งตอนนี้มีการปล่อยรถของ ขสมก. 800 คัน และรถเสริมอีก 80 คัน อย่างไรก็ตาม การประเมินผลว่ามีประชาชนใช้บริการมากน้อยแค่ไหนจะสามารถสรุปได้ในวันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งจะมีการปรับแผนการทำงานทุกวัน ว่าจะมีการเพิ่มรถอีกหรือไม่

ผอ.ขสมก.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางขสมก.มีเส้นทางเดินรถอยู่ 73 เส้นทาง ซึ่งทาง ขสมก.ก็ไม่สามารถเพิ่มเส้นทางเดินรถได้ เพราะการเพิ่มเส้นทางต้องขออนุญาตกรมการขนส่งทางบก อย่างไรก็ตาม คาดว่าเที่ยวหนึ่งจะบรรจุผู้โดยสารได้ประมาณ 120-130 ต่อคนต่อเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเช้าจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

"โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก เหมาะสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ใครที่สามารถจ่ายเงินได้ก็ให้ขึ้นรถเสียเงิน คาดว่าจะมีคนใช้บริการมากช่วงเช้า และช่วงเย็น รัฐบาลก็อยากให้ผู้มีรายได้น้อยมีความหมายเอาเงินไปใช้อย่างอื่นเดือนหนึ่ง 400-500 บาทนำส่วนนี้ไปใช้อย่างอื่นแทน ช่วงบริการแรกๆ อาจมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ผลสุดท้ายจะดีขึ้นซึ่งจะมีการประเมินทุก 7 วันในการให้บริการเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป"

นายพิเณศวร์ กล่าว ผอ.ขสมก.กล่าวอีกว่า โครงการนี้ยังเป็นผลดีต่อ ขสมก.เพราะรัฐบาลให้เงินสมทบ ขสมก.คันละ 8,500 บาทต่อวันต่อคัน ทำให้สามารถลดต้นทุนไปมากภายใน 6 เดือน รัฐบาลอุดหนุนเงินมา 1,224 ล้านบาท จะช่วยลดการขาดทุนของ ขสมก.ได้

ส่วนบรรยากาศบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณด้านข้างโบกี้รถไฟมีการติดป้ายระบุว่า "รถไฟขบวนนี้ขึ้นฟรี" ซึ่งขบวนรถไฟส่วนใหญ่จะให้บริการระหว่างชานเมือง เช่น กรุงเทพฯ-แก่งคอย กรุงเทพฯ-รังสิต นอกจากนี้จะมีการประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงภายในสถานีหัวลำโพงเพื่อให้ผู้ที่มาใช้บริการรถไฟรับทราบว่า จะมีขบวนรถไฟสายไหนบ้างให้บริการฟรีเป็นระยะๆ โดยมีประชาชนบางรายทราบเรื่องบ้าง ไม่ทราบเรื่องบ้าง ว่ามีการขึ้นฟรีในบางขบวน ทำให้เกิดความสับสนบ้างเล็กน้อย แต่ก็พบว่าประชาชนให้ความสนใจมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง



กลุ่มคนวันเสาร์ฯ ห่วงอำนาจเหนืออำนาจสร้างความวุ่นวาย

แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ฯ เผยมีอำนาจเหนือนายกฯ อยู่เบื้องหลัง แนะนายกฯ ให้ต่อสู้กับอำนาจเหนืออำนาจให้ได้

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ถือเป็นเรื่องปกติที่จะการนัดรวมพลกันทุกวันศุกร์อยู่แล้ว เพราะสามารถไปจ้างคนที่อยู่ต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุมด้วย สิ่งที่พันธมิตรฯ ทำวันนี้เพราะสถานการณ์ทางการเมืองกำลังงวดเข้ามาทุกขณะแล้ว ทั้งเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“พันธมิตรฯ ต้องทำทุกวิถีทางเพราะอาจจะเป็นโค้งสุดท้ายแล้วที่จะล้มล้างรัฐบาล จึงต้องเดินเกมแบบรุกฆาต เพราะรู้ว่าตนเองไม่ได้สู้โดยลำพัง มีอำนาจเหนือนายกฯ อยู่เบื้องหลัง เกมต่างๆจึงพลิกได้ตลอดเวลา ตรงนี้รัฐบาลต้องระวัง” นายวิภูแถลง กล่าว

นายวิภูแถลง กล่าวด้วยว่า พันธมิตรฯ พยายามยุให้ประชาชนเข้าใจว่าการเลือกตั้งเป็นสิ่งเลวร้าย การเลือกตั้งคือการซื้อเสียงจะนำไปสู่รัฐบาลที่ไม่มีคุณภาพ ช่วงนี้รัฐบาลอ่อนแอ แม้จะปรับ ครม. เข้ามาให้หน้าตารัฐบาลดีขึ้นแต่ก็ยังอ่อนแออยู่ ขบวนประชาธิปไตยจึงต้องฝากไว้กับนายกฯ ให้ต่อสู้กับอำนาจเหนืออำนาจให้ได้ เพราะโดยเงื่อนไขแล้วต้องยอมรับว่าเราเสียเปรียบมาก ที่ผ่านมาเราสมานฉันทร์มาโดยตลอดเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก ที่เราตอบโต้ก็เป็นการตอบโต้ที่แผ่วเบามาก



ศาลบุรีรัมย์ออกหมายจับ “การุณ” รุกป่าเขาพนมรุ้ง

ศาลบุรีรัมย์ ออกหมายจับ "การุณ ใสงาม" รุกป่าสงวนเขาพนมรุ้ง ในคดีที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 6 อ.ประโคนชัยแจ้งความกล่าวหาบุกรุกทำลายป่าและครอบครองป่าสงวนแห่งชาติเขาพนมรุ้ง กว่า 3 ไร่ และไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก จึงขอศาลออกหายจับดังกล่าว

วันนี้ (1 ส.ค.51) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (31 ก.ค.) ศาลบุรีรัมย์ ได้อนุมัติออกหมายจับนายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว. บุรีรัมย์ ในคดีที่นายมานิตย์ ศรีสุจารย์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 6 อำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกล่าวหาว่านายการุณ ใสงาม ได้ร่วมกันเข้าไปบุกรุก หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้าครอบครองป่าเพื่อตัวเอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงาน ซึ่งพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติเขาพนมรุ้ง มีจำนวน 2 แปลง รวมกว่า 3 ไร่

แต่หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก นายการุณ ใสงาม หลายครั้ง แต่ไม่ยอมมารับทราบข้อกล่าวหา จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยศาลมีความเห็นเชื่อได้ว่าเรื่องดังกล่าวมีมูล จึงอนุมัติให้ออกหมายจับ

พ.ต.ท.ธีระพงษ์ สาลิกา สารวัตรสถานีตำรวจภูธรบ้านบัว กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัว นายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว.บุรีรัมย์ เพื่อมาสอบสวนดำเนินคดีแล้ว



"สุวิทย์" อำลาเจ้ากระทรวงอุตฯ ยันยังเป็นหัวหน้า พผ.

"สุวิทย์ คุณกิตติ" อำลาข้าราชการ ก.อุตสาหกรรม ฝากงาน เร่งผลักดัน อุตสาหกรรม SMEs ยืนยัน ยังเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

วันนี้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางมาทำพิธีอำลาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีเหล่าข้าราชการประจำให้การต้อนรับและร่วมทำพิธีอำลาตำแหน่ง ภายหลังจากที่ได้ประกาศลาออกจากการร่วมรัฐบาล

จากนั้นได้มีการเปิดใจต่อสื่อมวลชนโดยยืนยันว่า ตนยังเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินอยู่ และการตัดสินใจออกจากพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ก็เป็นการกระทำเพื่อส่วนรวมไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการปรับคณะรัฐมนตรี การลาออกในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยมองว่า เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์การกระทำทั้งหมด ซึ่งเวลานี้ ต้องการให้ทุกฝ่ายสนใจเรื่องของบ้านเมืองมากกว่าเรื่องของการเมืองที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งนี้ โดยส่วนตัวแม้จะลาออกตำแหน่งไปแล้ว ก็จะทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไปเพราะเป็นเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ ส่วนจะมีการหารือกับพรรคชาติไทยหรือไม่นั้น โดยส่วนตัวไม่ขอก้าวล่วงการตัดสินใจของพรรคอื่น

นอกจากนี้ นายสุวิทย์ยังฝากถึงคนที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ โดยขอให้เร่งผลักดันอุตสาหกรรม SMEs รวมทั้ง สานต่องานที่วางไว้ด้วย


แห่ให้กำลังใจแน่น‘คุณหญิงพจมาน’ยันสู้คดีจนถึงที่สุด

ประชาชนแห่ให้กำลังใจ "คุณหญิงพจมาน" ฟังคำตัดสินคดีหุ้นชินวัตรล้นหลาม ยันจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด "ทักษิณ" ให้กำลังใจก่อนบินไปบรรยายผู้นำในอนาคตที่ญี่ปุ่น “กลุ่มรักทักษิณ" เสียใจ ยันไม่จัดกิจกรรมให้กำลังใจ เชื่อในกระบวนการยุติธรรม

ในการมาฟังคำตัดสินคดีหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้น บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 546 ล้านบาท คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และบุตรทั้ง 3 คน พร้อมทีมทนาย ได้เดินทางมาถึงศาลอาญา โดยคุณหญิงพจมานมีสีหน้าปกติ และมีประชาชนที่ให้การสนับสนุนจำนวนมากมาถือป้ายให้กำลังใจ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังศาลเพื่อร่วมฟังการพิจารณาและตัดสินคดีเช่นกัน โดยนั่งเคียงข้างบุตรสาวทั้งสอง ในการนี้ศาลจัดให้มีการถ่ายทอดทีวีวงจรเพื่อให้ประชาชนได้รับชมด้วย

องค์คณะผู้พิพากษานั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาให้ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหารบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ น.ส.กาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน จำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 จำนวน 3 ปี และจำเลยที่ 3 จำนวน 2 ปี ในคดีร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงชำระภาษีอากรหุ้นบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 546 ล้านบาท

ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาจบ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินไปจับมือและให้กำลังใจคุณหญิงพจมาน ทั้งนี้ขั้นตอนทางกฎหมายได้มีการยื่นประกันตัว 5 ล้านบาท รวมทั้งจะยื่นอุทธรณ์แน่นอน ตามเวลาที่กฎหมายกำหนดคือ 1 เดือน

โดย พ.ต.ท.ทักษิณ เอง จะมอบให้ทีมทนายเตรียมความพร้อมทั้งข้อเท็จจริงและกฎหมายในการต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด จนถึงศาลฎีกา หากศาลตัดสินอย่างไรก็เคารพการตัดสิน สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำลังใจดี ส่วนคดีของตนเองนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยืนยันจะสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด และจะสู้คดีด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการชี้แจงหรือมาฟังคำพิพากษา

อย่างไรก็ตาม วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำหนดเดินทางไปที่เมืองฟูจิโอกะ และเมืองคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เพื่อบรรยายเรื่องผู้นำในอนาคต จากนั้นวันที่ 1-3 สิงหาคม จะเดินทางไปประเทศจีน พร้อมกับคุณหญิงพจมาน เพื่อร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และจะกลับประเทศไทยก่อนขออนุญาตเดินทางไปประเทศอังกฤษ ในฐานะประธานสโมสรแมนฯ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลของอังกฤษ เพื่อคัดเลือกตัวนักเตะ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าศาลหลังมีคำตัดสินว่า บรรดาผู้สนับสนุนต่างตะโกนพร้อมปรบมือและชูป้ายให้กำลังใจคุณหญิงพจมาน ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับด้วยความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ได้เดินทางมาฟังการพิจารณาคดีด้วย

แหล่งข่าวในพรรคพลังประชาชนที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เน้นย้ำให้ทีมทนายเตรียมหร้อมตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเอกสารการชี้แจง ซึ่งมีการติดตามอย่างใกล้ชิด และให้ทีมงานแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ แต่ก็เชื่อว่าจะชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหาและพ้นผิด

ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็มีจิตใจที่สงบขึ้น เนื่องจากเดินสายทำบุญก่อนหน้านี้พร้อมครอบครัว โดยวันเกิดที่ผ่านมาก็มีกำลังใจที่ดีขึ้น มีนักการเมืองให้กำลังใจ อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็หมั่นทำสมาธิด้วย

นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ประธานสภาประชาชนภาคเหนือ กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจแทน คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่ประชาชนเชียงใหม่ชื่นชอบ แต่ต้องให้เป็นไปตามคำสั่งศาล เพราะถือว่าเป็นที่สุดแล้วสำหรับกระบวนการยุติธรรม ทุกคนไม่ว่าคนที่รักและเคารพ หรือผู้ที่เกลียดชัง ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา ต้องเคารพคำตัดสินของศาล

ชี้ขาดใบแดง‘วิฑูรย์ นามบุตร’15 ส.ค.

สอบเพิ่มพยาน 6 ปากมัดคดีใบแดง "วิฑูรย์ นามบุตร" ใกล้เสร็จ คาดส่งให้ กกต. กลางชี้ขาดได้ไม่เกิน 15 สิงหาคม มั่นใจพยานหลักฐานแน่นถึงแจกใบแดง และส่อถึงขั้นยุบพรรคประชาธิปัตย์แน่ ถ้า กกต. ทำงานด้วยความเป็นกลาง มาตรฐานเดียวกับพรรคการเมืองอื่น แม้ว่าจะมีพยานสำคัญบางคนหายตัวลึกลับก็ตาม

การสอบเพิ่มเติมพยานปากสำคัญในคดี มีผู้ร้องเรียน นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส. สัดส่วน กลุ่ม 4 และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ นามบุตร นายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี และ นายวิทวัส พันธ์นิกุล ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ด้วยการแจกบัตรชมภาพยนตร์ และสลับกันขึ้นปราศรัยหาเสียง ใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว

แม้ว่าพยานสำคัญรายหนึ่งที่เป็นผู้ถ่ายวิดีโอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก็ตาม แต่บรรดาผู้ร้องเรียนก็เชื่อว่าหลักฐานวีซีดี และพยานที่เหลืออยู่ น่าจะแน่นหนาพอที่จะนำไปสู่การแจกใบแดง และอาจดำเนินต่อไปถึงขั้นการยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานด้วยความโปร่งใส และพิจารณาด้วยมาตรฐานเดียวกับการพิจารณาให้ใบแดงพรรคการเมืองอื่นๆ และไม่ได้มีใบสั่งให้ช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ดังที่เป็นข่าวหนาหูก่อนหน้านี้

กรณีดังกล่าว นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้งของ นายวิฑูรย์ นามบุตร ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานจำนวน 6 ปาก ของคณะอนุกรรมการ ซึ่งได้กำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 10 สิงหาคม และสรุปสำนวนเสนอต่อ กกต. โดยคาดว่า กกต. จะพิจารณาได้ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

ขณะที่ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบทางการเมืองว่า ในขณะนี้มีการมุ่งตรวจสอบกันมากเกินไป โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า ผู้สมัครเลือกตั้งเป็นคนไม่ดี ซึ่งตนยอมรับว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี แต่หากมีการตรวจสอบเพื่อจ้องจับผิด หรือเพื่อแก้เกี้ยวเมื่อแพ้การเลือกตั้ง จะทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้ และท้ายที่สุดก็จะเกิดความแตกแยกและแบ่งพวกกัน



‘สดศรี’หนุนแก้รธน.โจร มาจากความเกลียดชัง

"สดศรี" หนุนแก้รัฐธรรมนูญโจร ลั่นไร้ความยุติธรรม เอา “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นตัวตั้ง มีความเกลียดชังเป็นพื้นฐาน แนะให้ กกต.จัดเลือกตั้งอย่างเดียว ส่วนยุบพรรคให้ศาลตัดสิน ด้านประธานวิปรัฐบาลยันเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเต็มเหนี่ยว ไม่ห่วงแรงต้าน ส่วน บช.น.ประชุมรับมือพันธมิตรฯ ป่วนรัฐสภา ขณะที่ โผครม.นายกฯ ให้รอโปรดเกล้าฯ

หลังจากที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นชอบให้เสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติที่จะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 28 พฤศจิกายน โดยเห็นว่า ควรแก้ไขมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ อาทิ 309, 237, 265 และ 266 ซึ่งในเช้าวันที่ 1 สิงหาคม จะมีการยื่นญัตติ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาข่มขู่ว่าจะเดินหน้าคัดค้านทุกวิถีทางนั้น

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประเด็นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นตัวตั้ง เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมายซึ่งรวมถึงกฎหมายเรื่องการถือครองหุ้น ทำให้เป็นปัญหาและมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบกันอยู่ในขณะนี้

นางสดศรี กล่าวว่าตนเห็นควรมีการแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้นำความเกลียดชังนักการเมืองมาเป็นพื้นฐาน และตนอยากเสนอให้ กกต.ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว โดยให้อำนาจการพิจารณาใบเหลือง ใบแดง และการยุบพรรคเป็นของศาลเพราะมีภูมิคุ้มกันมากกว่า กกต.

นอกจากนี้ นางสดศรี ยังกล่าวถึงเรื่องที่มาของ กกต.โดยยอมรับว่า กกต.ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่ก็มาจากกระบวนการสรรหาจากศาลฎีกาตามขั้นตอนของกฎหมาย และในที่สุดหากมีการตีความว่า กกต.มีที่มาโดยมิชอบก็อาจทำให้ ส.ส.และ ส.ว.ที่ กกต.รับรองมีที่มาโดยมิชอบเช่นกัน

ขณะที่ นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวสั้นๆ ว่าจะมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยหยิบยกประเด็นที่มีความขัดแย้งมาแก้ไขก่อน และไม่ห่วงเรื่องแรงต่อต้าน เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายนั้นต้องคำนึงถึงเหตุผล สอดคล้องกับที่ผ่านมาที่รัฐบาลเตรียมจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญทันทีที่มีการเปิดสภา