WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, August 2, 2008

“ณัฐวุฒิ” ชี้ พันธมิตรฯเคลื่อนไหว หวั่นนองเลือดเหมือนปฏิวัติ 19 ก.ย.

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย กลุ่มพันธมิตรเคลื่อนไหวอาจใช้คำพูดและท่าทีที่รุนแรงเพื่อล้มล้างรัฐบาล อาจจะนำไปสู่สถานการณ์นองเลือดเหมือนกับเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ได้

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศ 7 วันอันตรายว่า ในส่วนของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงปฏิบัติงานตามปกติ และคิดว่าการที่กลุ่มพันธมิตรฯ มีท่าทีชัดเจนในการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ประกอบกับการเคลื่อนไหว การใช้คำพูด และท่าทีที่รุนแรงของกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ค่อนข้างทำให้สถานการณ์บ้านเมืองยิ่งเข้มข้น และอาจนำไปสู่ความตึงเครียดได้

ทั้งนี้ หากไม่มีการปรับท่าทีการเคลื่อนไหว ทำให้น่าเป็นห่วงว่า การได้ชัยชนะของกลุ่มพันธมิตรฯ อาจหมายถึงเหตุการณ์เช่นเดียวกับวันที่ 19 กันยายน 2549 พร้อมเตือนเรื่องวิธีการ รูปแบบ เนื้อหาในการเคลื่อนไหว ควรคำนึงถึงความบอบช้ำของบ้านเมือง และผลกระทบของคนส่วนใหญ่ด้วย



เอาไงดี

โฉมหน้า ครม.เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ของรัฐบาลชิมไปบ่อนไปจะดีขึ้น? หรือแย่ลง? หรือแปะเอี้ยเหมือนเดิม??

ประเด็นนี้ขอเก็บไว้ก่อนชั่วคราว

เพราะยังมีควันหลงกรณี “สุวิทย์ คุณกิตติ” หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ประกาศ ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล ที่ควรต้องหยิบมาวิจัยแก้เซ็ง

ประเด็นแรก ก็คือการที่ “สุวิทย์” ใช้อำนาจหัวหน้าพรรคประกาศนำพรรคเพื่อแผ่นดินถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่กลับโดน ส.ส.ในพรรคแข็งข้อไม่ยอมถอนตัวตาม

คำถามคาใจก็คือ...ในฐานะหัวหน้าพรรคซึ่งได้รับมอบอำนาจจาก กก.บริหารพรรค ให้สามารถตัดสินใจแทนพรรค เสมือนเป็นมติพรรคได้เลย

ฉะนั้น เมื่อหัวหน้าพรรคตัดสินใจประกาศ ถอนตัว ส.ส.สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดินทั้ง 23 คน ก็ต้องปฏิบัติตาม

แต่การที่ ส.ส.ลูกพรรคไม่ยอมถอนตัว ก็เท่ากับลูกพรรคมีเจตนาฝ่าฝืนมติพรรค ขัดคำสั่งหัวหน้าพรรคชัดเจน!!

ประเด็นต่อไป ถึงแม้ ส.ส.ของพรรคส่วนใหญ่ยืนยันจะสนับสนุนรัฐบาล แต่ก็มี ส.ส.กลุ่มภาคใต้ และ ส.ส.สัดส่วนบางคนที่เห็นด้วยกับหัวหน้าพรรคได้ประกาศไม่สนับสนุนรัฐบาล และขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านทันที

พรรคเพื่อแผ่นดินจึงมี ส.ส.ที่สนับสนุน รัฐบาล และ ส.ส.ที่สนับสนุนฝ่ายค้านผสม อยู่ในพรรคเดียวกัน!!

คำถามคือ... สถานะของพรรคเพื่อแผ่นดิน จะถือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล? หรือเป็นพรรคฝ่ายค้าน? หรือเป็นพรรคผสม 2 ขั้วทูอินวัน??

ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์พรรคการเมือง!!

ประเด็นที่สาม...การที่พรรคเพื่อแผ่นดิน มี ส.ส.สนับสนุนรัฐบาล และคัดค้านรัฐบาล อยู่ในสังกัดเดียวกัน

การทำงานของ ส.ส.ในสภาฯก็เกิดปัญหาคาราคาซัง

ส.ส.ที่ไม่ต้องการสนับสนุนรัฐบาล จะขอย้ายไปสังกัดพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ได้

เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 160 กำหนดว่า ถ้า ส.ส.คนใดลาออกจากพรรคการเมืองที่สังกัดจะต้องพ้นจากความเป็น ส.ส.ทันที!!

หรือ ส.ส.กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลอยากจะยุบพรรคเพื่อแผ่นดินไปรวมกับพรรคการเมือง อื่นก็ไม่ได้!!

เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 104 กำหนดไว้ว่า ในระหว่างอายุของสภาฯ ห้ามไม่ให้พรรค การเมืองควบรวมกัน

ก็เท่ากับ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน 2 กลุ่ม ซึ่งมีจุดยืนตรงข้ามกันจำเป็นต้องทู่ซี้อยู่ร่วมกันต่อไปจนกว่าจะครบเทอม 4 ปี

หรือจนกว่าจะมีการยุบสภาฯ

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าปรากฏการณ์ที่เกิดกับพรรคเพื่อแผ่นดินได้สะท้อนให้เห็นว่าระบบพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเสาหลักรองรับระบอบประชาธิปไตย ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!!

พรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องมีเอกภาพ หรือมีจุดยืนเดียวกัน

ถึงเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล แต่ ส.ส.ก็มีสิทธิแหกค่ายไปสนับสนุนฝ่ายค้าน หรือเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ ส.ส.ก็มีสิทธิแหกคอกไปสนับสนุนรัฐบาล

เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ระบุว่า ส.ส.ต้องไม่อยู่ในความผูกมัด หรืออาณัติ หรือความครอบงำใดๆ

รัฐธรรมนูญมาตรา 162 เขียนย้ำชัดๆว่า ส.ส.ย่อมมีอิสระจากมติพรรค ส.ส.จึงไม่ต้องปฏิบัติตามมติพรรคอย่างเดิม

ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่จำเป็นที่ ส.ส.จะต้องสังกัดพรรคการเมือง

ประเด็นสุดท้าย... นายทุนพรรคหรือคนที่จ่ายเงินสนับสนุนพรรคย่อมมีสิทธิได้ โควตารัฐมนตรี

โดยไม่ต้องมีอาวุโสทางการเมือง

แถมไม่ต้องลงเลือกตั้งให้ลำบากลำบน

สรุปว่าใครมีเงินเหลือใช้ก็เอาเงินไปอัดฉีด พรรคก็จะได้เป็นรัฐมนตรี

เออ...มันก็สะดวกดีเหมือนกันนะโยม.

แม่ลูกจันทร์


“ทักษิณ” ไปบรรยายพิเศษที่ญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากเดินทางไปรับฟังคำพิพากษา คดีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ที่ศาลอาญาแล้ว ในช่วง กลางดึกของคืนวันที่ 31 ก.ค. พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขึ้นเครื่องไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อ ไปบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ผู้นำในอนาคต” ที่เมืองฟูกูโอกะ โดยมีแกนนำคนสำคัญ และ ส.ส.พรรคพลังประชาชนเดินทาง มาส่ง เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม นาย ไชยา สะสมทรัพย์ ว่าที่ รมว.พาณิชย์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม นายพงศกร อรรณนพพร รมช.ศึกษาธิการ นายธีระชัย แสนแก้ว และนายสุพล ฟองงาม รมช. มหาดไทย ตลอดจนอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยเดินทางมาส่ง ทั้งนี้เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาถึงสนามบิน ได้เข้าไปพักผ่อน ในห้องรับรองพิเศษ (วีไอพี) พร้อมพูดคุยกับผู้ที่มารอส่ง เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

ปลื้ม รมต.ส.ส.เป็นเพื่อนร่วมทุกข์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างอยู่ที่ห้องรับรองพิเศษ พ.ต.ท.ทักษิณได้พูดคุยกับเหล่ารัฐมนตรี และ ส.ส. ว่า ขอบคุณ ทุกคนที่มาให้กำลังใจ ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเมื่อเห็นมิตรแท้ อยู่ใกล้ๆ และคอยให้กำลังใจในช่วงที่มีความทุกข์ คนเรา จะได้ใจกันก็ต้องช่วงลำบากที่สุดของชีวิต ส่วนเรื่องคดีหลีกเลี่ยงภาษีคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา และจำเลยอีก 2 คนไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้น จึงมีสิทธิจะอุทธรณ์ต่อไป เรื่องนี้ต้องสู้กันอีกนาน ขอให้ทุกคนไม่ ต้องกังวลเรื่องคดี ยืนยันว่าสิ่งที่ทำมาเป็นเรื่องสุจริต อยาก ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ อย่าเอาการเมืองเข้ามา แทรก เรื่องการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป แต่อย่าเอาตน เข้ามายุ่ง วันนี้การเมืองพยายามเอาตนเข้ามาโยงด้วย




กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เช้าวันนี้

สะพานมัฆวานฯ 2 ส.ค.-เช้าวันนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ จะเคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อประกาศจุดยืนและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถึงที่สุด

การชุมของกลุ่มพันธมิตรฯ คึกคักกว่าทุกคืน ถึงแม้จะมีฝนโปรยปรายลงมา เนื่องจากมีกลุ่มพันธมิตรต่างจังหวัด เดินทางมาสมทบจำนวนมาก ทำให้ต้องขยายพื้นที่การชุมนุมออกไป จนเกือบถึงลานพระบรมรูปทรงม้า โดยแกนนำพันธมิตรขึ้นปราศรัยครบทุกคน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ประกาศว่า เช้าวันนี้เวลา 09.00 น. จะเคลื่อนขบวนเดินเท้าไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อประกาศจุดยืน และคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะเดินเท้าไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้กลุ่มพันธมิตรฯ ทวงคืนเขาพระวิหารกลับคืนมาได้สำเร็จ

ก่อนหน้านี้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นำกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมทำพิธีสวดมนต์ ขอพลังจากปรากฏการณ์สุริยุปราคา เพื่อแก้เคล็ดขับไล่สิ่งชั่วร้าย หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาทำพิธีบวงสรวงสุริยุปราคาเพื่อขอพรเช่นกัน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-02 01:07:51

ณัฐวุฒิ เผยพีทีวียกเลิกการชุมนุมหนุนแก้ รธน.หวั่นปะทะ


ทำเนียบฯ 1 ส.ค. - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดชุมนุมใหญ่วันนี้ (1 ส.ค.) ว่า ขอให้แกนนำพันธมิตรฯ ดูแลการชุมนุมให้รอบคอบและระมัดระวัง เพราะมีการเผชิญหน้าของกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มต้านในหลายจังหวัด รวมทั้งขอให้ดูแลกลุ่มนักรบศรีวิชัย ที่มีข่าวเมาสุรา ทำร้ายประชาชน จึงควรคัดเลือกบุคคลที่อยู่ในสภาพที่พร้อมรับผิดชอบ ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมได้

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พีทีวีขอยกเลิกการชุมนุมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สนามหลวง วันที่ 2 ส.ค.นี้ โดยขอเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุตึงเครียด หรือการเผชิญหน้ากัน รัฐบาลไม่ได้กังวลว่าจะเป็น 7 วันอันตรายต่อรัฐบาล แต่ไม่อยากให้เป็น 7 วันอันตรายต่อคนไทยและสังคมไทย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-01 17:25:53

รัฐบาลติดตามผลงาน 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน

ทำเนียบฯ 1 ส.ค. - “พล.ต.ท.วิเชียรโชติ” ยืนยันรัฐบาลติดตามผลการปฏิบัติงาน 6 มาตรการ 6 เดือนฯ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้รถโดยสาร-รถไฟฟรี ด้าน “ณัฐวุฒิ” ยันกรณี พปช.นำมาตรการดังกล่าวลงโฆษณาใน นสพ.ทำได้ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐ

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ติดตามผลการปฏิบัติงาน 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน ว่า ที่ผ่านมาในช่วงเช้า มีผู้ใช้บริการน้อย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่ทราบ ดังนั้น จึงต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้บริการรถโดยสารหรือรถไฟฟรี ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) จะสำรวจความพึงพอใจการปฏิบัติและค่าใช้จ่ายเสนอรัฐบาล เพื่อหาโครงการช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนนำ 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน ลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ ว่า สามารถทำได้ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และกระทรวงการคลังที่รับผิดชอบนโยบายดังกล่าว พรรคพลังประชาชนก็ดูแลอยู่ ดังนั้น สิ่งที่ดำเนินการไป จึงถือเป็นการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐให้เกิดประโยชน์ และหากพรรคร่วมรัฐบาลจะทำเช่นเดียวกัน สามารถทำได้

ต่อข้อถามว่า การดำเนินการดังกล่าวของพรรคพลังประชาชน เป็นการไม่ให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะก่อนการพิจารณานโยบายดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้หารือร่วมกันที่จะหานโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน และขอย้ำว่า ไม่ใช่เตรียมการเลือกตั้งที่จะมาถึง เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าคงจะมีเวลาอีก 3 ปี. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-01 16:45:36

แจ้งจับ‘ไกรศักดิ์-เอเอสทีวี'หมิ่น‘ทักษิณ'

อดีตนายกฯทักษิณมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อนาย"ไกรศักดิ์-เอเอสทีวี"ฐานหมิ่นประมาท กรณีปราศรัยเวทีพันธมิตร

วันนี้(1 ส.ค.)ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.วิบูลยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.นางเลิ้ง รายงานเหตุคดีอาญาน่าสนใจที่ 946/2551 ลงวันที่ 31 ก.ค.ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาหรือป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น มายัง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.เหตุเกิดบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เหตุเกิดวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 19.00 น.

ทั้งนี้เมื่อค่ำวันที่ 31 ก.ค.นายวาสุเทพ ศรีโสดา อายุ 54 ปีอยู่บ้านเลขที่ 197/3 หมู่ 7 ต.วิศิษฐ์ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ผู้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สมชัย หัสกุล พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.นางเลิ้ง ให้ดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกับผู้ต้องหา 6 คนและบริษัทไทยเดย์ดอทคอม จำกัด บริษัทเอเอสทีวี จำกัด ประกอบด้วย 1.นายไกรศักดิ์ ชุณหวัณ 2.นายวสันต์ พาณิชย์ 3.นายจิตนาถ ลิ้มทองกุล 4.นายพชร สมุทวณิช 5.นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล และ 6.นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

จากการสอบสวนผู้เสียหายให้การว่า สืบเนื่องจากวันเกิดเหตุนายไกรศักดิ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัยใส่ความหมิ่นประมาท พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อบุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้ร่วมชุมนุมและผู้ที่ดูรายการถ่ายทอดสดเอเอสทีวี ระบุว่า ไม่เคยมีประวัติศาสตร์ที่มีการฆ่ามากมายเท่ากับรัฐบาลทักษิณ ข้อความที่นายไกรศักดิ์ กล่าวมานั้นทำให้คนฟังเข้าใจว่า นโยบายประกาศสงความของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้มีคนตายกว่า 2,800 ศพเพราะคำสั่งของอาชญากรหรือไม่ก็เป็นคำสั่งของคนบ้าสั่งให้มีการฆ่ากันตายมากมาย ทั้งที่นโยบายนี้ไม่ใช่การสั่งให้มีการฆ่าคนตาย แต่เป็นการต่อสู้เอาชนะยาเสพติดซึ่งมีขั้นตอนดำเนินงานประสานความร่วมมือกับทุกส่วนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง

นายวาสุเทพ ให้การต่อว่า ถ้อยคำที่นายไกรศักดิ์ กล่าวปราศรัยในวันนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดและไม่ใช่เพื่อความชอบธรรมหรือติชมด้วยความเป็นธรรมแต่เป็นการพูดเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับความเสียหาย และกรณีที่ 2 การที่บริษัทไทยเดย์ดอทคอมจำกัดโดยนายจิตตนาถ และ บริษัทเอเอสทีวี โดยนายวริษฐ์ กรรมการผู้มีอำนาจนั้นได้ร่วมกันถ่ายทอดสดคำพูดของนายไกรศักดิ์ ในข้อความหมิ่นประมาท ถือว่าสมรู้ร่วมคิดกันใส่ความ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เกิดความเสียหาย จึงถือเป็นการกระทำความผิดร่วมกันข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกัยนายไกรศักดิ์และผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตามหลังรับรายงานดังกล่าว พล.ต.ท.อัศวิน ได้สั่งกำชับไปยัง ผกก.สน.นางเลิ้งให้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคดีดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

จาก thai-grassroots

ชุมชนแท็กซี่หนุนมิเตอร์มีใบเสร็จตรวจสอบได้ง่าย

จากกรณีที่กระทรวงคมนาคม โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังมีแนวคิดที่จะออกนโยบายและกำหนดให้เป็นกฎกระทรวง บังคับให้รถแท็กซี่ทุกคันใช้มาตรวัดค่าโดยสาร (มิเตอร์) ชนิดมีใบเสร็จ (มิเตอร์พรินเตอร์)

เพื่อให้สามารถบอกราคา บอกทะเบียนรถ บอกเวลาขึ้นลงและบอกชื่อคนขับได้ ให้สามารถติดตามได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่ผู้โดยสารเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นลืมของ หรือจะแจ้งพฤติกรรมในการให้บริการ รวมทั้งใบเสร็จยังนำไปใช้เบิกคืนในกรณีคนที่เบิกคืนจากที่ทำงานได้ด้วย

กรณีดังกล่าว นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำชุมชนคนแท็กซี่ กล่าวว่าทางชุมชนคนแท็กซี่ขอสนับสนุน เพราะว่าในปัจจุบันเมื่อเกิดปัญหา หากผู้โดยสารไม่สามารถจำอะไรได้ก็ไม่สามารถจะติดตามได้เลย


รถเมล์-รถไฟฟรีบริการแล้ววันนี้โปรดสังเกตสติ๊กเกอร์กันพลาด!

รถเมล์ฟรีพร้อมให้บริการ 73 เส้นทางวันนี้ “ทรงศักดิ์” แนะดูสติ๊กเกอร์ "รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน" ที่ติดอยู่บนรถโดยสาร ขสมก. ชี้ช่วยประชาชนประหยัดเงินเดือนละ 400-500 บาท พร้อมจ่ายค่าชดเชยเบี้ยเลี้ยงให้พนักงาน ขสมก. วันละ 8,500 บาทต่อคัน ขณะที่ รฟท. ติดป้ายสีเขียวข้างตู้โดยสารชั้น 3 ทุกตู้ โดยมีตัวอักษรสีขาวว่า "รถไฟฟรีเพื่อประชาชน" ผู้โดยสารสามารถขึ้นขบวนรถได้ทันที ไม่ต้องขอออกตั๋วโดยสาร

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงโครงการรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน ตามที่รัฐบาลมีนโยบายนำ 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤตเพื่อไทยทุกคนว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดรถเมล์ร้อน 800 คัน รวม 73 เส้นทาง ให้บริการฟรีแก่ประชาชนเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม นี้เป็นต้นไป มาตรการนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายของประชาชนถึงเดือนละ 400-500 บาท

สำหรับรถโดยสารที่ให้บริการนั้น ประชาชนสามารถสังเกตได้จากสติ๊กเกอร์ข้อความ “รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน” ตัวอักษรสีน้ำเงินบนพื้นสีขาว ที่กระจกด้านหน้ารถ และกระจกหลังรถ และด้านบนประตูขึ้นลงรถ ซึ่งจะมีการสลับกับรถปกติ

ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่ไม่ได้รับความสะดวกสบาย หรือมีการเรียกเก็บค่าโดยสาร สามารถแจ้งได้ที่เบอร์ 184 นอกจากนี้ จะมีนายตรวจและพนักงานเก็บค่าโดยสารคอยดูแลประชาชนในเรื่องของความปลอดภัย และควบคุมผู้โดยสารไม่ให้เกินคันละ 80 คน ในชั่วโมงปกติ และไม่เกิน 120 คน ในชั่วโมงเร่งด่วน

ส่วนรายได้ของพนักงาน รัฐบาลจะชดเชยส่วนแบ่งค่าตั๋วโดยสาร และค่าเบี้ยเลี้ยง ให้พนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร วันละ 8,500 บาทต่อคัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 6 เดือน

พนักงานขับรถโดยสาร กล่าวว่า แม้การชดเชยรายได้ดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน แต่มาตรการนี้ก็ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น จากเดือนละ 300 บาทเศษ ไปเป็นกว่า 400 บาท

นายวิสูตร อินทรวิเชียร นายท่ารถประจำทางสาย 95 ขสมก. กล่าวว่า รถเมล์สาย 95 ซึ่งวิ่งในเส้นทางบางเขน-รามคำแหง 1 จะเป็นรถสายแรกของโครงการนี้ และเตรียมปล่อยรถคันนี้ในเวลา 05.00 น. วันนี้ ที่อู่รถบางเขน

ขณะที่ นายไพรัช โรจน์เจริญงาม ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงรถไฟชั้น 3 ที่เปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี ตามนโยบายลดรายจ่ายในการเดินทาง 6 มาตรการของรัฐบาล โดยผู้โดยสารสามารถขึ้นขบวนรถได้ทันที ไม่ต้องขอออกตั๋วโดยสาร เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าตั๋วโดยสาร รวมทั้งผู้โดยสารไม่ต้องเสียเวลาเข้าคิวขอออกตั๋ว โดยจะให้เจ้าหน้าที่รถไฟเข้าไปดูแลและจัดระเบียบผู้โดยสารแทน

ดังนั้น ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ รฟท. จะติดป้ายสีเขียวข้างตู้โดยสารทุกตู้ โดยมีตัวอักษรสีขาวว่า "รถไฟฟรีเพื่อประชาชน" ในขบวนจะพ่วงด้วยรถชั้น 3 ล้วน เพื่อป้องกันผู้โดยสารขึ้นโดยสารผิดขบวน โดย รฟท. ได้สั่งการให้สถานีรถไฟทุกสถานีประกาศทางเครื่องกระจายเสียงทุกครั้งที่มีขบวนรถไฟฟรีจอดบริการที่สถานี

นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบจากป้ายประกาศของสถานี หรือจากเว็บไซต์ของการรถไฟฯ www.railway.co.th หรือโทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ รถไฟที่ให้บริการฟรีมีจำนวน 164 ขบวนเท่านั้น ซึ่งเป็นรถโดยสารชั้น 3 ไม่ปรับอากาศ และเป็นขบวนรถชานเมือง รถธรรมดา รถท้องถิ่น และรถรวม

กองทัพธรรม ไม่แตกต่างจากโจรก่อการร้าย?!!

คอลัมน์ : มารศาสนา

แทบไม่อยากเชื่อว่า สันติอโศก จะตั้ง “กองทัพธรรม” ขึ้นมาเป็นกองกำลังนักรบมือเปล่า ถูกวางตัวลงให้ทำงานเป็นแนวหน้าหัวหอกชุมนุมประท้วง ประกาศขับไล่รัฐบาล ทั้งๆ ที่รัฐบาลเพิ่งจะเข้ามาบริหารประเทศได้ไม่กี่เดือน

สันติอโศกได้ตั้งข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายสมัคร สุนทรเวช ว่าเป็น “นอมินี” ของอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยมีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นคอหอยกับลูกกระเดือก ร่วมกัน “ประท้วง” จะเอาให้ออกจากการเป็นรัฐบาลให้ได้

มันเป็นการขับไล่โดยที่รัฐบาลยังไม่เคยทำอะไรผิด

สันติอโศก กับ พันธมิตรฯ ไม่สนใจว่าผิดหรือไม่ผิด เขาสนอยู่เพียงอย่างเดียวว่า ต้องขับไล่ให้สำเร็จให้ได้ ถ้าขับไล่ยังไม่สำเร็จ ก็ต้องชุมนุมประท้วงขับไล่ต่อไป

เรื่องราวแบบนี้ได้ก่อความเสียหายให้เกิดกับประเทศไทยของเราอย่างไม่มีทางเลี่ยง ผมเชื่อว่าผู้คนในโลกคงจะแปลกใจพิลึกว่า ประเทศไทยที่ได้ชื่อว่ามีทุกอย่าง เช่น มีสิทธิเสรีภาพ มีอาหารการกินมากมายก่ายกอง ประชาชนร้อยละ 95 อยู่ดีกินดี

แล้วเหตุไฉนบ้านเมืองกลับเต็มไปด้วยความเลวร้าย?

คนต่างชาติเขาสงสัยประเทศไทย แต่เขาไม่มีวันรู้ดอกว่า ภายในประเทศไทยของเรานั้น มีคนชั่วอยู่กี่กลุ่ม กี่คณะ คนไทยเราเองสิครับรู้ดี รู้ว่า “พันธมิตร” ชั่วเพียงไหน สันติอโศกเลวเพียงไร แต่ก็อีกนั่นแหละ ขณะที่คนฝ่ายหนึ่งกล่าวหาว่าพันธมิตรฯ ชั่ว กล่าวหาต่อไปว่า สันติอโศกเลว...แต่ญาติธรรมของพวกเขา (พันธมิตรฯ และสันติอโศก) กลับพากันยกย่องสรรเสริญ!

ในเวลาเดียวกัน สื่อในประเทศไทยของเราเองก็พากันยกย่องเยินยอ จึงทำให้ทั้งพันธมิตรฯ และสันติอโศก พากันได้ใจ อยากจะทำอะไรกับรัฐบาลก็ทำทันที โดยไม่มีความเกรงใจประชาชนว่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่เขาเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก จะมีความรู้สึกอย่างไร

ความจริง ใครจะขับไล่รัฐบาลอย่างไรคงไม่มีใครห้ามได้

แต่ขอให้ใช้ “รัฐสภา” เป็นเวทีในการขับไล่ หรือหากจะขับไล่บนถนนก็ต้องถือเอาเรื่องไม่ดีมาอ้างอย่างสมเหตุสมผล มีข้อกล่าวหารัฐบาลมีความผิดมหันต์ แล้วลงมติเอาเองว่า ไม่อาจปล่อยให้บริหารประเทศชาติต่อไปได้ จำเป็นต้องประท้วงขับไล่บนถนน อย่างนี้เป็นต้น

บนความเป็นจริง...รัฐบาล 6 พรรค โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ปรากฏแม้แต่นิดว่ามีความผิด แต่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ต้องเผชิญกับเส้นทางวิบาก ถูกชุมนุมขับไล่คล้ายกับว่ามีความผิดมหันต์

พวกที่ชุมนุมขับไล่ไม่ได้มีความสงสารประเทศของตัวเองเลย มุ่งแต่จะเอาชนะสถานเดียว โดยเฉพาะ “สันติอโศก” ซึ่งประกาศนักประกาศหนาว่า เป็นผู้มีศีล-มีธรรม กลับประพฤติตนเยี่ยง “มหาโจร” จะปล้นดิบทุกคนที่ตัวเองอยากปล้น

สันติอโศกจึงไม่แตกต่างจากโจรก่อการร้ายในเมือง ที่กล้าแม้จะบ่อนทำลายชาติของตน และเรื่องนี้เกิดการโยงยึดกับตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อย่างไม่มีทางเลี่ยง ซึ่งบางคนเรียกคนผู้นี้ว่า “ไอ้จำลอง” ผู้มีใจสกปรกโสมม นึกไม่ถึงว่าคนเคยเป็นผู้ว่าฯ กทม. เคยเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ เคยเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ จะมีหัวใจ “กระด้าง” ยิ่งกว่าหัวใจโจรป่า

แต่มันก็ได้เป็นไปแล้ว

เรื่องนี้นะครับ กระผม “นายสอาด จันทร์ดี” ต้องขออภัยท่านผู้อ่าน ขอเป็นคนเขียนหนังสือในภาษาและถ้อยคำที่ดุเดือด แดกดัน เพราะว่าถ้าไม่เขียนเช่นนี้ จะไม่มีวันเข้าถึงเลือดชั่วของคนชื่อ จำลอง ศรีเมือง

แน่ล่ะ...คำว่า เลือดชั่ว...ผมมีสิทธิ์ตกเป็นจำเลย

เพราะฉะนั้น...ผมขอขมวดเอาไว้ให้ชัดว่า เลือดชั่วที่ว่านี้ เกิดจากเลือดในสติปัญญาของคนชื่อ จำลอง ศรีเมือง ไม่ใช้พิจารณาญาณที่ถูกต้อง ไม่ใช้หลักนิติศาสตร์ในการชุมนุมประท้วง นั่นก็คือพวกสันติอโศกประกาศชุมนุมประท้วงขับไล่ นายสมัคร สุนทรเวช นอกรัฐสภา ว่าไม่ชนะไม่เลิก

การประกาศแบบนี้ ถือได้ว่าเป็นเลือดชั่ว

ถ้าจะพากันชุมนุมแบบเลือดไม่ชั่ว ได้แก่ตัว นายสมัคร สุนทรเวช มีความผิดอย่างร้ายแรงจนไม่อาจปล่อยให้บริหารประเทศชาติต่อไปได้ สันติอโศกจึงยกกำลังออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่ ถ้าเป็นเช่นนั้น คงไม่มีใครคัดค้าน

แต่บนข้อเท็จจริงของวันเวลาที่พันธมิตรฯ กับสันติอโศกพากันชุมนุมประท้วง

นายสมัคร สุนทรเวช ยังไม่มีความผิดในตำแหน่งหน้าที่อะไรเลย

เมื่อผมเขียนอย่างนี้ ผมขอขยายความต่อไปว่า คณะสันติอโศกมีพฤติกรรมที่ไม่ดีมาโดยตลอด เช่น บวชเป็นพระ ก็ประกาศไม่ขึ้นกับคณะสงฆ์ เมื่อถูกบังคับให้สละสมณเพศ (ถูกจับสึก) ก็ยังคงทำตัวเป็นพระ...ออกบิณฑบาตเหมือนพระภิกษุสงฆ์ทั่วไป

วันนี้ สันติอโศกกำแหงหาญ ขนเอาสมาชิกบริวารมาตั้งเป็นกองทัพธรรม ยึดถนนราชดำเนินเป็นกองบัญชาการใหญ่...ดังนั้นผมจึงเขียนเอาไว้ว่า “กองทัพธรรมไม่แตกต่างจากโจรก่อการร้าย” เห็นไหมครับ เขาขัดขวางรัฐบาลทุกวิถีทาง

โดยไม่นึกถึงเลยว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับประเทศชาติ

ผมจบเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน...ต่อไปยังมีเรื่องถลกหนังอีกเยอะ..!!

สอาด จันทร์ดี