WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, August 7, 2008

สื่อแทรกแซงรัฐบาล

วันนี้ต้องยอมรับความจริงกันแล้ว พิษสงของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ซึ่งถ่ายทอดสดการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรพันธมาร ตลอด 24 ชั่วโมง ได้แผ่คลุมไปทั่วประเทศ การพ่นน้ำลายยุยงปลุกระดมกัน 24 ชั่วโมง ด้วยคำหยาบๆ คายๆ ข้อมูลจริงบ้าง เท็จบ้าง ผสมปนเปกันไป จนคนดูที่ถูกกรอกหูด้วยข้อมูลเท็จมากกว่าจริงอยู่ทุกวี่ทุกวัน เริ่มคล้อยตามว่าเป็นข้อมูลจริง

วันนี้หากใครอยากจะมีชื่อเสียงในทางลบทางหน้าจอโทรทัศน์เอเอสทีวี ง่ายนิดเดียว เพียงแค่แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อว่าเห็นด้วยกับรัฐบาล ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมประท้วงยืดเยื้อ ปิดถนน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

รับรองว่าชื่อของท่านจะถูกหยิบยกขึ้นไปสับโขกบนเวทีพันธมิตรพันธมารทันทีทันควัน

ไม่เว้นแม้กระทั่งพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศอย่าง พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ยังโดนมาแล้ว เพียงแค่เตือนให้ผู้ปกครองที่พาลูกหลานไปร่วมชุมนุม ต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจถึงการชุมนุม และที่พระพยอมเป็นห่วงมากที่สุดคือ การใช้คำหยาบในการปราศรัยถึงบุคคลต่างๆ

เหี้ยห่าสารพัดสัตว์ วิ่งกันให้พล่านออกมาจากปากคนที่ไปพ่นน้ำลายบนเวทีในแต่ละวัน แต่ละคืน

ล่าสุดเมื่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจขึ้นมา 4 คน โดยมี ดร.โกร่ง หรือ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน ปรากฏว่า แต่ละคนถูกหยิบขึ้นมากล่าวหาต่างๆ นานา โดยมีสื่อในเครือในค่ายสอดรับสนับสนุน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่าการแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ครั้งนี้ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะแต่ละท่านนั้นเป็นที่ปรึกษาประธานบริษัท ที่ปรึกษาบริษัทต่างๆ ของเอกชนมากมาย จึงตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่า จะนำความลับในการประชุมคณะรัฐมนตรีไปเอื้อประโยชน์กับบริษัทเอกชน

ปรากฏว่าความหวังของนักธุรกิจและประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ดีใจกันว่า ต่อไปนี้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศน่าจะดีขึ้น เพราะได้คนมีความรู้ด้านเศรษฐกิจตัวจริง เสียงจริง มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

แต่วันนี้ความหวังเริ่มเลือนลาง ไม่แน่ใจทีมที่ปรึกษาที่เพิ่งตั้งกันเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา จะทนแรงเสียดทานได้แค่ไหน เหมือนกับหลายๆ คนที่ปฏิเสธที่จะเข้ามา เพราะเปลืองตัว

ชื่อเสียงที่สร้างสมมาทั้งชีวิต ก็ถูกหยิบขึ้นมาบังสุกุลโขกสับอย่างไม่มีชิ้นดี โดยไม่สามารถจะลดตัวเองลงไปตอบโต้ได้

จริงอยู่วันนี้แม้นายกฯ สมัคร สุนทรเวช เริ่มเปิดเกมรุกกลุ่มพันธมิตรพันธมาร เป็นเรื่องเป็นราว โดยการให้ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกรัฐบาล และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. พรรคพลังประชาชน ในนามบริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ มาดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้” ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ช่อง 11 ตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มเศษ ถึง 5 ทุ่มตรง ทุกวันอาทิตย์ถึงวันเสาร์ โดยหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์นำเรื่องราวที่ออกอากาศไปแล้ว มาถ่ายทอดให้อ่านกันอีกรอบ เพราะเห็นว่ารายการนี้ออกอากาศดึกไปหน่อย หลายคนอาจจะต้องพักผ่อนเพื่อเตรียมแรงไว้สู้กับชีวิตในวันต่อไป

แถมด้วยรายการ “จุดชนวนข่าว” ทางสถานีวิทยุวิสดอมเรดิโอ คลื่นเอฟเอ็ม 105 เมกะเฮิร์ตซ์ ช่วงเวลาบ่ายโมงถึงบ่ายสองโมงครึ่ง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ หยิบยกเรื่องน่าสนใจไปอ่านให้แฟนๆ ได้รับทราบความจริงวันนี้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา รายการ “จุดชนวนข่าว” นำเรื่องความไม่ชอบมาพากลของ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ที่รายการความจริงวันนี้หยิบยกขึ้นมาชำแหละให้เห็นล่อนจ้อนว่า ในอดีตและปัจจุบันได้ไปทำอะไรไว้บ้างที่น่าเคลือบแคลงสงสัย

ปรากฏว่ามีคนฟังจากทางบ้านโทรศัพท์เข้ามาที่ห้องส่งว่า ข่าวที่รายการ “จุดชนวนข่าว” นำมาอ่านให้ฟังนั้น มาจากไหน ไม่เคยเห็นรายการข่าวโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ฉบับไหนนำเสนอ

ผมรับฟังเรื่องนี้ด้วยความหดหู่ใจ ขนาดคนในเมืองหลวงแท้ๆ ยังไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รอบด้านทั่วถึง อาจจะเป็นเพราะว่ารายการความจริงวันนี้เพิ่งเริ่มมีขึ้นไม่นาน และหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ก็จะมีอายุครบขวบปีในวันที่ 1 ตุลาคม ที่จะถึงนี้

วันนี้ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่า เพราะเหตุใดข้อมูลเท็จมากกว่าจริงบนเวทีพันธมิตรพันธมาร จึงถึงชาวบ้านมากกว่าข้อมูลของรัฐบาล เพราะเอเอสทีวีสามารถกรอกหูชาวบ้านได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะที่รายการความจริงวันนี้มีแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แถมเป็นเวลาดึกอีกต่างหาก

ดังนั้น ใครที่บอกว่ารัฐบาลชุดนี้แทรกแซงสื่อ ผมต้องเถียงคอเป็นเอ็นว่า สื่อต่างหากแทรกแซงรัฐบาล จนต้องตกอยู่ในสภาพง่อนแง่น เพราะตั้งรับมาตั้งแต่ต้น นายกฯ สมัคร สุนทรเวช เพิ่งคิดได้ จะต้องเปิดเกมรุกด้านสื่อ เกือบจะไม่ทันการณ์



รัฐบาลจ่อคลอด พ.ร.ฎ. ให้จังหวัดตั้งงบประมาณพัฒนาได้เอง

รัฐบาลจ่อประกาศใช้ พ.ร.ฎ. การบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ หลังผ่านครม.เรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้จังหวัดตั้งงบประมาณได้เอง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจะมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการในเร็วๆ นี้ ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว กำลังจะประกาศใช้ตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการแผ่นดิน ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีคณะกรรมการในระดับนโยบาย คณะกรรมการในระดับจังหวัด คณะกรรมการในระดับกลุ่มจังหวัด องค์ประกอบของคณะกรรมการเหล่านี้ มีมาจากภาคราชการ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม สะท้อนให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นจะฝังรากลึกไปในระดับชุมชนท้องถิ่น เป็นสิ่งที่น่ายินดีที่จะได้มีการพัฒนาการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดต่อไปอีกระดับหนึ่ง

ต่อไปนี้จังหวัด กลุ่มจังหวัด สามารถตั้งงบประมาณบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดของตนเองได้ แม้ว่ากฤษฎีกาในขณะนี้ ยังไม่มีผลบังคับใช้ งบประมาณปี 2552 กำลังพิจาณากันอยู่ในชั้นกรรมาธิการนั้น ก็ได้อนุโลมให้จังหวัดสามารถตั้งงบประมาณได้ ถือเป็นการมีงบประมาณในแบบกลุ่มจังหวัดเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

เมื่อกฤษฎีกานี้มีผลบังคับใช้ สำนักงาน ก.พ.ร. ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้อย่างเต็มที่ ต้องมีการเตรียมพร้อมโดยเฉพาะภาคประชาสังคมที่จะมีส่วนร่วมที่กฤษฎีกานี้พูดถึง



ข้าราชการ-ลูกจ้าง ศธ. ร้องรัฐบาลจัดการม็อบพันธมิตรฯ ป่วน

ข้าราชการ-ลูกจ้างกระทรวงศึกษา ร้องรัฐบาลช่วยสางปัญหาความเดือดร้อนจากการชุมนุมของม็อบพันธมิตรฯ ที่ทำตัวเป็นนักเลงโตไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง “ชูศักดิ์” รับเรื่องหาช่องทางแก้ปัญหา

ในตอนสายวันนี้ ตัวแทนข้าราชการ ลูกจ้างกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้เคยยื่นร้องต่อศาลแพ่งให้ไต่สวนฉุกเฉินการชุมนุมมาแล้ว ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม

โดยเฉพาะการใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 63 วรรค 2 เพื่อเป็นการแก้ไขความเดือดร้อนที่ได้รับจากกลุ่มบุคคลที่ไม่เคารพกฎหมาย บ้านเมือง และกระทำการละเมิดสิทธิผู้อื่น ในการตรวจค้นกระเป๋าและบัตรประชาชน รวมทั้งข้าราชการที่ต้องใช้เส้นทางในการเข้า-ออก ดังนั้นขอให้รัฐบาลดำเนินการขั้นเด็ดขาด

ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องดูข้อกฎหมายว่าในระหว่างที่คดีอยู่ในการพิจารณาของศาลจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้อีกหรือไม่ เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น



"สมชาย"ปัด "ทักษิณ-พจมาน" ลี้ภัยเมืองจีน ยันกลับไทยสู้คดีแน่

"สมชาย" ยืนยัน "ทักษิณ-พจมาน" เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ พร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการศาลยุติธรรม ยันกลับไทย 11 ส.ค.นี้แน่นอน

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเครือญาติตระกูลชินวัตร น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พร้อมต่อสู้คดีในไทยตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ขอลี้ภัยทางการเมืองไปต่างประเทศแน่นอน โดยเฉพาะคุณหญิงพจมาน เพราะยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยอยู่ ภายหลังมีกระแสข่าวระบุว่ามีการขนกระเป๋าใบใหญ่ถึง 9 ใบ เดินทางไปต่างประเทศ

นอกจากนี้ นายสมชาย ยังยืนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ หลังจากขออนุญาตศาลเดินทางออกนอกประเทศ เพราะที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิบัติตามคำสั่งศาลมาโดยตลอด

โดยกระแสข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่าคุณหญิงพจมาน นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขาส่วนตัวคุณหญิงพจมานได้เดินทางออกจากประเทศไทยในเวลา 10.40 น. วันที่ 5 ส.ค. ด้วยเที่ยวบินทีจี 0614 สุวรรณภูมิ-ปักกิ่ง

โดยมีนายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทาและน.ส.แพรทองธาร ชินวัตร บุตรทั้งสามคนได้เดินทางไปส่งถึงสนามบิน โดยบรรยากาศเป้ฯไปด้วยความโศกเศร้า เพราะมีร่ำไห้สั่งลา จึงเป็นคาดหมายว่าการเดินทางไปในครั้งนี้เพื่อขอลี้ภัยทางการเมือง หลังศาลอาญามีคำพิพากษาตัดสินจำคุกคุณหญิงพจมานและพวก ฐานจงใจหลีกเลี่ยงภาษี โดยคดีนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์

"เตช" เตรียมถกกัมพูชารอบ 2 แก้ปัญหาพิพาท "เขาพระวิหาร"

รมว.ต่างประเทศ เตรียมหารือกัมพูชารอบ 2 แก้ปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหาร ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนคลี่คลายลงแล้ว

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารสนเทศ กล่าวว่า นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือรอบที่ 2 กับนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหารือถึงปัญหาพื้นที่พิพาทบนเขาพระวิหาร หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้นำผลการประชุมที่ จ.เสียมเรียบ เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา กลับไปหารือกับรัฐบาลของแต่ละฝ่าย โดยการหารือรอบใหม่จะมีการพูดถึงการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป ซึ่งจะทำหน้าที่ในการปักปันเขตแดน

ขณะที่นายซาน วันณา รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรมีชัย กล่าวกับหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ว่า สถานการณ์การเผชิญหน้าของทหารที่ชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม ที่อยู่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ขณะนี้ คลี่คลายลงแล้ว หลังจากมีการพูดคุยกับ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี โดยระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงให้มีการลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

ส่วนปัญหาเรื่องแนวเขตแดนที่ยังเป็นปัญหาอยู่นั้น นายซาน วันณา กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการชายแดนที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา โดยพล.ต.กนก ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ได้แจ้งให้ฝ่ายกัมพูชารับทราบ หากต้องการเข้ามาในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ขอให้ประสานติดต่อกับฝ่ายไทยก่อน และไม่ควรที่จะเอาอาวุธเข้ามาในพื้นที่ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด โดย พล.ต.กนก ย้ำว่า ปราสาทตาเมือนธม ตั้งอยู่ในเขตแดนของประเทศไทย

ขณะที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้รัฐบาลเรียก พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก ที่มีความสนิทสนมกับผู้นำกัมพูชาอย่างมาก มาร่วมเจรจาเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาท 2 ฝ่าย เนื่องจาก พล.อ.วิชิต เป็นผู้ที่มีความเข้าใจในสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาได้

"ชูศักดิ์" ยัน พปช.ไม่มีความคิดแก้ รธน.หมวดกษัตริย์

“ชูศักดิ์ ศิรินิล” ชี้พรรคพลังประชาชนไม่มีแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดกษัตริย์ ลั่นเป็นการประเด็นออกมาโจมตีทางการเมืองเท่านั้น

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าพรรคพลังประชาชนเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ไม่มี ตนก็ยังงงอยู่ เพราะทางพรรคไม่ได้มีความคิดต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทราบจากข่าวเท่านั้น เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีการเปิดประเด็นเรื่องต่างๆออกมาเรื่อยๆ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องจับประเด็นให้ดี ให้ชัดเจน บางทีก็เป็นเรื่องการมุ่งหวังทางการเมือง แต่ยืนยันว่าเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายอาญามาตราดังกล่าว เราไม่ทราบเรื่อง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ต้องการสร้างให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติ ซึ่งก็มีเสียงสะท้อนจากอดีตนายกฯรวมถึงนักวิชาการว่านายสมัครต้องปรับบุคลิกส่วนตัวก่อน เรื่องนี้รัฐบาลจะมีการปรับท่าทีอย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากัน แต่ท่าทีรัฐบาลที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ไปโจมตีให้ร้ายหรือกล่าวร้ายใคร ส่วนใหญ่เป็นการออกมาปกป้องตัวเองทั้งนั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อกล่าวหารัฐบาลมาโดยตลอด รัฐบาลจึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริง ส่วนท่าทีที่นายกฯออกมาพูดนั้น ตนก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเรื่องหน้าที่ก็ต้องทำต่อไปแต่การโจมตีให้ร้ายกันโดยการใช้วจีไม่สุจริตทั้งหลายควรจะต้องยุติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการใช้คำพูด โต้ตอบยั่วยุกัน จะต้องยุติด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลใช้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีมาเป็นกระบอกเสียง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องให้ทางสถานีและผู้ที่รับผิดชอบพิจารณาว่าควรจะเป็นอย่างไร ส่วนประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายเห็นว่าควรจะยุติไว้ก่อนเพราะเกรงว่าจะเป็นชนวนให้เกิดความแตกแยกมากขึ้นนั้น ตนคิดว่าเรื่องการแก้รัฐไขธรรมนูญก็มีความเห็นมานานแล้ว และต้องยอมรับว่าหลายเรื่องก็มีความเห็นสอดคล้องกันว่าต้องแก้ไข ตนคิดว่าทั้งประชาชนและสื่อมวลชนก็เข้าใจดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องมีการดำเนินการแก้ไข

ดังนั้นถ้าคิดว่าเป็นเรื่องที่เราดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ และมีเหตุผลตอบปัญหาต่างๆได้ ตนก็คิดว่าควรปล่อยให้ครรลองของสภาดำเนินการไป เราอย่าไปคิดว่าจะเป็นการแก้ไขเพื่อตนเอง เพราะทุกอย่างเราต้องการแก้ไขให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม นิติรัฐ ก็ต้องฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน โดยท้ายที่สุดรัฐสภาจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าแก้ได้ก็ดำเนินการต่อไป แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าจะให้ยุติทุกอย่างเลยก็หมายความว่ากระบวนการตามรัฐธรรมนูญ การบริหารราชการแผ่นดิน การทำหน้าที่ของสภา จะทำไม่ได้เลยหรือ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ตนคิดว่าก็ไม่ใช่เหตุผล

เมื่อถามว่าแต่หลายฝ่ายเห็นว่าช่วงเวลาขณะนี้อาจจะไม่เหมาะสม นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของสภา เพราะอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร ก็ต้องดำเนินการต่อไป ถ้ามาบอกให้หยุดก็เหมือนเป็นการให้หยุดใช้อำนาจหน้าที่

ซึ่งก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้องเหมือนกัน ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมี ส.ส.พลังประชาชนบางคนเสนอให้มีการแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบองคมนตรีที่เป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชนได้ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้แตะรัฐธรรมนูญหมวดนี้เลย ไม่เคยมีความคิดเลย ยืนยันว่าเราไม่ได้แตะต้องอะไรเกี่ยวกับหมวดนี้แน่นอน



สุวัจน์ ชี้แนวคิดรัฐบาลสมานฉันท์เกิดขึ้นยาก

“สุวัจน์” ชี้แนวคิดรัฐบาลสมานฉันท์เป็นไปได้ยาก เพราะมีหลายพรรคการเมืองแต่หากมีการเลือกตั้งใหม่ก็เป็นไปได้

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีต กรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า แนวความคิดรัฐบาลสมานฉันท์ในขณะนี้คงเป็นไปได้ลำบาก เพราะมีหลายพรรคการเมือง แต่หากมีการเลือกตั้งใหม่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ และสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมกันนี้ ยังแนะนำรัฐบาลว่า ควรแก้ไขปัญหาความแตกแยกในชาติ ก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าจะแก้ชุดไหน เพราะมีความกลัวว่าจะแก้ไขเพื่อตัวเอง และหากแก้ไขเพื่อส่วนรวมปัญหาก็จะเบาบางลงด้วย

ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันเห็นว่าต้องการผู้มีประสบการณ์สูงในการแก้ไขปัญหา โดยนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้มีความเชี่ยวกรากทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม นายสุวัจน์ ปฏิเสธไม่ทราบกระแสข่าวอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย จะรวมตัวกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุเพียงว่า ไม่เคยคุยกับใคร

"ชัย" เปรียบ พปช.ขัดแย้งเหมือนมดกัดกันเอง

ประธานสภาฯ ชี้ควาามขัดแย้งในพลังประชาชนเหมือนมดแดงกัดกันเอง แต่จะส่งผลดีในอนาคตทำให้พรรคแข็งแรง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชาชน ว่า เปรียบเสมือนมดแดงที่มีการกัดกันเองบ้าง แต่อนาคตจะส่งผลให้เกิดความแข็งแรง นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ทราบกระแสข่าวที่มี ส.ส.พรรคพลังประชาชนบางส่วนเตรียมไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อจัดตั้งรัฐบาล

ขณะเดียวกัน นายชัย กล่าวอีกว่า เป็นไปไม่ได้ที่นายเนวิน ชิดชอบ บุตรชาย อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จะอยู่เบื้องหลังภายในพรรคพลังประชาชน ส่วนนายเนวิน จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้นอยู่ที่บุญวาสนา แต่ตนไม่ใช่หมอดูจึงทำนายไม่ได้ว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

"บุช" ถวายพระพร "ในหลวง" ย้ำสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ

ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ของสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์นโยบายของสหรัฐฯ ต่อเอเชียที่ศูนย์การประชุมสิริกิติ์ โดยผู้นำสหรัฐฯ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ กล่าวทักทายในที่ประชุมด้วยคำว่า "สวัสดีครับ" ด้วยน้ำเสียงชัดเจน เรียกเสียงปรบมือทั่วห้องประชุม

จากนั้นผู้นำสหรัฐฯ เริ่มต้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วยการถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในโอกาสที่พระองค์จะทรงเจริญพระชนมายุครบรอบ 81 พรรษา ในปีนี้ หลังจากนั้นเริ่มต้นการกล่าวสุนทรพจน์โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐฯ ที่ยืนยาวมานานถึง 175 ปี และกล่าวถึงความร่วมมือทางด้านค้าการลุงทุน และการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามเกาหลี เวียดนาม จนถึงปัจจุบันก็ยังมีความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายทั้งในอิรัก และอัฟกานิสถาน

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ การค้าเสรีของประเทศไทยที่มีส่วนช่วยให้การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของประเทศไทยว่าเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย และถือว่าประเทศไทยเป็นพันธมิตรนอกกลุ่มนาโตที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญมากที่สุด

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า มีเพียงแค่ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย แต่หลังจากนั้นความเป็นประชาธิปไตยก็ไม่ได้หายไป แถมยังกระจายไปยังประเทศต่างๆ มากขึ้น แม้กระทั่งอินโดนีเซียที่ถือว่าเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมมากที่สุด รวมถึงประเทศจีนก็มีการเปิดเสรีมากขึ้น

ส่วนเรื่องเกาหลีเหนือมองว่า ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนของชาวเกาหลีเหนือด้วย และสิทธิมนุษยชนของชาวพม่า ซึ่งได้เรียกร้องให้เร่งดำเนินการปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวพม่าจากพายุไซโคลนนาร์กีส

ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้แสดงความเป็นห่วงต่อภาวะโลกร้อน และได้กล่าวถึงจีนว่า จีนเพิ่งพ้นจากยุคปฏิวัติวัฒนธรรมมา แต่ปัจจุบันมีความเจริญรุ่งเรืองในทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก และมองว่าจีนจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในทศวรรษที่ 21 และได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวัน ว่า อยากเห็นความสงบระหว่าง 2 ประเทศนี้ และแสดงความเป็นห่วงเสรีภาพในการนับถือศาสนา รวมถึงสิทธิมนุษยชนในประเทศจีน

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงด้านการค้า ซึ่งมูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับทวีปเอเชียเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นตลาดการค้าโลกจึงเปลี่ยนไป ไม่ได้อยู่เพียงแถบแอตแลนติก แต่ได้ข้ามมาสู่แปซิฟิก คือภูมิภาคเอเชีย ที่ถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ในเรื่องเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ ต้องการเชื่อมความสัมพันธ์ดีไว้ตลอดไป และมั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศในเอเชียจะไม่มีวันจบลง และจะยังยืนอยู่ข้างชาวเอเชียต่อไป ถึงแม้ว่าความเป็นประธานาธิบดีของตนจะจบลงในไม่ช้าเนื่องจากจะพ้นจากตำแหน่ง ส่วนอนาคตของภูมิภาคเอเชียนั้น มองว่าจะสามารถเจริญรุ่งเรืองได้ ต้องมีความร่วมมือกันอย่างแนบแน่นระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เพื่อที่จะนำภูมิภาคนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป

‘ไชยา’มอบนโยบายเร่งผลักดันการส่งออก

นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเข้ารับตำแหน่งใหม่เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมว่า ได้ทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ประจำอยู่ ณ กระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ยังได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูง และข้าราชการประจำกระทรวง โดยต้องการผลักดันการส่งออกให้เป็นไปตามเป้า หรือเกินกว่าร้อยละ 15 จากฐานเดิมที่ได้มีการตั้งเป้าไว้

ส่วนของเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมที่จะเข้าไปดูแล เพื่อให้มีมาตรการที่ชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งภาพในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นได้ ส่วนมาตรการในการดูแลราคาสินค้าในเบื้องต้นนั้น ควรจะปรับขึ้นในส่วนของสินค้าผลิตภัณฑ์นม หลังจากที่มติ ครม.ได้มีการอนุมัติให้มีการปรับเพิ่มราคาสินค้าไปแล้ว