WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, August 11, 2008

“ชูศักดิ์” เผย “สมัคร”ชี้แจงเอกสารให้ กกต. 13 ส.ค.นี้

รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้ กรณีนายกฯ ต้องไปแจงต่อกกต.ในวันที่ 7 ส.ค. แต่ต้องเดินทางไปประเทศจีน จึงเลื่อนไปเป็น 13 ส.ค.นี้ เพื่อนำเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรเข้ายื่น ให้ กกต.

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชนต้องไปชี้แจงต่อ กกต.ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ ว่า ต้องขอชี้แจงเพราะข่าวลงคลาดเคลื่อน เนื่องจาก กกต.ได้ให้ไปชี้แจงตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่นายกรัฐมนตรีต้องเดินทางไปประเทศจีนในวันดังกล่าว จึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 13 ส.ค. ดังนั้นที่ข่าวออกมาว่า กกต.ไม่ให้เลื่อนก็ไม่เป็นความจริง และในวันที่ 13 ส.ค.นี้ นายสมัครจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยัง กกต. ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาประเด็นที่จะชี้แจงว่าจะมีประเด็นใดบ้าง ทั้งในส่วนของนายสมัคร และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ดังนั้นผู้สื่อข่าวไม่ต้องไปดักรอที่ กกต. เพราะจะส่งเป็นเอกสารชี้แจงไปเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่จะยกมาเป็นข้อต่อสู้นั้นยังคงเป็นเรื่องมติของพรรคเกี่ยวกับการให้สมาชิกดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัดใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คงเป็นไปในลักษณะนั้น เพราะเราเป็นพรรคการเมืองแรกที่มีคำสั่งไม่ให้สมาชิกพรรคกระทำการที่ผิดกฎหมาย โดยมีคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณทำหน้าที่ตรวจสอบ และมีการกำหนดมาตรการออกมา ซึ่งเราก็ต้องชี้แจงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าคิดว่าน้ำหนักที่พรรคจะยกขึ้นมาต่อสู้นั้นมีน้ำหนักพอที่ศาลจะรับฟังว่าเป็นการกระทำส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับพรรคหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจว่าศาลจะตีความตามมาตรา 237 ว่าอย่างไร แต่ก็เป็นไปได้เพราะมาตรา 237 มีข้อความระบุว่าหากรู้แล้วไม่ระงับยับยั้ง รู้แล้วไม่ดำเนินการใดๆ ก็อาจจะเข้าข่ายความผิดซึ่งเราก็ต้องชี้แจงว่าเราได้ทำหน้าที่ในฐานะกรรมการบริหารพรรคอย่างดีแล้ว ส่วนศาลจะรับฟังมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

ทั้งนี้เมื่อถามว่าแต่แนวทางดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้ผลมาแล้ว เมื่อครั้งการพิจารณาคดียุบพรรคไทยรักไทย เหตุใดจึงยังเลือกใช้แนวทางเดิมอีก นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ หากได้รับฟัง เขาเขียนไว้ชัดเจน เขาถามว่าเมื่อเกิดเรื่องแล้วพรรคทำอะไรบ้าง ซึ่งผู้บริหารของพรรคก็ตอบว่าก็รับทราบแต่ไม่ได้ทำอะไร ซึ่งต่างกันตรงประเด็นนี้

เมื่อถามว่าจะใช้จุดนี้มาต่อสู้ว่าพรรคได้มีมาตรการต่อสมาชิกของพรรคที่ทำผิดใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ใช่ เพราะพรรคมีมาตรการทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้จำเป็นที่เราจะต้องยกขึ้นมาอ้าง และก็เป็นข้อเท็จจริงอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งพรรคสำรองเอาไว้แล้ว แสดงว่าเตรียมการไว้เพราะไม่มั่นใจว่าจะรอดจากการยุบพรรคใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า กฎหมายมาตรา 237 ตีความเข้ม และส่วนตัวเคยบอกมาตลอดว่ามาตรานี้เป็นผลพวงมาจากการยุบพรรคไทยรักไทย ถ้าตีความเข้มข้นอาจจะถูกยุบได้ง่าย หากตีความแบบรัฐศาสตร์อาจจะมีทางออก สุดแต่ศาลจะพิจารณา ส่วนใครจะไปตั้งพรรคอะไรไว้ เป็นเรื่องของแต่ละคน



สมัคร ชวนเที่ยวงานวันแม่


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 ส.ค. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการสนทนาประสาสมัครออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีและวิทยุกระจายเสียงในเครือกรมประชาสัมพันธ์ โดยได้กล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่ผ่านมาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2551 พร้อมกล่าวเชิญชวนให้ประชาชนร่วมเฉลิมพระเกียรติโดยเฉพาะงานนิทรรศการ ศิลป์แผ่นดินที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค.ซึ่งจะมีผลงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มาจัดแสดงและจำหน่าย อาทิ ผ้าไหมมัดหมี่ ผลิตภัณฑ์ย่านลิเภา เซรามิก เป็นต้น พร้อมทั้งแนะนำซีดีเพลงแม่แห่งแผ่นดิน ที่นำมาเปิดก่อนเริ่มรายการและปิดท้ายรายการด้วย

เพิ่มสต๊อกข้าวหนุนขายรัฐต่อรัฐ

นายสมัครกล่าวถึงนโยบายเรื่องข้าวของรัฐบาลว่า กรมส่งเสริมการส่งออกห้ามประกาศงดส่งออกข้าว เพราะเสียเหลี่ยมประเทศที่ผลิตข้าวขายมากที่สุดในโลก ต่อไปนี้รัฐบาลจะสต๊อกเป็นข้าวเปลือก อาจจะสต๊อกจำนวน 5 ล้านตันภายใน 3 ปี ส่วนผู้ค้าทำไปตามปกติแต่รัฐบาลมีสำรองไว้ขายในที่เอกชนไม่ได้ขาย เพราะต่างประเทศต้องการขายรัฐต่อรัฐตามราคามาตรฐานตลาด จะไม่ให้ผู้ส่งออกกดราคาโรงสี กดราคาชาวนาอย่างที่ผ่านมา โดยมาพูดจากัน ที่เคยทำไว้อย่างไรต่อไปไม่ได้ต้องทำตามนี้ ที่ผ่านมาข้าวราคาดีแต่ชาวนาขายราคาต่ำนายกฯ จึงเข้าไปดู ไม่ได้แส่และไม่ใช่ไม่ไว้วางใจ รมว.พาณิชย์ เข้าไปเพื่อตั้งหลักให้ เพื่อให้พ่อค้าโรงสีชาวนาและข้าราชการอยู่ได้

แฉ ขรก.หากินกับผู้ส่งออกข้าว

รมว.พาณิชย์รับตำแหน่งใหม่จัดการจะนำข้าวกลับมาดูแล ผมอ่านแล้วอย่างนี้ได้เรื่องแล้ว นายกฯไม่ได้เอาออกจากพาณิชย์ แต่ให้กระทรวงการคลังมาช่วย ไม่ให้ทำคนเดียว เพราะมีปัญหา รมว.พาณิชย์คนใหม่ให้สัมภาษณ์ ทันทีว่าจะเอาข้าวกลับมาอยู่พาณิชย์ นายกฯบอกว่าเดี๋ยวต้องคุยกับ รมว.พาณิชย์ก่อน กระทรวงพาณิชย์ต้องได้ทำหน้าที่แน่ รัฐบาลต้องสอดแทรกเข้าไปเอามาทำต่อไป หากเรื่องใดไม่เสร็จ พาณิชย์ก็ดำเนินการไป ต่อไปนี้เราจะเฝ้าดูการเมืองจะต้องทันข้าราชการประจำ ไม่อยากจะกล่าวหาว่าไปหากินกับคนส่งออก คนส่งออกกำไรเยอะเกินไป แน่นอนคุณต้องกำไร แต่โรงสี ชาวนาต้องอยู่ได้ ไม่ใช่มาขูดรีดกับคนทำหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เสร็จแล้วโรงสีที่เป็นตัวกลางบอกไม่มีออเดอร์ (ใบสั่งซื้อ) มากดกับชาวนาไม่ได้ คุณไม่ซื้อ เราซื้อ ตกลงแล้วถ้าขายรัฐต่อรัฐไม่เกี่ยวข้องกัน ราคาไม่ตกต่ำ และผมโทร.คุยกับนายกฯเวียดนามให้ ขายก่อนเศรษฐกิจมีปัญหาขายเลยตั้งราคาสูงไว้แล้วไทยจะตามราคาไปนายกฯกล่าว

อ่านรายละเอียดต่อ ไทยรัฐ

ทักษิณ ไปลอนดอนไม่กลับไทย เตรียมแถลงพรุ่งนี้

กรุงเทพฯ 10 ส.ค. - เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา ไม่เดินทางกลับประเทศไทยแน่นอน เตรียมแถลงด้วยตัวเองโดยตรงจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันพรุ่งนี้

บรรยากาศที่หน้าห้องรับรองพิเศษ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีประชาชนและกลุ่ม ส.ส. กว่า 100 คน เดินทางมารอรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดจะเดินทางกลับจากรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 615 จากกรุงปักกิ่ง ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 21.40 น. แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงตามกำหนดเวลากลับ ไม่ปรากฏว่า อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาเดินทางกลับมาแต่อย่างใด ซึ่งนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า อดีตนายกรัฐมนตรีไม่เดินทางกลับประเทศไทย แต่ไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และจะมีแถลงการณ์ออกมาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีผลให้ไม่สามารถมารายงานตัวต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามนัดในเช้าวันพรุ่งนี้ได้

ซึ่งในเรื่องนี้ 1 ในคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาภิเษก ระบุหากจำเลยทั้งคู่ไม่มาตามนัด ก็ถือว่าทำผิดคำมั่นสัญญาเงื่อนไขการขออนุญาตเดินทางออกไปต่างประเทศ ซึ่งฝ่ายจำเลยต้องแถลงชี้แจงต่อศาลถึงความจำเป็นว่ามีมากน้อยเพียงใด หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจให้โอกาสจำเลยโดยมีคำสั่งให้ทั้ง 2 คน มารายงานตัวภายใน 7 - 15 วัน แต่ถ้ายังขัดคำสั่ง ก็ถือว่าผิดสัญญาประกันตัว และอาจใช้ดุลยพินิจออกหมายจับ และปรับนายประกันได้ แต่ทั้งนี้ แม้จำเลยจะไม่เดินทางกลับก็ไม่กระทบกับฝ่ายอัยการ หากแต่จำเลยจะเสียสิทธิ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริง

ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยืนยันไม่เคยพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่แม้จะไม่เดินทางกลับก็ไม่มีผลกระทบกับด้านการเมือง จะมีก็แต่ทางด้านคดีความเท่านั้น. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-10 23:09:45


เด็ก (ไทย) ไม่รู้จักโต

หลังจากปลงตกแล้วว่าละครแนว “ตบจูบ” คงไม่มีวันสูญพันธุ์ไปจากละครไทยแน่ ฉันจึงได้หันกลับมาดูละครด้วยความสนุกสนานอีกครั้ง แล้วยังสามารถลุ้นและกรี๊ดพระเอกรูปงาม (แต่ไร้ความพยายามในการเอาชนะใจผู้หญิง นอกเสียจากใช้กำลัง) ได้อย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจอีกต่อไป
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็บนฐานที่ว่าละครพวกนั้น มันจะไม่ทำให้ฉันหรือใครที่ติดละครงอมแงม ยึดถือความน้ำเน่าในละครมาเป็นบรรทัดฐานของชีวิตจริงๆ ซึ่งหากคิดว่า มนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกระทำหรือฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวแล้ว ก็คงไม่น่าเป็นห่วงอะไรสำหรับกรณีนี้
แต่กับเด็กและเยาวชนที่มักถูกอ้างถึงในฐานะผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ไร้สติปัญญาไตร่ตรองผิดชอบชั่วดีแล้ว ละครไทยหลายเรื่องก็ยังเป็น “สารพิษ” ที่ผู้ปกครองควรพิจารณาก่อนอนุญาตให้บุตรหลานเข้าใกล้อยู่ดี
จะว่าผู้ใหญ่บ้านเมืองนี้เห็นเด็กโง่อยู่ฝ่ายเดียวก็ว่าไม่ได้ เพราะหลายครั้งเด็กบ้านเราก็ทำตัวเหมือนไร้สมองกันจริงๆ แล้วเมื่อเกิดปัญหาก็โทษแต่ละคร เกม ภาพยนตร์ หรือสื่อต่างๆ ราวกับว่าฉันเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว…
ในฐานะที่ก็เคยเป็นเด็กมาก่อน ย่อมรู้ดีว่ามนุษย์ไม่ใช่สักแต่เป็นผู้ถูกกระทำ และการกระทำของเราหลายอย่างก็โทษว่าเราไม่รู้ (เพราะยังเด็ก) ไม่ได้ เช่นกันกับความรุนแรงในเกม ในละคร ในภาพยนตร์ เรารู้ว่าแรง รู้ว่านั่นคือโลกเสมือน รู้ว่านั่นคือสิ่งที่ในโลกภายนอกเราไม่สามารถทำได้ ทำแล้วจะมีความผิด
บางทีเห็นเยาวชนสมัยนี้ทำผิดคิดร้ายแล้วก็อ้างแต่ว่าเลียนแบบเกม เลียนแบบละคร ก็อยากเขกหัวแรงๆ หลายๆ ที เพราะมันเป็นการโยนบาปอย่างใสซื่อเกินไป…อย่าคิดว่ายังไม่เป็นผู้ใหญ่แล้วจะอ้างอะไรมาเป็นจำเลยแทนตัวก็ได้นะนั่น
หรือเพราะมันเป็นปัญหาระดับโครงสร้างสังคมของบ้านเราก็ไม่รู้ ที่พูดกันแต่เรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่เรื่องบทบาทกับความรับผิดชอบกลับย่อหย่อน นั่นคือ รู้จักแต่จะ “เอา” จะ “รับ” แต่เรื่องการ “ให้” หรือการตอบแทนให้สมกับบทบาทที่อยู่ในสังคมนี้ กลับทำกันไม่ค่อยได้
เหมือนวัยรุ่นบางคนในสมัยนี้ ที่รู้จักแต่เรียกร้อง “ฟรีดอม” อิสรเสรี แต่กลับไม่ค่อยพูดถึงเรื่องความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคมส่วนรวม บางคนก็ยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่ได้เนืองๆ แต่เมื่ออยากทำอะไรตามใจก็ห้ามพ่อแม่มายุ่งโดยเด็ดขาด
อยากจะโตและเสรีเหมือนเด็กฝรั่ง แต่ก็รับวัฒนธรรมมาแค่ครึ่งๆ กลางๆ เรื่องที่เด็กบ้านเขาออกมาหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่อายุ 14-15 กลับไม่ค่อยเห็นเด็กไทยอยากทำตาม
ตั้งใจจะพูดเรื่องละคร แต่ไหงกลายมาเป็นว่าเด็กได้ก็ไม่รู้…ทำตัวอย่างกับคนแก่ ว่าแล้วก็ขอตัวไปเล่นเกมบ้างดีกว่า เผื่อจะตามเด็กรุ่นนี้มันทันบ้าง…หุหุ

ประชาชนไทยสมานฉันท์ร่วมจัดงานวันแม่เฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในปีพุทธศักราช 2551 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 76 พรรษา ถือเป็นปีมหามงคลอย่างยิ่ง วันที่ 12 สิงหาคม ที่จะถึงนี้จึง เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของปวงชนชาวไทย ทั้งภาครัฐ-เอกชนทั่วประเทศร่วมใจกันจัดงานต่างๆ ดังนี้

เริ่มด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีในนามตัวแทนรัฐบาลไทย ได้ร่วมกับมูลนิธิโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติผ่านดาวเทียม กำหนดจัด “งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ.2551” ณ ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 21.00 น. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2551 ซึ่งเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งของประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ที่จะได้แสดงความจงรักภักดีที่มีต่อแม่แห่งแผ่นดิน และแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อแม่ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ รวมทั้งยังจะได้ร่วมกันสร้างความสมัครสมานสามัคคีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ่านโครงการ “จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน สร้างสามัคคี” ซึ่งจะเริ่มต้นโครงการในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2551 และไปสิ้นสุดโครงการในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม โดยในโครงการนี้ก็จะได้มีการจัดทำสายรัดข้อมือสีฟ้าซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสีเหลืองสีประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะมีลักษณะ 2 ห่วงเกี่ยวกันไว้ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำ ส่วนจะเริ่มจำหน่ายเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยการจัดงานดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ งานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด แม่ผู้ให้ชีวิต ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญเพื่อพสกนิกรของพระองค์ตลอดมา รวมทั้งการจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ส่วนพระองค์ที่งดงามและหาชมได้ยาก โดยประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ยังสามารถแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการเขียนข้อความถวายพระพรลงบนแผ่นกระดาษกลีบมะลิ เพื่อเรียงร้อยเป็นพวงมาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้อีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมีการจัดแสดงภาพพระบรมฉายาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกมหาสมาคมทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งถักทอจากไหมที่มีความประณีตและงดงาม ขนาด 1.80 x 1.58 เมตร ให้ประชาชนได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมสำหรับประชาชนเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ โดยผู้ร่วมงานจะได้ชมการสาธิตการทำหัตถศิลป์จากทั่วภูมิภาค การออกร้านจำหน่ายสินค้าจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และร้านจิตรลดา รวมถึงการจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากร้านค้าของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมด้วยศิลปินนักแสดงร่วมจำหน่ายสินค้า และร่วมกิจกรรมบนเวที อาทิ การเสวนาอย่างอบอุ่นระหว่างแม่-ลูก โดย พรชิตา ณ สงขลา บงกช คงมาลัย ฯลฯ ซึ่งจะมาพร้อมคุณแม่ ตลอดจนการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ นัท มีเรีย เบเนเดตตี้ นิโคล เทริโอ และ ติ๊ก ชิโร่ เป็นต้น พร้อมชมงานศิลป์แผ่นดิน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 12 สิงหาคม 2551 ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

นอกจากนี้สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก และมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุงจัดทำเพลงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ เพลง "แม่แห่งแผ่นดิน" เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมขับร้องบทแพลง "แม่แห่งแผ่นดิน" ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ สามารถดาวน์โหลดเพลงได้ทาง www.opm.go.th ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

คณะกรรมการมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช คณะกรรมการจัดงาน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 12-13 สิงหาคม 2551 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง (ด้านทิศเหนือ) และในต่างจังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนชาวไทยทั่วประเทศพร้อมใจกันสวมเสื้อสีฟ้า รวมพลังความรัก ความสามัคคี เพื่อแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรระหว่างเวลา 16.30-19.50 น. ด้าน ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช กล่าวเสริมว่า มูลนิธิได้จัดทำสติ๊กเกอร์งานเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาคม พระบรมราชินีนาถ ภายใต้แนวความคิด “รวมพลังคนไทยทั้งชาติ รู้รักสามัคคี” แจกจ่ายประชาชนทั่วไป เพื่อให้พสกนิกรได้ร่วมแสดงพลังความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน พิธีการจะเริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2551 มีพิธีทำบุญตักบาตรีพระสงฆ์ จำนวน 577 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล โดย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานในพิธี จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญถวายอาหารบิณฑบาต ได้ตั้งแต่เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป และในวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพร “12 สิงหาพระบรมราชินีนาถ” ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี

เวลา 16.30 น. เข้าสู่พิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพร และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ โดยมี พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้นำแทนองค์กรหน่วยงานต่างๆ ถวายเครื่องราชสักการะ จากนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สมัคร-คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ถวายเครื่องราชสักการะ และเป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัย ซึ่งจะถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุโทรทัศน์ ตั้งแต่เวลา 18.50-19.50 น. และในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2551 มีพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะเฉลิมพระเกียรติ ไปยังลานพระราชวังดุสิต โดยรถพ่วงของกองทัพอากาศ โดยมี จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ กรรมการ/ประธานอนุกรรมการฝ่ายอัญเชิญเครื่องราชสักการะ คณะกรรมการมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช คณะกรรมการจัดงาน และแขกผู้มีเกียรตินำริ้วขบวนเดินไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศ มีการจัดงานดังนี้
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2551 และด้วยระลึกถึงคุณค่าของ "ช้างไทย" ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาแต่อดีตกาล ไม่เว้นแม้แต่ยามที่ กฟผ. ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ป่าลึกยังได้อาศัยช้างร่วมขบวนขนอุปกรณ์เข้าไปในพื้นที่ ด้วยการจัดโครงการ "กฟผ. คืนช้างสู่ป่า" ร่วมกับผู้ปฏิบัติงาน จัดหาช้าง จำนวน 4 ตัว ให้แก่มูลนิธิคืนช้างสูงธรรมชาติซึ่งมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประเทศ ปล่อยเข้าป่า ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ชับลังกา อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองครอบรอบ 80 พรรษา ทั้งนี้เพื่อให้ช้างไทยได้กลับคืนสู่ป่าให้มากที่สุด นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของ กฟผ. ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประชากรช้างและสร้างสมดุลทางธรรมชาติให้แก่ป่าไม้เมืองไทย

ในขณะที่ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมกับส่วนราชการทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 32 หน่วยงาน จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษาขึ้น ระหว่างวันที่ 10 – 12 สิงหาคม 2551 ณ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ศูนย์สาธิตและส่งเสริมงานศิลปาชีพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บุ่งตาหลั่ว) ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ได้รับทราบและเข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยมุ่งเน้นงานด้านศิลปาชีพ และงานด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การปล่อยพันธุ์ปลา 7,575 ตัว เป็นปลาที่มีชื่อในวรรณคดีไทย 9 ชนิด กิจกรรมปักดำข้าวในแปลงนา ตามโครงการหว่านวันแม่เกี่ยววันพ่อ ซึ่งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดนครราชสีมา มีพันธุ์ข้าวมะลิ และข้าว กข.6 ที่นำมาจากสวนจิตรลดา เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการ และกิจกรรมปลูกต้นไม้ ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วยไม้มงคล 9 ชนิด คือ ขนุน ไผ่สีสุก กันเกา พยูง ทรงบาดาล สัก ทองหลาง ชัยพฤกษ์ และราชพฤกษ์

ที่วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้เตรียมจัดพิธีบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม เนื่องในวันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา เป็นการศึกษาพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิธีดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-14 สิงหาคมนี้ โดยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในเวลา 09.00 น. ผู้เข้าร่วมโครงการจัดพิธีบวชเนกขัมมะ ทางวัดจัดเลี้ยงอาหารมังสวิรัติตลอดงาน สำหรับผู้เข้าพิธีบวชเนกขัมมะจะต้องปฏิบัติธรรมต้องนุ่งขาว ห่มขาว เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ต้องเตรียมผ้าห่ม ที่นอน มุ้ง ไฟฉาย ยารักษาโรคประจำตัว และของใช้ส่วนตัวไปด้วยในการเข้าปฏิบัติธรรมในครั้งนี้

ในขณะที่ จ.เชียงใหม่ เตรียมจัดงานวันแม่ 10-12 สิงหาคม มีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ส่วน ไนต์ซาฟารี เปิดให้คุณแม่เข้าชมฟรี 11.15 น."

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จะจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ วันที่ 12 สิงหาคมนี้ โดยมอบเบี้ยยังชีพ ถุงยังชีพ และจัดเลี้ยงอาหารใผู้สูงอายุและคนพิการ 1,999 คน ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

ส่วน จ.ชุมพร นายภิญโญ ไทยภาวร ประมงจังหวัด กล่าวว่า เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ทางประมงชุมพรกำหนดปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม โดยมีชาวบ้านและประชาชนทำพิธีการปล่อยปลาลงแม่น้ำท่าตะเภาจำนวน 1 ล้านตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว 400,000 ตัว ปลายี่สก 300,000 ตัว และปลาไน 300,000 ตัว รวม 1 ล้านตัว เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศในแม่น้ำท่าตะเภาให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการจัดงานและการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในสถานกงศุลและสถานฑูตไทยในต่างประเทศด้วยได้แก่

ที่สหรัฐอเมริกา นายณรงค์ ศศิธร กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก เป็นประธานในพิธีถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ วัดธัมมาราม ชิคาโก เช้าวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ในออสเตรเลีย นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เป็นประธานทำบุญตักบาตรร่วมกับคนไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่เบลมอลล์ ปาร์ค ซิดนีย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ทางด้านวัดไทยธรรมาราม เมืองวอเตอร์ลู ปรเทศเบลเยียม จัดงานวันแม่ และฟังเทศน์ มหาชาติ โดย พระสุธีญาณวิเทศ นิมนต์พระนักเทศน์จากฝรั่งเศส สกอตแลนด์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเบลเยียม มาเทศนาธรรม
วันที่ 12 สิงหาคม ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ จัดทำบุญน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต และ นายประภาส จันทหาร กงสุลใหญ่ ณ นครเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย จัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 15 สิงหาคม 18.00 น. ที่บ้านพักกงสุลใหญ่ เมืองเจดดาห์ เขตอัล-ริฮับ

รัฐบาล 4 ปี…ความหวังอันสูงสุด

คงไม่มีรัฐบาลชุดใดที่ได้เข้ามาบริหารประเทศแล้ว มีเป้าหมายระยะสั้นหวังเพียงทำงานแค่ปีหรือสองปี
แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ผ่านมา ทั้งการเมืองน้ำเน่า และทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เอื้ออำนวยต่อความไร้เสถียรภาพ ก็ทำให้ไม่เคยมีรัฐบาลที่อยู่ในวาระครบ 4 ปีได้สักสมัย ยกเว้นสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

ปัจจัยเกื้อหนุนครั้งนั้น นอกจากมีรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เขียนมาอุดช่องโหว่ทางการเมืองที่สั่นคลอนความมั่นคงของฝ่ายบริหาร เป็นปัจจัยเกื้อหนุนแล้ว ก็ยังต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายแบบประชานิยมที่ประชาชนโดยเฉพาะชาวรากหญ้าจับต้องได้จริง ที่ทำให้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ยงคงกระพันครบวาระ และยังยึดกุมหัวใจประชาชนจนได้เสียงข้างมากกลับเข้ามาอีกวาระหนึ่ง ด้วยคะแนนนับสิบๆ ล้านชนิดที่ไม่เคยมีพรรคการเมืองใดทำได้มาก่อน

เมื่อภาคปฏิบัติพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นโยบายแบบใด การทำงานแบบใดที่ประชาชนคนไทยต้องการ นับจากนั้นพรรคการเมืองต่างๆ ก็เดินตามเส้นทางนี้ด้วยกันเกือบทั้งหมด เพื่อหวังยึดกุมคะแนนเสียงและความนิยมของประชาชนด้วยได้บ้าง

ทั้งที่บางคนบางพรรคก็ยังเคยตำหนิติเตียนลักษณะนโยบายประชานิยม แต่เมื่อการหาเสียงเลือกตั้งมาถึง หน้าตานโยบายที่ใช้ในการหาเสียงก็คล้ายจะเดินตามกันมาไม่มีผิดเพี้ยน…

ซึ่ง…ก็ไม่ใช่เรื่องผิด หากเป็นสิ่งที่ “ประชาชน” ไม่ “นิยม” ก็ไม่รู้จะเสนอเข้ามาให้เลือกทำไม และการที่ประชาชนจะนิยมเลือกอะไรนั้น ก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมแล้วตามครรลองของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่ไม่ได้ผูกขาดการคิดหรือดำเนินนโยบายไว้เพียงแต่คนไม่กี่คน แล้วบังคับให้คนทั้งประเทศยอมรับทำตาม เหมือนการปกครองในระบอบอื่นๆ

จะมีก็แต่ “ชนชั้นในหอคอย” บางคนเท่านั้น ที่มองว่านโยบายประชานิยมคือการมอมเมาประชาชนรากหญ้า ผู้ไร้การศึกษา ไร้ปัญญา ไร้สามัญสำนึกเสมอมาในสายตาผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้น

แต่อย่าถามว่าแล้วเช่นนั้นจะมีทางออกอย่างไร เพราะอยู่บนหอคอยมากเกินไป ก็เสนออะไรที่เป็นรูปธรรมไม่ได้เหมือนกัน

สำหรับรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ย่อมต้องมีเป้าหมายและความหวังที่จะทำงานบริหารประเทศให้ครบวาระ 4 ปีไม่ต่างกัน คงไม่มีใครคิดสั้นๆ อยากให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ก่อนกำหนดเพราะทั้งเหนื่อยและสิ้นเปลืองงบประมาณประเทศมหาศาล

โดยเฉพาะนี่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หลังประเทศไทยเว้นวรรคจากระบอบประชาธิปไตยมา 1 ปี เมื่อหาทางกลับสู่ประชาธิปไตยได้แล้วก็อยากจะให้ราบรื่นไปได้โดยดีที่สุด ไม่หวังให้เกิดอุบัติเหตุการเมืองใด ๆที่จะทำให้ประเทศต้องชะงักงันไปอีก

จึงสมควรแล้วที่รัฐบาลจะต้องพยายามทำหน้าที่ต่อไปอย่างสุขุมที่สุด ใจเย็นที่สุด อยู่ในสติที่สุด ไม่หลงลมไปตามแรงยั่วยุของฝ่ายมารที่ถวิลหากลิ่นการรัฐประหารทุกสามเวลาหลังอาหาร

คาถา “ไม่เริ่ม ไม่รุก และไม่ก่อความรุนแรง” จึงต้องท่องให้ติดปากสลักใจคนในรัฐบาลในทุกระดับสำนึก เรียกว่าหลับก็ยังต้องท่องถึง…แม้ใจหนึ่งอาจรู้สึกเหมือนคนทั้งประเทศที่รู้สึก คือ โมโห เจ็บใจกับกลุ่มก่อกวนที่แตกกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพรียกหาทหาร และเรียกร้องการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยพวกนั้น

ชาวบ้านด้วยกันเองอาจตบะแตกไปบ้างแล้ว แต่ในฐานะรัฐบาลต้องนิ่งที่สุด แม้ถูกใส่ร้ายป้ายสีอยู่เนืองๆ ว่าเป็นคนจัดตั้งม็อบเสียเอง (ทั้งที่ถ้าทำจริงๆ ตัวเองก็มีแต่เสียกับเสีย)

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อวยพรให้รัฐบาลทำหน้าที่เพื่อบ้านเมืองได้สำเร็จลุล่วง ให้รัฐบาลมีขวัญและกำลังใจต่อไปนั้น เหมือนน้ำทิพย์พร่างพรมที่แสนเป็นสิริมงคลแล้วครั้งหนึ่ง
เสียงสนับสนุนจากประชาชนอีกกว่าค่อนประเทศก็เป็นอีกน้ำหนักหนึ่งที่จะไม่ทำให้รัฐบาลนี้สั่นคลอนไปไหน
น้ำน้อยอาจแพ้ไฟ และน้ำมากก็อาจแพ้ภัยมารในบางครั้ง
แต่ย่อมไม่ใช่ทุกครั้งที่ “อธรรม” จะเอาชนะ “ธรรม” ได้เสมอไป
และสำหรับรัฐบาลที่เข้ามาได้ด้วยการที่ประชาชนเลือกเข้ามา หากจะต้องเดินออกไป ก็ต้องด้วยประชาชน “ไม่เลือก” แล้วเท่านั้น
ซึ่งนั่น ก็ขอให้ได้พิสูจน์กันตามครรลองประชาธิปไตยอีกเกือบ 4 ปีข้างหน้าก็แล้วกัน


รัฐธรรมนูญโจร หมกเม็ดลัทธินิยมนอกรีต

หากจะได้ศึกษารัฐธรรมนูญ 50 อย่างพิเคราะห์ จะเห็นความไม่ชอบมาพากลในบางประเด็นของหมวดที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนบททั่วไป มาตรา 37 ความว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการฏิบัติตามศาสนธรรม และศาสนบัญญัติ และปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่พลเมือง และไม่เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ฯลฯ

ความโดยรวมอาจไม่มีอะไรให้ติดใจนัก แต่สิ่งแปลกปลอมในท่อนที่ว่า ลัทธินิยมทางศาสนา จะเป็นอื่นมิได้เลยนอกจากการมกเม็ด รับลูกเพื่อ ลัทธินอกรีตสันติอโศก ใครอยู่เบื้องหลังในการใส่ความท่อนที่ว่าลงไปในรัฐธรรมนูญ ไม่ยากเกินจะสืบค้น

และจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดที่ สันติอโศก จะออกมาร่วมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู พักค้างอ้างแรมนอกวัดกันเลยทีเดียว เนื่องจาก ฝังตัวอยู่ในรัฐธรรมนูญโจรอย่างปลอดภัยดีแล้วนั่นเอง...

องค์กรชาวพุทธหลายท่าน ออกมาแฉสันติอโศก ชี้ถึงความไม่ชอบมาพากลต่างที่เกี่ยวเนื่องผาดผ่านถึงกันอย่างเป็นขบวนการ

ประชาทรรศน์ รายสัปห์ดา ฉบับที่ 80 ประจำวันเสาร์ที่ 16 –วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2551 เนื้อหาจาการสัมมนามาตีพิมพ์ เพื่อให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ หลายแง่มุมไม่เคยมีใครพูดถึงมาก่อน ความเกี่ยวพันชะตากรรมของประเทศชาติ ศาสนาแบบนี้ต้องศึกษาวิเคราะห์กันให้มากครับ...

ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สรุปปูมหลัง กลุ่มคนเพี้ยน “สันติอโศก” หวังตั้งตนเป็นศาสดาองค์ใหม่ “โคมัยนี่” ตั้งพรรค “เพื่อฟ้าดิน” ระบุ รัฐบาล“ทักษิณ” พลาดท่า คบคนพาล ประเคนงบกว่า 4 พันล้านให้ มารศาสนาไปตั้งตัว สร้างอาณาจักรจนออกมาป่วนเมือง มาขออีกแต่ไม่มีงบประมาณให้ จึงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง !

สันติอโศก หรือ ที่เราเรียกว่าลัทธิสันติอโศก เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมของประเทศไทย เริ่มจาก พ.ศ.2513 มาจนถึง 2551 ผมจะสรุปง่ายๆอย่างนี้นะครับ เมื่อปี พ.ศ.2513 ปรากฏบุคคลคนหนึ่ง ชื่อ โพธิรักษ์ได้มาบวชเป็นพระในธรรมยุทธนิกาย แล้วไปบวชเป็นพระในมหานิกายในปี 2516 ต่อมาปี 2518 ท่านประกาศตัวเป็นอิสระจากคณะสงฆ์ ไม่อยู่ภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์ เพราะท่านบอกว่าคณะสงฆ์กับตัวของท่านเองมีแนวทางการทำงานไม่เหมือนกัน ตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา ท่านกพยายามขยายบทบาทของตัวเอง และขยายแนวการสอนของตัวท่านที่ท่านบอกว่าท่านรู้เองเห็นเอง เป็นสัมมาสัมพุทธะ เป็นพระสารีบุตรกลับชาติมาเกิด ใช้เวลาในการเผยแพร่จนได้สาวกเอกคนสำคัญคือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ระหว่างนั้นท่านได้ส่งพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ลงเล่นการเมืองในกลุ่มพลังธรรม ครองความเป็นผู้ว่าฯ กทม. อยู่ 8 ปี

จนกระทั่งปี 2531 ครับ โพธิรักษ์ คิดมักใหญ่ใฝ่สูง ได้ประกาศตั้งพรรค การเมืองขึ้นมาแล้วบอกว่าตัวเองนั้นเป็นยิ่งกว่า โคมัยนี่ ท่านได้ตั้งพรรคพลังธรรมขึ้นมา แล้วส่ง ส.ส.ลงยึดพื้นที่ใน กทม.ได้เกือบทั้งหมด ในนามพรรคพลังธรรม ซึ่งเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติ ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อจารีตประเพณี วัฒนธรรมของคณะสงฆ์อย่างรุนแรง แม้แต่บ้านเมืองเดือดร้อนครับ จนกระทั่งทุกฝ่ายในบ้านเมืองได้ตั้งคณะขึ้นมาแล้วมีการพิจารณา คณะสงฆ์ได้ปกาสนียกรรม ให้โพธิรักษ์พ้นจากความเป็นพระเมื่อปี 2532 ในปีเดียวกันศาลมีคำพิพากษาว่า โพธิรักษ์ เมื่อพ้นจากความเป็นพระแล้วไม่สามารถที่จะแต่งกายเลียนแบบพระได้ บุคคลใดที่ท่านบวชให้มีความผิด ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำคุก 6 เดือนเฉพาะโพธิรักษ์ โดยการรอลงอาญาไว้ 2 ปี

แต่ว่าท่านไม่ได้หยุดไว้เพียงเท่านี้ครับ ท่านยังใช้บทบาทของท่านสนับสนุนพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แล้วที่สำคัญที่สุด จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งในขณะนั้นท่านมีสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นสาวกเอกของโพธิรักษ์ ท่านจึงได้ตั้งพรรคขึ้นมาภายใต้การสนับสนุนของโพธิรักษ์ และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง จนกระทั่งนำพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายเมื่อปี 2544 และในช่วงปี 2544 ถึง 2548 นี้เอง คือ ช่วงที่โพธิรักษ์ และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้ใช้ความพยายามใช้ความใกล้ชิดกับท่านอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โดยที่ท่านไม่รู้ ซึ่งนายกฯสมัคร สุนทรเวช บอกไว้คำหนึ่งว่า อดีตนายกฯทักษิณ ผิดอยู่อย่างเดียวคือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คบคนพาล พาลพาไปหาผิด 2544 ถึง 2548 อดีตนายกฯหลงไปคบกับโพธิรักษ์ และพล.ต.จำลอง แบบไม่ลืมหูลืมตาต้องบอกว่าอย่างนั้นนะครับ

จนกระทั่งโพธิรักษ์สามารถที่จะ 1.ตั้งโรงเรียนผู้นำ 2.ตั้งศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาพลังชีวิตเชิงคุณธรรม ที่เราเรียกกันว่าศูนย์คุณธรรม ดูดเอาเงินงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องเอาไปให้ปีละ 4 พันล้าน แล้วทำการขยายสาขาออกไป เป็นศูนย์ต่างๆมากมายมหาศาล จนกระทั้งไปครอบครองที่ดินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วพยายามที่จะให้นายกฯทักษิณช่วยในเรื่องนี้ แต่พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าช่วยไม่ได้แล้ว จึงทำให้เกิดอาการฟาดงวงฟาดงา จนกระทั้งลูกๆของท่านขายหุ้น พล.ต.จำลอง บอกว่า ขอสัก 2 หมื่นล้าน ได้ไหม เพื่อที่จะเข้ามาสู่การขยาย และเผยแพร่กิจกรรมของสันติอโศก ท่านไม่ยอมอีก นั้นคือที่มา ว่าทำไมเมื่อปี 2548 จำลองถึงได้ถอนตัวจากการสนับสนุน อดีตนายกฯทักษิณ ทำไมโพธิรักษ์ถึงต้องดึงเอาสันติอโศกออกมา 2549 แน่นอนครับ กองทัพธรรม ของพล.ต.จำลอง ได้เป็นกองทัพหลักในการออกมาล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และก่อให้เกิดการปฎิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยา 2549 นั้นคือ อวสานของรัฐบาลทักษิณ และระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอวสานของรัฐธรรมนูญปี 2540 ฉบับหนึ่งของโลก นี้คือจดจบครับ

หลังจากนั้นเราหวังว่า หลังวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ทุกอย่างจะเดินเข้าสู่ภาวะปกติ หลังมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย บ้านเมืองของเราจะต้องสุขสงบ ความรุ่งเรืองของบ้านเมืองเราจะต้องกลับคืนมา เพราะว่าประเทศไทยเดินเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว แต่เปล่าเลยครับ 25 พ.ค. 2551 โพธิรักษ์ พล.ต.จำลอง พร้อมกับสมณะทั้งหลายได้นำคณะออกมาร่วมกับพันธมิตร ยึดถนนมัฆวาน ปิดทำเนียบ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทีนี้เป้าหมายของเขาคืออะไร สิ่งที่เราปฎิเสธไม่ได้ก็คือ 1.ต้องการยึดอำนาจรัฐ 2.ต้องการปฎิวัติสังคมไทยทั้งหมดให้เป็นแนวทางของสันติอโศก 3.ต้องการล้มมหาเถรสมาคม หรือ คณะสงฆ์ไทยทั้งคณะ 4.ต้องการล้มสถาบันหลักของประเทศไทย และสถาปนาระบอบการเมืองใหม่

นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ ทางด้านทหาร 1.มีกองกำลังชัดเจนวันนี้สันติอโศกมีสาขาทั่วประเทศไทย มีสมาชิดแสนกว่าคน และบุคคลเหล่านี้พร้อมที่จะเสียสละตัวเองเพื่อชัยชนะ ขอให้เป็นคำสั่งจากโพธิรักษ์ และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง เมื่อไหร่ เมื่อนั้น

พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล รองประธานศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ระบุชัด สันติอโศก ภัยของพระพุทธศาสนา แนะ สมัคร รีบจัดการล้างบาง โครงสร้าง “ศูนย์พัฒนาแผ่นดินคุณธรรม” แหล่งเพาะพันธ์เชื้อร้ายให้เติบโตขึ้นมา แนะ องค์กรสงฆ์ – สำนักสงฆ์ – สื่อมวลชน ทั่วประเทศ รวมตัวต้านภัยร้ายโดยด่วนที่สุด แฉ! ลักธิพิลึก เปลี่ยนชื่อ*สกุล ตัวเอง และให้เรียก “โพธิรักษ์” เป็น “พ่อ”

“ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ตั้งศูนย์ที่เรียกว่า “ศูนย์พัฒนาแผ่นดินคุณธรรม” ที่เราเรียกว่าศูนย์คุณธรรม เป็นองค์กรมหาชน เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่ คนเป็นประธานคนแรกคือ จำลอง ศรีเมือง เป็นประธานศูนย์นี้ คนต่อมา คุณ ไพบูลย์ วัฒนะศิริธรรม คนที่ 3 รักษาการอยู่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช ยังอยู่ และใช้ศูนย์คุณธรรมแห่งนี้ขับเคลื่อนด้วย การติดอาวุธทางสมอง พัฒนาคนให้เป็นไปตามแนวทางของโพธิรักษ์ แหละ สิ่งเหล่านี้เกือบสำเร็จ ถ้าเกิดเขานำพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งออกมา ที่เรียกว่า พระราชบัญญัติคุณธรรมแห่งชาติ เกือบออกมาแล้ว ดีพระคุณเจ้าพระเดชท่านพระครูสังควินัยท่านเห็นนะครับ ท่านต่อสู้มา ไม่งั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้มันจะต้องออกมาใช้และมีศาสดาใหม่ชื่อ “โพธิรักษ์” มันจะพัฒนาคนไปในทิศทางเดียวกัน ตามแผนที่คนกำหนด มันจะกำหนดอย่างไรไม่รู้ และแผนพัฒนาคุณธรรมแห่งชาติเนี่ยมันต้องออกมา เขาจะพัฒนาให้ไปสู่หนทางที่เขาต้องการ ปัจจุบันนี้ยังทำอยู่ เห็นมั้ยครับ มีสมัชชาคุณธรรมไปทั่วประเทศ ตั้งสมัชชาคุณธรรมเป็นภาคประชาชน “

รศ.ดร.วรพล พรมมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชื่อ สันติอโศก เป็นเพียงอาวุธอย่างหนึ่งของ เผด็จการเสียงข้างน้อย ที่ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ หลังจากการเลือกตั้ง 2550 ชี้แผนเผด็จการ ใช้นักวิชาการแล้ว ใช้สื่อมวลชน จนคนไม่เชื่อถือ จึงหันไปใช้ “ตุลาการภิวัตน์” ปลุก “ประชาภิวัตน์” สู้ทุกรูปแบบ

“สิ่งที่เรียกรวมๆว่า สันติอโสก ซึ่งประกอบด้วย คน 2 ประเภท หนึ่ง คนทั่วไป คือ นักเคลื่อนไหวทางสังคม บางคนทำงานร่วมกันนักกฎหมาย และสอง คือ คนที่เคยบวชในพระพุทธศาสนาอย่าง นายรักษ์ รักษ์พงษ์ แต่มีพฤติกรรมหรือวิธีปฏิบัติตัวไม่เหมือนพระทั่วไป จึงถูกขับออกจากการเป็นพระ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นายรักษ์ ประกาศต่อสาธารณะชนว่าจะยังคงปฏิบัติตนอย่างที่ต้องการ แต่ไม่สามารถห่มจีวรอย่างพระสงฆ์ได้ จึงเปลี่ยนสีผ้าจีวรเป็นสีเหลือออกคล้ำ

องค์ประกอกบที่สำคัญอีกอย่างของสันติอโศก คือ ความคิด หลักคิด หลักปรัชญาที่นำมาสอน ที่นำมาใช้เผยแพร่ในสันติอโศกไม่มีภูมิปัญญาใหม่เลยแม้แต่ชั้นเดียว เป็นภูมิปัญญาเก่าของลัทธิหรือศาสนาอื่นๆ นำมาผสมกันแล้วอ้างว่าเป็นคำสอนของตนเอง เช่น การที่สันติอโศกปฏิเสธสาธารณูปโภคสมัยใหม่ จุดเทียน จุดตะเกียง แล้วอ้างว่าเป็นความคิดของสันติอโศก แต่จริงๆ แล้วความคิดนี้เป็นความคิดเรื่องสมถะ คนพุทธทำอย่างนี้เหมือนกัน นักปรัชญาชาวตะวันตกหลายคนปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นความคิดนี้จึงไม่ใช้ภูมิปัญญาใหม่

เมื่อเทียบกับหลักพุทธ สิ่งสำคัญคือ ให้คนที่เป็นพุทธเข้าใจเหตุของสิ่งต่างๆ ว่าเกิดได้อย่างไร แล้วหาวิธีดับทุกข์ หาวิธีปฏิบัต เช่น มรรค 8 ซึ่งตรงนี้สันติอโศกไม่เคยมีเลย สิ่งที่สันติอโศกทำคือเจ้าสำนักคิดเองทั้งสิ้น นายรักษ์ไม่ใช่นักปรัชาญาใหม่ แต่หยิบเล็กผสมน้อยจากศาสสนาอื่นมาอุปโลกน์ว่าเป็นแนวคิดของตนเอง เพราะฉะนั้นสมาชิกสันติอโศกจะมีอยู่นำนวนหนึ่งที่ชอบตรงที่ 1 เดือนจะได้ไปทำสมาถะสักครั้งหนึ่งเท่านั้น ในสมาชิก 1 แสนคน ที่รู้หลัก รู้แจ้งเห็นจริงจะหาได้น้อยมาก บางคนที่เข้ามาเพราะติดใจในตัวบุคคล บางคนเข้ามาเพราะมีผลประโยชน์ผูกพัน สมาชิกสันติอโศกเมื่อเทียบกับคนในประเทศถือว่าไม่มากเท่าไรนัก แต่ถ้าในทางการเมืองคนจำนวนนี้ถือว่ามากพอสมควร สามารถอันตรายให้กับคนอื่นๆ ได้อย่างมหาศาล”

นักวิชาการที่ติดตามเรื่องสันติอโศกอีกสามท่าน เช่น ดร.พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ดร.สุรพล สูยพรหม อาจารย์สอาด จันทร์ดี ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างครบครัน แบบที่ไม่อ่านไม่ได้แล้ว อย่าพลาดเด็ดขาดวางแผงแล้ววันนี้

‘สุดารัตน์’ปัดหนุนหลังอีสานพัฒนา

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะหัวหน้ากลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวถึงกรณี ส.ส.ในพรรคพยายามอ้างชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาใช้สยบความขัดแย้งในพรรค หลังกลุ่มนี้เปิดเผยเรื่องทุจริตและการตั้งพรรคใหม่ของแก๊งออฟโฟร์ รวมทั้งกลุ่มอีสานใต้อ้างว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาช่วยเคลียร์ความขัดแย้งในพรรคแล้ว ว่า ทุกฝ่ายควรเคารพกัน เท่าที่เคยคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคและพูดเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรค เรื่องต่างๆ สามารถยุติได้จากการคุยนอกรอบและในรอบ

ส่วนตัวไปพบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคแล้ว โดยนายสมชายเข้าใจดี และเคารพในการทำหน้าที่ของพวกตน เพราะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพรรคและจริงใจ ส่วนที่บางกลุ่มอ้างชื่ออดีตนายกฯ นั้นไม่ทราบ ตนเองอยู่ในการเมืองมานานพอควร ทำงานตามแนวทางการเมืองที่เหมาะสม เพื่อรักษาพรรคและส่วนรวม ประชาชนเลือกพรรคนี้เพราะอดีตนายกฯ และส.ส.ทุกคนในพรรคควรรู้ว่าอะไรควรและไม่ควรกันด้วย ตนเองไม่อยากลงรายละเอียดในบางเรื่องที่เคยมีข่าวออกไป เพราะ ส.ส.น่าจะรู้ว่าข่าวนั้นๆ จริงหรือไม่จริง

ด้าน นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องทุจริตรถล้อเหล็กว่า ขอให้พ้นวันแม่แห่งชาติซึ่งเป็นวันมงคลของคนไทยไปก่อน แล้วตนเองจะอธิบายเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนบางคนในพรรคที่บอกว่าพวกตนเคลื่อนไหวแบบไม่ชอบมาพากลนั้น ขอเรียนว่าตนเองกระทำปกป้องภาษีของประชาชน และองค์กรคือพรรคนี้ในแนวทางประชาธิปไตย ถ้ามีการกระทำผิดอีกครั้งกับพรรคนี้ก็ไม่แตกต่างกับอดีตที่ผ่านมา และอนาคตจะเป็นเช่นใด ส.ส.ทุกคนและทุกพรรคต้องรักษางบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน อย่าปล่อยให้มีใครบางคนนำไปใช้แบบไม่ถูกต้อง
ขณะเดียวกันนางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวอยู่เบื้องหลังความขัดแย้งในพรรค และปฏิเสธความเกี่ยวพันกลุ่มอีสานพัฒนา

งาน ‘วันแม่’ ยิ่งใหญ่ปชช.แห่ร่วมคับคั่งปลื้มพระกรณียกิจ

“สมัคร” ตรวจความเรียบร้อยงานเฉลิมพระเกียรติพระราชนี ในโอกาสวันแม่ 12 สิงหาคม 2551 สุดปลื้มจัดงานได้ยิ่งใหญ่ แถมได้ชมพระราชกรณียกิจครบถ้วน ทั้งนิทรรศการ ผลิตภัณ์ศิลปาชีพ ที่มีการออกร้านจำนวนมาก ทั้งกระเป๋าย่านลิเพา การปักซอยแบบไทย การทำดอกไม้ประดิษฐ์ หรือตุ๊กตาชาววัง รวมถึงการเข้าชมพระที่นั่งอนันตสมาคมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บ่นอยากให้นักเรียนมีโอกาสได้มาดู และน่าเสียดายที่กลุ่มพันธมิตรฯ กันพื้นที่บนถนนบางส่วนเอาไว้ทำให้ผู้ร่วมงานไม่ได้รับความสะดวก

เมื่อตอนสายวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2551 บริเวณลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า)

โดยนายกรัฐมนตรีได้เดินตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ทางเข้าบริเวณงาน และเดินชมการจัดแสดงงานส่วนต่างๆ ภายในบริเวณงาน เช่น นิทรรศการสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การสาธิตการทำกระเป๋าย่านลิเภา การสาธิตการปักซอยแบบไทย การสาธิตการทำดอกไม้ประดิษฐ์ และเยี่ยมชมร้านค้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ร้านจิตรลดา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ซื้อดอกมะลิวันแม่จำนวน 4 ช่อ มูลค่า 100 บาทด้วย โดยได้ใช้เวลาเยี่ยมชมงานประมาณ 40 นาที

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า พอใจกับการจัดสถานที่ดังกล่าว มีความสวยงามมาก และเมื่อคนในวังมาตรวจดูก็บอกว่าอยากจะให้นักเรียนมาเยี่ยมชมงานสัก 4 วัน เพราะสถานที่ดังกล่าวอากาศไม่ร้อน และได้ดูงานค่อนข้างครบถ้วน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ ผลิตภัณฑ์ของร้านจิตรลดา เช่น ตุ๊กตาผ้า ที่อาจจะไม่พอจำหน่ายให้กับประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าประชาชนจะมาร่วมชมงานนี้มากน้อยแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สุดแท้แต่ แต่ก็ยอมรับว่าทางกลุ่มพันธมิตรฯ กันพื้นที่เข้ามามากเกินไป ก็อยากให้ประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมงานเดินทางมาทางถนนพิษณุโลกได้ด้วย โดยประชาชนที่เอารถยนต์มาก็ให้จอดไว้ข้างนอก แล้วเดินเข้ามาชมงาน แต่กลุ่มพันธมิตรฯ กลับมากันพื้นที่ไว้เฉยๆ ทำอย่างนั้นทำไม โนแมนสแลนด์

อย่างไรก็ตาม งานทุกจุดในบริเวณนี้ถือว่าเป็นไฮไลต์และเราทำถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถนอกจากนั้นงานที่ถือว่ายอดเยี่ยมอีกงานหนึ่งคือ งานในบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม ที่อยากจะเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

หลังจากนั้นในเวลา 17.21 น. นายสมัคร ได้เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับมีประชาชนแห่ไปร่วมงานกันคับคั่ง



‘เสธ.แดง’ยัน ‘นพดล’เหยื่อการเมือง

แกนนำกลุ่มคนเจียงฮายฯ เผยการเมืองกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ชี้เหตุ “นพดล ปัทมะ” ตกเป็นเหยื่อการเมืองกรณีเขาพระวิหาร ถูกบิดเบือนความจริงจนโดนบีบให้ลาออก ด้าน เสธ.แดง ขึ้นเวทีกลุ่มคนเสื้อดำ จังหวัดเชียงราย ยืนยันนพดลเป็นลูกผู้ชายแม้ไม่ผิดก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

หลังจากนายนพดล ปัมทะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ต้องกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองจนทำให้สังคมกดดันนายนพดลจนทำให้ต้องลาออกจากตำแหน่งกรณีปราสาทเขาพระวิหารที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใส่ร้ายป้ายสีโยนความผิดให้นายนพดลนั้น

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นางสาวจีระนันท์ จันทะวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.เชียงราย หรือกลุ่มคนเสื้อดำ เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้อยู่ในภาวะเสี่ยง มีการบิดเบือนปิดหูปิดตาประชาชนเรื่องข้อมูลข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีเขาพระวิหาร ที่เป็นสาเหตุทางการเมืองทำให้นายนพดล ปัมทะ อดีต รวม.ต่างประเทศ ต้องลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งทางกลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย จ.เชียงราย ให้ความสำคัญเรื่องการตีแผ่ให้ข้อมูลที่แท้จริงต่อประชาชน จึงได้เชิญ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง นายทหารผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มาร่วมในกิจกรรมประชาธิปไตย ที่ร้านสบันงาขันโตก อ.เมือง จ.เชียงราย

นางสาวจีระนันท์ กล่าวว่า งานนี้ใช้หัวข้อว่า "ประสาทเขาพระวิหาร เป็นของใครกันแน่" จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำว่ากรณีเขาพระวิหารใครเป็นผู้บิดเบือน ใครต้องตกเป็นเหยื่อสังคม เหยื่อทางการเมือง จนทำให้ นายนพดล ต้องถูกดดันถึงขั้นลาออกจากตำแหน่ง

ด้าน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง กล่าวว่า นายนพดลไม่มีความผิดอะไร เพราะว่าได้ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งในขณะนั้นนายนพดลได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ จึงมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องของ เขาพระวิหาร หรือปราสาทเขาพระวิหาร ได้ตั้งอยู่ในที่ซับซ้อน ของไทย-กัมพูชาซึ่งอยู่ในส่วนที่รับผิดชอบในการดูแล

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญคือก่อนที่เอกสารจะมาถึงมือของนายนพดลก็มีการผ่านการเซ็นต์จากเจ้ากรมแผนที่ทหาร ผ่าน กรมสนธิสัญญา ผ่านการเซ็นจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จนมาถึงมือของนพดล อย่างไรก็ตามแม้นายนพดลจะไม่มีความผิด แต่นายนพดลก็ได้ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแสดงถึงการรับผิดชอบไปเรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นลูกผู้ชายของนายนพดล