WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, August 12, 2008

ก.ต่างประเทศยืนยันจะขอลี้ภัยให้คนในชาติไม่ได้

ก.ต่างประเทศ 11 ส.ค. - โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันรัฐบาลไม่สามารถขอลี้ภัยให้กับคนในชาติได้ ระบุหากร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนต้องให้ศาลประสานมายังกระทรวงจึงจะดำเนินการตามช่องทางการทูต เผยยังไม่รู้เรื่องยึดพาสปอร์ตแดงคืน

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการขอลี้ภัย ว่า ตามหลักแล้วการขอลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม จะต้องมีเหตุผลว่าอยู่ประเทศนั้นๆ ไม่ได้เนื่องจากระบบการปกครอง หรือมีความเสี่ยงภัย ซึ่งเป็นธรรมชาติว่า รัฐบาลไทยหรือรัฐบาลใดก็ตามจะไม่เป็นผู้ขอลี้ภัยให้กับคนในชาติตัวเอง เพราะเท่ากับยอมรับว่า ประเทศนั้นให้ความดูแลปกครองโดยสมบูรณ์ไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ที่รัฐบาลไทยจะขอลี้ภัยให้กับคนในชาติตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอลี้ภัยที่ประเทศอังกฤษกระทรวงการต่างประเทศจะทราบหรือไม่ นายธฤต กล่าวว่า ต้องไปตรวจสอบกับสถานทูตอังกฤษในประเทศไทย เพราะตามกฎหมายเข้าเมืองที่ดูแลโดยกระทรวงมหาดไทยอังกฤษ จะไม่สามารถเปิดเผยว่าบุคคลคนหนึ่งที่ขออยู่ในประเทศมีสถานะใด

“ผมตอบไม่ได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในประเทศอังกฤษขณะนี้ในสถานะอะไร อย่างที่ผมเรียนแล้วว่า ไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งคนๆ หนึ่งอยู่ในประเทศใดอยู่ได้หลายสถานะ เช่น นักธุรกิจ นักลงทุน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถอยู่ได้ในหลายสถานะ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานะการลี้ภัย” นายธฤต กล่าว หากมีการขอลี้ภัย กระทรวงการต่างประเทศจะไม่ใช่ผู้ประสานในเรื่องการขอลี้ภัยใช่หรือไม่ นายธฤต กล่าวว่า ไม่ใช่แน่นอน ส่วนจะมีช่องทางใดที่จะขอลี้ภัยได้ เห็นว่าแต่ละประเทศ จะมีกฎหมายแตกต่างกันไป

ต่อข้อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อย่างไร นายธฤต กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร ต้องการให้กระทรวงดำเนินการอย่างไรต่อไป เรื่องทั้งหมดต้องรอการประสานงานจากศาลและอัยการอีกครั้ง ว่าต้องการให้กระทรวงดำเนินการอย่างไร

ส่วนมีความจำเป็นหรือไม่ที่กระทรวงการต่างประเทศต้องดำเนินการเจรจาการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายธฤต กล่าวว่า ในหลักการไทยกับอังกฤษมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่แล้ว และถ้ามีการร้องขอมาจากศาลและอัยการ กระทรวงการต่างประเทศจะมีหน้าที่ติดต่อกับทางการอังกฤษ คือผ่านสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย หรือ ติดต่อทางสถานทูตไทยประจำประเทศอังกฤษ เพื่อผ่านไปยังกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ โดยจะนำเอกสารที่ได้รับมาผ่านช่องทางการทูตเพื่อพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามหลักการทั่วไปไม่ใช่เฉพาะกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ

กรณีที่มีข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะยึดหนังสือเดินทางทางการทูตของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา คืนนั้น นายธฤต กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่มีระเบียบปฏิบัติอยู่ โดยนำข้อพิจารณาของศาลมาประกอบการพิจารณาของกระทรวงด้วย สำหรับหลักการยึดคืนนั้น นายธฤต กล่าวว่า โดยหลักแล้ว ศาลมีสิทธิเพิกถอนหนังสือเดินทางหรือระงับ เช่น ผู้ที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิด แล้วศาลพิพากษาให้ยึดคืนก็จะต้องคืน เพื่อไม่ให้หลบหนีไปต่างประเทศ แต่กรณีทั่วไปแล้วเมื่อบุคคลใดอยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว การถือหนังสือเดินทางจะมีสถานะเป็นเอกสารทางการเพื่อระบุว่า บุคคลนั้นเป็นคนสัญชาติใด เหมือนกับบัตรประชาชน ที่เป็นที่ยอมรับในสากล ดังนั้น คนไทยไม่ว่าอยู่ที่ไหนหรือมีปัญหาใดๆ รัฐบาลต้องยอมรับเสมอว่า บุคคลผู้นั้นเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย หนังสือเดินทางเป็นหนังสือแสดงตน ซึ่งเป็นสถานะที่แตกต่างกับคนที่ถือหนังสือเดินทางแต่อยู่ในประเทศ จึงเป็นประเด็นที่จะนำมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาคืนพาสปอร์ตด้วย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-11 18:28:36


ข้อเท็จจริงและข้อมูลกฎหมายในการต่อสู้คดีที่ดินรัชดาฯ

คดีนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงานและผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้นเป็นเจ้าพนักงานและผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีในปัญหาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายดังนี้
ข้อ 1. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิใช่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดีของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ดังนี้

1.1 หลักกฎหมาย “ไม่มีอำนาจกำกับดูแลมากไปกว่าที่กฎหมายกำหนด หากกฎหมายไม่กำหนดให้มีอำนาจย่อมไม่มีอำนาจ” หมายความว่า เมื่อกฎหมายไม่บัญญัติให้อำนาจ ย่อมไม่มีอำนาจ พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ไม่มีบทบัญญัติในมาตราใดให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจ กำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดีของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

1.2 หลักการปกครองในระบบรัฐสภา ถือหักการบริหารกิจการของรัฐในรูปของ “คณะบุคคล” ในที่นี้แก่ “คณะรัฐมนตรี” ตามหลักการของรัฐธรรมนูญ “คณะรัฐมนตรี เป็นผู้มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน”

1.3 หลักการ “การบริหารราชการแผ่นดิน” หมายถึง “การจัดส่วนของราชการ รวมทั้งการจัดระเบียบวิธีการปฏิบัติราชสาร อำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ”

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มิใช่องค์กรของรัฐภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องการจัดส่วนราชการ รวมทั้งการจัดระเบียบวิธีการปฏิบัติราชการ หากแต่เป็นองค์กรของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการเป็นองค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะและกฎหมายพิเศษ คือ พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ซึ่งได้บัญญัติถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งไว้ต่างหากจากการบริหารราชการดังกล่าวข้างต้น เพราะมีการกำหนดระเบียบ ข้อบังคับ วัตถุประสงค์ ในการดำเนินการไว้ต่างหากจากการบริหารราชการ ไม่ว่าจะเป็นในแง่บุคคลาการที่เข้าสู่ตำแหน่ง ในแง่ทางการเงิน ในแง่วัสดุ และในแง่กิจกรรมของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เป็นเรื่องต่างหากจากการบริหารราชการ การจัดการส่วนราชการและการจัดระเบียบวิธีการปฏิบัติราชการทั้งสิ้น

การจัดตั้งกองทุนเพื่อการฟื้ฟูฯ เมื่อตรวจสอบในด้าน “วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ” เป็นองค์กรของรัฐตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 มาตรา 29 อัฏฐ พบว่า มีวัตถุประสงค์ตามกฎหมายที่จัดตั้ง “ไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน” เมื่อไม่ใช่องค์กรของรัฐที่มีวัตถุประสงค์ในเรื่อง “การบริหารราชการแผ่นดิน” ประกอบกับเมื่อพิจารณาในแง่ “เงินเดือนและเงินอื่นๆ” ของ “ลูกจ้างและพนักงาน” ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ใช้งบประมาณของกองทุนเพื้อการฟื้นฟูฯ เอง มิใช่จากเงินคัดสรรงบประมาณของ “สำนักงบประมาณ” ที่อยู่ภายใต้การกำกับ ควบคุม ดูแล ของกระทรวงการคลังตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา 6 และมาตรา 10 เหมือนเจ้าราชการและลูกจ้างของรัฐบาล

ดังนั้น พนักงานของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จึง “มิใช่พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐบาล” ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) จากสิ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงไม่อาจนำพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 11 มาใช้บังคับกับคดีนี้เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีมีอำนาจ กำกับ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ หรือดำเนินคดีของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ได้

1.4 “หลักการทางฝ่ายปกครอง” นายกรัฐมนตรีไม่มีหน้าที่ “ในฐานะฝ่ายปกครอง” ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เพราะหน้าที่ในฐานะฝ่ายปกครองต้องเป็นหน้าที่ปฏิบัติกิจการที่เป็น “ปกติธุระ” ตามพระราชบัญญัติธนาราคแห่งประเทสไทย พ.ศง 2485 มาตรา 29 เตรส ซึ่งบัญญัติอำนาจหน้าที่ไว้เป็นการเฉพาะ และเป็นกรณีพิเศษตามกฎหมายที่จัดตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ซึ่งอำนาจหน้าที่นี้ได้บัญญัติไว้ชัดเจนให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการจัดการองทุน” หากให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจกำกับในฐานะฝ่ายปกครองของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แล้ว จะทำให้มีอำนาจ “ซ้ำซ้อน” กับคณะกรรมการจัดการกองทุน

ข้อ 2. กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เป็นองค์กรของรัฐใน “ภาคนโยบายการเงิน” ที่แยกต่างหากจากองค์กรของรัฐ หรือแยกจากการกำกับ ควบคุม ดูแล ของนายกรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจกำกับควบคุมดูแลใน “ภาคนโยบายคลัง”

ในเศรษฐศาสตร์มหภาคของทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ได้แบ่งแยกองค์กรของรัฐที่กำกับ ควบคุม ดูแล ภาค “นโยบายการเงิน” (Money Policy) แยกเป็นอิสระต่างหากจากองค์กรของรัฐที่กำกับ ควบคุม ดูแล”ภาคนโยบายการคลัง” (Fiscal Policy)

ธนาคารแห่งประเทศไทยและกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงืนเป็นองค์กรของรัฐที่กำกับ ควบคุม ดูแล ในภาคนโยบายการเงินซึ่งเป็นอิสระจากการกำกับ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ ของนายกรัฐมนตรี

แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะได้เคยวินิจฉัยว่า กองทุนฟื้นฟูฯ เป็นรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติการงบประมาณ พ.ศ.2502 ก็ตาม แต่ยังไม่มีความชัดแจ้งเพราะ “กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มิได้นำกฎหมายเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจมาบังคับใช้และกระทรวงการคลังยังมิได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2523” และเมื่อตรวจสอบข้อมูลจาก “สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ” (สตง) ที่อยู่ในกำกับของกระทรวงการคลัง ที่มีอำนาจ กำกับ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ รัฐวิสาหกิจของประเทศไทย พบว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ มิได้มีกฎหมายกำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทบและกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ

ข้อ 3. ธนาคารแห่งประเทศไทยและกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคล เกิดจาก “การตัดตั้งองค์กรของรัฐในรูปแบบที่สาม” ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการและมิใช่รัฐวิสาหกิจจัดตั้งโดยการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การขึ้นเป็นการเฉพาะราย ตามความจำเป็นของภารกิจ เมื่อกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มิใช่องค์กรของรัฐที่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจแล้ว กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงืนจึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 เช่นเดียวกับองค์การในลักษณะเดียวกัน คือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ องค์การทหารผ่านศึก และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ข้อ 4. แม้จะอ้างว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่นายกรัฐมนตรีจะมีอำนาจกำกับ ดูแล รัฐวิสาหกิจ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย จะต้องมีกฎหมายที่จัดตั้งกำหนดไว้เป็นพิเศษ และเป็นบทบัญญัติในกฎหมายเฉพาะเท่านั้น เพราะเป็น “หลักการของการกระจายอำนาจ” ที่ต้องการให้พ้นจากการเป็น “ส่วนราชการ” ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2544 และไม่เป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502

นายกรัฐมนตรีจะมีอำนาจกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจจะต้องมีกฎหมายที่จัดตั้งรัฐวิสาหกิจกำหนดไว้เป็นพิเศษ และเป็นบทบัญญัติในกฎหมายเฉพาะเท่านั้นที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมีอำนาจกำกับ ควบคุม ดูแล รัฐวิสาหกิจนั้นๆ ไว้เป็นการชัดแจ้ง อาทิเช่นพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 มาตรา 5 และมาตรา 31 พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 15-17 พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 มาตรา 45-47 พระราชกฤษฎีกาองค์การสวนพฤษศาสตร์ พ.ศ.2535 มาตรา 11 และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรถไฟฟ้ามหานคร พ.ศ.2535 มาตรา 26-28 เป็นไปตามหลักกฎหมายที่ว่า “ไม่มีอำนาจกำกับดูแลมากไปกว่าที่กฎหมายกำหนด”

ข้อ 5.การกำกับ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ หรือดำเนินคดีที่จะถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2542 มาตรา 100 ต้องเป็นงานในอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ หมายถึง “เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในฐานะเป็นฝ่ายปกครอง เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติกิจการที่เป็นปกติธุระ กล่าวคือ มีอำนาจหน้าที่กำกับ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ หรือดำเนินคดีในกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน อย่างเป็นปกติธุระประจำตามที่กฎหมายบัญญัติ” นายกรัฐมนตรีมิใช่ฝ่ายปกครองโดยตรงของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติกิจการที่เป็นปกติธุระ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ

คณะกรรมการจัดการกองทุนจะวางนโยบายและควบคุมและโดยทั่วไปซึ่งคือการทำงานของกองทุนและออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการจัดการกองทุนสามารถดำเนินการได้เองโดยมิต้องขออนุมัติหรือขอความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี การขายที่ดินเป็นปัญหาในคดีที่คณะกรรมการการจัดการกองทุนสามารถดำเนินการได้โดยลำพัง ไม่มีบทบัญญัติหรือข้อบังคับที่ต้องให้ขออนุมัติ ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่อย่างใด

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนดตำแหน่งหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐี่ต้องห้ามมิให้ดำเนินการตามความในมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัยและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 บทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดมีอำนาจในการกำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดีสำหรับหน่วยงานใด เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นย่อมต้องห้ามมิให้เป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้ในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานนั้น

ข้อ 6 “เจตนารมณ์ของกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ 2542 มาตรา 100 (1) เป็นการบัญญัติ “แบบมีเงื่อนไข” ว่าหมายถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐมนหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจกำกับ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ เท่านั้น เพราะเป็น “กฎหมายจำกัดสิทธิ” มีหน้าที่สำคัญที่ควรนำมาตรวจสอบคือ หลักฐานจากรายงานการประชุมวุฒิสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2542 ในหน้าที่ 55 และสามารถเปรียบเทียบได้กับมาตรา 100 (3) ที่บัญญัติไว้แบบไม่มีเงื่อนไข

ข้อ 7. นายกรัฐมนตรีไม่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
การจะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาต้องเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติของกฎหมายนั้นๆ บัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง อาทิเช่น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ 2542 มาตรา 31 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ 2542 มาตรา 12 ฯลฯ กรณีคดีนี้ไม่มีบทบัญญัติตามกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

ข้อ8 กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัมนาระบบสถาบันการเงิน มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ในการประกาศขายที่ดิน ทำสัญญาซื้อขายที่ดิน ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินโดยชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ เปรียบเทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 4655/2533 ระหว่าง นางลาวัณย์ ดิลคณารักษ์ โจทก์ กระทรวงการคลังกับพวก จำเลย วินิจฉัยไว้ว่า “กองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ เป็นนิติบุคคลต่างหากจากกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิและหน้าที่ต่างๆ ตามบทบัญญัติทั้งปวงแห่งกฎหมายภายในของวัตถุประสงค์ของตน” และแม้จะอ้างว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่จะนำเอาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบรามการทุจริต พ.ศ 2542 หมวด 9 ว่าด้วยการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลปละประโยชน์ส่วนรวมตามมาตรา 100 (1) มาบังคับใช้ไม่ได้ เพราะบทบัญญัติในมาตรา 100 (1) มิได้บัญญัติหน่วยงานของรัฐประเภท “รัฐวิสหกิจ” ไว้เช่นกันกับบทบัญญัติในมาตรา 100 (3) และสัญญาซื้อขายระหว่าง คุณหญิงพจมาน ชินวัตร กับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มิใช่ “สัญญาสัมปทาน”

ข้อ 9. สัญญาซื้อขายที่ดินที่จัดให้มี “การประกวดราคา” ไม่เป็นเรื่องประโยชน์ส่วนบุคคลขัดแย่งกับประโยชน์ส่วนรวม มิได้ลิดรอนผลประโยชน์ของประชาชน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมประมูลในการประกวดราคาตามประกาศของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ได้

การกระทำของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ผู้ขายและ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้ซื้อ กระทำโดยสุจริต เปิดเผย มีการแข่งขันราคาโดยชอบด้วยกฎหมาย มีการศึกษา และตรวจสอบแล้วว่า ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องห้ามในการทำสัญญาซื้อขายที่ดิน

การจำหน่ายที่ดินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การประมูลขายที่ดินและการขายที่ดินเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นไปตามข้อบังคับและเป็นไปตามมติของคณะกรรมการจัดการกองทุน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 มาตรา 29 เตรส

ข้อ 10. กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไม่ได้รับความเสียหายจากการจำหน่ายที่ดินแปลงพิพาทแต่ได้รับประโยชน์จากการจำหน่ายที่ดิน คุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นผู้เสนอราคาสูงสุด เดิมราคาที่ดินที่แท้จริงที่ บริษัท เอราวัณทรัสต์ ซื้อมาเพียงราคา 103 ล้านบาท หากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ไม่จำหน่ายที่ดินต้องมีภาระดอกเบี้ยปีละประมาณ 35 ล้านบาท

การที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ปรับลดราคาที่ดิน และออกหลักเกณฑ์การขาย การประกาศประกวดราคาที่ดิน ราคาที่ดินอนุมัติขาย รวมทั้ง ข้อกำหนดในการส่งมอบที่ดิน กระบวนการ ต้งแต่การประกาศขายจนกระทั่งมีการทำสัญญาซื้อขายทิ่ดนทุกขั้นตอนเป็นไปโดยเปิดเผยสามารถตราจสอบได้ เพราะในเรื่องดังกล่าวกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ทำ รายงานการขายที่ดินถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้เข้าทำการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เสร็จสิ้นแล้ว มิได้มีข้อสังเกตหรือมีข้อทักท้วงในรายงานการตรวจสอบบัญชีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินว่า การปรับลดราคาที่ดินและการขายที่ดินในครั้งนี้ ทำให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เสียหาย และการปรับลดราคาที่ดินและการขายที่ดินเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจัดการกองทุน

สำหรับที่มีการกล่าวว่าภายหลัง คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซื้อที่ดิน มีการยกเลิกข้อจำกัดเรื่องความสูงในการก่อสร้างอาการ มีข้อเท็จจริงดังนี้
(1.) ข้อกำหนดตามกฎหมายผังเมืองใหม่ (พ.ศ.2549) ที่ดินที่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซื้อ
มาอยู่ “ประเภท ย 6 “ ซึ่ง “ห้ามสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษ” (อาคารที่มีพื้นที่ตั้ง 10,000 ตามรางเมตรขึ้นไป)
(2.) ข้อกำหนดการยกเลิกข้อจำกัดความสูงในการก่อสร้างอาคาร เป็นกรณีที่อาคาร

สำนักงานหรืออาคารประกอบพาณิชยกรรมจะสร้างอาคารสูงประเภทดังกล่าวไม่ได้ เพราะที่ดินที่ประมูลได้มีเขตทางไม่ถึง 30 เมตร (ถนนเทียมร่วมมิตร มีเขตทางเพียง 17-20 เมตรเท่านั้น ตามหนังสือสำนักงานเขตห้วยขวางที่ กท04803/6436 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2550 ) และที่ดินดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายในระยะ 500 เมตรจากศูนย์กลางสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน

จากข้อกำหนดที่ (1) และ (2) ข้างต้น สรุปได้ว่าการยกเลิกข้อจำกัดความสูงในการก่อสร้างอาคารไม่ได้ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้น เพราะแม้จะให้สร้างอาคารสูงได้ แต่ข้อกำหนดเรื่องอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินตามกฎหมายผังเมืองใหม่ (พ.ศ.2549) กำหนดไว้ไม่เกิน 45 : 1 (ตามกฎหมายผังเมืองใหม่ข้อ 17 (21) ใน (1) ย่อย กล่าวคือ ที่ดิน 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) สามารถสร้างอาคารได้เพียง 7,200 ตารางเมตรเท่านั้น) ซึ่งข้อกำหนดนี้เดิมกฎหมายผังเมืองใหม่ไม่ได้ดำหนดไว้ แต่ใช้กฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 หมวดที่ 1 ข้อ 5 กำหนดไว้ที่อัตราส่วนไม่เกิน 10 : 1 กล่าวคือ ที่ดิน 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) สามารถสร้างอาคารได้ 15,000 ตารางเมตร จะเห็นว่าพื้นที่อาคารได้หายไปกว่าครึ่ง

ดังนั้นผังเมืองใหม่ดังกล่าวจึงไม่ได้เอื้อประโยชน์ (ทำให้ราคาสูงขึ้น ให้แก่ที่ดินที่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซื้อแต่อย่างใด แต่ในทางตรงกันข้ามผังเมืองใหม่ดังกล่าวกลับทำให้ราคาที่ดินที่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซื้อ มีมูลค่าที่ดินลดลง เพราะไม่สามารถสร้างอาคารให้ได้พื้นที่ใช้สอย เท่ากับกฎหมายเดิมตามที่กล่าวมาข้างต้น (ลดลงกว่าครึ่ง)

การจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการจัดทำใหม่ทุก 5 ปี ตามพระราชบัญญัติผังเมืองมาตรา 26 ถ้าไม่ทันให้ขยายเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงตามผังรวมเดิมได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ตามมาตรา 26 วรรคห้า และกระบวนการในการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร มีขั้นตอนมากมายเช่นต้องผ่าน “คณะกรรมการผังเมือง” ซึ่งตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง (พ.ศ.2518) กำหนดให้ข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการแล้วยังมีผู้ทรงคุณวุฒิทางการผังเมืองหรือสาขาวิชากที่เกี่ยววข้องโดยตรงกับการผังเมืองไม่เกิน 7 คน และผุ้แทนสถาบันองค์กรอิสระและบุคคลอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับการผังเมืองไม่เกิน 7 คน ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมาเป็นกรรมการด้วย
นอกจากนี้คณะกรรมการผังเมืองยังมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตามความเหมาะสมขึ้นมาพิจารณาดำเนินการได้อีก ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติผังเมือง (พ.ศ.2518) ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน คณะกรรมการร่างกฎหมายกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการกฤษฎีกา จะเห็นว่าการจัดผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร จะต้องผ่านขั้นตอนและการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนสถาบันองค์กรอิสระมากมาย และที่สำคัญคือมีการผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การจัดกำหนดผังเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนากยรัฐมนตรีในขณะนั้น ไม่ได้กำกับ ควบคุม ดูแลกรุงเทพมหานคร และมีข้อเท็จจริงที่สังคมทราบโดยทั่วไปว่า ในขณะนั้น “กรุงเทพมหานคร มีผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครเป็นสมาชิก และผู้บริหารพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งและเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับพรรคการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะให้อำนาจหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีไปแทรกแซง สั่งการใดๆ ให้กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับพรรคการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำยอมต้องยกเลิกข้อบังคับเรื่องอาคารสูง เพื่อให้เป็นประโยชน์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น

ขอตายแผ่นดินเกิด

“ทักษิณ” ย้ำจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ทุกพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ออกแถลงการณ์เปิดใจข้ามประเทศจากลอนดอน ถ้ามีวาสนาจะขอกลับมาตายเมืองไทยเหมือนคนไทยทุกคน ระบุ “วันนี้ไม่ใช่วันของผม” พร้อมขอโทษคณะผู้พิพากษาและผู้ให้การสนับสนุน แจงเหตุที่จำเป็นต้องไปพักที่อังกฤษเพราะขบวนการจ้องกำจัดยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การยึดอำนาจ กระทั่งส่งคนเข้าแทรกซึมอยู่ในองค์กรต่างๆ ชี้ตั้งใจจะกลับมาพึ่งพากระบวนการยุติธรรม แต่ก็ยังมีความกังวล รวมทั้งยังมีข่าวเข้าหูอยู่ตลอดเวลาว่าจะมีการลงมือถึงขั้นเอาชีวิต

การตัดสินใจไม่เดินทางกลับประเทศไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว ตามกำหนดการเดิมที่จะบินกลับจากประเทศจีนด้วยเที่ยวบิน TG615 ถึงประทศไทยในเวลา 21.45 น. ของคืนวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ตลอดทั้งวันที่ 11 สิงหาคม โดยในวันดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ส่งโทรสารแถลงการณ์ข้ามประเทศ เพื่อขออภัยต่อคณะผู้พิพากษาและประชาชนที่ให้การสนับสนุน ที่ต้องเดินทางต่อไปพำนักในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยไม่กลับประเทศไทย ด้วยห่วงเรื่องความปลอดภัย

พร้อมกันนี้ยังย้ำถึงความจงรักภักดี แต่มีคนใส่ร้ายและยืนยันว่าไม่ได้เลวดังข้อกล่าวหา และหากมีวาสนาจะขอกลับมาตายบนแผ่นดินไทย เหมือนกับคนไทยทุกคน

ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกลาวจั่วหัวเรื่องว่า “การไม่ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” โดยมีใจความว่าก่อนอื่นกระผมต้องกราบขออภัยต่อคณะผู้พิพากษาคดีที่ดินรัชดาฯ และพี่น้องประชาชนผู้สนับสนุนผมทุกท่าน ที่ผมและภรรยาได้เดินทางมาพำนักที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ยึดหลักการประชาธิปไตยเหนือสิ่งอื่นใดและไม่ได้ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและครอบครัว พร้อมกับบุคคลผู้ใกล้ชิดเป็นผลพ่วงต่อเนื่องมาจากความต้องการขจัดผมออกจากการเมือง ด้วยการพยายามลอบสังหาร ตามมาด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร แต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์มาสอบสวนดำเนินคดีเฉพาะตัวผมและครอบครัวร่างรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่งตั้งบุคคลที่สนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหารทั้งทางตรงและทางอ้อมเข้าไปเป็นกรรมการในองค์กรต่างๆ เพื่อดำเนินการกับผม เมื่อมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกพรรคพลังประชาชน ที่ผู้สมัครส่วนใหญ่มาจากพรรคไทยรักไทยเดิมให้กลับคืนมาทำหน้าที่ตัวแทนของพวกเขา

ผมคิดว่าเหตุการณ์คงจะดีขึ้น ผมคงมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และได้ความเป็นธรรมจึงเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 แต่เหตุการณ์กลับยิ่งเลวร้ายเพราะสิ่งเกิดขึ้นกับตัวผมและครอบครัวเป็นเสมือนผลที่เกิดจากต้นไม้ที่เป็นพิษ ผลของมันก็ย่อมเป็นพิษตามไปด้วย นั้นก็คือ ยังคงมีการสืบทอดระบอบเผด็จการในการจัดการ การเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย ตามด้วยการแทรกแซงกระบวนยุติธรรม โดยเอาผลลัพธ์ที่อยากจะได้เป็นตัวตั้ง เพื่อจัดการกับผมและครอบครัว ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ถือว่าผมเป็นศัตรูทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงระบบกฎหมาย ระบบข้อเท็จจริงและการสอบสวนดำเนินคดีตามหลักนิติธรรมสากล ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐาน การบังคับใช้กฎหมายที่มีผลเป็นโทษย้อนหลัง ไม่ยอมใช้หลักฐานหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ ผมและครอบครัวได้ถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง

การแทรกแซงกระบวนยุติธรรมและการใช้ระบบ 2.มาตรฐานที่เห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้ผมและครอบครัว พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็นับว่าหนักหนาแล้ว แต่ยังเทียบไม่ได้กับการที่ระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีเกียรติมีความน่าเชื่อถือสั่งสมมาเป็นเวลายาวนานต้องเสื่อมลง เพราะถูกนำมาใช้ทางการเมืองจนขาดความเป็นกลางซึ่งเป็นผลเสียต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง

นอกจากนี้ ผมได้รับข่าวสารตลอดเวลาว่า ชีวิตของผมไม่ปลอดภัยเดินทางไปไหนมาไหน จึงต้องใช้รถกันกระสุน นี่คือ ผลที่ได้รับจากการที่ผมอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ราชบัลลังก์ และประชาชน ด้วยความทุ่มเททำงานอย่างหนัก มาตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี ที่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ผมจึงขอกราบขออภัยอีกครั้งหนึ่งที่ต้องตัดสินใจ มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และขอยืนยันว่า
1. ผมและครอบครัวมีความจงรักภักดีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ทุก
พระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ แม้ว่ามีผู้จงใจใส่ร้ายมาโดยตลอด
2. ถึงแม้ผมไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่ผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้เลวอย่างที่ถูกกล่าวหา เมื่อ
ถึงเวลาที่เหมาะสมผมจะแถลงความจริงให้ทุกท่านทราบ วันนี้ยังไม่ใช่วันของผม ขอให้ผู้สนับสนุนผมอดทนอีกนิดนึงครับ
3. หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย เฉกเช่นคนไทยทุกคนครับ



สภาผู้แทนราษฎรจัดกิจกรรมวันแม่

สภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างวันที่ 11-22 สิงหาคมนี้

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นประธาน นำข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และกล่าวอาเศียรวาท พร้อมร้องเพลงสดุดีมหาราชา ที่บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคารรัฐสภา 1

ทั้งนี้ ภายในงานยังจัดให้มีการรำถวายพระพร แสดงจินตลีลา และนิทรรศการ "แม่ของแผ่นดิน" ซึ่งเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ นิทรรศการ "แม่ลูกผูกพันแบ่งปันความรัก" เป็นการแสดงภาพถ่ายความผูกพันของแม่ลูก และนิทรรศการ "มุมสารรักจากใจมอบให้คุณแม่" ทั้งนี้ นิทรรศการจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 11-22 สิงหาคม นี้

ซึ่งนอกจากกิจกรรมดังกล่าว แล้ว ภายในวันที่ 13 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ได้ทำการจัดให้มีมุมตรวจสุขภาพ และนวดเพื่อสุขภาพไว้บริการฟรีอีกด้วย




ไม่มีสัจจะในม็อบพันธมิตร‘จำลอง’ตะแบงขอชุมนุมต่อ

การลี้ภัยทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะกรณีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำ เคยประกาศว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ลี้ภัยทางการเมือง ไม่กลับมาประเทศไทย จะยุติการชุมนุมทันที โดยทันทีที่มีข่าวดังกล่าว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำอีกคน ก็รีบออกมาให้สัมภาษณ์ทันควันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับการชุมนุม แต่ที่มีการรวมตัวกันอยู่ในขณะนี้เพราะต้องการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550

จากกรณีดังกล่าว ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เคยลั่นว่าวาจาไว้ว่าหากอดีตนายกลี้ภัยจริงๆ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพร้อมที่จะยุติการเคลื่อนไหวนั้น ตนเห็นว่านี่ไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะยกเลิกการชุมชุม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่นอกการบริหารทางการเมืองมานานแล้ว นายสนธิจะยกเลิกหรือไม่นั้น ไม่สำคัญอะไรกับอดีตนายกฯ เพราะทุกวันนี้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีความสมเหตุสมผล และเป็นการก่อความวุ่นวายแก่บ้านเมือง

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯที่มีการลั่นวาจาจะยุติการชุมุนุม ว่าส่วนตัวภาวนาให้กลุ่มพันธมิตรฯ ปักหลักชุมนุมต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้ทราบว่าพวกนี้แหละคือตัวการที่ทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย



“สามารถ”นั่งแท่นรองปธ.สภา ดัน“วิทยา”ครองเก้าอี้เก่าแทน

ประธานวิปรัฐบาล เตรียมดัน 2 กฎหมาย ร่างพรบ.ป.ป.ช. – พรบ.ฟอกเงิน หวังเพิ่มประสิทธิภาพชุมชน ตัดปัญหาคอรับชั่น ด้านตำแหน่งรองประธาน “สุทิน”ชี้ คงเป็นโควต้ากลุ่มภาคเหนือ “สามารถ” มาแรง เตรียมผละเก้าอี้ประธานวิป ส่งวิทยารับหน้าเสือแทน

นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมวันนี้เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ ที่จะนำเข้าสู่สภาฯในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ คือพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และพระราชบัญญัติว่าด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มีข้อปรับปรุงที่น่าสนใจคือวิธีการทำงานอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น กำหนดให้ ป.ป.ช. มีอำนาจสามารถยึดและอายัดทรัพย์ได้ทันที อีกส่วนหนึ่งที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือจะจัดให้มี ป.ป.ช. จังหวัด ทำหน้าที่รณรงค์ป้องกันไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับท้องถิ่น ส่วน พ.ร.บ.การฟอกเงินนั้น ก็มีการเพิ่มเติมกิจการที่จะต้องรายงานการทำธุรกรรมทางการเงินต่อ ป.ป.ช. เช่น กิจการที่ทำการค้าเกี่ยวกับอัญมณี การเช่าซื้อรถยนต์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การค้าของเก่า ร่วมทั้งกลุ่มธุรกิจอื่นที่อาจเป็นช่องทางของการฟอกเงิน ก็ให้ออกเป็นกฎกระทรวง

ส่วนการคัดเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การเลือกตัวแทนของพรรคเพื่อทำหน้าที่รองประธานสภาคนที่1นั้น ล่าสุดในที่ประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 11 สิงหาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้ทำการแจ้งต่อที่ประชุมว่าจะต้องเร่งให้มีการประชุมกรรมการบริหารเพื่อหาบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่รองประธานเพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 13 สิงหาคมนี้เช่นกัน

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชนในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ถึงขณะนี้ก็ยังมีเวลาให้คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมเพื่อหาตัวบุคคลที่จะถูกเสนอชื่อเป็นรองประธานสภาผู้แทนราฎร ที่จริงแล้วประชุมกันตอนเช้าวันพุธที่ 13 สิงหาคม ก็ยังทันเวลา แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นโควตาภาคเหนือ ซึ่งคนที่เข้ามาทำหน้าที่ก็คือนายสามารถ แก้วมีชัย และอาจเลื่อนให้ นายวิทยา บูรณศิริ เข้ามาทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลแทนก็เป็นได้

ด้านนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชาชน และวิปรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับรายชื่อรองประธานที่คาดว่าจะมีการสรรหาในการประชุมกรรมการบริหารพรรคนั้น ประกอบด้วย นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานวิปรัฐบาล นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.อยุธยา นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ และนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าคนที่จะสามารถทำงานได้ดีก็มีนายสามารถ นายวิทยา และนายสุขุมพงศ์ ส่วนกรรมการบริหารพรรคจะต้องค่อยติดตามต่อไป

แฟนคลับ “ทักษิณ” หลั่งน้ำตา เรียกร้องสังคมผดุงความยุติธรรม

ชมรมรัก"ทักษิณ"เชียงรายหลั่งน้ำตาสงสารอดีตนายกฯ ที่ต้องลี้ภัยการเมือง ลั่นไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองเพียงนี้

นางมติ แซ่อัง หรือ "เจ๊หมวย ก๋วยเตี๋ยวรสเยี่ยม" แกนนำแฟนคลับชมรมคนรักทักษิณ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว จนถึงขั้นต้องหลบลี้หนีภัยทางการเมืองไปอาศัยอยู่ต่างแดนในครั้งนี้ มองว่าเป็นความอยุติธรรมสำหรับคนๆ หนึ่ง ที่อดีตเคยทำคุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่ให้กับประเทศชาติ ชนิดไม่เคยไม่มีผู้นำคนใดในประเทศ กล้าที่จะทำมาก่อน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ประเทศชาติ เสียสละมามากมาย

“ทางกลุ่มชมรมคนรักทักษิณเชียงราย กำลังประชุมภายในเพื่อหาทางกันอยู่ ว่าจะมีทางเช่นไรที่จะช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บ้าง ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือคนไทย เกิดในแผ่นดินไทย ทำไมความถูกต้อง ความชอบธรรมหายไปไหนหมด หายไปจนไม่สามารถที่จะอยู่ในแผ่นดินเกิดได้นี้หรือ ที่เรียกว่าประเทศแห่งประชาธิปไตย" นางมติ กล่าว

แกนนำแฟนคลับคนรักทัหษิณ กล่าวต่อว่า ทำไมทุกวันนี้คนไทยอีกหลายสิบล้านคน ทำไมไม่พูดถึง หรือนำคุณงามความดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาพูดถึง ไม่เอาผลงานการทำงานในการปราบปรามยาเสพติด หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค มาเป็นเครื่องชี้วัดถึงความดีที่อดีตนายกรัฐมนตรีเคยทำไว้กับประเทศบ้าง

"ทุกวันนี้ผู้ปกครองหลายราย ที่มีลูกชายติดยาเสพติด ได้เข้ามาปรึกษาหารือกับตน ว่าจะทำอย่างไรขณะนี้ยาบ้า ยาเสพติดกลับมาอีกแล้ว ทำให้เรายิ่งหดหู่ ว่าถ้าบ้านเมืองเราขณะนี้มีคนชื่อทักษิณ ชินวัตร อยู่ เรื่องเลวร้าย ทั้งยาเสพติด ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน คงไม่วิกฤตเช่นนี้" นางมติ กล่าว

ส่วนทางด้านกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ที่มี น.ส.จีระนันท์ จันทะวงศ์ หรือ บุ๋ม เป็นแกนนำ รวมทั้งเหล่าสมาชิกกลุ่ม 24 มิถุนาฯ และกลุ่มสมาชิกเวปไซด์เสรีชน ได้ร่วมกันหลั่งน้ำตา ให้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้ นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านรายการวิทยุที่มีการจัดสด ผ่านเวปไซด์เสรีชน ที่มี น.ส.จีระนันท์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งตลอดทุกช่วงรายการ มีสมาชิกคนไทย ที่เข้าใจใน พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมต่อต้านความเผด็จการ และเรียกร้องให้มีการสังคายนากระบวนการยุติธรรมใหม่ ให้เป็นกลางไม่ถูกแทรกแซง เพื่อเปิดเส้นทางให้อดีตนายกทักษิณ ได้กลับมาสู้คดีอย่างสง่าผ่าเผย



สื่อเทศตีข่าว‘ทักษิณ’ขอลี้ภัย-เหตุไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรม

สื่อเทศชั้นนำเรียงหน้าประโคมข่าว “ทักษิณ” พร้อมครอบครัวขอลี้ภัยทางการเมือง หลังตัดใจกลับไปสู้คดีแต่ต้องพบความน่ากังวลหลายเรื่อง “บีบีซี” เชื่ออดีตนายกฯของไทย มีความไม่สบายใจในการทำงานของกระบวนการยุติธรรม

จากกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจขอลี้ภัยทางการเมือง ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายหลังจากตัดสินใจกลับมาสู้คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติรัฐประหาร ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 เป็นต้นมา และหลายเรื่องได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งบางเรื่องก็ดำเนินไปถึงขั้นการพิจารณาของศาล
ดังเช่นคดีซุกภาษีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ที่ศาลสั่งให้จำคุก 3 ปี แต่ภายหลังได้มีการยื่นอุทธรณ์ประกันตัว และขออนุญาตศาลเดินทางไปดูงานเปิดกีฬาโอลิมปิก ซึ่งศาลได้อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ และมีกำหนดกลับมาถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม เนื่องจากจะต้องมาฟังคำพิพากษาของศาลในวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

กรณีดังกล่าวนั้นแหล่งข่าวใกล้ชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แจ้งกับสื่อของไทยว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปอยู่ในประเทศอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้นำสาส์นของพ.ต.ท.ทักษิณ ส่งให้สำนักข่าวไทยทุกแขนงเพื่อให้ทราบเหตุผลของการลี้ภัยครั้งนี้

ขณะเดียวกันนอกจากข่าวการลี้ภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ จะได้รับความสนใจขากสื่อไทยทุกสำนักแล้ว สื่อมวลชนชั้นนำของโลกอย่าง สำนักข่าวบีบีซี ซีเอ็นเอ็น เอเอฟพี เอพี และรอยเตอร์ต่างก็เกาะติดสถานการณ์ข่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญและพาดหัวเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอันดับต้นๆ

โดยสำนักข่าวบีบีซีได้ระบุไว้ในหน้าเวบไซต์
http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7553028.stm ถึงเหตุผลการลี้ภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม

ในขณะที่สำนักข่าวเอพีก็มีการอ้างคำกล่าวของนาย ประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ถึงเหตุผลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องลี้ภัยทางการเมือง

เช่นเดียวกับสำนักข่าวต่างประเทศแทบทุกสำนักได้ลงรายละเอียดของแถลงการณ์ พร้อมลำดับคดีทั้งหมดของครอบครั วชินวัตร และมีการเผยแพร่ไปทั่วโลกด้วย

รวมถึงเว็บไซต์แมนเชสเตอร์อีฟนิ่งนิวส์ของอังกฤษ ที่นอกจากรายงานข่าวนี้แล้ว ยังให้ความสำคัญกับข่าวที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังติดต่อหาเงินทุนจากนักธุรกิจในตะวันออกกลาง และอินเดีย ให้มาร่วมลงทุนกับทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตีด้วย ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมจะขายทีมฟุตบอลดังกล่าว



ทนายยันลี้ภัยไม่ทำคดีเสียหาย

“คำนวน ชโลปถัมภ์” ระบุ “ทักษิณ-พจมาน” ขอลี้ภัยทางการเมืองเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และไม่มีผลกระทบต่อคดีทั้งที่เป็นโจทย์และจำเลย โดยเฉพาะคดีที่ดินรัชดาฯ มีการแสดงตัวไปแล้ว และมีการนัดสืนพยานเอาไว้ล่วงหน้าครบถ้วนจนถึงวันอ่านคำพิพากษา ส่วนกรณีที่ยังไม่ได้รายงานตัวศาลจะมีหนังสือแจ้งไปยังที่อยู่จริงก่อนดำเนินการต่อไปตามกระบวนการ ในขณะคดีที่เป็นโจทย์ ก็สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการต่อไปได้เช่นกัน

หลังการตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา สิ่งที่หลายคนแสดงความเป็นห่วงก็คือเรื่องดคีความทั้งที่เป็นโจทย์ และตกเป็นจำเลยจากการชงเรื่องของ คตส. ที่คณะรัฐประหารตั้งขึ้นมาเพื่อเอาผิด พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ตลอดจนรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลเป็นการเฉพาะ

รวมไปถึงกรณีคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน จะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่าสนมา นั้น

กรณีดังกล่าว นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ อดีตนายกสภาทนายความ และทนายความในคดีที่ดินรัชดาฯ ของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เปิดเผยว่าในช่วงวันที่ผ่านมานับแต่มีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ จะขอลี้ภัยไม่ได้มีการติดต่อกันโดยตรง แต่เป็นการติดต่อผ่านคนใกล้ชิด โดยมีการยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะยังไม่กลับประเทศไทยในช่วงนี้

ส่วนเหตุผลต่างๆ ก็คงปรากฎอยู่แล้วในแถลงการณ์ ส่วนในฐานะทนายความก็ทำหน้าที่เพียงกราบเรียนต่อศาลว่าท่านจะไม่ได้มาตามกำหนดนัด ด้วยเหตุผลของท่าน ที่เราไม่อาจจะก้าวล่วงไปได้ เป็นการกราบเรียนมาเพื่อทราบ ส่วนกรรมวิธีของศาลจะดำเนินการอย่างไร ประการใดตามกฏหมาย ท่านก็จะสั่งของท่านเอง

อย่างไรก็ตามคดีนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะว่าศาลได้นัดเอาไว้เป็นคดีต่อเนื่อง ณ วันนี้ที่ได้มีการนัดไว้เพื่อสืบพยานจำเลยต่อในวันที่ 19 และ 22 สิงหาคม และท่านนัดเพิ่มไว้อีก 3 วัน คือวันที่ 26 29 สิงหาคม และวันที่ 2 กันยายน สรุปแล้วกรอบเวลาท่านกำหนดไว้แน่ชัดแล้วว่าไม่เกิน 2 กันยายน ซึ่งเมื่อทั้งสองท่านไปแสดงตนต่อศาลแล้ว หลังจากนั้นศาลอนุญาติใหดำเนินกระบวนการพิจารณาลับหลัง ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนสิงหาคม ได้มีการพิจารณาลับหลังมาโดยตลอด หลังจากวันที่ 2 กันยายน ไปแล้วจะอนุญาตให้ฝ่ายโจทย์หรือจำเลยแถลงการณ์ปิดคดี หลังนั้นจะอ่านคำพิพากษาภายใน 7 วัน หรือ 14 วัน ตามที่ศาลได้เห็นสมควร

สำหรับเรื่องการลี้ภัยทางการเมือง เป็นสิทธิที่คุณทักษิณและคุณหญิง จะกล่าวอ้างได้ ท่านอาจจะไปอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยหลักการก็คือต้องดูว่าสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เรากับประเทศนั้นๆ มีสนธิสัญญาในเรื่องนี้หรือไม่

ส่วนในคดีที่คุณทักษิณฟ้องกลุ่มพันธมิตรฯ ในข้อหาหมิ่นประมาท ในกรณีที่คุณทักษิณลี้ภัยจะสามารถดำเนินคดีไปเรื่อยๆ เรื่องนี้สามารถมอบอำนาจให้ใครมาเป็นโจทย์แทน แล้วก็สามารถดำเนินคดีต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นคดีเพ่งหรือคดีอาญา

แต่คดีอื่นๆ ที่คุณทักษิณยังไม่ได้ไปรายงานตัว ต้องดูตัวบทกฏหมาย เหมือนกับตัวอย่างในคดีนี้ ว่าท่านที่ถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยในคดีใดคดีหนึ่งไม่มาแสดงตัวต่อศาลในนัดแรก แต่ว่าในนัดแรกอย่างไรก็ต้องมีตัวมา เพื่อศาลจะสอบถามว่าจะสู้คดีอย่างไร ถ้าไม่มีตัวแทนมาก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ถ้ามีตัวมาถึงจะดำเนินการ แต่หลังจากแสดงตัวแล้ว ก็จะดำเนินการในส่วนต่างๆต่อไปได้ แม้ว่าจำเลยจะไม่อยู่ต่อหน้าศาลก็ตาม เพราะฉะนั้นในคดีอื่นๆ อีกหลายคดีซึ่งคุณทักษิณยังไม่แสดงตัว ก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ ก็ต้องส่งหมายเรียก สำนวนการฟ้องและเอกสารไปยังที่อยู่จริงที่คุณทักษิณและคุณหญิงอยู่ เพื่อให้จำเลยได้รับทราบว่าตัวเขาถูกฟ้องในข้อหาอะไรเพื่อที่จะแก้ตัวหรือแต่งตั้งทนายความมาดำเนินคดีแทนได้ หลังจากนั้นถึงดำเนินคดีต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคดีต้องมาต่อหน้าก่อนถ้าไม่มาต่อหน้าทุกคดีก็ม่สามารถดำเนินการได้

ส่วนความกดดันในการเป็นทนายในคดีดังกล่าว นายคำนวน กล่าวว่าไม่มีความกดดันผมเรียนว่าท่านให้ความกรุณาเต็มที่ปกติแผนกคดีศาลอาญาแผนกคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองศาลจะเป็นผู้ถามพยานเอง เมื่อศาลถามแล้วศาลเห็นสมควรให้ฝ่ายโจทย์ถามหรือให้ฝ่ายจำเลยถาม จึงถามได้ ปรากฏว่าตลอดระยะเวลา ศาลอนูญาติให้ฝ่ายโจทย์และทนายฝ่ายจำเลยถามได้อันนี้ต้งอขอบพระคุณที่ศาลได้กรุณาเปิดโอกาสให้เราได้ซักถามพยานได้อย่างเต็มที่

สำหรับมุมมองต่อการที่ คตส.ใช้ทนายจากสภาทนายความในการดำเนินการฟ้องร้องคดี พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นอันนี้เป็นเรื่องที่ทนายความทั่วประเทศแทงอกแทงใจว่าตามหลักกฏหมายของทนายความปีล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา78 ที่ผมจำได้ เพราะเราได้ปลุกปั้นเรื่องนี้มา 5 ปี 11 เดือน กว่าจะเป็นสภาทนายมาได้ เรายึดมั่นว่าสภาทนายมีหน้าที่อันสำคัญที่จะช่วยเหลือประชาชน ที่ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรม เราก็เสียใจที่ว่าคณะกรรมการสภาทนายความไปช่วยเหลือว่าความให้กับ คตส. โดยไม่เข้าหลักเกณฑ์ เราถือว่า คตส.ไม่ใช่ผู้ยากจนและไม่ใช่ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็อยากให้ยึดหลักอันนั้น ส่วนจะมาจากทางไหน เราไม่ได้คำนึงถึง คุณมีหลักเกณฑ์มาถ้ายากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถช่วยเหลือได้

โดยส่วนตัวผมได้มีการยกหูถึงคุณเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ คนปัจจุบัน บอกว่าการทำอย่างนี้จะผิดหลักเกณฑ์ ว่าถ้าเขาจะจ้างให้เป็นส่วนตัวก็ให้จ้างไปเลย แต่อย่ามาบอกว่าจะส่งมาให้สภาทนายความจัดการ อันนี้มันไม่ถูกหลักการและจะถูกตำหนิ เราในฐานะรุ่นพี่ก็ตำหนิ

ขณะที่ในบ่ายวันเดียวกัน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ที่ตกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ หลังจากจำเลยทั้งสองไม่เข้ามารายงานตัวกับศาลตามกำหนด

โดยทนายความจำเลยยื่นคำร้องว่าได้รับรายงานจากการประสานงานว่าจำเลยทั้ง 2 ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย และไม่สามารถมารายงานตัวในศาลวันนี้ได้ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จำเลยทั้ง 2 ไม่มารายงานตัวต่อศาลตามกำหนด ถือเป็นการผิดสัญญาประกัน จึงให้ปรับจำเลยทั้ง 2 ตามสัญญาประกัน ให้ธนาคารนำเงินตามสัญญาประกันต่อศาลภายใน 5 วัน และให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2

อนึ่ง ตามสัญญาประกันของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีมูลค่า 8 ล้านบาท ส่วนคุณหญิงพจมาน มีมูลค่า 5 ล้านบาท



Monday, August 11, 2008

คิวชำระแค้นคืน!

กลุ่มคนไทยที่ไม่ชอบ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร อาจรู้สึก “สะใจ”เมื่อได้เห็น...ได้ฟัง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวที “ด่ากราด” อดีตนายกฯ ทักษิณ นายสมัคร สุนทรเวช และ เครือข่ายของคนทั้งสองแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า...คนไทยกลุ่มนั้นจะเห็นด้วยทั้งหมดกับ กลุ่มพันธมิตรฯ กระทั่ง ต้องออกมา ชุมนุมประท้วง หรือต้อง ประหัตประหาร...ฟาดฟันกันให้ฉิบหาย...ตายห่า กันไปข้างฉะนั้น เมื่อ หมดทุน! หมดเงื่อนไข ที่จะใช้สร้างกระแส เชื่อว่า...ในที่สุด กลุ่มพันธมิตรฯ ก็คงต้องกลับที่ตั้งหรืออย่างเก่ง ก็แค่...จัดม็อบเล็กๆ กระจายไปยังจุดสำคัญๆ เท่านั้น

แนวรบด้านพันธมิตรฯ ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือน่ากลัว เหมือนที่สร้างภาพแต่อย่างใด?
การยึดอำนาจเมื่อ “19 ก.ย.2549” เป็นเพียงเหตุการณ์ “ส้ม(สุก)หล่น” ของ กองทัพ และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ยุคนั้น ก็เท่านั้นผลจากการ “ยึดอำนาจ” กระทั่ง จัดตั้ง รัฐบาล ”ขิงแก่” ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ องค์กรอิสระ อย่าง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ใครๆ ต่างก็เคยคิดกันว่า...“เสียเปล่า”ถึงวันนี้...ตอนนี้คงรู้แล้วสิว่า...สิ่งที่ พล.อ.สนธิ และ คมช. ได้วาง “รากฐาน” การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐนั้นมันไม่ได้เสียเปล่าแต่อย่างใด

เพียงแต่...หัวหน้าทีมยึดอำนาจจากรัฐบาล ของ อดีตนายกฯ ทักษิณ อยู่ไม่ทันดูความสำเร็จในขณะที่ถืออำนาจในมือก็เท่านั้นอย่างไรก็ดี วันนี้...พล.อ.สนธิ คงรู้สึกพึงพอใจบ้างแล้ว กับคำตัดสินของหลายๆ ศาลในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการวาง “รากฐาน” ของ คมช. ในอดีตคำสั่งศาลอาญาจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญาแก่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ในความผิดฐานร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้น บมจ.ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 546 ล้านบาท จากหุ้นจำนวน 4.5 ล้านหุ้นและที่จะมีตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณี... ร่ำรวยผิดปกติของอดีตนายกฯ ทักษิณ

การปล่อยกู้ 4,000 ล้านของเอ็กซิมแบงก์ให้กับรัฐบาลพม่าคดีกล้ายาง 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาท ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯคดีหวยบนดิน “2 ตัว 3 ตัว” ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลฯลฯเหล่านี้ คือ ผลพวงจากองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นจาก คมช. ทั้งสิ้นแล้วก็มีแนวโน้มว่า...หลายๆ คดีที่เหลือ! เมื่อต้องเดินเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม นั้นรอดยาก!!!เนื่องจากหลักฐานหลายๆ อย่าง มันเด่นชัดและรัดตัวเอากับผู้เกี่ยวข้องซะอย่างนี้เรื่องนี้จะไปโทษ พล.อ.สนธิ คมช. หรือ คตส. คงไม่ถูก!!!ถ้าจะโทษ! ต้องโทษ...พวกที่ทำให้การ “เคลียร์” กัน ระหว่าง...ตัวแทน “ผู้ถูกยึดอำนาจ” กับ “ผู้ยึดอำนาจ” ครั้งนั้น มีอันต้อง ล้มครืน!!!

เพียงวันเดียวของการเจรจาใน “เซฟเฮาส์” กลางเมืองกรุงป่านนี้! คนส่วนใหญ่คงรับรู้แล้วว่า...ใครกัน คือ “ตัวการ” คนสำคัญ ที่ทำให้การ “เคลียร์” กันระหว่าง...ทหารกับฝ่ายการเมือง ต้องสะดุดหยุดลงแบบปัจจุบันทันด่วน!!!กระทั่ง ส่งผลร้ายกลับมายัง พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว อย่างที่เห็นๆ กันในวันนี้แล้วงานนี้ หากจะมีการไล่ “เช็กบิล” เอากับคนกลุ่มนั้น ที่แม้วันนี้...จะตั้งต้นเป็นใหญ่ในกลุ่มก้อนการเมืองกลุ่มใหม่ ก็อย่าได้แปลกใจ!!!เพราะยังไงๆ มันก็คง “หนีความจริง” ไม่พ้นความจริงที่ว่า “ตัวการ” อยู่เบื้องหลัง...ทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว “ตัวจริง” จะต้องได้รับการชำระแค้นคืน!!!

http://www.bangkok-today.com/bkk.content.php?bkk=1,1,1,24979


จาก thaifreenews