WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, August 14, 2008

"สมพงษ์" ไม่หวั่น พปช.ถูกยุบ ตั้งพรรคสำรองไว้ 2 พรรค

“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่หวั่นไหว พรรคพลังประชาชนแตก ชี้ปัญหาทั้งหมดเคลียร์ได้แล้วกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงปัญหาความแตกแยกในพรรคพลังประชาชน ว่า แม้กลุ่มอีสานพัฒนาจะตัดสินใจย้ายไปอยู่พรรคความหวังใหม่ แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร ขณะนี้ปัญหาแตกแยกในทุกกลุ่มเริ่มเบาบางลง ดีกรีความร้อนแรงเบาลงแล้ว โดยทุกคนเริ่มมองว่าปัญหาเกิดขึ้นจากจุดใด และนั่งพูดคุยกันว่าจะร่วมกันแก้ปัญหาอย่างไร พรรคพลังประชาชนก็เหมือนกับครอบครัวมีปัญหา สามีอาจแอบไปมีกิ๊ก ลูกมีปัญหาบ้าง แต่สุดท้ายปัญหาน่าจะเคลียร์ได้แล้วกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ เนื่องจากสมาชิกทุกคนต่างต้องการให้พรรคก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม หากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ก็จะไม่เกิดปัญหาอะไร เพราะนายทะเบียนพรรคพลังประชาชนได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคสำรองไว้แล้ว 2 พรรค ทั้งนี้ถ้าพรรคถูกยุบจะต้องสมาชิกบางส่วนแตกไปอยู่กับพรรคอื่นๆ บ้าง แต่เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่ที่เป็นพรรคไทยรักไทยเดิมจะกลับมาอยู่รวมกันอีก

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า กรณีการลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคพลังประชาชน เพราะไม่เคยหารือถึงประเด็นดังกล่าวในพรรค

กกต.คาดสัปดาห์หน้าพิจารณาสำนวนยุบ พปช.-ใบแดง "วิฑูรย์"

คณะกรรมการการเลือกตั้ง.คาดสัปดาห์หน้าพิจารณาสำนวนยุบ พลังประชาชน.-ใบแดง "วิฑูรย์ นามบุตร" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายประพันธ์ นัยโกวิท คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ด้านบริการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน จากอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนยุบพรรคพลังประชาชน ซึ่งขณะนี้อนุกรรมการฯ ยังพิจารณาสำนวนไม่เสร็จสิ้น โดยคาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้าจะแล้วเสร็จ และนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กกต.ได้ เพราะอนุกรรมการ ไม่ได้ขอขยายเวลาเพิ่มเติม ซึ่งหากสำนวนที่อนุกรรมการสมบูรณ์ไม่ต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม กกต.ก็จะสามารถพิจารณาได้ทันที

สำหรับการพิจารณาใบแดง กรณีทุจริตเลือกตั้งที่ จ.อุบลราชธานี ของนายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานมาเช่นกัน แต่ทราบว่าอยู่ระหว่างการให้ถ้อยคำของพยาน และคาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้าเช่นกัน ทั้งนี้ยืนยันว่า กกต.พิจารณาทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย และพยานหลักฐานเป็นหลัก ไม่ใช่พิจารณาตามกระแสสังคม และไม่ได้ยื้อเวลา

ส่วนกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมาระบุว่า จะมีการยุบพรรคการเมืองในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ นายประพันธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่านายบรรหารได้รับข้อมูลมาจากไหน เพราะขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับสำนวนจากอนุกรรมการฯ และยังไม่มีการวินิจฉัย ทั้งกรณีพรรคพลังประชาชน และกรณีพรรคประชาธิปัตย์



นายกฯเทิดทูน ในหลวง ต้นแบบใช้พลังงานทดแทน

นายกรัฐมนตรี ยกย่องพระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน ยืนยันรัฐบาล จะเร่งผลักดันการใช้แกสโซฮอล์ ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีร่วมงานแสดงเทคโนโลยียนตรการพลังงานทดแทนทางเลือกแห่งอนาคต โดยนายกรัฐมนตรีได้ยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลใช้พลังงานทดแทนเป็นการส่วนพระองค์มานานนับ 20 ปี ในขณะที่คนไทยเพิ่มเริ่มหันมาใช้พลังงานทดแทนได้เพียง 8 ปี เท่านั้น

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีระบุได้ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทนโดยจะเร่งผลักดันให้มีการใช้แก๊สโซฮอล์ น้ำมัน E20 และ E85 ซึ่งขณะนี้เข้ารถยุโรปและอเมริกาได้มีการผลิตรถยนต์ที่รองรับการใช้พลังงานดังกล่าวแล้ว ซึ่งนับเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการใช้รถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทน

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังระบุด้วยว่าประเทศไทยมีทรัพยากรที่จะสามารถผลิตพลังงานแบตเตอรี่ได้แต่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก NGO คัดค้านในขณะที่กัมพูชาได้เปิดให้จัดตั้งโรงงานผลิตแล้วทำให้ไทยต้องซื้อพลังงานจากกัมพูชาหลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมทดสอบรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทน

ครม.เงานัดหารือเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

กรุงเทพฯ 14 ส.ค. - ครม.เงานัดหารือเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งยึดหนังสือเดินทาง และเร่งดำเนินการนำตัวอดีตอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาดำเนินคดี

บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ บรรดาแกนนำได้นัดหารือในฐานะคณะรัฐมนตรีเงาเรียกร้องให้อัยการ และกระทรวงการต่างประเทศเร่งดำเนินการตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และยึดหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นการเดินทางที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ และถือเป็นสมบัติของชาติ

ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มอีสานพัฒนา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เชื่อว่ากลุ่มอีสานพัฒนา จะไม่ย้ายไปอยู่กับพรรคความหวังใหม่ตามที่มีกระแสข่าว เพราะขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งในพรรคลดลงแล้ว หลังผู้ใหญ่ของพรรคเข้าไปไกล่เกลี่ย ยกเว้นแต่กรณีที่ถูกยุบพรรคอาจมีสมาชิกบางส่วนย้ายไปอยู่กับพรรคอื่น ล่าสุดนายทะเบียนพรรคได้เตรียมจดทะเบียนพรรคใหม่ไว้แล้ว 2 พรรค

อย่างไรก็ตาม ได้ตอบปัดกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าไม่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชน.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-14 11:13:54

รอง หน.พปช.เผยเตรียมจดทะเบียนพรรคใหม่ไว้ 2 พรรค


กรุงเทพฯ 14 ส.ค. - นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่กลุ่มอีสานพัฒนา พรรคพลังประชาชน จะย้ายไปอยู่กับพรรคความหวังใหม่ว่า จะไม่มีการย้ายไปอย่างที่เป็นข่าว เพราะขณะนี้สถานการณ์การกระทบกระทั่งกันในพรรคพลังประชาชนลดลงแล้ว ผู้ใหญ่ของพรรคได้เข้าไปไกล่เกลี่ยให้ถอยคนละก้าวเหมือนครอบครัวที่แตกแยก ถ้าเห็นแก่ลูก ครอบครัวจะต้องเป็นหลักให้ได้ และดีกรีความร้อนแรงในพรรคพลังประชาชนทุกกลุ่มได้หยุดแล้ว

นายสมพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคการเมืองไม่เกี่ยว แต่หากพรรคพลังประชาชนถูกยุบก็เชื่อว่าอาจมีสมาชิกบางส่วนย้ายไปอยู่กับพรรคอื่น แต่หลายกลุ่มในพรรคได้พูดคุยกันแล้วว่าอยากเห็นความสามัคคี และจะอยู่ด้วยกัน ซึ่งนายทะเบียนพรรคได้เตรียมจดทะเบียนพรรคใหม่ไว้แล้ว 2 พรรค. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-14 10:57:28



ชาวมุกดาหารรวมใจต้านพันธมิตร เดินหน้าแก้ รธน.

แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองตามการคาดเดาของหลายฝ่าย หลังการตัดสินใจอยู่ที่ประเทศอังกฤษของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่มองว่าสถานการณ์ต่างๆ ทางการเมืองน่าจะมีการคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

หลายฝ่ายมองว่า การเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ควรจะยุติ เพราะหมดความชอบธรรมในการปลุกปั่น ยุยง สร้างกระแส “ผีร้ายระบอบทักษิณ” รวมทั้ง “รัฐบาลนอมินี” ได้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ เหล่าพันธมารยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติการเคลื่อนไหว เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมแต่อย่างใด

จากที่เคยพุ่งประเด็นกล่าวหา “ระบอบทักษิณ” ตอนนี้กลับเปลี่ยนมาเป็นเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาลสมัคร ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้อย่างหน้าตาเฉย

แต่ก่อนร้องตะโกนกันปาวๆ ว่า “ทักษิณ....ออกไป” แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น “ทักษิณ...กลับมา” ซะอย่างนั้น วิธีการ ข้อเรียกร้อง ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้เรื่อยๆ เหมือนไม้หลักปักขี้เลน แต่ยังคงเป้าหมายที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ “โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เรียกร้องทหารให้ทำการรัฐประหาร และสถาปนาระบอบ “อำมาตยาธิปไตย” ที่เป็นระบอบการเมืองเก่าซึ่งย้อนหลังไปกว่า 50 ปี”

แต่ครั้งนี้คงไม่เหมือนครั้งเก่า เมื่อคราวรัฐประหาร 19 กันยายน เพราะประชาชนผู้รักประชาธิปไตยต่างมีความตื่นตัว และคงไม่ยอมให้พันธมิตรฯ สร้างกระแสครอบงำสังคมไทยได้อีกต่อไป

ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร รายงานสถานการณ์การเคลื่อนไหวของประชาชนผู้รักในประชาธิปไตย ชาวมุกดาหาร ซึ่ง มีเนื้อหาสาระที่สำคัญดังต่อไปนี้

นายสุระนาวา ลุนเวลา นายกองค์บริหารส่วนตำบลหนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ หยุดการชุมนุมทั้งในกรุงเทพมหานครและการจัดชุมนุมตามจังหวัดต่างๆ ทันที เพราะการกระทำดั่งกล่าว เป็นการสร้างความวุ่นวายปั่นป่วน มุ่งหวังเพียงเพื่อโค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สร้างเงื่อนไขนำไปสู่รัฐประหารดังนั้นการชุมนุมและการเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลดังกล่าว จึงเป็นการชุมนุมที่ปราศจากเหตุผลขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

กลุ่มบุคคลที่ชุมนุมอยู่ที่กรุงเทพมหานครนี้ มีส่วนสำคัญทั้งทางตรงและทางอ้อมในการสร้างสถานการณ์การเมืองจนนำมาสู่การัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นผู้ให้การสนับสนุนการรัฐประหาร สนับสนุน คมช. และองค์กรที่เกิดจากการรัฐประหาร กระทั่งดำรงตำแหน่งสำคัญใน สนช. และใน ครม. อย่างปฏิเสธไม่ได้ เป็นการทำลายประชาธิปไตย ล้มล้างรัฐธรรมนูญทำให้เศรษฐกิจของชาติตกต่ำ ซบเซาในทุกวันนี้ รวมทั้งชื่อเสียงในเวทีโลก ดังนั้นการรวมตัวเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่ออกมาขับไล่รัฐบาลในครั้งนี้จึงเป็นการเคลื่อนไหวที่เหมือนเป็นการสร้างเงื่อนไข หรือการออกบัตรเชื้อเชิญ นำมาสู่การรัฐประหารได้ในอีกครั้งหนึ่ง และเป็นการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับกลุ่มอำนาจเก่าหรือมือที่มองไม่เห็น เพื่อสร้างกลียุคขึ้นมาเสียเอง

กลุ่มบุคคลดังกล่าว มีเป้าหมายล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยทำหน้าที่รับใช้เผด็จการทหารและระบอบอำมาตยาธิปไตย เป็นการทำลายเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ที่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

นอกจากนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลข้างต้น ได้แอบอ้างเบื้องสูงมาเป็นเครื่องทำลายบุคคลอื่น กระทั่งเป็นเครื่องมือที่ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมรวม และสร้างความเสื่อมเสียให้แก่สถาบันอันเป็นที่รักของปวงชนไทย เป็นการกระทำที่พุ่งเป้าสร้างความวุ่นวาย ทำลายเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน เพราะการชุมนุมด้วยการปิดถนนของกลุ่มชุมนุมที่กรุงเทพมหานครนั้นทำให้ประเทศไทยสูญเสียความเชื่อมั่นจากนานาประเทศ ย่อมมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างประเทศ

ประชาชนได้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ทำหน้าที่แทนปวงชน ชาวไทย เพื่อทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติและบริหาร แต่ปรากฏว่ากลุ่มบุคคลเหล่านั้น กลับสร้างความวุ่นวาย ก่อกวนให้ร้ายป้ายสีรัฐบาลกล่าวหา รัฐบาลในประเด็นต่างๆในขณะนี้ได้ปรากฏมีการกดดันรัฐบาล โดยการใช้ตุลาการภิวัฒน์มาล้มล้างรัฐบาลที่มาการเลือกตั้ง

จึงขอให้พี่น้องประชาชน คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองคำนึงถึงระบอบประชาธิปไตยและคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศอย่าได้เป็นเครื่องมือของกลุ่มอำมาตยาธิปไตยและเผด็จการทหาร

ประชาชนชาว จ.มุกดาหาร จะรวมพลังกันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อทวงคืนรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมของประชาชน

พวกเราจะไม่ยอมให้เผด็จการทหารและกลุ่มอำมาตยาธิปไตย กลุ่มใดๆ เป็นเครื่องมือล้มล้างรัฐบาลและใช้ทหารกดดันรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง

ดังนั้น กลุ่มพลังชาวมุกดาหารรักประชาธิปไตย จึงมีมาตรการดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มใดๆ ที่ก่อความไม่สงบ สร้างความแตกแยกในจังหวัดต่างๆ
2.ให้กลุ่มใดๆ ที่ก่อความไม่สงบอยู่ในบ้านเมือง หยุดการชุมนุมเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ
3. สนับสนุนให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป
4.สนับสนุนควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งเป็นฉบับของประชาชนโดยแท้จริง
5.ทางกลุ่มไม่ยินยอมให้บุคคลหนึ่งเข้ามาก่อความไม่สงบก่อความวุ่นวาย ในเขตพื้นที่ จ.มุกดาหาร
6.ถ้าหากมีกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้ามาก่อความไม่สงบสุข ก่อความวุ่นวาย ในเขตพื้นที่ จ.มุกดาหาร ทางกลุ่มพลังชาวมุกดาหารรักประชาธิปไตยพร้อมที่จะรวมตัวคัดค้านกลุ่มต่อต้าน เพื่อความสงบสุขของพี่น้องชาว จ.มุกดาหาร

ทั้งนี้ กลุ่มพลังชาวมุกดาหารรักประชาธิปไตย ทั้ง 7 อำเภอ พร้อมที่จะมอบรายชื่อสนับสนุน ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเพื่อส่งมอบให้กับรัฐบาลต่อไป



นางฟ้ากับฉันทนา

อาชีพที่เคยเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวๆ อย่าง “นางฟ้า” หรือแอร์โฮสเตส วันนี้ก็ยังได้รับผลกระทบจากการลดต้นทุนของสายการบินไปแล้วไม่ต่ำกว่า 2 บริษัท จนมีข่าวออกมาว่าอาจมีสาวๆ ส่วนหนึ่งปิดดอนเมืองประท้วง...

วินาทีนี้ก็ขอเข้าข้างทั้ง 2 ฝ่ายไปก่อนละกัน เพราะต่างก็รู้กันว่าเศรษฐกิจตอนนี้ฟาดงวงฟาดงาใส่แทบทุกคนทุกระดับไม่เว้นจริงๆ เพียงแต่อัตราความ “เข้มข้น” ของความเดือดร้อน ความไม่มีจะกิน ความไม่สามารถคาดเดาอนาคตมื้อข้างหน้าได้นั้น มันแตกต่างกันลิบลับ

นางฟ้าที่ดอนเมือง กับสาวโรงงานที่ประท้วงหน้าทำเนียบ ความเค็มของน้ำตาที่หลั่งออกมาก็คงจะต่างกันนะ ฉันว่า...ไม่ใช่ว่าจะมาทำตัวโรแมนติกด้วยการสงสารคนจนเป็นพิเศษแต่อย่างใด แต่เท่าที่ใช้ชีวิตคลุกคลี สัมผัส หรือกระทั่งรู้จักคนบางคนในทั้ง 2 สังคมนั้น ก็ประจักษ์อยู่แล้วกับตัวเองว่า อีกคนหนึ่งที่ตกงานแต่ก็อาจยังมีปริญญา มีฐานะ มีโอกาสสำหรับการเริ่มต้นใหม่ๆ ที่ดีเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิมได้เสมอ และถึงแม้โอกาสนั้นยังมาไม่ถึง แต่ก็ยังมีพ่อแม่ครอบครัวที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้อยู่ข้างหลัง

ขณะที่อีกบางคนในอีกสังคมนั้น การออกมาร้องแรกแหกกระเชอครั้งนั้นมันอาจหมายถึง “ทั้งหมด” แล้วของชีวิต และไม่เพียงชีวิตของเขาหรือเธอยังรวมถึงชีวิตคนในครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู ซึ่งแต่ละคนก็อาจอยู่ในสถานะทางสังคมที่ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร

อายุจนปูนนี้แล้ว บางทีฉันก็เริ่มจะปลงใจเชื่อว่า ความเท่าเทียมกันมันคงไม่มีอยู่จริงสำหรับโลกใบนี้ มีแต่ความแตกต่างเหลื่อมล้ำสุดฟ้ากับเหว คำถามคือจะมีทางใดบ้างหรือเปล่าที่เราจะสามารถทำให้ช่องว่างนั้นมันเขยิบเข้ามาใกล้กันให้มากกว่านี้ได้...

ในวันที่ยังมีคำถาม ฉันก็ยังค้นหาคำตอบเรื่อยๆ อยู่ต่อไปไม่เลิกรา

เรื่องของ ‘ปรสิต’

ไม่ต้องทำสำรวจก็เดาได้ว่า เวลานี้คนไทยส่วนใหญ่อยากจะพูดคุย ชื่นมื่นอยู่เรื่องมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติอย่างโอลิมปิกมากกว่าเรื่องอื่นๆ
นักกีฬาที่ได้เหรียญ หรือมีลุ้นเหรียญ ก็อยากจะเชียร์อยากจะชื่นชมให้ชื่นใจ
นักกีฬาที่พลาดหวังกันไปก็อยากจะปลอบ อยากจะให้กำลังใจตามประสาคนไทยด้วยกัน
เพราะในห้วงยามที่เหมือนว่าจะบ้านเมืองจะเริ่มสะกดคำว่า “สมานฉันท์” กันไม่เป็น ก็เห็นจะมีแต่อาศัยช่วงเวลาเช่นนี้แหละที่พอเป็นน้ำประพรมให้ชื่นชูใจกันได้บ้าง
ดีกว่าไปนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด โมโหหงุดหงิดเข้าขั้นระทดท้อกับ “การเมือง” ที่หันไปดูทีไรก็เหมือนพายเรือวนในอ่างไม่พ้นไปไหนสักที
จะพ้นไปได้อย่างไร เมื่อเรือสักลำอาสาจะติดใบพาวิ่งออกทะเลของจริงไปให้แล่นฉิว ก็มีโจรสลัดเข้ามาดักหน้า ปล้นชิงเรือ จี้บังคับขู่เข็ญให้กลับมาพายแต่ในอ่างแคบๆ เดิมๆ นี่ทุกที
วงการกีฬาไทยเขาพัฒนาแล้ว ประเดี๋ยวนี้พูดถึงเหรียญทองว่าจะเอากี่เหรียญๆ กันแล้วจากเดิมที่กว่าจะได้มาสักเหรียญก็หัวใจแทบจะวายอย่างกับลุ้นปาฏิหาริย์
แต่หันมามองการเมือง นอกจากไม่ยอมพัฒนาไปไหนกับเขา ก็ยังมีแต่เห็บเหาพยาธิ ปรสิตมาคอยบ่อนไชให้พัฒนาการ ‘ต่ำ’ และ ‘ช้า’ กันไปเรื่อยๆ
จะใช้คำว่า “ไม่ยอม” ก็อาจไม่ถูกนัก เพราะบางคนเขาก็อยากพัฒนากันใจจะขาด ติดแต่ที่พยาธิปรสิตมันคอยดูดกินเลือดจากร่างกายให้อ่อนแออยู่อย่างนั้น
เมื่อดูดดื่มกัดกินเลือดเนื้อไปมากเข้า ก็เริ่มจะหาญคิดว่าตัวเองคือเจ้าของทุกอณูเนื้อแห่งร่างกายนี้ไปเสียแล้ว
โดยไม่สำเหนียกเลยว่าตัวเองก็แค่...พยาธิ
ถ้าประเทศคือร่างกาย ประชาชนแต่ละหมู่เหล่าคือองคาพยพที่ร่วมมือร่วมใจกันทำหน้าที่พลเมืองของตัวเองให้เต็มที่ที่สุด สมบูรณ์ที่สุด หากจะมีโรคร้ายอันใดในบางเวลาก็ร่วมมือกันรักษาและสร้างเสริมความแข็งแรงกันบ้างเป็นครั้งคราว
เช่นนี้คงไม่ต้องให้บอกแล้วกระมังว่าแล้วอันใดคือเห็บเหาพยาธิปรสิตดังกล่าวมา
เพราะที่สร้างความรำคาญหู รำคาญตา รำคาญใจให้บ้านเมืองอยู่เวลานี้เป็นใคร ก็เห็นกันอยู่ทั้งประเทศ
เป็นเห็บเป็นโลนที่รัฐบาลจะเกาแรง ก็จะเจ็บเลือดซิบ เลยได้แต่ทายาตามอาการ
หนักเข้าก็แผ่เมตตานึกเสียว่าก็เหมือนบริจาคเลือดให้ยุงมันกิน
เพราะปรสิตก็คือปรสิต ถ้าร่างกายส่วนใหญ่ยังแข็งแรงและหาทางรักษาให้ถูกสุขลักษณะได้อยู่พวกเชื้อโรคกาฝากก็คงจะตายไปเอง
ขอแต่อย่าหาเรื่องให้อ่อนแอไปอีกก็เท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่าทำอย่างไรให้แข็งแรงอยู่นาน ถามเคล็ดเอากับ ‘นักกีฬา’ ก็ได้
นอกจากไม่รับเชื้อโรคภายนอกเข้ามาเป็นบ่อนทำลาย ภายในร่างกายก็ต้องทำให้แข็งแรงดีอยู่เสมอ
เพราะถ้า “อวัยวะภายใน” อ่อนแอ เข้าขั้นบอบช้ำ บางครั้งไม่ต้องสภาพภายนอกซ้ำเติม ก็ทำท่าจะถูกส่งขึ้นเมรุได้เองอยู่แล้ว
จะประเทศหรือรัฐบาล มันก็ไม่ต่างจากร่างกายนั่นแหละ
ขอเพียงเปิดช่องน้อยนิดให้เห็นว่าอ่อนแอ เชื้อโรคก็รีบรุมเร้าอย่างง่ายดาย...
แล้วก็แทบทุกราย ที่ด้วย ‘ภายใน’ ก็ทำให้ต้องล้มทั้งยืน

DSI เตรียมใช้กระบวนการปราบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

หลังจาก 1 ปีที่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีผลบังคับใช้ มาแล้วนั้น ให้จับตา 23 สิงหาคมนี้ เพราะประกาศกระทรวงไอซีที จะมีผลบังคับเต็มรูปแบบ ให้ทุกหย่อมหญ้า ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ต เล็ก-ใหญ่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา ไม่เว้นร้านเน็ต เกมออนไลน์ ทั่วประเทศ ที่ได้ให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่บุคคลหรือลูกค้าในองค์กร ต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 90 วัน "ดีเอสไอ" เชื่อยื่นมือถึงตัวป่วนเน็ต และพวกชอบส่ง-อัพโหลดภาพลามก เผยองค์กรใดไม่ทำตาม เตรียมรอโทษปรับ 5 แสนบาท

ปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นส่วนสำคัญ ของการประกอบกิจการและการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองและโลกการค้า การบริโภคข้อมูลข่าวสาร ที่ต้องการความฉับไวเป็นอันดับต้นๆ แต่ความรวดเร็ว ฉับไวนั้นก็มาพร้อมๆ กับความเสี่ยงและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจทำให้ "ความลับ" ที่เป็นส่วนตัวของคน และองค์กร ถูกนำมาใช้โดยมิชอบหรือเพื่อประโยชน์ด้านอื่น หรือถูกก่อกวนเพื่อให้เกิดความผิดพลาดเสียหาย นำไปสู่การสูญเสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์ ทรัพย์สิน และบางครั้งอาจรวมถึงชีวิตของคนที่เรารักก็เป็นได้ ความเสียหายเหล่านี้กระทบกระเทือนต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน

ดังนั้น ความสำคัญของการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์และอาจก่อให้เกิดความเสียหายนี้ จึงได้รับความสำคัญจากภาครัฐได้ตราเป็น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ขึ้น และเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่ 18 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้มีประกาศกระทรวงไอซีที ถึงระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ดังกล่าว ไว้อย่างชัดเจน เมื่อ 23 สิงหาคม 2550

หนึ่งปีเต็มสำหรับผลการบังคับใช้ พ.ร.บ. ดังกล่าว แต่การสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวมารับโทษยังมีข้อจำกัดหลายด้านโดยเฉพาะข้อจำกัดด้านความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงได้ออกประกาศกระทรวงฯ ให้กลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทยอยดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน ซึ่งคำว่า "ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์" นั้นหมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลาชนิดของบริการหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น

โดยกลุ่มแรกที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. นี้แล้ว คือกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งเคลื่อนที่และระบบไร้สาย ได้เริ่มจัดเก็บข้อมูลของผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์ติดต่อ หรือส่งข้อความส่งคลิปวิดีโอไปแหล่งใดหรือได้รับจากแหล่งใดผู้ให้บริการจะต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มผู้ให้บริการเข้าถึงระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต คือ ISP ไม่ว่าจะเป็น ทรู ซีเอสล็อกอินโฟ สามารถ เคเอสซี เอเน็ต เอเชียเน็ต TOT ได้เริ่มเก็บข้อมูลการให้บริการเหล่านี้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา

ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ "กลุ่มที่ 3" ซึ่งอาจเรียกได้ว่าที่เหลือจากกลุ่มที่หนึ่งและสองทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่ข้าราชการหรือพนักงานหรือลูกค้าของตน เช่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา โรงแรม แฟลต อพารต์เมนต์ ห้องเช่า บ้านเช่า ร้านกาแฟ ร้านเน็ตคาเฟ่ จะต้องเริ่มจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ไม่น้อยกว่า 90 วัน เช่นเดียวกัน ยกเว้นแต่ผู้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตตามบ้านพักอาศัยทั่วไป เท่านั้น

พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการ สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะการส่งต่ออีเมลหรือดาวน์โหลด อัพโหลด เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร หรือการเขียนข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นรวมถึงก่อความไม่สงบสุขต่อบ้านเมืองจำนวนมาก ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของผู้กระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะ แต่การสืบหาตัวผู้กระทำความผิดแม้ที่ผ่านมาจะมีการสืบสวนสอบสวนกระทั่งได้ตัวผู้กระทำความผิดมาแล้วหลายราย ขณะเดียวกันยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดตัวจริงมาดำเนินคดีได้

พ.ต.อ.ญาณพล เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 ที่จะถึงนี้จะเป็นวันแรกที่ประกาศกระทรวงไอซีที ที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะมีผลบังคับใช้ ให้หน่วยราชการ สถานศึกษา องค์กร ร้านค้า บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร โรงแรม บ้านเช่า แฟลต อพาร์ตเมนต์ ร้านอินเตอร์เน็ตคาร์เฟ่ ผู้ให้บริการร้านเกมออนไลน์ ต้องเก็บข้อมูลการใช้บริการไม่น้อยกว่า 90 วัน โดยสิ่งที่ผู้ให้บริการร้านอินเตอร์เน็ต ต้องเก็บข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ เช่น ชื่อ สกุล หรือ หมายเลขบัตรประชาชน เป็นต้น ส่วนที่ 2 วันเวลาที่ลูกค้าเข้ามาใช้ และเลิกใช้เครื่อง และ ส่วนที่ 3 หมายเลขเครื่องที่ใช้ IP Address (ภายนอกและภายใน) และ URL ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการตามรอยผู้กระทำความผิด เช่น หากบุคคลในองค์กรไปส่งรูปลามกอนาจาร หรือทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ จะได้ตรวจสอบผู้กระทำความผิดได้ไม่ยาก

และภายหลังจากที่กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้และพบว่าหน่วยงานใดไม่ดำเนินการตามกฎหมายหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ จะต้องรับผิดชอบโดยมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ส่วนการสร้างระบบที่จะจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ที่จะดำเนินการหรือสั่งการ เช่น ให้ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรติดตั้งระบบล็อกอินก่อนเข้าเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อให้สามารถระบุผู้ใช้บริการได้ชัดเจน

การดำเนินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยเฉพาะในการเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเล็กหรือใหญ่ หากยังไม่มีมาตรการใดที่จะห้ามมิให้บุคลากรในหน่วยงานของท่าน กระทำผิดกฎหมาย อาทิ ส่งข้อมูลโป๊ ลามก โกหก หลอกลวง สร้างความไม่สงบต่อบ้านเมืองหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี ส่งเมลไปให้ผู้อื่นจนทำให้เกิดความเบื่อหน่าย รำคาญใจ ส่งไวรัส สัญญาณก่อกวน แฮ็กข้อมูลบุคคลอื่น ซึ่งล้วนเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น

"ท่านจะต้องเก็บข้อมูลการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรท่านไว้อย่างน้อย 90 วัน ไม่อย่างนั้นแล้วหากมีการสืบสวนแล้วพบว่า มีบุคคลในองค์กรของท่านได้ใช้คอมพิวเตอร์ของท่านเพื่อกระทำความผิดดังกล่าว แต่หน่วยงานนั้น ไม่ได้จัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ หน่วยงานของท่านจะต้องถูกปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งไม่เพียงหมายถึงทรัพย์สิน งบประมาณ รายได้ที่ขององค์กรที่ต้องสูญเสียไปกับค่าปรับ แต่หากยังรวมถึง หน้าตา ชื่อเสียง ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ของหน่วยงานท่านด้วย" พ.ต.อ.ญาณพล กล่าว



เร่งคลอดพ.ร.บ.ที่ดินเตรียมเสนอเข้าครม.

วันที่ 13 สิงหาคม นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอ พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1 เดือน นับจากนี้ โดยเห็นว่าเป็นกฎหมายสำคัญที่ถือเป็นสากล จึงต้องเดินหน้าผลักดันให้เกิดขึ้นต่อไป เพียงแต่การบังคับใช้กฎหมายต้องใช้เวลา ดังนั้นจะต้องสื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจก่อน
"กฎหมายนี้มีการศึกษากันมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังทำไม่สำเร็จ ผมเห็นเรื่องนี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นว่าเป็นกฎหมายสำคัญ เป็นกฎหมายตามหลักสากล จึงควรผลักดันให้กฎหมายมีผลบังคับใช้"
รมว.คลัง กล่าวว่า การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำเป็นต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น เช่น การใช้ประโยชน์ในที่ดินในด้านต่างๆ เช่น เพื่อการอยู่อาศัย, เกษตรกรรม หรือเชิงพาณิชย์ โดยจะมีการจัดเก็บอัตราภาษีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ในที่ดิน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการขยายฐานภาษีเพื่อหารายได้ แต่ต้องการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับระบบภาษี