นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวตอนหนึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์เรื่อง “วิสัยทัศน์ประเทศไทยสู่ปี 2570” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า ส่วนตัวไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าบริหารประเทศไปได้ไกลแค่ไหน เพราะ 2-3 วันข้างหน้า อาจมีคนที่ไม่ชอบรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชาชน อาจจะสั่งยุบพรรคก็ได้ หรืออาจมีการนำเอาประเด็นการจัดรายการ “ชิมไป บ่นไป” มาบอกว่าสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง หรือบ้านเมืองจะต้องล่มสลาย เพราะการไปทำกับข้าวก็ได้ “ผมเห็นเอกสารเมื่อวาน หนาเกือบ 2 นิ้ว บอกกันอู้หู้ คนเกลียดผมเขียนจดหมายลงไป อ้างชาร์ลส์ เดอโกลด์ อ้างใครต่อใคร เพื่อจะบอกว่า ผมเนี่ยมีนิสัยทุจริต มีความคิดที่ต้องการจะนำสถานะของตัวมาโฆษณาหากิน ผมทำมา 7 ปีแล้ว ไม่เคยคิดอะไร สัญญาอะไรก็ไม่เคยเซ็น เขาชอบ เขาชวนไป เราก็ทำตามเขา เพราะเขาชวนไปทำกับข้าว ไม่เคยคิดอะไรอื่นเลย แต่ไปอ่านรายงานแล้ว โอ๋ ดูแล้วมันน่ากลัว ท่านทั้งหลายอาจจะบอก อะไรวะ! แค่ทำกับข้าวต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ครับ เขาจะเอากันให้พ้น” นายสมัคร กล่าว นายสมัคร กล่าวต่อว่า การที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคได้ ถ้ากรรมการบริหารพรรคเพียงคนเดียวไปทำผิด เพราะต้องการเอาผิดคนเพียงบางคนเท่านั้น แต่บังเอิญเรื่องนี้ส่งผลกระทบไปถึงพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย รวมทั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน และช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจโดนด้วย แล้วตกลงประเทศไทยจะเป็นยังไง นี่มันหอกทมิฬ แทงทมิฬ “ท่านทั้งหลายที่มาจากธุรกิจ ลองคิดดูแล้วกัน บริษัทใหญ่โตมโหฬาร อย่างบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย สร้างไว้แข็งแรง กรรมการปูนซีเมนต์ไทยคนหนึ่งเกิดไปทุจริต ไปคดโกงอะไรเข้า เขาบอกต้องยุบบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย ยุติธรรมไหมครับ คนในบ้านอยู่กันบ้านใหญ่ 3-4 ครอบครัว เกิดมีบางคนในนั้นไปยิงใครตายเข้า เขาบอกว่าต้องขังมันทั้งบ้าน ต้องลงโทษทั้งบ้านเลย อย่างนี้มันได้ไหมครับ” นายสมัคร กล่าว. -สำนักข่าวไทย เมืองทองธานี 15 ส.ค. – “สมัคร” ยอมรับไม่มั่นใจบริหารประเทศได้นานแค่ไหน ระบุอาจมีการนำประเด็น “ยุบพรรค”-รายการ “ชิมไปบ่นไป” มาจ้องล้มรัฐบาล ยืนยันไม่เป็นธรรม กรณีรัฐธรรมนูญกำหนดให้ยุบพรรค จากการทำผิดของกรรมการบริหารพรรคเพียงคนเดียว
อัพเดตเมื่อ 2008-08-15 14:47:55

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, August 15, 2008
สมัคร ยืนยันมีคนจ้องล้มรัฐบาล
"สมชาย" ปัดไม่มีส่วนรู้เห็นจัดตั้งพรรคเพื่อไทย
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ภายใต้ชื่อพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ซึ่งการตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ขณะนี้ตนสังกัดพรรคพลังประชาชน และยังไม่คิดไปอยู่พรรคใหม่ ส่วนในอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ขณะเดียวกันยังปฏิเสธไม่ทราบกรณีกระแสข่าวว่าตนจะเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ที่จะตั้งขึ้น และกล่าวว่าตนยังไม่พร้อมสำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค
รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยังกล่าวด้วยว่า กรณีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่ประเทศอังกฤษนั้น เป็นการตัดสินใจของพันตำรวจโททักษิณซึ่งจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจเอง ที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดต่อพูดคุยกันแต่อย่างใด
"วิชิต" เรียกร้อง คตส.ประกาศรายชื่อผู้ขอรับสินบน
นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการการตรวจสอบ ว่าด้วยการจ่ายสินบนในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ที่ระบุว่า คตส.สามารถจ่ายเงินสินบนให้กับผู้แจ้งเบาะแส ให้ข้อมูลกรณีการทุจริตร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ถึงร้อยละ 25
โดยนายวิชิต มองว่าระเบียบดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับการยึดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ซึ่งที่มาของเงินดังกล่าวที่ คตส.อายัด เป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเป็นตัวเลขที่สามารถตรวจสอบได้ โดยเป็นปกติในตลาดหุ้น ดังนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส จึงขอให้ คตส.เปิดเผยว่ามีผู้แสดงตนมาขอรับสินบนจำนวนดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ที่รับสานต่อเรื่อง พิจารณาว่าเมื่อคตส.หมดวาระลง ใครจะเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงินดังกล่าว
นอกจากนี้นายวิชิต ยังยืนยันด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีเจตนาจะกล่าวพาดพิงการทำงานของศาล แต่คงหมายถึงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมมากกว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายออกมาตื่นตัว เพราะอยากให้รักษากฎหมายที่นำมาบังคับใช้ ไม่ใช่ใช้กับบุคคลเพียงกลุ่มเดียว
มือเชือดเป็ดบุก สตง. จี้ ‘จารุวรรณ’ แจงกรณีกล่าวหาวางเพลิง
จากกรณีที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑ ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้คฤหาสน์หลังงามพาดพิงถึงกลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและต่อต้านคอรัปชั่น ในทำนองว่าอาจจะเป็นคนเผาบ้านของตัวเอง
ในวันนี้ เวลา 10.00 น. กลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและต่อต้านคอรัปชั่น นำโดยนายวันชัย จงจรูญหิรัญย์ หัวหน้ากลุ่มฯ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่ สตง. แต่ไม่ปรากฎผู้สือข่าวไปทำข่าวแม้แต่สำนักข่าวเดียว ทั้งที่เมื่อวานมีนักข่าวโทรมาถามรายละเอียดหลายคน และมีการส่งข่าวแจ้งไปทุกสำนักข่าวแล้ว
นายวันชัย กล่าวว่า เมื่อเดินทางไปถึง สตง. ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) กีดกันไม่ให้เข้าไปในสำนักงานและขอรับหนังสือไว้เอง แต่ทางกลุ่มไม่ยอม รปภ.จึงให้เข้าไปในบริเวณสำนักงานได้ แต่ก็มีตำรวจหลายสิบนายออกมากันพยายามไม่ให้เข้าไปในสำนักงาน จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่จากกองพัสดุ ระดับ 7 ออกมารับหนังสือ อ้างว่าคุณหญิงจารุวรรณ โทรศัพท์สั่งให้มารับหนังสือ หากทางกลุ่มไม่เชื่อก็สามารถให้ตรวจสอบตนเองได้
นายวันชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากคุณหญิงจารุวรรณไม่ขอมาชี้แจงรายละเอียดทางกลุ่มจะดำเนินการฟ้องหมิ่นประมาท และภายใน 7 วันระหว่างที่ขอการชี้แจงนี้ กลุ่มจะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เพื่อยื่นที่ สตช. เพื่อเร่งให้มีการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป
ส่วนเรื่องภาษีที่ดินที่โอนให้ลูกชาย และน้องสาว 2 คน ที่รายการความจริงวันนี้เปิดประเด็น ส่วนตัวมองว่าเป็นการฟอกเงินอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ และทางกลุ่มจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป หากมีหลักฐานเพียงพอก็จะรีบจัดการ
แฉ “มติชน” เบี้ยวลงโฆษณาคอนเสิร์ตปราสาทเขาพระวิหาร
ข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งว่า ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2551 เวลา 16.00 น. ณ หอแสดงดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล (วงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University POP Orchestra) ได้ประกาศขอเชิญชมคอนเสิร์ตปราสาทเขาพระวิหาร ในบทเพลงประวัติศาสตร์เมื่อประเทศไทยได้สูญเสียปราสาทเขาพระวิหารให้แก่ประเทศกัมพูชา
ข่าวระบุว่า ในงานจะมีเพลงสายสัมพันธ์ไทย-เขมร ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ “เขมรลออองค์” ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, เพลงแต่งใหม่ ดนตรีไร้พรมแดน เสียงเครือญาติชาติพันธุ์สุวรรณภูมิได้แก่ ศิลปินรับเชิญ ชัยชนะ บุญนะโชติ (ศิลปินแห่งชาติ), ชาย เมืองสิงห์ (ศิลปินแห่งชาติ), ก้านแก้ว สุพรรณ, ประสิทธ์ คมภักดี และนักร้องประจำวงซิมโฟนีแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
นอกจากนี้ยังมีการแสดงเต้นฟ้อนดึกดำบรรพ์ของกลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยว และการบรรยายพิเศษเรื่อง กระแส “คลั่งชาติ” ชนวนเหตุแผ่นดิน “ลุกเป็นไฟ” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อย่างไรก็ตามทางคณะผู้จัดงานได้ติดต่อผ่านหนังสือพิมพ์มติชนเพื่อลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยได้มีการติดต่อประสานงานเพื่อเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว แต่พอถึงวันเวลาที่ระบุ กลับไม่มีโฆษณาชิ้นนี้ลงในหนังสือพิมพ์มติชนแต่อย่างใด
โดยมีการตั้งข้อสังเกตุกันว่าการจัดงานครั้งนี้ บรรยายพิเศษโดย รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ซึ่งเป็นนักวิชาการที่หลายฝ่ายมองว่าอยู่ตรงข้ามกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นายกฯ สมัครยันเดินหน้าแก้ปัญหาชาติไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมประจำปี 2551 เรื่องวิสัยทัศน์สู่ปี 2572 ที่เมืองทองธานี โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เปิดการประชุมและแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อดังกล่าว
โดยนายสมัคร ระบุว่า ได้เคยแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องขนส่งมวลชนมาแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ของเขาสามารถทำให้ประเทศไทยมีการพัฒนาที่ดีขึ้น และปัจจุบันก็มีการต่อยอดจัดสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ขึ้น ในอนาคตต้องการให้มีรถไฟความเร็วสูงเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเพิ่มเส้นทางรถไฟให้มากขึ้น ทั้งยังมีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านจากจีน - พม่า - ลาว เพื่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างประเทศอำนวยการความสะดวกการขนส่งสินค้า
ส่วนกรุงเทพมหานครในอนาคต ควรนำพื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชนแออัดออกไปอยู่นอกเมือง เพื่อนำพื้นที่ดังกล่าวมาสร้างเป็นสวนสาธารณะ ขณะที่การสรรหาสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีปัญหามานานและก็เรียบร้อยดีในรัฐบาลชุดนี้เพราะสามารถจัดหาสถานที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมแก้ปัญหาเรื่องระบบน้ำทิ้งให้กับประเทศไว้แล้ว และจะดูแลประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะรากหญ้าโดยไม่คำนึงถึงว่าจะอยู่ในช่วงการเลือกตั้งหรือไม่ และไม่เกี่ยวกับคะแนนนิยม เพราะรัฐบาลตั้งใจเข้ามาช่วยประชาชนอยู่แล้ว
นายสมัคร กล่าวว่า ส่วนปัญหาการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นเพราะรัฐธรรมนูญที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อสร้างกับดักให้กับนักการเมือง แต่รัฐบาลจะพยายามทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศและจะไม่ให้มีเหตุการณ์ใด ๆ มาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย แม้ว่าจะมีคดีการตรวจสอบการจัดรายการอาหารว่าเป็นการจัดรายการโดยไม่ชอบซึ่งขอยืนยันว่าการจัดการทำไปเพราะความชอบไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนี้ไม่เป็นปัญหาหากผลตัดสินจะเป็นอย่างไรเพราะทั้งตัวเองและครอบครัวมีต้นทุนต่ำ
ทนายความ 'อดีตนายกฯ ทักษิณ' เดินหน้าแก้ต่างคดีที่ดินรัชดาฯ
นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เปิดเผยว่า ในวันนี้ จะมีการนำสืบพยานฝ่ายจำเลยในคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ อีก 3 ปาก ต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งได้แก่ เจ้าหน้าที่สำนักผังเมือง เจ้าหน้าที่จัดทำงบดุล กองทุนฟื้นฟูกิจการและพัฒนาสถาบันการเงิน และเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี โดยอาจยื่นแถลงต่อศาลขอตัดพยานในส่วนของนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากไม่ติดใจนำสืบ
อย่างไรก็ตาม นายคำนวณ ระบุด้วยว่า เมื่อวานนี้(14 ส.ค.)สามารถติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แล้ว โดยได้แจ้งเรื่องดังกล่าว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวขอบคุณ ส่วนจะมีการยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ ยังไม่ได้มีการหารือร่วมกัน
"หมอเลี้ยบ" แจงถูกใส่ร้ายป้ายสี ส่งคนคุมตลาดเงิน-ตลาดทุน
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะกำลังถูกสร้างภาพให้เป็นแก๊งออฟโฟร์ที่ส่งคนเข้าไปควบคุมตลาดเงิน และตลาดทุน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีความพยายามสร้างภาพให้เป็นแก๊งออฟโฟร์ว่าเข้าไปควบคุมเรื่องทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครเข้าไปกำหนดทิศทางของตลาดเงินและตลาดทุนได้ เนื่องจากตลาดเงินมีขนาดใหญ่มากเกินกว่าใครจะคาดหมาย
นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ ขององค์กรในตลาดเงินและตลาดทุนก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า จะพัฒนาตลาดเงินตลาดทุนให้สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าคณะกรรมการที่เป็นอยู่ก็มาจากผู้มีความรู้ที่หลากหลาย และมีองค์ความรู้ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีใครไปกำหนดให้ทำตามหรือครอบงำได้
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการต้องดำเนินเรื่องการตรวจสอบให้มีความเข้มข้นไม่เลือกปฏิบัติ จึงจะได้รับการยอมรับ
นพ.สุรพงษ์ยังปฏิเสธในการให้ความเห็นเรื่องความเหมาะสมที่คณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีมติส่งนาย นิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา นพ.สุรพงษ์ เข้าเป็นตัวแทน ก.ล.ต.ในการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งๆ ที่เป็นบุคคลที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าไม่เหมาะสมที่จะนั่งเป็นกรรมการธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากอยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องการกระทำผิดหลายเรื่อง
“คุณต้องไปถามดุลยพินิจของคนที่ตั้งคุณนิพัทธว่า ทำไม่ถึงตั้งเป็นกรรมการ ตลท. ในฐานะ รมว.คลังนั้น ผมทำตามหน้าที่ เมื่อมีการเสนอชื่อกรรมการขึ้นมาก็เสนอให้ ครม.รับทราบ” นพ.สุรพงษ์ กล่าว
นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่านายนิพัทธเป็นคนใกล้ชิดและที่ผ่านมาได้รับความเห็นเรื่องเศรษฐกิจจากนายนิพัทธหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เชื่อนายนิพัทธทุกเรื่อง เนื่องจากบางเรื่องก็มีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่น จึงต้องรับฟังความเห็นอย่างรอบคอบจากหลายๆ ด้าน
รักยาวให้บั่น
เคยฟัง ทีฆีติโกศลชาดก...ในปัญจกนิบาต กันบ้างหรือไม่ เรื่องมีดังต่อไปนี้ พระเจ้าพรหมทัต แห่งแคว้นพาราณสี ยกทัพมาตีแคว้นโกศล พระเจ้าทีฆีติสู้ไม่ได้ พามเหสีหนีย้อนไปหลบซ่อนอยู่อย่างคนสามัญ ในแคว้นพาราณสี พระมเหสีประสูติพระโอรส พระนามทีฆาวุกุมาร ต่อมาข่าวก็แพร่งพราย พระเจ้าพรหมทัต ส่งทหารมาจับพระเจ้าทีฆีติและมเหสีไปประหาร ทีฆาวุกุมาร รอดการถูกจับ เดินตามขบวนนักโทษประหาร มีจังหวะก็เบียดเข้าไปใกล้ พระเจ้าทีฆีติ เห็นหน้าพระโอรสก็ทำเป็นไม่รู้จัก ปากก็พร่ำตรัสว่า “ทีฆาวุเอ๋ย อย่าเห็นแก่การยาว อย่าเห็นแก่การสั้น เวรไม่ระงับด้วยเวร เวรย่อมระงับด้วยไม่มีเวร” ทหารที่คุมตัวฟังแล้วก็เข้าใจว่า พระเจ้าทีฆีติเป็นบ้า พูดเพ้อเจ้อ แต่ทีฆาวุกุมาร เข้าใจชัดเจนว่า พระบิดาต้องการสอนให้ทำอะไร... ก็สะกดใจไว้ การประหารเสร็จสิ้นไปแล้ว ทีฆาวุกุมาร ยังอาศัยอยู่ในแคว้นพาราณสี โตเป็นหนุ่ม ก็ถูกนำไปถวายตัวเป็นข้าราชบริพารในราชสำนัก เป็นคนโปรดของพระเจ้าพรหมทัต ใช้สอยสนิทติดพระองค์ แล้วก็ถึงวันนั้น พระเจ้าพรหมทัตเสด็จประพาสป่า ทีฆาวุเป็นสารถีขับรถเร็วมาก จนราชบริพารที่ตามเสด็จ ตามขบวนไม่ทัน ถึงต้นไทรใหญ่ในป่าลึก พระเจ้าพรหมทัตสั่งให้หยุดรถพักเหนื่อย แล้วสั่งให้ทีฆาวุนั่งลง ทรงเอนพระเศียรพาดตักทีฆาวุ แล้วก็บรรทมหลับ เวลาล้างแค้นแทนพระราชบิดาพระราชมารดา ที่รอคอยมาแสนนาน มาถึงแล้ว ทีฆาวุชักพระแสงออกจากฝัก เงื้อขึ้นเตรียมจะฟันพระเจ้าพรหมทัตให้ขาดเป็นท่อนๆ แต่เมื่อนึกถึงคำสอนของพระราชบิดา “อย่าเห็นแก่การยาว อย่าเห็นแก่การสั้น” ทีฆาวุก็เปลี่ยนพระทัย สอดพระแสงเข้าฝัก คิดขึ้นมาอีกว่า รอโอกาสล้างแค้นมานาน ได้เวลาแล้วไฉนไม่ลงมือ ก็ชักพระแสงออก นึกถึงคำสอน ก็สอดพระแสงเข้าฝักไปอีก ทีฆาวุชักพระแสง สอดพระแสงเข้าฝัก กลับไปกลับมาหลายครั้ง จนพระเจ้าพรหมทัตตื่นบรรทม เห็นอาการผิดปกติของราชวัลลภคู่พระทัย ก็ตรัสถาม ทีฆาวุกราบทูลเรื่องราวทั้งหมด พระเจ้าพรหมทัตไม่เอาโทษ ทั้งยังโปรดมากกว่าเดิม ยกย่องให้เป็นพระราชบุตร โปรดให้ไปครองแคว้นโกศล ชาดกเรื่องนี้จบลง เมื่อพระเจ้าพรหมทัตสวรรคต ทีฆาวุก็ได้เป็นกษัตริย์แคว้นพาราณสี กาญจนาคพันธุ์บอกว่า คำสอนของพระเจ้าทีฆีติโกศล คือที่มาของสำนวนไทย รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ ผมอ่านข่าวจะมีการยึดทรัพย์ 6.9 หมื่นล้าน ก็พยายามคิดตามว่า การทำสงครามการเมือง เมื่อจะเอาชนะศัตรู การตัดเสบียงเป็นเป้าสำคัญ แต่ก็มีมุมคิดต่าง ถ้าการตัดเสบียง...แล้วยังเอาชนะเด็ดขาดไม่ได้ สงครามก็จะยืดเยื้อยาวนาน ทำให้บ้านเมืองที่บอบช้ำอยู่แล้ว จะบอบช้ำยิ่งขึ้นไปอีก คำสอน รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ ในสถานการณ์นี้ ผมว่าน่าสนใจ ปัญหาอยู่ที่ว่า จะเอาอะไรเป็นเป้าหมาย บ้านเมือง หรือความสะใจของใครบางพวกบางคน. กิเลน ประลองเชิง

ศาลฯ มีคำสั่งการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และภริยา หรือไม่วันนี้
เวลาประมาณ 10.00 น.วันนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ซึ่งจะต้องติดตามว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร หลังจำเลยทั้งสองคนหลบหนีไปประเทศอังกฤษ รวมไปถึงจะดำเนินขบวนการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยต่อไปจนจบคดีหรือไม่. ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
กรุงเทพฯ 15 ส.ค. - วันนี้ต้องติดตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าจะมีคำสั่งการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และภริยาอย่างไร
อัพเดตเมื่อ 2008-08-15 09:47:42
