WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, August 15, 2008

สวัสดีวันจันทร์

วีระ มุสิกพงศ์

“...ในที่นี้ ข้าพเจ้าขอพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงเรื่องหนังสือตอบกลับจากราชเลขาธิการนั้น จะมีหรือไม่มี ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะหนังสือตอบกลับจากราชเลขาธิการถึงมีก็มิใช่กฎหมายอันจะมีผลลบล้าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ได้...”


++++++++++++++++++++++++++++++++

สำนวนคนบ้านนอกคอกนา อ.ระโนด จ.สงขลา บ้านเกิดข้าพเจ้าพูดกันว่า ‘เหล็กกล้า ต้องพบกับ ตาไม้ไผ่ ’ ความหมายว่า มีดพร้าคมๆที่ทำด้วยเหล็กอย่างดีหรือเหล็กกล้านั้นใช้สับ ใช้ฟันอะไรก็ขาดได้ดังใจหมาย แต่ถ้ามีดพร้านั้นไปฟันเอาตาไม้ไผ่ที่เป็นต้นแก่ได้อายุเข้า บางทีก็ฟันไม่เข้า และบางทีมีดพร้านั้นอาจบิ่นไปได้
ของแข็งด้วยกันกระทบกันพอสมน้ำสมเนื้อ – ว่างั้นเถอะ
กรณี นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิงของ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ไปแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งได้ทำหนังสือแจ้งรายชื่ออนุกรรมการฯ ไปให้ผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องในคดีทุกคนทราบเรื่องแล้ว ไม่มีใครคัดค้านรายชื่ออนุกรรมการไต่สวนฯ
ยกเว้น นายสมัคร สุนทรเวช คนเดียว
นายสมัคร ทำหนังสือคัดค้านมาถึงประธานกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ยอมรับคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ โดยอ้างว่า ป.ป.ช. มีที่มาไม่ชอบเพราะไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นประเด็นที่นักกฎหมาย นักการเมือง และผู้คนในสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันมาเกือบเดือนแล้ว
นายวิชา มหาคุณ กล่าวว่า เรื่องนี้ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่ามีที่มาถูกต้อง จึงมีมติให้เดินหน้าไต่สวนคดีต่อไป หากนายสมัคร ยังติดใจขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ขณะเดียวกันนายวิชา ได้เปิดเผยว่าขณะนี้ ป.ป.ช. ได้รับการอนุญาตจากสำนักราชเลขาธิการให้เปิดเผยหนังสือตอบกลับว่า ป.ป.ช. ไม่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งโดยรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่ง ป.ป.ช. จะรีบนำหนังสือดังกล่าวมาเปิดเผยโดยเร็วต่อไป
การแถลงของ นายวิชา มหาคุณ ครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ 2 ประการ
หนึ่งคือ คำคัดค้านของ นายสมัคร สุนทรเวช

สองคือ หนังสือตอบกลับของราชเลขาธิการเรื่อง ป.ป.ช. ไม่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เพราะได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐาธิปัตย์ซึ่งสงสัยกันว่ามีจริงหรือไม่
เรื่องที่หนึ่ง คำคัดค้านของนายสมัครนั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นส่วนตัวว่า นี่แหละคือเหล็กกล้า ซึ่งต้องมาปะทะกับตาไม้ไผ่เข้าให้แล้วจึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน เท่าที่ผ่านมา ป.ป.ช. เคยเจอแต่หมู ข่มขู่เอา กระโชกเอาอย่างไรก็ได้ ไม่มีใครคิดต่อสู้เพราะส่วนใหญ่ต่างคนต่างกลัวการตรวจสอบของ ป.ป.ช. แต่คนอย่างนายสมัครไม่กลัว คนอย่างนายสมัครคงทนต่อการพิสูจน์ จึงถึงคราวที่ ป.ป.ช. จะต้องตั้งรับบ้าง
ส่วนประเด็นที่สอง เรื่องหนังสือตอบกลับของราชเลขาธิการนั้น เป็นประเด็นรองหรือเป็นประเด็นประกอบความขัดแย้งหลักเท่านั้น หาใช่ประเด็นหลักไม่
ในที่นี้ ข้าพเจ้าขอพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงเรื่องหนังสือตอบกลับจากราชเลขาธิการนั้น จะมีหรือไม่มี ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะหนังสือตอบกลับจากราชเลขาธิการถึงมีก็มิใช่กฎหมายอันจะมีผลลบล้าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ได้
ตามที่ ป.ป.ช. อ้างนั้น ป.ป.ช. บอกว่าหนังสือตอบกลับของราชเลขาธิการระบุว่า ป.ป.ช. ไม่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพราะได้รับการแต่งตั้งจากรัฏฐาธิปัตย์แล้วนั้น ข้าพเจ้าเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ดูแล้วไม่พบศัพท์คำนี้แต่อย่างใด
เมื่อไม่มีคำศัพท์ในพจนานุกรมก็ได้แต่อาศัยความรู้ ความเข้าใจซึ่งไม่มีหลักประกันว่าถูกต้องหรือไม่กล่าวคือ รัฐาธิปัตย์ หมายถึงผู้มีอำนาจรัฐหรือผู้ใช้อำนาจรัฐ ซึ่งหมายถึงคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เข้าทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 นั้นเอง
คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่ได้ใช้กำลังเข้ายึดอำนาจในครั้งนั้นมีหัวหน้าคือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เมื่อยึดอำนาจได้แล้วก็ออกประกาศฉบับต่างๆที่อ้างว่า มีผลเป็นกฎหมายหลายฉบับให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นอีกมาก
ประกาศ คปค. ซึ่งอ้างกันว่ามีฐานะเป็นกฎหมายนั้นไม่มีฉบับใดเลยที่จะปฏิเสธฐานะของพระมหากษัตริย์ในฐานะองค์พระประมุขของชาติ ตรงกันข้ามยังยอมรับทั้งปรากฏในชื่อของคณะผู้ยึดอำนาจเองที่ชื่อว่า ‘ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ’ อีกทั้งหัวหน้าคณะผู้ยึดอำนาจยังขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตนเองซึ่งเป็นการแสดงการยอมรับในทางปฏิบัติ
ความเป็น รัฐาธิปัตย์ ที่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยไม่ใช้วิธีการสรรหานั้นเห็นจะไม่มีใครเถียงเพราะประกาศ คปค. ฉบับที่ 19 ระบุอยู่แล้วว่า ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่อง ป.ป.ช. ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ เพียงแต่ให้ ยกเว้นเฉพาะมาตราที่ว่าด้วยการสรรหา เพราะ คปค. ต้องการคัดเลือกคนที่ถูกใจมาทำหน้าที่นี้ จึงริบอำนาจในการสรรหา ป.ป.ช. มาใช้เอง
แต่ คปค.คงจะลืมไปว่าเมื่อมาตราอื่นๆ ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญยังมีผลบังคับใช้อยู่ การคัดเลือกตัว ป.ป.ช. ได้ 9 คนเสร็จแล้วก็ต้องนำไปปฏิบัติตามมาตราอื่นๆ ที่ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
เมื่อมาตรา 12 บัญญัติว่า ...การนับวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เริ่มนับจากวันที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คปค. ก็ต้องนำชื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คนขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ในที่นี้เป็นที่ยอมรับความจริงกันทุกฝ่ายแล้วว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พยายามขอพระราชทานพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ผ่านทาง คปค. และเลขาธิการ ครม. อยู่แล้ว
การที่ไม่โปรดเกล้าฯ ลงมาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ รวมทั้งเหตุที่ราชเลขาตอบกลับหนังสือของเลขาธิการ ครม. ย่อมมีผลยืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ซึ่งเป็นเหตุให้เริ่มนับวาระการทำงานไม่ได้
คปค. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะปุโลปุเลตีความเข้าข้างตัวเองในภายหลังว่า รัฐาธิปัตย์ แต่งตั้งแล้วก็เข้าทำงาน เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งและเริ่มนับเวลานับเงินเดือนย่อมไม่ได้ เพราะขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.เงินเดือนและค่าตอบแทน พ.ศ.2541 มาตรา 4 อย่างชัดแจ้ง
เว้นแต่หัวหน้า คปค. จะกล้ายกตัวเองขึ้นเทียบเท่าพระมหากษัตริย์และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะยอมรับฐานะของหัวหน้า คปค. ว่าเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง – ขอให้ว่ามา
แต่กระนั้น ก็ยังต้องถามกันต่อไปอีกว่า แล้วเหตุไฉนเวลาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ตลอดจนประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงยังต้องขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
สรุปรวมความแล้ว หนังสือปฏิเสธอำนาจคณะอนุกรรมการสอบสวนฯ ของ ป.ป.ช. และอำนาจของ ป.ป.ช. เองของ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นเรื่องมีเหตุผล เพราะมีกฎหมายอ้างอิงชัดเจน ป.ป.ช.จะอ้างหนังสือตอบกลับของราชเลขาธิการฯ มาหักล้างมิได้ เพราะเป็นเรื่องการละเมิดกฎหมายถึง 2 ฉบับ ที่สำคัญเป็นการล่วงละเมิดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ด้วย
ป.ป.ช. ควรยุติการตอบข้อสงสัยด้วยวิธีนี้ได้แล้ว
รีบเก็บกระเป๋า กลับบ้าน คืนเงินเดือนให้กระทรวงการคลังไปเสียเถิด อย่าให้เดือดร้อนแก่เดรัจฉานอย่างตัวเงินตัวทองที่ถูกนำมาแห่ประท้วงนั้นเลย



สมัคร ยืนยัน สนช.เป็นคนริเริ่ม กม.จัดระเบียบการชุมนุมฯ


กรุงเทพฯ 15 ส.ค.-นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวตอนหนึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์ เรื่อง “วิสัยทัศน์ประเทศไทย สู่ปี 2570” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นต้นคิดเสนอออกร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้จัดทำเอาไว้ มีเจตนาต้องการจะฆ่าแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ที่ไปชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งตอนนี้ นปก.ได้เลิกไปแล้ว แต่พวกที่ยังไม่เลิกชุมนุมอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ดังนั้น พอจะมีการออกกฎหมายดังกล่าวก็ออกมาต่อต้าน

“การเมืองเป็นอย่างนี้แหล่ะครับ แต่มันจะเป็นยังไงก็ได้ไม่เป็นปัญหา เพราะผมเป็นพวกโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ต้นทุนต่ำ ขาดทุนหน่อยหรือหยุดบินยังไง ไม่เป็นปัญหา ไม่มีปัญหาทั้งส่วนตัว ครอบครัว และเพื่อนพ้อง” นายสมัคร กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-15 15:00:14


สมัคร ยืนยันมีคนจ้องล้มรัฐบาล

เมืองทองธานี 15 ส.ค. – “สมัคร” ยอมรับไม่มั่นใจบริหารประเทศได้นานแค่ไหน ระบุอาจมีการนำประเด็น “ยุบพรรค”-รายการ “ชิมไปบ่นไป” มาจ้องล้มรัฐบาล ยืนยันไม่เป็นธรรม กรณีรัฐธรรมนูญกำหนดให้ยุบพรรค จากการทำผิดของกรรมการบริหารพรรคเพียงคนเดียว

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวตอนหนึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์เรื่อง “วิสัยทัศน์ประเทศไทยสู่ปี 2570” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า ส่วนตัวไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าบริหารประเทศไปได้ไกลแค่ไหน เพราะ 2-3 วันข้างหน้า อาจมีคนที่ไม่ชอบรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชาชน อาจจะสั่งยุบพรรคก็ได้ หรืออาจมีการนำเอาประเด็นการจัดรายการ “ชิมไป บ่นไป” มาบอกว่าสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง หรือบ้านเมืองจะต้องล่มสลาย เพราะการไปทำกับข้าวก็ได้

“ผมเห็นเอกสารเมื่อวาน หนาเกือบ 2 นิ้ว บอกกันอู้หู้ คนเกลียดผมเขียนจดหมายลงไป อ้างชาร์ลส์ เดอโกลด์ อ้างใครต่อใคร เพื่อจะบอกว่า ผมเนี่ยมีนิสัยทุจริต มีความคิดที่ต้องการจะนำสถานะของตัวมาโฆษณาหากิน ผมทำมา 7 ปีแล้ว ไม่เคยคิดอะไร สัญญาอะไรก็ไม่เคยเซ็น เขาชอบ เขาชวนไป เราก็ทำตามเขา เพราะเขาชวนไปทำกับข้าว ไม่เคยคิดอะไรอื่นเลย แต่ไปอ่านรายงานแล้ว โอ๋ ดูแล้วมันน่ากลัว ท่านทั้งหลายอาจจะบอก อะไรวะ! แค่ทำกับข้าวต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ครับ เขาจะเอากันให้พ้น” นายสมัคร กล่าว

นายสมัคร กล่าวต่อว่า การที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคได้ ถ้ากรรมการบริหารพรรคเพียงคนเดียวไปทำผิด เพราะต้องการเอาผิดคนเพียงบางคนเท่านั้น แต่บังเอิญเรื่องนี้ส่งผลกระทบไปถึงพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย รวมทั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน และช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจโดนด้วย แล้วตกลงประเทศไทยจะเป็นยังไง นี่มันหอกทมิฬ แทงทมิฬ

“ท่านทั้งหลายที่มาจากธุรกิจ ลองคิดดูแล้วกัน บริษัทใหญ่โตมโหฬาร อย่างบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย สร้างไว้แข็งแรง กรรมการปูนซีเมนต์ไทยคนหนึ่งเกิดไปทุจริต ไปคดโกงอะไรเข้า เขาบอกต้องยุบบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย ยุติธรรมไหมครับ คนในบ้านอยู่กันบ้านใหญ่ 3-4 ครอบครัว เกิดมีบางคนในนั้นไปยิงใครตายเข้า เขาบอกว่าต้องขังมันทั้งบ้าน ต้องลงโทษทั้งบ้านเลย อย่างนี้มันได้ไหมครับ” นายสมัคร กล่าว. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-15 14:47:55




"สมชาย" ปัดไม่มีส่วนรู้เห็นจัดตั้งพรรคเพื่อไทย

รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นกรณีกระแสข่าวการจัดตั้งพรรคเพื่อไทย ระบุยังไม่พร้อมเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองและยังสังกัดพรรคพลังประชาชนอยู่

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ภายใต้ชื่อพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ซึ่งการตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ขณะนี้ตนสังกัดพรรคพลังประชาชน และยังไม่คิดไปอยู่พรรคใหม่ ส่วนในอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ขณะเดียวกันยังปฏิเสธไม่ทราบกรณีกระแสข่าวว่าตนจะเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ที่จะตั้งขึ้น และกล่าวว่าตนยังไม่พร้อมสำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยังกล่าวด้วยว่า กรณีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่ประเทศอังกฤษนั้น เป็นการตัดสินใจของพันตำรวจโททักษิณซึ่งจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจเอง ที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดต่อพูดคุยกันแต่อย่างใด

"วิชิต" เรียกร้อง คตส.ประกาศรายชื่อผู้ขอรับสินบน

“วิชิต ปลั่งศรีสกุล” เรียกร้อง คตส. เผยรายชื่อผู้ขอรับสินบน พร้อมยืนยันด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีเจตนากล่าวพาดพิงศาล แต่อาจหมายถึงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมมากกว่า

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการการตรวจสอบ ว่าด้วยการจ่ายสินบนในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ที่ระบุว่า คตส.สามารถจ่ายเงินสินบนให้กับผู้แจ้งเบาะแส ให้ข้อมูลกรณีการทุจริตร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ถึงร้อยละ 25

โดยนายวิชิต มองว่าระเบียบดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับการยึดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ซึ่งที่มาของเงินดังกล่าวที่ คตส.อายัด เป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเป็นตัวเลขที่สามารถตรวจสอบได้ โดยเป็นปกติในตลาดหุ้น ดังนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส จึงขอให้ คตส.เปิดเผยว่ามีผู้แสดงตนมาขอรับสินบนจำนวนดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ที่รับสานต่อเรื่อง พิจารณาว่าเมื่อคตส.หมดวาระลง ใครจะเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงินดังกล่าว

นอกจากนี้นายวิชิต ยังยืนยันด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีเจตนาจะกล่าวพาดพิงการทำงานของศาล แต่คงหมายถึงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมมากกว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายออกมาตื่นตัว เพราะอยากให้รักษากฎหมายที่นำมาบังคับใช้ ไม่ใช่ใช้กับบุคคลเพียงกลุ่มเดียว



มือเชือดเป็ดบุก สตง. จี้ ‘จารุวรรณ’ แจงกรณีกล่าวหาวางเพลิง

“วันชัย จงจรูญหิรัณย์" ประธานกลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและการต่อต้านการคอรัปชั่น (PRAC) ตั้งข้อสังเกตุมีตร.นับสิบอารักขา - ส่งยามมารับหนังสือ – นักข่าวหายเรียบ ระบุไม่มาชี้แจงฟ้องหมิ่นประมาท

จากกรณีที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑ ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้คฤหาสน์หลังงามพาดพิงถึงกลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและต่อต้านคอรัปชั่น ในทำนองว่าอาจจะเป็นคนเผาบ้านของตัวเอง

ในวันนี้ เวลา 10.00 น. กลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและต่อต้านคอรัปชั่น นำโดยนายวันชัย จงจรูญหิรัญย์ หัวหน้ากลุ่มฯ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่ สตง. แต่ไม่ปรากฎผู้สือข่าวไปทำข่าวแม้แต่สำนักข่าวเดียว ทั้งที่เมื่อวานมีนักข่าวโทรมาถามรายละเอียดหลายคน และมีการส่งข่าวแจ้งไปทุกสำนักข่าวแล้ว

นายวันชัย กล่าวว่า เมื่อเดินทางไปถึง สตง. ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) กีดกันไม่ให้เข้าไปในสำนักงานและขอรับหนังสือไว้เอง แต่ทางกลุ่มไม่ยอม รปภ.จึงให้เข้าไปในบริเวณสำนักงานได้ แต่ก็มีตำรวจหลายสิบนายออกมากันพยายามไม่ให้เข้าไปในสำนักงาน จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่จากกองพัสดุ ระดับ 7 ออกมารับหนังสือ อ้างว่าคุณหญิงจารุวรรณ โทรศัพท์สั่งให้มารับหนังสือ หากทางกลุ่มไม่เชื่อก็สามารถให้ตรวจสอบตนเองได้

นายวันชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากคุณหญิงจารุวรรณไม่ขอมาชี้แจงรายละเอียดทางกลุ่มจะดำเนินการฟ้องหมิ่นประมาท และภายใน 7 วันระหว่างที่ขอการชี้แจงนี้ กลุ่มจะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เพื่อยื่นที่ สตช. เพื่อเร่งให้มีการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

ส่วนเรื่องภาษีที่ดินที่โอนให้ลูกชาย และน้องสาว 2 คน ที่รายการความจริงวันนี้เปิดประเด็น ส่วนตัวมองว่าเป็นการฟอกเงินอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ และทางกลุ่มจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป หากมีหลักฐานเพียงพอก็จะรีบจัดการ



แฉ “มติชน” เบี้ยวลงโฆษณาคอนเสิร์ตปราสาทเขาพระวิหาร

แฉ “มติชน” เบี้ยวโฆษณางาน “คอนเสิร์ตปราสาทเขาพระวิหาร” หน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่ผู้จัดประสานวันเวลาเรียบร้อยแล้ว ตั้งข้อสังเกตุในงานมีรศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ร่วมบรรยาย ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่พอใจ

ข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งว่า ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2551 เวลา 16.00 น. ณ หอแสดงดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล (วงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University POP Orchestra) ได้ประกาศขอเชิญชมคอนเสิร์ตปราสาทเขาพระวิหาร ในบทเพลงประวัติศาสตร์เมื่อประเทศไทยได้สูญเสียปราสาทเขาพระวิหารให้แก่ประเทศกัมพูชา

ข่าวระบุว่า ในงานจะมีเพลงสายสัมพันธ์ไทย-เขมร ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ “เขมรลออองค์” ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, เพลงแต่งใหม่ ดนตรีไร้พรมแดน เสียงเครือญาติชาติพันธุ์สุวรรณภูมิได้แก่ ศิลปินรับเชิญ ชัยชนะ บุญนะโชติ (ศิลปินแห่งชาติ), ชาย เมืองสิงห์ (ศิลปินแห่งชาติ), ก้านแก้ว สุพรรณ, ประสิทธ์ คมภักดี และนักร้องประจำวงซิมโฟนีแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล

นอกจากนี้ยังมีการแสดงเต้นฟ้อนดึกดำบรรพ์ของกลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยว และการบรรยายพิเศษเรื่อง กระแส “คลั่งชาติ” ชนวนเหตุแผ่นดิน “ลุกเป็นไฟ” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อย่างไรก็ตามทางคณะผู้จัดงานได้ติดต่อผ่านหนังสือพิมพ์มติชนเพื่อลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยได้มีการติดต่อประสานงานเพื่อเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว แต่พอถึงวันเวลาที่ระบุ กลับไม่มีโฆษณาชิ้นนี้ลงในหนังสือพิมพ์มติชนแต่อย่างใด

โดยมีการตั้งข้อสังเกตุกันว่าการจัดงานครั้งนี้ บรรยายพิเศษโดย รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ซึ่งเป็นนักวิชาการที่หลายฝ่ายมองว่าอยู่ตรงข้ามกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย



นายกฯ สมัครยันเดินหน้าแก้ปัญหาชาติไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน จะทำงานแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศชาติ และประชาชนต่อไปไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมประจำปี 2551 เรื่องวิสัยทัศน์สู่ปี 2572 ที่เมืองทองธานี โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เปิดการประชุมและแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อดังกล่าว

โดยนายสมัคร ระบุว่า ได้เคยแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องขนส่งมวลชนมาแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ของเขาสามารถทำให้ประเทศไทยมีการพัฒนาที่ดีขึ้น และปัจจุบันก็มีการต่อยอดจัดสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ขึ้น ในอนาคตต้องการให้มีรถไฟความเร็วสูงเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเพิ่มเส้นทางรถไฟให้มากขึ้น ทั้งยังมีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านจากจีน - พม่า - ลาว เพื่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างประเทศอำนวยการความสะดวกการขนส่งสินค้า

ส่วนกรุงเทพมหานครในอนาคต ควรนำพื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชนแออัดออกไปอยู่นอกเมือง เพื่อนำพื้นที่ดังกล่าวมาสร้างเป็นสวนสาธารณะ ขณะที่การสรรหาสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีปัญหามานานและก็เรียบร้อยดีในรัฐบาลชุดนี้เพราะสามารถจัดหาสถานที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมแก้ปัญหาเรื่องระบบน้ำทิ้งให้กับประเทศไว้แล้ว และจะดูแลประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะรากหญ้าโดยไม่คำนึงถึงว่าจะอยู่ในช่วงการเลือกตั้งหรือไม่ และไม่เกี่ยวกับคะแนนนิยม เพราะรัฐบาลตั้งใจเข้ามาช่วยประชาชนอยู่แล้ว

นายสมัคร กล่าวว่า ส่วนปัญหาการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นเพราะรัฐธรรมนูญที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อสร้างกับดักให้กับนักการเมือง แต่รัฐบาลจะพยายามทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศและจะไม่ให้มีเหตุการณ์ใด ๆ มาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย แม้ว่าจะมีคดีการตรวจสอบการจัดรายการอาหารว่าเป็นการจัดรายการโดยไม่ชอบซึ่งขอยืนยันว่าการจัดการทำไปเพราะความชอบไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนี้ไม่เป็นปัญหาหากผลตัดสินจะเป็นอย่างไรเพราะทั้งตัวเองและครอบครัวมีต้นทุนต่ำ

ทนายความ 'อดีตนายกฯ ทักษิณ' เดินหน้าแก้ต่างคดีที่ดินรัชดาฯ

ทนายความ"อดีตนายกฯ ทักษิณ" นำสืบพยานฝ่ายจำเลยในคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ อีก 3 ปาก ต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุยังไม่ได้มีการหารือกับอดีตนายกฯ

นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เปิดเผยว่า ในวันนี้ จะมีการนำสืบพยานฝ่ายจำเลยในคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ อีก 3 ปาก ต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งได้แก่ เจ้าหน้าที่สำนักผังเมือง เจ้าหน้าที่จัดทำงบดุล กองทุนฟื้นฟูกิจการและพัฒนาสถาบันการเงิน และเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี โดยอาจยื่นแถลงต่อศาลขอตัดพยานในส่วนของนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากไม่ติดใจนำสืบ

อย่างไรก็ตาม นายคำนวณ ระบุด้วยว่า เมื่อวานนี้(14 ส.ค.)สามารถติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แล้ว โดยได้แจ้งเรื่องดังกล่าว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวขอบคุณ ส่วนจะมีการยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ ยังไม่ได้มีการหารือร่วมกัน

"หมอเลี้ยบ" แจงถูกใส่ร้ายป้ายสี ส่งคนคุมตลาดเงิน-ตลาดทุน

หมอเลี้ยบ ชี้ถูกป้ายสีเป็น “แก๊งออฟโฟร์” ส่งคนคุมตลาดเงิน-ตลาดทุน เผยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากตลาดเงินมีขนาดใหญ่มากเกินกว่าใครจะเข้าไปบงการ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะกำลังถูกสร้างภาพให้เป็นแก๊งออฟโฟร์ที่ส่งคนเข้าไปควบคุมตลาดเงิน และตลาดทุน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีความพยายามสร้างภาพให้เป็นแก๊งออฟโฟร์ว่าเข้าไปควบคุมเรื่องทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครเข้าไปกำหนดทิศทางของตลาดเงินและตลาดทุนได้ เนื่องจากตลาดเงินมีขนาดใหญ่มากเกินกว่าใครจะคาดหมาย

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ ขององค์กรในตลาดเงินและตลาดทุนก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า จะพัฒนาตลาดเงินตลาดทุนให้สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าคณะกรรมการที่เป็นอยู่ก็มาจากผู้มีความรู้ที่หลากหลาย และมีองค์ความรู้ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีใครไปกำหนดให้ทำตามหรือครอบงำได้

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการต้องดำเนินเรื่องการตรวจสอบให้มีความเข้มข้นไม่เลือกปฏิบัติ จึงจะได้รับการยอมรับ

นพ.สุรพงษ์ยังปฏิเสธในการให้ความเห็นเรื่องความเหมาะสมที่คณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีมติส่งนาย นิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา นพ.สุรพงษ์ เข้าเป็นตัวแทน ก.ล.ต.ในการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งๆ ที่เป็นบุคคลที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าไม่เหมาะสมที่จะนั่งเป็นกรรมการธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากอยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องการกระทำผิดหลายเรื่อง

“คุณต้องไปถามดุลยพินิจของคนที่ตั้งคุณนิพัทธว่า ทำไม่ถึงตั้งเป็นกรรมการ ตลท. ในฐานะ รมว.คลังนั้น ผมทำตามหน้าที่ เมื่อมีการเสนอชื่อกรรมการขึ้นมาก็เสนอให้ ครม.รับทราบ” นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่านายนิพัทธเป็นคนใกล้ชิดและที่ผ่านมาได้รับความเห็นเรื่องเศรษฐกิจจากนายนิพัทธหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เชื่อนายนิพัทธทุกเรื่อง เนื่องจากบางเรื่องก็มีความเห็นที่แตกต่างจากคนอื่น จึงต้องรับฟังความเห็นอย่างรอบคอบจากหลายๆ ด้าน