WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, August 16, 2008

“ไทย-เขมร”เริ่มถอนทหาร!ปชช.เริ่มค้าขายปกติแล้ว

ไทยและกัมพูชาเริ่มถอนทหารออกจากบริเวณพิพาทเขาพระวิหารแล้ว ขณะที่ ชาวบ้านเริ่มออกมาทำการค้าขายตามปกติ พ.ท.ซาร์ ทาวี เจ้าหน้าที่กองทัพกัมพูชา กล่าวว่า ทหารไทยและกัมพูชาได้เริ่มถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทพระวิหารแล้ว และคาดว่า การถอนกองกำลังจะเสร็จสิ้นก่อนช่วงตะวันตกดิน และเสริมว่า ทุกคนต่างดีใจที่เห็นทหารไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติค้าขายใกล้บริเวณเขาพระวิหาร
ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาต่างส่งทหารราว 1,000 นายไปประจำอยู่บริเวณพรมแดน หลังเกิดกรณีพิพาทในการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่พระวิหาร แต่ภายหลังทหารทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเมื่อวันพุธ ทั้งสองฝ่ายจะทิ้งทหารประจำการบริเวณพรมแดนพิพาทฝ่ายละ 10 นาย และในต้นสัปดาห์หน้า ทั้งฝ่ายไทย และ กัมพูชา จะหารือเรื่องประเด็นข้อพิพาทร่วมกันอีกครั้งที่หัวหิน ฝ่ายไทย นำโดยนายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนฝ่ายกัมพูชา นำโดยนายฮอ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศ

แฉ!ศิษย์เก่าโยธินบูรณะอยู่เบื้องค้าสร้างสภาใหม่ หวังประโยชน์แอบแฝง

รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เชื่อมีศิษย์เก่าโรงเรียนโยธินบูรณะอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของเด็กนักเรียนให้คัดค้านการก่อสร้างรัฐสภา พร้อมชี้แจง หากไปยื่นศาลปกครอง
นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เชื่อว่ามีอดีตศิษย์เก่าโรงเรียนโยธินบูรณะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังให้นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะ คัดค้านการก่อตั้งการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ในพื้นที่ย่านเกียกกาย โดยมีผลประโยชน์แอบแฝง แต่เชื่อว่าไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะทางส.ส.พรรคฝ่ายค้านก็เห็นด้วยในการเลือกพื้นที่ย่านเกียกาย
ส่วนกรณีที่นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะ เตรียมยื่นศาลปกครองและถวายฎีกาคัดค้านเรื่องดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ซึ่งทางรัฐสภาพร้อมชี้แจงด้วยเหตุผล โดยยืนยันว่า ได้มีการจัดเตรียมสถานที่สร้างโรงเรียนโยธินบูรณะใหม่ห่างจากที่เดิมเพียง 2 ก.ม. ภายใน 2 ปี และจัดเตรียมพื้นที่ให้กับชุมชน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดเดิม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินและวิถีชีวิต

ชาวเหนือหนุน “ทักษิณ”ลี้ภัยตปท.

แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯภาคเหนือ ชี้ปชช.เชียงราย-เชียงใหม่ หนุน “ทักษิณ”ลี้ภัย ตปท. เชื่อต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ไทยเป็นอย่างดีและพร้อมให้ความช่วยเหลืออดีตนายกฯและครอบครัว เผยเตรียมจัดงานรำลึก “รัฐประหาร 19 ก.ย.”

นางสาวจีระนันท์ จันทะวงศ์ เลขานุการชมรมคมรักทักษิณ และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่าหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ถูกส่งไปทั่วประเทศแล้ว แต่ทางชมรมคนรักทักษิณ และกลุ่ม 24 มิถุนาฯ ล้วนเข้าใจดีว่าเป็นหมายจับของพวกทรราชย์ ไม่ใช่มาจากความยุติธรรมที่ถูกต้องตามครรลอง เป็นการกลั่นแกล้งเพื่อทำลายครอบครัวบุคคลคนหนึ่ง ที่ทำเพื่อประเทศชาติ ดังนั้นหมายจับที่ออกมา จึงไม่สะเทือนใจของสมาชิกในกลุ่มทั้งสิ้น

“ทางสมาชิกกลุ่มทั้งใน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เห็นดีด้วยที่อดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา เลือกใช้เวทีต่างประเทศ เป็นสถานที่ลี้ภัยทางการเมือง เพราะประเทศอังกฤษ ตลอดจนผู้นำอย่างนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกา ต่างทราบดีว่า ประเทศไทย กำลังเกิดอะไร อยู่ในวิกฤติการณ์เช่นใด เข้าใจในเหตุและผลที่อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ตัดสินใจทำในครั้งนี้ จึงยินยอมและให้ความร่วมมือทุกอย่างเป็นอย่างดี เพราะว่าทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว มีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาก” เลขาฯชมรมคนรักทักษิณ กล่าว

น.ส.จีระนันท์ กล่าวต่ออีกว่า หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และภริยา เดินทางไปประเทศอังกฤษแล้ว ทางชมรมฯ โดยนางมติ แซ่อัง หรือ เจ๊หมวย ก๋วยเตี๋ยวรสเยี่ยม แกนนำกลุ่มคนรักทักษิณ ก็ยังไม่ได้มีการติดต่อไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งสมาชิกทุกคน ล้วนแต่รอรับฟังคำสั่งจากอดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เท่านั้น หากมีคำสั่งใดมา พร้อมเดินหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งขณะนี้ทางชมรมกำลังหารือในการจัดงานรำลึกครอบรอบเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. ในเดือนกันยายน ที่จะมาถึงนี้ เพื่อรำลึกถึงความบอบช้ำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องถูกคณะนายทหาร ยึดอำนาจทางการเมือง จนทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย.



แจ้งจับ "สนธิ-คำนูณ"หมิ่นสถาบันเบื้องสูงอีก!

โฆษก สตช.เผยกลุ่มเครือข่ายชุมชนเมือง เข้าแจ้งจับ “สนธิ-คำนูน” ฐานหมิ่นเบื้องสูง พร้อมมอบหลักฐาน เตรียมส่งเรื่องให้บช.น.จัดการต่อ

พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงกรณีเครือข่ายชุมชนเมือง พร้อมสมาชิกเครือข่ายชุมชนเมือง พร้อมสมาชิกเครือข่ายประมาณ 30 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทัชวัฒน์ สายโยธา พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.ดุสิตเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีต่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายคำนูญ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ฐานร่วมกันทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยพล.ต.ต.สุรพล ได้นำหลักฐานเป็นหนังสือ "ปรากฎการณ์สนธิจากเสื้อสีเหลืองถึงผ้าพันคอสีฟ้า" ว่าเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับการแจ้งความไว้แล้ว โดยจะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติม ก่อนจะส่งรายงานทางคดีไปยังคณะทำงานพิจารณาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงในระดับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เนื่องจากคดีดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ของ บช.น.ดำเนินการต่อไป



ผบ.ตร. สั่งจนท.เข้มรับมือม็อบพันธมารดาวกระจายป่วน

“พัชรวาท” สั่งคุมเข้มวางกำลังรับมือแผนดาวกระจายป่วนเต็มที่ เน้นย้ำตร.ทุกนายต้องอดทน เชื่อคุมม็อบพันธมารอยู่มือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) กล่าวถึงกรณี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเตือนจัดยุทธศาสตร์ดาวกระจาย เดินทางไปเรียกร้องยังหน่วยงานต่างๆ ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เร่งนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ กลับมาดำเนินคดีโดยเร็วว่า ถือเป็นสิทธิของผู้ชุมนุม ตำรวจได้วางมาตรการรับมือกับกลุ่มม็อบพันธมิตรฯอย่างเต็มที่และเตรียมพร้อมดูแลด้านความปลอดภัย ซึ่งตนเชื่อว่าจะไม่มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ยึดความอดทนอดกลั้นอย่างหวั่นไหวกับเหตุยั่วยุเป็นสิ่งสำคัญ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันด้วยว่า การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมานั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายกำหนดไว้แล้ว

อนาคตอดีตผู้นำ

การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่ประเทศอังกฤษครั้งนี้ มีความเห็นแตกออกเป็นสองแนวความคิด ฝ่ายแรกเห็นว่า ควรจะอยู่สู้คดีให้รู้ดำรู้แดง อีกฝ่ายเห็นว่าควรจะหลบไปต่างประเทศ เพราะถ้าขืนอยู่ในเมืองไทยมีโอกาสติดคุกแน่นอน

เพราะธงมีแนวโน้มอย่างนั้น

ไม่ใช่แค่คดีเดียว ตามมาไม่รู้อีกกี่กระทง ซึ่งถ้าเป็นการพิจารณาของศาลอาญาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยแล้ว ม้วนเดียวจบไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา ถ้าตัดสินว่ามีความผิดก็ติดคุกทันที

เพราะฉะนั้น จึงมีคนที่เห็นอกเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะที่เคยสร้างคุณงามความดีให้กับประเทศมาก็ไม่น้อย สร้างความเจริญให้บ้านเมืองมาขนาดไหนก็อย่างที่เห็นๆกันอยู่ แล้วก็ไม่ใช่คนต๊อกต๋อยธรรมดา แต่เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

โจรกระจอกยังมีวันได้รับการอภัยโทษ

แล้วทำไม พ.ต.ท.ทักษิณจะขออภัยโทษไม่ได้ ความคิดนี้จึงนำไปสู่การขอพระราชทานอภัยโทษ การทำกฎหมายนิรโทษกรรม หรือบางคนหัวรุนแรงหน่อยก็จะให้แก้กฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญาไปโน่นเลย นานาจิตตัง

ซึ่งทั้งนี้ ถ้าจะดูโทษที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องได้รับ สมมติมีการตัดสินคดีความกันถึงที่สุดไม่รู้กี่คดี ผมว่าเปรียบดูแล้ว หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการประหารชีวิตเสียอีก

ไม่ตายก็เหมือนตายทั้งเป็น

ในต่างประเทศก็เคยมีตัวอย่าง อดีตผู้นำประเทศ ที่ถูกตัดสินลงโทษทางคดีอาญา แต่เขาก็จะเอาคุณงามความดีมาบวกลบด้วย หลายคนก็ได้รับนิรโทษกรรม

กรณีที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ สื่อต่างประเทศ หรือสื่อเมืองผู้ดีเองก็ให้ความสนใจในเรื่องของข้อกฎหมายกันพอสมควรอย่าง ดิ อินดิเพนเดนท์ โดยโรเบิร์ต เออร์ไคด์ บรรณาธิการโต๊ะข่าวกฎหมายเห็นว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะมีปัญหาเรื่องคดีความในบ้านเรา แต่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายอังกฤษ เพราะฉะนั้น ก็ไม่น่ามีปัญหาที่จะพักอาศัยหรือทำธุรกิจ ถ้าทางการไทยจะขอตัวในลักษณะผู้ร้ายข้ามแดนก็จะต้องขอมาที่รัฐบาลอังกฤษ และต้องต่อสู้คดีความกันนานมาก ไม่ใช่ขอปุ๊บได้ปั๊บ หรือถ้า พ.ต.ท.ทักษิณจะขอลี้ภัยก็ต้องแสดงให้เห็นว่าถูกกล่าวโทษทางการเมือง ศาสนาหรือถูกรังควานทางเชื้อชาติ ที่ผ่านมา บอรัส เบเรซอฟสกี้ ขอลี้ภัยก็ได้รับอนุญาตไปเรียบร้อยแล้ว โดยอังกฤษปฏิเสธที่จะส่งตัวให้รัสเซีย

แต่ก็อีกนั่นแหละปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่ตามมาคือระบบความชอบธรรมของประเทศไทย เพราะชาวโลกไม่ได้มองแค่ คดีความต่างๆเท่านั้น แต่มองย้อนไปจนถึงเหตุการณ์วันที่ 19 ก.ย. 2549 ด้วย และเวลานี้คนที่รักทักษิณ ก็เหลืออดเริ่มจะออกจากที่ตั้งกันบ้างแล้ว ถ้าประคับประคองไม่ดี ถึงกลียุค.

“หมัดเหล็ก”


ยุบพรรค

เรื่อง “ยุบพรรค” เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่พรรคการเมืองหลายพรรคก็กำลังรอลุ้น ไล่ตั้งแต่พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อแผ่นดิน ประเด็นก็คือ กรรมการบริหารพรรคทุจริตเลือกตั้งถูก “ใบแดง”

พรรคพลังประชาชนนั้นอยู่ในขั้นตอนที่ กกต.ให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคชี้แจงเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้มีการส่งคำชี้แจงไปแล้ว โดยไม่ได้ชี้แจงด้วยตนเอง ซึ่งคงอีกวันสองวันนี้ กกต.น่าจะมีมติออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่เชื่อว่ากันว่า ไม่น่าจะต่างไปจากพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย เพราะความผิดไม่ต่างกัน ยิ่งของพลังประชาชนนั้น คนระดับรองหัวหน้าพรรคอันดับ 1 และยังดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯก็ยิ่งจะชัดเจนมากขึ้นไปอีก

พูดง่ายๆ วันนี้ 4 พรรคการเมืองกำลังรอลุ้น “ยุบพรรค” ยังเหลือก็แต่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาราช และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 3 พรรคการเมืองที่ยังไม่มีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยว

แต่ที่กำลังลุ้นอีกพรรคคือประชาธิปัตย์ครับ...ซึ่ง กกต.กำลังพิจารณาตัดสินว่านายวิทูรย์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี มีความผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

หากมีความผิดก็คงจะอีหรอบเดียวกับอีก 4 พรรคการเมือง ซึ่งไปนั่งแท่นรอเชือดอยู่แล้ว และนั่นก็หมายความประชาธิปัตย์ก็มีสิทธิ์ถูก “ยุบพรรค” เช่นกัน เพราะนายวิทูรย์ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคเช่นเดียวกับกรณีของ 4 พรรคการเมือง

“วันที่ 15 ส.ค. 51 อาจมีบางพรรคที่ไม่อยากเอ่ยนามโดนใบแดงหรือไม่ก็ตาม ถ้าโดนใบแดงก็จบเห่การเมืองไทย ดังนั้น ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยตั้งข้อสังเกตเรื่องการยุบพรรคของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นประชาธิปัตย์ นี่แหละ...เพราะ กกต.กำลังจะชี้ขาด

หากเป็นจริงดังการคาดการณ์ของนายบรรหาร หมายความ กกต.แจกใบแดงนายวิทูรย์ นั่นก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ต่างไปจากอีก 4 พรรคที่มีสิทธิ์จะถูก “ยุบพรรค”

และนั่นจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความเห็นของหัวหน้าพรรคชาติไทย

พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองใหญ่และทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เป็นคู่แข่งสำคัญทางการเมืองตั้งแต่ไทยรักไทยจนมาถึงพลังประชาชน

หรือพูดง่ายๆ มีความเป็นไปได้ที่ 2 พรรคการเมืองนี้จะต้องชิงชัยการเมืองในรูปแบบพรรคการเมือง 2 พรรค โดยพรรคการเมืองอื่นเป็นแค่ตัวประกอบ

ดังนั้น หากพลังประชาชนและประชาธิปัตย์ถูก 'ยุบพรรค' เฉกเช่นเดียวกันก็คงจะทำให้การเมืองยุ่งยากพอสมควร เพราะบุคลากรทางการเมืองของ 2 พรรคใหญ่จะต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง ประชาธิปัตย์นั้น ไล่ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และอีกหลายคน คงทำให้พรรคป่วนแน่

ความเห็นของนายบรรหารก็คือเมื่อพรรคใหญ่ 2 พรรคถูกยุบก็จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ที่ผ่านมาพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถูกคัดค้านต่อต้านจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯด้วยข้อหาแก้เพื่อตัวเอง

และพรรคการเมืองใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ถือเป็นหัวหอก ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลก็คือ ไม่ต้องการให้แก้ไขเพื่อตัวเอง เพราะประชาธิปัตย์ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจไปด้วย เพราะไม่มีเรื่องยุบพรรค ขณะเดียวกัน ก็มีความได้เปรียบทางการเมืองอย่างชัดเจน เพราะหากพลังประชาชนถูกยุบ แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้

จน “ทักษิณ” ต้องขอลี้ภัย หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องโดนด้วย แต่หากประชาธิปัตย์ถูกใบแดงและยุบพรรคจะทำยังไง

จะกลืนน้ำลายหรือไม่?

“สายล่อฟ้า”


มท.1 ยืนยันการปรับย้ายข้าราชการ มท.ไม่มีการเมืองกดดัน

กองบินตำรวจ 16 ส.ค. - “พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ” ระบุไม่หนักใจการปรับย้ายข้าราชการ มท. ยืนยันการปรับย้ายต้องเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีการเมืองกดดัน พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น เผยการโยกย้ายผู้ว่าฯ จังหวัดชายแดนใต้ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจพร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่

พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการปรับย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ว่าไม่ต้องกังวล ตนจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน หากเป็นคนดีและเป็นคนทำงาน ให้ปฏิบัติหน้าที่ไป อย่าวิตกเรื่องนี้ ซึ่งการโยกย้ายจะเป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ตนเคยปรับโยกย้ายข้าราชการตำรวจมาแล้ว คงไม่มีอะไรแตกต่างกัน จึงรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องหนักใจ

“ขอยืนยันว่าการเมืองไม่สามารถมากดดันได้ แต่จะรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส.และประชาชนในพื้นที่ และพร้อมจะนำมาพิจารณา เพราะประชาชนอยากให้คนดี ๆ อยู่ในจังหวัดของเขา โดยผมมีข้อมูลในเรื่องการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้วในระดับหนึ่ง จะไม่ทำตามกระแส” พล.ต.อ.โกวิท กล่าว

ส่วนการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า จะมีการสอบถามผู้ว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าสมัครจะปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่ หากไม่ต้องการปฏิบัติหน้าที่ต่อ พร้อมให้ย้ายออกจากพื้นที่ เพราะทุกคนทำงานมาอย่างเต็มที่ และลำบากมามากแล้ว ทั้งนี้ มีผู้ที่พร้อมที่ะเข้าไปทำหน้าที่แทน

“การปรับโยกย้ายขอให้มั่นใจ มันก็เหมือนการประกวดนางสาวไทย มันมีทั้งคนสวยและไม่สวย ผมเป็นคนกลาง จะตัดสินด้วยความเป็นธรรม” พล.ต.อ.โกวิท กล่าว.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-16 11:03:39

มท.1 กำชับเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่


กรุงเทพฯ 16 ส.ค. - พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือ ว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด และขณะนี้มีความเป็นห่วง 4 จังหวัด คือ เชียงราย หนองคาย มุกดาหาร และนครพนม รวมทั้งพื้นที่ริมแม่น้ำโขงที่น้ำโขงจะทะลักเข้ามาท่วมบ้านนเรือนของประชาชน และพื้นที่การเกษตร ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีงบพิเศษ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนแล้ว โดยเฉพาะการหาเมล็ดพันธุ์พืชและเรื่องของการชดเชยค่าเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยในวันพรุ่งนี้ (17 ส.ค.) ได้ให้นายประสงค์ โฆษิตานนท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.หนองคาย เพื่อดูแลประชาชนที่ได่รับความเดือดร้อน

ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวก่อนลงพื้นที่ จ.หนองคาย ว่า ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการและสาธารณสุขจังหวัดดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรคระบาด ที่จะมากับน้ำ รวมทั้งพื้นที่ที่ระดับน้ำ 50 เซนติเมตร ต้องดูแลประชาชนเป็นพิเศษ เพราะหลังจากที่ระดับน้ำลด จะมีโรคระบาดเกิดขึ้น แต่ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีสุขภาพดี มีเพียงได้รับรายงานว่ามีเด็กอายุ 8 ปีเสียชีวิต เนื่องจากจมน้ำ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-16 10:58:58

ตั้งพรรคการเมือง

กรุงเทพฯ 15 ส.ค. - ในช่วงนี้ มีกระแสข่าวกลุ่มการเมืองต่าง ๆ เตรียมจัดตั้งพรรคใหม่กันออกมาเป็นระยะ แต่ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผู้ที่ต้องการตั้งพรรคจะต้องทำอย่างไรบ้าง ติดตามได้จากรายงาน.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-08-15 20:17:42