WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, August 18, 2008

ไล่ซ้ำป.ป.ช.เถื่อน20ส.ค.นี้ทำพิธีจับวิญญาณถ่วงน้ำ

“กลุ่ม 24 มิถุนา” ออกแถลงการณ์ไล่ “ป.ป.ช. เถื่อน” ย้ำที่มาขัดกฎหมาย แถมยังขัด พ.ร.บ.เงินเดือนชัดเจน นัดรวมพลขับไล่เป็นนัดที่ 4 นัดหมาย 10 โมงเช้า วันพุธที่ 20 สิงหาคมนี้ เคลื่อนขบวนกดดัน 9 ป.ป.ช.ให้ยุติการทำงาน พร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณลงหม้อเอาไปถ่วงน้ำ หลังจากทั้งการทุบกระเบื้องอย่างหนา และการปล่อยเหี้ย ไม่ได้ช่วยกระตุกต่อมความรู้สึก ขณะที่ศาลประชาชน นัดอ่านคำพิพากษาคดี ป.ป.ช. กกต. และ คตส. 30 สิงหาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 เรื่อง “ร่วมกันกำจัดซากเดนอาชญากรแผ่นดิน : ป.ป.ช. เถื่อนต้องออกไป” โดยมีสาระสำคัญระบุว่า
การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ได้ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ทำลายประชาธิปไตย ทำให้ประเทศไทยตกต่ำ เสียหายในทุกด้าน นำมาสู่ความแตกแยกในสังคมอย่างรุนแรง เศรษฐกิจตกต่ำย่ำแย่ สร้างความทุกข์ยากเดือดร้อนมาสู่ประชาชนไทยแสนสาหัส การกระทำของคณะรัฐประหาร เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 มีโทษถึงประหารชีวิต แต่กลับใช้อำนาจเถื่อน ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 นิรโทษกรรมให้กับตนเองและพวกพ้อง ทำให้บ้านเมืองไม่มีขื่อแป ขาดบรรทัดฐาน ขาดจริยธรรม
รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดปัจจุบันก็ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร เป็นการใช้อำนาจเถื่อนในการแต่งตั้ง เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 12 ที่ได้บัญญัติไว้ว่า “กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งเก้าปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง” แต่ข้อเท็จจริงคือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คนได้รับการแต่งตั้งจาก คปค. หรือ คมช. รวมทั้งขัดต่อ พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2541 โดยบัญญัติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดปัจจุบันนี้จึงไม่ใช่องค์กรอิสระอย่างแท้จริง แต่เป็นกลไกของระบอบเผด็จการทหาร เพื่อสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร ขาดความสง่างาม และไม่มีความชอบธรรมในการทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตได้อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรมในระบอบประชาธิปไตย การปฏิบัติหน้าที่ในขณะนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเถื่อนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจการเมืองเผด็จการทหาร ที่ต้องการทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย และเป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดหรือกลั่นแกล้งคู่ขัดแย้งทางการเมือง ทำให้สังคมไทยแตกแยก
เพื่อระงับความแตกแยกของคนในชาติ สร้างจริยธรรม ความถูกต้อง สร้างสรรค์ความถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย ไม่ปล่อยให้คนปล้นบ้านกินเมืองและลูกสมุนของกลุ่มโจรกบฏมีอำนาจในสังคม ไว้คอยบ่อนทำลายประชาธิปไตย หรือมีไว้เพื่อทำลายคู่ขัดแย้งทางการเมือง หรือเพื่อเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ไม่ปล่อยให้คนผิดกฎหมาย หรือคนที่มีพฤติกรรมด่างพร้อย มีพฤติกรรมสกปรก ยังคงทำหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการ ป.ป.ช.
กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน คือ 1.นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ 2.นายกล้านรงค์ จันทิก 3.นายใจเด็ด พรไชยา 4.นายประสาท พงษ์ศิวาภัย 5.ศ.เมธี ครองแก้ว 6.นายวิชา มหาคุณ 7.นายวิชัย วิวิตเสวี 8.นายศราวุธ เมนะเศวต 9.น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล ได้พิจารณาตัวเองลาออกไป และเข้าสู่กระบวนการสรรหาและได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายต่อไป
กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยจะจัดให้มีการชุมนุมขับไล่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันนี้เป็นครั้งที่สี่ต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่านเข้าร่วมการชุมนุมขับไล่ ป.ป.ช. เถื่อนในวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2551 เวลา 10.00 น.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและเดินไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนพิษณุโลกเวลา 11.00 น. ทั้งนี้จะได้จัดให้มีพิธีสะกดวิญญาณของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ลงหม้อดินและนำไปถ่วงน้ำ โดยมีผู้ที่เชี่ยวชาญทางพิธีกรรมจากภาคเหนือและอีสาน กระทำพิธีกรรมดังกล่าว อันเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ให้กับสังคมได้รับรู้ถึงความไม่ชอบธรรมและความไม่ถูกต้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ขณะเดียวกันในวันที่ 30 สิงหาคม ศาลประชาชน โดย นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ประธานศาลประชาชนสูงสุด และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อัยการประชาชน จะมีการอ่านคำให้การพิพากษาคดี กกต. ป.ป.ช. และ คตส. ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป



Sunday, August 17, 2008

"อนุพงษ์" ส่งโผโยกย้ายให้ ผบ.สส.พรุ่งนี้ ย้ำไร้ปัญหาต่อรอง

ผู้บัญชาการทหารบก เตรียมส่งบัญชีรายชื่อการปรับย้ายนายทหารประจำปีถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดพรุ่งนี้ ย้ำความล่าช้าไม่เกี่ยวปัญหาตำแหน่ง 5 เสือทบ.พิจารณาไม่ลงตัว

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีการปรับย้ายนายทหารประจำปีในส่วนของกองทัพบก ที่เลื่อนกำหนดส่งจากวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า สามารถนำส่งให้พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ในวันพรุ่งนี้(18 ส.ค.51)

โดยความล่าช้าที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการพิจารณาตำแหน่งหลักสำคัญ หรือ 5 เสือ ทบ.ไม่ลงตัวตามที่มีการตั้งข้อสังเกต แต่เป็นการใช้เวลาตรวจสอบรายละเอียดในขั้นตอนของธุรการให้ถูกต้องครบถ้วน



ดุสิตโพลชี้คน 43.01% วอนพันธมิตรฯยุติชุมนุม

ดุสิตโพลชี้ชัดประชาชนร้อยละ 43.01 อยากให้พันธมิตรฯยุติชุมนุม ประท้วงขับไล่รัฐบาล ขณะที่ร้อยละ 29.11 เห็นควรปล่อยให้การดำเนินคดีต่าง ๆ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 2,312 คน ถึงสิ่งที่อยากให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดำเนินการมากที่สุด คือ หยุดการชุมนุมประท้วง ร้อยละ 43.01

รองลงมา คือ ควรแสดงท่าทีอย่างพอประมาณ ร้อยละ 29.11 และควรปล่อยให้การดำเนินคดีต่าง ๆ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 14.00 ตามลำดับ ส่วนสิ่งที่ประชาชนควรทำนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 34.78 ระบุว่า ควรมีวิจารณในการรับฟังข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ



"กลุ่ม 24 มิถุนา" ออกแถลงการณ์กำจัดซากเดนอาชญากรแผ่นดิน

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 นัดรวมพลกำจัดซากเดนอาชญากรแผ่นดิน ไล่ ปปช.เถื่อนต้องออกไป พุธ 20 ส.ค. นี้ สิบโมง ที่ลานพระรูปทรงม้า จากนั้นเดินไปที่สำนักงานปปช.ถนนพิษณุโลก

แถลงการณ์ฉบับที่ 5 ระบุว่า การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ได้ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ทำลายประชาธิปไตย ทำให้ประเทศไทยตกต่ำ เสียหายในทุกด้าน นำมาสู่ความแตกแยกในสังคมอย่างรุนแรง เศรษฐกิจตกต่ำย่ำแย่ สร้างความทุกข์ยากเดือดร้อนมาสู่ประชาชนไทยแสนสาหัส การกระทำของคณะรัฐประหาร เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 มีโทษถึงประหารชีวิต แต่กลับใช้อำนาจเถื่อน ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 นิรโทษกรรมให้กับตนเองและพวกพ้อง ทำให้บ้านเมืองไม่มีขื่อแป ขาดบรรทัดฐาน ขาดจริยธรรม เพราะเหตุที่คนที่เป็นโจรกบถ เป็นอาชญากรต่อแผ่นดินกลับลอยนวลเชิดหน้าชูตาในสังคม

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชุดปัจจุบันนี้ได้รับการแต่งตั้งมาจากคณะรัฐประหารที่มีชื่อย่อว่า คปค.ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นคมช. โดยที่ คมช.ได้อำนาจมาจากการก่อการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19กันยายน 2549 จึงเป็นการใช้อำนาจเถื่อนของโจรกบถแต่งตั้ง เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 12 ที่ได้บัญญัติไว้ว่า “กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งเก้าปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง” แต่ข้อเท็จจริงคือคณะกรรมการปปช.ทั้ง9คนได้รับการแต่งตั้งจากคปค.หรือคมช. รวมทั้งขัดต่อพรบ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่งพ.ศ.2541 โดยบัญญัติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช) ชุดปัจจุบันนี้จังไม่ใช่องค์กรอิสระอย่างแท้จริง แต่เป็นกลไกของระบอบเผด็จการทหาร เพื่อสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร ขาดความสง่างามและไม่มีความชอบธรรมในการทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตได้อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรมในระบอบประชาธิปไตย การปฏิบัติหน้าที่ในขณะนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเถื่อนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจการเมืองเผด็จการทหาร ที่ต้องการทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย และเป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดหรือกลั่นแกล้งคู่ขัดแย้งทางการเมือง ทำให้สังคมไทยแตกแยก ต้องต่อสู้ห้ำหั่นกัน จนอาจนำมาสู่ความรุนแรงในสังคมได้

เพื่อระงับความแตกแยกของคนในชาติ สร้างจริยธรรม ความถูกต้อง สร้างสรรค์ความถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย ไม่ปล่อยให้คนปล้นบ้านกินเมืองและลูกสมุนของกลุ่มโจรกบถมีอำนาจในสังคม ไว้คอยบ่อนทำลายประชาธิปไตย หรือมีไว้เพื่อทำลายคู่ขัดแย้งทางการเมืองหรือไว้เพื่อเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ไม่ปล่อยให้คนผิดกฎหมาย หรือคนที่มีพฤติกรรมด่างพร้อย มีพฤติกรรมสกปรก ยังคงทำหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการปปช.ทั้ง 9 คนคือ 1.นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ 2. นาย กล้านรงค์ จันทิก 3. นายใจเด็ด พรไชยา 4. นายประสาท พงษ์ศิวาภัย 5 ศาสตราจารย์เมธี ครองแก้ว 6 นายวิชา มหาคุณ 7 นายวิชัย วิวิตเสวี 8. นายศราวุธ เมนะเศวต 9. นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล ได้พิจารณาตัวเองลาออกไป และเข้าสู่กระบวนการสรรหาและได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายต่อไป

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยจะจัดให้มีการชุมนุมขับไล่ คณะกรรมการปปช.ชุดปัจจุบันนี้เป็นครั้งที่สี่ต่อไป จึงขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่านเข้าร่วมการชุมนุมขับไล่ปปช.เถื่อนในวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2551 เวลา 10.00 น.ที่ลานพระรูปทรงม้าและเดินไปที่สำนักงานปปช.ถนนพิษณุโลกเวลา 11.00 น.

ทั้งนี้จะได้จัดให้มีพิธีสะกดวิญญาณของคณะกรรมการปปช.ให้ลงหม้อดินและนำไปถ่วงน้ำ โดยมีผู้ที่เชี่ยวชาญทางพิธีกรรมจากภาคเหนือและอีสาน กระทำพิธีกรรมดังกล่าว อันเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ให้กับสังคมได้รับรู้ถึงความไม่ชอบธรรมและความไม่ถูกต้องของคณะกรรมการปปช.



กุเทพชี้ หากถูกยุบพรรค สมาชิกรวมตัวตั้งรัฐบาลใหม่ได้

โฆษกพรรคพลังประชาชน ส่งสัญญาณพรรคเพื่อไทยลงตัวที่สุดแล้ว หากถูกยุบพรรคเชื่อ สมาชิกที่เหลือรวมตัวตั้งรัฐบาลใหม่ได้

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส.เตรียมเสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา เพื่อหนีคดียุบพรรคว่าเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชัดเจนแล้ว ว่าจะใช้เวลาที่มีบริหารบ้านเมืองให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ ตนเห็นว่าเมื่อยุบสภาไปแล้วคดียุบพรรคก็ยังคงอยู่ แต่ถ้าหากพรรคถูกยุบก็สามารถย้ายไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ได้ โดยเชื่อว่าสมาชิกที่เหลือจะสามารถจับมือร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่ได้โดยไม่มีปัญหา ส่วนกรณีการย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยนั้น ส.ส.ของพรรคยังไม่ได้มีการตัดสินใจ จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล ซึ่งก็เห็นว่าพรรคเพื่อไทยนั้น ถือว่าลงตัวที่สุดแล้วในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ร.ท.กุเทพ เชื่อว่า การพิจารณาสำนวนการยุบพรรคพลังประชาชนของ กกต. ในวันอังคารที่ 19 ส.ค.นี้ จะมีมติเช่นเดียวกับกรณีของพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และเชื่อว่าท้ายที่สุด พรรคพลังประชาชนก็คงจะต้องถูกยุบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ได้เขียนล็อกดุลพินิจของศาลไว้แล้ว



สมัครจวกปปช.สอบNBT ไม่สอบASTVด่า รัฐบาลสัตว์นรก!

นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการสนทนาประสาสมัคร ว่า รายการ “ความจริงวันนี้” พูดจาดี มีเหตุผล ซัด ASTV โจมตีการทำงานของรัฐอย่างหยาบคาย โดยยกคำกล่าวมาประกอบในรายการ ย้ำใช้ช่องทางเล็กๆ เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาพันธมิตรฯ

วันที่ 17 ส.ค. 2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ทางสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ NBT โดยในช่วงท้ายรายการ ระบุว่า ตนทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะมีข่าวจากป.ป.ช. ที่มีคนร้องเรียนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผอ.สถานี หาว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปล่อยให้มีการจัดรายการ “ความจริงวันนี้” ทางป.ป.ช.จึงรับไว้พิจารณา มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ มีน.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป.ป.ช. เป็นประธาน

“ผมจะบอกให้ฟังว่า มีโทรทัศน์รัฐบาลอยู่ช่องนี้ ใช้อย่างกระเหม็ดกระแหม่ รายการชื่อ “ความจริงวันนี้” เค้าพูดจาดี มีเหตุผล เรียบร้อย และเค้าก็กล้าเชิญให้มาชี้แจง ก็ไม่มา แต่มีประชาชนไปร้องทุกข์ที่ป.ป.ช. และบอกว่าเค้ามีเหตุผล ถ้าป.ป.ช.จะอ้างแบบนี้ก็เอา ถ้าอายเรื่องที่ถูกแฉ ผมจะถามว่า รายการ “ความจริงวันนี้” ออกคืนละ 45 นาที กับเอเอสทีวีออกอากาศ 24 ชั่วโมง ด่าทอว่ากล่าว ทำไมไม่มีใครเขียนไปถึงป.ป.ช.บ้าง”นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ นายสมัครได้หยิบแผ่นซีดีที่มีการบันทึกการปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาทิ “สนธิลิ้มฯ : รัฐบาลสัตว์นรก” “สนธิลิ้มฯ : ลูกจีนรักชาติ-ลูกพระยาขายชาติ นายกฯชาติชั่ว” พร้อมระบุว่า “พวกที่บรรเลงกันทั้งหลายที่สะพานมัฆวานฯ จะบอกว่า ผมได้รับ บังเอิญผมก็ได้ฟัง เมื่อคืนตื่นมาตี 3 ซี่โครงยอก เปิดวิทยุฟัง เค้าบอกว่า กำลังมีจันทรคราส ใครเป็นคนบรรยาย ก็พวกสะพานมัฆวานฯ บอกเลย จันทร์ส่องหล้าดับแล้ว ด่านายสมัคร ต้องเอาไอ้สัตว์นรกนี้ออกจากทำเนียบฯให้ได้ รัฐบาลสัตว์นรก แล้วอย่างนี้ป.ป.ช.ไม่คิดบ้างหรือว่า คนอย่างนายกฯมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน เวลาจะทำอะไร ก็ไปร้องต่อศาล ศาลยังคุ้มครองให้ด่าคนอื่น ชนิดสาดเสียเทเสีย ด่ารัฐบาลสัตว์นรก ถ้อยคำแบบนี้ไม่เป็นไร แต่ 3 คนเข้าพูดในรายการ ข้อมูลเค้าคลาสลิค อธิบายไม่เหยียบย่ำ อย่างนี้ไม่ได้หรือครับ”

นายสมัคร กล่าวต่อว่า “รายการ “ความจริงวันนี้” เรียกว่า ทำดีอัปรีย์กินหัว แต่รายการทำชั่ว เอเอสทีวีออก 24 ชั่วโมง ด่าหยาบคาย อธิบายเลยว่าต้องเรียกคนมาเป็นล้าน ต้องล้มรัฐบาลนี้ให้ได้ แต่งตัวอ้างเป็นพระ สมณะนี้ปลุกระดมกัน อย่างที่ผมบอกว่า วันหนึ่งจะยุบศาลากลาง และยึด ผมมีหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมืองนี้ จะล้มจะคว่ำอย่างไร เอาเถอะครับ ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของบ้านเมืองไม่เอากับพวกท่าน แต่คณะนี้ถูกมหาเถรสมาคมสั่งให้เลิก แต่มีคนระดับนายพลตรี ไปอยู่เบื้องหลัง และจะใช้คณะนี้มาล้มล้าง ผมกล่าวหาเลย นักรบศรีวิชัยอย่างนี้เลยครับ ดุด่าว่ากล่าวอย่างไร ผมก็ต้องทนฟัง ขึ้นศาลเป็นอย่างไร เราก็ไม่ทราบ แต่แน่ใจว่า ศาลมีใจเป็นธรรม ถ้อยคำที่ดูหมิ่นนายกฯ สัตว์นรก สนธิลิ้มฯบอกว่า สัตว์นรกอยู่ต่อไปบ้านเมืองก็ฉิบหาย ไม่เป็นไรครับ ด่า 24 ชม.มีคนปกป้องให้ เพราะมีการคุ้มครอง”

“บ้านเมืองนี้ต้องทน ผมก็ต้องอยู่ ให้รู้ว่า ผมเป็นคนถือหางเสือ และรับผิดชอบต่อบ้านเมืองนี้ ผมทำทุกอย่างให้บ้านเมืองสงบ มีเจ้านายพระองค์เดียวกัน ที่ทำได้ และเป็นไปได้ คนหยิบมือจะทำอย่างไร สื่อสารมวลชนจะถือหางคุณทำเลย ยกย่องคนพวกนี้ แล้ววันหนึ่งจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ผมไม่ถอยหรอกครับ เรื่องที่เกิดในพรรคพลังประชาชน (พปช.) ผมจะแก้ไขเอง แต่สำหรับบ้านเมืองนี้ พปช.จะร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล มีพรรคฝ่ายค้าน การเมืองจะดำเนินการต่อไป จะมีเหตุที่ทำให้ผมต้องหัวทิ่มก็สุดแล้วแต่ สั่งมาให้ผมออก ก็ต้องออก ผมเป็นโลว์คอส ผมจะทำงานด้วยความตั้งใจ จะรักษาบ้านเมืองนี้ให้กลับไปสู่อย่างเดิมให้ได้”นายกรัฐมนตรี กล่าว



อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ตำหนิ "พัชรวาท" ออกหมายจับไม่ให้เกียรติอดีตนายกฯ

อดีต ส.ส.ไทยรักไทย " สุรชาติ ชำนาญศิลป์ " ตำหนิ ผบ.ตร. ไม่ให้เกียรติ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีเผยแพร่หมายจับพร้อมร้อง นายกรัฐมนตรี ออก พระราชกฤษฎีกานิรโทษกรรม ให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111

นายสุรชาติ ชำนาญศิลป์ อดีต ส.ส.ไทยรักไทย เปิดเผยว่าจากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ น่าจะมีการนั่งคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนออกหมายจับออกไปทั่วประเทศ และเป็นข่าวไปทั่วโลกเพราะหมายจับนั้นน่าจะส่งไปที่บ้านพักที่ประเทศอังกฤษโดยตรงเลย และน่าจะให้เกียรติอดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะทำความดีกับประเทศชาติมามาก

ทั้งนี้ อดีต ส.ส.สุรชาติ ชำนาญศิลป์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติม กรณีบ้านเลขที่ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและกลุ่มพันธมิตรว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี น่าจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกานิรโทษกรรมให้บุคคลเหล่านี้ จะได้เป็นคนดีของสังคม และทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป



บทเรียนครั้งนี้ "น่าจะสอนทักษิณ" ว่า่ "อย่ายอมแพ้เด็ดขาด" ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนเลว

ลูกชาวนาไทย

ตอนนี้ "เจอยุทธการ" ทักษิณล้มพยายามกระทืิบซ้ำ กันใหญ่โต ทำอย่างกับว่าทำอย่างนั้นแล้ว "คนทั้งประเทศจะหันไปเกลียดทักษิณกันอย่างนั้นแหละ"

แต่อย่างว่า "เรื่องต่างๆ ที่ทำกับทักษิณ ผลมันมักออกมาตรงกันข้ามกับผู้วางแผนทำเสมอ"

มีแฟนพันธุ์แท้ของทักษิณหลายท่านบ่นกับผมอย่างมากมายว่า "ทนไม่ไหวแล้ว พวกเขาทำกับทักษิณเกินไป"

ผมก็ถามว่า ในฐานะที่ท่านเป็นแฟนพันธุ์แท้ ได้เสื่อมศรัทธาต่อทักษิณ จากการโดนเหยียบย้ำ อย่างรุนแรง จนไม่น่าเืชื่อว่า "ศัตรูที่คิดว่ามีเป็นผู้มีจริยธรรมสูง" อวดอ้างจริยธรรมทั้งหลายจะกระทำต่อศัตรูของตนได้ถึงเพียงนี้

ทุกคนตอบกับผมเสียงเดียวกันว่า ไม่มีวันที่จะเสื่อมศรัทธาหรือความรักต่อทักษิณไปได้ด้วยการกระทำแบบเลวๆ ต่อทักษิณเช่นนี้ ผมก็เลยบอกว่า "นั้นไง" การกระทำของพวกนัั้นก็ไม่ได้บรรลุเป้าหมายแต่อย่างใด เพราะไม่สามารถแม้แต่น้อยที่จะทำให้คุณลดศรัทธาลง มีแต่สงสารและเห็นใจ เจ็บแค้นใจมากขึ้น

ดังนั้น เป้าหมายของแผนการณ์นี้ก็ไม่บรรลุผลสำเร็จแล้ว แต่กับสร้างความเห็นใจและสงสารมากยิ่งขึ้น การกระทำอย่างนี้นอกจาก "ทำร้ายตัวของทักษิณ" ไม่ได้แล้ว ยังทำร้าย "ศรัทธาของคนที่รักทักษิณลงไม่ได้" แต่ผลักให้ทักษิณเป็น "สัญญลักษณ์" ที่สูงส่งมากขึ้น อย่างน้อยผมก็เชื่อว่า เลยผ้าพันคอไปแล้ว

บทเรียนครั้งนี้ สอนให้ทักษิณว่า จงอย่ายอมแพ้ศัตรูทางการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะการยอมแพ้นั้น ศัตรูจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เราเป็นคนเลวให้ได้

ก็เหมือนกับที่ "พระเจ้าตากสินมหาราช" วีระบุรุษผู้กู้ชาติโดนนั่นแหละครับ หาว่า เสียจริต เสียสติไปโน้น สมัยนั้นไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีสื่อ คนก็เชื่อกันไป แต่สมัยนี้ยากนักที่คนจะเชื่อกันได้ง่ายๆ อย่างนั้น อย่างน้อยสมัยนี้ก็เอา Thaksin ไปสำเร็จโทษโดยท่อนจันทร์ไม่ได้นั่นแหละครับ

ตอนนี้ก็ปล่อยให้ ศัตรูระบายความแค้นด้วยความสะใจไปก่อน อำนาจรัฐที่ไม่ได้มีที่มาจากศรัทธาของประชาชน แต่มาด้วยความฉ้อฉลนั้นอยู่ไม่ได้นาน สุดท้ายมันก็ต้องพังทะลายลงอย่างแน่นอน

ยุคจริยธรรมบกพร่องสองมาตรฐาน ยุคที่เรียกร้องจริยธรรมที่ตนเองไม่มี แต่พยายามบังคับให้คนอื่นมี อะไรมันก็เกิดขึ้นได้

แต่โลกที่พิกลพิการ ไม่ยืนอยู่บนความจริงนั้นย่อมอยู่ไมไ่ด้นานครับ

อำนาจนอกระบบมักจะไม่มีทางอยู่ได้นาน เมื่อมีคนเกี่ยวข้องจำนวนมาก มันก็ไม่มีทางที่จะควบคุมทุกคนเอาไว้ได้
จาก prachatai

รอสัญญาณ

“ยุบพรรค” คือเหตุใหญ่ ต้องลุ้นกันสุดเหวี่ยง แม้กระทั่ง ปชป. มาทีหลังก็ยังเสียว

จับตา พปช.จะแตกหรือจะใหญ่อีกไม่นานก็รู้ อยู่ที่การส่งสัญญาณว่าด้วย “ทุน” และชนะเลือกตั้ง

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้แม้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวหนีศาลหลบไปตั้งหลักที่ประเทศอังกฤษ

ใครที่มองว่าจะทำให้สถานการณ์การเมืองดีขึ้น คลี่คลายไปทางที่ดี

แต่อีกหลายคนก็มองว่านั่นเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่ความจริงทางการเมืองแล้วยังไม่สงบ แต่จะลุกโชนขึ้นมาอีกเมื่อใดก็ได้

เผอิญที่ว่าปัญหาเฉพาะหน้า ณ วันนี้คือเรื่อง “ยุบพรรค” ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของพรรค การเมืองต่างๆ ไล่แต่ชาติไทย มัชฌิมาธิปไตย พลังประชาชน เพื่อแผ่นดิน

และยังมีประชาธิปัตย์พรรคใหญ่ พรรคเก่าแก่อีกพรรคหนึ่งที่ต้องลุ้นกันหนัก เนื่องจาก กกต.กำลังจะพิจารณา “ใบแดง” นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.อุบลฯ ที่เกี่ยวโยงกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ด้วยข้อหาให้ตั๋วหนังแก่ประชาชนให้ไปเลือกคนของพรรค

เรียกว่าใช้ “ตั๋วหนัง” เป็นแรงจูงใจ

มีการต่อสู้ทำนองว่าถูกกลั่นแกล้งและนายวิฑูรย์ก็ไม่ได้เป็นคนแจกเอง

หาก กกต.ชี้ขาดว่าทำผิดจริง และแจก “ใบแดง” ประชาธิปัตย์ก็จะเป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่มีสิทธิ์ถูกยุบพรรคไม่ต่างจาก 4 พรรคที่กล่าวมาแล้ว

อะไรไม่ว่าหากประชาธิปัตย์ถูกยุบพรรคมีปัญหาแน่ เพราะปรากฏว่าบุคคลที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค 49 คนนั้นล้วนแต่ระดับ “มือกระบี่” ทั้งนั้น

ถือว่าเป็นการ “ล้างบาง” เลยทีเดียว

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะได้ครองเก้าอี้นายกฯ ก็ต้องรอไปอีกนานทั้งๆที่ในยามที่พรรคคู่แข่งกำลังเพลี่ยงพล้ำและมีโอกาสมากที่สุด

แต่ถ้าถูกเว้นวรรค 5 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหรือเปล่า

ขณะเดียวกันย่อมส่งผลต่อพรรคทันที เพราะเมื่อบุคลากรสำคัญของพรรคมีปัญหา การดำเนินงานของพรรคก็จะยาก ต้องตั้งพรรคใหม่ ต้องหาคนมาร่วมงานใหม่

ก็คงจะไม่ต่างไปจากไทยรักไทยที่ถูกยุบไปแล้ว หรือพลังประชาชนที่กำลังจะมีการลงมติของ กกต. หากเห็นว่าต้องยุบก็ต้องส่งให้อัยการเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดต่อไป

มีการตั้ง “ธง” กันเลยว่า หลังวันที่ 5 ธ.ค. 51 จะมีคำตอบ

พรรคการเมืองอื่นที่อยู่ในข่ายจะถูกยุบพรรคดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวมากนัก เพียงแต่รอคำสั่งเท่านั้น และอีกทางก็คือ รอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

มีแต่พรรคพลังประชาชนเท่านั้นที่ดูจะมีความเคลื่อนไหวมากที่สุด มีการเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ มีการเตรียมพรรคการเมืองรองรับเอาไว้แล้ว

คือพรรค “เพื่อไทย”

หากถูกยุบและลูกพรรคยังยืนยันที่จะต่อสู้ร่วมกันต่อไป พรรคการเมืองใหม่นี้ก็คงไม่ธรรมดาและยังมีสิทธิ์ชนะเลือกตั้งอีกด้วย

แต่จะทำยังไงให้อยู่ร่วมกันต่อไป ไม่มีกลุ่มไหน ก๊กไหนแยกไปตั้งพรรคใหม่ หรือไปรวมกับพรรคการเมืองอื่น

นี่คือเป้าหมายสำคัญ!!!

อยู่ที่ว่าจะทำได้หรือไม่ จะประสานและประนีประนอมกันได้หรือไม่ ทุกอย่างยังเป็นคำถาม แต่ยังไม่มีคำตอบ แม้ทุกคนปากบอกว่า “ยังรักแม้ว” ไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม

เหตุของเหตุก็คือ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณขอลี้ภัยอยู่ต่างประเทศและคงจะดูแลพรรคและคนของพรรคยากขึ้น จึงต้องใช้รูปแบบตัวแทน

แน่นอนว่า วันนี้ “เนวิน ชิดชอบ” ช่วงชิงการนำไปแล้ว และมี ส.ส.ในมือและเครือข่ายเกินร้อย พร้อมกับอ้างว่า “นายใหญ่” ส่งไม้ให้แล้ว

แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มการเมืองอื่นในพรรคจะไม่เชื่อและไม่ยินยอมจนเกิดปัญหาขัดแย้งภายใน พยายามที่จะอ้างเช่นเดียวกับนายเนวิน

อยู่ที่ว่าจะเอาอยู่หรือไม่ แต่การเมืองนั้น แม้วันนี้จะยังไม่ชัด แต่ถ้ามีสัญญาณชัดเจนก็อาจจะแก้ปัญหาได้

สำคัญยิ่งก็คือ “ทุน” และ “โอกาส” ที่จะชนะเลือกตั้ง!!!

"ลิขิต จงสกุล"

เตรียมสกัดเจ้ามือหวยเถื่อน แฝงตัวสมัครคนเดินโพย

นายวันชัย สุระกุล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าววานนี้ (16 ส.ค.) ว่า สำนักงานได้เตรียมความพร้อมในการเปิดลงทะเบียนคนเดินโพยในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยยอดผู้สมัครผ่านอินเตอร์เน็ทล่าสุดมีจำนวนกว่า 80,000 ราย แต่เชื่อว่าใน 2 วันสุดท้ายก่อนการลงทะเบียนยอดผู้สมัครน่าจะมากกว่า 100,000 ราย

นายวันชัย กล่าวว่า ยอมรับไม่สามารถสกัดกั้นกลุ่มเจ้ามือหวยใต้ดินที่ส่งเครือข่ายเข้ามาสมัครเป็นคนเดินโพย เพื่อแฝงตัวในการขายทั้งหวยใต้ดินและบนดินได้ แต่ได้วางแนวทางที่จะตัดสิทธิ์ออกไปในภายหลัง หากพบว่ามีการขายหวยใต้ดินร่วมด้วย โดยประสานความร่วมมือกับที่ตำรวจ ในการติดตามพฤติกรรมการขาย ไม่ให้นำบัตรคนเดินโพยของสำนักงานฯ ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

สำหรับความพร้อมในการจำหน่ายหวยออนไลน์ นายวันชัย กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจเครื่องจำหน่าย จำนวนกว่า 6,000 เครื่อง ทั่วประเทศ พบว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ สามารถเปิดจำหน่ายได้ในวันที่ 17 กันยายนนี้ ส่วนที่เหลือจะเร่งแก้ไขให้เสร็จโดยเร็ว