WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, August 18, 2008

“ผลที่เกิดจากต้นที่เป็นพิษ ย่อมเป็นพิษ”

ค่ำคืนของวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา คงเป็นค่ำคืนที่หลายต่อหลายคนเฝ้าจับตาดู “เที่ยวบิน TG 615 ว่าจะปรากฏชื่อของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร โดยสารกลับมาที่สุวรรณภูมิหรือไม่
“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่ถูกคณะเผด็จการทหาร “คปค.” เข้าปล้น แย่งชิงอำนาจโดยการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 หลังจากนั้นได้ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 อ้างตัวเป็นรัฐาธิปัตย์ เขียนกฎหมายที่เป็นกฎหมู่เสียใหม่ ให้กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่หมกเม็ด ซ่อนกลเผด็จการ ซึ่งบังคับใช้และบีบบังคับฝ่ายการเมือง ทำให้เกิดปัญหาเช่นในปัจจุบัน
คณะเผด็จการทหารยังได้สถาปนา “องค์กรที่อ้างว่าเป็นอิสระ” เช่น คตส. และแต่งตั้งบุคคลที่มีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบธรรมของประชาชน ขบวนการข้างถนนที่ส่งเทียบเชิญให้ทหารเข้ามาทำการรัฐประหาร มาทำหน้าที่พุ่งเป้าเอาผิดกับ “อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัว” ราวกับว่าจะต้องประหัตประหารผู้ชายที่ชื่อทักษิณ และครอบครัว ให้วางวาย
และแล้วเที่ยวบิน 615 ในคืนวันที่ 10 สิงหาคม จึงไร้เงาของอดีตนายกรัฐมนตรีและภรรยา
ช่วงบ่ายของวันที่ 11 สิงหาคม กองบรรณาธิการประชาทรรศน์จึงได้รับโทรสารลายมือของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ส่งแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงการไม่ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ประชาทรรศน์ รายสัปดาห์ ฉบับที่ 81 ประจำวันเสาร์ที่ 16 –วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2551 ถือเป็นฉบับบันทึกประวัติศาสตร์ เพราะได้นำแถลงการณ์ซึ่งเขียนโดยลายมือของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ต่อการตัดสินใจที่จะไม่กลับมาประเทศไทยเพื่อมาต่อสู้คดี เพราะเหตุผลที่ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ที่ได้รับการสืบทอดอำนาจจากเผด็จการทหาร เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองให้สิ้นซาก โดยไม่สนใจหลักกฎหมาย หลักนิติธรรมสากล ดังใจความที่สำคัญตอนหนึ่งของแถลงการณ์ที่ระบุไว้ว่า “การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการใช้ระบบสองมาตรฐานที่เห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้ผมและครอบครัว พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็นับว่าหนักหนาแล้ว แต่ยังเทียบไม่ได้กับการที่ระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ที่มีเกียรติมีความน่าเชื่อถือสั่งสมมาเป็นเวลายาวนานต้องเสื่อมลง เพราะถูกนำมาใช้ทางการเมืองจนขาดความเป็นกลาง ซึ่งเป็นผลเสียต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง”
นอกจากแถลงการณ์ฉบับลายมือของอดีตนายกรัฐมนตรีตามตัวอย่างข้างต้น ประเด็นร้อนแรงที่ถูกนำมาถกเถียงทางสาธารณะ คงหนีไม่พ้นเรื่องของการลี้ภัยทางการเมือง ประชาทรรศน์ รายสัปดาห์ฉบับนี้ ได้นำเสนอมุมมองทางวิชาการของนักวิชาการจากสำนักต่างๆ ที่มีต่อการตัดสินใจของอดีตนายกรัฐมนตรี และการลี้ภัยทางการเมืองว่า สามารถทำได้หรือไม่ รวมทั้งทิศทางสังคมไทยหลังการตัดสินใจของอดีตนายกรัฐมนตรี
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่า การขอลี้ภัยทางการเมือง ขึ้นกับประเทศอังกฤษจะยอมหรือไม่ ทั้งกล่าวว่า ควรจะขอลี้ภัยตั้งนานแล้ว ไม่ควรจะมาขึ้นศาล และรอให้ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ออกมาก่อนค่อยเข้ามาในประเทศไทย “การลี้ภัยของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นเรื่องซับซ้อน ยิ่งเป็นประเด็นทางการเมืองด้วยแล้ว อาจจะต้องพิจารณากันหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม การลี้ภัยของอาชญากรการเมือง ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทำกันบ่อยๆ ซึ่งก็พบว่ามีทั้งวิธีการที่เป็นการลี้ภัยอย่างเป็นทางการเมืองและไม่เป็นทางการเมือง
หาก พ.ต.ท.ทักษิณ คิดจะหนีลี้ภัยจริง เห็นว่าควรจะลี้ภัยไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ควรจะมาขึ้นศาลสู้คดี แต่โดยรวมเป็นสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถทำได้ และดีด้วย โดยอาจร้องขอต่อประเทศที่จะไปอาศัยอยู่ว่า ไม่ได้รับความยุติธรรมในการตัดสินคดี หรือกระบวนการไม่มีความชอบธรรม และบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการไม่ได้มาจากการยอมรับของสังคม หรือเข้ามาโดยไม่เป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย”
ด้าน รศ.ประทุมพร วัชรเสถียร อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตอาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนให้อดีตนายกรัฐมนตรีลี้ภัยการเมือง ในประเทศอังกฤษ และเห็นว่าไม่ควรมาขึ้นศาลตั้งแต่แรก และคาดว่าการตัดสินใจเช่นนี้จะทำให้บ้านเมืองไทยสงบขึ้นระดับหนึ่ง “ในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นได้ชัดจากคดีต่างๆ สิ่งที่พึงปฏิบัติได้คือ 1.พ.ต.ท.ทักษิณ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการศาล แต่ต้องมั่นใจว่าจะชนะคดีทุกคดี 2.รัฐบาลมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที และ 3.ปฏิวัติ แต่การจะปลุกทหารให้ขึ้นมาปฏิวัติเป็นไปได้ยาก เพราะทหารเข้ากับฝ่ายกลุ่มพันธมิตรฯ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำการลี้ภัย ควรลี้ภัยทันที เพราะกลับมาอาจจะโดนหนัก เนื่องจากยังมีอีกหลายคดีที่พัวพัน และคิดว่าการลี้ภัยไปอาจจะทำให้บ้านเมืองสงบในระดับหนึ่ง”
ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการขอลี้ภัยทางการเมืองว่า “การขอลี้ภัยทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นสิทธิส่วนตัว ซึ่งหากเป็นตนก็คงทำเช่นกัน เนื่องจากถูกกลั่นแกล้ง และถูกคุกคามในการดำเนินคดีความที่ไม่เป็นธรรม ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองต่อไปจากนี้จะมีความสงบลงหรือไม่นั้น เราไม่ได้เป็นฝ่ายกำหนด แม้อยากจะให้ดีขึ้นมาเท่าไรก็ตาม”
ผศ.จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยืนยันชัดเจนว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องผ่านสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR แต่อย่างใด เพราะเป็นผู้นำที่ถูกลอบสังหาร และถูกคดีความอาญาที่มีลักษณะเป็นการเมือง จึงเข้าข่ายยกเว้น
“หากมีการลี้ภัยของผู้นำที่ประสบปัญหาจากการรัฐประหาร ก็จะมีการพยายามพูดว่า ลี้ภัยไม่ได้ เพราะถูกดำเนินคดีความอาญา เป็นความผิดทางอาญา แต่ของอดีตนายกฯ เป็นคดีความอาญาที่มีลักษณะเป็นการเมือง เพราะเป็นการเมืองที่ฝ่ายยึดอำนาจตั้งองค์ต่างๆ ขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งก็เข้ากับหลักเกณฑ์ขอลี้ภัยทางการเมืองได้ และหากมีการลี้ภัยทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีจริง คงจะช่วยให้คนส่วนหนึ่งสงบ และลดเงื่อนไขเพื่อมาโจมตีรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และฝ่ายประชาธิปไตยได้ส่วนหนึ่ง แต่คงยังไม่ถึงขั้นที่จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปเลยเสียทีเดียว ส่วนคดีความนั้น ก็ยังคงดำเนินอยู่ตามกระบวนการยุติธรรม”
สำหรับเรื่องคดีที่หลายฝ่ายกังขาว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น
ติดตามได้จากทนายความของอดีตนายกรัฐมนตรี และภรรยา ในคดีที่ดินรัชดาฯ คำนวณ ชโลปถัมภ์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ “จุดชนวนข่าว” ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 105 หลังจากทราบคำแถลงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ขอลี้ภัยไปอยู่ประเทศอังกฤษ ยืนยันว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่เดินทางกลับมาเมืองไทย คดีที่ คตส. พิจารณาส่งฟ้องจะพิจารณาต่อได้เพียงคดีเดียวคือ “คดีที่ดินรัชดาฯ” เท่านั้น ส่วนคดีอื่นจะไม่สามารถดำเนินการได้แต่อย่างใด
ประชาทรรศน์ รายสัปดาห์เล่มนี้ จึงเป็นอีกเล่มที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะเป็น “บันทึกประวัติศาสตร์” ที่สำคัญอีกหน้าหนึ่ง ซึ่งจด จาร “อัตวินิจฉัย” ของอดีตนายกรัฐมนตรี กับการลี้ภัยทางการเมือง ในห้วงเวลา...สองมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมแบบไทยๆ

มีคนปลุกระดมต้านรัฐสภาใหม่

รายการ “สนทนาประสาสมัคร” โดย นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2551 เวลา 08.30-09.30 น.
ความตอนหนึ่งว่า...รัฐบาลได้สนองงานตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อย่างเต็มกำลัง โดยเมื่อวานนี้ ได้ไปเป็นประธานจัดงานปลูกป่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี จำนวน 35,000 ต้น โดยมีการลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองทัพบก ซึ่งเป็นการดูแลอนุรักษ์ป่าให้เกิดความยั่งยืน โดยเป็นป่าในพื้นที่ฝั่งตะวันตก รวมไปถึง จ.สระแก้ว ด้วย สำหรับพื้นที่ต่อไปที่รัฐบาลจะดำเนินการเป็นพื้นที่ป่าในฝั่งตะวันออก ได้แก่ จ.ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ป่าภาคเหนือ ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลจะทำเรื่องนี้อย่างเต็มความสามารถเพื่อปกป้องและอนุรักษ์ป่า
การจัดงาน “จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน” ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จพระราชดำเนินมายังทำเนียบรัฐบาล ในพิธีพระราชทานธงตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และธงไตรรงค์ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อนำกลับไปเฉลิมฉลอง และจัดขบวนวิ่งธงส่งต่อไปยังอำเภอต่างๆ ภายในจังหวัดของตนเอง ก่อนนำมาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 3 ธันวาคม 2551 เพื่อเป็นเสมือนหลักชัยแห่งความสามัคคีของปวงชนชาวไทย
กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวน นายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปล่อยปละละเลย ไม่กำกับดูแลการออกอากาศรายการ “ความจริงวันนี้” และได้แต่งตั้งให้ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน ว่าส่วนตัวไม่เห็นว่าการจัดรายการของ 3 ผู้ดำเนินรายการจะพูดจาหยาบคาย ตรงกันข้ามกับเอเอสทีวี ที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง กลับมีแต่การกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย แต่นายกรัฐมนตรียืนยันว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข

มีคนปลุกระดมนักเรียนประท้วงรัฐสภาใหม่
ส่วนเรื่องสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่บริเวณเกียกกาย เพื่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ สามารถทำให้เรื่องนี้ยุติลงได้ แต่ก็กลับมีการปลุกระดม พานักเรียนออกมาประท้วง ทั้งที่มีการตกลงกับกองทัพบกที่เป็นเจ้าของพื้นที่กว่าร้อยละ 90 ให้ย้ายออกไปในพื้นที่ที่มากกว่าเดิมประมาณ 1,700 ตารางเมตร และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันเรื่องค่าชดเชยที่จะสั่งการสำนักงบประมาณดำเนินการ ซึ่งในตอนนี้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว โดยปลายธันวาคมนี้จะมีการวางศิลาฤกษ์ เรื่องนี้จะต้องทำให้เสร็จ จะต้องตัดสินใจ และจะต้องก่อสร้างให้เสร็จภายใน 3 ปี โดยยืนยันว่าหลายหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ก็พร้อมย้าย ขณะที่รัฐบาลพร้อมจ่ายค่าชดเชยเช่นกัน ทั้งมีการหาที่อยู่ใหม่ให้ โดยเฉพาะโรงเรียนโยธินบูรณะ ที่จะย้ายไปอยู่ที่วัดสร้อยทอง ห่างจากเดิมเพียง 1.7 กิโลเมตร มีการให้งบประมาณไปสร้างใหม่ และเพิ่มพื้นที่ให้จาก 8 ไร่ เป็น 16 ไร่
นอกจากนี้จะไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชาชนสามารถจัดการเองได้ หากรัฐบาลไม่มีปัญหาและอุปสรรคคดีความต่างๆ ก็จะอยู่จนครบ 4 ปี และไม่ทราบถึงกรณีที่มีสาขาพรรคพลังประชาชนในต่างจังหวัดปลดป้ายสาขาพรรคออก และเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย ส่วนกรณีที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 40 คนจะทำหนังสือถามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานว่า เป็นเรื่องของคนในพรรค และเป็นบุคคลที่มีต้นทุนทางสังคมต่ำ แต่จะรักษาบ้านเมืองไว้ให้เป็นอย่างเดิมให้ได้ โดยในตอนท้ายของรายการได้เปรียบเทียบว่า ตนเป็นสายการบินโลว์คอสต์ต้นทุนต่ำ ถ้าจะเลิกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นอย่างสายการบินไทยนั้น ถ้าเลิกก็เป็นเรื่องใหญ่

ผสมพันธุ์สัตว์ป่าที่หายาก
เมื่อคืนนี้จัดการผสมพันธุ์ดูแล ใช้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผสมเทียม ใช้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชาติพันธุ์ ไม่ให้มาผสม ไม่ให้มันแต่งงานกันเองนะครับ คนนี้ดูเรื่องว่า ถ้าสัตว์ส่งเข้าป่าต้องแข็งแรง จะดูเลือด คนนี้จะดูเรื่องไมโครชิพจะคล้องดี หรือจะใส่ดี ดูกันหมด 30 ปีครับ คนที่รายงานอายุ 50 กว่า บอกอายุ 20 กว่าเริ่มทำงานนี้ บัดนี้ได้ละมั่งมา 77 ตัว แล้วก็ปล่อยทีละ 8 ตัว เขาปล่อยวันที่ 8 ไปชุดหนึ่งแล้ว เขาบอกวันที่ 8 เปิด กว่าจะออกมาดู ออกมาดูลาดเลาตัวหนึ่ง อีก 8 ตัวกว่าจะออกมาตั้งนาน นั่งรอกัน ผมไปก็ ท่านบอกว่าเงียบเสร็จปั๊บ ผมก็ตัดเส้นเอ็นปึ๊บเข้าไป ประตูเปิด ออกมาเลยครับ เดินออกมา 1-2-3-4 เรียงเลย ออกมาหมดเลยครับ ออกมาหยุดยืนแล้วก็เหลียวมาดู ช่างภาพก็ถ่ายกันฉับๆๆ ตามกันไปเป็นฝูง เป็นภาพน่าประทับใจมาก ปล่อยเขากลับเข้าไปสู่ป่า เอามาเลี้ยงดูก่อน ให้อยู่ที่กว้าง อยู่ในกรงและออกมาอยู่นอกกรง
ในที่สุดก็เอามาปล่อยสู่อิสรภาพ ผมก็ถามเลย แล้วนี่จะเป็นเหยื่อของเสือไหม เป็น อ๋ออย่างนั้นเหรอ แล้วเสือมันกินอย่างไร เขาบอกเสือมันกินอาทิตย์หนึ่งกิน 1 ตัว ปีหนึ่งกิน 52 ตัว เขาบอกใช่ แต่มันกิน 5 อย่าง มันกินกระทิง กินอะไร ตัวนี้เป็นตัวสุดท้าย

สนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ใช้แก๊สโซฮอล์
เรื่องพลังงานทดแทน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำแก๊สโซฮอล์มากว่า 30 ปีแล้ว ไทยเราก็มีการผลิตแก๊สโซฮอล์ แต่ไม่มีรถออกมาให้ใช้ เพราะทางญี่ปุ่นขอเวลา 2 ปี แต่จะไม่รอ จะมีการสั่งรถจากยุโรปเข้ามา โดยใช้มาตรการจูงใจลดภาษีให้ เพื่อให้เข้ามาตั้งโรงงานประกอบในไทย ประธานจีเอ็มก็เอารถมาโชว์ให้ดู คันแรกใช้ E85 คันที่สองเป็นรถไฮบริด คือใช้ได้ทั้ง 2 แบบ คันที่สามเป็นรถที่ใช้ไฮโดรเจน ไม่ใช้น้ำมัน เป็นรถไฮโดรเจนคันแรกที่เข้ามาแสดงในประเทศไทย
แก๊สโซฮอล์คือแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง ปรับปรุงเข้ามาผสมกับน้ำมัน แต่ก่อนก็มาจากโรงงานน้ำตาล เดี๋ยวนี้เขาต้องการมากขึ้น มีคนจดทะเบียน 42 บริษัท ดำเนินการแล้ว 12 บริษัท ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ภาษาฝรั่งเขาเรียก Yield คือผลผลิตที่ได้ออกมา แต่ก่อน 1 ไร่ปลูกอ้อยได้ 6 ตัน มีน้ำได้ 10 ตัน แล้วบอกถ้าได้ 15 ตันจะดีมาก อ้อยปีนี้ 73 ล้านตันอ้อย ใช้ทำน้ำตาล 23 เหลือ 50 ทำแก๊สโซฮอล์ แต่ก่อนบอกเสียบลงไปปลูก ดึงขึ้นมาได้ 1 กิโล เดี๋ยวนี้เสียบปลูกไปแบบทันสมัย ดึงกันมาได้ 5 กิโล เพราะฉะนั้นผลผลิตมันเพิ่ม น้ำตาลก็พอแล้ว ของเราทำอันนี้แล้วต้องสนับสนุน ก็มี E20 แต่ก่อนซื้อมา 100 เดี๋ยวนี้ซื้อมาแค่ 80 แล้วเติมแก๊สโซฮอล์ลงไป เติมเอธานอลลงไป 20 เรียกว่า E20
เราผลิตแก๊สโซฮอล์ได้ แต่ว่ารถไม่ออก รัฐมนตรีหญิง (พล.ท. หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน) ไปบราซิล ออกครับ เมื่อออกแล้วก็น้ำมันเขามี E100 ครับ รถออกมาแล้วครับ รถอเมริกันผลิตยี่ห้อนี้ๆ ออกมา รถทางยุโรปผลิตออกมา เอเชียจะขอเกือบ 2 ปี จะรอ ผมก็ต้องตัดสินใจ ผมบอกผมไม่รอ ผมบอกคุณเอารถเข้ามาเลย เอารถเข้ามาเลย ผมให้เวลา 1 ปีครึ่ง แปลว่ารถ Import สั่งเข้ามา ภาษีแพงหน่อยแต่เราลดภาษีให้เยอะ เพื่อจะดึงดูดความสนใจ ให้เอาเข้ามาปีครึ่ง เสร็จแล้วคุณต้องตั้งโรงประกอบ ที่ผมต้องไปกับเขานี้ต้องไปตั้งโรงประกอบ ตั้งโรงประกอบทำไมครับ เขามาทำรถ เขามาตั้งโรงประกอบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ดีเซลทำในประเทศไทย ก็ต้องสนับสนุนส่งเสริม

ปัญหาระบบน้ำชลประทานในพื้นที่การเกษตร จ.อุทัยธานี
จ.อุทัยธานี มีพื้นที่กว่า 44 ล้านตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 ซีก ซีกหนึ่งอยู่ข้างแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเพาะปลูกเลยครับ อีกข้างหนึ่งเป็นป่า คือป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งนเรศวรนี่ละครับ ห้วยขาแข้งอยู่ตรงกลาง เป็น Valley ไปตรงกลาง แล้วจากตรงนี้แล้วน้ำแม่วงก์ แม่เปิน เข้าทางด้านหนึ่ง น้ำมาก็ท่วมทางด้านป่า แม่น้ำเจ้าพระยาก็ท่วมทางด้านเกษตร ฟังทีแรกท่านรองฯ ท่านบอก จังหวัดนี้ละครับเป็นจังหวัดที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องเลือกจังหวัดนี้เป็นตัวอย่างต้นแบบเลย เขาอยู่กันอย่างพอเพียง อาชญากรรมน้อย อาชญากรรมต่ำ ทุกอย่างดีหมด ที่อื่นมีเฉลี่ย 13 วัด แต่ว่าที่นี่มี 85 วัด แล้วอะไรต่ออะไร อาชญากรรมต่ำกว่าเขาหมด แต่อีกซีกหนึ่งบอก โปรดรับความเห็นใจ ผมเห็นใจ บอกว่าพื้นที่เกษตรทั่วประเทศเข้าสู่ระบบชลประทาน มีร้อยละ 27 จังหวัดอื่นได้เฉลี่ยร้อยละ 27 จ.อุทัยธานีได้ 10 เกษตรนี่นะครับ เกษตรชลประทานที่อื่นเขาได้เฉลี่ย 27 จาก 100 ทางนี้ได้ 10 เห็นไหมครับ ระบบน้ำท่วม น้ำท่วมเกษตร น้ำท่วมป่า แต่ว่าจะสร้างเขื่อนแม่วงก์ แม่เปิน เพื่อจะต้องเอาเก็บน้ำ ไม่ได้ครับ เอ็นจีโอไม่ให้สร้าง ต่อต้านอีกแล้ว
จ.อุทัยธานี เขามีความภาคภูมิใจ เขานี่ละครับจะเป็นตัวแทนของความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง พอมีพออยู่ ผมบอกท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บอกนี่ จ.อุทัยธานี เขาบอกใครมาอุทัยฯ ต้องไม่อุทธรณ์ ต้องนอนอุทัยฯ พอไปถึงนั่นแล้วกลับไม่ได้ แยกจากคลองก็เป็นแม่น้ำสะแกกรัง แล้วย้อนกลับมาหาแม่น้ำเจ้าพระยา ของเขาน่าอยู่ครับ การพัฒนาต่างๆ ถนนหนทางเรียบร้อยดี นอกจากทางที่จะออกมาบ้านไร่ที่ผมไปเลือกเดินทาง ก็เล่าให้ฟังไว้ครับ
ความจริงวันนี้ไม่หยาบคาย
ผมเป็นนายกรัฐมนตรี มีโทรทัศน์ที่เรียกได้ว่าโทรทัศน์รัฐบาลอยู่ช่องนี้ ใช้อย่างกระเหม็ดกระแหม่ อาทิตย์หนึ่งผมขอใช้วันอาทิตย์คุยของผม แล้วเขาก็มีภาคเอกชนมาช่วยจัดการ รายการชื่อ “ความจริงวันนี้” ใครฟัง 4 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม ตอนนี้เลื่อนไปหน่อยเพราะโอลิมปิกมาแทน เขาพูดจาดีไหมครับ เขาพูดดีมีเหตุผล เรียบร้อย ไม่ดูถูกดูหมิ่นใคร แล้วเขาก็กล้าเชิญให้มาชี้แจง ไม่มาชี้แจง แต่มีประชาชนคนหนึ่งไปร้องทุกข์ เรื่องไหนล่ะครับ ก็เรื่องของ ป.ป.ช. นี่ละครับ ที่ล่อกันมาไม่รู้จักจบ มีเหตุผลไหมครับ เขามีเหตุผล แต่เอาเถอะ ป.ป.ช. จะอ้างอย่างนี้ก็เอา ป.ป.ช. จะเอา แต่ทำเพราะว่าอายที่เป็นเรื่องของตัวเอง จะต้องถูกมาแฉเรื่องอะไรต่างๆ แล้วเวลาที่พวกท่านแสดงอาการละเมิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ เอาเถอะเขาแฉกันอย่างนั้นผมไม่เอามาร่วม ไม่เป็นไร แต่ผมจะถามสิครับว่า รายการ “ความจริงวันนี้” ออกอากาศคืนละ 45 นาที อาทิตย์ละ 6 คืน กับรายการโทรทัศน์อย่าง ASTV ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เหมือน Reality show ด่าทอหยาบคาย ว่ากล่าวต่างๆ ไม่มีใครเขียนจดหมายไปถึง ป.ป.ช. ไม่มีใครเขียนอะไรอย่างไรเลย นี่เขาส่งมาให้ผม ที่บ้านมีอีกปึ๊งหนึ่ง สูงเป็นคืบครับ
ผมจะอ่านหน้าซองให้ฟังครับ คือพวกที่บรรเลงกันทั้งหลายที่อยู่สะพานมัฆวานฯ นี่ สนธิลิ้ม “รัฐบาลสัตว์นรกนี้อยู่ต่อไปอีกแม้วันเดียวก็ฉิบหายแล้ว” นี่เทปนี้ เนื้อหาเขาโค้ดออกมาให้เลย นี่อย่างนี้เห็นไหมครับ ดูนะครับ สนธิ พิภพ สมศักดิ์ สมเกียรติ “รัฐบาลสัตว์นรก” นี่ม้วนนี้ สนธิ “ลูกจีนรักชาติ ลูกพระยาขายชาติ นายกฯ ชาติชั่ว” นี่อย่างนี้ครับ สุริยะใส นี่ตอนนี้ ตอนตีสอง จำลอง สนธิ สมศักดิ์ เวลาเท่าไร ตอน 14 ค่ำเดือน 8 ตีห้า สิบเอ็ด นี่อย่างนี้ Track 3 วัชระ เพชรทอง ด่านายกรัฐมนตรีหยาบคายมาก เห็นไหมอย่างนี้ครับ ดูนี่ๆ แหมสุดแต่จะพูด ผมจะบอกให้ท่านที่ส่งนี่มาให้ ผมได้รับ...นะครับ แต่บังเอิญผมได้ฟัง เมื่อคืนผมก็ได้ฟัง เมื่อคืนตื่นมาตี 3 มีอาการทำไมซี่โครงเดาะ นั่งรถไกลหรืออย่างไร ซี่โครงเดาะ นอนไม่ค่อยนั่นซี่โครงยอก ออกมาเปิดวิทยุฟัง ตี 3 เขาบอกว่ากำลังมีจันทรคราส จันทรคราส ใครเป็นคนบรรยาย พวกสะพานมัฆวานฯ จันทรคราสบอกเลย อย่างนี้นี่ดับแล้ว บ้านจันทร์ส่องหล้าดับแล้ว ยกมือไชโย
แล้วอย่างนี้ ป.ป.ช. ไม่คิดหรือครับว่าคนอย่างนายกรัฐมนตรีมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์เหมือนกัน เวลาจะไปจัดการเข้าเขาก็ไปร้องศาล แล้วศาลท่านก็บอกว่า ศาลคุ้มครอง แล้วศาลก็ตัดสินบอกให้เขาทำได้ ต้องไปร้องขึ้นศาลข้างบนอีก ศาลสูงสุดก็ยังคุ้มครองกันอยู่ ยังคุ้มครองให้ด่าคนอื่น อย่างชนิดต้องฟ้องกันไม่มีวันจบ
ผมคิดว่าอย่างรายการ “ความจริงวันนี้” เป็นรายการที่ทำดีนะครับ รายการอย่างนี้เรียกว่า ทำดีอัปรีย์กินหัวนะครับ เพราะว่าด้วย ป.ป.ช. ตั้งกรรมการเล่นงาน แต่การทำชั่วอย่างรายการ ASTV ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ด่าหยาบ ด่าคาย แม้กระทั่งคนที่ว่าตัวเป็นพระก็ด่าด้วย เมื่อเช้าพระก็ด่าครับ สมณะที่เขานั่นน่ะ ประกาศเลยครับ อธิบายความเลยว่า บ้านเมืองจะต้องจบ อย่างไรจะต้องอย่างไร เรียกร้องคนมาให้เป็นล้านอย่างไร ต้องเอาให้ได้ จะต้องอยู่ นับกันเลยให้กี่เดือนกี่อะไร ต้องล้มรัฐบาลนี้ให้ได้ เวลาใกล้เข้ามา พระนะครับ แต่งตัวอ้างว่าเป็นพระ สมณะนี่ละครับมีพรรคพวกอยู่เป็นแสนทั่วประเทศ ที่ปลุกระดมกันได้ ที่ผมบอกแล้วบอกอีกว่า วันหนึ่งจะยึดศาลากลาง แล้วก็จะเอาทหารออกมา ผมมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลบ้านเมืองนี้อยู่ ผมยืนยันเลยครับว่า อย่างรายการ “ความจริงวันนี้” เป็นการทำดีอัปรีย์กินหัว เพราะถูกตั้งกรรมการสอบแล้วครับ ระดับชาติ ป.ป.ช. สอบ แต่ทำชั่วแบบชนิดด่าตลอด 24 ชั่วโมงหยาบคายนั้น มีคนปกป้องให้ เพราะมีการคุ้มครอง แต่บ้านเมืองนี้เราต้องอยู่ครับ ต้องทนต่อไป แล้วผมก็ต้องอยู่
ผมไม่ถอยหรอกครับ จะไปบอกจะยุบสภาออก ผมไม่หรอกครับ ผมมีหน้าที่ทำของผม เรื่องที่เกิดในพรรคพลังประชาชนเป็นเรื่องที่ผมจะต้องดำเนินการกันเอง เป็นเรื่องที่ผมต้องจัดการแก้ไขของผมเอง แต่สำหรับบ้านเมืองนั้นพรรคพลังประชาชนเป็นคนดูแล ให้รัฐบาลนี้อยู่ร่วมกับอีก 5 พรรคเมือง ถูกต้องตามกฎหมาย มีพรรคฝ่ายค้านอยู่ การเมืองจะดำเนินการต่อไปครับ ถ้าดำเนินการต่อไปได้ครบขบวนการ ผมก็จะอยู่ครบทั้งขบวนการ จะมีเหตุเภทภัยที่จะทำให้ผมจะต้องหัวทิ่มล้มลุกลงไปก็สุดแท้แต่ ว่าจะต้องเป็นไปอย่างนั้น ก็ต้องอย่างนั้นครับ สั่งว่าอย่างนี้ผิดก็ต้องผิดครับ สั่งต้องออกผมก็ต้องออก ผมบอกแล้วว่าผมเป็นสายการบิน Low cost ต้นทุนต่ำ เวลาเลิกไม่เป็นไร การบินไทยเลิกไม่ได้ครับ เลิกก็เรื่องใหญ่เลย แต่นกแอร์เลิกไม่เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นก็ขอประทานโทษทั้ง 2 บริษัทนะครับ ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ นะครับ เวลาหมดครับ วันนี้คุยกันแค่นี้ วันอาทิตย์หน้าคุยกันใหม่ ผมมีเรื่องมาคุยทุกอาทิตย์ละครับ เพราะยังทำงานอยู่ แล้วทำงานด้วยความตั้งใจ ผมจะรักษาบ้านเมืองนี้ไว้ให้กลับสู่ความเป็นอย่างเดิมให้ได้ครับ สวัสดีนะครับ



ส.ส.พปช. เลิกกดดันนายกฯ แจงปล่อยตำรวจออกหมายจับ

พปช. แจงลูกพรรค เลิกกดดัน "สมัคร" เรื่องปล่อยให้ตำรวจร่อนหมายจับ"ทักษิณ"ไปทั่วประเทศ ชี้เป็นเรื่องภายใน เผยรวบรวมผลศึกษร่างแก้ไข รธน.ส่วนใหญ่ได้แล้ว ยันเดินหน้ายื่นสภาให้ทันกำหนดเดิม

(18ส.ค.)เวลา 12.30 น. นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้วิปรัฐบาลได้รวบรวมผลการศึกษาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขาดแต่เพียงบางส่วนที่ยังไม่ส่งผลศึกษา และไม่มีการประชุมหารือกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า ส่วนจะขยายเวลาให้คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวหรือไม่นั้นก็คงต้องหารือกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการยื่นผลสรุปการศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยจะพยายามยื่นต่อสภาให้ทันเวลาที่กำหนดไว้ เพราะถือว่าข้อมูลที่ได้ขณะนี้มีความสมบูรณ์เพียงพอมากที่สุดแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในที่ประชุมวิปรัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลเกี่ยวกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ กกต.จะลงมติเรื่องคดียุบพรรคพลังประชาชน รวมทั้งกรณีรัฐมนตรีหวยบนดินหรือไม่ นายไพจิต กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกันอยู่ ในส่วนของวิปรัฐบาลจะพยายามประคองสถานการณ์ในสภาให้ดำเนินต่อไป ทำงานที่ค้างไว้ให้สำเร็จลุล่วง ส่วนงานนอกสภาถือว่าเป็นเรื่องของพรรคที่จะต้องแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไป ส่วนกรณีการยุบสภายังไม่ได้หยิบขึ้นมาเป็นประเด็นการหารือ เพราะยังไม่ถึงเวลา

เมื่อถามว่าสมาชิกพรรคยังยืนยันที่จะรวมตัวกันอยู่ในพรรคเดียวกันหรือไม่ นายไพจิต กล่าวว่า เราจะอยู่ในพรรคที่มีทิศทางไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่นำเรื่องที่ชอบหรือไม่ชอบการทำงานของใครมากดดัน แต่จะมองภาพรวมในการบริหารงานของนายสมัคร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ว่ามีความสัมพันธ์กับลูกพรรค และคนรากหญ้าที่เลือกพวกเราเข้ามาทำงานหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชนออกมายอมรับว่ามีการเตรียมพรรคเพื่อไทยไว้รองรับ ส.ส.แล้ว นายไพจิต กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการยุบพรรคคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นหน้าที่ของ ส.ส.ต้องหาพรรคสังกัดภายใน 60 วัน ซึ่งการเตรียมพรรคเพื่อไทยไว้ ก็ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อม หากถูกกระทบถึงขั้นยุบพรรค และมองว่าพรรคดังกล่าวที่ตั้งขึ้นมาก็มีความเป็นกลาง ส่วน ส.ส.จะตัดสินใจอย่างไรก็ถือเป็นสิทธิ์ ซึ่งหากถูกยุบพรรคจริงและต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่ละคนก็คงจะพิจารณาว่าจะลงเรือการเมืองเดียวกันหรือไม่ และไม่สามารถประเมินแนวโน้มล่วงหน้าได้ว่าใครจะมาอยู่กับเรา หากความสัมพันธ์ยังแนบแน่นไม่เป็นศัตรูทางการเมืองก็คงไม่น่าจะมีปัญหาหากจะมาอยู่ด้วยกัน

เมื่อถามถึงกรณีที่สมาชิกพรรคพลังประชาชนลงชื่อเรียกร้องให้นายสมัครชีแจงกรณีที่ปล่อยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายไพจิต กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในพรรค ไม่ได้เป็นการกดดันนายสมัคร แต่เรื่องดังกล่าว ส.ส.ต้องการคำชี้แจง เพราะจากการลงพื้นที่ก็มีเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าเหตุใดต้องออกหมายจับไปทั่วประเทศ ในเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ดังนั้นในฐานะหัวหน้าพรรคก็ควรจะพูดคุยและชี้แจงอย่างจริงใจ เพื่อให้สมาชิกพรรคไม่เข้าใจผิด



“สมัคร” ลงมือทำข้าวหน้าไก่ เลี้ยงทหารไทยที่ปราสาทพระวิหาร

นายกฯ ลงมือปรุงข้าวหน้าไก่ เลี้ยงทหารไทย ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร พร้อมกำชับให้ใช้ความหนักแน่นและระลึกถึงความสัมพันธ์อันดี ระหว่างไทยและกัมพูชา ในการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำลังพบปะทักทายและให้โอวาทกับทหารไทยทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณรอบเขาพระวิหาร

โดย นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ทหารไทยทุกนาย ช่วยกันรักษาสัมพันธไมตรี ระหว่างไทยกับกัมพูชาเนื่องจากว่า ขณะนี้ ประเทศไทย นับว่าเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มอาเซียน หากใช้กำลังทหารบริเวณเขาพระวิหาร ก็สามารถที่จะทำได้แต่ว่าจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ระหว่างไทยกับกัมพูชา หากมีใครมายุยง เพื่อให้เกิดความแตกแยกก็ขอให้ทหารทุกนาย อย่าไปยึดถือ ขอให้ทหารทุกนายทำตามหน้าที่ของตนเองต่อไป ส่วนตนในฐานะ นายกรัฐมนตรี ก็จะทำหน้าที่ในฐานะผู้นำรัฐบาลไทยให้ดีที่สุด

ต่อจากนั้น นายกฯ ได้เดินไปที่บริเวณด้านหลังของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งมีการกางเต็นท์อยู่จำนวน 5 หลัง ติดกับหน้าผามออีแดง ท่ามกลางสายฝนที่ตกพรำ ๆ จากนั้น นายกฯ ได้ลงมือปรุงอาหาร เมนูข้าวหน้าไก่ เพื่อเลี้ยงทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเขาพระวิหาร

ปธ.วุฒิฯ ยันสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกายเหมาะสมที่สุด

“ประสพสุข บุญเดช” ออกโรงยืนยัน รัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกายเหมาะสมที่สุด แนะทางออกรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน ถือเสียงส่วนมากตามระบอบประชาธิปไตย

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงเสียงคัดค้านการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่เกียกกาย จ.นนทบุรี ว่า ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนวิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจเป็นเพียงการยืนยันที่จะให้สร้าง โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องไม่เดือดร้อน และก่อนการตัดสินใจ จะต้องมีการตรวจสอบ และทำตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าวเหมาะสมที่สุด ยืนยันตราบใดที่ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา จะไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ

ส่วนเหตุที่ยังไม่ทำประชามติ เนื่องจากขณะนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นที่ต้องทำรายงานผลกระทบต่างๆ จากนั้นจึงดำเนินการ สำหรับทางออกขณะนี้คือรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน โดยถือเสียงส่วนมากตามระบอบประชาธิปไตยและจบที่รัฐสภา



"สมชาย" พร้อมประสานรอยร้าวพรรคพลังประชาชน

"สมชาย" เป็นกาวใจประสานรอยร้าวพรรคพลังประชาชน ยันส.ส.ล่ารายชื่อจี้ นายกฯ เผยแพร่หมายจับอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่เหมาะสม ชี้แค่ความรู้สึก ไม่ได้เป็นการท้าทายหรือวัดกำลัง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ ส.ส.ในพรรคที่จะล่ารายชื่อสอบถาม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ถึงความเหมาะสมในการเผยแพร่หมายจับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเพียงความรู้สึกของ ส.ส.และสมาชิกพรรค ที่เห็นว่าเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษอย่างชัดเจน จึงไม่จำเป็นต้องเผยแพร่หมายจับในลักษณะเชิงประจาน

นายสมชาย ยังยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวของ ส.ส. ไม่ได้กดดันหรือท้าทายการทำงานของนายกรัฐมนตรี เพราะทุกคนยังมั่นใจและเชื่อมั่นที่จะมอบหมายให้นายสมัครเป็นผู้นำรัฐบาลและเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป อย่างไรก็ตาม หมายจับที่ออกมาถือว่าเป็นการทำตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้อง ในการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉยต่อกรณีที่ศาลให้ออกหมายจับ

“ไม่ได้เป็นท้าทาย ทุกคนยังคงเชื่อมั่นมอบหมายให้เป็นผู้นำรัฐบาล เป็นผู้นำพรรค เรื่องประลองกำลังไม่มี แต่เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น เป็นเรื่องของความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม แต่ละแก๊ง ซึ่งไม่เกี่ยวกัน หากจะไปโยงไปถึงเรื่องการท้าทายนายกรัฐมนตรี” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ไม่สอบถามไปยังตำรวจ เพราะกลัวจะถูกมองว่า ฝ่ายการเมืองเข้าไปก้าวก่าย จึงต้องสอบถามไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลงานของตำรวจแทน

“บุญสร้าง” เผยว่าที่ 2 ตัวเต็ง ผบ.สส.คนใหม่ เชื่อการเมืองไม่ล้วงลูก

ผบ.สส.นัดส่งบัญชีโผโยกย้ายนายทหารให้สำนักงานปลัดกลาโหมพรุ่งนี้ เผยว่าที่ ผบ.สส.คนใหม่มีตัวเต็งแค่ 2 ชื่อ เชื่อฝ่ายการเมืองจะไม่เข้ามาล้วงลูก ด้านโผกองทัพบกลงตัวแล้ว
วันนี้ (18 ส.ค.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงการปรับย้ายนายทหารประจำเดือนตุลาคมนี้ว่า สามารถส่งตัวร่างให้สำนักงานปลัดกระทรงกลาโหมได้ทันวันพรุ่งนี้ หลังเลื่อนจากวันที่ 13 ที่ผ่านมามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาในบางตำแหน่งที่ยังไม่ลงตัว แต่ไม่ใช่ตำแหน่งหลักสำคัญ และทุกอย่างจะเรียบร้อยก่อนการประชุมร่วมคณะกรรมการที่มีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในสัปดาห์หน้า
พล.อ.บุญสร้าง กล่าวยืนยันว่าไม่ลำบากใจกับการพิจารณา โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ ที่มีตัวเต็งสำคัญ 2 คน คือ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิการทหาร ทั้งเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะไม่เข้ามาแทรกแซงหรือล้วงลูก แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนบ้างเล็กน้อยในบางตำแหน่ง
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการพิจารณาปรับย้ายนายทหารปลายปี ประจำเดือนตุลาคมนี้ว่า ได้ส่งบัญชีรายชื่อให้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้ว
เมื่อถามว่า ทุกฝ่ายคงเข้าใจการปรับย้ายครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ตอบย้ำว่า ทุกอย่างเรียบร้อย มีเหตุมีผล มีการประชุมร่วมกันแล้วคงไม่มีปัญหา เหลือเพียงการประชุมร่วมคณะกรรมการที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานอีกเพียงครั้งเดียว
เมื่อถามย้ำว่า มีความแตกต่างจากที่สื่อมวลชนเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพบก ไม่ค่อยใกล้เคียง และเมื่อถามย้ำว่า ไม่มีรุ่นใดปรับย้ายโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นใช่หรือไม่ ผู้บัญชาการทหารบกถอนหายใจก่อนตอบว่า เฉลี่ยกันไป


ถก"ไทย-กัมพูชา"รอบ2- “สมัคร”เยี่ยมทหารเขาพระวิหาร

ถกแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา รอง 2 วันนี้ที่หัวหิน คาดบรรลุข้อตกลงลดทหารทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดการประจัญหน้า กองกำลังสุรนารีเชื่อหลังการเจรจาทุกอย่างจะดีขึ้น ขณะที่นายกฯ ควง ผบ.ทบ. บุกให้กำลังใจทหาร

พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผบ.กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า การปรับกำลังทหารไทยที่บริเวณเขาพระวิหารนั้น ต้องรอคำสั่งจากหน่วยเหนือว่าจะให้มีการปรับกำลังทหารเมื่อไรและเท่าใด ซึ่งคาดว่าจะต้องรอให้มีการเจรจากันรอบ 2 ระหว่าง นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศของไทยและ นายฮอ นัม ฮง รมว.ต่างประเทศของกัมพูชาที่ อ.ชะอำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 18 ส.ค. เสร็จสิ้นเสียก่อน

ส่วนขณะนี้ทหารไทยก็มีการสับเปลี่ยนกำลังทหารเพื่อให้ทหารส่วนหนึ่งลงมาพักผ่อนและให้ทหารชุดใหม่ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่แทนหมุนเวียนกันไป ส่วนที่บริเวณวัดกัมพูชาก็จะมีทหารไทยและทหารกัมพูชาลดลงเหลือเพียงฝ่ายละ 10 นาย เพื่อประสานงานกันเท่านั้น ไม่ให้ทหารทั้ง 2 ฝ่ายต้องเผชิญหน้ากันมากเกินไป

ขณะเดียวกันในวันนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้ไปตรวจเยี่ยมทหารไทยที่บริเวณเขาพระวิหารโดยกองทัพได้สั่งโต๊ะจีน 18 โต๊ะขึ้นไปที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเพื่อเตรียมต้อนรับนายกฯ ด้วย

นอกจากนี้ทางด้านโรงแรมดุสิตรีสอร์ตหัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก็มีการจัดการประชุมร่วมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย-กัมพูชา เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน ระหว่างวันที่ 18-19 ส.ค.นี้ โดยมีการวางกำลังตำรวจกว่า 200 นายไว้รอบบริเวณสถานที่จัดการประชุม



‘สมศักดิ์’เชื่อชาติไทยไม่โดนยุบ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า การยุบสภา หรือยุบพรรคการเมืองไม่ได้มีความสัมพันธ์กันไม่ได้หมายความว่า ยุบสภาแล้วจะหนีการยุบพรรคไปได้ เพราะการยุบพรรคในเมื่อถูกฟ้องไปสู่กระบวนการ จะต้องดำเนินไปตามกระบวนการ จะมีสภาหรือไม่มีสภาก็ต้องดำเนินการไป ตอนยุบพรรคไทยรักไทยก็ไม่มีสภา เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้สัมพันธ์กัน อย่าไปตื่นตระหนก ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ย้ำเสมอว่า วันนี้สภาไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่ได้เกิดความขัดแย้งกันเลยระหว่างสภากับรัฐบาล จึงไม่มีเหตุผลที่จะยุบสภา และไม่มีสัญญาณในการยุบสภา มีแต่คนอกหักเท่านั้นที่คิดอยากจะให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ จะได้มีหวังเพราะหากไม่ยุบสภาตัวเองก็เป็น ส.ส.สอบตก
ส่วนสมาชิกพรรคพลังประชาชนที่มองว่าพรรคจะถูกยุบ จึงเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งสำรองไว้บ้างแล้ว เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนที่คิดคาดการณ์ว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตนคงไม่กล้าวิเคราะห์ หรือฟันธงว่ายุบหรือไม่ยุบ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจ เป็นเรื่องของศาล ศาลก็ต้องมีเหตุมีผล มีข้อกฎหมาย มีข้อเท็จจริงไม่เหมือนกับ กกต. ที่ไม่ต้องมีเหตุผล ข้อกฎหมายอะไร เพียงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า แค่นั้นเขาก็ตัดสินแล้ว แต่กระบวนการยุติธรรมไม่ใช่มันต้องมีพยาน หลักฐานข้อเท็จจริงให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหา

ถกไทย-เขมรวันนี้ลดกำลังชายแดน‘สมัคร’เยี่ยมทหาร

นายกฯ ควง ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมทหารบนเขาพระวิหารวันนี้ ขณะที่กำลังตำรวจคุมเข้ม โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน สถานที่ประชุมร่วมไทย-กัมพูชา เป็นนัดที่สอง คาด รมว.ต่างประเทศของไทยและกัมพูชา ร่วมถกลดกำลังทหารคลายความตึงเครียด
การประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกัมพูชา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 18-19 กันยายนนี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี จ.เพชรบุรี มีการวางมาตรการคุมเข้มเรื่อง การรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ ตำรวจกว่า 200 นาย วางกำลังรอบบริเวณสถานที่ประชุม รถทุกคันที่ผ่านเข้า-ออก รวมทั้งกระเป๋าทุกใบจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเตรียมความพร้อมกำหนดการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกัมพูชา ครั้งที่ 2 ได้มีการจัดสถานที่ประชุม และที่พัก สำหรับรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ผู้ติดตาม และสื่อมวลชน ซึ่งทางโรงแรมยืนยันเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว คาดว่าประเด็นสำคัญของการหารือคือการปรับลดกำลังทหารบริเวณเขาพระวิหาร เพื่อลดความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ
ด้าน เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะไปตรวจเยี่ยมทหารบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ในวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งรายงานระบุด้วยว่า นายกรัฐมนตรีมีแผนตรวจเยี่ยมทหารบนเขาพระวิหารด้วย ซึ่งทหารส่วนหนึ่งก็ได้ตั้งค่ายพัก และปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณนี้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก มีกำหนดการตรวจเยี่ยมชายแดนไทย - กัมพูชา เช้าวันที่ 18 สิงหาคม เช่นเดียวกัน และคาดว่าจะขึ้นไปดูการปฏิบัติหน้าที่ของทหารบนเขาพระวิหารด้วย ซึ่งทางกองกำลังสุรนารีก็ได้เตรียมความพร้อมในพื้นที่เพื่อรับการตรวจเยี่ยมของผู้บัญชาการทหารบก และนายกรัฐมนตรีแล้วด้วย
ขณะที่ นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งกำหนดการประชุมระหว่างนายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ กับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่า ในวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายเตชนำ นายฮอร์ นัมฮง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ วังไกลกังวล
ด้าน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. กล่าวถึงการปรับลดกำลังในพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งต้องรอให้ประชุมกับทางกัมพูชาให้เสร็จ จากนั้นจะเป็นผู้แถลงเอง ซึ่งรายละเอียดการปรับลดกำลังทหารเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศที่จะมีการหารือในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ ซึ่งตนไม่มีหน้าที่แถลงเรื่องนี้ พูดไปจะสับสน ซึ่งตามหลักการยังยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายต้องปรับลดกำลังพลในพื้นที่อย่างเท่าเทียมกันหากพูดคุยกันได้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่อง
"ถ้าทุกคนอยากให้ดี ควรให้เวลาพูดคุยกันน่าจะดีขึ้น ส่วนจะมีการคุยปัญหาเรื่องอื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศในส่วนของทหารได้ส่งเจ้ากรมกิจการชายแดนทหารไปร่วมประชุมด้วย ซึ่งหากกระทรวงการต่างประเทศจะให้เราไปดูแลตรงไหนเราก็จะไปดูแล เรื่องการทหารเป็นเรื่องของเทคนิค ส่วนเรื่องการปฏิบัติเราจะทำตามที่เขาบอกให้ทำ ทั้งนี้อย่าเพิ่งไปคิดล่วงหน้าว่าจะตกลงกันไม่ได้ ต้องรอไปคุยกันก่อน ถ้าตกลงไม่ได้ก็ค่อยห่วงค่อยคิด แต่คิดว่าคงจะคุยกันได้" พล.อ.บุญสร้าง กล่าว
ขณะที่ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี) กล่าวว่า การปรับกำลังทหารไทยที่บริเวณเขาพระวิหารนั้นต้องรอคำสั่งจากหน่วยเหนือว่าจะให้มีการปรับกำลังทหารเมื่อไรและเท่าใด ซึ่งคาดว่าคงรอการเจรจาครั้งที่ 2 ระหว่าง นายเตซ บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กับ นายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ที่ อ.ชะอำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสร็จสิ้นเสียก่อนจึงจะทราบผลว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
ส่วนที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมทหารไทยที่บริเวณเขาพระวิหารนั้น ตนและคณะนายทหารทุกนายได้เตรียมการต้อนรับไว้พร้อมแล้ว