WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, August 22, 2008

นครบาล 1 กระจายกำลัง หลังพันธมิตรฯ ป่วน “บัวแก้ว”

บรรยากาศที่กระทรวงการต่างประเทศในเช้าวันนี้ (21 ส.ค.) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จำนวน 1 กองร้อย กระจายกำลังอยู่บริเวณหน้ากระทรวงการต่างประเทศเพื่อดูแลความปลอดภัยรวมถึงป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรฯ มีประชาชนที่สัญจรไปมาด่าทอด้วยคำหยาบคาย เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ไม่รู้เรื่องสัญจรผ่านไปมาทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ขณะที่กองทัพธรรมมูลนิธิ เตรียมการนำรถบรรทุก จำนวน 4 คัน จอดรอไว้ภายในสถานที่ชุมนุม เพื่อรับกลุ่มผู้ชุมนุม เดินทางไปที่กระทรวงการต่างประเทศ ในเวลาประมาณ 09.00 น. วันนี้ เพื่อเรียกร้องให้ กระทรวงการต่างประเทศ เร่งขบวนการถอดถอนหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ตทุกประเภท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และต้องการเร่งชี้แจงสร้างความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือ ให้แก่กระบวนการยุติธรรมของไทย รวมถึงอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร มิได้ลี้ภัยทางการเมือง แต่เป็นการหนีคดีความในประเทศ



Tuesday, August 19, 2008

ยิ่งกว่า 2 มาตรฐาน

ย้อนกลับไปไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฝ่ายค้านได้ยื่นซักฟอก สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะ รมว.ยุติธรรม ที่สรรหากรรมการ ปปท. ล่าช้ากว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 5 วันมี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แห่งพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนลงมืออภิปราย
ด้วยข้อหาว่า นายสมพงษ์บกพร่องต่อหน้าที่ และทำท่าว่าจะเอากันให้ถึงขั้นถอดถอนพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีกันเลยทีเดียวซึ่งการกระทำของฝ่ายค้านดังที่ว่า ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดแปลกอะไร และอย่างไรเสียก็ต้องนับว่าเป็นบทบาทที่น่าชื่นชม เพราะเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภา
เป็นการแสดงบทบาทตามครรลองของรัฐธรรมนูญ ที่สง่างามกว่าการออกไปแสดงความคิดความเห็นข้างถนน โดยเฉพาะบนเวทีที่อาจล่อแหลมว่ามีการปฏิบัติส่อไปในทางที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การพกพาอาวุธ การซ่องสุมผู้คน ตลอดจนการก้าวล่วงเบื้องสูง หมิ่นประมาทผู้คนไปทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งยังไม่นับถึงกิริยาเถื่อนถ่อยอื่นๆ
และบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ดังว่านั้น จะไม่หยิบยกมากล่าวถึงในเชิงตำหนิเลย หากพฤติกรรมในเรื่องอื่นๆ จะช่วยให้เชื่อได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่า พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการไปด้วยใจบริสุทธิ์เพราะในกรณีของ สตง. ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 301 ระบุไว้ว่า จะต้องมีการสรรหาผู้ว่าการ สตง. คนใหม่ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้าน ภายหลังการเลือกตั้งครั้งแรกตาม รธน.50 เพื่อให้ทั้ง 2 คนมาร่วมเป็น 2 ใน 7 คณะกรรมการสรรหา
แต่จนถึงขณะนี้ เลยเวลาดังว่ามาแล้วนับร้อยวัน บอกเล่าความละเลยชัดเจนยิ่งกว่ากรณีของนายสมพงษ์ แต่กลับไม่มีสัญญาณใดๆ ออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์
แม้กระทั่งมีผู้สื่อข่าวไปทวงถามถึงเรื่องดังกล่าว ผู้คนของ ปชป. ก็ยังเรียงหน้าปฏิเสธกันได้หน้าตาเฉย ด้วยข้ออ้างง่ายๆ ไม่ขอพูดบ้าง หรือไม่มีข้อมูลบ้าง
ไม่ว่าจะเป็น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่เคยอภิปรายนายสมพงษ์มาแล้ว แต่งานนี้กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเดียวกันอย่างกับแกะ จะต่างกันก็แค่คนที่ตกเป็นจำเลย เป็นใคร อยู่ซีกข้างไหน เท่านั้นเช่นเดียวกับ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบมากมายหลายเรื่อง ก็ไม่พูดจาอะไร
จนมาถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ที่โบ้ยให้ไปถาม อลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค ก็คงพอทำให้อนุมานได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจตนาที่จะแตะต้องเรื่องนี้จริงๆ
และยิ่งเมื่อไปสอบถาม อลงกรณ์ พลบุตร จอมแฉของ ปชป. แล้วได้รับคำปฏิเสธอีกคน ยิ่งดูเหมือนว่าอภิสิทธิ์แค่พยายามผลักเรื่องให้พ้นตัว
จนมาถึงสุดท้าย เทพไท เสนพงศ์ ที่รู้ไปทุกเรื่อง ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไร นายกรัฐมนตรีจะทำอะไร ถึงขนาดยึดพื้นที่สื่อทุกบ่ายวันอาทิตย์ คอยปล่อยคำพูดเด็ดๆ โต้แย้งรายการ “สนทนาประสาสมัคร” เพื่อขอเกาะกระแสดังด้วยคน ก็ยังอ้างไม่รู้ข้อมูล
ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วบอกตรงๆ ว่า พรรคประชาธิปัตย์สุ่มเสี่ยงมากที่จะถูกประชาชนมองว่า 2 มาตรฐาน หรือมองว่าจะเลือกค้านเฉพาะประเด็นที่ตัวเองและพวกพ้องได้ประโยชน์เท่านั้น
ซึ่งหากประชาชนเกิดความเชื่อเช่นนั้นขึ้นมาวันใด ก็สุ่มเสี่ยงต่อการที่จะถูกมองต่อไปอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่จริงใจต่อประเทศชาติและประชาชน เป็นพรรคการเมืองที่แสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว
เมื่อถึงวันที่มีการเลือกตั้ง ก็อาจจะกลายเป็นประเด็นที่คู่แข่งทางการเมืองนำไปบอกชาวบ้านว่า พรรคการเมืองที่ดีแต่ภาพภายนอกเช่นนี้ ไม่ควรเลือกเข้ามาทำงานบริหารบ้านเมือง ซึ่งก็อาจจะเป็นผลร้ายกับพรรคประชาธิปัตย์เอง
และเมื่อพูดถึงเรื่องที่ทำท่าว่าจะมี 2 มาตรฐาน ก็ยังมีกรณีของ ชวน หลีกภัย ที่เมื่อไม่กี่วันออกมาเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทยมาสู้คดี และให้มีการนำตัวมาดำเนินคดี จึงมีการตั้งคำถามว่า เมื่อคราวกรณีของ ระลึก หลีกภัย มีคดีในตำแหน่งผู้จัดการธนาคารใหญ่ และไปอยู่ในต่างประเทศ นายชวนได้เคยเรียกร้องแบบเดียวกันหรือไม่
ซึ่งแน่นอนว่า นายชวนอาจจะพร่ำบอกน้องชายทุกวี่ทุกวันก็เป็นได้ เพราะเป็นเรื่องในครอบครัว ที่คนภายนอกไม่อาจล่วงรู้ เพียงแต่มีความจริงในเรื่องนี้อีกอย่างน้อย 2 ประการก็คือ ในระหว่างนั้น นายชวนเป็นนายกรัฐมนตรี และนายระลึกอยู่ในต่างประเทศจนหมดอายุคดีความ ไม่มีการตัดสินหรือลงโทษตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน เมื่อกลับไปมองกรณีของการสรรหาผู้ว่าการ สตง. ก็ปรากฏการปฏิบัติที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญชัดเจน ปรากฏตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ ประธานวุฒิสภา นายประสพสุข บุญเดช ส.ว. จากการสรรหา ที่เคยมีเสียงครหาว่าอาจจะเป็นคนที่มีความคิดอ่านทางการเมือง แบบเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ และองค์กรอิสระบางแห่ง หรืออาจรวมถึงคนบางกลุ่ม
ในกรณีของ สตง. อาจพอทำใจให้เชื่อได้ว่า คนของประชาธิปัตย์พร้อมใจกันตกข่าว ตกประเด็นจริง แต่เมื่อมีข่าวออกมาชัดเจนเช่นนี้ ปชป. คิดจะทำอย่างไรต่อไป คงต้องรอดูกัน ผมฝากทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยวิธีคิดแบบกลางๆ ว่า คนเราจะรักพวกรักพ้องไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ความซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากยิ่งกว่า
และเชื่อแน่ว่า ประชาชนไม่อยากได้คนแบบนี้เข้ามาบริหารบ้านเมือง...!!

รัฐบาลสมัคร 4 ประชุม ครม.นัดแรก

ทำเนียบฯ 19 ส.ค. - วันนี้ มีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติซึ่งถือเป็นการประชุมนัดแรกของรัฐบาลสมัคร 4 ขณะที่ สมศักดิ์ เชื่อ พปช. จะหาข้อยุติเรื่องการล่ารายชื่อ ส.ส.พรรค เพื่อให้นายกฯ ชี้แจงกรณี สตช.ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เพราะไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

เช้าวันนี้ ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ ที่มีทุกวันอังคาร โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดย นายสมัคร เดินทางมาร่วมประชุมล่าช้าเพียงเล็กน้อย เพราะเพิ่งกลับจากภารกิจตรวจเยี่ยมทหารตามแนวชายแดนพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ และมีท่าทางอารมณ์ดี

ทางด้าน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ ส.ส.พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงข่าวการล่ารายชื่อ ส.ส.พปช. เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของการกดดันนายกฯ เชื่อว่าพรรคจะหาข้อยุติในเรื่องนี้ได้เพราะไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ตัวเองไม่ได้ร่วมลงนามในคำร้องดังกล่าวเพราะถือว่าเป็นเอกสิทธิของ ส.ส.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-19 11:59:25





ตลกร้ายการเมืองไทย

ถ้ามองในแง่ดี ตอนนี้บ้านเมืองมีแต่เรื่องตลก…
เพราะพื้นฐานของเรื่องตลก คือเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็กลับเป็นได้ เรื่องที่ปกติแล้วสังคมมนุษย์ธรรมดาไม่มีทางปล่อยให้เป็นไป แต่ก็ดันปล่อยให้เกิดขึ้น
เรื่องที่ “ฮา” ที่สุดสำหรับวันนี้คือ เรื่องของการกระทำที่เคยมี “โทษสูงสุด” ในรัฐธรรมนูญ กลับกลายมาเป็นสิ่งที่มี “อำนาจเด็ดขาดที่สุด” เหนือรัฐธรรมนูญ
กำลังหมายถึง การรัฐประหาร
ผู้ก่อการซึ่งทำลายระบอบประชาธิปไตย ฉีกรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายปกครองสูงสุดของประเทศ มีโทษสถานเดียวคือ ประหารชีวิต…
แต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นอกจากผู้ก่อการรัฐประหารจะไม่ได้รับโทษผิด ยังกลายมาเป็นองค์อำนาจชอบธรรมสูงสุดที่เรียกกันว่า “องค์รัฐาธิปัตย์” ซึ่งนึกจะแต่งตั้งใครมาทำงานตอบสนองเป้าหมายตัวเองอย่างไรก็ได้ และไข่ที่ฟักออกมาจากรังโจรนั้น ก็ได้รับการรับรองความชอบธรรมเสียด้วย
นอกจากจะไม่มีการพูดถึงความผิดของคนทำรัฐประหาร ยังกลายเป็นว่า คนที่จ้องจับผิดกระบวนการหลังจากนั้น กลายเป็นคนจัญไรไปแทนเสียแล้ว…
กลับตาลปัตรกันไปหมดอย่างนี้ หลักนิติรัฐไม่ใช่สิ่งที่มีความหมายอีกต่อไป เพราะต่อนี้ไป ขอแค่ใครมีอาวุธในมือมากพอ ก็เขียนกฎหมายสถาปนาหลักนิติของรัฐตัวเองได้ทุกเมื่อ
เรื่องแบบนี้ หากไม่มองให้เป็นเรื่องตลก ก็คงได้แต่ขุ่นแค้นกระอักเลือดอยู่ในอกตัวเองไปเปล่าๆ
แค้นที่ว่าคนชักพาประเทศถอยหลัง เหตุใดยังนั่งเสวยสุข
แต่คนที่เข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ก้าวหน้า กลับต้องเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางไปทุกเมื่อ
ต่อไป ถ้ายังหาคนมีความสามารถมาทำงานรับใช้บ้านเมืองได้มากพอ ก็ถือว่าเป็นบุญ
เพราะขึ้นชื่อว่าประเทศไทย อาศัยเดินหน้าได้ด้วยบุญด้วยกรรม มากกว่าด้วยหลักเกณฑ์สากลอันใดอยู่แล้ว
จึงอย่าแปลกใจ หากวันใดเหลียวมองรอบข้างแล้วจะไม่พบประเทศใดเลยที่อยู่ระนาบเดียวกัน
เพราะเขาจะชิงก้าวแซงไปข้างหน้ากันหมดแล้ว…
เว้นเสียแต่ว่า ประเทศพม่าจะยังปกครองด้วยระบบการเมืองเช่นทุกวันนี้
เรื่องตลก (ขื่นๆ) อีกเรื่อง ที่ต้องนำมาเล่าสู่กันฟัง
เป็นข่าวโด่งดังเมื่อบ้านเปา บุ้น จิ้นหญิงคนหนึ่งถูกวางเพลิง
เจ๊แกอาจเรียกว่าบ้าน แต่คนทั่วไปเขาพร้อมใจเรียกว่า คฤหาสน์
ก็มีอย่างที่ไหน ขนาดแค่เสาปูนเปลือยกับโครงสร้างบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ ยังเห็นหน้าตาความใหญ่โตมโหระทึกกันได้ถึงเพียงนั้น
สมควรแล้วที่สื่อแทบทุกฉบับวิเคราะห์ตรงกันว่า เกมเผาบ้านครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งหวังข่มขู่เกี่ยวกับการทำงานใดๆ ตามที่เจ้าของบ้านพยายามสร้างราคา
แต่เป็นเกมลากจูงสื่อมวลชนให้มาเห็นกับตาว่า “บ้าน” หลังนี้ มันมีเค้าความโอ่อ่าขนาดไหน
ใหญ่…ขนาดที่ว่าจ่าย 50 ล้านก็ยังว่าคุ้ม
ดูท่าแล้วไม่น่าจะราคาถูกแค่ไม่กี่ล้านอย่างที่ป่าวประกาศ
ดูเถิด ขนาดหลักฐานทิ่มตา สื่อมวลชนก็ยังแทบไม่ให้น้ำหนักความสงสัย
เลยต้องให้มือมืดใจร้อน หาเรื่องเผาไฟประจานหลักฐานให้เห็นกันทั่ว
ถ้าจะดี น่าจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยการประเมินค่าความเสียหายจากเพลิงไหม้มาให้ดูด้วย
ว่าจะแค่ไม่กี่ล้านอย่างที่โฆษณาไว้หรือไม่
ถ้าถูกขนาดนั้นจริง จะรีบตั้งกองผ้าป่า รวบรวมเงินทองไปขอซื้อต่อมันซะเดี๋ยวนี้
อ้อนวอนว่าให้ขายต่อเสียเถอะ มีไว้ต่อไปก็ดูท่าจะไม่ดีกับตัว…
ไหนจะเรื่องสินบนนำจับที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญในทางเสียๆ หายๆ นั่นอีก
แม้สรุปอาจออกมาว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวน ไม่มีสิทธิ์ได้รับรางวี่รางวัล
แต่เชื่อเถอะว่า ความน่าเชื่อถือหรือความสง่างามนั้น มันไม่เหลืออยู่แล้ว

“ชูศักดิ์” ไม่วิตก กกต.ชี้ยุบพรรค เชื่อลูกพรรคไม่แตกแถว

รองเลขาธิการ พปช.ชี้ ลูกพรรคไม่หวั่น หาก กกต.ลงมติชี้ยุบพรรค มั่นใจไม่แตกแถวแต่จะรวมพลังสู้ต่อตามกระบวนการ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงข่าวการตั้งพรรคเพื่อไทย เพื่อรองรับหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชนว่าไม่เป็นความจริง เพราะพรรคเพื่อไทยจดทะเบียนไว้นานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งตั้งขึ้น และสมาชิกพรรคไม่ได้วิตกกับคำตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ส่วนที่มีรายงานข่าวจาก กกต.ระบุว่า กกต.มีความเห็นไม่ตรงกันในคดียุบพรรคพลังประชาชนนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบข่าวเรื่อง กกต.เสียงแตกในการวินิจฉัยคดีนี้ อย่างไรก็ตาม หากมีคำตัดสินให้ยุบพรรคจริง เชื่อว่าในพรรคจะไม่เกิดความระส่ำระสาย แต่จะทำให้ทุกคนมีความเป็นปึกแผ่นมากขึ้น และพรรคจะตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมชี้แจงข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อสู้ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ไม่มีการถอดใจตามที่เป็นข่าว

“รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ยุบพรรคง่าย สื่อก็คงเห็นเหมือนผม เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็อาจทำให้ ส.ส.คิดกันไปว่าคงโดนยุบแน่ แต่เรายังมั่นใจในคำชี้แจงต่างๆ แต่ที่สุดถ้าจะวินิจฉัยอย่างไรก็ยังมีขั้นตอนต้องส่งไปอัยการ ไปศาลรัฐธรรมนูญ ก็คงชี้แจงกันต่อไม่ถอดใจ ยังมีกำลังใจดี แต่ถ้า กกต.และศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินยุบทั้ง 3 พรรคก็ไม่ขัดข้อง แต่ก็ไม่รู้บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรกันต่อ” นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมีข้อบกพร่อง และทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องการยุบพรรคที่ทำได้ง่าย ทั้งที่สามารถดำเนินการอย่างอื่นได้ เช่น เพิ่มโทษเฉพาะบุคคลที่ทำความผิดในการทุจริตเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่ขัดข้องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 สภาผู้แทนราษฎร ได้ขอขยายเวลาศึกษาออกไปอีก 1 เดือน เพราะเห็นว่าเมื่อได้ศึกษาแล้วก็ควรทำให้เสร็จสิ้นกระบวนความ

“สดศรี” หวั่นสุญญากาศหากทุกพรรคโดนยุบ เหน็บพธม.ควรสู้ในสภา

“สดศรี” ตัดพ้อรธน.ฉบับทำพรรคการเมืองอ่อนแอ ยอมรับเป็นเสียงข้างน้อยตอนยกร่าง หวั่นเกิดสุญญากาศหากทุกพรรคโดนยุบหมด แขวะ “พรรคมัฆวานฯ” ควรโดดมาเล่นการเมืองในสภา
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” ถึงสำนวนยุบพรรคพลังประชาชน (พปช.) ว่า จะเข้าสู่การพิจารณาของกกต.ในวันนี้เป็นครั้งแรก เพราะเพิ่งได้คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีการฟันธงมาแล้ว ด้วยเสียงเอกฉันท์ แต่เป็นความลับ
เมื่อถามถึงข่าวเรื่องอนุกรรมการเสียงแตก นางสดศรี กล่าวว่า คงเป็นเรื่องอื่น เพราะเรื่องนี้เสียงเป็นเอกฉันท์ เรื่องนี้มีกรณีตัวอย่างอยู่แล้ว ก็ขึ้นกับนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ที่เป็นนายทะเบียนพรรคการเมมือง เพราะหากวันนี้จะพิจารณายุบพรรค ท่านก็ต้องเสนอเข้ามาก่อน เพราะหากเสนอไม่ควรยุบ ทุกอย่างก็จบ กกต.ท่านอื่นไม่มีสิทธิโต้แย้ง แต่หากบอกว่าให้ยุบ ถึงจะลงมติกัน
เมื่อถามว่า นายอภิชาตเคยบอกจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) และพรรคชาติไทย (ชท.) ก็ต้องยุบอยู่แล้ว นางสดศรี กล่าวว่า แต่คณะอนุกรรมการเป็นคนละชุดกัน
นางสดศรี กล่าวด้วยว่า สำนวนยุบ 2 พรรค (มฌ.-ชท.) ขณะนี้ไปอยู่ที่อัยการสูงสุด แต่ไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะฟ้องเมื่อใด จึงยังไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล จะปีนี้หรือปีหน้าก็ได้ เพราะไม่มีกฎหมายเขียนไว้ ทางสื่อก็ต้องไปถามอัยการสูงสุดเองว่า ดึงเวลาทำไม เพราะกกต.ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว หลายเรื่องที่เรายื่นให้อัยการ กรณีพรรคการเมืองบางพรรคไม่ได้แจ้งค่าใช้จ่าย เราก็ส่งให้ แต่หลายเรื่องท่านก็ไม่ได้ฟ้อง เรื่องพวกนี้ไม่มีอายุความ ก็ต้องตีความว่า เหมือนคดีทั่วไปหรือไม่ เพราะเรื่องยุบพรรคก็ไม่มีอายุความเช่นกัน ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) นั้น เราต้องยื่นฟ้องกับศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อยืนยันการให้ใบแดง ก่อนจะกลับมาที่กกต.อีกครั้งว่าจะยุบพรรคหรือไม่
เมื่อถามว่า โครงเรื่องเดียวกันระหว่างพรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นางสดศรี กล่าวว่า ก็คงใกล้เคียงกัน โดยสถานะของปชป. เคยมีการเสนอเข้ามาเดือนก.พ. ซึ่งกกต.ก็ให้ไปสอบเพิ่มเติม เพราะมีประเด็นเรื่องฝ่ายสืบสวนบางคน นามสกุลเดียวกับนักการเมืองของพรรคปชป. ระดับกรรมการบริหารพรรค คือนายสุทัศน์ เงินหมื่น เราก็ให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนคนนั้น ซึ่งมีนามสกุลเดียวกัน เพราะเป็นญาติกันกับนายสุทัศน์
เมื่อถามว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการฯ นางสดศรี กล่าวว่า ก็มีข่าวว่าเสียงแตกกัน ความจริงชุดที่เสียงแตกคือชุดนี้ ยังไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ เพราะฟังข่าวจากสื่อที่รู้เรื่องดีกว่ากกต.อีก ทั้งนี้คณะอนุกรรมการยุบพรรคปชป.ได้ขอขยายเวลา แต่เราจะไม่ให้เกิน 3 ครั้ง ก็เห็นว่าจะสรุปให้ได้ภายในเดือนนี้ โดยชั้นนี้เป็นเรื่องใบแดงของนายวิฑูรย์ นามบุตร และส.ส.เขตอีก 2 คน
เมื่อถามว่า เท่าที่ฟังก็คือยุบพปช.-มฌ.-ชท.-ปชป. แล้วจะเหลืออะไร นางสดศรี กล่าวว่า “ก็นั่นนะสิ ต้องถามคนยกร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉันอยู่ในเสียงข้างน้อย 35 คนของคนยกร่างฯ ก็เห็นว่าถ้าหมดทุกพรรค เชื่อว่าจะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทำให้ไม่มีพรรคไหนอยู่ยั่งยืน คิดว่าโอกาสที่จะมีสุญญากาศเป็นไปได้สูง ไปๆ มาๆ จะเหลือพรรคการเมืองในสภาฯหรือไม่ ก็ไม่รู้”
เมื่อถามว่า อาจเหลือพรรคมัฆวานฯเพียงพรรคเดียว นางสดศรี กล่าวตอบว่า “ก็ดีเหมือนกัน มาเล่นการเมืองในสภากัน เดี๋ยวก็โดนวิจารณ์อีก”

"บรรหาร" อ้อนศาลไม่ยุบพรรค ยืนยันยังสู้ได้อีก 20 ปี

“บรรหาร ศิลปอาชา” เปิดบ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ ให้ลูกพรรค-คนใกล้ชิดอวยพรวันเกิด ครบ 76 ปี ขอความปราณีศาลรธน.กรณียุบพรรค พร้อมประกาศขอสู้ถึงอายุ 96 ปี
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายบรรหาร ศิลปอาชา หน.พรรคชาติไทย เปิดบ้านให้นักการเมือง ประชาชนอวยพรวันเกิดครบ 76 ปี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจากจังหวัดต่าง ๆ นำกระเช้ามาแสดงความยินดีวันเกิดอย่างคับคั่ง
โดยสมาชิกจากพรรคชาติไทย นำโดยนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ได้นำกระเช้าดอกไม้มาอวยพรพร้อม ส.ส. ของพรรค และขอให้นายบรรหาร มีอายุยืนยาว อยู่คู่กับพรรคชาติไทยตลอดไป
ขณะที่ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ รองหัวหน้าพรรค นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะ รองหัวหน้าพรรค ก็เข้ามาร่วมอวยพรตั้งแต่เช้าตรู่เช่นกัน
นายบรรหาร กล่าวอีกว่าวันนี้ตนเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ด้วยความอดทนเพราะวันนี้เกิดปัญหาหลายเรื่องและพรรคชาติไทยจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่ก็ต้องดูกันต่อไป หวังว่าจะได้รับโอกาสและความปราณีจากศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการให้ใบแดงพรรคภายใน 7 วันก็ยังถือเป็นข้อค้างคาในหัวใจ แต่ตนก็พร้อมต่อสู้ วันนี้เกียรติยศเงินทองไม่สำคัญ แต่ต้องมีสุขภาพแข็งแรง และตนพร้อมจะอยู่จนอายุ 96 ปี

กมธ.ศึกษารธน.อืด!ขยายเวลาเพิ่ม30วัน

การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 ที่มี นายกระมล ทองธรรมชาติ เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงกรอบระยะเวลาที่ครบกำหนด 60 วันนี้ ตามที่ได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนฯ ให้ศึกษา ในวันที่ 18 กันยายนนี้ ซึ่งต้องรอผลการศึกษาของอนุกรรมาธิการทั้ง 5 คณะ ขณะนี้คณะอนุกรรมาธิการได้ส่งรายงานผลการศึกษามาแล้ว 4 ชุดที่ ส่วนชุดที่ 3 เรื่องอนุกรรมาธิการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันตาม รธน. ยังอยู่ระหว่างการศึกษา ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะคณะอนุ กมธ. ชุดที่ 3 เชื่อว่า การขยายเวลาออกไปอีก 30 วันจะสามารถส่งผลสรุปทัน ซึ่งหากผลการศึกษาแล้วเสร็จควรเปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นผ่านเวทีเสวนาผ่านการทำประชาพิจารณ์ด้วย


ลูกพรรคพปช.ยันเข้าเพื่อไทยหากถูกยุบ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะเป็นแกนนำจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมพร้อมพรรคเพื่อไทยคืบหน้ามาก หลังจดทะเบียนจัดตั้งพรรคมาประมาณ 1 ปีแล้ว และมีแนวโน้มสูงว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ส.ส. ของพรรคจะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย สำหรับนโยบายจะต่อยอดจากนโยบายเดิมของพรรคพลังประชาชน ซึ่งขณะนี้ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชาชน ที่สอบตกจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และอดีต ส.ส. บางส่วน เริ่มแสดงความจำนงในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว
ด้าน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ได้บอกประชาชนในพื้นที่ และ ส.ส. ในพรรคแล้วว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนถูกยุบจริง จะขอไปอยู่พรรคเพื่อไทยเป็นคนแรก อีกทั้งถ้านายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาก่อนยุบพรรค ก็ขอประกาศล่วงหน้าเลยว่าจะขอย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทยทันที
ขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานคณะกรรมการประสานงานภาคอีสาน แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ระบุว่า การตั้งพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคสำรองนั้นเป็นความคิดเห็นของ ส.ส. เพียงบางคนเท่านั้น ขอยืนยันว่า นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีแก๊งออฟโฟร์ด้วย ถ้าเป็นไปได้ ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามนายเนวินด้วยตัวเองว่า เหตุใดจึงมีชื่อปรากฏ
ขณะเดียวกันการประชุม กกต. เพื่อพิจารณาสำนวนยุบพรรคพลังประชาชน ที่ประธาน กกต. จะนำเข้าที่ประชุมในวันที่ 19 สิงหาคมนั้น มีสิทธิเลื่อนพิจารณาออกไปก่อน เพราะมี กกต. บางคน จะขอหารือในที่ประชุมเพื่อขอขยายเวลาพิจารณาสำนวนก่อนที่จะมีการลงมติออกไปก่อน เพราะเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล ส่วนจะส่งผลถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาให้รอบคอบ ซึ่งเชื่อว่าที่ประชุม กกต. น่าจะรับฟังและให้โอกาสขยายเวลาในการลงมติออกไปก่อน


ปชช.อยากเดินโพยแห่สมัครหวยคึกคัก

บรรยากาศรับสมัครคนเดินโพยสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยเครื่องจำหน่ายสลาก หรือหวยออนไลน์ เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ในวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีประชาชนรอเข้าคิวกันอย่างหนาแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยผู้ที่มาสมัครส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องของเอกสารไม่มีบาร์โค้ด ที่ทำให้ไม่สามารถสมัครได้ เพราะไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการกรอกแบบฟอร์มทางเว็บไซต์ รวมถึงกรณีที่ไม่มีเลขคิว หรือวัน-เวลาที่กำหนดไว้ให้มาสมัคร
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้สมัครที่เรียกเข้าไปตามคิว จะมีการแจกเอกสารเพื่อให้รับทราบเงื่อนไขหลักเกณฑ์ของคนเดินโพย รวมทั้งเอกสารวิธีการขั้นตอนในการซื้อขายจากตู้ออนไลน์
สำหรับรางวัลของหวยบนดินอยู่ในกรอบร้อยละ 60 ซึ่งประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการโกง เพราะมีการจ่ายเงินรางวัลอย่างแน่นอน และเงินที่ซื้อเข้ามาส่วนหนึ่งจะกลับเป็นรายได้คืนสู่แผ่นดิน อย่างไรก็ตามสำนักงานสลากกินแบ่งฯ กำหนดให้มีการจำหน่ายหวยออนไลน์ในวันที่ 17 กันยายนนี้ เพื่อให้ทันออกสลากงวดแรกวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ