WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 27, 2008

ด่วน ! แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

เรื่อง ขอประณามการเคลื่อนไหวที่นำสังคมไทยไปสู่หายนะ

แม้การเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองจะเป็นสิทธิพื้นฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในสังคมประชาธิปไตยซึ่งกลุ่มคนต่างๆ สามารถกระทำได้ แต่ก็ต้องเป็นการกระทำที่ดำเนินไปภายใต้หลักการพื้นฐานซึ่งต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่น ไม่ใช้ความรุนแรง รวมทั้งต้องไม่เป็นการเคลื่อนไหวที่นำไปสู่การทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยรวม

ณ บัดนี้ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ก้าวข้ามพ้นจากสิ่งที่เรียกว่า “อารยะขัดขืน” ไปสู่การกระทำที่เป็น “อนารยะขัดขืน” อย่างชัดเจน หรือเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายโดยปราศจากความชอบธรรมและไม่เคารพสิทธิของสังคมโดยรวม ด้วยการบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์อันเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารและทางเลือกการรับรู้ของสังคมไทยด้วยการใช้กำลังและความรุนแรง

รวมถึงการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นด้วยการใช้กำลังและจำนวนของมวลชน เช่น การบุกเข้ายึดสถานที่ราชการ การใช้กำลังคุกคามเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อปกป้องผู้กระทำความผิด ทั้งหมดเป็นการกระทำที่จะนำพาสังคมไทยไปสู่ความหายนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีความเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้
ข้อแรก ขอประณามการกระทำของพันธมิตรฯ ที่ใช้ความรุนแรงในการบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์อันเป็นการทำลายหลักการเสรีภาพในการสื่อสารมวลชน และทำลายสิทธิในการสื่อสารของฝ่ายต่างๆ ในสังคม

ข้อสอง ขอเรียกร้องกับสังคมไทยให้ไตร่ตรองและใช้สติกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นการกระทำที่มุ่งนำไปสู่การสร้างความรุนแรงและอาจนำพาสังคมไทยไปสู่ความหายนะมากขึ้น

ข้อสาม ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของประชาชน เพื่อมิให้บ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะไร้ขื่อแปและอาจนำไปสู่การจราจลในหมู่ประชาชน

ข้อสี่ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ไม่อาจแก้ได้ด้วยการใช้กำลัง การรัฐประหารหรือการใช้วิธีการอื่นใดที่ไม่ใช่วิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย ดังที่สังคมไทยได้เคยประสบมาจากเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 แล้ว

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
26 สิงหาคม 2551

ที่มา : ประชาไทย



นักรบกบฎบุกNBT เรียงหน้าเข้าคุก


เวลา 17.45 น.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ต.อธิคม อภิชยกูลกิจ พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร พร้อมกำลังควบคุมตัวผู้ต้องหา นำโดย นายธเนศ คำชุม อายุ 43 ปี กับพวกรวม 82 คน เป็นชาย 78 คน หญิง 4 คน กลุ่มนักรบศรีวิชัย ผู้ต้องหาในความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างอื่นอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นโดยมีอาวุธ กับข้อหาอื่นรวม 6 ข้อหา พร้อมของกลาง อาทิ อาวุธปืนพก 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน มีดดาบและมีดปลายแหลม วิทยุสื่อสาร หนังสติ๊กพร้อมกระสุนลูกหิน และของกลางอื่นๆ 25 รายการ กรณีร่วมกันบุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในอาคารสำนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อเวลา 05.30 น.ของวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา และบังคับเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานให้หยุดทำงาน หยุดการออกอากาศ และให้ออกไปจากสำนักงานจนเจ้าหน้าที่ต้องกระทำตามด้วยความกลัว

พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาจะครอบ 48 ชั่วโมง ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ แต่การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 15 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รวมทั้งผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติผู้ต้องหาจึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้มีกำหนด 12 วันจนถึงวันที่ 6 ก.ย ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี

ต่อมาทนายความจากสภาทนายความฯได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพยเป็นเงินสด คนละ 2 แสนบาท ขอประกันตัว นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ แกนนำสมัชชาคนจน กับ นายนัสเซอร์ ยีหมะ ผู้ต้องหา 13 และ 14 ซึ่งศาลอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้อง ส่วนผู้ต้องหารายอื่น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมไปไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่สถานแรกรับเด็กและเยาวชนบ้านเมตตา

รายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมดมีดังนี้ นายธเนศร์ คำชุม นายชนินทร์ อินทร์พรหม นายสุธรรม จันทวงศ์ นายสัญญา สุขเกื้อ นายจำแลง คุ้มสังข์ นายปัญญาเดช เอกภาณุพัตร์ นายมนตรี แซ่ลิ้ม นายสมถวิล แซ่เอี้ย นายวุฒิชัย ช่วยบุญชู นายมนัส สีสายหูด นายยุทธนา โอชาพงค์ นายธนพัฒน์ วิไลภรณ์ นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ นายนัสเซอร์ ยีหมะ นายสุรชัย สุทธิวรานนท์ นายชัชวาล จันชนะพล นายกฤษดา มณีพรหม นายอัมรินทร์ ยี่เฮง นายสุรเดช วราภรณ์ นายสาโรจน์ ดุลยคง นายภิชัย ทองนวล นายปราโมทย์ พุทธขาว นายประจิตร์ นุ่นหอม น.ส.สายใจ มณีอุปถัมภ์ นายอดิลักษณ์ อนุชาติ นายคำรณย์ อู้สกุลวัฒนา นายธัชชัย ทองจิตร นายนพดล ขาวเรือง นายวีระศักดิ์ บรรจงช่วย นายรอย บุญนิล นายสุนทร รักษายศ นายประสิทธิ์ มากแก้ว นายพรชัย บรรจงช่วย นายคมชิต พุฒคำ นายสมพงศ์ สารมาศ นายณรงค์ บัวใหญ่ นายเดโช มะลิลา นายกะวี ยิ้มละไม น.ส.วรรณวิมล แพสุวรรณ์ นายประดิษฐ์ คงช่วย นายวุฒธิไกร สังข์แก้ว นายวิเชษฐ์ คงจันทร์ นายอำไพ สิริชยานนท์ นายสุริยา สกุณา นายสุนทร สุวรรณ นายสุเทพ สุวรรณ นายวิชัย อินทร์พรหม นายวันชัย รักษายศ นายไพศาล สุขแก้ว นายธนพล แก้วเชิด นายสุธี จันทวงศ์ นายสมเกียรติ หนูใหญ่ น.ส.อนัญชญา เพ็ญพลกรัง นายสุรสิทธิ์ แย้มประชา นายแก้วกาญ แพสุวรรณ์ นายศตวรรษ จอนทอง


ดาหน้าฉะกบฏ พธม.ป่วนชาติ ฝ่าฝืนกม.ไร้ความชอบธรรม

เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ระบุหากสถานการณ์ชุมนุมยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ฉุดบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทย ด้าน “สุคนธ์ ชัยอารีย์” สื่อมวลชนอาวุโส ซัดม็อบโจรเข้าข่ายกบฏปล้นชาติ ขณะที่สื่อต่างชาติตีข่าวทั่วโลก ด้านชาวเว็บรุมด่าพันธมิตรฯ ไม่เคยทำตามกฏหมายเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี

หลังจากม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที พร้อมกับปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงต่างๆ เพื่อเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ลาออก จนสร้างความวุ่นวายไปทั่วบ้านทั่วเมืองนั้น

ตลาดหุ้นร่วง 15 จุด

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า หากมีการชุมนุมยืดเยื้อต่อไปก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อเศรษฐกิจของประเทศ

นายอำพน กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ลดลงไปถึง 15 จุด หรือประมาณ 2% พร้อมกับชี้นำตำรวจให้เร่งเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาล

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตุว่า ตลาดหุ้นในภูมิภาคก็ปรับลดลงประมาณ 2% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย เนื่องจากนักลงทุนยังวิตกกังวลปัญหาซับไพรม์ของสหรัฐ

ส่วนปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากเงินเฟ้อ 2 หลัก ความขัดแย้งระหว่างแบงก์ชาติและกระทรวงการคลังในการขึ้นดอกเบี้ย และการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาล กลับไม่มีการนำมาประเมิน สะท้อนมันสมองของหน่วยงานที่เชื่อกันว่า เป็นเสาหลักของประเทศ

กระทบศก.รุนแรง
ขณะที่นายมานพ พงศทัต นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้จะส่งผลลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทย อาจต้องหยุดชะงักไปเลย แม้กระทั่งรายที่มีการเซ็นสัญญาไปแล้ว ก็อาจต้องพักรอดูท่าทีหากเป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ในกรุงเทพฯ

"เหตุการณ์ความวุ่นวายครั้งนี้ ให้ภาพที่ค่อนข้างรุนแรง เหมือนการเกิดจราจล หากไม่สามารถยุติลงได้ จะกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติอย่างแน่นอน ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ยังมองไม่เห็นทางออก คงต้องปล่อยให้เกิดความรุนแรงต่อเนื่องไป เพราะในฝั่งของรัฐบาลเชื่อว่าจะทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ทหาร - ตำรวจ ก็คงไม่สามารถเข้ามายุติเหตุการณ์ได้ เพราะต้องระมัดระวังสูงในการจะทำอะไร เนื่องจากเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก หากเกิดการปะทะและทำให้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นแม้เพียงคนเดียว ก็อาจทำให้บานปลายเป็นเรื่องใหญ่ตามมาได้" นายมานพ กล่าว
สื่อนอกตีข่าวยึดNBT

ขณะที่ สื่อต่างประเทศหลายสำนัก เช่น สำนักข่าว BBC เสนอข่าวว่า กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนหลายพันคนได้เคลื่อนขบวนไปตามท้องถนนในกรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของไทยลาออกจากตำแหน่ง และเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ของรัฐ หรือ NBT รวมถึงอาคารที่ทำการของรัฐบาลอีกหลายแห่ง และบีบบังคับให้ข้าราชการยุติการปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม BBC ระบุว่าตำรวจไทยได้ยุติการยึดครองสถานีโทรทัศน์ NBT ได้แล้ว ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ PAD ระบุว่า นายสมัคร เป็นตัวแทนของ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งขณะนี้กำลังลี้ภัย

ส่วน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงติดอาวุธ 80 ราย ได้บุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ซึ่งเป็นของรัฐบาล และได้ระงับการแพร่ภาพออกอากาศของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ขณะที่ตำรวจได้จับกุมสมาชิกกลุ่ม 80 รายที่ก่อเหตุบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเฟพีรายงานตรงกันว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหวังจะดึงคนจำนวนหลายแสนคนออกมาชุมนุมกันในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช โดยทางตำรวจประเมินว่า มีประชาชนออกมาแล้วเพียง 35,000 คนเท่านั้น
ฉะกบฏปล้นชาติ

ด้าน นายสุคนธ์ ชัยอารีย์ ผู้ดำเนินรายการ “คุยข่าว 97 “คลื่น 97.0 เมกะเฮิตร์ กรมประชาสัมพันธ์ และหนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ตอนนี้บ้านเมืองกำลังเข้าสู่กลียุค การกระทำของคนพวกนี้เข้าข่ายเป็นกบฏปล้นชาติ ถ้ารัฐบาลยังนิ่งเฉย ก็เท่ากับว่ารัฐบาลอ่อนแอ และเท่าที่ตนได้ถูกเอามีดจี้นั้น ในฐานะที่ตนเป็นคนใต้ก็พอจะเดาได้ว่าสำเนียงที่ใช้พูดนั้นน่าจะเป็นคนจังหวัดสุราษธานี หรือไม่ก็จังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างแน่นอน และมีอาการเหมือนคนเมาใบกระทอมด้วย หน้าตายังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่เลย

นายสุคนธ์ กล่าวด้วยว่า จากที่ได้มีการควบคุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เข้ายึดสถานีโทรทัศน์ NBT ทางแกนนำกลุ่มก็ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่คนของพันธมิตรฯ แต่ในเมื่อแกนนำออกมาปฏิเสธแล้วทำไมต้องเรียกร้องให้เจ้าหน้าตำรวจปล่อยตัวกลุ่มคนดังกล่าวด้วย อย่ามาโกหกจะดีกว่า โดยตนเชื่อมาเป็นกลุ่มที่ได้มีการจัดจ้างจากกลุ่มของ ส.ส.สอบตกของบางพรรค หรือว่าจากส.ส.บางคนหนุนหลังอยู่ 100 %
ชาวเว็บรุมด่า “ป่าเถื่อน”

ขณะเดียวกัน หลังจากที่ได้มีการบุกยึดสถาน ก็ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ทางเว็บไซด์สนุกดอทคอมได้มีการตั้งกระทู้เพื่อถามความคิดเห็นของประชาชน ในหัวข้อ เห็นด้วยกับพันธมิตรหรือไม่ ปรากฏว่าได้มีประชาชนเป็นจำนวนที่ได้เข้ามาตอบในกระทู้ ดังกล่าว

โดยความคิดเห็นทั้งหมดล้วนประณามการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าเป็นพวกป่าเถื่อน มีความเห็นหนึ่งบอกว่าการเข้าปิดล้อมไม่ให้สถานี NBT ถ่ายทอดสด เพราะว่าไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความชั่วของกลุ่มอันธพาลหรือกล่าวว่าการบอกว่าตัวเองเป็นพันธมิตร แต่การกระทำที่ปรากฏเป็นการโจรที่ทำให้ประเทศมีแต่ความเสียหาย
บางข้อความยังระบุถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ไปบุกยึดว่า “ใส่ผ้าปิดหน้าเหมือนพวกก่อการร้ายเลย”

“เลวมาก ไม่เคยทำตามกฏหมาย เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีของ ประชาธิปไตย สมควรประหารพวกนี้ให้หมด ถ้าทำผมคงดีใจมากๆ เลยประเทศจะได้ก้าวหน้า”

“ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วบอกไม่ได้ทำขอให้พวกมันล่มจมให้หมด มันยิ่งไม่ทำตามกฏหมายบ้านเมืองแบบนี้ สังคมยิ่งแตกแยก ไม่เคยเห็นอำนาจนิติบัญญัติในสายตา”



พันธมิตรฯ ถอนกำลังจาก NBT เคลื่อนสมทบ ทำเนียบฯ

พันธมิตรฯ ถอนกำลังจากเอ็นบีทีแล้ว เพื่อนำมวลชนมาสมทบที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากไม่สามารถตัดสัญญาณการออกอากาศของเอ็นบีทีได้

หลังจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำมวลชนไปปิดล้อมและยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้(26ส.ค.) นายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้ควบคุมการชุมนุมที่สถานีเอ็นบีทีได้ประกาศย้ายการชุมนุมกลับไปที่ทำเนียบรัฐบาลตามมติของแกนนำแล้ว โดยจะใช้วิธีการเดินขบวนไป

ทั้งนี้ จุดประสงค์ของการบุกยึดเอ็นบีทีก็เพื่อให้สถานีแห่งนี้หยุดนำเสนอข่าวสารที่บิดเบือนเพื่อกลบเกลื่อการกระทำผิดของรัฐบาลและโจมตีฝ่ายตรงข้าม อย่างไรก็ตาม เมื่อยึดได้แล้ว มีปัญหาทางเทคนิคที่ไม่สามารถตัดสัญญาณการออกอากาศของเอ็นบีทีได้ จึงเปล่าประโยชน์ที่จะชุมนุมปิดล้อมเอ็นบีทีต่อไป ดังนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่เอ็นบีทีจึงได้เริ่มเคลื่อนขบวนออกมาเมื่อเวลาประมาณ 16.40 น.ที่ผ่านมา

นายกฯ ลั่น ให้โอกาส พธม.ครั้งสุดท้ายพร้อมตั้ง พล.ต.อ.โกวิท ปราบม็อบ

นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวที่กองบัญชาการกองทัพไทย ประกาศตั้ง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ควบคุมการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ คืนความสงบให้บ้านเมือง พร้อมเตือนผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากการชุมนุม ก่อนตกเป็นผู้ต้องหา

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยกล่าวเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมที่ไม่กี่ยวข้องกับเหตุการณ์เดินทางกลับบ้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลใช้ความอดทน อดกลั้น อย่างเต็มที่ จนถึงขณะนี้ ถือว่ากลุ่มผู้ชุมนุมทำเกินกว่าเหตุไปมาก จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อให้สถาณการณ์บ้านเมืองกลับคืนสู่ภาวะปกติ

รวมทั้งมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับมอบอำนาจเต็มจากคณะรัฐมนตรี เพื่อกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า รัฐบาลยังมีเครื่องมือในการดำเนินการอีกหลายขั้นตอน แต่ทุกอย่างจะเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งได้เรียกร้องให้สื่อมวลชน พิจารณาการนำเสนอข่าวสารเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองด้วย


กบฏ'พันธมิตรฯ'ถ่อย พังประตูทำเนียบ ประกาศชัยชนะ!

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนหนึ่งบุกเข้าทำเนียบรัฐบาลประกาศชัยชนะ ขณะที่อีกเกือบ 1 หมื่นคนยังคงปักหลักปิดล้อมนาน 7 ช.ม.แล้ว

กว่า 7 ชั่วโมงแล้วที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเกือบ 1 หมื่นคนยังคงปักหลักชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวโดยเมื่อเวลาประมาณ 13.15 น. ทางกลุ่มพันธมิตร ได้พังแผงกั้นเหล็กที่กั้นอยู่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ผ่านเข้ามายังบริเวณประตู 1 ทำเนียบรัฐบาลจำนวน 6 คน แล้วมานั่งขัดสมาธิพร้อมจับมือชูขึ้นเพื่อแสดงแสนยานุภาพว่าได้รับชัยชนะแล้วโดยกระทำการเพียง 10 นาทีเท่านั้นก่อนกลับออกไปเช่นเดียวกันกับประตูเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และประตูสะพานอรทัยที่ทางกลุ่มพันธมิตรได้บุกเข้ามาแล้วก็กลับออกไปโดยใช้เวลาไม่นานนัก

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าการกระทำของกลุ่มพันธมิตรในครั้งนี้ไม่ได้รับการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใดทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการบริเวณป้อมตำรวจประตู 1 เหมือนปกติ

นักรบกู้ชาติบุกยึดNBT








ผบ.สส. ยัน ทหารไม่ปฏิวัติ-ไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ทหารยืนยันไม่ปฏิวัติแน่นอน ลั่นตำรวจ 2 แสนนายสามารถรับมือและดูแลได้ ระบุไม่อยากเห็นคน ไทยปะทะกัน และไม่อยากให้เกิดความรุนแรง

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า เชื่อว่าแต่ละส่วนและแต่ละเหล่าทัพจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่ง ผบ.เหล่าไม่ได้มีการประชุมหารือกัน เพราะขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ทั้งนี้ได้พูดคุยกับ ผบ.ทบ.เพียงเล็กน้อย ยังไม่ได้คุยในรายละเอียด แต่วันนี้ มีการประชุมครม. คงจะมีรายละเอียดในการดูแลรักษาความปลอดภัย ตนยังไม่ได้มีการต่อสายพูดคุยกับนายกฯ และท่านไม่ได้มีการสั่งอะไรเป็นพิเศษ

พล.อ. บุญสร้าง กล่าวว่า การประกาศภาวะฉุกเฉิน เป็นเรื่องฝ่ายการเมือง ไม่ใช่ตนเป็นผู้ประกาศ อย่างไรก็ตาม หากนายกฯ ถามทาง ผบ.เหล่าทัพ ก็คงจะต้องช่วยกันคิด ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่ปกติแล้ว คิดว่าท่านคงไม่ประกาศ เพราะถ้าประกาศแล้วจะยุ่ง เขาจึงเรียกว่าฉุกเฉิน ถ้าไม่ประกาศเดี๋ยวไม่ฉุกเฉิน ถ้าประกาศไปแล้วเดี๋ยวจะฉุกเฉินเลย ทั้งนี้ยังไม่เห็นจำเป็นว่าจะต้องมีการประกาศ เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สถานการณ์จะต้องฉุกเฉินจริงๆ ถ้าสถานการณ์ ไม่ฉุกเฉินแล้วไปประกาศ จะทำให้ฉุกเฉิน

ส่วนการที่กลุ่มพันธมิตรฯ ไปปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการ เพราะตำรวจมีคนตั้ง 2 แสนกว่าคน ซึ่งเชื่อว่า ตำรวจ ยังสามารถรับมือและดูแลได้ ทั้งนี้ตนไม่อยากเห็นคน ไทยปะทะกัน และไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ทั้งนี้ทหารได้มีการเตรียมการในการดำเนินการตามหน้าที่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร เราได้เพียงแต่มอนิเตอร์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ย้ายสถานที่ไปอยู่ที่กองบัญชาการทหารกองทัพไทย นอกจาก พลเอกบุญสร้าง ยังมี พลโทประยุทธ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ยืนยันตรงกันว่า ทหารจะไม่ปฏิวัติ เพราะมีบทเรียนมาแล้วจากเหตุการณ์ 19 กันยายน

ด้าน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การย้ายที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ เป็นเรี่อง ไม่เสียหน้า ส่วน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปในกระทรวง และขอให้ข้าราชการออกจากกระทรวงทั้งหมด ส่วนที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในวันนี้ ปิดการเรียนการสอนทุกระดับชั้น



ตร.เล็งดำเนินคดี 5 แกนนำพันธมิตรฯ ล้มล้างรัฐบาล

ตำรวจเตรียมขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับ 5 แกนนำ โดยเฉพาะนายสนธิ ลิ้มทองกุล พลตรีจำลอง ศรีเมือง ในข้อหาล้มล้างรัฐบาล หลังพบพฤติการณ์มีการสั่งการและเชื่อมโยงกัน

พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำตัวกลุ่มผู้บุกรุกจำนวน 80 คน ซึ่งเป็นชาย 78 คน หญิง 2 คน ไปควบคุมตัวไว้ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสอบสวนขยายผล หลังเข้าไปบุกรุกสถานีโทรทัศน์ NBT ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการยามวิกาล พกพาอาวุธปืน มียาเสพติดไว้ครอบครอง และทำให้เสียทรัพย์ พร้อมยืนยันว่า ทั้งหมดเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ แม้ว่าแกนนำจะปฏิเสธ แต่พบว่าพฤติการณ์มีการสั่งการและเชื่อมโยงกัน ซึ่งตรงกับการสืบสวนหาข่าวของตำรวจ พร้อมจะขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับ 5 แกนนำ ในข้อหาล้มล้างรัฐบาล

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังยืนยันด้วยว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้มีการรายงานสถานการณ์ให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อประเมินเป็นระยะๆ พร้อมกับมีการจัดกำลังไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนขบวนไป ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม สถานทูตอังกฤษ หรือสถานีโทรทัศน์ NBT พร้อมได้ประสานกำลังจากกองพันสารวัตรทหารที่อยู่ในที่ตั้ง เพื่อที่จะสามารถส่งกำลังมาสมทบหากกำลังตำรวจไม่เพียงพอ



พันธมารอันตราย!

ฮอตสกู๊ปได้รับรายงานข่าวลึกถึงอันตรายที่อยู่ในม็อบพันธมาร ที่ว่ากันว่าเกิดความขัดแย้งแตกแยกภายในของเหล่าการ์ด ที่ทำตัวระรานประชาชน ไม่เว้นแม้กระทั่งนักข่าวที่เข้าไปทำข่าวในที่ชุมนุม
จากข้อมูลของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” รองโฆษกรัฐบาล แถลงที่ห้องแถลงข่าวตึกนารีสโมสร เมื่อบ่าย 22 สิงหาคม 2551 ว่า “มีความแตกแยกขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในกลุ่มคนที่เป็นการ์ดรักษาความปลอดภัย ในกลุ่มพันธมิตรฯ ระหว่างกลุ่มนักรบศรีวิชัย กับ รปภ.อาสา ซึ่งอยู่ในความดูแลของชายแก่ห้าขัน ทั้ง 2 กลุ่มนั้น ไม่สามารถระงับเหตุได้จนมีการชักอาวุธปืนเพื่อกดดันกัน ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีกลุ่มนักรบศรีวิชัยอยู่แล้ว เนื่องจากมีความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ มีเพียงการแต่งตัวให้คล้ายคลึงเท่านั้น ขณะนี้ในม็อบมีเพียงนักรบชากังราว นักรบพระเจ้าตาก กลุ่มนักรบกรมหลวงชุมพร ผมจึงเรียนมาเพื่อให้ประชาชนรับทราบ และที่ออกมาพูดไม่อยากให้กลุ่มพันธมิตรฯ สร้างอาณาจักรส่วนตัว สะท้อนถึงการจัดการของพันธมิตรฯ ที่มีสถานการณ์ล่อแหลม ไม่มีใครควบคุมได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม และสื่อมวลชนด้วย รัฐบาลได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูแลอย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรฯ รับผิดชอบตรงนี้ด้วย ซึ่งแนวคิดการจัดการของรัฐบาลยังคงใช้แนวทางสันติวิธี แต่หากพบว่ากลุ่มพันธมิตรฯ มีการซ่องสุมอาวุธปืนที่ไม่ถูกกฎหมายอีก จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลจัดการอย่างเด็ดขาดกับบุคคลนั้นๆ”
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่หลายคน รู้กันเป็นอย่างดีว่า “นักรบศรีวิชัย” ที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับที่ชุมนุมของเหล่าพันธมาร มาตั้งแต่ 25 พฤษภาคม 2551 จนบัดนี้ ทั้งที่เวทีสะพานมัฆวานฯ และสะพานชมัยมรุเชฐ จนกลับมาสะพานมัฆวานฯ อีกครั้งในเวลานี้ คนพวกนี้มีความเป็นอันธพาลมากแค่ไหน อย่างไร
เช่น มีข่าวว่า นักข่าวหญิงทุกสำนัก ทั้งสำนักที่เกลียด “ทักษิณ ชินวัตร” และสำนักที่เป็นกลาง ที่ถูกสั่งให้เข้าไปทำข่าวการชุมนุมที่เวที จะถูกนักรบศรีวิชัย ตรวจบัตร ค้นกระเป๋า อย่างไม่ให้เกียรติกันเลย และบางคนของหาย
และนักข่าวชาย คนหนึ่งเข้าเวรเฝ้าม็อบตอนตี 3 โดนนักรบศรีวิชัย 2 คนเข้ามานั่งประกบซ้ายขวา และถามแบบคุกคาม บ้านอยู่ไหน กลับรถเมล์สายอะไร ขึ้นป้ายไหน ทั้งที่รู้ว่าเป็นนักข่าวแต่ก็ถูกคุกคาม
สรุปได้ว่าในม็อบมีการ์ดที่ประกอบด้วยคน 2 พวก คือ
1.นักรบศรีวิชัย ที่ว่ากันว่าเป็นวัยรุ่นปักษ์ใต้ที่มั่วสุมกันอยู่ย่านหน้ารามคำแหง เข้ามาได้เพราะ ส.ส.ใต้ที่สนิทกับพันธมิตรฯ ส่งเข้ามา
2.รปภ.อาสา ประกาศรับสมัครเอาจากผู้ชุมนุม
ว่ากันว่า คนทั้งสองพวกมีค่าแรงตอบแทนเล็กน้อย
อาจจะเป็นเพราะความที่ม็อบพันธมิตรฯ แสดงความใหญ่โต ปิดถนนตรงไหนก็ได้ เมื่อไรก็ได้ ดาวกระจายไปปิดถนนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนกรุงเทพ ตรงไหนก็ได้ และบนเวทีก็ด่าทอเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน จึงทำให้เกิดอาการกร่าง ตามข่าวที่เคยปรากฏให้เห็นว่า การ์ด บางคนไปไถเงินเจ้าหน้าที่วัดมกุฏ 20 บาท บุหรี่ 1 มวน ไม่ได้ก็ชก จนขึ้นโรงพักมาแล้ว
หรือแม้แต่ที่ จ.ศรีสะเกษ ตำรวจเข้าค้นการ์ดพันธมิตรฯ ขณะเปิดเวทีที่หน้าสถานีรถไฟ พบการ์ดเสพยาบ้า มียาบ้าในครอบครอง จับไปโรงพักดำเนินคดี
การชกต่อยกันเองระหว่างนักรบศรีวิชัยกับ รปภ.อาสา นั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ล่าสุดที่เป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้นเมื่อตอนค่ำวันที่ 10 สิงหาคม 2551 มีรายงานข่าวแจ้งว่า การ์ดนักรบศรีวิชัยที่รับผิดชอบหน้าและหลังเวที ได้เกิดการปะทะคารมกับ รปภ.อาสา ทางด้านหลังเวที ถึงขนาดมีการชักอาวุธปืนข่มขู่กัน
มีแกนนำ คนหนึ่งรู้เรื่องเข้าไปห้ามปราม และนัดจะประชุมเคลียร์ แต่นักรบศรีวิชัยไม่ฟังชักปืนออกมาขู่ จึงมีการลั่นคำเลิกจ้าง และห้ามไม่ให้นักรบศรีวิชัยเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมอีก โดยจะจ่ายเงินค่าจ้างที่ค้างอยู่ให้หมดในภายหลัง แต่นักรบศรีวิชัยไม่รับเคลียร์ และถอนกำลังจากการคุ้มกันม็อบพันธมิตรฯ ออกไปทั้งหมด
แต่มีการปกปิดเรื่องนี้ไว้ ไม่มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมรับรู้
จากนั้นได้มีการจ้างกำลังคนใหม่เข้ามาเป็นการ์ด ส่วนหนึ่งเอามาจาก จ.ชุมพร เรียกว่า “นักรบกรมหลวงชุมพร” อีกส่วนหนึ่งมาจากกำแพงเพชร เรียกว่า “นักรบชากังราว” อีกส่วนหนึ่งรวมมาจากทั่วไป เรียกว่า “นักรบพระเจ้าตาก”
และสั่งให้ทุกกลุ่มแต่งกายให้คล้ายๆ นักรบศรีวิชัย เพื่อให้สาวกพันธมิตรฯ ที่มาชุมนุมเข้าใจว่า นักรบศรีวิชัยยังอยู่
แถมยัง มีหน่วยการ์ดของพันธมิตรฯ แย่งยื้อกล่องเงินรับบริจาคและเมื่อช่างภาพเข้าไปถ่ายรูป การ์ดคนนั้นได้เอามือไปปิดเลนส์กล้องของนักข่าวเพื่อไม่ให้ได้ภาพอีกด้วย
จริงหรือไม่อย่างไร คงต้องเป็นหน้าที่ของบรรดาหัวหน้าแก๊ง 5+1 ต้องตอบคำถามนี้ แต่พฤติกรรม ที่กร่างและคุกคามคนอื่นไปทั่วแบบนี้ของบรรดา “หน่วยที่ต้องทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน” นั้น เป็นคำถามตัวโตว่า คนเหล่านี้จะรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาชุมนุมได้จริงหรือ
แล้วการเคลื่อนไหวที่มักอ้างว่า เป็นไปโดยสงบเพราะยึดหลักสันติวิธีนั้น เป็นเพียงการสร้างภาพ ตบตาประชาชนใช่หรือไม่
น่าเห็นใจบรรดาเหล่าสาวกของพันธมารเสียจริงๆ ที่นอกจากจะถูกหลอกและปั่นหัวด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จให้เชื่อตาม ยังอาจจะถูกลูกหลงของบรรดาเหล่าการ์ดที่มีพฤติกรรมไม่ต่างจากอันธพาล อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปอีกด้วย
ที่สำคัญ เมื่อมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น คนที่ไปร่วมชุมนุม แบบพวกอาม่า อาเจ้นี่แหละที่จะเจ็บตัว เพราะบรรดาเหล่าหัวหน้าแก๊งมักจะหลบหนีไปก่อนเสมอๆ ด้วยข้ออ้างที่ว่าต้องเซฟแกนนำไว้ ใช่ไม่ใช่ ...ใช่ไหมพี่น้อง ....