WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 27, 2008

ทนายความยื่นฟ้องศาลแพ่ง ขอไต่สวน ให้ม็อบออกจากทำเนียบ

ทนายความ สำนักนายกฯ ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ให้ไต่สวนฉุกเฉิน มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มพันธมิตรฯรื้อถอนเวที ย้ายสิ่งของออกจากทำเนียบ

นายเมธี ใจสมุทร ทนายความผู้รับมอบอำนาจ นายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการสำนักนายกฯเพื่อยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และ นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เข้าไปชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาลส่งผลให้คณะรัฐมนตรีและข้าราชการไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ พร้อมทั้งในวันที่ 30 ส.ค. นี้มีกำหนดการจัดงานวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วันสร้างความสามัคคี

โดยคำฟ้องได้ระบุขอให้กลุ่มพันธมิตรรื้อถอนเวทีขนย้ายสิ่งของกีดขวางและเปิดพื้นที่การจราจรให้กับประชาชนบนถนนพิษณุโลกและคณะรัฐมนตรีสามารถเข้าออกได้ตามปกติจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น อย่างไรก็ตามขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อกำหนดมาตราการคุ้มครองชั่วคราวในกรณีดังกล่าว

ฉงน!อนุกรรมการ กกต. เลื่อนสรุปใบแดง “วิฑูรย์” หลังถูกแฉเอกสาร

ตั้งข้อสงสัยทำไมอนุกรรมการพิจารณาใบแดง “วิฑูรย์ นามบุตร” อดีตกรรมการบริหารพรรค ที่อาจนำไปถึงยุบพรรค ปชป. ถึงได้เลื่อนส่งผลให้ กกต.ชุดใหญ่ หลังจากประชาทรรศ์ เปิดเอกสารให้เห็นกันจะจะ

หลังจากประชาทรรศน์รายวัน ออกมานำเสนอเอกสารหลักฐาน การพิจารณาให้ใบแดง นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าจะมีการช่วยให้นายวิฑูรย์ รอด เพื่อตัดตอนไม่ให้ไปถึงการพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ นั้น

ในที่สุดคณะอนุกรรมการสอบสวนเรื่องวดังกล่าว ที่มี นายสุธน แสงสายัณห์ เป็นประธาน ก็เลื่อการสรุปสำนวนส่ง กกต. ชุดใหญ่ ที่แต่เดิมกำหนดไว้ในวันนี้ออกไป ด้วยข้ออ้างง่ายๆ ว่ายังขัดเกลาสำนวนไม่เสร็จ

นายสุธน ระบุว่าวันนี้คณะอนุกรรมการฯ ยังไม่สามารถสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อวินิฉัยชี้ขาดได้ เพราะยังขัดเกลาสำนวนไม่แล้วเสร็จ แม้ว่าคณะอนุกรรมการจะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแล้วก็ตาม แต่เพื่อความชัดเจน และไม่ให้เป็นปัญหาในพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่ จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน
แต่อย่างไรก็ตามจะนำส่งสำนวนให้ทันภายในสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน

อนึ่ง ในการนำเสนอหลักฐานของประชาทรรศน์ ได้มีการแสดงความคิดความเห็นจากหลายฝ่ายว่า นายวิฑูรย์ และผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่น่าจะพ้นใบแดงแน่นอน ขณะที่ก่อนนั้นมีข่าวเล็ดรอดคล้อยเป็นการโยนหินถามทาง ว่านายวิฑูรย์ อาจจะได้รับการฟอกขาว และคนอื่นก็เป็นใบเหลือง ลุโยนบาปให้ผู้สมัครที่เป็นลูกชายเจ้าของโรงหนัง ได้ใบแดง

ทั้งนี้ นายสมบัติ รัตโน ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชาชน ระบุว่ายังมีหลักฐานความไม่ชอบมาพากลอีกมาก เรื่องนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น



CNN ตีข่าว พันธมิตรฯ ยึดทำเนียบประณามบุกNBT

สื่อมวลชนต่างชาติรายงานกรุงเทพตึงเครียด จากสาเหตุม็อบพันธมิตรฯยึดทำเนียบรัฐบาล ส่วนผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนร่วมประณามเหตุม็อบบุกยึดเอ็นบีที

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า บรรยากาศในกรุงเทพศยังคงตึงเครียดมากเมื่อวานนี้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากยังคงยึดพื้นที่ในบริเวณสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันให้นายกรัฐมนนตรีสมัคร สุนทรเวช ลาออกจากตำแหน่ง

แดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็เอ็น บอกว่า เท่าที่เขารู้มานี่เป็นครั้งแรกที่มีการประท้วงยึดทำเนียบรัฐบาลก่อนหน้านี้ผู้ประท้วงชุมนุมในพื้นที่ไม่ไกลจากทำเนียบรัฐบาลมานานหลายเดือนแล้ว แต่การชุมนุมเมื่อวานได้ก้าวกระโดดไปอีกขึ้น ขณะที่นายกรัฐมนตรีซึ่งไม่สามารถเข้าทำเนียบได้ แถลงข่าวเมื่อค่ำวานนี้ว่าจะไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งและเตือนว่าตำรวจจะเข้าสลายผู้ชุมนุม

ซีเอ็นเอ็นรายงานด้วยว่า ผู้ประท้วงในทำเนียบรัฐบาลยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมยุติการชุมนุม และพยายามตั้งรั้วลวดหนามโดยรอบเพื่อป้องกัน และก่อนหน้านั้นผู้ประท้วงได้ชุมนุมนอกกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตร รวมทั้งเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ทำให้มีผู้ถูกจับกุมไป 82 คน

นอกจากนี้บรรษัทกระจายเสียงของอังกฤษหรือบีบีซี รายงานด้วยว่า ตำรวจปราบจลาจลของไทยปะทะกับผู้ประท้วงที่บุกพังรั้วยึดทำเนียบรัฐบาลเพียงช่วงสั้นๆช่วงบ่ายวานนี้ ทำให้ทั้งผู้ประท้วงและตำรวจเพียงไม่กี่คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และเมื่อถึงกำหนดเส้นตายที่ตำรวจประกาศให้ผู้ชุมนุมถอนตัวออกไปในเวลา 18.00 น.ก็ไม่มีการสลายตัวไปแต่อย่างใด และตำรวจปราบจลาจลหลายร้อยได้เข้าเสริม กำลังเพิ่มเติมอีกในช่วงเช้ามืดวันนี้แล้ว

นอกจากนี้บีบีซี รายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวหาว่าผู้ประท้วงพยายามเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย และการที่นายสมัครไม่สามารถทำให้การประท้วงที่ยืดเยื้อนานหลายเดือนสงบลงได้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการชุมนุมได้รับการหนุนหลังจากผู้มีอำนาจในกองทัพ แต่พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันเมื่อวานว่า กองทัพไม่มีความพยายามที่จะโค่นล้มรัฐบาล

ด้านผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์วันนี้ว่าผู้ประท้วงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีสิทธิที่จะวิจารณ์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีว่ารายงานข่าวเข้าข้างรัฐบาลมากเกินไปได้ แต่การใช้ความรุนแรงต่อสถานีโทรทัศน์ เป็นสิ่งที่น่าตำหนิ

นอกจากนี้กลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนยังเรียกร้องให้แกนนำของพันธมิตร ยุติพฤติกรรมที่จะทำให้นักข่าวที่สังกัดอยู่ในสื่อของรัฐตกอยู่ในอันตราย พร้อมกับแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่มีผู้สื่อข่าวของเอ็นบีทีถูกทำร้ายโดยกลุ่มผู้ประท้วง ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ทางการให้หลักประกันว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจะสามารถเข้าถึงสื่อที่อยู่ในการควบคุมของรัฐได้ด้วย

นอกจากนี้เวบไซต์ นิว สเตรท์ ไทมส์ ออนไลน์ของมาเลเซีย รายงานว่า ตำรวจปราบจลาจลได้เสริมกำลังรอบนอกทำเนียบรัฐบาลช่วงเช้ามืดวันนี้ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี สุรพล ทวนทอง เปิดเผยว่า เกิดการปะทะกันเล็กน้อยระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงที่ปักหลักค้างคืน แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุม และกำลังพยายามหาทางเจรจาอยู่นอกจากนี้มีรายงานว่า พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีมหาดไทยได้เข้าไปในทำเนียบรัฐบาลเพื่อหาทางเจรจากับแกนนำผู้ประท้วงแล้ว

เพื่อน “สุริยะใส” ที่นำทีมบุก NBT มีหวังนอนคุกยาว ตร.ค้านประกันตัว

จับโกหกคำโต “สุริยะใส” อ้างกลุ่มโจรปล้น NBT ไม่เกี่ยวข้องพันธมิตรฯ กลับส่งทนาย “นิติธร ล้ำเหลือ” ขอยื่นประกันตัว 2 เพื่อนสนิท “นิติรัตน์-นัสเซอร์” แต่ต้องผิดหวังตำรวจค้านการประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในวันนี้ได้มีญาติพี่น้องและเพื่อนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกตำรวจฝากขัง ทยอยมาเยี่ยมจำนวนหนึ่ง หลังจากที่ต้องนอนในคุกมาแล้ว 1 คืน โดยนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า ขอให้ญาติพี่น้องผู้ที่ถูกฝากขังไม่ต้องวิตก ทางกลุ่มพันธมิตรฯ จะดำเนินการช่วยเหลือถึงที่สุด

ขณะที่ในตอนเช้าวันนี้ นายสุริยะใส ได้ให้สัมภาษณ์รายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” อ้างว่ากลุ่มคนที่ถูกจับกุม บางคนก็ยอมรับว่ารู้จัก แต่หลายคนก็ไม่รู้จัก จะต้องมีการตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน และเรื่องดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ แน่นอน

อย่างไรก็ตามได้มีเหตุการณ์ที่ค้านกับคำพูดของนายสุริยะใส เมื่อ นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความพันธมิตรฯ ได้เดินทางไปขอประกันตัว 2 คน ในจำนวน 85 คนที่ถูกจับกุมที่ NBT คือนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ และนายนัสเซอร์ ยีหมะ
โดยพบว่าทั้งคู่มีความใกล้ชิดกับนายสุริยะใส ทั้งในฐานะอดีต สนนท. ด้วยกัน และการเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งยังเป็นคนที่ไม่มีอาชีพเป็นหลักเป็นแหล่งแบบเดียวกัน ที่สำคัญทั้ง 3 คน ได้มีบทบาทร่วมกันในกลุ่มพันธมิตรฯ

สำหรับนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ปัจจุบันทำหน้าที่รองผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ซึ่งก็คือการเป็นผู้ช่วยนายสุริยะใส และยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรูปแบบม็อบ และการเคลื่อนไหวในแต่ละครั้ง

นายนิติรัตน์ สังกัดกลุ่มเพือนประชาชน ที่ทำงานร่วมกับ ครป. ของนายสุริยะใส มาตลอด โดยในปี 2536 นายนิติรัตน์ เป็นรักษาการเลขาฯ สนนท. เป็นรุ่นพี่ของนายสุริยะใส และเข้ามามีส่วนร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งแต่เริ่มต้น

ปัจจุบันมีครอบครัวแล้วโดยสมรสกับนักข่าวการเมือง เครือเนชั่น และมีลูกแล้ว 1 คน ส่วนอีกคนคือนายนัสเซอร์ ยีหมะ เคยเป็นรองเลขาฯ สนนท.ปี 2539 เป็นเอ็นจีโอ ที่ทำงานด้านสลัม และเป็นกลุ่มก๊วนเดียวกับนายสุริยะใส และนายนิติรัตน์ หน้าที่ชัดๆ ในกลุ่มพันธมิตรก็คือการเป็นหัวหน้าการ์ด และยังมีพี่ชายทำงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



“จำลอง” ปลุกม็อบสู้ ตั้ง 3 ทายาทอสูร เผื่อ 5 แกนนำถูกจับยัดคุก

“จำลอง ศรีเมือง” ปลุกระดมม็อบแต่เช้า ให้ปักหลักร่วมกันสู้อย่างหนีไปไหน วางแผนรับมือ 5 แกนนำถูกจับยัดคุก ตั้ง “สำราญ รอดเพชร-ศิริชัย ไม้งาม-สาวิทย์ แก้วหวาน” เป็นทายาทพันธมิตรฯ รุ่น 2

ช่วงเช้าของการชุมนุม ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัย หลังจากที่ได้หารือร่วมกับ แกนนำกลุ่มทั้ง 5 คน โดยปลุกระดมให้กลุ่มผู้ชุมนุม ปักหลักชุมนุมต่อไปและไม่ต้องวิตกกังวล หากจะมีการจับกุมแกนนำทั้ง 5 คน เนื่องจาก จะมีแกนนำรุ่นต่อไปมาแทน

ซึ่งในขณะนี้ได้เตรียมแกนนำรุ่นที่ 2 ไว้ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และ นายสำราญ รอดเพชร อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ที่ต่อสู้กับกลุ่มพันมิตรมาโดยตลอด และ ถ้า3 คนนี้ถูกจับอีก เราก็จะมีตัวแทนขึ้นมาอีก

"ผมขอให้พี่น้องประชาชนใจเย็นๆ ไม่ว่าจะมีข่าวตำรวจเคลื่อนไปไหน เราก็จะอยู่ในนี้ ขออย่าได้ท้อถอย ตอนนี้เราอย่าหวังพึ่งใครนอกจากพึ่งประชาชนด้วยกัน ตำรวจจะมากี่คนไม่สนใจ จับแกนนำ 5 คน จับได้จับไป แล้วประชาชนจะออกมาเป็นหมื่นเป็นแสน ให้มันรู้ไป โทรทัศน์ช่องอื่นออกอากาศโจมตีเราอย่างกับผู้ร้าย อย่าไปสนใจช่างหัวมัน ผมเคยถูกจับติดคุกมาแล้ว ทั้งคุกตำรวจ และคุกทหาร ถ้าจะติดอีกซักทีจะเป็นไรไป ตำรวจมาจับผมเลย เรื่องไม่ต้องห่วงเรื่องเล็กมาก ผมชุมนุมมาแล้วตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ขอให้พี่น้องใจเย็นๆอย่าวอกแวก"



“ทักษิณ” ส่งจดหมายขอบคุณทุกกำลังใจ จากผู้ให้การสนับสนุน

"ทักษิณ" ส่งจดหมายขอบคุณถึง‘ชมรมคนคิดถึงทักษิณ’ ขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ทำเว็บไซต์ให้กำลังใจ หลังจัดกิจกรรมล่าล้านรายชื่อเตรียมส่งสถานทูตอังกฤษ เพื่อให้ความช่วยเหลืออดีตนายกฯ

หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ได้ขอลี้ภัยทางการเมืองและเดินทางไปพักอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ชมรมคนคิดถึงทักษิณ เจ้าของเว็บไซต์ (www.clubthaksin.com ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มคนสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ส่ง sms ผ่านโทรศัพท์มือถือถึงสมาชิกชมรม ให้เข้าชมในเว็บไซต์ดังกล่าวเนื่องจากมีจดหมายจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งมาในเว็บไซต์

จดหมายดังกล่าวเขียนด้วยลายมือ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยใช้กระดาษของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ ระบุว่า...

สวัสดีครับพี่น้อง “ชมรมคนคิดถึงทักษิณ” ผมรู้สึกซาบซึ้งใจและไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรถึงจะพอเพียงกับน้ำใจของผู้จัดและผู้สนับสนุนที่มาร่วมกันทำให้ผมครั้งนี้ ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมาก ขอกราบขอบพระคุณงามๆ อีกครั้ง ในน้ำใจของทุกท่านครับ ลงชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ 24 ส.ค.51

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอัมรินทร์ ผจญยุทธ์ ประธานชมรมคนคิดถึงทักษิณ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าชมรมจะทำการรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ได้ 1 ล้านรายชื่อ เพื่อแสดงออกถึงความรักและห่วงใยที่ประชาชนยังมีต่ออดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งอาจจะนำรายชื่อดังกล่าวยื่นต่อสถานทูตอังกฤษ



อายชาวโลกบ้างไหม !

เหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ส และสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ได้บุกเข้ายึดสถานที่ราชการ และสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีได้สำเร็จ
โดยพันธมิตรฯ กล่าวหาว่า สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเป็นเครื่องมือของรัฐบาล หรือเสนอข่าวอย่างลำเอียง
กระทั่ง นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางสมาคมได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกลุ่มบุคคล 80 คน ที่บุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที
เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจ และป่าเถื่อน กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน รวมทั้งเป็นการให้กำลังใจแก่นักข่าว อยากให้แถลงข่าวทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา และไม่บิดเบือนข้อมูล
เนื้อหาในแถลงการณ์ "การคุกคามเสรีภาพและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน" ระบุว่า...
จากกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้บุกรุกเข้าไปในสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT เมื่อช่วงเช้ามืดของวันอังคารที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา
โดยขอให้พนักงานของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวยุติการทำหน้าที่ และได้ตัดสัญญาณการออกอากาศ เพื่อปิดกั้นไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน โดยให้เหตุผลว่าสถานีโทรทัศน์แห่งนี้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลนั้น
จากพฤติกรรมของกลุ่มดังกล่าว ไม่ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใดก็ตาม ถือว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างรุนแรง และอุกอาจที่สุดครั้งหนึ่ง
เพราะมีการคุกคาม ข่มขู่ และขัดขวางการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน!
ดังนั้น องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงขอประณามการกระทำดังกล่าว และถือว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนที่ไม่อาจยอมรับได้...
ทั้งนี้ ในฐานะคนไทยที่รักประเทศชาติ เห็นข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศที่รายงานข่าวให้ทั่วได้รู้ถึงสถานการณ์ความวุ่นวายในเมืองไทยแล้ว รู้สึกหดหู่
เพราะสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าทำให้ภาพลักษณ์ของบ้านเมืองเราเสียหายย่อยยับ ทำต่างชาติหวาดผวา มองเมืองไทยเป็นประเทศไร้ความสงบสุข
ทั้งๆ ที่ประเทศไทยผ่านการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนส่วนใหญ่แล้ว
ที่ผ่านมา ทั้งรัฐบาล และคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. และภาคเอกชน เหนื่อยอย่างแสนสาหัส เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศ
แต่กลับถูกพวกอันธพาลเหล่านี้ทำลายจนเสียหายย่อยยับ
แม้กระทั่งภาวะการซื้อขายหุ้นก็กระทบกระเทือน เพราะนักลงทุนขายหุ้นออกมาอย่างหนักตั้งแต่เปิดตลาด
เพราะผวาม็อบพันธมิตรฯ ชุมนุมใหญ่หลายจุดใน กทม. และต่างจังหวัด ขณะที่เกรงว่าทหารจะก่อการรัฐประหารอีก แค่เปิดซื้อขาย 20 นาที ดัชนีหุ้นร่วง 12.02 จุด หรือ 1.78% อยู่ที่ 666.18 จุด มูลค่า 1,300 ล้านบาท
ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะพยายามทำทุกวิถีทางให้คนไทยรักกัน สร้างความสมานฉันท์เป็นที่สุด พยายามจะลดความขัดแย้ง ความแตกแยกในสังคม
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่คนไทยรักมากที่สุด ก็เสียสละยุติบทบาททางการเมืองแล้ว
แต่พันธมิตรฯ ก็ยังไม่หยุดเรียกร้อง คนไทยที่ปรารถนาอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขก็ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
การกระทำป่าเถื่อนแบบนี้ ไม่รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังของความวุ่นวายครั้งนี้ อายชาวโลกบ้างไหม!

ตร.-พันธมิตรปะทะเล็กน้อย จนท.สับเปลี่ยนกำลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.10 น.ที่ผ่านมา (27 ส.ค.) เกิดเหตุหน่วยรักษาความปลอดภัยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณแยกสวนมิสกวัน หน้า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสับเปลี่ยนกำลัง ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตั้งแนวสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้บุกเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลได้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 5-6 คน ผู้ได้รับความบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวสับเปลี่ยนกำลังบริเวณ หน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่หลับนอนอยู่ริมถนนพิษณุโลก บริเวณหน้า สำนักงาน ก.พ. และบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ต่างกรูกันเข้าไปด้านในบริเวณสนามหญ้าทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้ หน่วยรักษาความปลอดภัยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั่งเรียงแถวหน้ากระดานเป็น 3 แถว ประมาณ จุดละ 50-60 นาย บริเวณประตูด้านข้างฝั่งตรงข้าม สำนักงาน ก.พ. และเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวสงบลงแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ


อย่าไปยอมมัน

เห็นพฤติกรรมของม็อบพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ผ่านมาแล้ว ผมคงให้คำจำกัดความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากจะเห็นว่าเป็นพฤติกรรมของโจร
ทั้งการโพกผ้า คาดหน้าปิดบังอำพราง เข้าทำลายข้าวของ ข่มขู่ผู้คนในสถานที่ราชการ และที่สำคัญมีอาวุธทั้งมีด ทั้งปืนและมีการพกพายาเสพติด เรียกว่าครบเครื่องความชั่วกันเลยทีเดียว
ทั้งที่ประดาแกนนำม็อบเองอ้างว่าจะเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น
แน่นอนว่าไม่ใช่แกนนำทั้ง 5 คน จะโง่จนไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ ว่าสิ่งที่ตัวเองและพวกพ้องพยายามยั่วยุผู้คนให้เกิดอารมณ์ร่วมส่วนหนึ่ง การไปจ้างพวกนักเลงหัวไม้มาส่วนหนึ่ง หรือมีคนจัดกลุ่มกุ๊ยจากที่ต่างๆ มาสมทบอีกส่วนหนึ่ง จะเกิดผลเช่นไรตามมา
แต่เชื่อได้ว่าบรรดาแกนนำจงใจที่จะให้บ้านเมืองเกิดสถานการณ์วุ่นวาย เพราะหลงคิดว่าทหารยุคนี้จะบ้าจี้ เหมือนสมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. คิดว่าเพียงแค่ส่งสัญญาณทหารก็จะเอากำลังออกมาปฏิวัติเหมือนเมื่อคราว 19 กันยายน 2549
อย่างไรก็ตามท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดจากน้ำมือคนเพียงไม่กี่คน ก็ยังถือว่ามีความโชคดีซ่อนอยู่ในเหตุการณ์นั้น
เริ่มตั้งแต่ท่าทีของทหารที่มีความชัดเจนตั้งแต่ต้น และไม่หลงกลตกเป็นเครื่องมือของคนที่จ้องทำลายบ้านเมือง ด้วยการออกมาประกาศชัดๆ ว่าทหารจะไม่มีการปฏิวัติอย่างแน่นอน
แถมบรรดาบิ๊กทหารก็ยังมีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเรียก ง่ายๆ ว่าเป็นการเตรียมพร้อมปราบม็อบหากรัฐบาลมีการสั่งการนั่นเอง
ขณะเดียวกันท่าทีของตำรวจที่ออกจะดูอดกลั้นมายาวนานกับพฤติกรรมชั่ว ปิดถนนสร้างความวุ่นวายกว่า 90 วันที่ผ่านมา ก็พิสูจน์ให้ได้เห็นว่าไม่ได้เกรงกลัวกับอำนาจ อิทธิพลของกลุ่มนักเลงซะจนทำอะไรไม่ได้
แม้ว่าจะต้องล่าถอยปล่อยให้กลุ่มม็อบที่กำลังบ้าคลั่ง บุกเข้าไปในสถานที่ราชการ สร้างความเสียหายไปได้หลายต่อหลายแห่ง แต่ในที่สุดก็ตามเข้าไปจับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้ โดยเฉพาะกรณีที่สถานีโทรทัศน์ NBT สามารถจับกุมผู้ก่อการได้กว่า 80 คน
และมีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 4 ข้อกล่าวหาฉกรรจ์ เป็นความผิดซึ่งหน้าที่เกิดขึ้น ต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ คงจะเป็นเรื่องที่บิดพลิ้วกันลำบาก
และจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงจะต้องเตรียมตัวจับกุมผู้กระทำความผิดกันอีก เพราะหากเอาภาพที่บันทึกไว้ในแต่ละจุดแต่ละที่ที่มีการชุมนุม รับรองได้ว่ายังมีผู้ต้องหาที่รอตบเท้าเดินเข้าคุกกันอีกหลายคน
รวมถึง 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ขอจารึกชื่อไว้เป็นอนุสรณ์ ทั้ง สนธิ ลิ้มทองกุล จำลอง ศรีเมือง สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พิภพ ธงไชย และ สมศักดิ์ โกศัยสุข ที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานออกหมายจับในข้อหาสำคัญ
เพราะการยั่วยุ หรือสั่งการให้มีการบุกรุกสถานที่ราชการ การคุกคามสื่อ รวมทั้งความพยายามในการล้มล้างรัฐบาล ล้วนเป็นองค์ประกอบความผิดในเรื่องของความมั่นคงทั้งสิ้น
และหากพิจารณาความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 113 และมาตรา 114 ว่าด้วยเรื่องของการเป็นกบฏในราชอาณาจักร ถ้ามีความผิดจริงตามนั้นก็จะมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่น่าดีใจคือท่าทีของรัฐบาล ที่หลายคนมองว่าที่ผ่านมาอ่อนข้อให้พวกป่วนบ้าน กวนเมือง จนน่าหงุดหงิดใจ
แต่ท่าทีจากการเปิดแถลงข่าวเมื่อบ่าย 2 โมง วันที่ผ่านมา ของ นายสมัคร สุนทรเวช ก็ทำให้ประชาชนสบายใจมากขึ้น ว่าเรามีผู้นำที่เข้มแข็งใช้ได้
ทั้งยังมั่นใจว่า จากนี้ไปจะไม่มีการปล่อยให้แก๊งข้างถนนออกมาสร้างความเสื่อมและก่อความเสียหายได้ตามอำเภอใจ
แม้ว่าอาจจะยังไม่ถึงอกถึงใจ เพราะหวังว่าจะมีการปราบปรามขั้นเด็ดขาดซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เมื่อท่านนายกฯ บอกว่าไม่อยากให้เสียบรรยากาศ ก็เป็นเหตุผลที่น่าฟัง
รวมทั้งสิ่งที่นายกฯ ฝากถึงพันธมิตรฯ ให้คิดถึงชาติบ้านเมือง คิดถึงพระมหากษัตริย์ ก็เป็นเหตุผลที่บรรดาแกนนำควรหยุดคิด เพราะยิ่งขืนดึงดันต่อไปมากเท่าไร ก็จะยิ่งหาทางลงลำบากมากขึ้นเท่านั้น และยังจะเป็นทางลงที่ไม่สวยเสียด้วยซ้ำไป
ในสถานการณ์เช่นนี้ผมคงต้องขอเป็นกำลังใจให้ทั้งรัฐบาล ตำรวจ ทหาร ให้อยู่เคียงข้างประชาชน และเลือกข้างความถูกต้อง
และเห็นด้วยกับท่านนายกฯ ครับ...อย่าไปยอมมัน...!!

กบฏในราชอาณาจักร

ม็อบ หมายถึง ฝูงชนที่บ้าคลั่ง
ม็อบถ่อย พันธมารธิปไตย เป่านกหวีด ...ปิ๊ด...ปี้...ปิ๊ด... ได้สำแดงผลในธาตุแท้ของความไม่เข้าใจซึ่งประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้งแล้ว การที่ “พันธมารธิปไตย” กว่า 80 คน ใช้กำลังข่มขืนใจพนักงาน ผู้ดำเนินรายการ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ใน NBT ด้วยมีด ดาบ สปาร์ต้า และปืน ที่กำลังจัดรายการ “ไมโครโฟน”
นี่ไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติ ตามมาตรา 63 ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ได้ให้ความคุ้มครองกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน
เป็นการกระทำที่สะท้อนความคิดในเชิงการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ต่างอะไรกับ เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ที่นำกำลังทหารเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาทางการเมือง โดยคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการเปิดประตูไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร เข้าร่วมสนับสนุนให้โจรเข้ามาปล้นประชาธิปไตย ซึ่งเป็น กบฏ ในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112-113-114
เมื่อบ้านเมือง อยู่ใน ยุค ที่ ไม่มีความเป็นธรรม กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ฝ่ายหนึ่งกระทำการอย่างอาจหาญ เพราะได้ใจจากบางฝ่ายแอบ สนับสนุน ยั่วยุ ให้ท้าย ตลอดเวลา
ย้อนรอยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรุ่งเช้าวานนี้ (ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที มีชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่ง ใส่เสื้อ ผูกผ้าพันคอกู้ชาติ ปิดหน้า ปิดตา การกระทำการเยี่ยงนี้ ไม่ต่างอะไรกับโจรกบฏ กลุ่มคนเหล่านี้บังอาจใช้กำลังอาวุธเข้าคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างไม่ละอาย
มีการใช้ มีดสปาร์ต้า เข้ามาจี้ผู้นำเนินรายการ “สุคนธ์ ชัยอารีย์” ขณะที่กำลังจัดรายการ “ข่าว 97” พร้อม ข่มขู่ให้เลิกจัดรายการ เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปควบคุมสถานการณ์ได้ แม้จะช้าไปบ้าง
การ บุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยเหตุผลต่างๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้น เนื่องเพราะเป็นการ ใช้กำลัง และ อาวุธ ตัดสินปัญหา ซึ่ง เป็นการกระทำที่จะต่างอะไร กับ สัตว์เดรัจฉาน ก็ไม่ทราบได้
“พันธมารธิปไตย” พยายามสร้างสถานการณ์ในการ ก่อความวุ่นวายภายในประเทศ โดยมีการปิดกั้นสถานที่ราชการหลายแห่ง ล้วนเป็นเหตุการณ์เชื่อมโยงที่ ต้องการจะกระทำการในลักษณะเป็นกบฏในราชอาณาจักร
เหตุการณ์ที่ไม่ปกติสุขที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองในขณะนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยคงจะทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากการออกมาประณามและเรียกร้องกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เกี่ยวข้อง
กองบรรณาธิการประชาทรรศน์ เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ออกมาช่วยกันดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยความเฉียบขาด จับกลุ่มคนเหล่านี้ไปลงโทษ
กองบรรณาธิการประชาทรรศน์ เรียกร้องให้ ประชาชนที่อาจจะไม่พอใจ ให้อยู่ในที่ตั้งโดยสงบและสันติ
กองบรรณาธิการประชาทรรศน์ เรียกร้องให้ กองกำลังทหารอย่าเข้าทำการปฏิวัติรัฐประหาร เนื่องจากไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ที่จะแก้ปัญหาด้วยการโค่นล้มการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
เราเชื่อว่า การแก้ปัญหาทางการเมือง จะต้องทำด้วยการเมือง
เราเชื่อว่า การใช้กระบวนการยุติธรรม ที่เที่ยงตรง เป็นธรรม จะยุติปัญหาในสังคมไทยได้
เราเชื่อว่า การใช้กำลังทหารไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้
ขบวนการแก้ไขปัญหาความวุ่นวายต้องใช้ความเด็ดขาด เข้าแก้ไขปัญหา รัฐบาล จะต้องกล้าให้นโยบายกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในการเข้าจัดการกับกลุ่มที่มีปัญหา
ประเทศไทยมีคน 63 ล้านคน จะยอมให้คนเพียงไม่กี่หมื่น กี่แสนคน พรรคการเมืองไม่กี่พรรค คนสนับสนุนไม่กี่คน มาทำความปั่นป่วนวุ่นวายในชาติบ้านเมือง เศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ ทำให้คนทุกข์ยากเต็มไปหมด รัฐบาลอย่าไปกลัวคำขู่ของกลุ่มคนพวกนี้ เพราะรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากที่ประชาชนเลือกเข้ามา ให้กำลังใจรัฐบาลแก้ไขปัญหาประเทศชาติในครั้งนี้