WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, August 30, 2008

ศาลยกคำร้องฯขอให้ถอนหมายจับ 9 แกนนำ

ศาลอาญายกคำร้อง พันธมิตร ขอให้เพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำ ชี้ หากไม่ผิดจริง ให้ไปพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม

ศาลอาญายกคำร้องการเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำกลุ่มพันธมิตร โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การออกหมายจับของศาลมีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 66(1) จึงได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ตามคำร้อง เพื่อให้พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้ร้องได้ดำเนินการสอบสวนต่อไป ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 9 คน จะมีความผิดหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องผ่านการสอบสวน การสั่งฟ้องและการพิจารณาของศาล ซึ่งทุกฝ่ายมีสิทธิ์จะนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ข้ออ้างได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนหมายจับของผู้ต้องหาล้วนเป็นข้ออ้างตามความคิดเห็นของจำเลยทั้งสิ้น

thai-grassroots

‘โกวิท'ให้กำลังใจตำรวจยันอดทนถึงที่สุด

รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยเดินทางมาที่บช.น.เพื่อให้กำลังใจตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในการรับมือกับม็อบพันธมิตรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.25 น. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาถึง บช.น.โดยทักทายและให้กำลังใจตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ อย่างไรก็ตาม ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตำรวจต้องใช้ความอดทนถึงที่สุด คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร คนไทยด้วยกันคุยกันได้ ต่อข้อถามว่า มีความกังวลต่อสถานการณ์หรือมีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท ระบุว่า ไม่มีความกังวล เชื่อว่าบ้านเมืองต้องอยู่ได้ ก่อนจะรีบเดินขึ้นห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว

thai-grassroots

เมื่อขงเบ้งเป่าขลุ่ย

ยุทธการเขากิสาน ขงเบ้งต้องถอยทัพหนีสุมาอี้ ถึง 6 ครั้งครับ การถอยแต่ละครั้งมีลูกเล่นพลิกแพลงผกผัน ไม่เคยซ้ำกัน

แต่ครั้งไหน จะยิ่งใหญ่อย่างไร ก็ประทับใจทำให้โลกลืมไม่ได้ เท่า...ครั้งแรก

สังข์ พัธโนทัย เขียนถึงตอนนี้ไว้ในพิชัยสงครามสามก๊กว่า สุมาอี้เป็นฝ่ายตั้งรับ เร่งทัพไปต้านทานขงเบ้งที่เขากิสาน เลือกตีเมืองเกเต๋งที่มั่นสำคัญของขงเบ้งแตกก่อน

ขงเบ้งตกใจ สั่งถอยจากเมืองเทียนซุย ลำอั๋น และเมืองเสเสีย มุ่งหน้าหนีไปฐานทัพเมืองฮันต๋ง

ที่เมืองเสเสียเป็นที่ตั้งคลังเสบียงสำคัญ ขงเบ้งคุมทหารเร่งรัดขนเสบียงหนีเป็นโกลาหล

เหลือทหารอยู่แค่ 2,500 คน

ทันใดนั้น...ทหารก็รายงาน ทัพสุมาอี้ไล่ตามมาถึงหน้าตัวเมือง ขงเบ้งเดินขึ้นเชิงเทิน เห็นผงคลีตลบ ทหารสุมาอี้ยกกันมามากมายราวคลื่นมหาสมุทร

ขงเบ้งสั่งให้เก็บธงทิวบนกำแพงเมืองลงซ่อน...สั่งไม่ให้ทหารเคลื่อนไหวหรือส่งเสียงใดๆ

จากนั้นก็ปิดประตูเมืองทั้งสี่ด่าน ให้ทหารแต่งตัวเป็นชาวบ้าน ทำทีเป็นคนกวาดถนนอยู่ที่ประตูเมืองประตูละ 20 คน

สั่งการแล้ว ขงเบ้งก็เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นเต้าหยิน ถือขลุ่ยขึ้นไปนั่งบนหอรบ มีเด็กน้อยสองคนคอยปรนนิบัติ จุดธูปหอมแล้ว ก็เป่าขลุ่ยเล่นสบายอารมณ์

หน่วยลาดตระเวนสุมาอี้ เห็นเช่นนั้นก็กลับไปรายงาน สุมาอี้ ประหลาดใจ สั่งหยุดทัพไว้ห่างเมือง แล้วควบม้าเข้าไปดูใกล้ๆ

ภาพที่สุมาอี้เห็น ขงเบ้งเป่าขลุ่ยแล้วก็วาง นั่งยิ้มกริ่ม เด็ก รับใช้คนหนึ่งถือดาบอาญาสิทธิ์ อีกคนถือแส้จามรี

ตรวจดูทุกประตูเมือง เห็นแต่คนกวาดถนนซังกะตายไม่กี่คน

สุมาอี้คิด “ชะรอยขงเบ้งจะแต่งอุบายไว้ลวงเรา” ตกใจกลัวขงเบ้งจะแต่งทหารไว้ตีตลบหลัง ก็รีบชักม้ากลับ

สุมาเจียว ผู้บุตร แย้งว่า “ขงเบ้งไม่มีทหารเหลืออยู่แล้ว แสร้งแข็งใจทำกลลวงไปอย่างนั้น” สุมาอี้ก็ไม่เชื่อ ดุด่าบุตรว่า ยังอ่อนหัดนัก แล้วสั่งถอยทหารไปทางภูเขาด้านเหนือ

ขงเบ้งเห็นดังนั้น ตบมือหัวเราะชอบใจ บรรดานายทหาร ทั้งปวงพากันพิศวง ถามว่า ไฉนกองทัพอันเกรียงไกรใหญ่ยิ่ง เข้ามาเจอคนเพียงคนเดียว จึงถอยกรูดไปเช่นนั้น

ขงเบ้งชี้แจงว่า สุมาอี้รู้ดีว่า ข้าพเจ้าเป็นคนรอบคอบ ข้าพเจ้าจึงกล้าซ้อนกลได้ โดยไม่กลัว

อ่านสามก๊กตอนขงเบ้งเป่าขลุ่ย ตอนนี้ ได้รสชาติกว่าอ่านเมื่อก่อนนะครับ

แต่จะเอาไปเทียบเคียงกับยุทธการยึดทำเนียบ ยึดทีวี...ก็ยังไม่ค่อยถนัด ไม่ค่อยแน่ใจ

ใครเป็นสุมาอี้ ใครเป็นขงเบ้ง

ดูข่าวทีวีต่อมาเห็นเค้าหน้าคนสั่ง...เปิดทำเนียบเปิดสถานีทีวี ล่อเสือให้เข้าไปติดกับ ตัวเองหนีไปอยู่กับทหารเรือแถวฝั่งธนฯ ลอยหน้าลอยตาร้องเพลง มาร์ช ไทยรวมกำลัง...เฮฮาอยู่กับนักกีฬาเหรียญโอลิมปิก

หากไม่อคติกันเกินไป ขงเบ้ง พ.ศ.นี้ ลีลาไม่เลวเกินไปนัก

ส่วนใครจะเป็นสุมาอี้ พ.ศ.ใหม่ ยอมให้ขงเบ้งหลอกเข้าไปติดคุกได้ง่ายๆ...ก็คงจะรู้กันในวันสองวันนี้.

กิเลน ประลองเชิง

พล.ต.ต.สุรพล ย้ำแก๊สน้ำตาไม่ใช่ฝีมือตำรวจ

บช.น. 30 ส.ค.- พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงหลังประชุมประเมินสถานการณ์ชุมนุม เผย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ขอให้ ตร.ทำงานให้เต็มที่ ไม่ต้องหวั่นกระแสข่าว

รองโฆษก สตช.เผยว่า วันนี้จะระดมกำลังส่วนใหญ่รักษาความปลอดภัยงาน 116 วันแม่สู่วันพ่อ พร้อมย้ำการใช้แก๊สน้ำตาเมื่อวานนี้ ไม่ใช่ฝีมือของตำรวจ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-30 12:56:26


ปล่อยให้ พธม. ยึดทำเนียบรัฐบาล 3 เดือน ผลเสียที่ร้ายแรงที่สุดคืออะไร

บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ตอนนี้ผมคาดการณ์ได้แล้วว่า ตำรวจจะไม่สลายม็อบ แต่ก็ยื้อกันไปอย่างนี้ เพราะตำรวจก็คงเข็ดเขี้ยวกับการเมืองเหมือนกัน เพราะตำรวจเคยโดนปลดจาการสลายม็อบ ทำให้ตำรวจไม่ค่อยกล้าที่จะทำอะไรรุนแรง

ตอนนี้เราก็ต้องทำใจว่า "ปล่อยให้พันธมิตรยึดทำเนียบไปสักสามเดือน" แล้วจะเกิดอะไรร้ายแรงจนพวกเราอยู่กันไม่ได้ นอกจาก "ความคับข้องใจ" เท่านั้น

ผมตอบตนเองว่า ไม่มีอะไรผมทำใจได้ ผมวางอุเบกขา ผมรู้่สึกสบายใจ ผมยังรู้สึกว่า รัฐบาลก็บริหารงานต่อไปได้ ไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก จนบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้

จาก thaifreenews

วันนี้ผมไปประชุมที่โรงแรมหนึ่ง และเห็นคนกลุ่มอื่นๆ มาสัมมนาด้วย แสดงว่ากิจกรรมในประเทศทั้งหลายยังดำเนินต่ิอไปได้ ทุกคนก็มีงานของตัวเองทำ แต่มีเรื่องสนุกน่าตื่นเต้นให้คอยเช็คข่าวเท่านั้น

และมีมหรสพโรงใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาลให้ดูผ่านทีวีเท่านั้นเอง

ผมว่าคนที่เดือดร้อนใจว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจนเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น ผมว่าในที่สุดแล้วนักลงทุนทั้งหลายจะปรับตัวและทำใจได้ เพราะสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติกลัวคือ "การทำรัฐประหารของทหาร"

แต่หากไม่มีรัฐประหาร แล้ว ผมว่าที่เหลือเรื่องการก่อม็อบ เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีอะไรกระทบต่อธุรกิจนัก ประเทศเกาหลีใต้เคยมีการประท้วงกันแบบนี้ทั้งปีทั้งชาติ พอคนเริ่มชิน ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร เพราะมนุษย์ย่อมปรับตัวเข้ารับกับสถานการณ์ใหม่ได้เสมอ

เมื่อพันธมิตรอยู่ในทำเนียบครบ 1 สัปดาห์ คนก็ทำใจได้เองว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย" ก็แค่เปลี่ยนที่นั่งจากสะพานมัฆวานมาทำเนียบรัฐบาลเท่านั้นเอง ไม่เห็นต้องไปวิตกกังวล หรือตื่นเต้นอะไรมากนัก

ก็ถามคำถามเดิมที่ผมเคยถามว่า "ยึดทำเนียบรัฐบาบแล้วจะเกิดอะไรขึ้น So what?

ตอนนี้ผมทำใจได้แล้ว รู้สึกสนุกสนานตื่นเต้นกับ "ละคอนโรงใหญ่" ผ่านทีวีด้วย

ได้ลุ้นทุกวันว่า พันธมิตรจะแก้เกมอย่างไร ตำรวจจะเล่นเกมอย่างไร

ผมว่าคนที่ชอบพนันบอล ถือวิกฤตเป็นโอกาส พนันเสียเลยว่า ตำรวจจะสลายม็อบเมื่อไหร่ หรือวันนี้ จำลองจะออกมาแก้เกมอะไรอีก

นี่มันละคอนแบบมินิซีรีย์ หรือ Long
series ด้วยซ้ำไป

ตอนนี้ก็ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอ ดูกันสนุกสนานไป ไม่เห็นมีอะไรเดือดร้อนมากนัก

ผมว่าข้าราชการในทำเนียบ ดูเหมือนจะดีใจที่ไม่ต้องไปทำงานเครียด ได้หยุดยาวสบายใจเฉิบ กระทรวงอื่นๆ ยังอิจฉาว่า ทำไมมันไม่มายึด กระทรวงเราบ้างว่ะ จะได้ไปเที่ยวสักสัปดาห์ ไม่ต้องทำงาน

ผมซื้อ DVD ไว้หลายเรื่อง ว่าจะดูอาทิตย์นี้ก็ไม่ได้ดูเสียที เพราะ "หนังยาวผ่านโทรทัศน์ NBT" สนุกกว่า ใช้ผู้แสดงนับหมื่นคน วิ่งไปโน้นมานี่ ใช้ตำรวจแสดงนับพันคน

สรุป สมัครก็ไม่ลาออก พันธมิตรก็ไม่เลิกชุมนุม ตำรวจก็ต้องคอยดูแล ผู้สื่อข่าวมีงานทำ

สนุกสนานดีเหมือนกัน หนังยาวครับ ก็ต้องทำใจว่ามันไม่จบง่ายๆ

หากพันธมิตรออกมาป่วนเมืองไปโน้นไปนี่อีก ออกมาป่วนเดี๋ยวเราก็ชินไปเองแหละครับ

แต่ 9 แกนนำ ออกมาเมื่อไหร่ ก็จับเมื่อนั้น (ยกเว้นตำรวจจะไม่จับเพราะกลัวใคร ก็ตามใจ บ้านเมืองจะได้วุ่นวายต่อ)

อาณาจักรแห่งนี้ไม่ใช่ของผมอยู่แล้ว ผมได้แค่อาศัยเท่านั้น มันวุ่นวาย เจ้าของเขาไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ แล้วผมจะไปเดือดร้อนใจทำไม

ผมยังมีสิทธิ์อยู่บ้าง ตรงที่ยังมีการเลือกตั้ง ผมก็จะเลือกพรรคที่ผมชอบ ใครจะจูงใจอย่างไร ผมก็ไม่สนใจ

สรุป ก็อยู่ๆ กันไปครับ เราไม่ได้เสื่อมลง แต่ฝ่ายตรงข้ามเสื่อมลง

ที่จริงผู้สนับสนุนรายใหญ่ของพันธมิตรคือ คนชั้นกลางใน กทม. "บางส่วน" กับคนใต้
เศรษฐกิจ ยิ่งมีปัญหาพวกเขาก็จะยิ่งเดือดร้อนเอง เพราะมีรายได้จากเงินเดือน ส่วนข้าราชการก็ไม่่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะเงินเดือนคงที่

คนรากหญ้า ชาวอีสาน คนเหนือ ปีนี้ราคาข้าวค่อนข้างดี ก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่

ก็อยู่กันได้ดีพอสมควร

สรุปอยากวุ่นวายไม่รู้จบ ก็ตามใจ

ส่วนคนที่เกรงว่า หากปล่อยไป พวกพันธมิตร จะโจมตีว่ารัฐบาลอ่อนแอควบคุมอะไรไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมเห็นว่าทุกวันนี้ พธม. มันก็หาเรื่องโจมตีได้ทุกวันอยู่แล้ว ผมไม่เห็นแคร์อะไรที่่จะโจมตีอีกเรื่อง เพราะผมไม่ฟังพันธมิิตรอยู่แล้ว อยากโจมตี อยากพูดเรื่องอะไรก็ตามใจ

ตอนยึดทำเนียบได้ ก็เห็นส่งพวกมาโพสต์ในประชาไทกันว่า "แค่ทำเนียบยังป้องกันไม่ได้ สมัครลาออกไปเถอะ"

คือ เหมือนเล่นเกมว่า "ข้าทำนี่ได้ เห็นไหม เอ็งก็ลาออกไป"

เราไม่ได้เล่นเกมด้วย ไม่เห็นจะแปลกอะไรครับ ผมก็เห็นคนในประชาไท ไม่ได้รู้สึกคล้อยตามการสร้างกระแสของ พธม. ว่า "เรายึดทำเนียบได้เห็นไหม สมัครอ่อนแอ ลาออกไป"

คือ พธม. โจมตี จนคนชินแล้ว ไม่แคร์แล้ว อยากพูดอะไรก็ตามสบายใจของท่าน

เราก็ไม่ฟังเหมือนกัน



นักวิชาการสาย พธม. จะเสนออะไรก็เสนอ เราก็ไม่ฟังพวกท่านเหมือนกัน พวกท่านชักจูงเราไม่ได้ นักวิชาการก็หมดราคาไปเอง

ก็เหมือนหมอประเวศ วะสี ที่คิดว่าตัวเองเป็น "ผู้อาวุโสของสังคม" เสนอโน้นเสนอนี่สังคมควรฟังราษฎรอาวุโสอย่างข้าพเจ้า เมื่อเข้าข้างข้าง พธม.มากๆ สุดท้ายประชาชน ก็ไม่แคร์ ไม่ฟัง ประเวศพูดอะไรก็เรื่องของประเวศ ไม่มีผลต่้อการชี้นำคนอีกแล้ว

ผมฝึก "พรหมวิหารธรรม" มาพอสมควร หากผมทำอะไรไม่ได้ ผมก็จะวางอุเบกขาเสีย มันก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ใจแต่อย่างใด

สรุปตอนนี้ ผมไม่ค่อยแคร์กับ พธม. หรอกครับว่าจะทำอย่างไร อยากทำอะไรก็ทำไป

ผมไม่ได้รู้สึกเบื่อด้วย มันเหมือนละคอน นึกว่ามันจบแล้วก็ยังมี ตอนต่อไปอีก

ก็ชวนให้ติดตามแหละครับ

ต้องมาคอยทา่ย จินตนาการกันว่า ตอนจบจะเป็นอย่างไร


แถลงการณ์ สนนท. และองค์กรภาคี: วอนแกนนำพันธมิตรฯ หยุดสร้างเงื่อนไขนำไปสู่รัฐประหาร

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหง องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.) เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน (คพช.) และ กลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก ออกแถลงการณ์ประณามการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ วอนหยุดสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การรัฐประหาร

......................................

แถลงการณ์
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรภาคี

เรื่อง ขอประณามการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

จากเหตุการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551 แม้ว่าการชุมนุมและการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง จะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนหรือกลุ่มองค์กรต่างๆ เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่การชุมนุมหรือการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย กรอบสิทธิของรัฐธรรมนูญและต้องไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของคนในสังคม

แต่ในขณะนี้การเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กระทำการที่เป็นการละเมิดกรอบและบทบัญญัติของกฎหมายด้วยการบุกเข้ายึด สถานที่ราชการ สถานีโทรทัศน์ การใช้กำลังคุกคามเจ้าหน้าที่ของรัฐ และใช้กำลังคุกคามสื่อมวลชน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำที่จะนำพาและก่อให้เกิดความขัดแย้งของคนในสังคม อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งยังเป็นการขัดแย้งในจุดยืนในการชุมนุมและการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความ คิดเห็นทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเองว่าจะใช้หลัก สันติวิธี ปราศจากอาวุธและหลักอหิงสา

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรภาคี มีความคิดเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

1. ขอประณามการกระทำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ใช้กำลังและความรุนแรงในการบุกเข้ายึดสถานที่ราชการและสถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นการละเมิดกรอบ และบทบัญญัติของกฎหมาย อันจะนำไปสู่การสร้างค่านิยมทางการเมืองว่าในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองต้องจบลงด้วยการใช้กำลังและความรุนแรง

2. ขอเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยุติการสร้างเงื่อนไขต่างๆ ที่จะนำไปสู่การรัฐประหารเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง

3. ขอเรียกร้องให้รัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความอดทนอดกลั้นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงอันจะนำไปสู่การเสียเลือดเนื้อของพี่น้องคนไทยด้วยกันเอง

4. ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อันจะนำไปสู่การสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ

สุดท้ายนี้สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรร่วมภาคีหวังว่าปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมในขณะนี้จะ สามารถคลี่คลายลงด้วยแนวทางสันติวิธีและความสมานฉันท์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วนของสังคมไทยจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและในทางที่ถูกต้องเพื่อนำมาสู่ความสามัคคีของคนในชาติที่ยั่งยืน

ด้วยจิตสมานฉันท์

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรภาคี

องค์กรภาคีร่วมแถลงการณ์

กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหง

องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.)

องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี)

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.)

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.)

เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน (คพช.)

กลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก

27 สิงหาคม 2551

กลุ่มคนรักอุดรฯต้านพันธมิตรฯ เตรียมเข้ากทม.ให้กำลังใจนายกฯ


กลุ่มคนรักอุดรฯต้านพันธมิตรฯขับไล่รัฐบาล เตรียมเข้ากทม.ให้กำลังใจนายกฯ ที่โดนกดดันอย่างหนัก พร้อมยืนยันให้นายกฯ ทำงานต่อไป ไม่ยุบ – ไม่ลาออก

นายขวัญชัย ไพรพนาประธานชมรมคนรักอุดร ออกแถลงการณ์ผ่านทางสถานีวิทยุ FM 97.50 MHz ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล และยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลาออกโดยมีประชาชน เดินทางมาร่วมรับฟังจำนวนกว่า 3 พันคน

ทั้งนี้ มีนายวิเชียร ขาวขำ นายอนันต์ ศรีพันธุ์ และ นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จ.อุดรธานี เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนพล เดินทางไปให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีใน กทม


นายกฯสมาคมท่องเที่ยวภายในประเทศร่ำไห้ม็อบฯทุบธุรกิจพัง


นายกฯ สมาคมท่องเที่ยวภายในประเทศร่ำไห้ม็อบพันธมิตรฯ ทุบธุรกิจพังในพริบตา เผยธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศแย่กว่า 3 ปี ส่วนเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกไปแล้วกว่า 70%

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว ที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นประธาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีการสรุปภาพรวมปัญหาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะผลกระทบจากการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งภาคเอกชนด้านธุรกิจท่องเที่ยวทุกแห่งได้รายงานสถานการณ์ตรงกัน ว่ามีผลกระทบทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยลดลงมาก

น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ สทน. ได้แสดงความอัดอั้นตันใจอย่างหนักถึงขนาดร้องไห้ออกมากลางที่ประชุม โดยระบุว่าธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศแย่มานานกว่า 3 ปีและเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นได้ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกไปแล้วกว่า 70% ล่าสุดขณะนี้นักท่องเที่ยวลดไปกว่า 90% และหากเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยและรุนแรงขึ้นอาจลดลงถึง 100% ได้ ทำให้ที่ประชุมถึงกับเกิดอาการอึ้งไปตาม ๆ กัน

นายอภิชาติ สังฆอารีย์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า กล่าวว่า ผลกระทบจากการชุมนุมของพันธมิตรฯในขณะนี้ได้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักในโรงแรมและเกสต์เฮาส์ภายในบริเวณรอบ ๆ เกาะรัตนโกสินทร์ลดลงไปมากกว่า 50% แล้ว แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นก็ตาม แต่จากการหารือกับบริษัททัวร์ในต่างประเทศนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังรอดูสถานการณ์ก่อน หากรุนแรงมากขึ้นถึงกับเลือดตกยางออกกันแล้ว บรรดานักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะยกเลิกการมาท่องเที่ยวในไทยในช่วงไฮซีซันนี้แน่นอน อย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่ภาคเอกชนเป็นห่วงมากกว่า คือผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว คือภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน

ทั้งนี้หากเหตุการณ์ยืดเยื้อจนถึงวันที่ 15 ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงเข้าไฮซีซัน จะทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวหายไปถึง 1 แสนล้านบาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะยกเลิกทัวร์มาไทย เพราะไม่มั่นใจในเหตุการณ์

ด้าน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ที่ประชุมครั้งนี้ทุกคนต่างแสดงความห่วงใยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในไทย ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีหน้าที่ต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น


สื่อต่างประเทศตีข่าว"นายกฯ" เข้าถวายรายงานในหลวง


สื่อเทศ เผย สมัครฯ เข้าเฝ้าในหลวง ถวายรายงานสถานการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่พระตำหนักไกลกังวล อำเภอหัวหิน

สื่อมวลชนต่างประเทศทั้งสำนักข่าว CNN และ AP ของสหรัฐฯ และ BBC ของอังกฤษ รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ไทยที่ไม่เปิดเผยนามว่า นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวชของไทยได้บินจากกรุงเทพฯ เมื่อช่วงเที่ยงคืนวานนี้ ด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปยังอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับสถานการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่พระตำหนักไกลกังวล อำเภอหัวหิน และได้กลับมาที่กรุงเทพฯ ในเวลา 10 โมงเช้าวันนี้

รายงานข่าวระบุอีกว่า ผู้ประท้วงหลายพันคนยังคงปักหลักชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่ 5 เรียกร้องให้นายกฯ สมัครลาออก แม้ว่าเมื่อเช้าวันเสาร์จะมีฝนตกลงมา พร้อมระบุว่า การประท้วงยังได้ลุกลามไปยังภาคใต้ของไทย ที่กลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้าไปที่สนามบินหลัก 3 แห่งของภาคใต้ได้แก่ ภูเก็ต/ กระบี่และหาดใหญ่ ซึ่งทำให้สนามบินเหล่านี้ต้องปิดทำการในวันนี้

ก่อนหน้านั้นเมื่อกลางดึกคืนวานนี้(29ส.ค.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางโดยเครื่องบินเล็ก ของทางทหาร ที่ขส.ทบ.โดยเครื่องบินลำดังกล่าวมีที่หมายที่สนามบิน บ่อฝ้าย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งการบินดังกล่าวเป็นการบินด่วน เนื่องจากเกินเวลาที่ทหารจะนำเครื่องขึ้นบิน อีกทั้งตามปกติ นายสมัคร มักจะไม่โดยสารเครื่องบิน ในลักษณะเช่นนี้


"นายกฯ สมัคร" ลั่นจะอดกลั้นถึงพรุ่งนี้ ยันไม่ใช้พรก.ฉุกเฉิน


นายกรัฐมนตรี เผย สั่งการให้ตำรวจถอยออกมาเพราะไม่ต้องการให้นองเลือด ระบุ มีข้อเสนอจากฝ่ายความมั่นคงแต่ไม่ขอใช้หวั่น ประชาชนต้องอยู่แต่ในบ้าน ด้าน อนุพงษ์ห่วงสถานการณ์ ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง พร้อมยืนยันไม่มีปฏิวัติแน่นอน

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงว่า ตนเองเป็นผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถอนกำลังออกมาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุนองเลือด เนื่องจากต้องการให้ผ่านงาน 116 วัน จากวันแม่สู่วันพ่อ ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ก่อน พร้อมยอมรับฝ่ายความมั่นคงมีข้อเสนอแนะออกมาแล้ว แต่ยังไม่ขอใช้ เพราะไม่อยากให้สถานการณ์ตึงเครียด และไม่อยากให้ประชาชนต้องอยู่แต่ในบ้าน และยังกระทบกับงานในวันพรุ่งนี้ โดยหลังจากในวันพรุ่งนี้ จะตัดสินใจดำเนินการอีกครั้งหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น พร้อมยกมือไหว้ขอร้องประชาชนและรัฐวิสาหกิจให้ไตร่ตรองให้ดี อย่าร่วมชุมนุมเพียงเพราะนึกสนุกชั่วแล่น

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า มีความเป็นห่วงสถานการณ์การบ้านเมืองไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประชาชน ที่เขาไม่ได้มีอาวุธอะไร เมื่อถามว่า เหล่าทัพได้มีการเสนอแนะอะไรต่อที่ประชุมสภากลาโหม บ้าง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีวาระการประชุมในเรื่องนี้ ส่วนกระแสข่าวที่ประชาชนหวั่นวิตกว่าจะเกิดการปฏิวัติ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องของกำลังที่มาจากการฝึก ได้แจ้งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสื่อก็เสนอไปแล้วเช่นกัน ส่วนเหตุการณ์ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถดำเนินการได้เพียงแต่ว่าอยากให้ดำเนินการโดยที่ไม่มีความรุนแรง

เมื่อถามว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการร้องขอกำลังจากกองทัพให้ไปช่วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องอยู่ที่รัฐบาล รัฐบาลจะเป็นผู้สั่งการ เพราะตนไม่สามารถที่จะไปดำเนินการอะไรได้ ส่วนในเรื่องการปฏิวัติ ยืนยันได้ว่าไม่มี เพราะการปฏิวัติไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ประชาชนจะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ทางทหารจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกับการสั่งการของรัฐบาล เพราะเราไม่สามารถเอาทหารออกมาได้ ทั้งนี้ ยืนยันใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ น่าจะมีความเหมาะสม และพอเพียงที่จะรักษาสถานการณ์ให้เรียบร้อยได้

ถามว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการถอนกำลังออกจากบริเวณสถานที่การชุมนุมแล้ว พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่อย่างไรก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อตอนบ่ายได้เรียนผ่านไปถึง ผบ.ตร. ว่า น่าจะไม่ใช้มาตรการรุนแรง

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมแสดงว่านายกฯ ไม่ได้ขอความคิดเห็นกับผบ.เหล่าทัพ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีวาระ ในส่วนของผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ว่า กลุ่มดังกล่าวน่าจะลดความรุนแรงในการปฏิบัติการลง และหาทางออกเพื่อประเทศชาติร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ถ้ายึดถือตามกฎหมายและตามที่ศาลสั่ง เหตุการณ์ต่างๆ ก็จะคลี่คลายลงไปได้ โดยเฉพาะคนที่เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์และอาจจะได้รับการกระทบกระทั่งจากการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ทางกองทัพประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่สหภาพการบินไทย และ รถไฟ ที่ประกาศหยุด ซึ่งประเด็นนี้ทางรัฐบาลจะแก้ไข เราคงไม่อยากให้เกิด เราไม่อยากให้มีผลแบบนั้น เพราะจะมีผลกระทบไปทุกมิติ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มปัญหาส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ควรจะ นำพรก.ฉุกเฉิน หรือ พรบ.ด้านความมั่นคงมาใช้ หากตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การจะใช้หรือไม่ใช้เป็นเรื่องของทางรัฐบาล แต่ขณะนี้ ตนเห็นว่า ยังไม่ถึงขั้นที่น่าจะต้องใช้ ถ้าไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น การที่ทหารออกมา บางทีมันก็ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ภาพลักษณ์ที่ออกไปทั่วโลก บางทีมันอาจจะไม่ดี ดังนั้น มาช่วยกัน ร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่ายได้แก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องทำตามหน้าที่ของเขา แต่ก็อย่าให้รุนแรงนัก ส่วนทางฝ่ายชุมนุมก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และลดความรุนแรงลง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เราคนไทยด้วยกัน และเป็นปัญหาภายในประเทศไทย ถ้าบอกว่าแค่นี้ แล้วมันไม่มีทางที่จะแก้ ตนคิดว่า มันคงไม่ได้ มันจะต้องแก้ให้ได้ ทั้งนี้หากมีการพูดคุยกันได้คงดี แต่ถ้าหากไม่พูดคุยกัน ก็ควรหาทางออกของตัวเองกัน