WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, September 1, 2008

ม็อบทำท่องเที่ยวพังยับ‘ภูเก็ต’เจ๊งวันละ250ล้าน

ธุรกิจทัวร์เสียหายระนาว หลังม็อบพันธมาร ดาวกระจายทำลายทรัพย์สินทางราชการเยี่ยงโจรปล้นชาติ จนต่างชาติหวาดผวาออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวระงับทัวร์เมืองไทย โดยเฉพาะหลังม็อบถ่อยบุกปิดสนามปิดยิ่งสร้างความเสียหายหนัก เฉพาะภูเก็ตเสียหายแล้ววันละกว่า 250 ล้าน แถมยังจะเสียหายมหาศาลในระยะยาวหากถูกเลิกทัวร์ไปถึงช่วง “ไฮซีซั่น”

การชุมนุมของกลุ่มพันมิตรทำลายประชาธิปไตย ที่ต่อเนื่องมากว่า 90 วัน และต่อด้วยการบุกรุกเข้ายึดทำลายทรัพย์สินของทางราชการ พร้อมกับปฏิบัติการเหนือกฎหมาย ท้าทายคำสั่งศาล เป็นข่าวที่ถูกนำเสนอออกไปทั่วโลก พร้อมๆ กับความมั่นใจของทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่หดหายไป หลายประเทศได้ออกประกาศเตือนประชาชนในประเทศ ให้ระมัดระวังความปลอดภัยกรณีเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย

ขณะที่ทัวร์ที่อ่อนไหวอย่างญี่ปุ่น และกลุ่มสหภาพยุโรปได้มีการยกเลิกการท่องเที่ยวเมืองไทย คิดเป็นมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการปิดสนามบินที่เป็นหลักด้านการท่องเที่ยวอย่างสนามบินหาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ ยิ่งทำให้เกิดผลกระทบด้านการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ได้สรุปถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นตัวเงินตกประมาณวันละ 250 ล้านบาท แต่ผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่จำนวนเงินวันละ 250 ล้านบาทเท่านั้น แต่จะมีผลต่อเนื่องไปอีกสักระยะหนึ่งจากที่นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย หากสามารถเปิดใช้สนามบินได้ภายในวันนี้การฟื้นฟูภาพพจน์ไม่น่าที่จะยาวนานนัก แต่หากปิดยาวนานออกไปเชื่อว่าผลเสียหายที่เกิดขึ้นจะมหาศาลกว่านี้ เพราะชาเตอร์ไฟลต์ที่จะเข้ามาในช่วงไฮซีซั่นได้จับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อาจจะมีการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปที่อื่นๆที่มั่นใจว่าปลอดภัยกว่า

นอกจากนี้เท่าที่ทราบหลายประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากกำลังคิดที่จะนำเครื่องบินของประเทศตนเองมารับนักท่องเที่ยวเช่นกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของภูเก็ตหมดเช่นกัน

ขณะที่นายเมธี ตันมานะตระกูล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุมีคนภูเก็ตได้ติดต่อสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก กับคำถามง่ายๆ ที่หาคำตอบไม่ได้ ว่าทำไมต้องมาทำลายภูเก็ตกันเอง ตนก็ตอบได้เพียงว่าแต่ละฝ่ายมีวัตถุประสงค์ที่จะต้องทำให้สำเร็จ จึงลืมคิด แม้จะมีการทุบหม้อข้าวตัวเองก็ตาม จึงได้แต่ขอวิงวอนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนไม่ใช่คนภูเก็ต แต่อยู่อาศัยมาเป็นเวลาประมาณร่วม 20 ปีที่ผ่านมาเห็นความสามัคคีของคนภูเก็ตที่ชัดเจนในการทำกิจกรรมต่างๆ แต่ทำไมจึงมีเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ซึ่งเมื่อจบไปแล้วก็จะมาเสียใจกันในภายหลัง

ดังนั้นการที่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่จะทำอะไรก็ขอให้ลดความรุนแรงโดยคิดถึงภูเก็ต คิดถึงตัวเอง และคิดถึงครอบครัว เพราะภูเก็ตมีอาชีพเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รายได้ที่เข้ามาและทำให้อยู่ได้ก็ขึ้นกับการท่องเที่ยวจนเป็นที่อิจฉาของทุกๆ ฝ่าย ซึ่งหากมีการพูดคุยกันจนเป็นที่เข้าใจ และให้ทุกสิ่งทุกอย่างจบโดยเร็ว ก็ยังพอแก้ไขได้

นายเมธี กล่าวด้วยว่า หากเราเป็นนักท่องเที่ยวแล้วเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อถึงกำหนดแล้วไม่ได้กลับจะรู้สึกอย่างไร และเมื่อได้กลับประเทศก็คงไม่บอกในเรื่องราวที่ดี ซึ่งท่าอากาศยานภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการวันละ 15,000 คน สุดท้ายไม่มีใครชนะ แต่เราจะแพ้กันทั้งหมด ซึ่งขณะนี้แต่ละโรงแรมต่างพยายามช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยคิดราคาค่าห้องพักในราคาพิเศษ ส่วนคนที่ไม่มีเงินก็ให้กินฟรีพักฟรี เพื่อช่วยรักษาภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น และขอร้องมายังภูเก็ตให้ยุติกันเสียที

สำหรับบรรยากาศภายในท่าอากาศยานภูเก็ต นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปกับเที่ยวบินเที่ยวแรกได้เริ่มทยอยมาเช็กอินที่สนานบินบ้างแล้ว และบรรยากาศของกลุ่มพันธมิตรฯยังไม่คึกคักมากนัก

ด้าน น.ส.ลินดา อั่วกลาง Operation Manager ของบริษัท ภูเก็ตไทยแลนด์ทราเวลแอนด์ทัวร์ จำกัด กล่าวถึงผลกระทบในช่วงที่มีกลุ่มพันธมิตรฯ ปิดล้อมสนามบินภูเก็ตว่า ช่วงนี้ไม่ใช่น่าท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจน้อยกว่าปกติ แต่ด้วยเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่ามีลูกค้ายกเลิกตั๋วเครื่องบินที่จะมายังภูเก็ต และนักท่องเที่ยวที่จะต้องเดินทางกลับออกจากภูเก็ตก็ไม่สามารถเดินทางกลับไปได้

โดยส่วนใหญ่ลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ภูเก็ตมาก่อนหน้าจะมีกลุ่มพันธมิตรฯ ปิดสนามบินภูเก็ต ได้ตัดสินใจอยู่ต่อ โดยทางสนามบินให้เปลี่ยนไฟลต์ได้ ซึ่งไม่มีการเก็บเงินเพิ่ม และให้นักท่องเที่ยวขอเงินคืนได้

บริษัท ภูเก็ตไทยแลนด์ทราเวลแอนด์ทัวร์ จำกัด ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการเปลี่ยนให้นักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถบัส หรือรถประจำทาง ซึ่งทำให้ลดรายได้ที่ได้จากตั๋วเครื่องบิน เนื่องจากราคาตั๋วของรถประจำทางมีราคาต่ำกว่า นอกจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวจะติดขัดแล้ว นักท่องเที่ยวที่จองเที่ยวบินไว้ก็ยกเลิกไปอีกบางส่วน แต่หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวใช้บริการสนามบินภูเก็ตได้ ก็ถือว่าสภาพการท่องเที่ยวดีขึ้นกว่าตอนที่ปิดล้อมสนามบินดังกล่าว แต่ไม่ดีขึ้นกว่าที่ควรเป็น ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวได้มีการพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกับบ่นว่ารู้สึกเสียใจเพราะตั้งใจมาท่องเที่ยวแต่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้

ด้านบริษัท เดอะ ทราเวล ยูนิเวิร์ส จำกัด ได้เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการปิดล้อมทาง-เข้าออกของสนามบินในจังหวัดภูเก็ต ได้สร้างผลกระทบและผมเสียหายในเชิงธุรกิจ เนื่องจากจำนวนลูกค้าที่ได้ซื้อแพ็กเกจทัวร์มาเที่ยวเมื่อได้ทราบถึงความไม่สงบก็ได้มีการขอโทร.มาเลื่อนเวลาในการเดินทาง

เนื่องจากบริษัทของเราเป็นบริษัทที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในประเทศซึ่งก็ทราบถึงปัญหาความวุ่นวายภายในประเทศดีอยู่แล้ว เชื่อว่าเมื่อเหตุการณ์สงบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชื่อว่าจะกลับมาสดใสคึกคักอีกครั้ง ประกอบกับในช่วงนี้เข้าช่วงโลซีซั่น จำนวนนักท่องเที่ยวก็เลยลดน้อยลงไปใหญ่



ปชป.ยกหางกบฏพันธมาร


* บิดเบือนแก๊สน้ำตาที่แท้ฉีดเองถังดับเพลิง
“ประชาธิปัตย์” เรียงหน้ายกหางโจรกบฏกลางสภา ชื่นชมหน้าตาเฉยการปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ 3 เดือน แถมใช้กำลังบุกรุกทำลายทำเนียบรัฐบาลเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ “อภิสิทธิ์” เมินใช้กฎหมาย พูดชัดกระบวนการนิติบัญญัติแก้ปัญหาไม่ได้ ขณะที่ “ชวน หลีกภัย” ยิ่งกู่ไม่กลับ ยกระดับ ASTV เป็นสื่อทางเลือกใหม่ โชว์หลักการปราบม็อบในยุคตัวเองทั้งกรณี ตากใบ และรพ.ราชบุรี ที่มีคนตายเป็นเบือ ทั้งกรณีปล่อยหมากัดม็อบ มีเหตุผลไปหมด กางหลักฐานแฉจะจะ มีคนสร้างสถานการณ์ ขุดรูปเก่าอ้างปืนจี้หัว ส่วนแก๊สน้ำตา ที่แท้ก็ยิงน้ำยาดับเพลิงสร้างสถานการณ์

* “ชวน หลีกภัย” โดดอุ้ม ASTV สื่อทางเลือก
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยนิติบัญญัติ เพื่อแก้ปัญหาในบ่านเมื้อง ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนทำลายประชาธิปไตย ได้ออกมาสร้างสถานการณ์ จุดชนวนความวุ่นวาย และทำตัวเป็นโจรกบฏอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมือง ได้เริ่มขึ้นแล้วในตอนบ่ายของวันที่ 31 สิงหาคม 2551 โดยมี นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ในการประชุม

ปชป.อุ้ม พธม.ข้อหากบฏแรงไป
ซึ่งในที่ประชุมที่หวังว่าจะใช้ความคิดความเห็นของ 3 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาบ้านเมือง กลับกลายเป็นเวทีให้พรรคประชาธิปัตย์ ฉกฉวยโอกาสขย่มรัฐบาล และออกอาการอุ้มกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างออกหน้าออกตา

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในการประชุมร่วมของ 2 สภา เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมือง ว่า รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ในการทำร้าย ใช้ปืนจ่อหัวประชาชน รวมถึงการยัดเยียดข้อหากบฏให้กับกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นข้อหาที่พิสูจน์เจตนาได้ยาก ทั้งที่ควรจะเป็นข้อหาการบุกรุกสถานที่ราชการ น่าจะมีความเหมาะสมกว่า

“ชวน” โชว์หลักการ-ชื่นชม ASTV
ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นปราศรัย โดยออกอาการชื่นชมและอุ้มกลุ่มม็อบพันธมิตรฯ พร้อมกล่าวสนับสนุนสถานีโทรทัศน์ ASTV โดยกล่าวว่าเป็นสถานีที่ได้มีการนำเสนอข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสแก้ตัวการปราบปราม ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ทั้งกรณีโรงพยาบาล จ.ราชบุรี ที่มีชาวพม่าตาย 10 คน และกรณีตากใบ ที่เสียชีวิตอีกหลายสิบคน หรือแม้กระทั่งเรื่องปล่อยหมากัดม็อบที่หน้ารัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องฮือฮา นายชวนก็ยังกล้ายืนยันว่ารัฐบาลตัวเองทำถูกทั้งหมด และยังคงยืนยันว่าการกระทบกระทั่งของตำรวจกับม็อบในรัฐบาลนายสมัคร เป็นความผิด

ยกหางม็อบสร้างประวัติศาสตร์
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็อ้างว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นเสียงสะท้อนของประชาชน โดยกล่าวว่า กระบวนการทางนิติบัญญัติคงไม่สามารถที่จะคลี่คลายแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นขออย่าให้คาดหวังสูงเกินไป หรือประเมินตัวเองสูงเกินไป เพราะการเมืองยุคสมัยนี้ไปไกลกว่าระบบการเมืองแบบตัวแทน มีการเมืองภาคประชาชนหลายกลุ่ม

ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอ้างถึง การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่เราต้องจารึก เพราะว่าได้มีการชุมนุมยืดเยื้อมากที่สุดเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือนและสามารถเข้ายึดทำเนียบและสถานที่สำคัญต่างๆ ได้ เป็นการเมืองภาคประชาชนอย่างแท้จริง

พร้อมทั้งสร้างความชอบธรรม ให้กับม็อบโดยนายจุรินทร์กล่าวว่า สาเหตุการออกมาชุมนุมขับไล่ของกลุ่มพันธมิตรฯ รัฐบาลเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ มูลเหตุมาจากการพยายามแก้ไขเรื่องของรัฐธรรมนูญ

“สมัคร” ซัดมีคนจัดฉากแก๊สน้ำตา
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ขอใช้สิทธิ์ลุกขึ้นชี้แจง กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งผิด เพราะมีเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจนอยู่แล้ว โดยยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีข้อบกพร่องต้องมีการแก้ไข กลายเป็นว่านายกฯ ทำอะไรก็ผิดหมด ส่วนพันธมิตรฯ ที่ไปยึดทำเนียบรัฐบาล บุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีนั้นไม่ผิด

ส่วนกรณีแก๊สน้ำตา นายสมัคร นำภาพถ่ายหลักฐานมาแสดง และว่ากำลังสรุปกันอยู่ว่าเป็นอะไร ถ้าดูจากรูปถ่ายนั้นไม่ใช่แก๊สน้ำตา แต่เป็นถังน้ำยาดับเพลิง ทั้งนี้ การจะพูดจากล่าวหากัน หรือจะให้พิจารณาตนเอง ก็ขอพิจารณาตัวเองว่าขอทีให้ย้อนดูว่าสิ่งที่พูดมันเท็จจริงอย่างไร อย่าให้ฟังได้ว่าอยู่ข้างพันธมิตรฯ

พร้อมกันนี้ นายสมัคร ยังประกาศรับผิดชอบเหตุการณ์ที่ตำรวจใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่พลาดพลั้งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ปฏิเสธไม่มีการใช้แก๊สน้ำตาและปืนจ่อศีรษะตามที่เป็นข่าว

จ่อร้องศาลแพ่งสั่งม็อบเปิดทำเนียบ
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงมหาดไทย ในฐานะตัวแทนสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังศาลแพ่งมีคำสั่งระงับการบังคับคดีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ให้พันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาลนั้น ในเช้าวันที่ 1 กันยายน ทีมทนายความเลขาธิการนายกฯ จะเข้ายื่นคำร้องแถลงต่อศาลแพ่งเพื่อให้มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งหลังกลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้นายกฯ และข้าราชการไม่สามารถเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลได้และอาจส่งผลให้เอกสารสำคัญของประเทศเสียหาย

พร้อมกันนี้ จะได้แถลงต่อศาลว่า การเข้าดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในวันที่ 29 สิงหาคม ไม่ได้กระทำการใดที่ผิดกฎหมาย และตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ทำสิ่งใดเกินเลยหรือเข้าสลายม็อบแต่อย่างใด

นายศุภชัย ยังกล่าวแสดงความเป็นห่วงด้วยว่า หาก พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เข้ามาเป็นแกนนำพันธมิตรฯ จะทำให้ กทม.กลายเป็นกรือเซะ

ฉะปิดสนามบิน-รถไฟทำร้าย ปชช.
ด้าน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม กล่าวถึงการปิดสนามบินหลายแห่งของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในต่างจังหวัดว่า ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น ตนเองจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร ส่วนการหยุดงานของพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หากพนักงานหยุดยาว คงต้องเปิดรับพนักงานใหม่ การหยุดเดินรถถือเป็นการทำร้ายประชาชน

"การปิดสนามบินส่งผลต่อการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสนามบินในจังหวัดท่องเที่ยว ส่วนการหยุดเดินรถไฟนั้นคงต้องพิจารณาว่าพนักงานขอหยุดนานแค่ไหน ถ้าเป็นเวลานานและไม่มีการวิ่งรถ คงต้องหาคนมาขับรถไฟแทน" นายทรงศักดิ์ กล่าวและเพิ่มเติมว่า

การรถไฟฯ ถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่ผลประกอบการอยู่ในภาวะขาดทุนมาตลอด และเป็นภาระภาษีของประชาชน หากพนักงานจะหยุดยาวก็คงต้องเปิดรับสมัครคนมาทำงาน

กลุ่มต้าน พธม.หนุนนายกฯอยู่ต่อ
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มต้านพันธมิตรฯ ที่ชุมนุมให้กำลังใจรัฐบาลที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ได้เดินทางมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีถึงหน้ารัฐสภาจำนวนหลายพันคน พร้อมทั้งเปิดเวทีปราศรัย โดยยืนยันจะเป็นการชุมนุมอย่างสงบ

บนเวทีได้มีการประณามการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำตัวเหนือกฎหมาย และให้กำลังใจนายกฯ พร้อมสนับสนุนให้ทำงานบริหารบ้านเมืองต่อไป

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ประธาน คปพร. กล่าวว่า จะไม่มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมไปไหนจนกว่าจะประชุม 2 สภา เสร็จสิ้น

ขณะเดียวกันเวทีที่ท้องสนามหลวง ก็มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมหลายพันคน และยังมีการเปิดให้มีการลงชื่อให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลด้วย

บนเวทีปราศรัย แกนนำกลุ่มนปก. ต่างสลับกันขึ้นปราศรัยถึงการตัดสินคดี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

สันติบาลชี้มือที่สามรอจุดไฟซ้ำ
พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลว่า ขณะที่มวลชนของทั้ง 2 กลุ่ม ได้เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ กทม. จากข่าวเบื้องต้นทราบว่าเมื่อประชุมรัฐสภาเรียบร้อย กลุ่มผู้สนับสนุนจะเดินทางไปรวมกันที่ท้องสนามหลวง

ส่วนการปะทะกันของทั้ง 2 ฝ่าย คาดว่าโดยภาพรวมแกนนำทั้ง 2 ฝ่าย คงไม่ต้องการให้มีการปะทะกัน แต่สิ่งที่น่ากลัวคือมือที่สาม ที่ยืนยันว่ามีแน่นอน คนกลุ่มนี้คอยที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันให้ได้ เพื่อให้เกิดจุดแตกหักขึ้นถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่อย่างไรก็ตามหน่วยข่าวของรัฐทุกหน่วยก็เฝ้าระวังอยู่แล้ว

บุรีรัมย์ชุมนุม 5พันหนุน “สมัคร”
สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนรัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมเยี่ยงโจรของกลุ่มพันธมิตรฯ
ที่ จ.บุรีรัมย์ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ได้มีกลุ่มพลังประชาชน และชาวบ้านจากอำเภอต่างๆ ทั้ง 23 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 5,000 คน ออกมาชุมนุมสนับสนุนให้กำลังใจรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ในการบริหารประเทศชาติต่อไป และ ต่อต้านการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีการถือป้ายให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล

มีการตั้งเวทีปราศรัย ผลัดเปลี่ยนขึ้นกล่าวโจมตี แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้ง 9 คน สร้างความวุ่นวาย ทำให้ประเทศชาติเกิดความ
เสี ยหายในสายตาชาวโลก

คนขอนแก่นเปิดเวทีให้กำลังใจ
ขณะที่ จ.ขอนแก่น ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น หลังเก่า มีการชุมนุมให้กำลังใจรัฐบาลมีการตั้งเวทีปราศรัยชื่นชมการทำงานของนายสมัคร และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะเดียวกันมีการกล่าวโจมตีบรรดาแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ไม่เคารพกฎหมาย พร้อมกับระบุว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ในขอนแก่นนั้นแท้จริงแล้วมีไม่ถึง 1,000 คนและพวกตนพร้อมที่จะเข้าไปคัดค้านกลุ่มพันธมิตรฯทันทีและทุกเมื่อหากได้รับสัญญาณคำสั่งมา

นอกจากนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนนายสมัคร กลุ่มนี้ยังได้มีการนำรถกระจายเสียงออกประชาสัมพันธ์ไปตามจุดต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนชาวขอนแก่นออกมาร่วมชุมุนมกันในช่วงค่ำวันนี้ด้วย โดยระบุว่า หากใครรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เอากลุ่มพันธมิตรฯก็ขอให้ออกมาร่วมกันชุมนุมกันให้มากๆ

คน “โคราช-อุบล” ไม่เอาพันธมิตร
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา มีชาวบ้านในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และจากอำเภอต่างๆ ทั้ง 32 อำเภอของ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะอำเภอที่เป็นพื้นที่ฐานเสียงหลักของ ส.ส. พรรค พปช.ออกมาชุมนุมสนับสนุนให้กำลังใจรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และ ต่อต้านการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ ของกลุ่มพันธมิตร

บรรดาแกนนำสวมเสื้อ และโผกหัวผ้าสีแดงที่เรียกตัวว่า “กลุ่มคนโคราช รักษ์ประชาธิปไตย” นำโดย นางบุญชู สุดศิริ และ ได้นำรถบรรทุก 6 ล้อ ติดตั้งเครื่องขยายเสียง มาเปิดเวทีปราศรัยรวมทั้งแจกใบปลิว เชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมสนับสนุนรัฐบาลและต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ อยู่ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

ในขณะที่ จ.อุบลราชธานี มีประชาชนเรียกตัวเองเป็นกลุ่มพลังเงียบจำนวนประมาณ 1,000 คน ได้มาชุมนุมกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี แสดงการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลนายสมัคร และต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ เช่นกัน

คนรักอุดร เปิดเวทีประณาม 9 กบฏ
ขณะที่สนามทุ่งศรีเมือง อุดรธานี นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร นายอุทัย แสนแก้ว น้องชาย นายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ระดมพลผ่านทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.50 เมกะเฮิรตซ์ ให้ประชาชนมารวมตัวกันที่สนามทุ่งศรีเมือง และเปิดเวทีปราศรัยโจมตีพันธมิตรฯที่ยึดทำเนียบรัฐบาลและกล่าวหา 9 แกนนำพันธมิตรฯ เป็นกบฏ

ทั้งนี้กลุ่มดังกล่าวยังได้กล่าวผ่านทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.50 เมกกะเฮิร์ต คลื่นชมรมคนรักอุดร โดยได้กล่าวชื่นชม นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ ที่ได้ทำได้ถูกต้องแล้ว โดยมีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังกว่า 2 พันคน และกำลังจะมาสมทบอีก

เช่นเดียวกับที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีกลุ่มชาวบ้านที่ร่วมคัดค้านการเคลื่อนไหวของพันธมิตร ประมาณ 1,000 คน มอบดอกไม้ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายปรีชา กมลบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเปิดเวทีปราศรัยโจมตีพันธมิตรฯ

“เชียงใหม่-เชียงราย” ไล่ส่งพธม.
ส่วนที่เชียงใหม่ เครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นของพรรคไทยรักไทยในอดีต – พลังประชาชนในปัจจุบัน เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร และเพื่อปกป้องรัฐบาลนายสมัคร และไม่ให้ลาออกจากตำแหน่ง

ขณะที่วิทยุชุมชนในเครือข่ายคือ คลื่น 92.50 เมกะเฮิรตซ์ ที่มี นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล เจ้าของโรงแรมแกรนด์วโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ – ประธานที่ปรึกษากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นผู้อำนวยการสถานี ได้ถ่ายทอดเสียงผ่านคลื่น 92.50 เมกะเฮิรตซ์ ให้ประชาชนเดินทางออกมาชุมนุมบริเวณเวทีปราศรัยบริเวณหน้าโรงแรมแกรนด์วโรรส

ขณะที่ จ.เชียงราย น.ส.จีระนันท์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ซึ่งเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในพื้นที่ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในช่วงนี้นั้นกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จะเน้นการใช้รถกระจายเสียงออกไปตามจุดต่างๆ เพื่อต่อต้านการกระทำของกลุ่ม พธม.และออกแถลงการณ์ประณาม นอกจากนี้จะร่วมกับกลุ่มต่างๆ ที่มีแนวทางในการเคลื่อนไหวคล้ายกันรวมกลุ่มจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

บช.น.โชว์อาวุธสลายม็อบยืนยัน
ส่วนกรณีที่มีการสร้างสถานการณ์นำเอาภาพเก่ามากล่าวหารัฐบาลว่ามีการใช้ปืนจี้หัวผู้ชุมนุม และยังมีเรื่องของการสร้างสถานการณ์เรื่องแก๊สน้ำตาที่หน้า บช.น. นั้น ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าปืนดังกล่าวเป็นรุ่นเก่า ทำให้เชื่อได้ว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายไว้หลายปีแล้ว และขณะเดียวกันในการเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม ตำรวจก็ไม่ได้พกพาอาวุธปืนแต่ย่างใด

โดยในวันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.ภาสกร สถิตยุทธการ รอง ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการ ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (ตปพ.)ได้นำอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับการควบคุมฝูงชน เช่นแก๊สน้ำตา ปืนพร้อมกระสุนยาง โล่ กระบอง ปืนตาข่าย มาสาธิตให้กับผู้สื่อข่าว ประจำ บช.น. ทราบถึงวิธีการและรูปแบบการใช้งาน จากนั้น พ.ต.ท. ภาสกร กล่าวว่า อุปกรณ์ที่นำมาให้สื่อมวลชนดูนั้น มีขั้นตอนและวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน เริ่มจากการใช้โล่ กระบอง หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และปืนยิงตาข่ายตามลำดับ ซึ่งผู้ใช้งานได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดีตำรวจยังยืนยันว่า ไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายฝูงชนที่มาชุมนุมหน้า บช.น. และพบในเวลาต่อมาว่ามีการฉีดถังดับเพลิงสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมเอง

เครือข่ายนิสิตร้องประณาม พธม.
ขณะเดียวกันเครือข่ายองค์กรนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์การนักศึกษาและสภานักศึกษา จากหลายสถาบัน ได้ยื่นแถลงการณ์ต่อสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ ได้เรียกร้องว่า แม้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะมีสิทธิชุมนุม แต่ต้องไม่บุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญด้วยข้ออ้างเพียงว่าเป็นเจ้าของประเทศ เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรฯก็เป็นเจ้าของประเทศเหมือนกัน

อีกทั้งพันธมิตรฯยังไม่สามารถที่จะทำให้ความเห็นของตนเป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมที่จะทำการอุกอาจในการชุมนุมเช่นที่ผ่านมา ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องไม่ใช้กำลังในการสลายการชุมนุมอย่างที่เคยทำเช่นกัน

อนึ่ง นายสุนัย จุลพงศธร ได้เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ หรือคนที่ไปป้วนเปี้ยนรอบเวทีพันธมิตรฯ ที่อยู่ในสภา ไม่ว่าจะเป็น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หรือแม้แต่ ส.ว. หัวใจพันธมิตรฯ บางคน ได้ออกมาชี้แจงว่าพันธมิตรฯ ต้องการอะไร จะได้แก้ปัญหาถูกจุด


Saturday, August 30, 2008

จับโกหกกบฏพันธมิตร ใครยิงแก๊สน้าตา

คลิกชมรายละเอียด

จับโกหกกบฏพันธมิตร ใครยิงแก๊สน้าตา

พิสูจน์ด้วยภาพช้า จุดเองขว้างเอง โยนใส่พวกเดียวกัน สร้างสถานการณ์ให้รุนแรงเพื่อป้ายสีรัฐบาล



thai-grassroots

‘สมัคร'สั่งตำรวจยุติสลายพันธมิตรฯ

นายกฯสมัครเผยสั่งการให้ตำรวจถอนกำลังออกมาจากกลุ่มพันธมิตรฯเพราะไม่ต้องการให้นองเลือด ระบุ มีข้อเสนอจากฝ่ายความมั่นคงแต่ไม่ขอใช้

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองเป็นผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถอนกำลังออกมาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เนื่องจากต้องการให้ผ่านงาน 116 วัน จากวันแม่สู่วันพ่อ ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (30 สค.) ก่อน จึงไม่อยากให้เกิดเหตุนองเลือด พร้อมยอมรับว่า ฝ่ายความมั่นคงมีข้อเสนอแนะออกมาแล้ว แต่จะยังไม่ขอใช้ เพราะไม่อยากให้สถานการณ์ตึงเครียด โดยหลังจากในวันพรุ่งนี้ จะตัดสินใจดำเนินการอีกครั้งหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น พร้อมยกมือไหว้ขอร้องประชาชนและรัฐวิสาหกิจให้ไตร่ตรองให้ดี อย่าร่วมชุมนุมเพียงเพราะนึกสนุกชั่วแล่น

thai-grassroots

ศาลยกคำร้องฯขอให้ถอนหมายจับ 9 แกนนำ

ศาลอาญายกคำร้อง พันธมิตร ขอให้เพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำ ชี้ หากไม่ผิดจริง ให้ไปพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม

ศาลอาญายกคำร้องการเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำกลุ่มพันธมิตร โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การออกหมายจับของศาลมีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 66(1) จึงได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ตามคำร้อง เพื่อให้พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้ร้องได้ดำเนินการสอบสวนต่อไป ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 9 คน จะมีความผิดหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องผ่านการสอบสวน การสั่งฟ้องและการพิจารณาของศาล ซึ่งทุกฝ่ายมีสิทธิ์จะนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ข้ออ้างได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนหมายจับของผู้ต้องหาล้วนเป็นข้ออ้างตามความคิดเห็นของจำเลยทั้งสิ้น

thai-grassroots

‘โกวิท'ให้กำลังใจตำรวจยันอดทนถึงที่สุด

รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยเดินทางมาที่บช.น.เพื่อให้กำลังใจตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในการรับมือกับม็อบพันธมิตรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.25 น. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาถึง บช.น.โดยทักทายและให้กำลังใจตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ อย่างไรก็ตาม ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตำรวจต้องใช้ความอดทนถึงที่สุด คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร คนไทยด้วยกันคุยกันได้ ต่อข้อถามว่า มีความกังวลต่อสถานการณ์หรือมีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท ระบุว่า ไม่มีความกังวล เชื่อว่าบ้านเมืองต้องอยู่ได้ ก่อนจะรีบเดินขึ้นห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว

thai-grassroots

เมื่อขงเบ้งเป่าขลุ่ย

ยุทธการเขากิสาน ขงเบ้งต้องถอยทัพหนีสุมาอี้ ถึง 6 ครั้งครับ การถอยแต่ละครั้งมีลูกเล่นพลิกแพลงผกผัน ไม่เคยซ้ำกัน

แต่ครั้งไหน จะยิ่งใหญ่อย่างไร ก็ประทับใจทำให้โลกลืมไม่ได้ เท่า...ครั้งแรก

สังข์ พัธโนทัย เขียนถึงตอนนี้ไว้ในพิชัยสงครามสามก๊กว่า สุมาอี้เป็นฝ่ายตั้งรับ เร่งทัพไปต้านทานขงเบ้งที่เขากิสาน เลือกตีเมืองเกเต๋งที่มั่นสำคัญของขงเบ้งแตกก่อน

ขงเบ้งตกใจ สั่งถอยจากเมืองเทียนซุย ลำอั๋น และเมืองเสเสีย มุ่งหน้าหนีไปฐานทัพเมืองฮันต๋ง

ที่เมืองเสเสียเป็นที่ตั้งคลังเสบียงสำคัญ ขงเบ้งคุมทหารเร่งรัดขนเสบียงหนีเป็นโกลาหล

เหลือทหารอยู่แค่ 2,500 คน

ทันใดนั้น...ทหารก็รายงาน ทัพสุมาอี้ไล่ตามมาถึงหน้าตัวเมือง ขงเบ้งเดินขึ้นเชิงเทิน เห็นผงคลีตลบ ทหารสุมาอี้ยกกันมามากมายราวคลื่นมหาสมุทร

ขงเบ้งสั่งให้เก็บธงทิวบนกำแพงเมืองลงซ่อน...สั่งไม่ให้ทหารเคลื่อนไหวหรือส่งเสียงใดๆ

จากนั้นก็ปิดประตูเมืองทั้งสี่ด่าน ให้ทหารแต่งตัวเป็นชาวบ้าน ทำทีเป็นคนกวาดถนนอยู่ที่ประตูเมืองประตูละ 20 คน

สั่งการแล้ว ขงเบ้งก็เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นเต้าหยิน ถือขลุ่ยขึ้นไปนั่งบนหอรบ มีเด็กน้อยสองคนคอยปรนนิบัติ จุดธูปหอมแล้ว ก็เป่าขลุ่ยเล่นสบายอารมณ์

หน่วยลาดตระเวนสุมาอี้ เห็นเช่นนั้นก็กลับไปรายงาน สุมาอี้ ประหลาดใจ สั่งหยุดทัพไว้ห่างเมือง แล้วควบม้าเข้าไปดูใกล้ๆ

ภาพที่สุมาอี้เห็น ขงเบ้งเป่าขลุ่ยแล้วก็วาง นั่งยิ้มกริ่ม เด็ก รับใช้คนหนึ่งถือดาบอาญาสิทธิ์ อีกคนถือแส้จามรี

ตรวจดูทุกประตูเมือง เห็นแต่คนกวาดถนนซังกะตายไม่กี่คน

สุมาอี้คิด “ชะรอยขงเบ้งจะแต่งอุบายไว้ลวงเรา” ตกใจกลัวขงเบ้งจะแต่งทหารไว้ตีตลบหลัง ก็รีบชักม้ากลับ

สุมาเจียว ผู้บุตร แย้งว่า “ขงเบ้งไม่มีทหารเหลืออยู่แล้ว แสร้งแข็งใจทำกลลวงไปอย่างนั้น” สุมาอี้ก็ไม่เชื่อ ดุด่าบุตรว่า ยังอ่อนหัดนัก แล้วสั่งถอยทหารไปทางภูเขาด้านเหนือ

ขงเบ้งเห็นดังนั้น ตบมือหัวเราะชอบใจ บรรดานายทหาร ทั้งปวงพากันพิศวง ถามว่า ไฉนกองทัพอันเกรียงไกรใหญ่ยิ่ง เข้ามาเจอคนเพียงคนเดียว จึงถอยกรูดไปเช่นนั้น

ขงเบ้งชี้แจงว่า สุมาอี้รู้ดีว่า ข้าพเจ้าเป็นคนรอบคอบ ข้าพเจ้าจึงกล้าซ้อนกลได้ โดยไม่กลัว

อ่านสามก๊กตอนขงเบ้งเป่าขลุ่ย ตอนนี้ ได้รสชาติกว่าอ่านเมื่อก่อนนะครับ

แต่จะเอาไปเทียบเคียงกับยุทธการยึดทำเนียบ ยึดทีวี...ก็ยังไม่ค่อยถนัด ไม่ค่อยแน่ใจ

ใครเป็นสุมาอี้ ใครเป็นขงเบ้ง

ดูข่าวทีวีต่อมาเห็นเค้าหน้าคนสั่ง...เปิดทำเนียบเปิดสถานีทีวี ล่อเสือให้เข้าไปติดกับ ตัวเองหนีไปอยู่กับทหารเรือแถวฝั่งธนฯ ลอยหน้าลอยตาร้องเพลง มาร์ช ไทยรวมกำลัง...เฮฮาอยู่กับนักกีฬาเหรียญโอลิมปิก

หากไม่อคติกันเกินไป ขงเบ้ง พ.ศ.นี้ ลีลาไม่เลวเกินไปนัก

ส่วนใครจะเป็นสุมาอี้ พ.ศ.ใหม่ ยอมให้ขงเบ้งหลอกเข้าไปติดคุกได้ง่ายๆ...ก็คงจะรู้กันในวันสองวันนี้.

กิเลน ประลองเชิง

พล.ต.ต.สุรพล ย้ำแก๊สน้ำตาไม่ใช่ฝีมือตำรวจ

บช.น. 30 ส.ค.- พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงหลังประชุมประเมินสถานการณ์ชุมนุม เผย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ขอให้ ตร.ทำงานให้เต็มที่ ไม่ต้องหวั่นกระแสข่าว

รองโฆษก สตช.เผยว่า วันนี้จะระดมกำลังส่วนใหญ่รักษาความปลอดภัยงาน 116 วันแม่สู่วันพ่อ พร้อมย้ำการใช้แก๊สน้ำตาเมื่อวานนี้ ไม่ใช่ฝีมือของตำรวจ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-08-30 12:56:26


ปล่อยให้ พธม. ยึดทำเนียบรัฐบาล 3 เดือน ผลเสียที่ร้ายแรงที่สุดคืออะไร

บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ตอนนี้ผมคาดการณ์ได้แล้วว่า ตำรวจจะไม่สลายม็อบ แต่ก็ยื้อกันไปอย่างนี้ เพราะตำรวจก็คงเข็ดเขี้ยวกับการเมืองเหมือนกัน เพราะตำรวจเคยโดนปลดจาการสลายม็อบ ทำให้ตำรวจไม่ค่อยกล้าที่จะทำอะไรรุนแรง

ตอนนี้เราก็ต้องทำใจว่า "ปล่อยให้พันธมิตรยึดทำเนียบไปสักสามเดือน" แล้วจะเกิดอะไรร้ายแรงจนพวกเราอยู่กันไม่ได้ นอกจาก "ความคับข้องใจ" เท่านั้น

ผมตอบตนเองว่า ไม่มีอะไรผมทำใจได้ ผมวางอุเบกขา ผมรู้่สึกสบายใจ ผมยังรู้สึกว่า รัฐบาลก็บริหารงานต่อไปได้ ไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก จนบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้

จาก thaifreenews

วันนี้ผมไปประชุมที่โรงแรมหนึ่ง และเห็นคนกลุ่มอื่นๆ มาสัมมนาด้วย แสดงว่ากิจกรรมในประเทศทั้งหลายยังดำเนินต่ิอไปได้ ทุกคนก็มีงานของตัวเองทำ แต่มีเรื่องสนุกน่าตื่นเต้นให้คอยเช็คข่าวเท่านั้น

และมีมหรสพโรงใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาลให้ดูผ่านทีวีเท่านั้นเอง

ผมว่าคนที่เดือดร้อนใจว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจนเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น ผมว่าในที่สุดแล้วนักลงทุนทั้งหลายจะปรับตัวและทำใจได้ เพราะสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติกลัวคือ "การทำรัฐประหารของทหาร"

แต่หากไม่มีรัฐประหาร แล้ว ผมว่าที่เหลือเรื่องการก่อม็อบ เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีอะไรกระทบต่อธุรกิจนัก ประเทศเกาหลีใต้เคยมีการประท้วงกันแบบนี้ทั้งปีทั้งชาติ พอคนเริ่มชิน ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร เพราะมนุษย์ย่อมปรับตัวเข้ารับกับสถานการณ์ใหม่ได้เสมอ

เมื่อพันธมิตรอยู่ในทำเนียบครบ 1 สัปดาห์ คนก็ทำใจได้เองว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย" ก็แค่เปลี่ยนที่นั่งจากสะพานมัฆวานมาทำเนียบรัฐบาลเท่านั้นเอง ไม่เห็นต้องไปวิตกกังวล หรือตื่นเต้นอะไรมากนัก

ก็ถามคำถามเดิมที่ผมเคยถามว่า "ยึดทำเนียบรัฐบาบแล้วจะเกิดอะไรขึ้น So what?

ตอนนี้ผมทำใจได้แล้ว รู้สึกสนุกสนานตื่นเต้นกับ "ละคอนโรงใหญ่" ผ่านทีวีด้วย

ได้ลุ้นทุกวันว่า พันธมิตรจะแก้เกมอย่างไร ตำรวจจะเล่นเกมอย่างไร

ผมว่าคนที่ชอบพนันบอล ถือวิกฤตเป็นโอกาส พนันเสียเลยว่า ตำรวจจะสลายม็อบเมื่อไหร่ หรือวันนี้ จำลองจะออกมาแก้เกมอะไรอีก

นี่มันละคอนแบบมินิซีรีย์ หรือ Long
series ด้วยซ้ำไป

ตอนนี้ก็ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอ ดูกันสนุกสนานไป ไม่เห็นมีอะไรเดือดร้อนมากนัก

ผมว่าข้าราชการในทำเนียบ ดูเหมือนจะดีใจที่ไม่ต้องไปทำงานเครียด ได้หยุดยาวสบายใจเฉิบ กระทรวงอื่นๆ ยังอิจฉาว่า ทำไมมันไม่มายึด กระทรวงเราบ้างว่ะ จะได้ไปเที่ยวสักสัปดาห์ ไม่ต้องทำงาน

ผมซื้อ DVD ไว้หลายเรื่อง ว่าจะดูอาทิตย์นี้ก็ไม่ได้ดูเสียที เพราะ "หนังยาวผ่านโทรทัศน์ NBT" สนุกกว่า ใช้ผู้แสดงนับหมื่นคน วิ่งไปโน้นมานี่ ใช้ตำรวจแสดงนับพันคน

สรุป สมัครก็ไม่ลาออก พันธมิตรก็ไม่เลิกชุมนุม ตำรวจก็ต้องคอยดูแล ผู้สื่อข่าวมีงานทำ

สนุกสนานดีเหมือนกัน หนังยาวครับ ก็ต้องทำใจว่ามันไม่จบง่ายๆ

หากพันธมิตรออกมาป่วนเมืองไปโน้นไปนี่อีก ออกมาป่วนเดี๋ยวเราก็ชินไปเองแหละครับ

แต่ 9 แกนนำ ออกมาเมื่อไหร่ ก็จับเมื่อนั้น (ยกเว้นตำรวจจะไม่จับเพราะกลัวใคร ก็ตามใจ บ้านเมืองจะได้วุ่นวายต่อ)

อาณาจักรแห่งนี้ไม่ใช่ของผมอยู่แล้ว ผมได้แค่อาศัยเท่านั้น มันวุ่นวาย เจ้าของเขาไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ แล้วผมจะไปเดือดร้อนใจทำไม

ผมยังมีสิทธิ์อยู่บ้าง ตรงที่ยังมีการเลือกตั้ง ผมก็จะเลือกพรรคที่ผมชอบ ใครจะจูงใจอย่างไร ผมก็ไม่สนใจ

สรุป ก็อยู่ๆ กันไปครับ เราไม่ได้เสื่อมลง แต่ฝ่ายตรงข้ามเสื่อมลง

ที่จริงผู้สนับสนุนรายใหญ่ของพันธมิตรคือ คนชั้นกลางใน กทม. "บางส่วน" กับคนใต้
เศรษฐกิจ ยิ่งมีปัญหาพวกเขาก็จะยิ่งเดือดร้อนเอง เพราะมีรายได้จากเงินเดือน ส่วนข้าราชการก็ไม่่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะเงินเดือนคงที่

คนรากหญ้า ชาวอีสาน คนเหนือ ปีนี้ราคาข้าวค่อนข้างดี ก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่

ก็อยู่กันได้ดีพอสมควร

สรุปอยากวุ่นวายไม่รู้จบ ก็ตามใจ

ส่วนคนที่เกรงว่า หากปล่อยไป พวกพันธมิตร จะโจมตีว่ารัฐบาลอ่อนแอควบคุมอะไรไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมเห็นว่าทุกวันนี้ พธม. มันก็หาเรื่องโจมตีได้ทุกวันอยู่แล้ว ผมไม่เห็นแคร์อะไรที่่จะโจมตีอีกเรื่อง เพราะผมไม่ฟังพันธมิิตรอยู่แล้ว อยากโจมตี อยากพูดเรื่องอะไรก็ตามใจ

ตอนยึดทำเนียบได้ ก็เห็นส่งพวกมาโพสต์ในประชาไทกันว่า "แค่ทำเนียบยังป้องกันไม่ได้ สมัครลาออกไปเถอะ"

คือ เหมือนเล่นเกมว่า "ข้าทำนี่ได้ เห็นไหม เอ็งก็ลาออกไป"

เราไม่ได้เล่นเกมด้วย ไม่เห็นจะแปลกอะไรครับ ผมก็เห็นคนในประชาไท ไม่ได้รู้สึกคล้อยตามการสร้างกระแสของ พธม. ว่า "เรายึดทำเนียบได้เห็นไหม สมัครอ่อนแอ ลาออกไป"

คือ พธม. โจมตี จนคนชินแล้ว ไม่แคร์แล้ว อยากพูดอะไรก็ตามสบายใจของท่าน

เราก็ไม่ฟังเหมือนกัน



นักวิชาการสาย พธม. จะเสนออะไรก็เสนอ เราก็ไม่ฟังพวกท่านเหมือนกัน พวกท่านชักจูงเราไม่ได้ นักวิชาการก็หมดราคาไปเอง

ก็เหมือนหมอประเวศ วะสี ที่คิดว่าตัวเองเป็น "ผู้อาวุโสของสังคม" เสนอโน้นเสนอนี่สังคมควรฟังราษฎรอาวุโสอย่างข้าพเจ้า เมื่อเข้าข้างข้าง พธม.มากๆ สุดท้ายประชาชน ก็ไม่แคร์ ไม่ฟัง ประเวศพูดอะไรก็เรื่องของประเวศ ไม่มีผลต่้อการชี้นำคนอีกแล้ว

ผมฝึก "พรหมวิหารธรรม" มาพอสมควร หากผมทำอะไรไม่ได้ ผมก็จะวางอุเบกขาเสีย มันก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ใจแต่อย่างใด

สรุปตอนนี้ ผมไม่ค่อยแคร์กับ พธม. หรอกครับว่าจะทำอย่างไร อยากทำอะไรก็ทำไป

ผมไม่ได้รู้สึกเบื่อด้วย มันเหมือนละคอน นึกว่ามันจบแล้วก็ยังมี ตอนต่อไปอีก

ก็ชวนให้ติดตามแหละครับ

ต้องมาคอยทา่ย จินตนาการกันว่า ตอนจบจะเป็นอย่างไร


แถลงการณ์ สนนท. และองค์กรภาคี: วอนแกนนำพันธมิตรฯ หยุดสร้างเงื่อนไขนำไปสู่รัฐประหาร

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหง องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.) เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน (คพช.) และ กลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก ออกแถลงการณ์ประณามการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ วอนหยุดสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การรัฐประหาร

......................................

แถลงการณ์
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรภาคี

เรื่อง ขอประณามการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

จากเหตุการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551 แม้ว่าการชุมนุมและการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง จะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนหรือกลุ่มองค์กรต่างๆ เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่การชุมนุมหรือการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย กรอบสิทธิของรัฐธรรมนูญและต้องไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของคนในสังคม

แต่ในขณะนี้การเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กระทำการที่เป็นการละเมิดกรอบและบทบัญญัติของกฎหมายด้วยการบุกเข้ายึด สถานที่ราชการ สถานีโทรทัศน์ การใช้กำลังคุกคามเจ้าหน้าที่ของรัฐ และใช้กำลังคุกคามสื่อมวลชน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำที่จะนำพาและก่อให้เกิดความขัดแย้งของคนในสังคม อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งยังเป็นการขัดแย้งในจุดยืนในการชุมนุมและการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความ คิดเห็นทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเองว่าจะใช้หลัก สันติวิธี ปราศจากอาวุธและหลักอหิงสา

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรภาคี มีความคิดเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

1. ขอประณามการกระทำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ใช้กำลังและความรุนแรงในการบุกเข้ายึดสถานที่ราชการและสถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นการละเมิดกรอบ และบทบัญญัติของกฎหมาย อันจะนำไปสู่การสร้างค่านิยมทางการเมืองว่าในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองต้องจบลงด้วยการใช้กำลังและความรุนแรง

2. ขอเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยุติการสร้างเงื่อนไขต่างๆ ที่จะนำไปสู่การรัฐประหารเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง

3. ขอเรียกร้องให้รัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความอดทนอดกลั้นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงอันจะนำไปสู่การเสียเลือดเนื้อของพี่น้องคนไทยด้วยกันเอง

4. ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อันจะนำไปสู่การสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ

สุดท้ายนี้สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรร่วมภาคีหวังว่าปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมในขณะนี้จะ สามารถคลี่คลายลงด้วยแนวทางสันติวิธีและความสมานฉันท์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วนของสังคมไทยจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและในทางที่ถูกต้องเพื่อนำมาสู่ความสามัคคีของคนในชาติที่ยั่งยืน

ด้วยจิตสมานฉันท์

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรภาคี

องค์กรภาคีร่วมแถลงการณ์

กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหง

องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.)

องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี)

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.)

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.)

เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน (คพช.)

กลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก

27 สิงหาคม 2551