WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, September 5, 2008

ลามถึงเยาวชนแล้วม็อบชั่วปลุกระดมชวนเด็กหยุดเรียน


ม็อบโคตรชั่ว ทำบ้านเมืองฉิบหายพากันนัดหยุดงาน หวังสร้างความปั่นป่วนในบ้านเมืองยังไม่พอ ยังลามไปถึงเด็กนักเรียน ปลุกระดมชักชวนให้หยุดเรียนหนังสือกู้ชาติ โดยนัดกันวันนี้ อ้างมี 20 สถาบันแล้วที่เห็นด้วย แฉกลอุบายพันธมารดึงคนทุกกลุ่มเป็นเครื่องมือหวังสื่อเป็นสัญลักษณ์

การชุมนุมกลุ่มพันธมิตรทำลายประชาธิปไตย ไม่เพียงสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุกทำลายสถานที่ราชการและชักชวนพนักงานรัฐวิสาหกิจ ให้หยุดงาน แต่ล่าสุดยังล่อลวงนักเรียน นักศึกษา ให้ออกมาร่วมกิจกรรมการเมือง ด้วยการหยุดเรียนหนังสือ ซึ่งมีการอุปโลกน์เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติขึ้นมา โดยมีผู้ใหญ่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง

โดยในวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ ได้ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มบุคคลที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความรุนแรง กรณีการปะทะของกลุ่มต่อต้าน และกลุ่มพันธมิตรฯ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและ ส.ส. พรรคพลังประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง

นายวสันต์ วานิชย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ กล่าวว่า ทางเครือข่ายจะประกาศหยุดเรียนทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้ โดยขณะนี้มีแนวร่วมแล้วจาก 20 สถาบัน และกำลังประสานให้ได้แนวร่วม 50 สถาบัน เพื่อประท้วง และกดดันให้รัฐบาลลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กลุ่มเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติยังได้ประกาศเชิญชวนให้นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ ไปรวมตัวกันที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัล เวิลด์ ในวันที่ 5 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. เพื่อขับไล่นายกฯ และรัฐบาลออกจากตำแหน่งให้ได้

ขณะเดียวกันกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากสถาบันต่างๆ ในนามโรงเรียนสาธิตมัฆวาน แห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน ประมาณ 50 คน นำโดย นายแสงธรรม ชุนชฎาธาร นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้นำหรีดดำไปประท้วง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รมว.ศึกษาธิการ ที่ให้ห้ามนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง

พร้อมกับเรียกร้องให้นายสมชายขอโทษ และลาออก ซึ่งนายสมชายให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ไม่ได้ห้ามนักเรียนนักศึกษามาชุมนุม เพียงแต่เตือนด้วยความหวังดี เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยเท่านั้น

ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังขยายวงการเรียกร้องต่างๆ โดยพยายามสร้างความชอบธรรมว่ามีประชาชนทุกภาคส่วน ทุกภูมิภาคไม่พอใจรัฐบาล แม้ว่าบางกลุ่มจะมีเพียงไม่กี่คนก็ตาม ซึ่งเป็นการพยายามสร้างภาพและเป็นการสื่อในเชิงสัญลักษณ์ ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อและเห็นคล้อยตาม


Thursday, September 4, 2008

เอาไม่อยู่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระราชดำรัสว่า "ความสามัคคีปรองดองเป็นกำลังอย่างสูงสุดของชนชาวไทยทุก หมู่เหล่า ความรู้รักสามัคคีของคนในชาติจะทำให้ชาติบ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และทำให้สังคมไทยร่มเย็นเป็นสุข"

น่าเศร้าใจที่คนไทยไม่น้อมนำพระราช ดำรัสของพระองค์ท่านมาปฏิบัติ

บ้านเมืองของเราจึงเกิดวิปริต คนไทยเห็นคนไทยกันเองเป็นศัตรูต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง

ล่าสุดก็ตายจริงไปแล้ว 1 ศพ

ถ้ายังดุเดือดเลือดพล่านกันอย่างนี้ก็อาจจะตายอีกหลายศพ??

“แม่ลูกจันทร์” เห็นสภาวะบ้านเมืองแล้วสลดหดหู่

โฆษกรัฐบาลจีนและโฆษกรัฐบางสิงคโปร์ ออกมาแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในประเทศไทย และเรียกร้องให้คนไทยยุติความขัดแย้งเพื่อให้การเมืองไทยเกิดเสถียรภาพโดยเร็วที่สุด

ต่างชาติเรียกร้องให้คนไทยหยุดทะเลาะกัน อายเค้าบ้างมั้ยถามหน่อย??

ต้องยอมรับว่าประเทศชาติของเรากำลังป่วยหนัก ถึงจะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นยารักษาโรค ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่ายาขนานนี้ถูกโรคหรือเปล่า??

คือเชื้อโรคมันดื้อยาซะแล้วว่างั้นเถอะ

ข้อสำคัญ...ตัวยาบางตัวที่ผสมอยู่ใน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินอาจจะเกิดโรคแทรก ซ้อนอีกตะหาก

ตรงนี้แหละที่หลายฝ่ายยังเป็นห่วง

แต่ “แม่ลูกจันทร์” ยังมั่นใจว่า “พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผบ.ทบ. ในฐานะผู้ใช้ อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะใช้ความพยายามสุดฝีมือเพื่อให้สถานการณ์วุ่นวายคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง

ระดับหนึ่ง...คือไม่เลวร้ายยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

เพราะ “พล.อ.อนุพงษ์” เปิดอกยอมรับเองว่า สถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างคนไทย 2 กลุ่ม เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน

ขนาดรัฐบาลเอาไม่อยู่ ศาลก็เอาไม่อยู่ สภาฯก็เอาไม่อยู่ ถ้าจะหวังให้ ผบ.ทบ. ต้องเอาให้อยู่ก็คงลำบาก!!

ฉะนั้น สิ่งที่น่าจะทำได้คือการป้องกันไม่ให้คนไทย 2 กลุ่มใช้กำลังปะทะกันอีก

ส่วนการที่จะทำให้ปัญหาขัดแย้งยุติ เพื่อให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบ ถ้าหากใช้มาตรการรุนแรงเกินไปก็อาจบานปลายมากกว่าเก่า

ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะเลือกวิธีเจรจาขอร้องในฐานะคนไทยด้วยกันก่อน

รวมทั้งการใช้กลไกทางกฎหมายตามกรอบกติกาที่มีอยู่

โดยกองทัพจะอยู่ตรงกลางไม่เอียงข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าทหารจะไม่ใช้ ความรุนแรงสลายการชุมนุมอย่างเด็ดขาด!!

สรุปว่า...การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ใช่ยาวิเศษ

ทำท่าจะเป็นยาหมดอายุไปซะฉิบ

มาตรการ 5 ข้อที่ประกาศใช้ตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ ก็ใช้บังคับไม่ได้ซักอย่าง

เอวังก็มีประการฉะนี้แหละ

ป.ล. หลังจากลุ้นเสียวมา 2 เดือนกว่า ในที่สุดที่ประชุมใหญ่ กกต.ก็ลงมติเป็น “เอกฉันท์” ให้ส่งคดียุบพรรคพลังประชาชนให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามระเบียบ

พรรคพลังประชาชนของนายกฯ “สมัคร สุนทรเวช” จึงเป็นพรรคการเมืองที่ 3 ต่อจากพรรคมัชฌิมาฯ และพรรคชาติไทยที่โดนจองกฐินไปก่อน

โดยมีพรรคเพื่อแผ่นดินที่ติดกับดักรัฐธรรมนูญรอคิวโดนยุบพรรคเป็นพรรคที่ 4 ??

กัมมุนา วัตตะตีโลโก...สัตว์โลกทั้งหลายจงปลงซะเถิด.

แม่ลูกจันทร์

ส.ส.พปช.เตรียมยื่น อสส.พิจารณา ส.ว.ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ผิด ม.68

รัฐสภา 4 ก.ย.- ส.ส.พลังประชาชน เตรียมยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด พิจารณาการขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ของกลุ่ม ส.ว. ผิดรัฐธรรมนูญ ม.68 หรือไม่ หนุน “สมัคร” ทำถูกแล้วไม่ต้องลาออกหรือยุบสภา จี้ "พล.อ.อนุพงษ์" ไม่ทำตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจเจอข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน แถลงว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชนรวม 17 คน ร่วมกันลงชื่อ เพื่อยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด (อสส.) พร้อมแนบดีวีดีบันทึกภาพ ส.ว.ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อค่ำวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ อสส.พิจารณาว่า การขึ้นเวทีปราศรัยดังกล่าว ถือว่า ส.ว.กลุ่มนี้ร่วมกระทำความผิดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ในหมวดสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าบุคคลจะใช้สิทธิในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ เนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้อ้างการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่ระบุว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ แต่กลับพบว่ามีอาวุธและสิ่งเสพติดในการชุมนุม และบุกรุกสถานที่ราชการ โดยมีเป้าหมายที่จะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มี ส.ว.บางคนระบุว่า ได้เป็น ส.ว.เพราะร่วมเวทีพันธมิตรฯ ถือเป็นการยอมรับว่า ร่วมกระทำความผิดข้อหากบฏต่อแผ่นดินเช่นเดียวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งที่ ส.ว.ต้องวางตัวเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่จะยื่นต่ออัยการสูงสุด วันนี้ (4 ก.ย.) จะไม่ระบุชื่อกลุ่ม ส.ว. เพราะภาพบันทึกในดีวีดีนี้มีการแนะนำตัวชัดเจน โดยระบุแค่ว่าเป็นกลุ่ม ส.ว.ที่ปรากฏในภาพข่าวบ่อย ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.ในพรรคพลังประชาชน มีความเห็นอย่างไรต่อกระแสเรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ และนายกรัฐมนตรีไม่ควรลาออก เพราะเป็นความเห็นของคนเพียงกลุ่มเดียว หรือแม้แต่การยุบสภาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ การที่นายสมัครแสดงศักยภาพในการแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองขณะนี้ สร้างความเชื่อมั่นต่อ ส.ส.ของพรรค ซึ่ง ส.ส.ภาคเหนือของพรรคยังยืนหยัดสนับสนุนนายสมัคร และจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ต่อข้อถามว่า หากนายสมัคร ถูกตัดสินว่ามีความผิดจากคดีความต่าง ๆ จนต้องหลุดจากตำแหน่ง จะยังเลือกนายสมัครกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส.ส.ยังเชื่อมั่นในการดูแลปัญหาของนายสมัคร ซึ่งนายสมัครได้พิสูจน์ตัวเอง ส่วนสถานการณ์ในอนาคตต้องไปดูกันอีกครั้ง สำหรับข้อเสนอที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อนำคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคพลังประชาชนไม่เห็นด้วยแน่นอน เพราะขัดหลักประชาธิปไตย

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคเห็นด้วยกับการหารือ เพื่อแก้วิกฤติการเมือง โดยการเปิดประชุมร่วม 2 สภาอีกครั้ง แต่ต้องการให้ไปดูเลยว่า ถ้ากฎหมายฉบับใดไม่สามารถบังคับใช้ได้ ก็ให้ฉีกทิ้งไป อย่างไรก็ตาม ถ้า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก มีท่าทีที่อ่อนต่อการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-04 13:53:01

สมัคร ประกาศไม่ลาออก ยันอยู่รักษาประชาธิปไตย

กรุงเทพฯ 4 ก.ย. - "สมัคร สุนทรเวช" แจงผ่านวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ประกาศไม่ลาออก เพราะต้องอยู่เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ยืนยันไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อต้องการดับชนวน ยุติความรุนแรง.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-09-04 08:05:59




สมชาย ระบุ เตช บุนนาค ลาออกไม่กระทบเสถียรภาพของรัฐบาล

เมืองทองธานี 4 ก.ย.- “สมชาย” หนุนการออกชี้แจงทิศทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีทางวิทยุฯ เป็นสิ่งที่เหมาะสม ส่วนการลาออกของ รมว.ต่างประเทศ ไม่กระทบต่อเสถียรภาพและการทำงานของรัฐบาล มั่นใจนายกฯ จะสรรหาผู้เหมาะสมแทนได้

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า การที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกับประชาชนทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถึงทิศทางทางการเมืองและทางออก พร้อมยืนยันจะไม่ลาออกและยุบสภาว่า เป็นสิ่งที่เหมาะสม

ส่วนกรณีที่ นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนั้น นายสมชาย ยืนยันว่า ไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ที่ผ่านมามีรัฐมนตรีหลายคนลาออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีสามารถคัดสรรผู้เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งได้เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน การลาออกของนายเตชมาจากครอบครัว ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา โดยส่วนตัวเห็นว่านายเตชเป็นคนดี มีความสามารถ การสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งแทน เชื่อว่าครั้งนี้จัดหาได้ไม่ยาก ไม่เห็นว่าจะมีผลต่อการทำงานและภาพลักษณ์ของรัฐบาลแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชาชนมีความขัดแย้งกันและอาจจะมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารพรรคนั้น นายสมชาย กล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรียังคงเป็นหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม มีสถานภาพที่มั่นคงเหมือนเดิม.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-04 11:21:22


เดิมพันประชาธิปไตย!


คอลัมน์ : ละครชีวิต

ช่วงนี้ประชาชนบ่นกันมากมายว่า เบื่อหน่ายการเมืองเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย

บรรดานักวิชาการ และ “นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” รวมทั้งสื่อมวลชน หันไปสนับสนุนม็อบอันธพาลให้ออกมาสร้างความวุ่นวาย

ทั้งๆ ที่แกนนำม็อบอันธพาลโดนหมายจับข้อหา “กบฏ” ก็ออกมาปกป้องกันราวกับเป็น “ฮีโร่”!
ม็อบอันธพาล ไม่เคารพกฎหมาย ไม่สนใจเสียงข้างมาก อยู่เหนือกฎหมาย ทำลายประเทศชาติ

ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า “ระบอบประชาธิปไตย” เมืองไทย ต่อไปนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าคนส่วนใหญ่ยอมให้คนพวกนี้ยึดประเทศ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นพร้อมกับเป็นห่วง “ระบอบประชาธิปไตย”

เพราะขณะนี้ประชาธิปไตยของเรากำลังถูกท้าทายจากม็อบอันธพาล!

ม็อบไม่ยอมรับอำนาจศาล และไม่ยอมรับอะไรเลย รวมทั้งข้อเสนอของม็อบเปลี่ยนไปตลอดเวลา

โดยเฉพาะการเมืองใหม่ที่เป็นการเมือง 30 : 70 ซึ่งเท่ากับเป็นการท้าทายว่า ระบอบประชาธิปไตยของเราจะต้องถอยหลังกลับไป 20-30 ปีหรือไม่

การยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน ทำลายความเชื่อมั่นของทุกคนต่อการพัฒนาประเทศ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนมากกว่า เพราะตอนที่มีการยึดอำนาจนั้น คมช. ประกาศโดยเร็วว่าจะคืนอำนาจให้กับประชาชนใน 1 ปี

แต่วันนี้เราไม่รู้ว่าม็อบอันธพาลจะได้ดำเนินการทางการเมืองอย่างนี้ และจะทำให้ประเทศชาติกลับสู่ภาวะปกติเมื่อไร ไม่มีใครรู้ว่าม็อบอันธพาลต้องการอะไร

สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลัง เดิมพันระบอบประชาธิปไตย

รัฐบาลต้องการรักษาระบอบประชาธิปไตย แต่มีคนเพียงกลุ่มเดียวที่กำลังทำลายประชาธิปไตย
เพราะข้อเสนอที่ให้ตั้งคนกลางขึ้นมาเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ก็ถือว่าไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย

ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แล้วแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีขึ้นมาตามใจชอบ โดยไม่ได้ถามประชาชนส่วนใหญ่

ดังนั้น ทางออกของการแก้ปัญหา การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อจัดการม็อบอันธพาลไม่ให้มีการชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล

และต้องจับตัว 5 แกนนำเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่สำคัญคือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

หลายคนดูการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวแล้วบอกตามตรงว่า ผิดหวังมาก

เพราะหน้าที่ของ พล.อ.อนุพงษ์ ต้องทำตามคำสั่งของรัฐบาล

เพราะเมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว กองทัพมีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย

ดังนั้นตอนนี้ ทหารจึงต้องหาทางที่จะทำให้ประชาชนที่ละเมิดกฎหมาย กลับมาอยู่ภายใต้กฎหมายให้ได้

แต่ถ้า พล.อ.อนุพงษ์ ยังจัดการกับม็อบอันธพาลไม่ได้ ก็ต้องพิจารณาตัวเอง

เพราะนั่นหมายความว่า กฎหมายประเทศไทยไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์อะไรเลย

แล้วประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อทหาร ตำรวจ ต่างกลัวม็อบอันธพาลขนาดนี้

ศึกครั้งนี้จึงถือเป็นการเดิมพันประชาธิปไตยว่าจะอยู่หรือไป!

ลวดหนาม

"ม็อบพันธมิตร...ม็อบสังคัง!!!?"


คอลัมน์ : ประชาทรรศน์วิชาการ

“วาทตะวัน สุพรรณเภษัช” ฝากขอบคุณบรรดาแฟนๆ ที่แห่กันเข้าไปจองหนังสือ “เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย” และ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” ใน
www.vattavan.com จนเว็บแทบพัง!

“นักเขียน-มิลเลี่ยนคลิก” คนนี้ แย้มให้ฟังว่า จะเข็นหนังสือที่แค่ปกผู้คนก็ซูดส์ปากด้วยความสะใจ เพราะชื่อหนังสือคือ “ประชาธิปัตย์-พรรคดักดาน” ออกมาให้ท่านผู้อ่านได้ฮาแตก-ฮาแตนกันอีกในไม่ช้า...

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่นี้ เห็นทีจะต้องรัวระฆังแล้วร้องป่าวให้แฟนๆ ของ“วาทตะวัน” วิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “ม็อบ” ที่กำลังอวดศักดาด้วยการยึดทำเนียบรัฐบาลอยู่ในเวลานี้กันสักหน่อย

การเข้ายึดสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของชาติ ด้วยการใช้จำนวนผู้คนเป็นอาวุธ กรูกันเข้าไปได้สำเร็จ ประกอบกับความที่รัฐบาลใจดี เกรงว่าผู้คนที่หลงเข้ามาร่วมในการยึดสถานที่ราชการต้องได้รับบาดเจ็บ

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ศูนย์กลางของบริหารของบ้านเมือง ต้องตกอยู่ในความยึดครองภายใต้แกนนำพันธมิตรฯ จำนวนไม่กี่คนเท่านั้น

ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยมีกองทัพ ซึ่งมีขุนทหารมากมาย แทบจะเหยียบกันตายในสนามกอล์ฟด้วยซ้ำ แต่กลับนั่งดูชาติอันเป็นที่รักของเราต้องตกอยู่ในกำมือของคณะผู้ก่อการ ซึ่งมีจำนวนไม่เกินนิ้วมือสองข้างรวมกัน

คนพวกนี้ได้นำเอา “ความคิดทางการเมือง” ตามแนวทางของตัว ไปยัดใส่หัวกบาลชาวบ้านที่ติดตามรายการจากสื่อนอกระบบอย่าง ASTV ได้สำเร็จ

นายทหารตัวเด่นๆ ทั้งหลาย ไม่รู้สึกเจ็บปวด รู้สึกรู้สากันบ้างหรืออย่างไร?

แม้คนมีหน้าที่ป้องกันชาติบ้านเมืองนั่งเฉยๆ ไม่ช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองก็ตาม แต่ยังดีที่พระสยามเทวาธิราชท่านไม่อู้หรือหลีกเลี่ยงภารกิจ ยังคงทำหน้าที่คุ้มครอง ปกปักรักษาเมืองไทยตามหน้าที่ของท่าน จึงดลบันดาลให้

หางของพันธมิตรฯ โผล่แดงโร่ออกมาทันเหตุการณ์พอดิบพอดี!

นั่นคือ...

ภาพกองกำลังที่เรียกยกยอพวกตัวเองว่า "นักรบศรีวิชัย" เป็นแนวหน้าถืออาวุธโห่ร้องแบบโจรห้าร้อย ละลาย ทะลุทะลวงรั้วกั้น แล้วกรูกันเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ ข่มขู่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยกิริยาท่าทีสุดถ่อย พ่นถ้อยคำที่หยาบชั่วเป็นภาษาถิ่นใต้ออกมาให้ได้ยินกันชัดเจน

พวกนี้นอกจากคนใต้ที่ข่าวบอกว่าจ้างกันมาแล้ว ยังมีเด็กหน้ารามปนอีกหลายตัว!

บางส่วนก็บังอาจบุกรุกเข้าห้องส่วนพระองค์ของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ จนกระทั่งถูกจับกุมไปเกือบ 100 คน

ประชาชนชาวไทยเกือบทั้งประเทศ พูดกันอื้ออึงไปว่า “รับไม่ได้เด็ดขาด” กับการกระทำของ “กองโจร-ไฟว์ฮันเดรด” จึงขนานนามใหม่ให้เป็น

"นักรบศรีธัญญา"

...ฮากันไปเลย

บ้างก็เรียกว่า ไอ้พวกนี้ไม่ใช่นักรบ แต่เป็น

“ไอ้โจรอัปรีย์...กาลีบ้านกาลีเมือง!"

ภาพของ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" พลอยเสียหายยับเยินไปด้วย
จะเห็นได้ว่า มีผู้วิเคราะห์ด้วยว่า ม็อบพันธมิตรฯ ครั้งนี้ คนกรุงเทพไม่ใช่แค่ "ไม่เอาด้วย" แต่ยังได้แสดงความชิงชังที่พวกตะไลห้าร้อยเหล่านี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวกรุง ทั้งเด็กนักเรียนและผู้ใหญ่ ที่ต้องเดินทางกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

บ้างก็ต้องพึ่งบารมีศาล แต่ทุกคนต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น

ชาวบ้านที่จำเป็นต้องขับรถผ่านกลุ่มม็อบ หลายคนก็ตะโกนด่าทอด้วยความคั่งแค้นอยู่หลังพวงมาลัย
แต่คนที่เลือกความสะดวก ก็ถุยน้ำลายในใจ หรือไม่ก็...

ยก "นิ้วกลาง" ให้...รู้แล้วรู้แรด กันไปเลย!

ดังนั้น ผู้ร่วมม็อบส่วนใหญ่คงมีแต่คนต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะแรงจ้างบ้าง แรงเงินบ้าง
อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่พวกนักจิตวิทยาเขาเรียกว่าเป็นพวก “จิตอ่อน” ได้ยินการโฆษณาชวนเชื่อจากสื่อนอกระบบอย่าง ASTV ที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายกรอกหูทุกวัน จนซึมซับเอนเอียงไปข้างพวกปลุกปั่น ถึงกับลงทุนควักเงินตัวเองเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มา

...อย่างนั้นก็มี

ความเหิมเกริม อวดศักดา ท้าทายกฎหมายบ้านเมืองมาโดยตลอด แต่ก็ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เมื่อนักรบศรีธัญญาที่เมาใบกระท่อมปรุงแต่ง เป็นยาสูตร 4 x 100 ที่นิยมเสพกันอย่างแพร่หลายในแดนสะตอ ซึ่งปรุงง่ายๆ แค่ต้มน้ำใบกระท่อมกับยากันยุงและ

สารฟลูออเรสเซน์ในหลอดนีออน ยาแก้ไอ (ต่อมาเมื่อมีการตรวจค้นก็พบของเหล่านี้จากพวกนักรบใบกระท่อม) เท่านั้นเอง

เสพเข้าไปแล้วทำให้ไม่กลัวตาย สูตรเดียวกับพวกโจรก่อการร้ายภาคใต้ใช้เสพก่อนปฏิบัติการนั่นแหละ!

พวกนี้มันจึงตาขวางด้วยฤทธิ์ยา บุกเข้า “ปล้น!” สถานีโทรทัศน์ของรัฐอย่างอุกอาจเป็นที่สุด!!

แต่พระสยามเทวาธิราชสำแดงอิทธิฤทธิ์ ตีโต้กลับทันท่วงที บรรดาผู้บุกรุกกลับตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงของตำรวจ ถูกจับกุมไปคุมขังที่เรือนจำ โดยศาลท่านไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว

ส่วนแกนนำก็มี “หมายจับ” ข้อหากบฏ ซึ่งแม้ทนายผู้ต้องหาจะดิ้นขอประกันตัว ศาลท่านก็ยืนยันแข็งแรงว่า

เรื่องเข้ากระบวนการแล้ว ต้องมีการสอบสวน ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ และถ้าอัยการสั่งฟ้อง แกนนำก็ต้องไปแก้คดีตามระเบียบ

การที่มีข้อกฎหมายผูกเป็นเงื่อนไว้ที่คอบรรดาแกนนำ มันถอดออกยาก ถ้าถอดผิดเงื่อน ปมมันก็มัดคอตัวเองแน่นจนตายไปเอง!

เรื่องง่ายอย่างนี้ คอการเมืองแถวร้านกาแฟออน ล็อก หยุ่น ถึงกับทำนายว่า...

แกนนำทั้ง 5 บวก 4 ต้องดิ้นสุดชีวิต เพราะหากไม่ชนะ ก็จะไม่หลุดข้อหากบฏ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวนานในเรือนจำ

แต่อยากจะบอกให้ท่านผู้อ่านทราบว่า

ยิ่งเผด็จศึกรัฐบาลไม่ได้ และฝ่ายรัฐสามารถยื้อเวลาได้สำเร็จ จนจัดการเรื่องสำคัญๆ ที่ค้างอยู่ อย่างโผทหารเรียบร้อยไปแล้ว อีกทั้งผู้คนฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งส่วนที่ไม่เห็นด้วยบวกกับแนวร่วมมุมกลับที่ไม่เห็นด้วย

ผนึกกำลังต่อต้านได้เข้มแข็งได้เมื่อใด...

จะมีคนฝ่ายตรงข้ามออกมาแฉหลักฐานเบื้องหลัง ที่เป็น “ความลับ-ความร้าย” ทั้งหลายทั้งปวง ก็จะค่อยๆ เปิดเผยออกมาทีละเล็กละน้อย แต่ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะหูตาของผู้ที่หลงใหลได้ปลื้มกับฝ่ายพันธมิตรฯ

ตาจะได้สว่าง หูจะได้ไสว ขึ้นมากันเสียที

ที่น่าสงสารมากที่สุดคือบรรดาพวกนักรบศรีธัญญาที่ถูกจับกุมชุดแรก ซึ่งหลายคนได้รับการว่าจ้าง แลกกับเบี้ยรายวัน ซึ่งต้องถูกจับกุมคุมขัง

แต่คนอย่าง “บักใส” นักเคลื่อนไหวอาชีพ กลับปฏิเสธว่า เขาเหล่านี้ไม่ใช่พวกพันธมิตรฯ แต่ “บักลอง” ก็ยอมรับแต่โดยดีว่า

“ตำรวจจับ ‘พวกเรา’ ไป!”

ผู้คนในหมู่พันธมิตรฯ เองถึงกับพูดว่า

“ไอ้ “บักใส” นี่มันช่างขี้ขลาดเสียจริง!”

ไม่ต่างจากพวกสหายแกนนำที่ถูกหัวเราะเยาะ เย้ยหยัน จากประชาชน และสื่อมวลชนทั้งหลายว่า เป็นพวก “ซุกใต้ผ้าถุง” เมื่อมีข่าวว่า ตำรวจจะเข้าจู่โจม

สิ่งที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนกรุงเทพ มองดูว่าการกระทำของแกนนำพันธมิตรฯ นั้น เป็นการทำร้ายประเทศชาติของเราอย่างหนักหนาสาหัสก็ตามที แต่ถ้าเราชำเลืองดูเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะเห็นได้ว่า

ฝ่ายค้านอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" มีส่วนเกี่ยวข้องมาโดยตลอด!

ไม่ว่าจะมีสมาชิกพรรคเข้าไปเป็นแกนนำ การสนับสนุนจากคนสำคัญในพรรค ไปให้กำลังใจติดขอบเวที และข่าวว่าสนับสนุนปัจจัยเงินทองเข้าไปอีก

ส่วนจะสนับสนุนกันแค่ไหน ลองถาม คุณหญิงกัลยา (ฮัว) อดีตผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพคนนั้น กันเอาเองแล้วกัน เพราะไปยืนติดขอบเวทีให้ถ่ายภาพฟ้องออกมาทางหน้าหนังสือพิมพ์

ใช่แต่แค่นั้นนะ

รายงานจากหน่วยข่าวของทางราชการยังระบุว่า

พรรคเก่าแก่นี้ สนับสนุนการขนคนเข้ามาร่วมกับพันธมิตรฯ หลายจังหวัดถูกบันทึกภาพเอาไว้โดยละเอียด บางจังหวัดก็ถูกนำมาเสนอทางสื่อโทรทัศน์ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ อาจเป็นเหตุให้พรรคฝ่ายค้านดักดานนี้ ประสบกับความยุ่งยาก ที่ปล่อยให้ ส.ส. ในพรรค มาร่วมก่อการกบฏ แถมคนสำคัญในพรรคก็ยังไปร่วมสนับสนุนด้วย

ยิ่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การอภิปรายทั่วไปในสภา เดอะมาร์คและคณะ ก็แก้ผ้าล่อนจ้อน บอกตัวตนเสร็จสรรพว่า พรรคเก่าแก่ของแกเป็นแค่...

“ลูกแหง่...ของพันธมิตรฯ”

อยากเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่า

เรื่องของฝ่ายค้านดักดานพรรคนี้ ขอให้ติดตามคอลัมน์นี้ดีๆ อย่ากะพริบตา เพราะอาจพลาดข้อมูลเด็ดๆ ไป จะเสียดายกันทีหลัง!

ขณะนี้...เรายังไม่ทราบว่า

ความวุ่นวายจากม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะสงบลงไปนานแค่ไหน แต่ผู้คนก็หวังว่า

ความสงบจะยืนยาวไปยาวนานสักหน่อย อย่างน้อยก็ขอให้ผู้คนได้ยิ้มแย้มแจ่มใสได้เหมือนกับคนลาว และคนเขมร ประเทศไทยที่รักของเราจะได้ก้าวหน้าไปในทางดีงาม พบกับความสุขสงบเหมือนเพื่อนบ้านเขาบ้าง

อย่างไรก็ตาม แม้ม็อบพันธมิตรฯ จะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คน ทำให้ประเทศไทยของเราตกต่ำลงในทุกๆ มิติ แต่หากมีใครถามว่า

สิ่งใดที่น่าจดจำมากที่สุดเกี่ยวกับม็อบพันธมิตรฯ?

สำหรับ “วาทตะวัน” แล้ว สิ่งที่น่าจดจำมากที่สุดก็คือ คำให้สัมภาษณ์ของ นายอมร อมรรัตนานนท์ ซึ่งถูกออกหมายจับข้อหากบฏ ได้ให้สัมภาษณ์ ไทยรัฐ ฉบับวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2551 ซึ่งรายงานข่าวว่า

"... นอกจากนี้ยังมีการนำเสื้อใน กางเกงในผู้หญิง และผู้ชาย มาแจกจ่ายให้ผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างแรมมาหลายวัน ซึ่งต้องตากแดดตากฝน แต่ไม่มีสถานที่ซักเสื้อผ้าตากแดด เคยมีผู้ชุมนุมหญิงบางคนไปเล่าให้ นายอมร อมรรัตนานนท์ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ฟังว่า เพิ่งจะเคยเป็น ‘โรคสังคัง’ เป็นครั้งแรกในชีวิต จากการต้องสวมเสื้อผ้าอับชื้น..."

อืมมมมมมม์...ขนาดผู้หญิง...ยังเป็นสังคัง!

ชักไม่อยากเรียกการชุมนุมครั้งนี้ว่าเป็น "ม็อบพันธมิตรฯ" แต่อยากขอเรียกกลุ่มผู้ชุมนุมที่ร่วมกันสร้างความคันในหัวใจให้กับประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศมายาวนานหลายเดือนว่า เป็น...

"ม็อบ...สังคัง!!!"

ทีแรกนึกว่า ซีม่าโลชั่น ตรา "บังคับคดี" จะใช้แก้คันได้ดี แต่ไม่ยักได้ผลตามคาด

เพราะ...เชื้อมันแรง!

เห็นทีจะต้องรอยาแก้สังคังยี่ห้อ “หมายจับ” ปรุงให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน แล้วกระมัง!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช


“สมัคร”เตือนปชช.ฉุกคิดต่อต้านรัฐบาล ย้ำรับการเมืองใหม่ได้หรือไม่


นายกรัฐมนตรี ตั้งคำถามนักวิชาการรับการเมืองใหม่ได้หรือไม่ วอนประชาชนฉุกคิดร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลแล้วได้อะไร แนะแกนนำพันธมิตรสู้คดีในชั้นศาล

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศจะใช้แนวคิดการเมืองใหม่ที่ให้มีการเลือกตั้งส.ส. ร้อยละ 30 และสรรหาอีกร้อยละ 70 โดยตั้งคำถามไปถึงนักวิชาการทั้งประเทศว่า ยอมรับแนวคิดดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะหากจะมีการใช้แนวคิดนี้จริงต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่กลุ่มพันธมิตรฯไม่สามารถสั่งให้ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งวอนประชาชนให้ใช้วิจารณญานว่าการร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลจะส่งผลต่อประเทศชาติอย่างไร สิ่งที่ได้มาคุ้มกับสิ่งที่เสียไปหรือไม่ และแกนนำพันธมิตรฯจะตอบแทนประชาชนอย่างไรเมื่อได้รับชัยชนะ

นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า จะไม่มีการใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยเห็นด้วยกับแนวทางการแก้ปัญหาแบบละมุนละม่อมของผู้บัญชาการทหารบก และมีการปรึกษากันอย่างใกล้ชิด โดยแนะให้แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้ง 9 คนที่ถูกออกหมายจับต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อให้เรื่องต่าง ๆ จบลงอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะให้สัมภาษณ์อีกครั้งในเวลาประมาณ 14.00 น. ที่สถานีวิทยุคลื่น 101 โดยมีนายวีระ ธีรภัทร เป็นผู้ดำเนินรายการ

"สมัคร" ยืนยันผ่านรายการวิทยุคลื่น 92.5 ไม่ยุบสภา ไม่ลาออก


นายกฯ สมัคร ยืนยันผ่านรายการวิทยุคลื่น 92.5 ไม่ยุบสภา ไม่ลาออก ชี้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจบได้เร็วๆ นี้ เผย "เตช บุนนาค" ระบุถูกบีบบังคับจากหลายฝ่ายให้ลาออกจากรมว.ต่างประเทศ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและรมว.กระทรวงกลาโหมได้เดินทางมาถึงสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์เมื่อมาถึงนายกฯอารมณดีและสีหน้ายิ้มแย้มมีนายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และมีผู้บริหารให้การต้อนรับ และเมื่อมาถึงได้บอกกับอธิบดีกรมประชาฯว่ามาช้าไป 15 นาทีเพราะรถติด

จากนั้นนายเดินเข้าไปยังตัวอาคารเพื่อออกอากาศวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ คลื่น 92.5 ชี้แจงถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ระบุ รัฐบาลต้องการที่จะใช้มาตราการที่นุ่มนวลเพื่อยุติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บุกยึดทำเนียบรัฐบาล แต่ทางพันธมิตรฯที่เป็นฝ่ายไม่เคารพกติกาที่มีอยู่ในสังคม จึงเป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา พร้อมทั้งยืนยันว่า จะยังไม่ลาออก ตามกระแสข่าวที่ปรากฏตามสื่อก่อนหน้านี้

นายสมัครกล่าวถึง กรณี นาย เตช บุนนาค ขอลาออกจาก ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า นายเตชได้เขียนจดหมายขอลาออกส่งให้ พร้อมให้เหตุผลว่า ถูกบีบบังคับจากสังคมและภรรยา ที่ทนไม่ได้ที่นายเตชไปรับตำแหน่งในรัฐบาลจนถูกสังคมประณามหยามเหยียดและดูถูก จึงต้องขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตำหนิ สื่อมวลชน นักวิชาการ รวมทั้งกลุ่มต่างๆที่ทำให้บ้านเมืองต้องเกิดความวุ่นวาย พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ช่วยเจรจากลุ่มคนปิดสนามบิน ทำให้ปัญหาได้คลี่คลายได้ส่วนหนึ่ง


ลูกพรรคเพื่อแผ่นดินหนุนร่วมรัฐบาล “สุวิทย์” หน้าแหก ขอไขก๊อก

ลูกพรรคเพื่อแผ่นดิน ยืนยันร่วมรัฐบาลต่อไป ส่วนนายสุวิทย์ ประกาศถอนตัว เป็นแค่จุดยืนส่วนตัว พร้อมให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

นายสุวิทย์ คุณกิตติ ได้ตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินแล้ว หลังที่ประชุมพรรคไม่ยอมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ก่อนการประชุม สส. รัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุวิทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงเวลาแล้วที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจ เพราะอยู่ไปท่านก็ไม่ได้รักษาระบอบประชาธิปไตย เพราะผลกระทบวันนี้รุนแรงมาก บ้านเมืองก็เสียหาย

ภายหลังการประชุมพรรค นายไชยยศ จิรเมธากร โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงว่า มติของพรรคขณะนี้ยังคงยืนยันร่วมรัฐบาล ต่อไป ส่วนที่นายสุวิทย์ ประกาศถอนตัว เป็นเพียงจุดยืนส่วนตัว และการลาออกเป็นเอกสิทธิ์ของนายกฯ และคิดว่านายกฯ คงมีวิจารณญาณเอง ส่วนนายสุวิทย์จะเป็นหัวหน้าต่อไปได้หรือไม่นั้น นายไชยยศ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ไม่ได้คุยในเรื่องนี้ แต่ยืนยันยังร่วมรัฐบาลต่อไป