WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, September 15, 2008

ขอสดุดี แม่ทัพใหญ่ฝ่ายประชาธิปไตย ท่านสมัคร สุนทรเวช ที่จำเป็นต้องยุติบทบาทลง



บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ก็เป็นอันแน่นอนแล้วว่า นายสมัคร สุนทรเวช ได้ประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว และได้ส่งหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนแล้ว

ผมเคารพการตัดสินใจของท่านครับ และต้องขอขอบคุณที่ท่านขึ้นมากุมบังเหียนให้กับฝ่ายประชาชนรากหญ้า ทำสงครามกับพวกอำมาตยาธิปไตย ยาวนานกว่าหกเดือน

ท่านเป็นนายกฯ ที่อึดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ทนแรงกดดันได้จนถึงที่สุดจริงๆ




เอาเป็นว่า ตอนนี้ ทักษิณ ชินวัตร ก็ออกไปจากการเมืองแล้ว

สมัคร สุนทรเวช ก็ออกไปแล้วเช่นกัน

แต่ความแตกแยกในชาติ ผมไม่เห็นเค้าว่าจะสงบลงแต่อย่างใด แต่ผมกลับเห็นว่ารุนแรงขึ้น ความเกลียดและชิงชังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มระดับความรุนแรงยิ่งขึ้น

นั้นแสดงให้เห็นว่า ทักษิณ ชินวัตร และสมัคร สุนทรเวช ไม่ใช่รากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง และไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาแต่อย่างใด

ปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยครั้งนี้ มันมีรากลึกยิ่งกว่า ทักษิณ และสมัครมากนัก


เมื่อผมมองเห็นสภาล่มเมื่อเช้านี้ ผมรู้ได้ทันทีโดยสัญชาติญาญว่า ไม่ได้เกิดจาก สส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มอีสานพัฒนา แต่อย่างใด แม้จะมีการงอแงกันบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องการงอน เมื่อมีการง้อก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถึงขนาดจะขบถต่อพรรคได้

แต่มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นอย่างแน่นอน ต้องมีการต่อรองที่รุนแรงอย่างยิ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ต้องมีการเกทับบลั๊ฟกันอย่างขนานใหญ่ทีเดียว

ผมก็ได้ยินข่าวตะหงิดตะหงิดตั้งแต่เมื่อวาน ที่คุณ "นางฟ้ามหาโหด" ในเว็บพันทิป ออกมาให้ข่าวว่า "มีกลิ่นไม่ดี" เรื่องคนมีสี

วันนี้่ จตุพรก็พูดอย่างนั้นอีก

ประมวล กับ "ปรากฎการณ์" ต่างๆ เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกมาให้ความเห็นว่า ต้องการนายกฯ ที่แก้ปัญหาได้ (นัยยะทางการเมืองคือ ไม่สนับสนุนสมัคร) และ อนุพงษ์ ออกมาพูดให้รัฐบาลรักษาการ ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ซึ่ง พล.ต.ท. วิเชียรโชติ ออกมาปฎิเสธ ว่าตำรวจคุมสถานการณ์ไม่ได้

จากปรากฎการณ์เหล่านี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า "พล.อ.อนุพงศ์" นั้น "เสียงแปร่งไป จนคนที่วิเคราะห็การเมืองอย่างลึกซึ้ง จะต้องจับได้ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

วันนี้ สส.พรรคพลังประชาชนภาคอีสาน แถลงการณ์ว่า สส. 83 คน จาก สส.ทั้งหมด 85 คน ลงชื่อสนับสนุน สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯรัฐมนตรี

สำหรับนักวิเคราะห์การเมืองอย่างผม สรุปแบบทุบโต๊ะได้เลยว่า "มีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาแทรกแซงทา่งการเมือง" อย่างแน่นอน

มือที่มองไม่เห็นนี่แหละ คือปัญหาที่แท้จริงของสังคมไทย

เมื่อคุณสมัคร สุนทรเวช ได้วางมือทางการเมืองแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของพรรคพลังประชาชน ที่จะหานายกรัฐมนตรีคนใหม่มาแทน ซึ่งคงไม่พ้น 3 ส. คือ

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สมพงษ์ อมรวิวิฒน์ และ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

จะเป็นใครในสามคนนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะจะต้องมีแรงกดดันอย่างรุนแรงแน่นอนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม




สำหรับคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของ ท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ต้องทำใจแหละครับ ท่านสมัคร ได้ต่อสู้อย่างถึงที่สุดแล้ว ท่านได้มาไกลเท่าที่มาได้แล้ว เมื่อจำเป็นต้องวางมือไป ผมก็ต้องขอสดุดีไว้ในที่นี้ครับ

เมื่อสงครามยังไม่จบพวกเราก็ต้องสู้กันต่อไปครับ ไม่มีสิทธิ์ท้อถอย ในสงคราม ย่อมมีแรงเสียดทานต่างๆ ที่ทำให้บางคนท้อถอย หมดกำลังใจ หมดอาลัยตายอยาก บางคนต้องเห็นเพื่อนรัก คนที่รักล้มลง หลั่งเลือดในสมรภูมิ ก็ยิ่งหมดกำลังใจ

กองทัพที่หมดกำลังใจคือ กองทัพที่กำลังจะแพ้

ทหารที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องไม่หมดกำลังใจ ต้องเอาชนะแรงเสียดทานต่าง ๆ และสู้ต่อไป จนกว่าสงครามจะจบ หรือล้มลงในสมรภูมิ เยี่ยงวีรบุรุษคนอื่นๆ ที่ล้มลงไปก่อนหน้า

ผมมั่นใจว่า ถึงอย่างไร ฝ่ายประชาธิปไตย ก็ต้องได้รับชัยชนะ โลกต้องก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง

สิ่งที่เป็นพื้นฐาน ตัวแปรสำคัญทางการเมืองยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

พรรคพลังประชาชน ยังคงกุมเสียงข้างมากในสภา ยังกุมอำนาจรัฐ ประชาชนรากหญ้ายังเป็น ผนังทองแดง กำแพงเหล็กให้อย่างมั่นคง นั่นคือ ข้อได้เปรียบทางการเมือง ที่ทำอย่างไรก็ไม่แพ้

ข้อเท็จจริงทางการเมืองอื่นๆ คือ ทหารไม่กล้าที่จะทำรัฐประหาร ในช่วงเวลานี้อย่างแน่นอน เพราะมีแรงต้านจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างมากมาย

เมื่อไม่กล้าทำรัฐประหาร กลุ่มอำมาตย์ก็ขาดไม้ตายที่แท้จริง เมื่อไม่มีไม้ตาย ก็ไม่อาจเผด็จศึกได้

ไล่ทักษิณ ออกไปแล้ว ก็ยังไม่ชนะสงคราม ไล่สมัคร ออกไปได้แล้ว ก็ยังไม่ชนะสงครามอีกเช่นกัน

การรบยังคงมีอีกหลายยก สงครามยังคงดำเนินต่อไปอีกนาน

ตอนนี้ใครจะได้เป็นนายกฯ คนต่อไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร พรรคพลังประชาชนจะเลือกใครก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก แต่ศึกข้างหน้าก็ต้อง "ตกผลึกทางความคิดว่ากำลังสู้อยู่กับใคร

ความแตกแยกทางการเมืองขณะนี้ ได้ซึมลงไปสู้รากฐานของสังคมแล้ว ไม่ใช่เป็นเพียงการแตกแยกในหมู่ "ชนชั้นนำ" เท่านั้น แต่เป็น "การแตกแยกไปถึงประชาชน" อย่างแท้จริง

คนที่ปวดหัวขณะนี้ ไม่ใช่สมัคร หรือทักษิณ อย่างแน่นอน

แต่เป็นบางคนที่ อาณาจักรของเขากำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาจะประสานอาณาจักรให้เป็นใจหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างไร

รอยร้าวทางสังคมครั้งนี้ ไม่ง่ายที่จะประสานอย่างแน่นอน

รากหญ้า ก็จะส่งผู้แทนของเขา 300 กว่าคน เข้าสภาอีก ก่อให้เกิดปัญหากับกลุ่ม "อำมาตยาธิปไตย" ในการควบคุมการเมืองอีก

น่าสงสารคนบางคนยิ่งนัก

ปลุกผีขึ้นมา ไล่ทักษิณออกไป แต่เมื่อทักษิณไปแล้ว ก็ไม่สามารถไล่ผีกลับลงหลุมได้

ผีต่างๆ ที่ปลุกขึ้นมา เป็นเครื่องมือไล่ทักษิณได้หลอกหลอนไปทั่ว สร้างความแตกแยกให้กับสังคม จนอาณาจักรแห่งนี้สั่นคลอนอย่างไม่เคยมีมาก่อน นับตั้งแต่ กรุงศรีอยุธยา ล่มสลายในสมัย พระเจ้าเอกทัศน์ วันนี้ สังคมไทยได้สั่นคลอนแตกสามัคคี อย่างรุนแรง และมันจะเป็นไปอีกอย่างยาวนานแน่นอน

หากเป็นสมัยก่อน พม่าต้องฉวยโอกาสยกทัพมาตี กรุงรัตนโกสินทร์ ล่มสลายเยี่ยงกรุงศรีอยุธยาอย่างแน่นอน


จาก thaifreenews

เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินวอนเคารพกติกาเพื่อชาติ-ในหลวง


“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” แถลงยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุสถานการณ์ขัดแย้งในบ้านเมืองคลี่คลายลงแล้ว แต่วอนให้ทุกฝ่ายเคารพกฎเกณฑ์ กติกา อยู่ภายใต้กฎหมาย และหันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง และทำเพื่อถวายพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งบ้านเมืองกำลังจะมีงานสำคัญที่ต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่าย ขณะที่ภาคธุรกิจขานรับเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจดีขึ้น

ในที่สุดการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องเสียชีวิตจากน้ำมือของกลุ่มคนผ้าพันคอสีเหลืองที่ทำตัวเป็นนักเลงใหญ่คับบ้านคับเมืองอยู่ในขณะนี้ ก็มีอันต้องยุติลงแล้ว

โดยเมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. วันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการกองทัพไทย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก. ดังกล่าว โดยให้มีผลในทันที

ขัดแย้งลดลง-เลิกพรก.ฉุกเฉิน
นายสมชาย กล่าวว่า สถานการณ์ในวันนี้ ไม่ได้มีความรุนแรงหรือมีปัญหากระทบกระทั่งระหว่างพี่น้องประชาชนแล้ว ที่ออกมาเป็นการขัดแย้งทางความคิด เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในบ้านเมือง จากความขัดแย้งที่มีพ.ร.ก.ออกมา แต่ความขัดแย้งได้ลดลงไป ไม่มีความกระทบกระเทือนกับประชาชน

อย่างไรก็ตามอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินกิจการใดๆ ก็ตามอยู่ในกรอบกฎหมาย ประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คิดว่าเมื่อไม่มี พ.ร.ก. เมื่อยกเลิกไปแล้ว พี่น้องทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน ความขัดแย้งทางความคิดทุกอย่างต้องจบไปด้วยเหตุผล ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดีที่สุด ไม่ใช่การชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือพ่ายแพ้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ต้องเคารพกฎหมาย-หันหน้าหากัน
ความขัดแย้งทางความคิดต้องใช้เหตุผลวิจัย วิเคราะห์ซึ่งกันและกัน ตนเคารพในความคิดของทุกฝ่ายทุกคน หากหันหน้าเข้าหากัน สุดท้ายผู้ที่ได้รับชัยชนะคือประเทศชาติ และทุกๆ คน ที่ผ่านมาบ้านเมืองบอบช้ำมากไม่ว่าเศรษฐกิจ สังคม ความแตกแยกของคนในชาติ ดังนั้นคิดว่าทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อเยียวยาสิ่งเหล่านั้น

“แม้ว่าผมจะรักษาการก็ไม่ได้หมายความว่าจะเพิกเฉยตรงนั้น ผมคิดว่าเราต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างมีสติ คนไทยมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมที่ดีงาม รบราฆ่าฟันกันไปไม่มีประโยชน์ เรามีปัญหาต่างๆมากมาย เรามีปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจนของพี่น้องประชาชนชน ภัยพิบัติ พี่น้องในต่างจังหวัดได้รับความเดือดร้อน ท่านทั้งหลายที่ขัดแย้งทางความคิดล้วนเป็นปัญญาชนน่าจะนำสิ่งเหล่านี้ไปแก้ปัญหาให้ประชาชน

ขอร้องให้เคารพกฎหมาย เหตุผล กติกา เราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งนี้เพื่อชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่รักสูงสุดของพวกเรา จึงอยากให้พวกเรามุ่งสู่ความสงบสุข เรียบร้อย สมานฉันท์ และกลับไปสู่ความเป็นสยามเมืองยิ้ม ผมคิดว่าเราต้องเรียกร้องสิ่งนี้กลับมา ต่อจากนี้ไปหากเราได้ลดความรุนแรง เข้าใจซึ่งกันและกัน บรรยากาศจากนี้ไปจะเข้าสู่งานการถวายพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จึงขอให้เรามุ่งไปทางนี้ และยังมีงานเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

ขอร้องทุกฝ่ายเห็นแก่บ้านเมือง
ผู้ชุมนุมเองขอให้ใช้เหตุผลไตร่ตรอง เราห่วงใยทุกๆ ท่าน ท่านที่ผ่านมาเราได้ยินว่าบางครั้งเจ็บป่วยไม่สบาย ถ้าออกมาอยู่ข้างนอกก็ไม่มีปัญหา เพราะข้างในนั้นเป็นสถานที่ราชการ ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านทุกฝ่าย ท่าน ผบ.ทบ. ผบ.ตร. ที่ท่าน และหน่วยงานของท่านช่วยดูแลประชาชนทุกฝ่าย ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำงานเห็นแก่ประโยชน์ และผู้ชุมนุมอยากขอร้องให้ร่วมกันแก้ปัญหาให้ชาติบ้านเมือง มั่นใจว่าทุกฝ่ายเป็นคนไทยด้วยกัน เดินหน้าให้ประเทศชาติก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรือง และหวังว่านับแต่นี้ต่อไปประเทศไทยจะเรียบร้อยขึ้น"

อย่างไรก็ดีนายสมชาย ปฏิเสธว่า การแถลงข่าวในครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อสร้างคะแนนนิยม หรือเป็นการสร้างภาพในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่กำลังจะมีขึ้น

นักวิชาการเชื่อส่งผลดี ศก.โดยรวม
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่าการที่ นายสมัคร สุนทรเวช ปฏิเสธรับตำแหน่งนายกฯนั้นจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเพราะนายกฯคนใหม่คงจะเป็นคนที่ประนีประนอมกับประชาชน แต่ควรมีภาพลักษณ์ที่ซื่อสัตย์และมีความรู้ความสามารถทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้รัฐบาลควรนิรโทษกรรมให้กับแกนนำพันธมิตรในข้อหากบฏและ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเพื่อลดความขัดแย้งทางการเมือง เพราะขณะนี้ได้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นจะช่วยให้การลงทุนในเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวได้ดีขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนใหม่ที่เคยชะลอการลงทุนในประเทศไทย

นายนิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า กล่าวว่าการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะช่วยให้การท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น ส่วนด้านตลาดเงินตลาดทุนนั้นหุ้นคงปรับตัวได้สูงขึ้น

เชื่อส่งผลดีต่อท่องเที่ยวปลายปี
นายประภาส อินทนปสาธน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อภาวะการท่องเที่ยวใน จ.สงขลา ไม่มากนักเนื่องจากสัดส่วนของการจองห้องพักของโรงแรมต่าง ๆ ยังอยู่ที่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดี ที่สำคัญกลุ่มลูกค้าของ จ.สงขลา เป็นลูกค้าที่อยู่ชายแดนโดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งสามารถเดินทางเข้ามาได้เอง

อย่างไรก็ตามการ ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลฮารีรายอและตรุษจีน ทางด้านท่าทีของภาคธุรกิจท่องเที่ยวทุกกลุ่มใน จ.สงขลา ทั้งกลุ่มโรงแรมผู้ประกอบการ บริษัททัวร์ และมัคคุเทศก์ ต่างเห็นว่านี่คือข่าวดีของผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะใน จ.สงขลา ก็ได้เคยเสนอให้มีการยกเลิก พ.ร.ก. ดังกล่าวมาแล้ว โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน จ.สงขลา อยากให้เกิดขึ้นหลังจากนี้คือการเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเพราะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวในระยะยาว

หอการค้าฯเชื่อภาพลักษณ์ไทยดีขึ้น
นายดุสิต นนทะนาคร รองกรรมการประธานหอการค้าไทย กล่าวถึงการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า ส่วนตัวถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะการประกาศยกเลิก พ.ร.ก. จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวกลับมาดีขึ้น การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นบ่อนทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย ทำให้นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในไทยไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน โดยหลังจากนี้จะเป็นการคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยปรากฏชื่อ 3 ส. ในส่วนของภาคเอกชนมองว่าคนไหนก็ได้ แต่ผู้ที่จะเข้ามาต้องประนีประนอมความแตกแยกให้น้อยลง และกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อจะได้เริ่มต้นกันใหม่

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี แม้ว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะไม่เกิดความรู้สึกอะไร แต่ได้สร้างความเสียหายและขาดความมั่นใจของต่างชาติ เพราะต่างชาติจะมองประเทศไทยว่าเกิดปัญหาจลาจล ปัญหาสงครามทางการเมือง ซึ่งในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปฟิลิปปินส์เจรจาขายข้าว ฟิลิปปินส์ก็มีการสอบถามปัญหาการเมืองไทย

ส.อ.ท.หนุน-เร่งแจ้งลูกค้าต่างชาติ
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า เหมาะสมและจะส่งผลดีต่อทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคธุรกิจท่องเที่ยว นักลงทุน คิดว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คงพิจารณาความเหมาะสมแล้ว และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้ส่งสัญญาณว่าควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว การยกเลิกในครั้งนี้จะช่วยให้หลายฝ่ายสบายใจ ในส่วนของ ส.อ.ท.จะให้ทางสมาชิกแจ้งไปยังลูกค้าและพันธมิตรในต่างประเทศทราบว่าประเทศไทยได้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว

นอกจากนี้ ทูตไทยและทูตพาณิชย์ตลอดจนหน่วยงานของไทยในต่างประเทศต้องประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ต่างประเทศทราบถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศว่าสถานการณ์ได้สงบเรียบร้อยแล้ว และเมื่อมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่สถานการณ์ก็จะยิ่งดีขึ้น

การที่มีแนวโน้มว่านายกฯ จะมาจากพรรคพลังประชาชน นั้น นายกฯ ใหม่ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน พร้อมกันนี้ จะต้องเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ ให้เกิดความสงบภายในประเทศโดยเร็วที่สุด

โบรกชี้ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด กล่าวว่าการที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นทำให้นักลงทุนต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น ท่ามกลางความรู้สึกที่ไม่แน่นอนทางการเมือง หากยังบังคับใช้ต่อไปนักลงทุนอาจมองว่าสถานการณ์ความรุนแรงจะมีแนวโน้มขยายวงกว้างมากขึ้นแต่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย นอกจากการเมืองแล้วยังต้องพิจารณาเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน

นายสมจินต์ ยังกล่าวอีกว่าการที่ นายสมัคร สุนทรเวช ปฏิเสธการรับตำแหน่งนายกฯจะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งลดลง ซึ่งนายกฯคนใหม่ควรแก่ประโยชน์โดยรวมเป็นหลักและหากรู้เรื่องเศรษฐกิจจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

ปชป.หนุนยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพรรคเห็นด้วยกับการยกเลิก พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ตั้งข้อสังเกตว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกฯและรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ดำเนินการยกเลิกพระราชกำหนดนั้นมีเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจุดใหม่นั้นต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าจะลดความขัดแย้งในสังคมได้อย่างไร โดยเฉพาะการยืนยันไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหนีคดียุบพรรค ซึ่งอาจจะลดการเผชิญหน้าได้อีกทั้งต้องให้สัญญาประชาคมว่าจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมก่อนถึงศาลเพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีเมื่อใด และต้องสัญญากับประชาชนว่าจะปลดชนวนความขัดแย้งอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้โฆษกพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าขณะนี้ยังมีการดำเนินการของพรรคร่วมรัฐบาลที่เริ่มมีเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลได้อีก แม้ นายสมัคร สุนทรเวช จะไม่รับตำแหน่งนายกฯแล้วก็ตามซึ่งทำให้เห็นเนื้อแท้พฤติกรรมทางการเมือง


พธม.หางโผล่ค้านทุกเรื่องที่แท้จ้องล้มประชาธิปไตย

ดื้อด้านที่สุด! “พันธมิตรฯ” ไม่หยุดคิดทำลายชาติ ทำลายประชาธิปไตย ปัดทุกข้อเสนอ-ทางออกของทุกฝ่ายที่ต้องการเห็นความสงบสุขในบ้านเมือง ยืนยันต้อง “การเมืองใหม่” เท่านั้น โดยไม่ยอมฟังเสียงค้าน ที่ห่วงเป็นการทำลายประชาธิปไตย สถาปนาอำนาจใหม่ที่เป็นของคนแค่บางกลุ่มบางพวก เป็นห่วงพาเมืองไทยถอยหลังไปหลายสิบปี

ท่ามกลางความพยายามของทุกฝ่ายที่จะประนีประนอมเพื่อยุติปัญหาและสร้างสันติสุขในบ้านเมือง แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ที่เป็นชนวนของปัญหามาตั้งแต่ต้น จน 9 ผู้นำถูกออกหมายจับในข้อหากบฏ กลับปฏิเสธการเจรจา ปฏิเสธทางออกของบ้านเมืองทุกแนวทาง โดยได้เปิดเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นกันชัดเจนแล้วว่า การเรียกร้องตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่แท้แล้วก็เพราะต้องการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย สถาปนาการเมืองใหม่ ลิดรอนอำนาจของประชาชนในการเลือกตัวแทนเข้ามาบริหารบ้านเมือง

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า การยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขต กทม. นั้น เกิดจากความพยายามสร้างสถานการณ์ของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลก่อเรื่องเองก็แล้วแต่รัฐบาลจะพิจารณา การยกเลิก พ.ร.ก. ไม่มีผลอะไรกับการชุมนุมของพันธมิตรฯ เพราะพันธมิตรฯ เชื่อว่าได้ชุมนุมอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้น

ส่วนเรื่องรัฐบาลแห่งชาติยังเป็นรัฐบาลของนักเลือกตั้ง พันธมิตรฯ ไม่ยึดติดกับพรรคการเมืองใด และเห็นว่านักเลือกตั้งที่มีอยู่ควรยุติบทบาทการเมือง และเปิดโอกาสให้การเมืองใหม่เข้ามา การยุบสภาการเมืองยังอยู่ในวังวนเดิม เลือกตั้งใหม่ก็ได้คนเก่ากลับมา พันธมิตรฯ ยังคงยึดมั่นเรื่องการเมืองใหม่ ซึ่งตอนนี้ยังเป็นนามธรรมอยู่ จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดเพื่อให้เป็นรูปธรรม โดยคนไทยต้องยอมรับถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ หากมีการเลือกตั้งใหม่จะได้นักเลือกตั้งคนเดิม จึงต้องมีการเมืองใหม่ที่มีตัวแทนของสาขาอาชีพเข้าไปเป็นตัวแทน

ด้าน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงถึงกรณีที่มีผู้เสนอให้ยกเลิกข้อหากบฏกับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ แลกกับการนิรโทษกรรม 111 อดีต กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยว่า ความคิดดังกล่าวเป็นความคิดที่โง่และบ้า เพราะในกรณีของ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว โดยมีความชัดเจนว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ส่วนกรณีของ 9 แกนนำพันธมิตรฯ เป็นข้อหาที่ยังไม่ได้พิสูจน์ และจะมีการอุทธรณ์จึงนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้

ส่วน นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวย้ำไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคพลังประชาชน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พร้อมระบุพันธมิตรฯ จะไม่ยุติการเคลื่อนไหว จนกว่าทุกพรรคการเมืองจะยอมรับและมาร่วมผลักดันการเมืองใหม่ตามแนวคิดของพันธมิตรฯ ให้เกิดขึ้น

นายสนธิ ยังได้เปิดประเด็นหนทางสู่การเมืองใหม่ โดยเสนอเบื้องต้นให้คงไว้เฉพาะสมาชิกวุฒิสภา และให้ใช้อำนาจตุลาการยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามกระบวนการสรรหาที่ต่างไปจากปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าไปเป็น ส.ส.

ทั้งนี้ ในขณะนี้กลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ ได้ประกาศบนเวทีตลอดเวลาว่าจะไม่รับเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น โดยปลุกระดมผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องว่า หนทางสู่การเมืองใหม่ใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะผู้ชุมนุมเองก็ยังไม่เข้าใจเงื่อนไขที่แฝงเร้นของเรื่องดังกล่าว โดยที่ก่อนหน้านั้นนักวิชาการ ผู้รู้ และนักการเมืองหลายคน ก็ได้ออกมาชี้ให้เห็นแล้วว่าแนวคิดดังกล่าวขัดต่อหลักการของระบอบประชาธิปไตย ในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นการลิดรอนบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมปกครองบ้านเมือง ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐธรรมนูญพยายามให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ที่พันธมิตรฯ คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การดำเนินการตามแนวทางของพันธมิตรฯ ก็จะต้องมีการแก้ไขเช่นเดียวกัน และจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองอีกครั้งหนึ่งของบ้านเมืองเลยทีเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะถอยหลังเข้าคลอง และสุ่มเสี่ยงที่คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดจะสถาปนาอำนาจเพื่อตัวเองและพวกพ้องได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด



ให้กำลังใจ“สมัคร”กระหึ่มนายกฯผู้รักประชาธิปไตย


ชมรมคนจริงใจรักประชาธิปไตย พร้อมสถานีวิทยุชุมชนคนจริงใจยกขบวนให้กำลังใจอดีตนายกฯ สมัคร พร้อมออกหนังสือเชิดชูเป็นแม่ทัพนำสมาชิกพลังประชาชนเข้าเส้นชัยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ขณะที่ชาวเว็บแห่ให้กำลังใจท่วมท้น ลั่นเป็นนายกฯ สู้สมศักดิ์ศรีรักษาประชาธิปไตยถึงที่สุด ไม่ยอมให้กบฏหน้าไหนเข้ามาบริหารแผ่นดิน

จากกรณีประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 12 กันยายน เกิดเหตุการณ์สภาล่มเพราะไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งจากฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคพลังประชาชนบางส่วนไม่เข้าห้องประชุม จนทำให้ นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งประกาศตัวพร้อมที่จะเป็นนายกฯ อีกสมัย ขอยุติบทบาทการทำหน้าที่หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และภารกิจการรักษาประชาธิปไตย เพราะทำหน้าที่จนมาถึงที่สุดแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้มีสมาชิกชมรมคนจริงใจ รักประชาธิปไตย สถานีวิทยุชุมชนคนจริงใจ ประมาณ 250 คน นำโดย นายนัฒ กทม. ได้เดินทางมาให้กำลังใจนายสมัคร โดยได้นำกระเช้าดอกไม้และหนังสือให้กำลังใจไปให้อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย

โดยหนังสือมีข้อความว่าทางสมาชิกต้องการให้กำลังใจนายสมัคร ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนและได้นำพาให้สมาชิกได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็น ส.ส. จนสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศตามที่ได้สัญญากับประชาชน ดังนั้นทางกลุ่มยังคงสนับสนุนให้นายสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และจะเป็นกำลังใจให้นายสมัครต่อไป ทั้งนี้นายนัฒได้เป็นตัวแทนเข้ามอบกระเช้าดอกไม้และหนังสือให้กำลังใจมอบให้ตัวแทนของนายสมัครภายในบ้านพัก เนื่องจากได้รับแจ้งว่านายสมัครเดินทางไปต่างจังหวัดตั้งแต่ช่วงเช้า

ขณะเดียวกันบรรยากาศในเว็บไซต์ต่างๆ ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นพร้อมให้กำลังใจนายสมัครมากมาย เช่น ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

“ฟ้าสางที่ฝั่งมูล” แสดงความเห็นว่า “ขอปรบมือให้และชื่นชม ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านทำได้ดีที่สุดแล้ว และเป็นไปตามกติกาของบ้านเมือง ที่รักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ อย่างน้อยสิ่งที่ได้เห็นคือ กฎหมู่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ว่า 2551 อันธพาลธมิตรครองเมือง ไม่มีใครกล้าเห็นแย้งจริงๆ กลัวโดนด่า”

“คือฉันเอง” แสดงความเห็นว่า “ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยต้องขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่าน ตั้งแต่ที่ท่านยอมเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พรรคการเมืองที่รู้อนาคตตัวเองล่วงหน้าว่าจะต้องโดนรุมสกรัมทุกวิถีทางไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด) เพื่อรักษาหัวใจของคนที่รักประชาธิปไตย ให้มีที่พึ่งพิง ยอมเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่การต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง

กระทั่งพาพรรคพลังประชาชนเข้าสู่สภา จัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ (อัปลักษณ์) และยังเป็นผู้นำที่พาผู้รักประชาธิปไตย ต่อสู้กับศัตรูของระบอบประชาธิปไตยมาจนกระทั่งบัดนี้ ขอขอบพระคุณในความกรุณาและขอเป็นกำลังใจให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของผู้รักระบอบประชาธิปไตย”

“Sheervy” แสดงความเห็นว่า “ขอบคุณ นายกฯ สมัคร ที่คงรักษาประชาธิปไตย ถึงที่สุด และไม่ยอมให้กบฏหน้าไหนเข้ามาบริหารแผ่นดิน”

“Heart Attack” แสดงความเห็นว่า “เคารพรักท่านนายกฯ สมัคร ท่านต่อสู้เพื่อประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย อย่างกล้าหาญที่สุดแล้ว วันนี้ยังมีคนไม่เข้าใจอยู่มาก แต่วันข้างหน้าเขาเหล่านั้นจะตาสว่าง ขอให้ท่านพักผ่อนรักษาสุขภาพนะคะ”

“Vanipok” แสดงความเห็นว่า “ในพลังประชาชน ใครเล่าที่จะกล้า ยืนซดหมัดต่อหมัด กับ พันธมิตรฯ กลางเวที จนพันธมิตรฯ ยืนโซเซออกอาการป้อแป้ โรคระบาดกำเริบ แต่ กรรมการจับท่านสมัครแพ้ฟาล์ว แบบค้านสายตาคนดู พันธมิตรฯ เลยได้ใจ ขอเลือกคู่ชกเอง ฝ่ายพลังประชาชนก็จะส่ง นักชกคนเดิม ไปอัดกันใหม่ โวยวายกันใหญ่ ทั้งพันธมิตรฯ และ พลังประชาชนบางกลุ่ม ที่ไปถือหางฝ่ายตรงข้าม ผมยังไม่เห็นใครในพลังประชาชนที่จะยืนซดหมัดกับพันธมิตรฯ ได้ ต่อให้ศิษย์ 3 ส. ผมว่าไม่รอด ยุบสภาหนีพันธมิตรฯ แน่นอน หรือไม่ทหารก็มาไล่ลงเวทีทั้งคู่”

“Ocean Man” แสดงความเห็นว่า “ท่านสมัครสามารถช่วยชาติต่อไปได้โดยการหันไปจัดรายการความจริงวันนี้ แทนรายการชิมไปบ่นไป สมัยก่อนก็เฉยๆ นะไม่ค่อยชอบอะไรนักกับคุณสมัคร แต่หลังจากติดตามการทำงานของท่านมาตลอด ตั้งแต่รับตำแหน่งนายกฯ จึงได้เห็นสภาพที่ท่านยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจนอกระบบและมือที่มองไม่เห็นมาโดยตลอดจึงรู้สึกประทับใจมาก และวลีโดนใจที่ว่า ความกลัวทำให้เสื่อม เหมาะกับยุคสมัยจริงๆ เพราะทุกวันนี้มีแต่คนหวาดกลัวที่จะพูดความจริง สภาพจึงเป็นเช่นทุกวันนี้”

สมชายผงาดนายกฯมนูญกฤตโผล่มท.1


* หวังเจรจา"พัลลภ-จำลอง"คลายสถานการณ์

พรรคร่วมรัฐบาลเหนียวแน่น ขานรับใครเป็นนายกฯ ก็ได้ใน “3 ส.” แต่เสียงเชียร์ “สมชาย” หนักแน่นที่สุดหลังมีข่าววางหมากรองรับเอาไว้แล้วตั้งแต่วันสภาล่ม ที่ “แก๊งออฟโฟร์” สาย “เยาวภา” ลงทุนไปเรียกบรรดา ส.ส. ออกจากห้องประชุมด้วยตัวเอง แถมยังไอเดียกระฉูด ส่ง “เฉลิม” ทาบ “มนูญกฤต” ข้ามขั้วนั่ง มท.1 พร้อมหอบหิ้ว 15 ส.ส. สร้างตำนาน “งูเห่า” อีกครั้ง และหวังให้เจรจา “จำลอง-พัลลภ” เพื่อนร่วมรุ่น จปร.7 หยุดชุมนุมป่วนบ้านเมือง ขณะที่ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล ยังงุนงงไม่หาย ไม่เชื่อจะเป็นไปได้ สงสัยเป็นขบวนการเดียวกันกับข้อเสนอนิรโทษกรรม

* “เอกชน” แนะนายกฯใหม่ยุบสภาผ่าทางตัน

แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะอยู่ในภาวะที่อึมครึมมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่หลายเรื่องราวก็
เริ่มแสดงตัวออกมาให้เห็นชัดเจนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในด้านบวกหรือด้านลบก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ที่จะมาแทน นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ท่ามกลางเสียงบ่นเสียดายของกองเชียร์อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ถึงตอนนี้แน่นอนว่านายสมัครยอมยุติบทบาทเพื่อรักษาความสงบของบ้านเมืองเอาไว้ และอาจไปเข้าทางของคนบางกลุ่ม บางพวก หรืออาจหลายพวก ที่ต้องการให้เป็นไปอย่างนั้น

เข้าล็อก! “สมชาย” เต็งจ๋านายกฯ
และแน่นอนอีกเช่นกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะยังเป็นคนของพรรคพลังประชาชน ตามกติกาประชาธิปไตย และความเห็นพ้องต้องกันของ 6 พรรคร่วมรัฐบาล ส่วนจะเป็นใครใน 3 ส. ระหว่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี จะมีการประชุมชี้ขาดกันอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 15 กันยายน นี้

อย่างไรก็ดี เมื่อประเมินเสียงสนับสนุนจากกลุ่มต่างๆ ในพรรค ผนวกกับการประมวลเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันสภาล่ม ก็มีเหตุผลสนับสนุและยืนยันได้ว่าผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก็คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ซึ่งสอดคล้องกับแหล่งข่าวที่ระบุว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อปิดฉากนายสมัคร ที่ผ่านมามีตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน ทั้ง นายยงยุทธ ติยะไพรัช นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

กระฉูด! ทาบ “มนูญกฤต” นั่งมท.1
เดียวกันคนกลุ่มนี้ก็ยังมีการเดินเกมทางการเมือง โดยอาศัยความสัมพันธ์ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เข้าเจรจากับ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ส.ส. สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ หัวขบวน จปร.7 ให้มารับตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่มี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีหน้าที่ไปเจรจาหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ให้วางมือจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาล พร้อมๆ กับการนำ 15 ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นงูเห่าเข้าร่วมรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม แนวความคิดดังกล่าว ก็ยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่ ในขณะที่แหล่งข่าวระบุว่ามีการเดินเกมในเรื่องดังกล่าวอยู่จริง และเป็นขบวนการเดียวกันกับเรื่องการนิรโทษกรรม 9 กบฏพันธมิตรฯ ที่สมประโยชน์กับการนิรโทษกรรม 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

นักวิชาการชี้ทำได้จริงจะดีมาก
จากกระแสข่าวดังกล่าว อ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง ก็จะส่งผลดีกับประเทศชาติที่จะได้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ถือเป็นบุญคุณต่อประเทศไทยมาก แต่คิดว่าไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้ เพราะวันนี้พวกพันธมิตรฯ ไม่ฟังใคร เห็นได้จากการพยายามที่จะผลักดันให้มีการเมืองใหม่อย่างเดียว เป็นการเสนอความคิดล้าหลังไปอีก 80 ปี

ส่วนข่าวที่ว่านายสมชายจะได้รับการเลือกตั้งให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น อ.สุธาชัย กล่าวว่า เราต้องเคารพเสียงข้างมากของ ส.ส. ในสภาเพราะเป็นผู้แทนที่เราเลือกให้เข้ามาทำงานด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่ลักษณะท่าทีและการบริหารงานของนายสมชาย ที่ดูนุ่มนวลเกรงว่าจะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ความวุ่ยวายที่เกิดขึ้นได้

“อยากให้รัฐบาลใหม่แยกพวกพันธมิตรฯ ออกจากกิจกรรมทางการเมือง ตัดมันทิ้งไป และเดินหน้าบริหารบ้านเมือง คนพวกนี้ไม่เคยเคารพกฎหมาย ไม่เคารพกติกาอยู่แล้ว”

งง!มองไม่เห็นความเป็นไปได้
ส่วน นายคณิน บุญสุวรรณ นักวิชาการอิสระ อดีต สสร. 2540 กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ ถ้ายอมอย่างนั้นก็เท่ากับพลังประชาชนยอมจำนน เท่ากับพ่ายแพ้เสียอำนาจเพื่อแลกกับความอยู่รอด ซึ่งความอยู่รอดของรัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องแลกกันขนาดนั้น เพราะรัฐบาลยังอยู่ได้ เพียงแต่ต้องประคองสถานการณ์หน่อยเท่านั้นเอง รอให้การพิจารณางบประมาณเสร็จสิ้นและรอให้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสร็จสิ้นก่อน หลังจากนั้นก็เลือกวันยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้เลย

ส่วน นายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่มีอำนาจมากพอที่จะดำเนินการใดๆ เนื่องจากตำแหน่งรัฐมนตรีเดิมของตนเองก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ กระแสดังกล่าวส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นเพียงการยกข่าวขึ้นมา รวมทั้งกระแสการนำ ส.ส. ภาคกลางจำนวน 15 คน ย้ายข้างไปอยู่กับพรรคพลังประชาชนด้วย แม้จะไม่เคยพูดคุยกับ พล.ต.มนูญกฤต โดยตรง แต่ก็เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน

เช่นเดียวกับ นายทิวา เงินยวง ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตอบปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นในกรณีดังกล่าว โดยอ้างว่าไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน และไม่เคยมีการพูดคุยในกรณีนี้มาก่อน จึงไม่ขอให้ความคิดเห็น

ส.ส.พลังประชาชนยังไม่รู้เรื่อง
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีเกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากว่าการเมืองขณะนี้กำลังจะไปด้วยดี ตอนนี้รอแต่เพียงว่าพรรคจะเสนอให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ตนไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ อีกทั้งไม่รู้ว่า พล.ต.มนูญกฤต นี้เป็นใครมาจากไหน เวลานี้เรื่องเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ คงเป็นเรื่องของรัฐบาลเอง ว่าจะให้จบในรูปแบบไหน ซึ่งการเสนอให้ พล.ต.มนูญกฤต มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เป็นไปไม่ได้ และทางพรรคเองก็คงไม่ยอม แต่ตอนนี้ตนยังไม่อยากเสนอความเห็นอะไรทั้งนั้น เพราะทางพรรคได้ขอร้องเอาไว้

ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการเตรียมการหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

กลุ่ม “อีสานพัฒนา” รับได้ทั้ง 3 ส.
ด้านความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในการเลือกหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. พรรคพลังประชาชน และแกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา เปิดเผยว่า ทางกลุ่มพร้อมให้การสนับสนุน ทั้งนายสมชาย นพ.สุรพงษ์ และ นายสมพงษ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพราะทั้ง 3 คน ถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค และ ส.ส. ทุกคนให้ความเคารพนับถืออยู่แล้ว ส่วนที่ทางกลุ่มอีสานพัฒนาจะให้การสนับสนุนคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษหรือไม่ นายไพจิต กล่าวว่า คงต้องขอรอผลการหารือภายในพรรคพลังประชาชน รวมทั้งฟังเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลก่อน ทางกลุ่มจึงจะมีการตัดสินใจอีกครั้ง

กลุ่มเพื่อนเนวินหนุน “หมอเลี้ยบ”
นายธีระชัย แสนแก้ว รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน เผยว่า ส.ส. ของกลุ่มให้การสนับสนุน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพราะถือว่าเป็น 1 ใน 3 ส. ที่ประชาชนให้การยอมรับมากที่สุด โดยอ้างผลสำรวจของเอแบคโพล และเชื่อว่า นพ.สุรพงษ์ จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในบ้านเมืองได้ โดยไม่หวั่นกระแสต่อต้านจากกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกใครหากมาจากพรรคพลังประชาชน กลุ่มพันธมิตรฯ ก็ไม่รับอยู่แล้ว

นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส. พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า จากการหยั่งเสียงของ ส.ส. ในกลุ่มตกลงกันแล้วว่าจะเสนอชื่อ นพ.สุรพงษ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป มั่นใจว่า นพ.สุรพงษ์ จะสามารถบริหารบ้านเมืองได้ เพราะมีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งวันนี้ 15 กันยายน เวลา 11.00 น. ส.ส. ของพรรคกลุ่มเพื่อนเนวิน จะประชุมเพื่อขอมติกลุ่มอย่างเป็นทางการก่อนเสนอต่อที่ประชุมพรรคในวันเดียวกัน

3ส.พปช.ตระเวนแจง5พรรคร่วม
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 กันยายน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี 3 แกนนำพรรคพลังประชาชน ได้เข้าชี้แจงกับ 5 พรรค ร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับการวางมือทางการเมืองของ นายสมัคร สุนทรเวช และวางตัวผู้แทนพรรคที่จะเข้ารับคัดเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ซึ่งการคัดเลือกจะคำนึงเสียงประชาชนเป็นหลัก พร้อมสร้างความสมานฉันท์ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน สร้างมิตรภาพภายในพรรคและเรียนรู้บทเรียนการเผชิญหน้าทางการเมืองเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ยืนยันว่า ช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติก่อนคืนอำนาจให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ร.ท.กุเทพ กล่าวด้วยว่า ต้องขอขอบคุณนายสมัคร ที่เสียสละเพื่อให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนกลุ่มต่าง ๆ ในพรรคที่มีเสียงแตก ร.ท. กุเทพ ระบุว่าเป็นเรื่องปกติในการแสดงความคิดเห็น แต่เชื่อว่าในการประชุม กรรมการบริหารพรรคในวันพรุ่งนี้ จะมีความชัดเจนและเรียบร้อยมากยิ่งขึ้นในเรื่องตัวบุคคลที่จะเป็นตัวแทนพรรคต่อไป

“ชาติไทย” พร้อมสนับสนุนทั้ง 3 ส.
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รักษาการรัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในวันที่ 17 กันยายนว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยจะให้การสนับสนุนทั้ง 3 ส. แคนดิเดตนายกฯ ไม่ว่าพรรคพลังประชาชนจะมีมติเลือกใครก็ตาม ทางพรรคชาติไทยเชื่อว่า ทั้ง 3 ส. มีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นที่ยอมรับของประชาชน ทางพรรคมีมติยืนยันว่ามีจุดยืนร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน และจะเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อโหวตนายกฯ แน่นอน

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาประกาศไม่ยอมรับคนของพรรคพลังประชาชนขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลกำลังหาแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ทั้งนี้ยอมรับว่ารับฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่เคยละเลยเสียงส่วนน้อย

“เสนาะ” เชื่อ “สมชาย” จะแก้ปัญหาได้
ขณะเดียวกันทั้ง 3 ส. เดินทางเข้าพบนายเสนาะ และ นางอุไรวรรณ เทียนทอง แกนนำพรรคประชาราช ที่บ้านพักย่านเมืองทองธานี โดยใช้เวลาไม่นานเพียงประมาณ 30 นาที ซึ่ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปิดเผยว่าพรรคประชาราชได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนแล้ว โดยจะเดินหน้าต่อไปเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและหานายกฯคนใหม่ ส่วนการเสนอชื่อนายกฯคนใหม่นั้นได้พูดคุยกันเพียงในหลักการว่าให้พรรคพลังประชาชนเสนอชื่อ โดยให้เกียรติพรรคพลังประชาชนในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ไม่มีปัญหา จะเป็นบุคคลใดก็ได้

ส่วน นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้า พรรคประชาราช ระบุว่า หากพรรคพลังประชาชน เสนอนายสมชายเป็นนายกรัฐมนตรี จะสามารถพูดกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะนายสมชายเป็นคนใต้ และที่เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมได้เพราะ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.ปชป. เป็นคนแต่งตั้ง แต่บังเอิญเป็นน้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหากจะเอาบ้านเมืองรอดต้องแยกแยะ

“ตอนนี้เราต้องเอาบ้านเมืองไว้อย่าถืออะไรกัน ถ้านายสมชายเป็นนายกฯ เป็นเรื่องดี เพราะมันมีอุทาหรณ์ให้เห็นว่าอะไรที่ไม่ดี ถึงแม้ว่าจะเป็นน้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็รู้อยู่ว่าอะไรที่เป็นปัญหาก็จะได้ไม่ทำ ถ้าทำพวกเราก็ไม่ยอม สื่อก็ไม่ยอม” นายเสนาะ กล่าว

พผ. ตอบตกลงเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล
นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวภายหลังที่ 3 ส. พรรคพลังประชาชนและแคนดิเดตนายกฯ คนใหม่ เข้าหารือพร้อมทั้งได้เชิญเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่าพรรคเพื่อแผ่นดินยืนยันตอบตกลงที่จะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนอีกครั้งเพื่อต้องการที่จะเข้าช่วยบริหารพัฒนาประเทศ แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนรวมทั้งหาหนทางออกยุติปัญหาความแตกแยกของสังคมเพื่อให้ได้ความสงบสุขสันติสลับตำแหน่งรัฐมนตรีคนใหม่ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลคงจะไม่เข้าไปก้าวก่ายซึ่งจะต้องให้เกียรติพรรคพลังประชาชน

นอกจากนี้หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินกล่าวขอบคุณรักษาการนายกฯที่ได้ประกาศยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพราะจะทำให้เศรษฐกิจและบรรยากาศการท่องเที่ยวการลงทุนกลับมาดีอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น

“สมชาย”" คาดวันจันทร์ได้ข้อสรุปนายกฯ
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า คาดว่าวันจันทร์ที่ 15 กันยายนนี้ จะมีความชัดเจนว่าจะเลือกบุคคลใดมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ส่วนการแถลงกับพรรคร่วมรัฐบาล คาดว่าน่าจะเป็นวันจันทร์ หรือวันอังคารนี้ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากลอนดอนเพราะถือเป็นมติของ ส.ส. ไม่มีใครสามารถสั่งได้

ด้าย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รักษาการ รมว.ยุติธรรม รองหัวหน้าพรรค พปช. กล่าวว่า ในวันที่ 15 กันยายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีให้ที่ประชุมพรรค พปช. พิจารณา

“คณะกรรมการบริหารจะเสนอทั้ง 3 ชื่อ คือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ให้ที่ประชุมพิจารณา เนื่องจากเกรงว่าหากเสนอชื่อใดชื่อหนึ่ง แต่ที่ประชุมพรรคอยากได้คนอื่นจะเกิดปัญหา” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคไม่ขัดข้องถ้าเป็น 1 ใน 3 คนนี้

นักวิชาการเชื่อ “สมชาย” เหมาะสมสุด
ผศ.ดร.จิตรกร โพธิ์งาม อาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ให้ความเห็นว่า ในสถานการณ์อย่างนี้ ผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากดูบุคลิกลักษณะและประสบการณ์ มีความประนีประนอมที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ส่วน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นั้น ในสถานการณ์อย่างนี้ยังไม่เหมาะสมแต่อย่างใด ส่วนพันธมิตรฯ จะชุมนุมต่อหรือไม่นั้น ขอให้คิดว่าขณะนี้บ้านเมืองบอบช้ำพอแล้ว และขอให้เห็นแก่ความสงบของบ้านเมืองด้วย

เอกชนหนุน 3 ส. นั่งนายกรัฐมนตรี
นายดุสิต นนทะนาคร รองกรรมการประธานหอการค้าไทย กล่าวถึงการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าถือเป็นเรื่องดี จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา เพราะที่ผ่านมาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการบ่อนทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย ทำให้นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในไทยไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน ในส่วนของ 3 ส. ที่คนใดคนหนึ่งจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ในส่วนของภาคเอกชนมองว่า คนไหนก็ได้ แต่ผู้ที่จะเข้ามาต้องบริหารอย่างประนีประนอมความแตกแยกให้น้อยลง และให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อจะได้เริ่มต้นกันใหม่

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกไทย กล่าวว่า สมาชิกเอกชนสามารถยอมรับ 3 ส.ได้ โดยเฉพาะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นบุคคลที่ประนีประนอม น่าจะแก้ไขปัญหาความแตกแยกทางความคิดได้ แต่ข้อเสียเป็นคนใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรี จะทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่สามารถตกลงได้ และยังมองว่าแม้ภาพรวม 3 ส. จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองจนถึงสิ้นปีนี้คงจะไม่จบ ดังนั้น ทางออกดีที่สุด คือ รัฐบาลต้องประกาศยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และมีการเลือกตั้งใหม่

"จาตุรนต์" เชื่อ พปช.จะถูกยุบ เร่งนายกฯ คนใหม่ต้องแก้ไข รธน.


อดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย "จาตุรนต์ ฉายแสง" ทำนายรัฐบาลใหม่ จะอยู่ได้เพียง 2 เดือน เนื่องจากพรรคพลังประชาชนจะถูกยุบ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ทำนายรัฐบาลใหม่หลังได้นายกฯวันพุธนี้แต่จะอยู่ได้เพียงแค่ 2 เดือนเพราะเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะถูกยุบพรรคอย่างแน่นอน ดังนั้นนายกฯคนใหม่จะต้องประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

อีกทั้งต้องเตรียมนายกฯสำรองหลังถูกยุบพรรคพร้อมยืนยันไม่เคยเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งการนำเรื่องดังกล่าวมาเกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมแกนนำพันธมิตรทั้ง 9 คนเป็นการจับแพะชนแกะขาดหลักเหตุผลเพราะเชื่อว่ากรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเป็นผู้บริสุทธิ์ถูกใช้อำนาจเผด็จการโดยไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ยังฝากให้พรรคพลังประชาชนรับฟังความคิดเห็นจากทั้งภายในพรรคและสังคมในการเลือกนายกฯเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติชาติ

"สมชาย" แถลงยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในกทม.


"สมชาย" ควง "อนุพงษ์" แถลงยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว มีผลตั้งแต่วันนี้(14ก.ย.) วอนทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งหันหน้าแก้ปัญหาชาติ

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ ได้ร่วมกันแถลงยกเลิกประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 2 กันยายนแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายสมชาย กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันนี้สถานการณ์ความรุนแรงได้บรรเทาลงแล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไป

พร้อมกันนี้นายสมชายยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อยุติความรุนแรงความขัดแย้ง "เราไม่มีเวลาที่จะขัดแย้งกันอีกแล้ว เพราะว่าขณะนี้ปัญหาของชาติมีอยู่อย่างมากมาย ที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันแก้ไข"นายสมชายกล่าวและว่า

ส่วนผู้ชุมนุมจะชุมนุมก็ได้แต่น่าจะเป็นพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการหารือเพื่อยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการสร้างภาพเพื่อที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ต้องการที่จะสร้างความสงบให้เกิดขึ้นในชาติ ไม่ให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอีกต่อไป


Friday, September 12, 2008

คอลัมน์ : สามเหลี่ยมดินแดง


คอลัมน์ : สามเหลี่ยมดินแดง

00 หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ สื่อทางเลือกของประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เจตนารมณ์แน่วแน่มั่นคง ขัดขวางทุกวิถีทางกับกระบวนการพยายามนำลัทธิอุบาทว์ในคราบของการเมืองใหม่เข้ามาแทนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับวันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ.2551

00 แพลมออกมาแล้วจากปาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ผู้รับผิดชอบประกาศพระราชกำหนดภาวะฉุกเฉิน จะเสนอให้มีการยกเลิก เพราะมวยเลิกชกกัน ตั้งเวทีชุมนุมกันคนละจังหวัด จึงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องมีกรรมการห้ามมวยไม่ให้ชกกัน

00 ว่าไปแล้ว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน น่าจะยกเลิก หลังจากที่ กลุ่มพันธมิตรฯ ยังคงขัดคำสั่งยึดทำเนียบรัฐบาล โดยที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบแถลงชัดเจน ทหารจะไม่ใช้ความรุนแรง จะใช้วิธีการเจรจา ภารกิจหลักจะห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ผลของประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เห็นผลชัดเจนประการเดียวเท่านั้น คือ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประกาศสลายการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ไปปักหลักชุมนุมต่อต้านกระบวนการทำลายประชาธิปไตยกันที่ท่าน้ำนนทบุรี นอกเขตพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บังคับใช้ แค่นั้นเอง คุ้มกันหรือกับที่ อุตส่าห์สุมเศียรประชุมหามาตรการกันครึ่งค่อนวัน หากมองอีกด้าน คุ้มเกินคุ้มสำหรับหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ได้คะแนนจากประชาชนไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่คนออกคำสั่งถูกประณามต่างๆ นานา

00 วันนี้สายๆ ประเทศไทยจะได้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะเป็นคนหน้าเดิมหรือหน้าใหม่ ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของบรรดาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ เพราะรัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์เต็มที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรี นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คิดถูกทำถูกแล้ว ที่เรียกประชุมด่วนในวันนี้ ขืนยืดเวลาออกไปตามเสียงเรียกร้องของพลพรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้น

00 แต่ ช้า แต่ ไม่ว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นคนหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ เอกฉัตร ปลงได้แล้วว่า ไม่สามารถแก้วิกฤติให้กับการเมืองไทยได้ในระยะสั้น เพราะต้นตอของปัญหาวิกฤติการเมืองไทย เกิดจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรทำลายประชาธิปไตย ตั้งเงื่อนไขเรียกร้องไม่มีที่สิ้นสุด ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา จนสุดท้ายบุกยึดทำเนียบรัฐบาล ประกาศชัยชนะอย่างเด็ดขาด จึงเสนอลัทธิอุบาทว์ขึ้นมา ไม่ยอมรับอำนาจของประชาชนหากมีการยุบสภา แต่เป็นเรื่องแปลกที่ต้นตอของวิกฤติการเมืองไทย ไม่มีใครกล้าพาดพิงถึง

00 ฟังแถลงการณ์ของ ฯพณฯ ทั่นสุริยะใส กตะศิลา 1 ใน 9 กบฏ ไม่ต้องแปลความให้เปลืองสมอง ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร??? หากเป็นคนในพรรคพลังประชาชน กลุ่มพันธมิตรฯ รับไม่ได้ นอกจากจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายลัทธิอุบาทว์ที่เรียกกันว่าการเมืองใหม่

00 เพราะงั้น เอกฉัตร ในฐานะกองเชียร์รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย หนุนสุดตัวให้พรรคพลังประชาชน เสนอให้ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้ง โดยที่ อดีต นายกฯสมัคร ลุกขึ้นประกาศไม่ขอรับตำแหน่ง แค่นี้ก็ได้ใจประชาชนไปเต็มๆ จากนั้นให้คนไทย ร่วมกันทวงถาม 9 กบฏ ยังจะทำร้ายทำลายประเทศไทยไปถึงไหน หากยังยึดทำเนียบรัฐบาลต่อไป แต่ต้องทำใจไว้ล่วงหน้า คงเป็นไปได้ยาก เพราะหากไม่มี ผ้าถุงผู้หญิงกับจีวรสีกรักคุ้มกะลาหัวไว้ ทั้ง 9 กบฏก็จะต้องถูกจับกุมทันที

00 ขำกลิ้งยิ่งกว่าดูสารคดีขำกลิ้งลิงกับหมา กับ ข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ที่กลุ่ม 9 กบฏ ไม่ยอมมอบตัวตามหมายจับ ไม่อยากจะทิ้งประชาชนที่ถูกปลุกระดมให้มาชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาลไว้ทำนา แต่ข้อเท็จจริงนั้น แต่ละคนอยู่ในสภาพปากกล้าขาสั่น คงจำกันได้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวหน้ากบฏเคยประกาศไว้ หากถูกจับกุมตัว จะไม่ขอประกันตัวชั่วคราว ขืนมอบตัวหรือถูกจับกุมวันนี้ ก็ต้องนอนคุกแน่นอน หากไม่ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง

00 เมื่อครั้งเสนอมาตรา 7 ขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาวิกฤติ ก็เป็นงงพออยู่แล้วสำหรับแนวคิดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศนี้ และยึดมั่นอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง มาวันนี้ยิ่งงงหนักจนเดินไม่เป็น กลับบ้านไม่ถูก กับข้อเสนอ ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดย มาร์ค มอเจ็ด ตัวสั่นอาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลแห่งชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธ ไม่เอ๊า ไม่เอา ก็ดีไปอย่าง แก้ผ้าให้เห็นกันล่อนจ้อนอย่างนี้ อย่างน้อยอายุแค่ 44 ปี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้แล้ว ทั้ง นายกรัฐมนตรีเงา และ นายกรัฐมนตรีแห่งชาติ แต่นายกรัฐมนตรีตัวจริง ตามระบอบประชาธิปไตย คงอีกนานนะ มาร์ค มอเจ็ด

00 เอกฉัตร อุตส่าห์เผลอตัวชมเชย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตัวเป็นผู้เสียสละ เสนอให้ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ยุบสภา แต่มาวันนี้กลับ ดี๊ดด๊าดดี๊ด๊า จะเป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลแห่งชาติ สอดรับกับข้อเสนอของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ มาร์ค มอเจ็ด ยกโขยงไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกันถึงทำเนียบกบฏ ชะเอย

00 เปิดตัวไม่หวือหวาตามสไตล์นักบริหาร ถนัดทำงานมากกว่าคุยโม้สร้างภาพ ทำให้คะแนนของ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ดีวันดีคืน นี่ไงที่เรียกกันว่า ลูกผู้ชายไม่ได้ดูกันที่นุ่งกางเกง รู้ทั้งรู้ว่า อนาคตของพรรคพลังประชาชนอยู่ในอัตราเสี่ยงถูกยุบพรรค แต่สมัครใจที่จะร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน คนอย่างนี้หาได้ไม่ง่ายนักในสังคม อ.ต.ร. แปลว่า เอาตัวรอด

00 บรรทัดนี้ เอกฉัตร ขอใช้พื้นที่ตรงนี้สมมติเป็นผ้าขาว กราบขอบคุณท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่ยังให้การสนับสนุนหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ แม้จะขึ้นราคาเป็น 10 บาท และขอบคุณบริษัทห้างร้านและทุกหน่วยงานที่แจ้งความจำนงแสดงความยินดีในโอกาสหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ครบขวบปี ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ขอบคุณครับ ขอบคุณ

เอกฉัตร


ข้อเสนอต่อสถานการณ์ปัจจุบัน


คอลัมน์ : สิทธิประชาชน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์ปัจจุบันได้กลายเป็นวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญที่ยากจะฝ่าข้ามพ้นไป นำมาซึ่งความโกลาหลวุ่นวายทางการเมือง ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ความแตกแยกในสังคม อันล้วนเป็นเหตุที่เกิดมาจากสภาวะอนารยะไร้กฎหมาย และการละเมิดสิทธิเสียงของประชาชนส่วนใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบุคคลคณะเดิมๆ ที่เคยสร้างสถานการณ์จนเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มาแล้ว

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้กลายเป็นเหตุรุนแรงจนถึงเลือดเนื้อและชีวิต เมื่อเกิดการปะทะกันระหว่าง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และติดตามมาด้วยการฆาตกรรมกลางเมืองโดยกลุ่มฆาตกรโหดเสื้อเหลือง "การ์ดพันธมิตรฯ" ที่กลุ้มรุมทำร้าย นายณรงศักดิ์ กรอบไธสง อย่างทารุณโหดร้าย อำมหิตผิดมนุษย์ ด้วยพฤติกรรมขี้ขลาด "หมาหมู่" ทุบตีด้วยอาวุธจนนายณรงศักดิ์เสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุข้างถนนอย่างน่าเวทนา ไม่ผิดกับวีรชน 6 ตุลาคม 2519 ที่ได้สละชีวิตเพราะฝีมือของมวลชน "ขวาคลั่ง" ในอดีต (ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มฆาตกรโหดเมื่อ 32 ปีก่อนกับปีนี้ ล้วนได้รับการหนุนหลังโดยคนคนเดียวกัน นั่นคือ 1 ในแกนนำพันธมิตรฯ – พล.ต.จำลอง ศรีเมือง)

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ยังมีทีท่าว่าจะรุนแรงขึ้นจนอาจไปจบลงที่การรัฐประหาร และ/หรือสงครามกลางเมือง ก็ไม่มีใครกล้าจะคาดเดากับสถานการณ์เช่นนี้ ทางกลุ่ม "ปีกซ้ายพฤษภาฯ" มีข้อเสนอเพื่อยุติความรุนแรง และฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองให้กลับมาเป็นปกติสุข ดังนี้

1.ข้อเสนอต่อ "พันธมิตรฯ"
1.1 มอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างสงบ และโดยไม่มีเงื่อนไข
1.2 ออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที
1.3 ยุติการละเมิดสิทธิของประชาชนไทยตลอดไป

2.เมื่อ "พันธมิตรฯ" ได้กระทำการตามข้อ 1 แล้ว ทางรัฐบาลจะต้องประกาศยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันทีเช่นกัน

3.เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องดำเนินคดีกับกลุ่มฆาตกรโหดเสื้อเหลือง "การ์ดพันธมิตรฯ" ให้ถึงที่สุด

4.ผู้นำ นปช. ที่สั่งเคลื่อนขบวน จะต้องรับผิดชอบกับการเคลื่อนขบวนไปปะทะกับพันธมิตรฯ ด้วยเช่นกัน ทั้งทางอาญา แพ่ง และทางการเมือง

5.สถานบันหลักต่างๆ ของชาติ ไม่ควรวางเฉยหรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนี้
5.1 สถาบันศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ตาม สมควรออกมาให้สติกับสังคม ต่อต้านความรุนแรงทั้งทางกาย วาจา ใจ และความรุนแรงทางโครงสร้าง รวมทั้งต้องหลีกเลี่ยงการถือฝักฝ่ายทางการเมือง
5.2 ส่วนหนึ่งที่สำคัญยิ่งที่ทำให้ปัญหาทางการเมืองในช่วง 5 ปีนี้รุนแรงขึ้น ล้วนเกิดจากการที่ฝ่ายพันธมิตรฯ แอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างศัตรูทางการเมือง และสร้างความชอบธรรมกับฝ่ายตนเองที่จะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ

สภาพเช่นนี้ทำให้ตลอดช่วงวิกฤติทางการเมืองที่ผ่านมา สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องเสื่อมพระเกียรติลงอย่างมาก ทั้งในสายตาของชาวโลกและในสายตาของประชาชนไทยเราเอง เพราะข้ออ้างของพันธมิตรฯ ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกมองว่าเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง และทางอื่นๆ

ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักพระราชวัง และสำนักราชเลขาธิการ ต้องมีความกล้าหาญและฉับไวที่จะปฏิเสธหรือแก้ข้อกล่าวอ้างสามานย์เหล่านั้น เพื่อรักษาพระเกียรติ และเพื่อป้องกันมิให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกใช้เป็นเครื่องมือเข่นฆ่าทำลายล้างกันทางการเมืองอีก

5.3 ศาลยุติธรรมต้องยุติกระบวนการ "ตุลาการภิวัตน์" ทันที หันกลับมาสู่การตัดสินพิจารณาคดีตามหลักกฎหมาย อวยความยุติธรรมให้เสมอหน้ากับทุกกลุ่มทุกชนชั้น

5.4 สื่อมวลชนควรทบทวนบทบาทการ "เลือกข้าง" ของตน เราเห็นด้วยว่าสื่อมวลชนมีสิทธิที่จะเลือกข้างได้ แต่สิ่งนี้จะต้องมีเฉพาะในส่วนของ "ความเห็น" เท่านั้น สื่อมวลชนไม่มีสิทธิ์ที่จะบิดเบือน "ข้อเท็จจริง" ปกปิด "ข้อเท็จจริง" หรือแต่ง "ความเท็จ" ประเด็นการแต่งภาพ "ปืนจ่อหัว" ควรได้รับการตรวจสอบทั้งจากสภาวิชาชีพ และกรรมการที่เป็นกลางอย่างเร่งด่วน

5.5 นักวิชาการไทยสมควรมีความกล้าหาญที่จะ "สวนกระแส" กล้าหาญที่จะยืนยันจุดยืนทางวิชาการต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ กล้าที่จะยืนหยัดอยู่ร่วมฝ่ายเดียวกับประชาชนและระบอบประชาธิปไตย ให้สติปัญญากับสังคมโดยปราศจากอคติ

ข้อเสนอเหล่านี้เป็นเพียงข้อเสนอเฉพาะหน้า เพื่อป้องกันความรุนแรง และสงครามกลางเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น หวังว่าจะได้รับการพิจารณาจากทุกฝ่ายในสังคมไทยด้วยสติไตร่ตรอง

นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต
กลุ่มปีกซ้ายพฤษภาฯ


ยิ่งต่อต้าน ยิ่งทานทน !


คอลัมน์ : ละครชีวิต

วันเวลาผ่านไปด้วยความเครียด อึดอัด และสับสน นี่ก็จะ 4 เดือนแล้วที่ม็อบอันธพาลประท้วง ไม่ยอมเลิกรา

ประเทศไทยจะเป็นเช่นนี้ไปอีกกี่เดือน กี่ปี เดาไม่ออกเลยครับ

ยิ่งช่วงนี้ยิ่งร้อนแรง ภายหลังที่ประชุมพรรคพลังประชาชนมีมติให้เสนอชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคกลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ นายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เป็นที่น่าเหนื่อยใจและหดหู่ใจ เมื่อมีหลายฝ่ายออกมาต่อต้าน แม้จะมีมติจากพรรคร่วมรัฐบาล

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนั้น นายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนใหญ่ล้วนมาจากหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 แทบทั้งสิ้น

ยกเว้นบางสมัย เช่น ปี 2518 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคม ที่มี ส.ส.18 เสียงสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้เป็นนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตยที่มาจากหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 นั้น

เอาเท่าที่จำได้ ไม่ว่าจะเป็น นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย

ประวัติศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยึดมั่นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเสมอมา

ดังนั้นท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่มีผู้ปลุกระดม ต่อต้านห้ามไม่ให้นายกรัฐมนตรีมาจากระบอบประชาธิปไตย

เช่น การเมืองใหม่ 70% ของรัฐสภาจะมาจากการแต่งตั้ง และ 30% มาจากการเลือกตั้ง

หรือแม้กระทั่งเรียกร้องให้มี “รัฐบาลแห่งชาติ” โดยนำเอาหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ในฐานะที่ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันนี้ นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะหัวหน้าพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากจะต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย ไม่มีทางที่คนอื่นจะมานั่งตำแหน่งนี้

การต่อสู้กับแรงต่อต้านครั้งนี้ของนายสมัครจึงเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อรักษาอำนาจ

นายสมัครต้องต่อสู้เพื่อรักษาสัจจะกับประชาชน เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่

ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไว้วางใจเลือกนายสมัครเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี

ดังนั้นวันนี้อยากประกาศดังๆ ว่า คนที่ยืนอยู่ข้างพวกเรา กำลังสู้กับอำนาจที่ต้องการทำลายประชาธิปไตยโดยเฉพาะลัทธิการเมืองใหม่

นายสมัครจะเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ยืนสู้อย่างมั่นคงเพื่อปกป้องประชาธิปไตยต่อไป

ผู้รักประชาธิปไตยต้องช่วยกันรักษา และให้กำลังใจนายสมัคร

รวมทั้งต้องช่วยกันขับไล่เผด็จการ ที่กำลังสร้างบรรทัดฐานผิดๆ เพราะไม่เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา

ไล่พวกกบฏให้ออกไปจากแผ่นดินไทย เพื่อความวุ่นวายจะได้จบลงโดยเร็ว

ลวดหนาม