WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, September 21, 2008

“ฮุน เซน”ยินดี “สมชาย”นั่งนายกฯ เชื่อไม่กระทบแก้ปัญหาตามแนวชายแดน


"ฮุรเซน"แสดงความยินดีกับ "สมชาย"นั่งเก้าอี้นายกฯ พร้อมยืนยันไทย-กัมพูชา แก้ไปัญหาชายแดนได้อย่างสันติวิธี โดยเต็มใจร่วมกันทำงานเพื่อส่งความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศให้แน่นแฝ้นยิ่งขึ้น

ตามที่ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2551 นั้น กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มีหนังสือถึง นายสมชาย แสดงความยินดีในโอกาสดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า กัมพูชาและไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆตามแนวชายแดนระหว่างกันได้โดยสันติวิธีและเป็นไปตามกฎหมายบนพื้นฐานของมิตรภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน รวมทั้งยืนยันความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีของไทยใน การส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างกัมพูชากับไทยเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและเพื่ออาเซียนที่แข็งแกร่งต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เมื่อคืนวันที่ 18 กันยายน 2551 ได้มีการโทรศัพท์หารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทย กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในการสนทนาดังกล่าว นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้แสดงความยินดีซึ่งกันและกัน สืบเนื่องจากการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายสมชาย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และความสำเร็จของสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซนในการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชาที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้ท้าวความถึงการพบปะกันก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2551 ในระหว่างพิธีเปิดถนนหมายเลข 48 ที่กัมพูชา โดยในการพบปะครั้งนั้น นายสมชาย ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

Friday, September 19, 2008

อย่าทำให้กองเชียร์ผิดหวัง!!!

บทความ โดย เพื่อนพ้องน้องพี่
อย่าทำให้กองเชียร์ผิดหวัง!!!.....โดย Young PPP

หลังจากที่วันนี้ได้มีการโปรดเกล้า นายกคนใหม่ แล้ว!!!

พวกเราเหล่ากองเชียร์ก็มานั่งลุ้นต่อว่า นายกสมชาย ของประชาชนชาวไทยจะมีแนวทางการต่อสู้กับ "พวกอำมาตย์" ยังไง???

แต่วันนี้หลังจากที่ได้นั่งดูข่าวและฟังการให้สัมภาษณ์ของ ท่านนายก แล้ว...เริ่มรู้สึกว่า ท่านนายก ของเราจะใช้ไม้อ่อนในการจัดการกับเหล่า "กบฏ และ ฝ่ายอำมาตย์"

ด้วยสภาวการณ์ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ และปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีค่ะ...เพราะตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่ คงต้องการความช่วยเหลือในด้านปากท้องมากกว่า...ประกอบกับประชาชนบางส่วน นักวิชาการ สื่อ...(ต้องขออนุญาตใช้คำว่า ก ร ะ แดะ)...ที่เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงในการกำจัด "ขยะ" ให้หมดไปจากทำเนียบ...

ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อย "ขยะ" พวกนั้นให้แห้งตายอยู่อย่างนั้นแหละค่ะ...เพราะตอนนี้เริ่มเน่าแล้ว ฝนตกทุกวัน...เดี๋ยวพอฝนตกชะไปเรื่อยๆ แล้วแดดออกหน่อย พวกขยะเน่า พวกนี้ก็จะแห้งกลายเป็นปุ๋ยอยู่ในทำเนียบเอง...และตอนนี้ก็เริ่มดูเหมือนว่า บางคนในกลุ่มก็เริ่มหาทางลงแล้ว!!!

การต่อสู้ครั้งใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องไปให้เครดิตกับ "พวกขยะสังคม" นี้เลยค่ะ...เพราะนับวัน ขยะ พวกนี้เริ่มจะส่งกลิ่นเหม็น และเริ่มหมดความชอบธรรม!!! ความเสื่อมเริ่มเข้าครอบงำ...และตัวแกนนำเองก็เริ่มมีความลำบากในการควบคุมพวกเหล่านักรบศรีวิชัย ที่นับวันก็ยิ่งเหมือน โจรกบฏภาคใต้เข้าไปทุกที!!!

หลังจากที่ แม่ทัพสมัคร ได้ทำการแก้ผ้าพวกเหลือบที่ซ้อนตัวอยู่ในร่มผ้าทั้งหลายแล้ว...ศัตรูที่ซ้อนตัวอยู่ในร่มผ้าก็โผล่ออกมาดิ้นให้เห็น...และการแก้ผ้าครั้งนี้ก็สามารถ ล่อนจ้อนเหลือบพวกนี้ให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังมีสติอยู่ได้เห็นกันทั้งประเทศ เสียด้วยสิ!!! ต้องขอขอบคุณท่านนายกสมัคร มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

เพราะทำให้ตอนนี้เรารู้หมดเลยว่า ใคร เป็น ใคร??? ใครเป็นตัวแม่ ตัวประหลาด ตัวลูก ตัวอ่อน รู้หมด!!

แต่การต่อสู้ครั้งนี้ต้องต่อสู้อย่างมีชั้นเชิง...การใช้ไม้อ่อนด้วยการเข้าหา และเจราจากับทุกฝ่าย เพื่อลดดีกรีความร้อนลงจากครั้งเมื่อตอน "ลุงหมัก" เป็นผู้นำทัพ...และเพื่อให้เหมาะกับบุคลิกของ "ผู้นำทัพคนใหม่" ย่อมสร้างกระแสมวลชนที่สนับสนุนให้เกิดความปรองดอง และเมื่อมีกระแสสนับสนุนเพิ่มขึ้นย่อมสร้างความหวังให้เกิดขึ้นกับกองเชียร์ไม่น้อย...เพราะดูเหมือนสื่อและกระแสนิยม นายกสมชาย กำลังจะเกิดขึ้นเหมือนตอนที่ นายกทักษิณ ดำรงตำแหน่งค่ะ!!!

แต่กองเชียร์อย่างหนูก็แอบวิตกไม่น้อย เพราะกลัว ท่านนายกสมชาย จะเข้าไปเจรจาแล้วหลงกล "แม่เฒ่าสี่เสา" เหมือนครั้ง นายกทักษิณค่ะ!!!

ตอนนี้ประชาชนได้ร่วมเดินทาง ต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยกับท่านมานานและยังยินดีที่จะร่วมเดินทางกับท่านต่อไป...แต่ท่านอย่าทำให้ประชาชนผิดหวังด้วยการก้มหัวให้กับอำนาจมืดที่อยู่นอกระบอบประชาธิปไตยนะค่ะ...อ่อนน้อมแต่ไม่อ่อนแอ!!!

เป็นกำลังใจให้นายกคนใต้ที่ไม่ได้มาจาก พรรคแมลงสาบ ค่ะ...อิอิอิ


จาก thaifreenews

คลื่นมหาชนต้านรัฐประหารแน่นสนามหลวง “จตุพร” ค้านนายกฯยกเลิกข้อหากบฏ


นปช.ปลุกมวลชนต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ “จตุพร” ค้านนายกฯยกเลิกข้อหากบฏแกนนำพันธมิตรเด็ดขาด ประชดหากเอาพันธมิตรฯออกจากทำเนียบฯไม่ได้ก็ให้อยู่ในทำเนียบฯไปตลอดชีวิต

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ท้องสนามหลวง เวทีปราศรัย “ครบรอบ 2 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ยุติการเมืองพันธมิตร” เวลา 19.30 น. โฆษกประจำเวทีอ่านแถลงการณ์ นปช. ต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ รวมทั้งมีการจุดพลุดอกไม้ไฟจำนวน 20 นัด เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549

จากนั้นนายวีระ มุสิกพงศ์ กรรมการบริหาร นปช. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นกับดักทางการเมืองให้กับรัฐบาลประชาธิปไตย จึงต้องแก้ไขหรือฉีกทิ้ง เพื่อนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้ ทั้งนี้หากรายการความจริงวันนี้ซึ่งออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีถูกถอด ตนจะมาอยู่กับเวทีนปช. ทันที

ด้านนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พปช. กล่าวว่า การเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตร เป็นการเมืองเก่า มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้อำนาจรัฐ หากเกิดขึ้นจริงจะทำให้เกิดสงครามกลางเมือง

ขณะที่นายวิภูแถลง กล่าวว่า นปช.จัดชุมนุมใหญ่ในครั้งนี้จะไม่มีการเคลื่อนขบวนหรือก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ยืนยันว่า แกนนำจะยุติการชุมนุมทันทีเมื่อถึงเวลา 23.00 น.

ส่วนนายจรัล ดิษฐาอภิชัย กล่าวว่า ขอชื่นชมกลุ่ม19 ก.ย.ต้านรัฐประหาร และกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการที่เป็นแกนนำมวลชนต่างๆ ต่อต้าน คมช. จึงกลายเป็น นปช. ในวันนี้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า ตนยอมรับไม่ได้กับแนวคิดการเมืองใหม่ 50:50 คนอายุ 76 ปี ชีวิตที่ย่ำมากว่า 2 แสนไมล์ ความคิดยังย่ำอยู่กับที่ นอกจากนี้หากมีเหตุการณ์รัฐประหาร นปช.จะออกมาชุมนุมในทันที รวมถึงตนจะไม่ยอมให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ยกเลิกข้อหากบฏกับพันธมิตรฯเด็ดขาด ถ้าเอาพันธมิตรฯออกจากทำเนียบฯไม่ได้ก็ให้อยู่ในทำเนียบฯไปตลอดชีวิต วันนี้ทรัพย์สินของทางราชการในทำเนียบฯเสียหายเป็นจำนวนมาก ทำเนียบฯเต็มไปกลิ่นเหม็นและถุงยางอนามัย ไม่เข้าใจว่าการเมืองใหม่ทำไมจึงต้องผสมพันธุ์กันในทำเนียบฯ วันนี้พันธมิตรฯไม่มีทางหยุด ถ้านายกฯไปคุยด้วย ท้ายที่สุดก็จะเรียกร้องให้รัฐบาลยอมอ่อนให้


อ.จรัล เปิดเวที2ปีรัฐประหารซัดทำบ้านเมืองพังพินาศ-รธน.50 ควรฉีกทิ้ง


เวที นปช.คึก "จรัล ดิษฐาอภิชัย "ประณามการทำรัฐประหาร ทำประเทศชาติพัง ปลุกมวลชนอย่าให้เกิดขึ้นอีกขณะ อดีต นปก."วีระ มุสิกพงศ์ " ชี้ รัฐธรรมนูยปี 50 เป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตย ต้องฉีกทิ้ง

บรรยากาศการชุมนุม เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี การทำรัฐประหารของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช.ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำ กลุ่มนปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนแรก โดยได้กล่าวประณามการทำรัฐประหารและผู้สนับสนุนการทำรัฐประหารที่ผ่านมา ที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหายทุกด้าน และขอให้ประชาชนอย่ายอมให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก จากนั้น นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้ขึ้นเวทีกล่าวถึงการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เป็นแนวทางการเมืองที่ล้าหลัง และมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ได้อำนาจรัฐซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะทำให้เกิดสงครามกลางเมืองตามมา

ขณะที่บรรยากาศล่าสุด นายวีระ มุสิกพงศ์ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ได้เดินทางมายังเวทีปราศรัยแล้ว โดย นายวีระ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีว่า รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นกับดักและอุปสรรคต่อการทำงานในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งสมควรที่จะต้องแก้ไข หรือฉีกทิ้ง ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักรับฟังการปราศรัย ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

องค์กรประชาชน ชุมนุมครบรอบ2ปีรัฐประหารต้าน พธม.แก้รธน.ทันที!


สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน และเครือข่ายคนรุ่นใหม่ภาคอีสาน และคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรธน.2550 ภาคอีสานประมาณ 100 คน ชุมนุมครบรอบ 2 ปีการรัฐประหาร

โดยนายพิชิต พิทักษ์แกนนำกลุ่มเปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้มีกิจกรรมคือการชุมนุมประนามการทำรัฐประหาร2ปีที่ผ่านมา และประณามการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งจะมีการวางพวงหรีดให้พันธมิตรที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น

ทางกลุ่มมีจุดยืนและข้อเรียกร้องดังต่อไปคือ ยืนหยัดหลักการประชาธิปไตย และเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550โดยมีข้อเรียกร้องคือ

1.รัฐบาลต้องกล้าหาญแก้ไขรธน..ให้เป็นประชาธิปไตยทันที

2ให้ผบ.ทบ.กับผบตร.บังคับใช้กฎหมายให้เป็นกฎหมายต้องสลายการชุมนุมของกบฏในทำเนียบ ภายใน7 วัน หากยังละเว้นขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปลด ผบ.ทบ.และผบ.ตร. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

3.ถ้าพันธมิตรยังไม่ยอมมอบตัว หรือผบ.ทบ.และผบ.ตร.ยังไม่บังคับใช้กฎหมาย ขอเรียกร้องต่อประชาชนให้ใช้วิธีการเช่นพธม. แบบอารยะขัดขืน โดยการใช้สิทธิในการชุมนุมไปชุมนุม ยึดบ้านท่าพระอาทิตย์ที่ทำการสื่อเผด็จการพันธมิตร เฉกเช่นเดียวกับที่พันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาล

“สดศรี”แจงพรรคการเมืองโปร่งใส ไม่จำเป็นต้องมีการเมืองใหม่

“สดศรี”ชี้แจงหากพรรคการเมืองโปร่งใสไม่จำเป็นต้องมีการเมืองใหม่ ย้ำทุกประเทศมีการเลือกตั้ง ส.ส.เข้ามา ถามกลับหากใชระบบอุปถัมภ์ ส.ส.จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างไรระบุหากศาล รธน.ลงมติยุบ พปช.เกิดผลกระทบต่อการเมืองไทยแน่

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่ายกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงข้อเสนอให้ใช้ระบบการเมืองใหม่ว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองมีความเข้มแข็งและโปร่งใส ไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องมีระบบการเมืองใหม่ที่ ส.ส.มาจากการแต่งตั้ง ในสัดส่วน 50 ต่อ 50 หรือ 70 ต่อ 30 และที่สำคัญทุกประเทศมีการเลือกตั้ง ส.ส.เข้ามา ดังนั้นหากใครทำอะไรที่ผิดแผกแตกต่างจากประเทศอื่น ก็มีปัญหาว่าประเทศต่าง ๆ จะให้การยอมรับหรือไม่เพียงใด ที่สำคัญต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระบบอุปถัมภ์อยู่ ดังนั้นการที่จะแต่งตั้งบุคคลใดเข้ามาเป็น ส.ส. ก็ต้องถามว่าจะมีการใช้ระบบอุปถัมภ์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เราจะยืนยันได้อย่างไรว่า การแต่งตั้งบุคคลเข้ามาเป็น ส.ส.จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ระบบเล่นพรรคเล่นพวก ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจะให้บุคคลเพียงไม่กี่คน มาคัดสรรตัวแทนขึ้นมาทำหน้าที่แทนประชาชนก็คงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักเหมือนกัน สำหรับความคืบหน้าคดียุบพรรคพลังประชาชนนั้น

นางสดศรี กล่าวว่า ได้ส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดไปพิจารณาแล้ว หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบพรรค ก็แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการเมืองไทย เพราะเป็นพรรคแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาลและมี ส.ส.มากที่สุด และยังมีจุดที่น่าเป็นห่วงคือปัจจุบันมี ส.ว.บางคน ได้ร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.และ ส.ว กว่า 200 คน ที่ถือหุ้นในบริษัทเอกชนว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ กกต.กำลังให้อนุกรรมการพิจารณาอยู่ หาก กกต.ลงมติว่าขาดคุณสมบัติ และเรื่องถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจทำให้การเมืองผลิกผันได้



นปก.รุ่น 2 ชี้ภาคประชาชนข้มแข็งต่อสู้ระบอบเผด็จการ

นปก. รุ่น 2 เผย 2 ปี ภาคประชาชนรวมตัวเข้มแข็งต่อสู้ระบอบเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ซัด รัฐธรรมนูญ ปี 2550 เป็นหนึ่งในมรดกของเผด็จการ ที่วางเอาไว้เป็นกับดัก ชี้เป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งต่อการทำงานของรัฐบาล

ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่น 2 เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงขึ้นเป็นอย่างมาก ในภาคประชาชน มีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีการรวมตัวกันจนเข้มแข็งเพื่อที่จะออกมาต่อสู้กับระบอบเผด็จการและอำมาตยาธิปไตย ที่คอยจ้องจะบ่อนทำลายความเป็นประชาธิปไตยของประชาชน

ขณะเดียวกันด้านของเผด็จการเองก็มีความพยายามที่จะสร้างระบอบการเมืองใหม่อยู่เสมอ โดยไม่ยอมลดละ และยังพยายามใช่มุขเดิมดึงเอาทหารเข้ามาร่วมให้ทำการยึดอำนาจอีกครั้ง ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น การต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยและอำมาตยาธิปไตยมีปรับเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้เรื่องมา ซึ่งเปลี่ยนจาการใช้กำลังและอาวุธ เข้าทำการยึดอำนาจ มาเป็นการใช้ตุลาการภิวัฒน์เข้าแทรกแซงอำนาจบริหาร และนิติบัญญัติ จนทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพทางการเมืองไม่สามารถที่จะเดินหน้าหรือถอยหลังได้เลย

ฉะนั้น หากเราไม่สามารถแก้ไขวิกฤติ และเอาอำนาจอำมาตยาธิปไตยออกไปจากประเทศไทยได้ บ้านเมืองคงจะไม่สามารถที่จะเจริญและพัฒนาไปตามระบอบของประชาธิปไตยได้อย่างแน่นอน ดร.เมธาพันธ์ กล่าวต่ออีกว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2550 เองก็เช่นกันที่เป็นหนึ่งในมรดกของเผด็จการ ที่วางเอาไว้เป็นกับดัก ซึ่งเป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของรัฐบาล

ดังนั้นประชาชนควรที่จะลุกออกมาเพื่อแสดงจุดยื่นให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ 50 อย่างจริงจังโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น ฝ่ายประชาธิปไตยก็จะต้องพ่ายแพ้ในที่สุด ซึ่งตนขอยืนยันว่า แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาและเป็นทางออกที่ดีที่สุดคือ แก้ไข รธน.50 และทำให้ตุลาการกลับเข้าไปอยู่ในที่ตั้งของตนเอง ไม่ให้เข้ามาก้าวก่ายอำนาจด้านอื่น เพื่อมีสมดุลของอำนาจทั้ง 3 ฝ่าย

“ผมอยากจะฝากให้ทุกคนได้สำนึกถึงเจตนารมณ์ของล้นเกล้า รัชกาลที่ 7 ซึ่งพระองค์ไม่ได้ต้องการให้มีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยู่คู่กับประเทศไทย และต้องการให้ประชาชนทุกคนมีถือครองอำนาจปกครองอย่างเท่าเทียมกัน” ดร.เมธาพันธ์ กล่าว



“สมยศ” ซัด รัฐธรรมนูญโจร ต้นเหตุการเมืองอ่อนแอ เศรษฐกิจถดถอย


แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา แฉ 2 ปีรัฐประหาร เผด็จการทหารอยู่เหมือนเช่นเดิม ซ้ำร้ายยังคงมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ซัดรัฐธรรมนูญโจร ต้นเหตุการเมืองอ่อนแอ เศรษฐกิจถดถอย

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติว่า เผด็จการทหารยังคงมีอยู่ทั่วไปเหมือนเช่นเดิม ซ้ำร้ายยังคงมีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม โดยมีตัวการหลักอยู่ไม่ว่าจะเป็น องคมนตรี กองทัพ ตุลาการ พรรคการเมืองฝ่ายค้าน หรือแม้กระทั้งพันธมิตรฯ เป็นตัวขับเคลื่อน และมีความพยายามที่จะให้เกิดเหตุการณ์ที่ซ้ำรอยเดิม

นายสมยศ กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราล้าหลังลงไปมาก ทางการเมืองทำให้รัฐบาลอ่อนแอไม่สามารถที่จะดำเนินการบริหารประเทศได้เท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ในด้านเศรษฐกิจก็ถดถอยลงไปจากการกลุ่มอันธพาลพันธมิตรฯที่เข้ามายึดทำเนียบรัฐบาล จนทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกถึงความไม่มั่นคง และส่งผลไปถึงนักลงทุนชาวต่างชาติที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ไม่กล้าเข้ามาลงทุน ในด้านภาคสังคม ต่างเกิดภาวการณ์ใช้ความรุนแรงกระทบกระทั้ง เนื่องประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจกับการกระทำของพวกม็อบพันธมิตรฯที่ทำตัวมีอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย โดยมีเผด็จการคอยให้การสนับสนุน

นายสมยศ กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลควรที่จะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ50 โดยเอา รธน.40 กลับมาใช้อย่างเร่งรีบที่สุด ประการที่สอง เร่งกำจัดอิทธิพลของพันธมิตรฯให้หมดไป อย่างปล่อยให้ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายอยู่เช่นนี้ ควรบังคับใช้ให้เด็ดขาดเสียที ประการสุดท้าย แก้ไขปัญหาปากท้อง และเศรษฐกิจของชาติ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุนอีกครั้ง และช่วยเหลือเกษตรกรและแรงงานให้สามารถดูแลตนเองได้ ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูประบบตุลาการให้มีความเป็นธรรม อย่าปล่อยให้ใช้อำนาจเกินกว่าที่ควรจะทำ หรือใช้อำนาจขัดขวางการบริหารงานจนรัฐบาลไม่สามารถทำอะไรได้เลย


นปช. ชุมนุมใหญ่ ใช้ชื่อ“กำจัดพันธมิตรฯ ยุติการเมืองใหม่” แกนนำขึ้นเวทีเพียบ


ชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ระดมแกนนำปราศรัยเพียบ ทั้ง สุรชัย แซ่ด่าน จรัล ดิษฐาอภิชัย น.พ.เหวง โตจิราการ รวมทั้ง จักรภพ เพ็ญแข ซึ่งจะขึ้นเวทีปราศรัยในเวลาประมาณ 20.00 น.ด้วย

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปช. เปิดเผยถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ในวันนี้ ว่า เวทีปราศรัยเริ่มตั้งตั้งแต่เวลา 17.00 น. ภายใต้ชื่อ "กำจัดพันธมิตรฯ ยุติการเมืองใหม่" โดยจะมีแกนนำพูดบนเวที อาทิ นายสุรชัย แซ่ด่าน นายจรัล ดิษฐาอภิชัย น.พ.เหวง โตจิราการ รวมทั้งนายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งจะขึ้นเวทีปราศรัยในเวลาประมาณ 20.00 น.ด้วย

ส่วนนายวีระ มุกสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้รับการประสานมาว่า ภายหลังจัดรายการความจริงวันนี้เสร็จ อาจจะขึ้นเวทีปราศรัยด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่า นปช.จะไม่เคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมไปไหน และหากมีกลุ่มอื่นเคลื่อนย้ายไปปะทะกับพันธมิตรฯ ยืนยันว่าไม่ใช่กลุ่ม นปช.แน่ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อบริเวณท้องสนามหลวงหรือไม่นั้น ทางแกนนำจะขอฉันทามติจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อน


“จตุพร” ยันชุมนุม นปช.ไม่เคลื่อนขบวน ร้อง ผบ.ทบ.ตรวจอาวุธ2 ฝ่าย

จตุพร เผย ชุมนุมใหญ่ไร้อาวุธ – ปะทะ พร้อมวอน ผู้บัญชาการทหารบก มาตรวจอาวุธ ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ที่สนามหลวง และพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่น 1 ยืนยันว่า การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ท้องสนามหลวงวันนี้ จะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น และตนจะเป็นผู้กำชับด้วยตัวเองว่า ห้ามเคลื่อนขบวน โดยจะเน้นให้ความรู้ และผลของการปฏิวัติในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาแก่ผู้ชุมนุมเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ตนขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้มาตรวจอาวุธ ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ที่สนามหลวง และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่ระบุว่า ห้ามพกอาวุธในที่ชุมนุม