WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, September 22, 2008

กกต.แนะพรรคเพื่อไทยส่งการเปลี่ยนแปลง กก.บห.ให้ กกต.ตรวจสอบ


กรุงเทพฯ 22 ก.ย. - นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่า หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารส่งมาให้ กกต.ได้ตรวจสอบและรับรองรายชื่อดังกล่าว

ส่วนกรณีที่มี ส.ส.พรรคพลังประชาชน และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไปปรากฏตัวอยู่ด้วยมีความเหมาะสมหรือไม่นั้น นายประพันธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว โดยยืนยันว่า การยุบพรรคเป็นเรื่องใหม่ที่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากแสดงความคิดเห็นว่า เป็นพรรคนอมินีเหมือนอย่างที่พรรคพลังประชาชนถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยได้มีการจัดตั้งเป็นพรรคมาก่อนแล้ว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-22 17:19:40


สมชาย ยอมรับ ครม.ชุดใหม่ ได้ชื่อครบแล้ว

กรุงเทพฯ 22 ก.ย.- นายกรัฐมนตรีเผยรายชื่อ ครม.ชุดใหม่เสร็จแล้ว ขณะนี้กำลังให้เลขาธิการ ครม. ตรวจสอบคุณสมบัติ โดย ครม.ชุดใหม่ จะมี รมต.ทั้งคนในและคนนอก

นายเอริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังเข้าพบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักในหมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ แจ้งวัฒนะ เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ว่า มาแสดงความยินดีกับนายสมชาย ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนใหม่ ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ ทั้งในฐานะมิตรประเทศ และเพื่อน

ขณะที่ นายสมชาย กล่าวว่า การพบกันครั้งนี้ เป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ และไม่ได้พูดถึงสถานการณ์บ้านเมือง เพราะยังไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับยอมรับว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกพรรคร่วมรัฐบาลส่งรายชื่อมาแล้ว เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำลังตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า มีใครในคณะรัฐมนตรีบ้าง รวมทั้งจะควบตำแหน่งใดหรือไม่ บอกแต่เพียงว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีทั้งคนในและคนนอก.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-22 16:31:20


การเปลี่ยนแม่ทัพ จากสมัคร เป็น สมชาย ไม่ได้หมายความว่า สงครามกลางเมืองครั้งนี้จะยุติลง


บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ใครที่คิดว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจะคลี่คลายลง เพราะประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว หรือ พรรคพลังประชาชน ได้เปลี่ยนผู้นำพรรคคนใหม่ และผู้นำคนใหม่มีบุคคลิกภาพที่ประนีประนอม และเข้ากันได้กับทุกฝ่ายแล้ว

บุคคลิกภาพของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตรงกันข้ามกับนายสมัคร สุนทรเวช ที่มีบุคคลิกภาพที่แข็งกร้าว พูดจาโผงผาง ไม่สุภาพกับนักข่าว

ผมว่าหากมองปัญหาการเมืองแค่นี้ มองแค่บุคคลิกภาพของผู้นำว่าเป็นสาเหตุหลักของความขัดแย้ง ผมคิดว่าเป็นการมองที่ตื้นเขินมากเกินไป

ความขัดแย้งทางการเมืองไทยครั้งนี้ ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 3 ปีแล้ว หากเปรียบเทียบได้ มันคือ สงครามกลางเมือง นั่นเอง แม้ไม่ได้มีกองทัพเข้าห้ำหั่นกันแบบสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว หรือเหมือนกับสงครามกลางเมืองในประเทศอื่นๆ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็เผชิญหน้ากัน มวลชนได้เข้าปะทะกัน จนมีการบาดเจ็บและล้มตายกันไปแล้ว มีการขนมวลชนเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ตั้งเงื่อนไขการเจรจา นี่หากมันไม่ใช่ สงครามกลางเมือง แล้วจะเป็นอะไร

สงครามกลางเมือง ไม่มีทางสงบได้โดยง่าย หากไม่มีผลแพ้ชนะซึ่งกันและกันอย่างเด็ดขาด เพราะสงครามกลางเมือง เป็นความขัดแย้งกันทางความคิด และความเชื่อ การประนีประนอมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันตินั้น ผมไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะต่างฝ่ายต่างมีชุดของความเชื่อที่แตกต่างกัน หากสามารถประนีประนอมกันได้ ความขัดแย้งมันก็จบสิ้นไปนานแล้วตั้งแต่ต้น

ความคิดที่ตรงกันข้ามกันไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่มีการปะทะกันรอบใหม่อีก

การเปลี่ยนตัวแม่ทัพ ของแต่ละฝ่าย ผมไม่คิดว่าจะทำให้สงครามกลางเมืองสงบขึ้นได้โดยง่าย เพราะเปลี่ยนตัวแม่ทัพ อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางยุทธวิธี หรือรูปแบบการนำ หรือรูปแบบการเผชิญหน้าและการเจรจาเท่านั้น แต่ไม่มีผลทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง ยินยอมอ่อนข้อแต่อย่างใด

การเปลี่ยนนายกฯ หรือผู้นำจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นนายสมัคร สุนทรเวช ในช่วงหนึ่งนั้น ก็ไม่มีผลให้ฝ่าย อำมาตยาธิปไตย ยอมลาข้อ อยู่ร่วมกับฝ่าย นิยมระบอบทักษิณ แต่อย่างใด ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ยังระดมพลสรรพกำลัง มุ่งเข้าทำลายล้าง ฝ่ายนิยมระบอบทักษฺณ อยู่อย่างไม่หยุดยั่ง

ดังนั้น อย่าคิดเลยว่า การเปลี่ยนตัวผู้นำของ พรรคพลังประชาชน จากนายสมัคร สุนทรเวช มาเป็นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ผ่อนคลายลง เพียงแต่ ทั้งสองฝ่าย อาจ หยุดยิง กันชั่วคราวเท่านั้น

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แม้จะเป็นน้องเขย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่บุคคลิกภาพไม่ได้โดดเด่นมากเท่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือ นายสมัคร สุนทรเวช แต่อย่างใด ทำให้อำนาจในการนำรัฐบาลนั้น ไม่โดดเด่น เท่าอดีตนายกฯทั้งสองคนที่กล่าวมาแล้ว

ผมจึงคาดว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะเป็นผู้นำแบบกลุ่มเท่านั้น แต่ละกลุ่มทางการเมือง จะมีอำนาจต่อรองสูง และการเมืองในรัฐบาลและในพรรคพลังประชาชน จะมีการเจรจาต่อรองระหว่างกลุ่มต่างๆ ค่อนข้างมาก หากมีการจัดโครงสร้างพรรคที่ดี เช่น มีหัวหน้ากลุ่มต่าง ๆ เข้ามาเป็น แกนในการตัดสินใจ แบบ คณะกรรมการกรมการเมือง หรือ บุริตบุโร ของพรรคคอมมิวนิสต์ ของสหภาพโซเวียต หรือแม้แต่ของจีน ก็จะทำให้การนำพรรคเป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะเมื่อมีการตกลงกันระหว่าง หัวหน้ากลุ่มที่เป็นแกนนำของแต่ละกลุ่มแล้ว ความขัดแย้งก็จะลดน้อยลง

พรรคพลังประชาชน ก็จะมีสภาพเหมือนกับพรรคแอลดีพี ของญี่ปุ่น ที่มีกลุ่มหรือ Fraction ทางการเมืองหลายกลุ่ม ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นนั้นก็ผลัดเปลี่ยนกันไปในระหว่างมุ้งต่างๆ แต่ นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งไม่นานนัก แต่นโยบายของพรรคค่อนข้างมั่นคง และต่อเนื่อง พรรคแอลดีพี ของญี่ปุ่นชนะเลือกตั้งต่อเนื่องยาวนานมากว่า 50 ปีแล้ว

สำหรับกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตย พธม. นั้น ตอนนี้ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญมากมายเท่าใดแล้ว เพราะกลุ่มนี้ เรียกร้องโดยไม่มีจุดยืนที่มั่นคง เลยเถิดจนสังคมไม่รู้ว่าจะตอบสนองได้อย่างไรแล้ว และสังคมมองไม่เห็นจุดหมายว่า คนกลุ่มนี้ ต้องการอะไรกันแน่ ผมเชื่อว่า น้อยคนมากที่จะจำข้อเรียกร้องครั้งแรกของ พธม. ได้ เพราะคนกลุ่มนี้เปลี่ยนข้อเรียกร้องไปเรื่อยๆ จนหาจุดจบไม่ได้

เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมจึงคิดว่า สังคมโดยส่วนรวม จะให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องของ พธม. น้อยลง

แต่ สงครามกลางเมือง ครั้งนี้ กลุ่ม พธม. เป็นแค่ กองทัพส่วนหน้า ของพวกอำมาตยาธิปไตย เท่านั้น กองทัพหลักของพวกเขา ยังเป็นทหาร และ ตุลาการภิวัฒน์ อยู่เหมือนเดิม ดังนั้น ฝ่ายประชาธิปไตย อย่าให้ความสำคัญต่อพันธมิตรมากเกินไป จนไม่ได้ไปสนใจต่อต้าน พวกตุลาการภิวัฒน์ ในองค์กรอิสระต่างๆ ที่เป็น ภัยคุกคาม ที่แท้จริง

การกดดันทางการเมือง หรือการเคลื่อนไหวทางการเมือง จึงควรมุ่งไปที่ สมาชิก องค์กรอิสระ เหล่านี้ ทั้ง ปปช. และศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. ต้องกดดัน ให้สมาชิกองค์กรเหล่านี้ ทั้งนายจรัญ ภักดีธนากุล คุณหญิงจารุวรรณ เมทะกา หรือ นายกล้าณรงค์ จัททริก ให้รับผิดชอบทาง จริยธรรมอย่างที่ชอบอวดอ้างกัน

การตัดสินเรื่อง ลูกจ้าง ที่ทำให้นายสมัคร หลุดจากตำแหน่ง เป็น งูที่ขว้างไม่พันคอของ พวกองค์กรอิสระเหล่านี้ ต้องเรียกร้อง มาตรฐานทางจริยธรรม ที่เท่าเทียมกัน ไม่มีสองมาตรฐาน จากพวกองค์กรอิสระเหล่านี้

ต้องตรวจสอบ ใช้อารยะขัดขืน กับคนเหล่านี้บ้าง

เมื่อสามปีที่แล้ว คนเหล่านี้ เคยกดดัน พ.ต.ท.ทักษิณ หลายอย่าง เช่น จัดคนไปด่า หากจากเป็น ก็ต้องใช้ หอกคืนสนอง คนพวกนี้บ้าง

ผมจึงยังไม่คิดว่า สงครามกลางเมืองไทย จะสงบลงได้ภายในเวลาเร็ววัน เพียงเพราะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จากนายสมัคร สุนทรเวช มาเป็นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เท่านั้น

แต่พื้นฐานความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น รธน. ปี 50 ยังไม่ได้แก้ไข การยุบพรรคก็ยังคงเป็นเรื่องที่คุกคามอยู่

เมื่อทั้งสองฝ่ายยังไม่ตาย หรือหมดกำลัง ก็ต้องสู้กันต่อไป ใครอายุยืนกว่า คนนั้นก็ชนะ

ใครแก่ใกล้ตายแล้ว ก่อสงครามขึ้นตอนวัยชรา ก็คงไม่ได้ทันเห็นวันที่ความสงครามสงบ สันติภาพกลับคืนมาเป็นแน่

เมื่อปลุกผีขึ้นมาจากหลุม เพียงเพื่อต้องการกำจัดทักษิณ แต่ไม่มีปัญญาเอาผีต่างๆ กลับหลุมได้เหมือนเดิม ก็จงทนทุกข์กับกรรมที่ได้ก่อให้กับแผ่นดินนี้ต่อไป

ประเทศไทย ไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมก่อนปี 2540 ได้อีกแล้ว ประชาชนได้ตื่นขึ้นมาแล้ว


จาก thaifreenews

นายกฯ ทูลเกล้าฯ ครม.ใหม่วันนี้ "โอฬาร-สุชาติ" เข้าป้ายคุมเศรษฐกิจ


ครม. “เจ๊แดง1” ลงตัวแล้ว คาดทูลเกล้าฯ วันนี้ “โอฬาร-สุชาติ” เต็งคุมทีมเศรษฐกิจ ขณะที่ “พูนภิรมย์” สละสิทธิ์ไม่รับตำแหน่ง ส่วน “มิ่งขวัญ” มีแววถูกลอยแพ

นายสุขุมพงษ์ โง่นคำ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน(พปช.) ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฏหมาย คาดว่า ช่วงเย็นวันนี้ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ โดยผลหารือถึงช่วงเย็นวานนี้รอเพียงบัญชีรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินเท่านั้น

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ขณะนี้การจัดวางรายชื่อรัฐมนตรีในตำแหน่งต่างๆ ส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือแต่เพียงโควตารัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินที่ยังไม่ลงตัว เนื่องจากยังมีแรงต้านจาก ส.ส.ภายในพรรคที่ไม่พอใจนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่จะกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง และไม่พอใจที่มีการเสนอรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคโดยไม่สอบถามความเห็นจาก ส.ส.ภายในพรรคก่อน แต่อย่างไรก็ดีคาดว่าจะมีข้อสรุปได้ภายในวันนี้

สำหรับรัฐมนตรีคนนอกที่จะเข้ามาดูแลงานด้านเศรษฐกิจ ในส่วนของกระทรวงการคลังในรัฐบาลสมชาย 1 นั้น ก่อนหน้านี้ได้มีการทาบทามนายโอฬาร ไชยประวัติ ให้มานั่งตำแหน่งรมว.คลัง ขณะที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเป็นพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลพรรคที่ 7 ที่คาดว่าจะยังยึดเก้าอี้ รมช.คลัง ไว้ได้ตามเดิม

นอกจากนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กลับมารับตำแหน่งเดิมอีกครั้ง หลังจากที่เก้าอื้นี้ต้องหลุดไปเป็นของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ในการปรับ ครม.ครั้งสุดท้ายของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ซึ่งการจัดตั้ง ครม.สมชาย 1 ในครั้งนี้ยังไม่ปรากฎรายชื่อของนายมิ่งขวัญ ว่าจะไปลงที่ตำแหน่งใด

ขณะที่กระทรวงพลังงานในโควตารัฐมนตรีของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา(รช.) ที่เดิมเก้าอี้ รมว.พลังงาน เป็นของ พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ นั้น ล่าสุดจะมีการสละเก้าอี้ให้กับ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รองหัวหน้าพรรค รช. และ ส.ส.นครราชสีมา คนสนิทของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ มาตั้งแต่สมัยพรรคชาติพัฒนา มารับตำแหน่งนี้แทน


“บรรหาร” หนุน “สมชาย” ถ่างขานั่งควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม


“บรรหาร” ระบุหนุนให้ “สมชาย” ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม เพราะไม่อยากให้มีปัญหาเหมือนที่เคยมีนายทหารไปนั่งเป็นรัฐมนตรีแล้วไม่ได้รับการยอมรับ เผยโควตาชาติไทย สลับ “ลูกทอป” ที่เดียว

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ตนสนับสนุนให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกหนึ่งตำแหน่ง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างในอดีต จากกรณีที่มีทหารเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ ตนไม่ทราบข่าวพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปถามพล.อ.ชวลิตเอง แต่ในส่วนของพรรคชาติไทยนั้น ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งภายในพรรคเรื่องจัดสรรตำแหน่ง

ด้าน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคชาติไทยมีเปลี่ยนแปลงแค่ตำแหน่งเดียว คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายนายบรรหารรับตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทำงานได้

บ้านนายกฯ สมชายคึกคัก ส.ส.พปช.หลายคนแห่เข้าพบ


บ้าน "สมชาย วงศ์สวัสดิ "คึกคัก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และส.ส.พปช.หลายคนแห่เข้าพบ ก่อนจะโปรดเกล้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

รายงานข่าวแจ้งว่าที่บ้านย่านแจ้งวัฒนะของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มีบรรยากาศคึกคัก เนื่องจากมีบุคคลสำคัญเดินทางเข้าพบนายสมชายอย่างต่อเนื่อง เช่น พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน นายลอยเลื่อน บุญนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร นายสุขุมพงษ์ โง่นคำ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน

ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง.ยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งเดินทางเข้าพบนายสมชายก่อนหน้านี้ได้เดินทางกลับแล้ว ภายหลังใช้เวลาหารือประมาณ 40 นาที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

หน.พรรคเพื่อไทยพร้อมรับตำแหน่งรมว.คลัง หากได้รับการเสนอ

ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช"รักษาการรมช.คลัง ลั่นพร้อมรับตำแหน่งรมว.คลังหากได้รับการเสนอชื่อจากรัฐบาล บอกโจทย์ใหญ่ต้องทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อ-เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีกระแสข่าวว่าตนจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่หากเป็นจริงตนพร้อมจะนั่งในตำแหน่งดังกล่าว ขณะที่หากเป็นนายวีรพงษ์ รามางกูร หรือนายโอฬาร ไชยประวัติ ก็พร้อมสนับสนุน เนื่องจากเป็นคนมีความรู้ความสามารถ และเป็นอาจารย์ของตนทั้งคู่ พร้อมทั้งระบุว่า ปัญหาขณะนี้ต้องเป็นคนมีความรู้มาแก้ปัญหา

นายสุชาติ ยังกล่าวถึงปัญเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าบริการของไทย ดังนั้นรัฐบาลจะต้องทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อและเร่งใช้จ่ายงบประมาณ

ตร.ลดกำลังดูแลม็อบ-เตรียมรปภ.รำลึกเหตุการณ์การเมืองสำคัญ


รองผบช.น. เผยที่ประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมเสนอสตช.ปรับลดกำลังพลดูแลม็อบ เพื่อเตรียมกำลังรักษาความปลอดภัยงานรำลึกเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองช่วง 10-14 ต.ค. ย้ำ ขณะนี้สถานการชุมนุมสงบเรียบร้อยดี

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. กล่าวภายหลังประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินและสรุปสถานการณ์การชุมนุมและมีการเสนอปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลการชุมนุม ว่า ในที่ประชุมประเมินและสรุปสถานการณ์ รวมถึงรายงานด้านการข่าวขณะนี้สถานการณ์การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งส่วนนี้มีการเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปรับลดกำลังลงจากเดิม เหลือเพียงพันกว่านายเท่านั้น โดยจะพิจารณาจากกองบัญชาการตำรวจภูธรที่อยู่ห่างไกลก่อน ซึ่งทุกพื้นที่มีการปรับลดกำลังหมด ไม่ว่าจะเป็นรอบทำเนียบรัฐบาล ด้านหน้าและด้านหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาล

พล.ต.ต.เอกรัตน์ กล่าวต่อว่า การปรับลดกำลังครั้งนี้บางส่วนเพื่อรองรับการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพหมานครในวันที่ 5 ต.ค. นี้ รวมถึงการเตรียมกำลังเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ในวันที่ 10-14 ต.ค. เพื่อให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

'หมอเลี้ยบ' ฝาก รมว.คลังคนใหม่ปรับโครงสร้างภาษี

'หมอเลี้ยบ'ฝากรมว.คลังคนใหม่ปรับโครงสร้างภาษี หลังปท.เพื่อนบ้านลดภาษีนิติบุคคล/บุคคลธรรมดาไปแล้ว ชี้หากช้าไทยจะเสียเปรียบ

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยว่า งานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ควรจะมีการสานต่ออย่างเร่งรีบ คือ เรื่องการปรับโครงสร้างทางภาษีทั้งระบบ โดยมองว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา เนื่องจากหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านพบว่าได้มีปรับลดการจัดเก็บภาษีบุคคลและบุคคลธรรมดาลงไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งหากประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนใดๆ ก็อาจจะทำให้การแข่งขันของไทยเสียเปรียบ อย่างไรก็ตามมองว่าแนวโน้มของภาษีนิติบุคคลและบุคลลธรรมดาจะมีแนวโน้มลดลง แต่ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มมองว่ามีแนวโน้มจะปรับขึ้น

ทั้งนี้ ในการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นจะต้องมีการคิดให้รอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งมองว่าการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปก็ไม่จำเป็นต้องทำทันทีที่มีการปรับลดภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา เพราะหากใช้นโยบายการขยายฐานภาษีให้มีคนมาเสียภาษีมากขึ้นก็ไม่น่าจะกระทบกับการจัดเก็บรายได้ แต่จะต้องมีการจูงใจให้มีคนมาเสียภาษีมากขึ้น

"การลดภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจะเป็นการเน้นให้เกิดประโยชน์กับคนชั้นกลางและคนชั้นล่างมากกว่า เพราะจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่าการกระตุ้นคนที่มีรายได้มาก ส่วนภาษีรถยนต์อี 85 นั้นจะต้องมีการปรับโครงสร้างภาษีหรือไม่ก็แล้วแต่นายกฯคนใหม่"นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าว

‘ประสพสุข’มั่นใจนายกฯใหม่ทำได้

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขอให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาเป็นรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาบ้าน เมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องเป็นบุคคลที่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในปัญหา เศรษฐกิจเป็นอย่างดี เนื่องจากกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ หากได้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่สังคมยอมรับก็จะทำให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้

ปัญหาการเมืองที่มีความตึงเครียดในระยะนี้ได้คลี่คลายไปในแนวทางที่ดีระดับหนึ่ง แล้ว เพราะบุคลิกประนีประนอม และนุ่มนวลจะทำให้แก้ปัญหาทางการเมืองได้เป็นอย่างดี