การพิจารณานัดนี้โจทก์และจำเลยทั้ง 44 คนมาศาล ศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดรับทราบ โดยจำเลยทั้ง 44 คน ยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จำเลยที่ 7 และ 13 แถลงไม่ขอแต่งทนายความ ส่วนจำเลยที่เหลือแถลงขอให้ศาลสืบพยานลับหลังจำเลย เมื่อโจทก์ ไม่คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตให้สืบพยานลับหลังได้ จากนั้น กำหนดให้จำเลยยื่นบัญชีพยานหลักฐานต่อศาล และให้ ระยะเวลาจำเลยนำพยานหลักฐานยื่นให้ศาลภายใน 2 เดือน โดยศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16, 17 และ 18 ธ.ค. 51 เวลา 10.00 น. ให้โจทก์และจำเลยยื่นบัญชีพยาน และแนวทางการต่อสู้คดีต่อศาล เป็นเวลา 7 วัน ก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐาน เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (23 ก.ย.) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายบุญรอด ตันประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนทุจริตจัดซื้อกล้ายางพารา 90 ล้านต้น พร้อมองค์คณะจำนวน 9 คน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำที่ อม. 4/2551 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) นายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมช.เกษตรฯ ในฐานะเป็นผู้ริเริ่มโครงการ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต รมว.เกษตรฯ และนายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะเป็น คชก. กับพวกบริษัทเอกชนและกลุ่มข้าราชการ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-44 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) มาตรา 4, 10-14 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ มาตรา 11 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกง

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, September 24, 2008
ศาลไต่สวนคดีทุจริตกล้ายางนัดแรก
แกนนำพันธมิตรฯ พร้อมเจรจารัฐบาล แต่ต้องมีกรอบชัดเจน
การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล แกนนำทั้ง 5 คน ยังขึ้นเวทีปราศรัย โดยพุ่งเป้าโจมตีระบอบการเมืองแบบเก่าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และแกนนำรัฐบาลหลายคน พยายามติดต่อขอเปิดการเจรจากับแกนนำพันธมิตรฯ แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะทั้งหมดต้องอยู่ที่รัฐบาล และเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเจรจาต้องเริ่มที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องยุติบทบาทของคนรอบข้างที่จะสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติม และต้องวางกรอบการเจรจาให้ชัดเจน และให้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเท่านั้นมาเจรจา ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปก. แกนนำได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯ โดยใช้หลักนิติรัฐ เนื่องจากมีการกระทำผิดกฎหมายหลายมาตรา. -สำนักข่าวไทย กทม. 24 ก.ย. - แกนนำพันธมิตรฯ พร้อมเจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมือง แต่ต้องมีการวางกรอบเจรจาอย่างชัดเจน
อัพเดตเมื่อ 2008-09-24 02:00:56
พปช.ใช้ฐานเสียงอีสาน-ใต้ในกรุงหนุน ประภัสร์ ชิงผู้ว่าฯ กทม.
กรุงเทพฯ 23 ก.ย. - นางฐิติมา ฉายแสง รองโฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงผลการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมเปิดโอกาสให้นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงนโยบายและแสดงวิสัยทัศน์การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเห็นว่า ฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรคอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงให้ ส.ส.ในพื้นที่รณรงค์หาเสียงช่วยเหลือนายประภัสร์ เนื่องจากมีคนอีสานเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน จะใช้ความนิยมของคนภาคใต้ที่ชื่นชอบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มาสนับสนุนนายประภัสร์ด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีจะไปช่วยนายประภัสร์ ปราศรัยหาเสียงใหญ่ที่ท้องสนามหลวง เชื่อว่าช่วงเวลาที่เหลือจะทำให้ความนิยมในตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค ดีขึ้นตามลำดับ. - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-09-23 18:05:18
วิจัยกสิกรเผยเทศกาลกินเจปีนี้ไม่คึกคักเหตุผักแพงคนไร้อารมณ์เพราะการเมือง
วิจัยกสิกรเผยเทศกาลกินเจปีนี้ไม่ค่อยคึกคัก เหตุบางคนขาดอารมณ์ร่วมในกิจกรรม เพราะเครียดจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน ส่วนคนกรุงที่ตั้งใจกินเจหันมาประหยัดเพราะราคาสินค้าพุ่งขึ้นโดยเฉพาะผัก จึงหันไปพึ่งอาหารเจสำเร็จรูปมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อร้านอาหารเจตามสั่ง คาดปีนี้เงินสะพัด 2,100 ล้าน น้อยกว่าปีที่แล้วกว่า 10%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เผยผลสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจ 2551 ภายใต้หัวข้อ “คนกรุงเทพกับเทศกาลกินเจปี 2551” จากกลุ่มตัวอย่าง 377 คน ระหว่างวันที่ 8-15 กันยายน 2551 โดยกระจายกลุ่มตัวอย่างตามอายุและรายได้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่บริโภคอาหารเจเป็นประจำ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งมีอยู่ 10.7% ของคนกรุงเทพที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ถัดมาเป็นกลุ่มที่บริโภคอาหารเจเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจ 47.1% ของคนกรุงเทพที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง และที่เหลือ 42.2% เป็นกลุ่มที่บริโภคอาหารเจหน้าใหม่ และกลุ่มที่บริโภคอาหารเจตามแฟชั่น
โดยสองกลุ่มแรกนับว่าเป็นผู้ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจทุกปี แม้ว่าในปีนี้ผู้ที่บริโภคอาหารเจจะเน้นความประหยัด แต่ด้วยราคาวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารเจสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะผัก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหารเจ
จากการสำรวจพบว่าคนกรุงเทพที่เป็นกลุ่มตัวอย่างคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารเจเฉลี่ยประมาณวันละ 100-120 บาทต่อคน ซึ่งใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเมื่อเทียบกับในปี 2550 เมื่อนำมาคำนวณโดยอิงกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารเจแล้ว คาดว่ามูลค่าของธุรกิจอาหารเจในกรุงเทพฯ ในปี 2551 จะอยู่ที่ประมาณ 2,100 ล้านบาท เฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน เพิ่มขึ้นประมาณ 8.2% เมื่อเทียบกับปี 2550 ซึ่งนับว่าอัตราการขยายตัวของมูลค่าตลาดอาหารเจในปีนี้ต่ำกว่าเมื่อปีก่อนที่มีอัตราการขยายตัวเกือบ 10%
ทั้งนี้ เนื่องจากคนกรุงเทพที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเน้นประหยัด และอยู่ในภาวะที่ไม่มีอารมณ์ร่วมในการที่จะเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ของเหตุการณ์ความเครียดจากความวุ่นวายทางการเมือง แต่ยังมีปัจจัยที่ยังคงเอื้ออำนวยในการเติบโตต่อธุรกิจอาหารเจ เนื่องจากจำนวนคนกรุงเทพรับประทานอาหารเจเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น แต่เลือกวันและเลือกมื้อ รวมทั้งการรับประทานอาหารเจเพื่อที่จะได้ทำตามประเพณีขอร่วมกินเจทำบุญล้างกายและล้างใจ โดยการละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ เท่ากับเป็นการลดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ทั้งนี้ การบริโภคอาหารเจสำเร็จรูปหรืออาหารเจกึ่งสำเร็จรูปพบว่ามีมากขึ้น เพราะราคาไม่แพง มีคุณภาพ และสะอาด ซึ่งอาหารเจสำเร็จรูปหรืออาหารเจกึ่งสำเร็จรูปสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้
ส่วนร้านอาหารเจสำเร็จรูปประเภทตักขายหรือตามสั่งต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษายอดขาย และต้องพลิกแพลงสูตรอาหารเช่นกัน เนื่องจากคาดว่าราคาวัตถุดิบในการประกอบอาหารเจโดยเฉพาะผักต่างๆ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารเจคาดว่าจะมีราคาสูงขึ้น ผู้ขายอาหารเจกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากในปีนี้ โดยการปรับราคาเพิ่มขึ้นนั้นทำได้ยาก เนื่องจากมีคู่แข่งขันในตลาดค่อนข้างมาก
ดังนั้น ทางเลือกของร้านอาหารเจสำเร็จรูปประเภทตักขายหรือตามสั่ง ที่จะรักษายอดขายได้ในช่วงเทศกาลกินเจคือ เลือกวัตถุดิบและหาแหล่งวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุนในการผลิต ลดปริมาณอาหารลงเล็กน้อย หรือขึ้นราคาอาหารประมาณ 5-10 บาทต่อถุงหรือจาน
ทั้งนี้ เทศกาลกินเจที่จะมาถึงในวันที่ 29 กันยายนนี้ คาดว่าสภาพตลาดจะมีการแข่งขันอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ถดถอย และมุ่งเพิ่มยอดขายเพื่อให้ผลประกอบการปลายปีเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยรูปแบบการแข่งขันจะยังคงเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตามจุดขาย จัดรายการส่งเสริมการจำหน่ายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และพยายามลดต้นทุนทุกด้านเพื่อคงราคาสินค้าไว้ รวมถึงการเข้าสนับสนุนในชุมชนที่จัดพิธีกินเจ เช่น ภูเก็ต ตรัง เป็นต้น
สำหรับส่วนประกอบอาหารเจที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลกินเจ ได้แก่ ผักต่างๆ ซึ่งนับว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญอย่างหนึ่งในการประกอบอาหารเจ โปรตีนเกษตร โดยยอดจำหน่ายโปรตีนเกษตรในช่วงเทศกาลกินเจในแต่ละปีคาดว่าสูงถึง 200 ล้านบาท และน้ำมันพืชและซอสปรุงรส ซึ่งประมาณการว่าในช่วงเทศกาลกินเจในแต่ละปียอดจำหน่ายน้ำมันพืชและซอสปรุงรสเพิ่มขึ้นอีก 5% ของยอดจำหน่ายปกติ

Tuesday, September 23, 2008
สมาพันธ์ประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์จี้รัฐบาลจัดการกบฏพันธมิตร
|
สมาพันธ์ประชาธิปไตยจี้ “สมชาย” เร่งจัดการกับกบฏพันธมิตร เพื่อให้ประเทศชาติคืนสู่ความสงบสุข เชื่อว่าความรุนแรงแก้ได้ด้วยการทำประชามติ และคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจใหม่
สมาพันธ์ประชาธิปไตย ทำหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลยุติภาวะอนาธิปไตยที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยสร้างขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม โดยต้องอยู่บนหลักการที่ถูกต้องอย่างน้อยสามประการ คือ หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม หลักระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ต้องไม่ประนีประนอมสมานฉันท์ โดยทำลายหลักการทั้งสามเป็นอันขาด
และว่าการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายต้องได้รับการลงโทษ การกระทำที่เป็นกบฏอย่างชัดเจนของกพันธมิตรฯ ต้องไม่ได้รับการกลบซ่อนด้วยเล่ห์อำพรางของถอยคำหรือคำอธิบายต่างๆ พวกกฎหมู่ต้องได้รับการดำเนินกดการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สมาพันธ์ประชาธิปไตย เห็นว่า วิกฤตการณ์ทางการเมืองไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการประชามติและการคืนอำนาจสูงสุดให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ สิ่งที่เรียกว่า การเมืองใหม่ ของพันธมิตรฯ ต้องถามประชามติจากคนไทยทั้งประเทศว่าจะยอมรับหรือไม่

นายกฯ เผยนำรายชื่อครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) แจ้งว่าได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้ในสัปดาห์หน้า
"เรียบร้อยแล้ว ท่าน(เลขาธิการครม.) แจ้งมาว่าดำเนินการแล้ว" นายกรัฐมนตรี ระบุ พร้อมกันนี้ยังเชื่อว่าจะไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆภายในพรรค แม้ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินจะไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตา
"ไม่มีแรงกระเพื่อม ใครที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ก็ตั้งใจทำงาน ผมไม่ได้มองว่ากลุ่มไหน พยายามดูแลกันไป สุดท้ายที่ผมทำ เพื่อประชาชนไม่ใช่กลุ่ม" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน(พปช.) กล่าวภายหลังเดินทางเข้าพบนายสมชายที่บ้านพักย่านถนนแจ้งวัฒนะว่า ในวันพรุ่งนี้คาดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะนำครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ได้ เพราะรายชื่อครม.อยู่ที่ราชเลขาธิกแล้ว
ร.ต.ท.เชาวริน ปฏิเสธว่า การเดินทางมาพบนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ เพราะนายกรัฐมนตรีได้ส่งรายชื่อไปให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งตนเองไม่ได้รู้สึกพอใจหรือไม่พอใจกับการจัดตั้ง ครม.ครั้งนี้ เพราะถือเป็นสิทธิ์ขาดของนายกรัฐมนตรีที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ
ด้าน นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรค พปช. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เปรยให้ฟังว่าวันพรุ่งนี้ ครม.ชุดใหม่น่าจะสามารถเข้าเฝ้าฯ ได้ ส่วนการเดินทางมาเข้าพบนายกรัฐมนตรีวันนี้เพื่อหารือถึงความห่วงใยในการทำงานของ ครม.ว่าจะมีเรื่องใดบ้าง ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ และหาก ส.ส.ในพรรคคนใดมีข้อสงสัยก็สามารถมาเข้าพบเพื่อสอบถามจากนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง

'ชูศักดิ์' ยอมรับถูกปรับออก รมว.สำนักนายกฯ
"ชูศักดิ์"ยอมรับถูกปรับออกจากรมต.สำนักนายกฯ เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีอำนาจตัดสินคนเดียว ยืนยันไม่น้อยใจ เพราะทำงาน 7 เดือนถือว่าพอแล้ว
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าพรรคโดยได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกวางตัวให้เป็น รมว.ศึกษาธิการ ว่ายังไม่มีชื่อ เป็นโผจากสื่อมวลชน ซึ่งเข้าใจว่านายกฯ คงมองคนอื่นไว้ ก็ไม่เป็นไร ส่วนตัวคงกลับมาทำงานให้พรรค ดูแลด้านกฎหมายและมาช่วยเรื่องคดียุบพรรค ก็จะได้ทำอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ค่อนข้างแน่นอนแล้วใช่ไหมว่าไม่มีชื่อในโผ ครม.ชุดนี้ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าอย่างนั้น ตนนี้ไม่มีชื่อแล้ว นายกฯ คงดูด้วยความรอบคอบแล้ว ที่ผ่านมาทำงานในหน้าที่มา 7 เดือน ถึงเวลาพักผ่อนมาช่วยงานพรรค ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไร คิดว่าเป็นธรรมดา ที่ผ่านมาก็เหนื่อยเต็มที่แล้วก็ให้คนอื่นทำหน้าที่ไปแทน ส่วนที่มีรายชื่อปรากฏตามสื่อนั้นเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อเพราะคิดว่าปัจจัยการตั้ง ครม.มีปัจจัยหลายเรื่องทั้งพรรคร่วม เรื่องโควต้า
เมื่อถามว่าการจัดตั้ง ครม.ครั้งนี้ นายกฯ เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจคนเดียวใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า มีปัจจัยหลายอย่าง ก็มีการหมุนเวียนกันไป คนที่เคยเป็นการผลัดเปลี่ยนเข้ามาทำหน้าที่ซึ่งได้ทำหน้าที่มา 7เดือนก็พอแล้ว ซึ่งทราบมาหลายวัน มีการประสานภายในว่าจะไม่มีชื่อใน ครม. เราก็เฉยๆ ปล่อยให้สื่อวิจารณ์กันไป
เมื่อถามอีกว่า ทราบว่าคนที่เข้ามาทำหน้าที่แทนเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นายชูศักดิ์กล่าวว่า คนที่เข้ามาทราบว่าเป็นนายสุขุมพงษ์ โง่นคำ ก็ทำงานด้านกฎหมาย มีความรู้ มีความสามารถ ขอเอาใจใช่วยให้ทำงานให้เต็มที่ไปด้วยดี แต่ฝากว่ามีร่างกฎหมายค้างอยู่ในยสภาหลายฉบับก็ต้องดูแลต่อไป และต้องคิดเรื่องการปฏิรูปการเมืองไปด้วย

“สุชาติ” ยอมรับนั่ง ก.คลัง แต่ยังอุบเก้าอี้รมว.หรือ รมช.
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมช.คลัง กล่าวยอมรับว่า ได้รับการทาบทามเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว และได้ตอบรับการทำงานร่วมกับครม.ใหม่แล้ว แต่ยังไม่ขอให้รายละเอียดว่าเป็นตำแหน่ง รมว.คลัง หรือ รมช.คลัง
"ผมได้รับการทาบทามเป็น รมต. แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นตำแหน่งใด ขอให้รอพระบรมราชโองการก่อน ซึ่งไม่ว่าตำแหน่งใดผมก็พร้อมทำงานเพื่อเข้ามาช่วยประเทศชาติ"นายสุชาติ กล่าวกะบ"อินโฟเควสท์"
นายสุชาติ กล่าวว่า งานเร่งด่วนที่ต้องเข้ามาสานต่อของกระทรวงการคลัง คือการกระตุ้นศก.ทั้งภาคการลงทุน การบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่จะกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในปลายปีนี้ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงบ้าง
ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งออกมากระตุ้นการลงทุนและการบริโภค ทั้งการเดินหน้าโครงการลงทุนเมกะโปรเจ็คต์ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท โดยภายในสิ้นปีนี้รัฐบาลน่าจะออกมาประกาศแผนการลงทุนเมกะโปรเจ็คต์ 5 ด้าน พร้อมแผนการระดมเงินลงทุนที่ชัดเจน
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ทั้งงบลงทุน และงบรายจ่ายประจำ เพื่อมาชดเชยภาคการส่งออกที่จะชะลอ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ดีที่สถานการณ์การเมืองในประเทศขณะนี้เริ่มคลี่คลายและมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนและประชาชน กลับมามีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยมากขึ้นด้วย

“สุทิน” เผยรายชื่อ ครม. พ้นมือนายกฯ แล้ว เหลือเพียงตรวจสอบเพื่อทูลเกล้าฯ
รองโฆษกพรรคพลังประชาชน "สุทิน คลังแสง" เผย รายชื่อคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว ร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือตรวจสอบเพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม
นายสุทิน คลังแสง รองโฆษกพรรคพลังประชาชน เปิดเผยภายหลังเข้าพบ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อยแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ครบทุกพรรค และรอการนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย พร้อมระบุว่า โผที่ออกมาจากสื่อมวลชนมีความผิดพลาดอยู่มาก เพราะรัฐมนตรีปิดเป็นความลับดีมาก และได้คิดอย่างรอบคอบแต่ไม่ถึงกับกดดัน แม้น้ำหนักจะลดลงไปบ้าง ทั้งนี้ ยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า มีบุคคลภายนอกกี่คน แต่ระบุว่า มีอยู่ผสมผสานกันโดยโควตาไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่เน้นที่ความสามารถ
รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ยังยอมรับว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้มีข้อจำกัดมาก แต่เน้นที่เสียงของสังคมเป็นหลัก
