WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, September 28, 2008

นายกฯ ยันแนวทางเดิมคุยพันธมิตรฯ -หนุน"บิ๊กจิ๋ว" เป็นกาวใจ

นายกฯ ยืนยันใช้เหตุผลพูดคุย พันธมิตรฯ ให้เข้าใจเป็นเรื่องดีที่สุด เผยยึดประชาชนเป็นหลักสำคัญ พร้อมหนุน “บิ๊กจิ๋ว” ตัวแทนเจรจา

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า จะยังคงใช้แนวทางเดิมในการพูดคุยกับกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะเห็นว่า การใช้เหตุผลพูดคุยกันให้เข้าใจเป็นเรื่องดีที่สุด โดยต้องร่วมมือกันยึดประชาชนเป็นหลักสำคัญ ซึ่งในเบื้องต้นเห็นด้วย หากจะให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทน เพราะ พล.อ.ชวลิต เป็นคนซื่อสัตย์เป็นที่เคารพ มีความจริงใจ และยังมีความสามารถสูง หากสามารถพูดคุยกันให้รู้เรื่องได้ก็จะเป็นเรื่องดี

อย่างไรก็ตามยังย้ำว่า ไม่โกรธที่มีกลุ่มพันธมิตรฯ ตะโกนขับไล่ในระหว่างการช่วย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชนหาเสียง เพราะเห็นว่า เป็นวิจารณญาณของประชาชน และไม่ได้ทำให้การหาเสียงยากขึ้น แต่ทำให้การหาเสียงดังกล่าวลุล่วงไปได้ด้วย


ดุสิตโพลเชื่อสมชายนำรัฐบาลได้ดี จี้เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม-ความยากจน


สวนดุสิตโพล ระบุ ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อนายกฯสมชายสมานฉันท์ นำรัฐบาลได้ดี พร้อมจี้เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมและความยากจน

สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 3,659 คน ระหว่างวันที่25-28 กันยายน 2551 ต่อรัฐบาลสมชาย1 ปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 37.25 เชื่อว่า นายกฯสมชายเป็นคนประนีประนอม ปรองดอง สมานฉันท์ น่าจะนำรัฐบาลได้ดี ร้อยละ 29.36 เห็นว่า

คณะรัฐมนตรียังหน้าเดิมๆและใช้การแบ่งโควตามากกว่าการพิจารณาผู้ที่มีความรู้ ร้อยละ 19.76 ระบุ เร่งทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนร้อยละ 9.21 ประชาชนน่าจะให้เวลารัฐบาลทำงานสักระยะหนึ่ง และร้อยละ 4.42 ระบุ คงเหมือนรัฐบาลชุดเดิมๆที่ผ่านมาส่วนปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลสมชาย 1ลงมือแก้ไข ส่วนใหญร้อยละ 23.48 ต้องการให้แก้ปัญหาน้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อน ร้อยละ 22.98 แก้ปัญหาปากท้อง ข้าวของแพง/ความยากจน ร้อยละ 22.71ต้องการให้แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ร้อยละ 19.81 แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และร้อยละ11.02แก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นายกฯ ตกใจถูกโห่ หลังศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ตะโกนขอทวงศักดิ์ศรีคืน

นายกฯแสดงอาการตกใจ หลังถูก 2 ศิษย์เก่า ธรรมศาสตร์ ตะโกนขอทวงศักดิ์ศรีมหาวิทยาลัยคืนขณะบันทึกเทป 75 ปี ธรรมศาสตร์

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ขึ้นกล่าวบนเวทีในการบันทึกเทปรายการ 75 ปี ธรรมศาสตร์ ถึงประวัติทางการศึกษาของตนเองในฐานะศิษย์เก่านิติศาสตร์รุ่น 09 ทั้งนี้ขณะที่นายกฯกำลังกล่าวอยู่บนเวทีนั้นได้มีศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ชาย 2 คนใช้มือตบพลาสติกที่จำหน่ายอยู่ในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯตบจนมีเสียงดัง และเดินออกจากห้องบันทึกเทป พร้อมตะโกนเสียงดังว่า ขอทวงศักดิ์ศรี ม.ธรรมศาสตร์ คืน โดยให้เหตุผลว่า ไม่พอใจที่ นายสมชาย ใช้เวทีศิษย์เก่าในการหาเสียง จากนั้นยังมีศิษย์เก่าบางส่วนปรบมือสนับสนุน

ด้านนายกฯแสดงอาการตกใจเล็กน้อยและกล่าวว่า คงเป็นเพราะตนเองพูดถึงเรื่องส่วนตัวยาวจนเกินไป ก่อนที่จะจบการกล่าวบนเวทีและกลับเข้าสู่การบันทึก เพลงพระราชนิพนธ์ โดยนายกฯได้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ร่วมกับคณะศิษย์เก่า อาทิ เพลงยุงทอง โดยจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ในวันที่ 9 ธันวาคม

Saturday, September 27, 2008

จาก 70/30 สู่ 50/50 จนถึง 30/70 ทุกสูตรก็เพื่อดันให้ ปชป ตั้งรัฐบาลเท่านั้น

บทความ โดย เพื่อนพ้องน้องพี่

จาก 70/30 สู่ 50/50 จนถึง 30/70

ทุกสูตรก็เพื่อดันให้ ปชป ตั้งรัฐบาลเท่านั้น



โดย : Bugbunny

วันเสาร์ที่ 27 เดือน กันยายน พ.ศ.2551

บรรดาแม่ค้าจอมเขี้ยวทั้งหลายนั้นชอบทำเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือบอกผ่านราคาไว้เยอะ ๆเพื่อให้ลูกค้าต่อรองกลับมา ถ้าหากไหวไม่ทันคุณก็จะเสียเงินซื้อของที่แพงกว่าราคาจริง เพราะเขาจะขายได้ในราคาที่บวกกำไรไว้สูงปรี๊ด แต่ถ้าคุณลุกขึ้นเดินหนี เขาก็จะรีบหยวนขายให้อ้างว่าเพราะเห็นแก่มิตรภาพบ้าง หรือขายให้คุณในฐานะลูกค้าพิเศษบ้าง ฯลฯ ทำให้คุณรู้สึกว่าภูมิใจที่ได้ซื้อของในราคาถูก ทั้งที่ความจริงมันก็คือราคาที่เขาตั้งใจจะขายและได้กำไรดีอยู่แล้ว

การที่พวกผู้ก่อการร้ายและกบฏเสนอตัวเลข 70/30 ในครั้งแรก ๆ ที่ต่อมาลดลงเป็น 50/50 โดยเปลี่ยนตัวชงมาเป็นนายหน้าอย่างจิ๋วนั้นก็คือวิธีการของแม่ค้าหน้าเลือดที่ไม่ได้ต่างกันนัก เพราะในความเป็นจริงพวกเผด็จการศักดินาอำมาตย์มีตัวเลขอยู่ในใจเรียบร้อยแล้วคือ 30/70 นั่นคือแต่งตั้ง 30% แล้วเลือกตั้ง 70% เพราะแค่นี้ก็เกินพอแล้วสำหรับให้ ปชป. ตั้งรัฐบาล และมาร์คได้เป็นนายกตามที่พวกศักดินาและอำมาตย์ต้องการ มิตรในแวดวงการเมืองหลายคนเสวนากันให้ความลับของตัวเลขนี้ในวงสัมมนาที่ผมไปร่วมด้วยเมื่อสองสามวันก่อน

ที่เป็นเช่นนี้นั้น มิตรสหายในแวดวงการเมืองคำนวณจากตัวเลข สส.ของ ปชป.จากทั่วประเทศ ที่ปัจจุบันจะขึ้นลงอยู่ที่ 20%– 30% ของจำนวน สส.ในสภา เป็นตัวเลขที่ผันแปรไม่มากนักมาตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่เคยปรากฏว่าตัวเลข สส.ของ ปชป.จะได้เกิน 50% ไม่ว่าจะใช้วิชามารแบบไหน รวมถึงวิชามารเลือกตั้งล่วงหน้าที่ถือเป็นเคล็ดวิชามารระดับสุดยอดแบบพลังพิฆาตแผ่นดินขนาดนั้นก็ยังไม่มีปัญญาให้ ปชป.มี สส.เกิน 30% เท่านั้นยังไม่พอ ปชป.เป็นพรรคที่ไร้เพื่อน หรืออีกอย่างหนึ่งคือไม่มีคนคบ นอกจากจำเป็นจริง ๆ เว้นแต่จะเปลี่ยนหัวหน้าและกลุ่มพลพรรคทีมเช็ดเมียเพื่อนออกไปจึงจะพอคุยกันได้ เพราะอะไรเขาไม่บอก นอกจากหัวเราะอย่างเยาะหยัน บอกได้ว่ามิตรคนนี้รู้จักเส้นสนกลในของพรรคสวิงกิ้งดีมาก

เมื่อทำได้แค่ 30% และถือเป็นสุดยอดแล้ว ถ้าจะตั้งรัฐบาลก็ต้องหาเสียงสนับสนุนมาอีกประมาณ 20%-30% จึงมาถึงทางเดียวที่ทำได้คือการเอาพลพรรคกบฏและนักวิชาการกลุ่มที่ขุนเลี้ยงไว้อย่างอธิการบดีทั้งหลาย กลุ่มสมศักดิ์เครา ฯลฯ เข้ามาเป็น สส.สรรหาในสภา ฯ อีกเท่าที่ต้องการ เพื่อช่วยโหวตให้ มาร์ค แมลงสาป และพรรคสวิงกิ้งตั้งรัฐบาลได้ พึงเข้าใจว่านี่เป็นการทำงานเป็นทีม เพราะพรรคสวิงกิ้งนั้นใครบ้างที่เชียร์ก็รู้กันอยู่ มันเป็น Conspiracy เป็นทีมงานที่ร่วมกันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกบฏก่อการร้ายยึดทำเนียบ บ้านหลายเสา คมช และอื่น ๆ รวมทั้งมือที่มองไม่เห็น ฯลฯ

ตัวเลข สส.30% ของพรรคสวิงกิ้งบวกกับพวกลากตั้ง อีก 30% ก็จะมี สส.เกินครึ่งในสภา ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ ตามตัวเลขชี้ได้ว่าต้องการแค่นี้ก็พอ พรรคสวิงกิ้งและมาร์ค แมลงสาป ก็จะตั้งรัฐบาล เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งในสภาที่สังคมโลกว่าอะไรไม่ได้ และทุกคนก็ลอยตัว ไม่ต้องทำงานอะไรเพื่อประชาชนแบบที่เคย ๆ กันมาก่อนยุคทักษิณ ปล่อยให้ชาวบ้านยากจนทำมาหากินเสียภาษีมาเลี้ยงดูอภิสิทธิชนทั้งหลายกันต่อไป เขาต้องการรักษาสภาพนี้เอาไว้ในสังคมไทย คนพวกนี้ได้เปรียบเพราะคุ้นเคยกับการอยู่ดีกินอร่อยปล่อยให้ชาวบ้านอดอยากยากเข็ญเลือดตาแทบกระเด็นกันไปเรื่อย ๆ มาหลายศตวรรษ โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องของพวกเขาแต่ประการใด

ถ้าเห็นตัวเลขตาสว่างกันแล้ว ก็ต้องต่อต้านการทำทีลดข้อเรียกร้องของพวกมันจาก 70/30 เป็น 30/70 ซึ่งน่าจะต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน ตามสไตล์แม่ค้าหน้าเลือดบอกราคาผ่านเยอะ ๆ ที่เอามาใช้ในการปกครองประเทศ อย่ายอมให้มี สส.ลากตั้งเด็ดขาด มันเป็นแผนของชนชั้นปกครองที่จะให้นานาชาติยอมรับเท่านั้น เพราะรัฐประหารยึดอำนาจนั้นทำไม่ได้ โดนต่อต้านจากสังคมโลกรุนแรงแน่ ก็เล่นระบบนี้แหละ รัฐประหารโดยตุลาการวิบัติและ สส.ลากตั้งในสภาการเมืองน้ำเน่าที่อ้างว่าเป็นการเมืองใหม่ ระบบนี้ฟังมาว่าเสนอโดย นายบวรศักดิ์ ที่อ้างว่าเขตปกครองพิเศษฮ่องกงใช้วิธีนี้ แต่ไม่เคยถามคนไทยสักคำว่าจะเอาด้วยหรือเปล่า ประชาชนไม่ต้องเสือก หน้าที่ปกครองเป็นของพวกกรูเท่านั้น

จาก thaifreenews

ภาพความสัมพันธ์ระหว่าง..มือที่มองไม่เห็น..กับ ด.ช.อภิสิทธิ์ รวมทั้งผลงานที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง!



[b]ผลงานด้านการจำกัดสิทธิมนุษยชน

* ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปฯเรื่องห้ามการชุมนุมประท้วง แต่ยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึก [12]
* การสั่งห้ามคนขับรถแท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพเข้าร่วมการประท้วงคณะเผด็จการ/รัฐบาลทหาร สมัชชาคนจนหลายพันคนถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าร่วมการประท้วงในกรุงเทพฯโดยอ้างว่าพวกเขาไม่มีใบอนุญาตให้เดินทางตามกฎอัยการศึก (ซึ่งยังมีผลครอบคลุม 30 กว่าจังหวัดในเวลานั้น) [13]
* สิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลนีสารสนเทศและการสื่อสาร ภายใต้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์ประธานองคมนตรีถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ดังนั้น การปิดเว็บไซต์ที่มีข้อความวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องเหมาะสม[14]
* รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ผลักดันกฎหมายที่ระบุว่า ผู้ที่พยายามเข้าเว็บไซต์ใดๆที่รัฐบาลได้เซ็นเซอร์ไว้หนึ่งหมื่นกว่าเว็บ จะต้องรับโทษตามกฎหมาย และเอาผิดผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ไม่เปิดเผยไอพีแอดเดรสของผู้ใช้แก่รัฐบาล[15]
* การปิดวิทยุชุมชนที่ต่อสายตรงสัมภาษณ์อดีตนายกฯพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ.ต.ท.ให้สัมภาษณ์หลังเกิดรัฐประหารเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 โดยได้โทรทัศน์เข้ามาที่สถานีวิทยุชุมชนคลื่น 87.75FM และคลื่น 92.75FM วันต่อมา รัฐบาลทหาร กรมประชาสัมพันธ์ และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในได้เข้ามาตรวจสอบวิทยุชุมชนแห่งนี้ ทำให้วิทยุชุมชนนี้งดออกอากาศ[16]
* การก่อตั้งเครือข่ายสนับสนุนรัฐบาลทหารจำนวน 700,000 คนเพื่อสกัดกั้นผู้ประท้วงรัฐบาลทหาร ผบ.กอ.รมน. กล่าวว่า "เราต้องสกัดกั้นผู้ประท้วงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้ามีผู้ประท้วงน้อยกว่า 50,000 คน ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร"[17]
* วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2550 รัฐบาลทหารสั่งเซ็นเซอร์การแพร่ภาพการสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทาง CNN ในประเทศไทย[18]
* สั่งการให้มีการออกเอกสารลับเพื่อสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550

[แก้] สื่อสารมวลชน

* ได้ปิดสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเมื่อวันพุธที่ 7 มีนาคม 2550
* ได้เปิดสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2550 และปิดตัวลงเมื่อวันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2551 เวลา00.00 น.
* ได้เปิดสถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอสก่อตั้งเมื่อวันอังคารที่ 15 มกราคม 2551 และ หลังจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2551 ใช้ชื่อว่าสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และในปัจจุบันใช้ชื่อว่าสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2551 (วันแรงงานแห่งชาติ) และได้ทดลองออกอากาศเมื่อวันที่ 1 -14 กุมภาพันธ์ 2551 โดยยังไม่มีรายการข่าวและเปิดทำการออกอากาศเป็นครั้งแรกอย่างเต็มรูปแบบโดยภายใต้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยเมื่อวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 โดยใช้สีประจำสถานีคือ สีเหลือง - ส้ม
* จัดรายการที่ให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลให้แก่ประชาชน คือ รายการสายตรงทำเนียบ และรายการ เปิดบ้านพิษณุโลก

[แก้] บัญชีทรัพย์สิน

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 ต.ค. พ.ศ. 2549 พบว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีทรัพย์สินรวม 25,246,091 บาท โดยเป็นเงินฝากธนาคารพาณิชย์ 5 บัญชี จำนวน 7,283,341 บาท หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 82,500 บาท ที่ดิน 9 แปลง มูลค่า 17,880,250 บาท พ.อ.หญิง คุณหญิง จิตรวดี จุลานนท์ ภริยา มีทรัพย์สินรวม 65,566,363 บาท โดยเป็นเงินฝากธนาคารพาณิชย์ 15 บัญชี จำนวน 20,620,933 บาท เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาล 10,030,000 บาท เงินลงทุนอื่น 33,430 บาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่า 7 ล้านบาท บ้าน 3 หลัง มูลค่า 10 ล้าน ยาพาหนะ 3 คัน มูลค่า 3,725,000 ทรัพย์อื่น 14,157,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับอัญมณี ทั้งสองคนมีทรัพย์สินรวม 90,812,454 บาท [19]

[แก้] ฉายานาม

เนื่องจากรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีที่เป็นผู้สูงอายุ และข้าราชการประจำที่เกษียณอายุแล้วจำนวนมาก สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้ว่า " รัฐบาลขิงแก่ " และโดยที่นายกรัฐมนตรีเองถูกมองว่ามุ่งเน้นการรักษาคุณธรรม จริยธรรม และในขณะเดียวกันก็ทำงานเชื่องช้า ทำให้ได้รับฉายาจากนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าเป็น " ฤๅษีเลี้ยงเต่า " โดยตั้งล้อกับฉายาของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยได้รับฉายาว่า " ฤๅษีเลี้ยงลิง "[20]

[แก้] ข้อวิพากษ์วิจารณ์

นอกจากจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากรับตำแหน่งจากคณะรัฐประหารแล้ว พล.อ.สุรยุทธ์ ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการบุกรุกป่าสงวนและการคอรัปชั่นด้วย

[แก้] การบุกรุกป่าสงวน

พลเอกสุรยุทธ์ถูกกล่าวหาว่าครอบครองพื้นที่ป่าสงวนเขายายเที่ยง ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งขัดต่อกฎหมายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อพลเอกสุรยุทธ์เป็นผู้นำแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ซื้อที่ดินมาจากคนๆหนึ่งด้วยราคา 50,000 บาททั้งๆที่พื้นที่นี้มีมูลค่าตลาด 700,000 บาท ต่อมา เขาได้โอนกรรมสิทธิ์ครอบครองให้ภรรยาของเขา พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่าเขาจะลาออกและคืนที่ดินนี้ (ซึ่งเขาไม่ได้ปฏิเสธว่าเขาเป็นเจ้าของ) ทันทีหากพบความผิด [21] อารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปกป้องสุรยุทธ์ว่า "พล.อ.สุรยุทธ์ซื้อที่ดินนี้มาจากคนอื่น ดังนั้นจะต้องไปถามคนๆนั้นว่าที่ดินนี้เป็นพื้นที่สงวนหรือไม่"

จรัญ ดิษฐาอภิชัย อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ กล่าวว่า "ผมรับไม่ได้ที่ใครคนหนึ่งสร้างบ้านหรูหราในพื้นที่ป่าสงวน กลับเรียกตัวเองว่าเป็นผู้มีจริยธรรมและความพอเพียง"[22]

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ปฏิเสธที่จะตรวจสอบคดีนี้โดยให้เหตุผลว่าไม่มีอำนาจไปตรวจสอบ กล้าณรงค์ จันทิก หนึ่งใน ปปช. กล่าวว่า พลเอกสุรยุทธ์เกษียณจากกองทัพเมื่อ พ.ศ. 2546 แต่เพิ่งมาฟ้องร้องกัน 4 ปีหลังเกษียณ ปปช. ไม่สามารถสอบสวนคดีที่มีอายุเกิน 2 ปีหลังจากเกษียณได้ [23]

จาก thaifreenews

สุขุมพงศ์ โยนนายกฯ ตัดสินใจเรื่อง กก.ปฏิรูปการเมือง


27 ก.ย. - นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลด้านกฎหมาย กล่าวถึง ข้อเสนอของอธิการบดี 24 มหาวิทยาลัย ที่ให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการเมือง ว่า ดูจากข้อเสนอคร่าว ๆ แล้ว คณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที แต่คล้ายกับเป็นคณะกรรมการยกร่าง เพื่อทำประชามติ สอบถามประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไร จะมอบให้ใครเป็นผู้ดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม นายสุขุมพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของสภาฯ ซึ่งขณะนี้สภาฯ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ คาดว่า จะสามารถสรุปผลการศึกษาเสนอต่อสภาฯ ได้ประมาณวันที่ 20 ตุลาคมนี้

“เรื่องคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ขณะนี้เป็นเพียงข้อเสนอ ถ้าทำได้จริงก็จะเป็นประโยชน์ แต่จะทำได้หรือไม่ ต้องดูตัวบุคคลที่เป็นกรรมการ ว่ามีแนวคิดเป็นกลาง มีแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร หากเสนอแนวทางมาแล้ว ฝ่ายการเมืองจะยอมรับได้หรือไม่ เพราะถึงอย่างไรผู้ที่มีอำนาจในการแก้ไขก็ยังเป็นฝ่ายการเมือง” นายสุขุมพงศ์ กล่าว .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-27 17:57:57


รมช.คมนาคม โวย พันธมิตรฯ นครศรีธรรมราช ไล่ ชัย ทำไม่ถูก

กรุงเทพฯ 27 ก.ย.-“โสภณ ซารัมย์” ระบุกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ นครศรีธรรมราช ขับไล่ “ชัย ชิดชอบ” ไม่ถูกต้อง อ้างคนกลุ่มน้อยทำกติกาบ้านเมืองเสียหาย ยัน ถ้าคน ปชป.ไปบุรีรัมย์ ไม่ทำแบบนี้

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายพันธมิตรฯ นครศรีธรรมราช ไม่ต้อนรับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง หากไม่รู้จักแยกแยะอะไร ต่อไปก็คงอยู่ไม่ได้ สิ่งใดไหนพอที่จะละวางได้ ก็ควรละวาง โดยเฉพาะนายชัย เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้ไปทำอะไรใคร การที่กลุ่มผู้ชุมนุมทำเช่นนี้ ทำให้คนที่เป็นกลางมองว่า ประเทศไทยจะเอาอย่างไร คนกลุ่มน้อยจะทำให้กติกาบ้านเมืองเสียหาย

เมื่อถามว่า หากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เดินทางไป จ.บุรีรัมย์ จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่แน่นอน คนเป็นนักการเมือง ถ้ารู้ข่าวว่ามีคนจะทำไม่ดี กับคนที่เข้ามาในพื้นที่ แล้วไม่ทำอะไร คงไม่ได้ และว่าหากทราบว่าเกิดเหตุการณ์ไม่ดีก็จะเข้าไปห้ามปราม เดี๋ยวพวกเราจะเสีย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่า จะมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบพันธมิตรฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเกิดเหตุการณ์จัดม็อบโจมตีนายชวน หลีกภัย ช่วงขึ้นเวทีปราศรัย ที่ จ. เชียงใหม่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า คงไม่มี แต่ก็จะมีบางพวกที่อาจจะแค้นแทน และอยากจะต่อต้าน แต่หากพวกเราทราบ ก็จะห้ามปราม.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-27 17:53:17




พันธมิตรฯ สัมมนาการเมืองใหม่รอบ 2 ไร้เงานักวิชาการที่สังคมยอมรับ


กรุงเทพฯ 27 ก.ย. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (27 ก.ย.) ได้จัดเสวนา ”การเมืองใหม่ ประชาภิวัฒน์” ครั้งที่ 2 ที่โรงอาหาร ใต้ตึกบัญชาการ 1 มีแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ และเชิญตัวแทนนักวิชาการกว่า 30 คน เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการที่เข้าร่วมประชุมการเมืองใหม่ ครั้งที่ 1 และเป็นนักวิชาการที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เช่น นายปราโมทย์ นาครทรรพ นายกษิต ภิรมย์ นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายสุรชัย ไม้งาม

เป็นที่น่าสังเกตว่า การเสวนาครั้งนี้ ไม่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำฯ เข้าร่วม และไม่มีนักวิชาการ ที่เป็นตัวแทนจากอธิการบดี 24 มหาวิทยาลัย ซึ่งเสนอแนวคิดการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการเมือง เข้าร่วมเสวนา และการสัมมนาดังกล่าว ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน และบุคคลภายนอกเข้าร่วมรับฟัง สำหรับวาระที่จะมีการพิจารณาแบ่งออกเป็น 6 หัวข้อ ประกอบด้วย บทบาทของ ส.ส.กับพรรคการเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระกับการตรวจสอบอำนาจรัฐ การปฏิรูปสื่อสารมวลชน และประมวลจริยธรรมทางการเมือง.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-27 17:50:38



อภิรักษ์ ฉุนถูกผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรรุมถาม-จี้แก้ปัญหาภายในตลาดนัดจตุจักร

กรุงเทพฯ 27 ก.ย. - “อภิรักษ์” ฉุนถูกผู้ค้าตลาดนัดสวนจตุจักรรุมถามและจี้แก้ปัญหาภายในตลาดนัดสวนจตุจักร ทั้งความไม่โปร่งใส การบริหารงานของ ผอ.ตลาดนัดฯ และนโยบายถนนคนเดิน พร้อมต่อสัญญาเช่ากับ รฟท.

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางหาเสียงที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ทักทายประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของ และในระหว่างการเดินหาเสียงรอบตลาดนัด กลุ่มผู้ค้าภายในตลาดฯ กว่า 20 คน พร้อมป้ายผ้าข้อความ “4 ปีที่ผ่านมาคุณอภิรักษ์ ทำอะไรเพื่อตลาดนัดจตุจักร” และต้องการให้เกิดการแก้ไขปัญหานโยบายถนนคนเดิน เนื่องจากเชื่อเป็นสาเหตุที่ทำให้กิจการการค้าภายในซบเซา

นายสงวน ดำรงค์ไทย ประธานที่ปรึกษาผู้อำนวยการตลาดจตุจักร ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องปัญหาภายในตลาดนัดกรุงเทพมหานคร กับนายอภิรักษ์ เพื่อให้เกิดการแก้ไข โดยใจความหนังสือดังกล่าวระบุว่า เรียกร้องให้กทม.เร่งต่อสัญญาการเช่าที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และตั้งข้อสังเกตการบริหารงานของผู้อำนวยการตลาดนัดสวนจตุจักร ส่อไปในทางไม่โปร่งใส และให้เร่งแก้ไขปัญหานโยบายถนนคนเดินภายในตลาดนัด ซึ่งภายหลังรับหนังสือดังกล่าว นายอภิรักษ์ชี้แจงถึงการทำงานที่ผ่านมา แต่มีอารมณ์ฉุนเฉียวเล็กน้อย เนื่องผู้ค้าจำนวนมากต่างรุมเข้ามาซักถาม แต่เมื่อพูดคุยกันสักพักบรรยากาศก็เริ่มคลี่คลาย

นายอภิรักษ์ กล่าวว่า การต่อสัญญากับการรถไฟฯ ถือเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ ก่อนที่สัญญาจะหมดอายุ ส่วนการเปลี่ยนตัวผู้บริหารตลาดนัด กทม.นั้น ขณะนี้ตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. แต่หากได้รับจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ค้ามาแก้ไขปัญหาให้ตรง แต่เมื่อมีผู้สื่อข่าวซักถามว่าที่ผ่านมา ไม่ได้ทำอะไรให้กับตลาดนัดจตุจักรนั้น นายอภิรักษ์ กลับมีอารมณ์ฉุนเฉียวอีกครั้ง และพยายามเดินหนี และตีมือผู้สื่อข่าวที่ซักถาม พร้อมกล่าวว่าอาจไม่ทราบข้อมูลครบ และขอให้นักข่าวอย่าพูดเช่นนี้ เนื่องจากทุกที่ย่อมมีปัญหา และที่ผ่านมา กทม.ก็ได้ดำเนินการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่จนได้รับการยกย่องเป็นเมืองน่าท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการเดินหาเสียงภายในตลาดนัด ได้มีผู้ค้าเดินทางมาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบรรดาทีมหาเสียงของนายอภิรักษ์ ได้รับเรื่องและชี้แจงแทน จากนั้นนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาร่วมหาเสียงด้วย .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-27 14:55:23

จำลอง ปัดไม่รับผิดชอบ พันธมิตรฯ ใต้ชุมนุมไล่ สมชาย


ทำเนียบฯ 27 ก.ย.- แกนนำพันธมิตรฯ ย้ำไม่ได้ขัดขวางการกลับบ้านเกิดของ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ปัด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมุนุมขับไล่นายกฯ อ้าง เป็นความคิดของพันธมิตรฯ ในพื้นที่ ไม่รับผิดชอบ หากมีความรุนแรง แต่บนเวทีกลับแจ้งกำหนดการนายกฯ พร้อมปลุกระดมให้ประชาชนปิดสนามบิน ไม่ให้กลับกรุงเทพฯ ส่วนข้อเสนอตั้งคณะกรรมการอิสระปฏิรูปการเมือง ของ 24 อธิการบดี เห็นว่าสอดคล้องความเห็นพันธมิตรฯ แต่ขอรอดูท่าทีรัฐบาลก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่เช้าวันนี้ (27 ก.ย.) นอกจากแนวร่วมแกนนำจะจัดกิจกรรมบนเวทีเล่าข่าวตามปติแล้ว ยังได้มีการแจ้งให้พันธมิตรฯ จังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ ระดมพลไปยัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อชุมนุมต่อต้าน และกดดันนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิด พร้อมได้แจ้งกำหนดการของนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ให้ทราบ และยังปลุกระดมให้พันธมิตรฯ ปิดสนามบินทั้ง 4 แห่งในภาคใต้ เพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วย

ต่อมา เวลา 10.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ แถลงว่า การชุมนุมกดดันนายกรัฐมนตรี เป็นความคิดริเริ่มของพันธมิตรฯ ในภาคใต้เอง และการแจ้งกำหนดการของนายกรัฐมนตรีบนเวที เป็นเพียงการประสานงานให้พันธมิตรฯ ในพื้นที่ทราบ แกนนำไม่ได้มีมติ หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยว เราให้อิสระพันธมิตรฯ ในพื้นที่อย่างเต็มที่ ในการดำเนินการต่างๆ เช่นเดียวกับเรื่องการปิดสนามบิน ก็ไม่ได้เป็นมติของแกนนำ

“ไม่ใช่เราปากว่า ตาขยิบ แต่จะไปห้ามไม่ได้ เพราะเป็นความคิดของคนที่ไม่สบายใจต่อการกระทำของรัฐบาล และแกนนำคงไม่รับผิดชอบใดๆ หากการชุมนุมเป็นไปอย่างรุนแรง และถือว่าไม่ผิด” พล.ต.จำลอง กล่าว และว่าการเดินทางไปในพื้นที่ของนายสมชาย จะไม่กระทบต่อมวลชน ให้เปลี่ยนขั้วทางการเมือง เพราะเชื่อว่าคนใต้เข้าใจการเมืองเป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของอธิการบดี 24 มหาวิทยาลัย ที่เสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อมาปฏิรูปการเมือง พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าว เป็นการกำหนดกรอบ ที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองเท่านั้น แต่ก็เป็นความคิดที่ดี และในวันนี้ จะนำเอาแนวคิดดังกล่าว เข้าที่ประชุมเสวนาทางวิชาการการเมืองใหม่ ที่พันธมิตรฯ จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เพราะถือว่า สอดคล้องกับแนวทางการเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ

“หากจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเมือง ก็อาจจะรับได้ เพียงแต่จะต้องไม่ไปแก้ไข 3 มาตราหลัก ที่พันธมิตรฯ คัดค้าน คือ มาตรา 190 มาตรา 237 และมาตรา 309 หรือแก้ไข เพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นผิด” พล.ต.จำลอง กล่าว

ด้าน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ต้องแสดงจุดยืนในการต่อต้านการทุจริต เพื่อแสดงความจริงใจ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ด้วยการยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ หนีหมายศาล และถูกออกหมายจับในหลายคดี นายสมชายเป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องกล้าดำเนินการ ซึ่งตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ สามารถยกเลิกได้ทันที .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-27 14:40:59