WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, September 29, 2008

กินเจ

คอลัมน์ : คิดในมุมกลับ

เทศกาลกินเจเดือน 9 ของจีน เริ่มแล้วเมื่อวานนี้ (28 ก.ย.) และไปสิ้นสุดวันที่ 7 ตุลาคม ธงเหลืองปักกันให้พรึบแทบทุกร้านอาหาร เป็นเหลืองแบบเจๆ นะพี่น้อง ดูให้ดี อย่าเข้าใจผิดพาลไม่เดินเข้าร้านเขาล่ะ

คนที่ไม่มีเชื้อสายจีนหลายคนก็ใช้โอกาสนี้ในการถือศีลกินผักไปด้วย นั่นหมายความว่าไม่เพียงแต่รักษาร่างกายให้สะอาด ผ่านการอาหารที่เลือกสรรและรับประทานเข้าไป ยังรักษาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์เท่าที่จะทำได้ เป็นช่วงละเว้นจากการทำผิดคิดร้ายต่อสรรพชีวิตทั้งปวง

ในความเข้าใจของฉัน การกินมังสวิรัติคงต่างจากการกินเจก็ตรงนี้ เพราะมังสวิรัติอาจไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับการภาวนาถือศีลใดๆ เป็นเรื่องของสุขภาพ เราจึงเห็นทั้งคนไทยและต่างชาติเป็นมังสวิรัติกันมากมาย ยิ่งถ้าเป็นในต่างประเทศ ชุดอาหารมังสวิรัติจะมีไว้บริการเสมอ ในร้านฟาสต์ฟู้ดก็ยังต้องมีเมนูนี้ให้เลือก บนเครื่องบินก็ต้องมี ต่างจากไทยที่ใครกินมังสวิรัติก็ต้องขวนขวายเอาหน่อย เพราะคนไทยกินหมูกินเนื้อเป็นอาจิณ เห็นใครกินมังสวิรัติเป็นได้ถูกถามว่า “แก้บนเหรอ...” ทุกทีล่ะ

สำหรับการกินเจนั้น ทุกครั้งในช่วงเทศกาลก็จะมีนักโภชนาการออกมาเตือนเรื่องอาหารเจกันเป็นพิเศษ เพราะส่วนมากเป็นของทอด ผัด ใช้นำมันเป็นพิเศษ น้ำหนักจึงขึ้นฮวบฮาบได้ง่าย เช่นเดียวกันกับเส้นหมี่ชนิดต่างๆ ที่ทานมากๆ ติดๆ กัน ก็จะทำให้ท้องผูกเพราะไปดูดน้ำในลำไส้ หรือโปรตีนเกษตรที่หากแปรรูปเป็นอาหารแห้ง เช่น ผัด ก็จะทำให้ท้องผูกได้เช่นกันเพราะดูดน้ำ การกินเจจึงควรเน้นที่การ “กินผัก” มากกว่า “กินแป้ง”

แต่เรื่องอาหารก็ยังง่ายกว่าระวังรักษาจิตใจหลายเท่า เพราะจิตมนุษย์นั้นเบาหวิว ล่องลอยตีฟูให้สุขทุกข์ได้ง่ายดาย จึงควรใช้สติเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของจิตใจกันให้ดีเป็นพิเศษ อย่างน้อยๆ ก็ช่วงเวลานี้

ถ้ากลัวทำได้ไม่ดี ก็หยุดอ่านหนังสือพิมพ์ หยุดฟังวิทยุ หยุดดูข่าวโทรทัศน์กันไปเลย เพราะเดี๋ยวเห็นหน้าใครไม่พึงประสงค์ออกจอแล้วเผลอด่า จะไม่สมกับที่ใส่ชุดขาวช่วงเข้าเจกันนา...อิอิ

ปฏิญา ยอดเมฆ



“ไพจิตร” โต้แทน “ยุทธตู้เย็น-เจ๊แดง” เบื้องหลังชักใยตำแหน่ง

ไพจิต ศรีวรขาน ออกโรงโต้แทน “ยุทธตู้เย็น-เจ๊แดง” อยู่เบื้องหลังจัดสรรโคต้าตั้งรัฐบาล สมชาย 1 อ้างทั้ง 2 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.สนครพนม .กลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งในพรรคพลังประชาชน(พปช.) ภายหลังต้อนรับ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ว่า ขณะนี้แกนนำพรรคพลังประชาชน และส.ส.พรรค กำลังพูดคุย ปรับความเข้าใจกันอยู่ และจะไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก

ส่วนการแต่งตั้งเลขาฯและที่ปรึกษารัฐมนตรี ที่มีกระแสข่าวว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยอยู่เบื้องหลังนั้น ตนไม่ต้องการให้มีการพูดถึง เนื่องจากว่าทั้ง 2 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว จึงเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนที่จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งตนมั่นใจว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ได้มีการคำนึงว่าใครใกล้ชิดใคร

ส่วนเรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมไม่ครบแน่นอนส่วนกรณีที่ ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ระบุพรรคแตกและคณะกรรมการบริหารพรรคถูกลอยแพนั้น เป็นความเห็นส่วนตัวที่ไม่ได้ทำให้พรรคเสียหาย พรรคพลังประชาชนยังเป็นหนึ่งเดียว

นายไพจิต ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวขับไล่นายกรัฐมนตรี ในที่ต่าง ๆ ว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ อาจจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ซึ่งตนเชื่อว่ามีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง

"บิ๊กจิ๋ว"เผยเหตุรีเทิร์นหลังได้รับการร้องขอเข้ามาช่วยแก้ปัญหา

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การหวนกลับคืนสู่เวทีการเมืองเพื่อรับตำแหน่งในรัฐบาลสมชาย 1 เนื่องจากได้รับการขอร้องให้เข้ามาทำงานเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ แม้จะเป็นการเข้ามาทำงานเพียงวันเดียวก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เพราะเป็นคนเก่ง แต่เห็นว่าขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแตกแยกทางการเมือง ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ปัญหาความยากจน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูแลแก้ไขต่อไป

ส่วนการทำหน้าที่เป็นคนกลางเจรจากับแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ยังไม่ได้ต่อสายหารือ แต่ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันมาตลอด และเชื่อว่าจะสามารถเจรจากับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ เนื่องจากเป็นพี่เป็นน้องกันแทบจะพูดได้ว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน

ศาลสั่งจำคุก'รังสรรค์'25ปีสั่งฆ่า อดีตประธานศาลฎีกา

รังสรรค์ ต่อสุวรรณศาลอาญากรุงเทพใต้ สั่งจำคุก "รังสรรค์ ต่อสุวรรณ" นักธุรกิจและสถาปนิกชือดัง เป็นเวลา 25 ปี คดีจ้างวานฆ่าอดีตประธานศาลฎีกา ขณะที่ทีมมือปืน เจอ 16 ปี 8 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริงกรุง ว่า ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีลอบสังหาร นายประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกาเหตุเกิดเมื่อปี 2535-2536 ซึ่งคดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมพร หรือ หมา เดชานุภาพ, นายเณร มหาวิไล, นายอภิชิต อังศุธรางกูร หรือ เล็ก สตูล และนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ นักธุรกิจและสถาปนิกชื่อดัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับในความผิดฐานใช้ จ้าง วาน และก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าคนตาย

โดยศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก นายรังสรรค์ และนายอภิชิต เป็นเวลา 25ปี และยังได้มีคำพิพากษาให้จำคุก นายสมพร หรือหมา เดชานุภาพ นายเณร มหาวิไล ซึ่งเป็นทีมมือปืน เป็นเวลา 16 ปี 8เดือน

สำหรับคดีนี้ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ได้มีการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยให้การสอดคล้องต้องกัน พยานจำเลย ยากที่จะเป็นสร้างเรื่องขึ้นมา ส่วนคำเบิกความการต่อสู้คดีของจำเลย ทั้ง 4 ก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหลักล้างพยานหลักฐานได้ จึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งหมดกระทำความผิดฐานจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุการยังไม่สำเร็จผล ตามกฎหมายให้ลงโทษผู้กระทำความผิดรับโทษ 1 ใน 3 ของโทษประหารชีวิต โดยเมื่อเทียบโทษประหารชีวิต คือ จำคุก 50 ปี ดังนั้น อัตราโทษ 1 ใน 3 ของ โทษจำคุก 50 ปี คือจำคุกคนละ 25 ปีสำหรับจำเลยที่ 1 และ 2 ได้ให้การรับสารภาพในการชั้นสอบสวน ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 16 ปี 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 และ 4 จำคุกคนละ 25 ปี


'สมพงษ์' ปัดแถลงนโยบายที่ยูเอ็น หวั่นผิดรัฐธรรมนูญ

"รมว.ต่างประเทศ"ระบุรัฐบาลยังไม่แถลงนโยบาย จะไม่เหมาะ อาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติได้ เหตุหวั่นผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกฯ และรมว. ต่างประเทศ กล่าวก่อนจะเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 63 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเช้าเวลาในไทยว่า ได้ตัดสินใจที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก เป็นผู้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลง ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติแทนตน

เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ตนไม่ควรเป็นผู้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลง ด้วยสิ่งเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับนโยบาย แม้ว่าถ้อยแถลงที่ตระเตรียมไว้ จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายใดๆเป็นการนำเอาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มาขยายให้ประชาคมโลกรับทราบ รวมถึงความเป็นไปของบ้านเมืองไทย เพราะอยากให้ประชาคมโลกเห็นว่า ประเทศไทย ไม่ได้เป็นกลียุค อยากที่เขาคิด

"ผมคิดไปคิดมาแล้ว เห็นว่าผู้ที่จะหยิบยกเรื่องที่รัฐบาล ยังไม่ได้แถลงนโยบาย แล้วรัฐมนตรีต่างประเทศมาขึ้นกล่าวที่ประชุมสหประชาชาติ แล้วนำไปวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา คงไม่ได้คิดหรอกว่าเนื้อหาที่จะกล่าว เป็นเรื่องใด แต่รู้เพียงว่าขึ้นกล่าวก็ผิดแล้ว ดังนั้นผมจึงระมัดระวัง จะไม่ทำในส่วนนี้" นายสมพงษ์ กล่าวและว่า

จริงๆ แล้ว ที่ไม่ขึ้นกล่าว ก่อนเดินทางมานครนิวยอร์ก ตนได้หยิบยกเรื่องนี้หารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีทุกคนเห็นว่า การร่วมประชุมมีความจำเป็น อนุญาตให้เดินทางมา เมื่อมาถึง จึงต้องระมัดระวังการดำเนินการที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดไว้ แม้ว่าครม.จะรู้สึกว่าทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หากมีภารกิจเร่งด่วนที่มีความจำเป็น ซึ่งไม่เกิดความเสียหายต่อชาติ บ้านเมือง ย่อมกระทำได้ แต่ตนเห็นว่าต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก


กกต.ยืนยันให้ความเป็นธรรมพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง วิฑูรย์ นามบุตร


ว่า พร้อมให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.ประชาธิปัตย์ หลังพยานมาสอบปากคำไม่ครบตามที่ร้องขอ

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง กำกับดูแลกิจการพรรคการเมือง ระบุว่า กกต. พร้อมพิจารณาว่าจะให้มีการสอบพยานเพิ่มในคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งของนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.และกรรมการบริการพรรคประธิปัตย์ หลังอนุกรรมการสอบสวนส่งผลการสอบพยานในวันนี้ ซึ่งการสอบพยานไม่ครบทั้ง 7 ปาก ตามที่มีการร้องขอให้สอบพยานเพิ่ม เนื่องจากพยานไม่มาให้การ ซึ่งส่วนตัวมองว่าต้องให้ความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ก่อนหน้านี้ นางสดศรี เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเรื่องการเงินและบัญชีของพรรคการเมือง โดยได้เตือนพรรคการเมืองที่จดทะเบียนกับ กกต.ไว้ ว่าในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ จะครบกำหนดที่พรรคการเมืองจะต้องหาสมาชิกและสาขาพรรคให้ครบตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีพรรคการเมือง 34 พรรค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรรคที่จดทะเบียนใหม่และพรรคเล็ก ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้และเข้าข่ายอาจต้องยุบพรรค.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-29 12:13:17



ตั้ง‘จิ๋ว’เจรจาม็อบเชื่อลดภาพขัดแย้ง

จากกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้กระจายคนออกไปชุมนุมก่อกวนการทำงานของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ทั้งกรณีของ นายชัย ชิดชอบ และล่าสุดที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช กระทั่งถึงเหตุการณ์ครั้งล่าสุดนั้น

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำนวนหนึ่งตะโกนกล่าวหานายสมชายเป็นคนขายชาติ ขณะเดินหาเสียงให้ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากพรรคพลังประชาชน ย่านสยามพารากอนว่า ไม่รู้สึกโกรธกับการกระทำดังกล่าว และขอให้ประชาชนช่วยกันคิด เพราะที่ผ่านมาประเทศพบปัญหามามากแล้ว ซึ่งภายใต้ภาวะขณะนี้จะขออดทน และขอให้ประชาชนใช้เหตุผลแก้ปัญหา

สำหรับการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นจะมอบหมายให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนไปทำการเจรจา เพราะ พล.อ.ชวลิต เป็นคนซื่อสัตย์ เป็นที่เคารพ มีความจริงใจ และยังมีความสามารถสูง หากสามารถพูดคุยกันให้รู้เรื่องได้ก็จะเป็นเรื่องดี

โพลถล่มครม.โควตา


สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 3,659 คน เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผลปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 37.25 เห็นว่า นายสมชายเป็นคนประนีประนอม ปรองดอง น่าจะนำรัฐบาลได้ดี ขณะที่ร้อยละ 29.36 เห็นว่า คณะรัฐมนตรียังหน้าเดิมๆ และใช้การแบ่งโควตามากกว่าการพิจารณาผู้ที่มีความรู้ และร้อยละ 19.76 ระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตามลำดับ

ส่วนความคาดหวังจากรัฐบาลกรณีแก้วิกฤติการเมือง ปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 44.58 เห็นว่าคงเหมือนเดิม เพราะปัญหาหนักหนาสาหัสยากที่จะแก้ไข ขณะที่ร้อยละ 43.29 เห็นว่าน่าจะดีขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคนประนีประนอม ตั้งใจทำงาน มีเพียงร้อยละ 12.13 ที่เห็นว่าจะแย่ลง โดยให้เหตุผลว่ายังเป็นรัฐบาลนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าคงมีการประท้วงไม่จบสิ้น

ปชป.โวยมือดีใส่ร้ายป้ายสีโชว์รูปสัมพันธ์‘มาร์ค-สนธิ’

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะมาถึงในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ได้เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น ทั้งการออกหาเสียงขอคะแนนสนับสนุนจากชาว กทม. พร้อมกันนี้ยังมีการเล่นสกปรกควบคู่ไปด้วย

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีการจัดกิจกรรมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อปล่อยขบวนหาเสียงทั่ว กทม. ทั้ง 50 เขต โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธานในการปล่อยขบวนรถหาเสียง โดยมีแกนนำพรรคมาร่วมงาน อาทิ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และรองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการปล่อยขบวน นายอภิสิทธิ์ได้นำคณะสักการะพระบรมรูปทรงม้า ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะมีการมอบธงชัยสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำไปปักประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยนายองอาจ กล่าวว่า การปล่อยขบวนรถหาเสียงครั้งนี้ถือเป็นการหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรค เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าถึงนโยบายของพรรค

พร้อมกันนี้นายองอาจกล่าวด้วยว่า มีความพยายามโจมตีและใส่ร้าย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในหลายรูปแบบ เพื่อหวังลดคะแนนนิยมของนายอภิรักษ์ และยังมีข่าวว่าจะมีการเทคะแนนให้กับผู้สมัครบางคน เพื่อให้คะแนนรวมชนะนายอภิรักษ์ ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ข่าวระบุว่า ย่านสะพานพระราม 7 มีป้ายหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ติดอยู่ริมถนนและต้นไม้ ขณะที่ป้ายหาเสียงของ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน มีมือดีนำสติ๊กเกอร์รูป นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถ่ายคู่กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ อย่างสนิทสนม พร้อมกับเขียนข้อความ "เดี๋ยวพันธมิตรฯ จัดม็อบให้เลือก...อภิรักษ์"

ส่วนพรรคพลังประชาชน ในเวลาประมาณ 11.40 น. วันเดียวกัน ระหว่าง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ห้างสยามพารากอน เพื่อช่วย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. พรรคพลังประชาชน หาเสียง มีผู้หญิง 2 คนใช้มือตบโห่ตะโกนไล่และด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทีมงานหาเสียงของนายประภัสร์ได้เข้าไปกัน มีการกระทบกระทั่งด่าทอกัน เมื่อนายสมชายเดินเข้ามาในห้างก็มีผู้หญิงอีกกลุ่ม ประมาณ 5 คน ใช้มือตบตะโกนไล่อีก แต่นายสมชายก็ยังเดินเข้ามาในห้าง กลุ่มต่อต้านก็พยายามติดตาม และเข้ามาตะโกนขับไล่

ส่วนในการจัดแสดงวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ กทม. ในวันเดียวกันนี้ที่จัดโดยเครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ มี นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และ นายประภัสร์ จงสงวน ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ได้ถูก นางลีนา จังจรรจา ขอร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้วย แต่ก็ถูกกีดกันแล้วอ้างเพียงว่าไม่ได้เชิญมาร่วมงาน ทำให้นางลีน่าจังและทีมงานเกิดความไม่พอใจ ตะโกนต่อว่าว่า ม.ธรรมศาสตร์ ไม่เป็นกลาง

จับตาใบแดงวิฑูรย์ลือหึ่งมีมติอุ้มวันนี้กก.อึดอัดลาออก2

ผลสอบใบแดง “วิฑูรย์ นามบุตร” ทุจรติเลือกตั้งที่อุบลราชธานี ถึงมือ กกต.ชุดใหญ่วันนี้ ท่ามกลางข่าวลือมีรายการ “อุ้ม” ให้ได้ “ใบขาว” เพื่อตัดตอนไม่ให้ถึงยุบพรรคประชาธิปัตย์ เผยการสอบสวนมีแรงกดดันอย่างหนัก ถึงขั้นอนุกรรมการขอไขก๊อก ลาออกไปแล้วถึง 2 รายนซ้อน

หลังจากที่มีการร้องเรียนกรณี นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ที่ จ.อุบลราชธานี แจกคูปองชมภาพยนตร์สลับปราศรัยหาเสียง ที่พฤติกรรมชวนให้เชื่อว่าน่าจะได้ใบแดง และอาจนำไปสู่การยุบพรรคประชาธิปัตย์ ได้ หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้มาตรฐานการพิจารณาเดียวกันกับพรรคการเมืองอื่นๆ

แต่ก็กลับมีการเลื่อนเวลาและยืดเยื้อกันมานับครั้งไม่ถ้วน จนเป็นข้อกังวลสงสัยไปทั่ว กระทั่งได้มีการสอบพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก นั้น

เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายสุธน แสงสายัณห์ ประธานอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้ง กรณีนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกร้องว่า แจกคูปองชมภาพยนตร์และสลับปราศรัยหาเสียงในโรงภาพยนตร์ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า หลังจากที่ กกต. มีมติให้อนุกรรมการฯ สอบพยานเพิ่มอีก 7 ปาก ตามที่ นายสมบัติ รัตโน อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชาชน ได้ยื่นหนังสือร้องขอเข้ามา ตอนนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยได้เรียกพยานทั้ง 7 ปากให้มาสอบตามวันที่พยานสะดวก แต่ปรากฏว่า มีพยานได้ให้การตามนัดเพียง 3 คน

อย่างไรก็ตามพยานอีก 4 คนไม่ได้มาตามที่นัด ซึ่งทางคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า เมื่อเปิดโอกาสให้มาชี้แจงแล้วแต่ไม่มา ก็จะส่งพยานเท่าที่มี 3 คนไปให้กับทาง กกต. ประกอบการพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร

ประธานอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนสำนวนฯ ระบุด้วยว่า สำหรับพยานอีกคนที่ไม่มาให้การตามนัดนั้น คงไม่จำเป็นต้องรอ เพราะสอบไปก็คงไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลสอบพยานเพิ่มเติมไปให้ กกต. ได้ในวันที่ 29 กันยายน

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีอนุกรรมการสอบสวนคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งของนายวิฑูรย์ ลาออกไป 2 คน ซึ่งทาง กกต. ได้แต่งตั้งขึ้นใหม่ โดยทั้ง 2 คน เป็นบุคคลภายนอก ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กกต. และทั้ง 2 คน ให้เหตุผลว่ามีภารกิจมาก ไม่สามารถร่วมพิจารณาในสำนวนดังกล่าวได้

แหล่งข่าวระบุว่าได้มีการกดดันและแทรกแซงอนุกรรมการสอบสวนทั้ง 2 คนอย่างหนัก ในการพิจารณาสำนวนดังกล่าวเพื่อให้ผลการสอบสวนเป็นไปตามกรอบที่วางไว้ อย่างไรก็ตามด้วยพยานหลักฐานที่ชัดเจนรวมทั้งถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันกับพรรคการเมืองอื่นๆ กกต.จะต้องสรุปสำนวนเพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ด้วยการแทรกแซงของอำนาจมืดดังกล่าวจึงทำให้อนุกรรมการอึดอัดถึงกับต้องลาออกไป 2 คน