WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 9, 2008

‘มหาเถื่อน’พ้นคุก!ปลุกม็อบคลั่งปะทะตร.ท้า'สมชาย'ล่อเป้ากระสุนแก๊สน้ำตา

แฉ!แกนนำม็อบถ่อยล่อให้จับหวังปลุกกระแส “ตุลาทมิฬ” ปั่นหัวม็อบดับเครื่องชนสีกากี จุดชนวนเหตุนองเลือดหน้ารัฐสภา “มหาเถื่อน” กร้าวหลังพ้นคุก ท้า “นายกฯ สมชาย” ล่อเป้ากระสุนแก๊สน้ำตา “จำลอง” ลั่นก๊อก 2 ประณามการสลายกลุ่มพันธมาร จนท.ใช้ความรุนแรงระงับเหตุ

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เปิดเผยภายหลังศาลอนุญาตให้ประกันตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ว่า ขณะที่ตนอยู่ภายในเรือนจำถูกปฏิบัติเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไป และถือว่าเป็นการเล่นละครในคุก

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้กำลังสลายการชุมนุม จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแขน ขาขาด รวมถึงกรณีกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมพกพาอาวุธระเบิดเข้าไปภายในการชุมนุม และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมเพียงอย่างเดียวเนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมทั้งให้นำตัวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มาสาธิตทดลองการยิงแก๊สน้ำตาว่า อาวุธดังกล่าวมีอานุภาพทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ พล.ต.จำลอง จะเดินทางไปตัดผม ก่อนจะเข้าร่วมการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล และยืนยันว่าจะมีการชุมนุมจนกว่ารัฐบาลจะลาออก



ศาล

วิเคราะห์ข่าวจากหนังสือพิมพ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหากบฏ และสะสมกำลังพล และสมคบกันเป็นกบฏแล้ว คงไว้แต่ข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการและข้อหาก่อความไม่สงบ รวม 3 ข้อหา









ศาลอาญานัดอ่านคำสั่งศาลอุธรณ์ กรณีทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นคำร้องเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯในข้อหากบฎ
ศาลอาญา รัชดาภิเษกนัดอ่านคำสั่งศาลอุธรณ์กรณีทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นคำร้องเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯในข้อหากบฎที่ห้องพิจารณาคดี 714
นายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ กล่าวว่า หากศาลมีคำสั่งเพิกถอนหมายจับในข้อหากบฎก็จะนำตัวผู้ต้องหาที่เหลือทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลานายอมร อมรรัตนนนท์ นายเทอดภูมิ ใจดี นายสมศักดิ์ โกศัยสุขและนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เข้ามอบตัวกับตำรวจแต่หากศาลยกคำร้องก็จะยื่นฎีกาต่อไป
สำหรับบรรยากาศที่ศาลอาญาวันนี้แม้ว่าจะมีการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่แต่ไม่เข้มงวดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นเพราะแกนนำพันธมิตรฯได้สั่งห้ามผู้ชุมนุมมาฟังคำสั่งที่ศาล
ล่าสุดศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหากบฏ และสะสมกำลังพล และสมคบกันเป็นกบฏแล้ว คงไว้แต่ข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการและข้อหาก่อความไม่สงบ รวม 3 ข้อหา
เนื่องจากศาลเห็นว่าหมายจับเดิมมีการตั้งข้อกล่าวหาบางข้อที่เลื่อนลอย และยังไม่มีเหตุอันควรให้ออกหมายจับตามข้อหาดังกล่าว แต่ข้อกล่าวหาอื่นจากการไต่สวนรับฟังได้ว่าสิ่งที่จำเลยกระทำมีความผิดจริง เช่น การชุมนุมดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ศาลเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน
ดังนั้น ศาลจึงให้พิพากษาแก้ เป็นการให้เพิกถอนหมายจับเดิมจำเลยทั้ง 9 เฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113, 114 และ 216 ส่วนข้อหาอื่น ๆ นอกเหนือจากนั้น ให้คงเป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุมัติหมายจับไว้ และให้ยกคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขอให้ระงับการบังคับคดีตามหมายจับดังกล่าว

จาก thaifreenews

40 ส.ว.นัดบุกศาล รธน.ยื่นตีความ สมชาย-ชินณิชา ถือหุ้นขัด รธน.ม.48 พรุ่งนี้

9 ต.ค.- นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง สมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่ม 40 ส.ว.ร่วมลงชื่อ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ถือหุ้นบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำสัมปทานกับการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 48 หรือไม่ว่า ขณะนี้ ส.ว.ในกลุ่มได้ร่วมกันลงชื่อครบ 15 คน ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว และในเวลา 13.00 น. วันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) ตนและนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา จะไปยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะยื่นกรณี น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ถือหุ้นบริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเซีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่า ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 48 เช่นเดียวกันหรือไม่ด้วย ทั้งนี้ กลุ่ม ส.ว.ไม่มีอคติและสาเหตุที่ไม่ไปยื่นตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา เพราะนายเรืองไกร ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ

นายสาย กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การถือหุ้นดังกล่าวมีความผิด จะส่งผลให้นายสมชาย พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมทั้งคณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นไปด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีก็ทราบ และลึกๆ แล้วอาจจะสะดุ้งอยู่ในตัว เพราะนายสมชาย เคยเป็นนักกฎหมายมาก่อน แต่ที่ทำนิ่งๆ ไว้ก็เพื่อกลบเกลื่อนเท่านั้น. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-09 16:56:45

ชัย ชี้เพิกถอนข้อหากบฏ ยังไม่ช่วยสถานการณ์ดีขึ้น

9 ต.ค. - นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่กลุ่มแพทย์ และนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อสอบหาผู้สั่งการและผู้ทำผิด ในการสลายการชุมนุมของพันธมิตรฯ ที่ปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา และยังไม่มีความเห็น แต่ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว จึงน่าจะเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารที่จะเป็นผู้ดูแล

สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 15 ตุลาคม นี้ นายชัย กล่าวว่า จะต้องดูสถานการณ์และวาระการประชุมก่อน แต่เท่าที่เห็นยังไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไร อย่างไรก็ตาม ถ้าจะมีการประชุมก็ต้องใช้ห้องประชุมที่รัฐสภา จะไม่ไปประชุมที่อื่น คิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไร เพราะทหารออกมาดูแลแล้ว

ส่วนกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหากบฏ นายชัย เห็นว่า คำสั่งดังกล่าวยังไม่ได้ทำให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้น เพราะพันธมิตรฯ ยังไม่ยอมถอนการชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล และจะยิ่งทำให้หนักกว่าเก่าอีก ขณะที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะรัฐบาลยังไม่ได้ทำงาน จึงต้องการให้ทุกฝ่ายนับถือกฎหมาย .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-09 16:41:26

ผบ.ตร.แจงใช้แก๊สน้ำตาเบาที่สุดแล้ว

กรุงเทพฯ 9 ต.ค.– ผบ.ตร. ยืนยันการใช้แก๊สน้ำตาเปิดทางให้ ส.ส. และ ส.ว.เข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นมาตรการเบาที่สุดแล้ว

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเยี่ยมอาการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ด้วยความห่วงใยและให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน รวมทั้งได้มอบเงินจากกองทุนสวัสดิการตำรวจแห่งชาติ ช่วยเหลือเบื้องต้นคนละ 5,000 บาท ว่า สนับสนุนการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และตำรวจเองก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย และขอชี้แจงเรื่องการใช้แก๊สน้ำตาเปิดทางให้ ส.ส.และ ส.ว.เข้าไปในอาคารรัฐสภา เป็นมาตรการเบาที่สุด และที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ยังเห็นพ้อง ”เมื่อเป็นหน้าที่ของตำรวจ ก็ต้องปฎิบัติโดยคำนึงถึงความปลอดภัยประชาชนมากที่สุดและหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ยังต้องใช้มาตรการเดิม ในส่วนของกองทัพจะเข้ามาช่วยดูแล ควบคุมในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-09 15:55:14

เพลงเบื่อพันธมิตร ( I Hate Somebody )

มติชนแพร่ภาพมือปืนยิงตำรวจ-พธม. โผล่อยู่กลางม็อบมือตบ


เหมือน - ชายนิรนาม (ซ้าย) ที่ถูกกล่าวขานว่าเหมือนกับชายคนหนึ่ง (ขวา) ที่แอบซุ่มอยู่ในรั้วสวนสัตว์เขาดิน และใช้ปืนสั้นเล็งมาทางฝูงชนและกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในวันเกิดเหตุปะทะ (ภาพ:มติชน)

จาก Thai E-News

ประชาทรรศน์ตูน



จุฬาฯฮือ!ล้อมสตช.ย้ำชนวนบึ้มไม่ใช่แก๊สน้ำตา


หมอผ่าตัด 3 สถาบันจัดเสวนา “ความจริงทางการแพทย์” หาข้อเท็จจริงเหตุสลายม็อบถ่อยหน้ารัฐสภา ชี้ชนวนบึ้ม! ไม่ใช่แก๊สน้ำตาแต่เป็นระเบิดตั้งข้อสังเกตมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง เผยคณะแพทย์-นักศึกษาจุฬาฯกว่า 2 พัน แต่งชุดดำบุก สตช.เรียกหาคนผิด ขณะที่หมอจุฬาฯ ปัดไม่ยอมรักษาตำรวจที่เข้าสลาย “ม็อบคลั่งชาติ”

ศัลยแพทย์จาก 3 สถาบัน จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “ความจริงทางการแพทย์ จากเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551” ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน โดยภายในงานมีการรวบรวมภาพบาดแผลของผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า บาดแผลแต่ละแบบนั้น น่าจะเกิดจากอะไร

โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.พ.อัจฉริยะ สาโรวาท อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยกรรม คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ยืนยันว่า บาดแผลที่ทำให้กระดูกหัก ไม่น่าจะเป็นเพราะแก๊สน้ำตา แต่น่าจะเป็นระเบิด เพราะต้องได้รับแรงกระทบกระเทือนที่รุนแรงมาก

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วยว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับกำลังใจที่ดีตลอดเวลา

ทางด้าน รศ.รัฐพลี ภาคอรรถ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ที่นำภาพของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมาเปิดเผย อย่างเช่นภาพผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนิ้วขาด และแขนขา โดยระบุว่าจากการผ่าตัดพบรอบแผลของผู้ป่วย มีรอยเขม่าดินปืนติดอยู่โดยรอบ และยังพบสะเก็ดยางฝังอยู่ภายใน จึงเชื่อว่าแผลที่เกิดขึ้นไม่น่ามาจากการยิงแก๊สน้ำตาเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน คณะแพทย์และนักศึกษาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แต่งกายด้วยชุดสีดำ จำนวนกว่า 2,000 คน ได้รวมตัวกันที่บริเวณลานสนามกีฬามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และได้เคลื่อนขบวนเดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมารับผิดชอบกรณีสลายการชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยผู้ชุมนุมจะเดินทางไปตามถนนพญาไท ออกสู่ถนนปทุมวัน และมุ่งหน้าไปตามถนนพระราม 1 ผ่านหน้าห้างสยามพารากอน มุ่งหน้าเข้าไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้มีตัวแทนผู้บริหาร ออกมาแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีแพทย์พยาบาลบางส่วนออกมาประกาศไม่รับรักษาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมสลายการชุมนุมดังกล่าว


เหยื่อคาร์บอมบ์ที่แท้พธม.แฉ!ขนระเบิดมาเองเต็มรถ


ที่แท้เหยื่อคาร์บอมบ์ก็ไม่ใช่ใคร เป็นผู้ปนะสานงานพันธมิตรฯ น้องเขยอดีตสว.คนดัง “การุณ ใสงาม” ที่ออกจากราชการมาเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2548 ตำรวจพิสูจน์หลักฐานชี้ชัด แรงระเบิดออกมาจากในตัวรถแน่ ส่วนผู้ตายคล้ายกำลังก้าวขาหยิบของข้างใน พบเจ้าของรถก็เป็นม็อบสายกองทัพธรรม แต่ยังอ้างไม่รู้จักกัน “จตุพร” จี้ให้ตำรวจเร่งตรวจสอบ เป็นระเบิดชนิดเดียวกับที่ออกมาทำร้ายทั้งประชาชนที่ไม่รู้เรื่องและตำรวจจนบาดเจ็บกันระนาวหรือเปล่า ประณามพวกคิด “ชั่ว” สนใจแต่จะล้มรัฐบาลเพื่อตัวเอง โดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของคนอื่น

จากกรณีเกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่หน้าพรรคชาติไทย ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตไป 1 ราย ทราบชื่อว่าน่าจะเป็น พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ “สารวัตรจ๊าบ”ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรบุรีรัมย์ และเป็นน้องเขย นายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว.บุรีรัมย์ นั้น

เมื่อตอนสายวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมาพ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.ดุสิต พร้อมเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพาวุธ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุรถจี๊ป CHEROKEE สีครีม ทะเบียน พต-4755 กทม.ระเบิด บริเวณฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย ถนนสุโขทัย แถวแยกพิชัย

จากนั้น พ.ต.อ.สมชาย เปิดเผยว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของลูกชายนายชัยวัฒน์ นามจิตร อายุ 54 ปี ซึ่งนายชัยวัฒน์ เป็นกลุ่มพันธมิตรฯ สายกองทัพธรรม จากการสอบสวน นายชัยวัฒน์ ให้การว่า ได้ขับรถคันดังกล่าวมาจอดเพื่อเข้าไปร่วมชุมนุม และกำลังรีบร้อนจึงจำไม่ได้ว่าล็อกประตูรถไว้หรือเปล่า หลังจากขับมาจอดได้ประมาณ 10-15 นาที รถก็เกิดระเบิดขึ้น ส่วนผู้ตายนั้น นายชัยวัฒน์ ได้ให้การว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

การตรวจสอบเบื้องต้นพอจะทราบว่าผู้ตาย คือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี อดีต สวป.สภ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรฯ จ.บุรีรัมย์ แต่ได้ลาออกจากราชการไปนานแล้ว ส่วนลาออกเมื่อไรนั้นต้องตรวจสอบอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่ต้องชี้ชัดหลังจากผลตรวจ ดีเอ็นเอ ยืนยันก่อน

พ.ต.อ.สมชาย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องระเบิดนั้น เป็นการระเบิดออกมาจากห้องโดยสารอย่างแน่นอน เป็นไปได้ว่าผู้ตายอาจจะเป็นคนพกพามาเอง แต่ว่าเรื่องที่ผู้ตายเข้าไปอยู่ในรถของ นายชัยวัฒน์ ได้อย่างไรนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบที่มาที่ไป คงต้องรอผลการสอบสวนก่อน ส่วนระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่อง แต่จะเป็นระเบิดชนิดใดนั้นต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บช.น.กล่าวว่า ตามประสบการณ์ของตน คาดว่าระเบิดเกิดจากห้องโดยสาร เป็นไปได้ว่าผู้ตายนำระเบิดมาเอง เพราะสภาพผู้ตายและสภาพรถ บ่งบอกว่าผู้ตายก้าวขาขวาเข้าไปฝั่งซ้ายของตัวรถ แล้วลักษณะท่าทางคล้ายกับก้มเอามือหยิบสิ่งของบางอย่างในห้องโดยสาร แต่กลับเกิดระเบิดขึ้นมาเสียก่อนจนทำให้ร่างกายแหลกเหลว

ส่วนตัววัตถุระเบิดนั้นจะเป็นชนิด ซีโฟร์ ไดนาไมค์ หรือชนิดใดนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนวัตถุพยานและหลักฐานอื่นๆ ในที่เกิดเหตุเก็บได้น้อยมาก เนื่องจากถูกเปลวเพลิงไหม้จึงเหลืออยู่น้อย ซึ่งระเบิดดังกล่าวตนขอยืนยันว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องอย่างแน่นอน เพราะหลักฐานเท่าที่พบในที่เกิดเหตุนั้นเป็นแผงวงจรโทรศัพท์มือถือ

หลังจากนั้น พ.ต.ท.กำธรได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุจุดที่เกิดระเบิดจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บขาขาด บริเวณฟุตบาธหน้าประตูประสาทเทวฤทธิ์ แยกอู่ทองใน เขตดุสิต พบมีร่องรอยแตกที่พื้นปูนเป็นหลุมขนาดเล็กกว้างประมาณ 3 นิ้ว ลึก 2 มิลลิเมตร ยังมีรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ โดย พ.ต.ท.กำธร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าจุดดังกล่าวที่เสียหาย น่าจะเกิดจากแรงระเบิดตามแนวตรง ลักษณะขว้างมาหรือตกลงตรง ๆ ก็ได้ มีแรงอัดมากพอควร แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นระเบิดชนิดไหน

ระหว่างนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดของสำนักงานเขตดุสิต ที่กำลังทำความสะอาดอยู่บริเวณแยกอู่ทองใน เดินมาแจ้งกับพ.ต.ท.กำธร ว่าพบวัตถุระเบิด ที่สวนหย่อมที่ปลูกอยู่บนฟุตบาธ จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดปิงปอง 1 ลูก ระเบิดขวด 2 ลูก ส่วนในรั้วของหัวมุมรัฐสภา พบระเบิดมือแบบทำเองขนาดเท่ากระป๋องสีสเปรย์มีเทปพันสายไฟสีดำพันรอบภายในบรรจุตะปูและเศษแก้ว จึงเก็บกู้ไว้ตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไป

ด้าน นางสาวเพ็ญพิมล ใสงาม อายุ 41 ปี ภรรยา พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี เปิดเผยว่า สามีเป็นคนดีเป็นที่รักของทุกคน เนื่องจากมีนิสัยทุ่มเททำงานและมีอุดมการณ์สูง และสามียังรู้สึกภาคภูมิใจกับการได้ทำหน้าที่หัวหน้าการ์ดของกลุ่มพันธมิตรฯมาก โดยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอยู่บ้านที่จ.บุรีรัมย์ จะเดินทางไปร่วมชุมนุม รวมทั้งฝึกและนำกลุ่มการ์ดไปรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมตลอด ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ที่มีการจัดชุมนุมหรือ เปิดเวทีของพันธมิตรฯ

ล่าสุดเดินทางจากบ้านไปเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยโทรศัพท์กลับมาคุยกับตน บอกว่า “ชาวบุรีรัมย์จะใจดำไม่ยอมไปร่วมชุมนุมเลยหรือ”พร้อมบอกให้แจ้งข่าวแก่เครือข่ายพันธมิตร บุรีรัมย์ เพื่อนัดรวมพลที่กรุงเทพฯ ตนจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

แต่เมื่อเดินทางถึงกรุงเทพฯ ในช่วงค่ำวันที่ 7 ตุลาคม ก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้อีกเลย จนทราบข่าวว่าผู้ที่ถูกระเบิดในรถยนต์ที่บริเวณหน้าพรรคชาติไทย นั้น อาจเป็นสามีตน ซึ่งขณะนี้ค่อนข้างแน่ชัด โดยนายการุณ ใสงาม พี่ชาย พร้อมด้วยพี่สาว และลูกชายของ พ.ต.ท.เมธี กำลังเดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

ส่วนที่มีข่าวในทำนองว่าผู้เสียชีวิตมีความเกี่ยวโยงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริเวณรอบๆ การชุมนุมมีรถที่ติดสติ๊กเกอร์พรรคจอดอยูหลายคันนั้น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.เมธี น้องเขยของนายการุณ ใสงาม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.บุรีรัมย์ และอดีต ส.ว. ที่เสียชีวิตแต่อย่างใด

“ไม่มีเอี่ยว มันจะไปเอี่ยวกันได้ยังไง ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร ไม่ทราบด้วยว่าเขามีอาวุธ ปชป.ไปเกี่ยวยังไง ผมเองก็ไม่ได้ทราบว่าเป็นใคร ยังไม่ได้ดูข้อมูลเลย เรื่องนี้ต้องไปถามคุณการุณ เพราะเป็นน้องเขยคุณการุณ ไม่ใช่น้องเขยผม” นายสาทิตย์กล่าว

เมื่อสอบถามประเด็นดังกล่าวไปยังนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธตอบคำถามเช่นกัน

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ออกมากล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.เมธี เสียชีวิตจากรถจี๊ประเบิดว่า อดีตนายตำรวจผู้นี้เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรฯ การที่ขึ้นไปนั่งบนรถเชอรากีสีขาวคนเดียวแบบนั้น ก็คือคำตอบทั้งหมดแล้ว ประชาชนปุถุชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทุกคนย่อมทราบว่ารถระเบิดขึ้นมาได้อย่างไร ทีนี้ต้องพิสูจน์กันต่อว่าระเบิดที่มีอยู่เกลื่อนเหตุการณ์ที่ใครๆ ก็บอกว่า ในการชุลมุนมีคนนำระเบิดมาใช้ในเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นอย่างไร จากใคร

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวคล้ายกับเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งตอนนั้นก็มีการใช้ระเบิดกัน และมีคนในกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาบอกว่าเป็นคนนำมาใช้ป่วนเอง ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะต้องมีคนออกมาผสมโรง โดยไม่คำนึงถึงพี่น้องประชาชน ว่าจะเสียหายจากการนำระเบิดมาใช้อย่างไร มีเพียงเป้าประสงค์เดียวคือการล้มล้างรัฐบาล

ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือ 1. ลูกระเบิดที่ทำให้รถจี๊ปคันดังกล่าวระเบิด เป็นลูกระเบิดประเภทใด ซึ่งส่วนนี้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบ 2. ตรวจดูว่าเป็นลูกระเบิดชนิดเดียวกับที่ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือไม่

ทั้งหมดนี้ เป็นเหตุให้สงสัยว่าเหตุการณ์รถระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะตำรวจเองก็ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดเช่นกัน นอกเหนือจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานก็ถูกยิง ถูกแทง แต่ข่าวทั้งหมดถูกกลบด้วยสื่อของพันธมิตรฯ

จึงเป็นเรื่องที่เข้าข่ายผิดปกติ สำหรับการเกี่ยวพันของนายตำรวจท่านนี้ ข้อสงสัยคือ ใครทำ และทำเพื่ออะไร
นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่าได้มองเหตุการณ์ทั้งหมด นับตั้งแต่พล.ต.จำลอง ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ถูกจับกุมตัวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้มีเจตนาเรียกให้ประชาชนออกมาชุมนุมกดดันรัฐบาล
และการที่ระดมคนมาปิดล้อมรัฐสภาก็แสดงให้เห็นว่าต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นในบ้านเมือง เชื่อว่ามีคนต้องการให้เกิดความรุนแรงสูงสุดถึงเสียชีวิตด้วย อาจจะเป็นมือที่สาม ซึ่งก็น่าเชื่ออีกว่าเป็นเรื่องที่คนบางคนต้องการให้เกิด ซึ่งประชาชนที่ออกมาชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ทราบ แต่กลายเป็นว่าต้องรับเคราะห์ไป ทั้งนี้ก็มุ่งให้กองทัพออกมาทำรัฐประหาร ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้ดำเนินการอย่างสงบ เป็นเรื่องที่ต้องตีแผ่ให้สังคมรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็จะต้องขยายผลสืบสวน

“ในขณะที่ตำรวจมีมาตรการใช้แก๊สน้ำตา ส่วนคนที่เสียชีวิตคือคนที่ถูกอาวุธทำร้าย ไม่ใช่แก๊สน้ำตา มันเป็นเรื่องของมือที่สามที่ต้องการให้เกิดความเสียหาย บัดนี้รู้แล้วว่าทั้งส.ว. หรืออธิการบดี 24 คน ได้แสดงอาการต่างๆ ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งเป็นขั้นตอนที่หวังผล โดยมีประชาชนเป็นเหยื่อ”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีหน้าที่แถลงความจริงให้ปรากฏ เพราะประชาชนจำนวนมากยังรอฟังข้อเท็จจริงอยู่ การที่รัฐบาลที่อยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่เป็นการดี ต้องแถลงออกมาให้บ่อยครั้งที่สุด เพื่อประชาชนจะได้รับทราบความจริง