WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, October 21, 2008

ที่ศาลฎีกา มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

ศาลฎีกา 21 ต.ค. - วันนี้ ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาคดีทุจริตที่ดินรัชดา ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นจำเลย ขณะเดียวกันก็มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลฎีกาอย่างเข้มงวด

คดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญเพราะเป็นคดีแรกที่จะมีการตัดสิน หลังยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชนรวมทั้งสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอฟังคำพิพากษา ส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด หลังมีกระแสข่าวว่า จะมีประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ที่จะมาติดตามความเคลื่อนไหว โดยมีการนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณทางเท้าตั้งแต่ถนนราชดำเนินในไปจนถึงศาลหลักเมือง และก่อนประตูทางเข้าศาลฎีกา ตรวจตรารถเข้าออก แลกบัตรประจำตัวก่อนเข้าภายในบริเวณศาล นอกจากนี้ มีการนำป้ายประกาศเตือนห้ามส่งเสียงรบกวนการพิจารณาของศาลเนื่องจากจะเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้.

ขมรายลายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-21 11:20:00




หากินกับศพ กรณีน้องโบ วีรสตรี พธม.

บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ก็ยังเป็นที่คลุมเครือสงสัยกันค่อนข้างมากว่า น..อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบ ตามที่สื่อเรียกขานกัน เสียชีวิตในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เวลาประมษร 18.30 -19.00 น. ในช่วงที่ กลุ่มพันธมิตร ทุ่มกำลังมวลชนเข้าบุก กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจได้ใช้แก้สน้ำตายิงสลายฝูงชนที่พยายามบุกเข้าไป บชน.

ศพที่สองของวันที่ 7 คือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หัวหนัาการ์ดพันธมิตร นายตำรวจนอกราชการ น้องเขยนายการุณ ใสงาม อดีต สว. บุรีรัมย์ รายนี้เสียชีวิตจากการระเบิดในรถเชอโรกีที่หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย ซึ่งรถคันนี้ขนระเบิดมา และคาดว่าผู้ตายเป็นคนนำมา




หลังจากเหตุการณ์วันนั้นแล้ว ฝ่ายพันธมิตร นักวิชาการแนวร่วมพันธมิตร สื่อทั้งหลาย รวมทั้งกลุ่มชนชั้นนำต่างๆ ที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลต่างก็พยายามออกมาสร้างกระแสว่า "ตำรวจฆ่าประชาชน" รัฐบาลมือเปื้อนเลือด รัฐบาลฆ่าประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงในการสลายม็อบ และแก้สน้ำตา ทำให้มีคนบาดเจ็บขาขาดจำนวนมาก รวมทั้งมีผู้เสียชีวิต

คนกลุ่มนี้ หากจะเรียกให้ถูกคือ พวกอำมาตยาธิปไตยนั่นเอง พวกนี้หาประโยชน์จากคนตายทั้งสองคน เพื่อใช้เป็นชนวนสำหรับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างเต็มที

คนพวกนี้ จงใจที่ปิดตาข้างหนึ่งโดยไม่ยอมมองในมุมอื่น พยายามที่จะชักนำสังคมให้ได้ว่า ผู้ตายทั้งสองคนเป็น วีรชนของชาติ ป้องป้องราชบัลลังค์ ทั้ง ๆ ที่ ความตายของคนทั้งสองนั้น เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และเข้าข่ายก่อการจลาจลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกรณี พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี นั้นตายจากการระเบิดของรถยนต์ที่ขนระเบิดมา ไม่มีใครในกลุ่มนักวิชการ พรรคฝ่ายค้านถามสักคนเดียวว่า พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี ขนระเบิดจำนวนมากมาทำไม เขามีจุดมุ่งหมายอย่างไรในการขนระเบิดมาในภาวะวิกฤตเช่นนั้น เขาจะนำเอาระเบิดไปทำอะไร ?



หากถามคำถามเหล่านี้ เราก็จะรู้ทันทีอย่างผู้มีปัญญาว่า คนๆ นี้ไม่ใช้วีรชนแต่อย่างใด แต่เข้าข่าย ตรงกันข้ามเลยทีเดียว

กรณี น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ผู้เสียชีวิตอีกคนหนึ่งนั้น ก็ไม่ได้เสียชีวิต จาการเข้าสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาในตอนเช้าวันที่ 7 ตุลาคม ที่ ตำรวจจำเป็นต้องใช้แก้สน้ำตา เพื่อเปิดทางเดินให้ ผู้แทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา แต่ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ นั้นเสียชีวิต ในตอนเย็นวันนั้นคือ เวลาระหว่าง 18.00 -19.00 น. ช่วงที่ม็อบพันธมิตร บุก บชน. ซึ่งมีผู้บันทึกเทปแกนนำได้ว่า ม็อบกลุ่มนี้ต้องการบุกข้าไป เผากองบัญชาการตำรวจนครบาล จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้แก้สน้ำตายิงสลายผู้ก่อการจลาจลกลุ่มนี้

จากเหตุการณ์ข้อเท็จจริง ทั้งสองคนที่เสียชีวิต ไม่ใช่วีรชนแต่อย่างใด แต่เป็นผู้ที่จงใจก่อความไม่สงบ และต้องการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อเปิดทางให้ทหารมาทำรัฐประหาร




ไม่จำเป็นต้องพูดว่า แก้สน้ำตา ทำให้คนตายได้หรือไม่ เพราะกรณีนี้มีภาพ และคลิปวิดีโอจำนวน มากที่อาจคิดได้ว่า มีการนำระเบิดปิงปองเข้าไปเพื่อใช้ก่อจลาจล คนบาดเจ็บล้มตาย มาจากอาวุธของ พธม.ทั้งสิ้น

ซึ่งวลายิ่งนาน ความจริงยิ่งปรากฎ มากขึ้นเรื่อย ๆ

สังคมไทยยุคนี้เป็น "สังคมสามานย์" สื่อสามานย์ นักวิชาการเลว เป็นสังคมที่ไม่ต้องการพูดความจริง หรือพูดเฉพาะส่วนที่ตัวเองได้ประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น กรรมการสิทธิมนุษยชน นักวิชการ สื่อ และฝ่ายค้านทั้งหลาย พวกนี้ พูดความจริงเฉพาะส่วนที่ใช้เป็นประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น สังคมโกหกหลอกลวงเช่นนี้ ยังจะมากล่าวอ้างว่าเป็นสังคมแห่ง คุณธรรมจริยธรรม ได้อย่างไม่อายปากเลย

พวกนี้วางแผนอย่างเหี้ยมโหดที่ใช้ชีวิตของประชาชน เพื่อแย่งชิงอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หลังจากที่มีศพเกิดขึ้น คนเหล่านี้ก็ใช้กระบวนการทางสื่อ สร้างภาพ ป้ายสีว่ารัฐบาลฆ่าประชาชน ซึ่งหากเรามีสติสักนิด และพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล เราก็จะเห็นช่องโหว่มากมาย ในคำกล่าวหาของ พันธมิตร และพวกอำมาตยาธิปไตยนี้

เมื่อพวกเขาจงใจที่จะบิดเบือนความจริง แต่โลกยุคดิจิตอล มีเทคโนโลยีมากมาย ที่จะนำความจริงสู่ประชาชน การสร้างกระแสของคนเหล่านี้จึงไม่ส่งผลอะไรมากนัก ไม่มีองค์กรระหว่างประเทศ หรือสื่อต่างประเทศ หรือรัฐบาลต่างประเทศรัฐบาลใด ที่ประณามรัฐบาลไทยว่าใช้ความรุนแรงในการสลายม็อบ ประชาคมโลกต่างรู้ว่าความจริงคืออะไร สื่อต่างชาติจำนวนมาก สามารถถ่ายภาพเหตุการณ์ต่างๆ ได้ค่อนข้างชัดเจน จนสื่อต่างชาติทั้งหลาย สรุปว่า ม็อบเหล่านี้ติดอาวุธ และไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่อย่างใด

ตำรวจและรัฐบาลจึงมีความชอบธรรมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะสลายการก่อจลาจลของฝูงชนที่บ้าคลั่งเหล่านี้

ไม่มีวีรชนในวันที่ 7 ตุลาคม มีแต่ผู้เคราะห์ร้าย และผู้ที่บาดเจ็บจากการก่อจลาจล


ลำดับเหตุการณ์ก่อจลาจลของกลุ่มพันธมิตรวันที่ 7 ตุลาคม 2551


6 ต.ค.2551


18.20 น. แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มประกาศเชิญชวนประชาชนในทำเนียบรัฐบาลขยายพื้นที่ ชุมนุม ไปหน้ารัฐสภา ขณะนั้นผู้ชุมนุมบริเวณทำเนียบประมาณ 6,000 คน

19.55 น. กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 4,000 คน เดินทางถึงหน้ารัฐสภา 4,000 คน ปิดล้อมทั้งด้านถนนอู่ทองใน และถนนราชวิถี

7 ต.ค.2551

01.30 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศจะขัดขวางไม่ให้มีการประชุมรัฐสภา ผู้ชุมนุมบริเวณทำเนียบ 4,500 คน, รัฐสภา 1,700 คน

06.15 น. กำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล 12 กองร้อย เข้าปฏิบัติการตามแผนโดยนำกำลังเข้าทางด้านถนนราชวิถีแยกการเรือน, ถนนพิชัย แยกขัตติยานี เพื่อนำ กำลังเข้ารักษาความปลอดภัยภายในรัฐสภา

08.25 น. นาย สมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัย บนเวทีทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้แรงงานรัฐวิสาหกิจหยุดงาน เพื่อ ออกมาร่วมชุมนุมกันที่หน้ารัฐสภาให้มากที่สุด โดยขอให้ผู้ชุมนุมรวมตัวกัน เดินทางไปยังแยกพิชัย เพื่อปิดกั้นเส้นทางของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเข้า บริเวณประตูปราสาทเทวฤทธิ์ ด้านข้างรัฐสภา ถนนราชวิถี

08.30 น. เกิดเหตุไฟดับภายในอาคารรัฐสภา โดยมีกระแสข่าวว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ตัดสายไฟบริเวณด้านนอกรัฐสภา ทำให้บริเวณภายในรัฐภา ไฟดับบางส่วน อย่างไรก็ตาม ภายในอาคารรัฐสภาได้ใช้ไฟสำรองจากเครื่องปั่นไฟ แทน ซึ่งไฟฟ้าสำรองดังกล่าวจะสามารถใช้ได้เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

09.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ออกจากบ้านพัก คาดว่า จะเดินทางมาที่รัฐสภา ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ถูกส่งไปยัง โรงพยาบาลรามาธิบดี

10.54 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณลานพระ บรมรูปทรงม้า ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมหนีกระเจิง อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฯ ได้ล้อม สภาทุกจุดแล้ว

11.00 น. ตำรวจได้เสริมกำลังควบคุมสถานการณ์บริเวณรอบนอกรัฐสภา โดยเฉพาะ ถนนพิชัย ที่เป็นทางเดียวที่เปิดให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีเข้า ไปแถลงนโยบายในรัฐสภา แต่ทางด้านพันธมิตรฯ ยังไม่ยอมเปิดทาง

11.25 น. ผู้บัญชาการทหารบก เรียกประชุม 5 เสือ ทบ. ติดตามและประเมินสถานการณ์ ความวุ่นวาย ขณะ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ เข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ บ้านสี่เสาเทเวศร์

11.59 น. พันธมิตรฯ กลับมายึดพื้นที่ถนนอู่ทองในตัดกับถนนราชวิถีได้แล้ว โดยผลักดันกำลังตำรวจได้สำเร็จ

12.00 น. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ระดมปาขวดน้ำบรรจุน้ำปัสสาวะเต็ม ขวดข้ามเข้ามาในรั้วสภา และอีกส่วนหนึ่งกำลังช่วยกันพลิกคว่ำรถขังผู้ต้องหาของ ตำรวจจนคว่ำลงไป

12.05 น. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เข้าปิดล้อมอาคารรัฐสภาอีกครั้ง หลังจาก ที่ ถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเปิดทางเข้ารัฐสภาในช่วงเช้า โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูฝั่ง ถ.ราชวิถี จากนั้น พั นธมิตรได้ใช้แผงเหล็กกั้นแล้วนำโซ่มาล่ามประตูและล็อกกุญแจหลาย ชั้นเพื่อ ไม่ให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ภายในอาคารออกมาได้

12.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโจมตีนายกรัฐมนตรีว่า เป็นคนที่ไร้เกียรติ ไม่จริงใจ ไม่ทำตามที่ตกลงไว้ สภาทนายความออกแถลงการณ์ ให้ตำรวจยุติการใช้ความรุนแรง

12.59 น. ตำรวจเจ็บ 2 นาย จากการที่ปะทะกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ บริเวณหน้ารัฐสภา ซึ่งตำรวจ 1 ใน 2 นายนี้ โดนด้ามธงเสียบท้องทะลุหลังด้วย และถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า

13.00 น. การะประชุมแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภาได้สิ้นสุดลง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ปิดการประชุม ขณะที่ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภา ยังไม่สามารถออกจากอาคารรัฐสภาได้

15.00 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยึดรถกระบะเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคัน นำมาปิด ถนนนครราชสีมา หน้า มหาวิทลาลัยราชภัฏสวนดุสิต พร้อมทั้งขนยาง รถยนต์สกัดแนวกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงทางแยกขึ้นสะพานซังฮี้ จำนวนหลายกองร้อย

15.00 น. ด.ต.ทวีป กลั่นเนียม สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งถูกผู้ชุมนุมพันธมิตรใช้ด้ามธงปลายแหลมแทงเข้าที่ซี่โครงทะลุปอด

15.47 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าพรรคชาติไทย โดยจุดที่ระเบิดเป็นรถจี๊ปเชโรกี ทะเบียน พต 4755 กทม. ตัวรถฉีกขาดทั้งหมด และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี อดีตข้าราชการตำรวจ ปัจจุบันเป็นแกนนำกลุ่มยามเฝ้าแผ่นดินของ พ.ป.ป.ใน จ.บุรีรัมย์

18.00 น. พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และเพื่อนร่วม รุ่น จปร.7 กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร เผยว่าเหตุการณ์พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปะทะตำรวจเป็นแผนของ พล.ต.จำลอง เตรียมไว้แล้ว เมื่อ พล.ต.จำลอง ถูกจับ ก็ให้คนเข้ามาในกรุงเทพฯ และเข้ามายึดรัฐสภา โดย พยายามสร้างสถานการณ์ให้เหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่ขณะนี้ไม่มีคนนำ ทำ ให้เหตุการณ์ไม่จบแบบนั้น

18.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประสานรถพยาบาล เพื่อเข้ามารับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ที่ถูก ยิงบาดเจ็บ จากการสาดกระสุนใส่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแต่รถพยาบาล ไม่สามารถเข้าไปในอาคารรัฐสภาได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายแรก ที่ได้รับ บาดเจ็บ จากการถูกยิงเข้าบริเวณไหปลาร้าด้านขวา มีการใช้มีดผ่าลูกกระสุนออก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายหนึ่ง ที่ถูกยิงบริเวณราวนมด้านขวา ยังอยู่ในอาการ อันตราย หน่วยพยาบาลจึงพยายามปฐมพยาบาลและประสานรถพยาบาล ให้เข้าไป รับตัว

18.38 น. กองทัพภาคที่ 1 ส่งทหารเสนารักษ์ เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ ขณะโฆษกกองทัพบกยืนยัน ทหารไม่ได้เลือกข้าง

18.55 น. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา-สวนดุสิต ประกาศหยุดการเรียนการสอน ซึ่งรวมทั้งโรงเรียนสาธิตด้วย ระบุ รอดูสถานการณ์การเมืองก่อน

18.57 น. พันธมิตรยกทัพจากรัฐสภา กลับเข้าทำเนียบ หวั่นมือที่สามสร้างสถานการณ์

19.06 น. ลำเลียงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ที่ถูกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาที่โรงพยาบาล ขณะผู้ชุมนุมขับรถกระบะเข้าชนรองสารวัตร ที่แยกอู่ทองใน

19.25 น. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุก ฝ่ายยุติความรุนแรง และใช้สติแก้ปัญหาทางออกอย่างสันติ เตือนนักข่าวปฏิบัติ หน้าที่อย่างระมัดระวัง

19.28 น. ตำรวจและผู้ชุมนุมกว่าร้อยนายตรึงกำลังที่ ถนนศรีอยุธยา หน้ากองบัญชาการ ตำรวจนครบาล

20.02 น. ยังคง มีกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พันธมิตร ที่นำผ้าปิดพรางใบหน้า และนำ เครื่องขยายเสียงมาปราศรัยโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ บช.น.เป็นระยะ ๆ ด้วย

20.18 น. ทหารตรึงกำลังเข้มหน้ากองทัพบก และแยก จปร.รอเสริมทัพตำรวจ หาก สถานการณ์ชุมนุมบานปลาย

21.00 น. สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และกลุ่ม พ.ป.ป.กลับเข้ารวมตัวในบริเวณทำเนียบ รัฐบาลทั้งหมด

21.30 น. ตำรวจเริ่มตั้งแถวตรึงกำลังบริเวณระหว่างหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล กับ ลานพระบรมรูปทรงม้า เนื่องจากมี พ.ป.ป.กลับมารวมตัวเป็นระยะ ๆ

----------------------------

จาก thaifreenews

Monday, October 20, 2008

นักวิชาการหยั่งท่าทีกองทัพ! รุมกินโต๊ะ‘อนุพงษ์’ปฏิวัติเงียบแหกม่านประชาธิปไตย

นักวิชาการหยั่งท่าที ผบ.เหล่าทัพ รุมจวก “อนุพงษ์” จ้อผ่านสื่อฯ จั่วหัวกองทัพ “ปฏิวัติเงียบ” เพื่อกดดันรัฐบาล ระบุผิดหลักการประชาธิปไตย ย้ำไม่มีประเทศไหนในโลกทำกัน หวั่นประเทศไทยถอยหลังลงคลองซ้ำรอยรัฐประหารปาหี่เมื่อปี 49

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังวุ่นวาย จากกลุ่มคนที่ออกมาให้ร้ายรัฐบาล ขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินและทำตัวเย้ยกฎหมาย ทั้งยังปลุกระดมผู้คนผ่านกระบอกเสียงในมือนั้น เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเริ่มวิตกกังวลว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเริ่มมีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมชั่วดังกล่าวมากขึ้นทุกวัน และมีการรวมกลุ่มรวมตัว จนเป็นที่มาของข่าวลือว่าจะถูกนำเป็นข้ออ้างในการ...ปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่วางตัวไม่เป็นกลาง ไม่เหมาะสมแก่บทบาทของตัวเอง อย่าง 5 นายพลที่ออกโทรทัศน์กดดันการทำงานของรัฐบาล

โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่เคยมีท่าทีน่าชื่นชมในการออกมาย้ำตลอดเวลาว่าไม่คิดปฏิวัติ ก็ทำเอาประชาชนทั้งประเทศผิดหวัง และมีการนำเอาไปเปรียบเทียบกับท่าทีเมื่อคราวได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ไม่สามารถแก้ปัญหา ไม่สามารถหยุดยั้งพวกทำผิดกฎหมายยึดสถานที่ราชการได้ แต่กลับมาทำเข้มกับรัฐบาลซึ่งมีที่มาถูกต้องตามวิถีทางประชาธิปไตย

จากข่าวลือปฏิวัติที่มีการรับลูกกันเป็นขบวนการ มีการปล่อยข่าวผ่านสื่อในเครือผู้จัดการ รวมไปถึงการออกโทรทัศน์ของผู้นำเหล่าทัพ ผ่านรายการของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้กลายเป็นประเด็นที่มีการติติง และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

ต่อเรื่องดังกล่าว ผศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประชาชนจะรู้อะไรมากน้อยแค่ไหนก็มาจากสื่อ ตนเองก็ทราบข่าวสารเท่าที่ได้อ่านจากสื่อมวลชนป้อนมาเท่านั้น ไม่รู้ลึกขนาดว่าการที่สื่อผู้จัดการรายงานเรื่องการปฏิวัติจะมีมูลความจริงหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่ากระแสข่าวเรื่องการปฏิวัติค่อนข้างเสียงดังมากในตอนนี้

“หากมองข้ามข่าวลือเรื่องนี้ไป แต่เกิดเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ผศ.ดร.นวลน้อย ย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ไม่ว่าจะครั้งไหนก็ตาม แม้บ้านเมืองขณะนี้มีความขัดแย้งอย่างมาก”

ส่วนกรณีที่มีนายทหารระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพเรียงหน้ามาให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ซึ่งสร้างกระแสให้สังคมว่าเป็นการปฏิวัติเงียบ กล่าวได้ว่า ไม่ใช่เรื่องปกติที่มีนายทหารออกมาแสดงท่าทีอย่างนี้ ไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนทำกัน แต่ประเทศไทยก็มีข้อแตกต่างกันอยู่มากบนสถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลเองทำอะไรได้ก็ควรจะทำ ไม่น่าจะปล่อยให้ยืดเยื้อ

ทางด้าน รศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้นำเหล่าทัพต่างก็ตระหนักดีว่าการยึดอำนาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่หากยึดอำนาจจะสร้างปัญหามากขึ้น จึงเกิดปรากฏการณ์รัฐประหารหน้าจอ

ไม่ใช่รูปแบบใหม่ เพียงแต่เป็นการกดดันรัฐบาลในที่เปิด จากสมัยก่อนกดดันโดยมองไม่เห็น ก็เปลี่ยนมากดดันกันตรงๆ ผ่านสื่อ เมื่อรัฐประหารยึดอำนาจไม่ได้ ผู้นำเหล่าทัพหันมาใช้แรงกดดันต่อรัฐบาล

เมื่อทหารยืนยันสัญญาผ่านหน้าจอขนาดนี้ว่าไม่ยึดอำนาจ และเสนอรูปแบบกดดันรัฐบาลไปแล้วก็คงไม่มีการเคลื่อนกำลังหรือเกิดความรุนแรง เพราะม็อบรุนแรงมากกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นย่อมมีสัญญาณอีกด้านออกมา

“เดาท่าทีรัฐบาลไม่ออกว่าจะทำอย่างไร หรือถ้าไม่ทำอะไรแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครตอบได้ชัดเจน ต้องรอดูหน้าจอเช่นกันว่าใครจะออกทีวี ออกมาพูดว่าอย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างอาศัยสื่อเป็นตัวกลางในการรับส่งสัญญาณการเมืองขณะนี้ ดูแล้วเหมือนการเมืองอเมริกันที่มีการดีเบตกัน” อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ระบุ



‘สมชาย’เตือน!ระวัง‘ม็อบชนม็อบ’ หวั่นพันธมารเสี้ยมมวลชนปะทุเหตุนองเลือด

“สมชาย” เตือนให้ระวัง “ม็อบชนม็อบ” หวั่น 2 ฝ่ายเผชิญหน้าปะทุเหตุความรุนแรง ย้ำให้ชุมนุมอยู่ในกรอบอย่าแหกกฎหมาย กรีดฝ่ายแค้น ปชป. “แกะดำ” ต้านตั้ง ส.ส.ร.3

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่วันพรุ่งนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ จะไปดาวกระจายที่เซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่กลุ่ม นปช.จะเคลื่อนไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่าไม่อยากให้มีปัญหามาก เดี๋ยวนี้คล้ายกับว่าเป็นเรื่องการเมืองเสียมาก คนติดตามแต่ข่าวการเมือง ทำให้การทำงานไม่ราบรื่น

ความจริงเรื่องการชุมนุมของใครต่อใคร ตนเองพูดหลายครั้งแล้วว่า ถ้าเป็นไปตามกฎหมายก็ทำได้ แต่ให้ระวัง ให้อยู่ในกรอบ ตนเองทราบว่าทุกฝ่ายหวังดีกับบ้านเมือง แต่ก็อยากให้ทำในทางที่บ้านเมืองไม่ถูกกระทบกระเทือน หรือประชาชนได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย

สำหรับการประชุม 4 ฝ่าย เรื่องการตั้ง ส.ส.ร.3 ในวันพรุ่งนี้ ที่ฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมด้วย จะมีปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้ฟังแล้ว หลายฝ่ายเห็นด้วย อย่างประธานสภา ประธานวุฒิสภา ที่เป็นผู้เชิญทุกฝ่ายเข้าไปร่วม ที่เขาไปร่วมก็เป็นหนึ่งในหัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่งตอนนั้นทุกคนก็เห็นร่วมกันว่าเป็นทางออก ประธานสภาเป็นผู้นัดผู้เชิญให้ประชุม ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะไปร่วมประชุมตามปกติ รัฐบาลเป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุน เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของพรรคการเมืองทุกพรรค รวมทั้ง ส.ว. ซึ่งประธานวุฒิสภาก็บอกว่า แนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดี

เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่เข้าร่วม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบขั้นตอน แต่ตอนที่เข้าประชุมครั้งแรก ก็เห็นว่ายังเห็นด้วย

ส่วนที่นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ในที่ประชุมครั้งก่อนนายกรัฐมนตรีเคยบอกว่า ถ้ามีใครไม่เห็นด้วยก็พร้อมจะพักเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่ทำไมยังดำเนินการต่อ นายสมชาย อึ้งไปครู่หนึ่งแล้วบอกว่า วันนั้นที่คุยกันทุกคนก็เห็นด้วย ซึ่งตนเองไม่มีความประสงค์ที่จะไปโต้แย้ง หรือทำให้เกิดประเด็นกับใครทั้งสิ้น อะไรที่เป็นทางออกที่ดีก็คิดว่าดี

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนท่าทีเรียกร้องให้ยุบสภา มากกว่าตั้ง ส.ส.ร.3 นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ก็ลองคิดก็แล้วกันว่า อะไรมันดี และมันดีจริงหรือไม่

สำหรับกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีขอเวลา 2 เดือน ก่อนจะตัดสินใจทางกรเมือง นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้ และเดินขึ้นรถกลับทันที



ชาติไทยลุ้นศาลฯฟันยุบพรรค! ยันหลักฐานอ่อนเชื่อพ้นคดี

พรุ่งนี้ "พันธุ์ปลาไหล" ชาติไทย ลุ้นศาลฯฟันคดียุบพรรค มั่นใจหลักฐานแก้ต่างสมบูรณ์ ลั่นไม่เคยหารือกับมัชฌิมาธิปไตย-พลังประชาชน

นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะคณะทำงานกรณีคดีขอยุบพรรคชาติไทย กล่าวถึงความคืบหน้าใน การดำเนินการต่อสู้คดียุบพรรค ว่า ในวันพรุ่งนี้( 20 ต.ค.) คณะทำงานฯจะติดต่อขอคัดคำฟ้องและรายละเอียดเกี่ยวกับคดียุบพรรคจากศาลรัฐธรรมนูญ

นายนิกร ระบุว่าภายหลังจากนั้นจะเตรียมคำชี้แจง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีพยานหลักฐานทั้งเอกสาร บุคคล รวมทั้งทีมทนายความที่มีความ ชำนาญในด้านกฎหมาย ซึ่งในเบื้องต้นทีมทนายความรู้สึกพอใจ เนื่องจากข้อมูลมีความสมบูรณ์มาก ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคไม่รู้สึกหนักใจ เพราะทุกอย่างต้องว่ากันไปข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้จะขอโอกาสต่อศาลเพื่อแถลงข้อเท็จจริง โดยที่ผ่านมาในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และอัยการสูงสุดไม่ได้รับโอกาสเนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างน้อย

ทั้งนี้ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยปฎิเสธว่าไม่ได้มีการหารือกับพรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรคพลังประชาชนที่ถูกพิจารณายุบพรรคด้วย เนื่องจากแต่ละพรรคมีมูลเหตุที่ไม่เหมือนกัน



'อ๋อย'ทุบผบ.เหล่าทัพอย่าไขสือ!ลั่นหยุด'พันธมาร'สลายความขัดแย้ง

"จตุรนต์" หนุนนายกฯสมชายยื้อเก้าอี้ ฉีกหน้า "บิ๊กป็อก" หลังกดดันให้ "ไขก๊อก" พ้นผู้นำรัฐบาล กรีด ผบ.เหล่าทัพอย่าไขสือ! จี้กองทัพรับผิดชอบคำพูด ลั่นหยุด "ม็อบถ่อยพันธมาร" สลายปมความขัดแย้ง

นายจตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า การเมืองไทยเวลานี้มีจุดหักเหที่จะเกิดขึ้น 2 ทาง คือ ผลที่เกิดจากการพิจารณายุบพรรคการเมืองต่างๆ อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากความเคลือนไหวของพันธมิตรฯ ส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญ

ในเรื่องการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของผู้บัญชาการทหารบก และผู้นำเหล่าทัพ ที่กดดันให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีลาออกนั้น ตนขอเรียกร้องให้นายกฯ สมชายไม่ต้องลาออกตามคำพูดของ ผบ.ทบ.

นายจตุรนต์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.และ ผบ.เหล่าทัพ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวทางสถานนีโทรทัศน์ ว่า ทหารจะไม่ทำการปฏิวัติรัฐประหารอย่างแน่นอน เพราะจะทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหายนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ตนไม่รู้ว่าการที่ ผบ.ทบ.ออกมากล่าวเรื่องการหยุดใช้อำนาจรัฐนั้น เป็นเพราะความไม่รู้และไม่เข้าใจ หรือรู้แต่ไม่มีวิธีพูด ทำให้คำพูดของท่านมีแนวโน้มที่จะทำให้ปัญหาลุกลามขึ้นไปอีก

ส่วนที่ ผบ.ทบ.กล่าวออกไปนั้น อาจเป็นเพียงการแสดงความเห็นจากคนในสังคม แต่ในขณะเดียวกันสื่อต่างๆ ได้กล่าวถึงคำพูดของผบ.ทบ.เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ผบ.ทบ.ได้เรียกร้องให้นายกฯลาออก ซึ่งคำพูดดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายได้

สำหรับกรณีเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้มีหลายฝ่ายออกมากดดันให้นายกแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ด้วยการลาออกเราควรรอสรุปจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ถ้านายกฯ ผิดจริงแล้วไม่ลาออก ก็จะถูกดำเนินคดี แต่ถ้านากยฯลาออกเพราะถูกกดดันจาก ผบ.ทบ.จะเป็นการยืนยันได้ว่าประเทศไทยไม่ได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการ ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากในแถบแอฟริกาและพม่า ซึ่งจะทำให้สายตาคนต่างชาติจะมองว่ารัฐบาลไทยไม่มีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ นายจตุรนต์ยังได้กล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ชุมชนกันที่ทำเนียบรัฐบาล และเคลื่อนพลไปยังยังรัฐสภา จนก่อให้เกิดการปะทะกันขึ้น และหากมีเหตุการณ์นองเลือด ทหารจะออกมาหยุดการใช้อำนาจนั้นแปลว่าอะไร และการที่กลุ่มพันธมิตรเข้ายึดตามสถานที่ราชการ ก็เท่ากับเป็นการทำผิดกฎหมาย แล้วจะให้รัฐบาลดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มพันธมิตร


Sunday, October 19, 2008

จับการ์ดพันธมิตรฯ พกพาอาวุธจำนวนมาก

กรุงเทพฯ 18 ต.ค. - ตำรวจนครบาลจับกุมชุดรักษาความปลอดภัยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมของกลางอาวุธปืนและอาวุธชนิดอื่นอีกจำนวนมาก

นายบุญมี ชัยเสถียรทรัพย์ นายศิวะกร แววนกงาม และนายวิรัช โพธิสวัสดิ์ ถูกตำรวจ สน.ดุสิต จับกุมพร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด .22 และกระสุน 5 นัด มีดดาบ ท่อนเหล็ก และหนังสติ๊ก หลังตั้งด่านบริเวณ ถ.ราชวิถี หน้าสวนสัตว์ดุสิต เมื่อชุดรักษาความปลอดภัยพันธมิตรฯ ขับรถยนต์ผ่านมา จึงเรียกตรวจค้น พบของกลางทั้งหมดอยู่ใต้เบาะนั่งด้านหน้าข้างคนขับ จึงคุมตัวไปดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุน และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

เบื้องต้นทั้ง 3 คน ปฏิเสธไม่ทราบว่าของกลางทั้งหมดเป็นของใคร และไม่มีเจตนาสร้างความวุ่นวาย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-18 05:17:12

ปชช.เฮ!รมว.คมนาคมสั่งลดค่าโดยสารทันที

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง อัตราค่ารถโดยสารสาธารณะขณะนี้ ว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายดูแลให้มีการคิดอัตราค่ารถโดยสารสอดคล้องกับราคาน้ำมัน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงเหลือ 24.74 บาทต่อลิตร และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดราคาค่าโดยสารได้ทันที โดยไม่ต้องรอมติของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้แจ้งว่าจะลดค่าโดยสาร 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร พร้อมทั้งได้รับรายงานคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางจะประชุม ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ เพื่อเร่งออกมติลดค่าโดยสารให้เร็วขึ้น ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนบางรายไม่อยากปรับโดยอ้างว่า จำนวนผู้โดยสารลดลง เชื่อจะไม่มีปัญหาและไม่ต้องเจรจา เพราะสุดท้ายต้องทำตามมติของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง

ระวังเศรษฐกิจโลกกำลังผันแปร!!!!!!!!!!!!!!.....โดย : ป้าพลอย

ระวังเศรษฐกิจโลกกำลังผันแปร!!!!!!!!!!!!!!

โดย : ป้าพลอย

วันเสาร์ที่ 18 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2551

วันนี้ขอเรียกร้องความสำนึกของคนที่กำลังจะทำให้ประเทศชาติล่มสลาย ให้หยุดการกระทำ โปรดหันไปมองโลกภายนอกมั่งซิว่า เขากำลังทำอะไรกัน? ตอนนี้ทั่วโลกกำลังหวั่นวิตกเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ ชาติใหญ่ๆไม่ว่า อเมริกา หรือในสหภาพยุโรป สแกนดิเนเวีย แม้แต่แถบ ออสเตรียเลีย ต่างหาหนทางที่จะแก้ไขวิกฤตินี้ ชาติใหญ่ใน ยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ สเปนฯ ร่วมประชุมกันเพื่อหาหนทางรับมือกับการผันแปรของเศรษฐกิจโลก

อนาคตข้างหน้าไม่มีใครสามารถล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขนาดแบงก์ใหญ่ในอเมริกายังโคล่นได้ ทำให้แบงก์ทั่วโลกต่างสั่นสะเทือนกระทบไปด้วย แม้ขณะนี้ทางสหภาพยุโรปได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออเมริกา แต่มันก็ยังไม่พอเพียงเพราะเศรษฐกิจในอเมริกาก็ย่ำแย่ ขณะนี้ชาติต่างๆที่ผลิตรถยนต์ เช่น ฝรั่งเศส-เยอรมัน-อังกฤษ กำลังวิตก เพราะในเมื่อเศรษฐกิจแย่การส่งรถยนต์ออกเป็นผลกระทบ ทุกๆชาติหาหนทางที่จะเตรียมพร้อมเพื่อประเทศของตน เพื่อประชาชนของตนไม่ให้เดือดร้อน

หันกลับไปมองประเทศไทยบ้านเกิดตัวเอง Oh my God คนกลุ่มหนึ่งกำลังรุมสะกรัมรัฐบาล ในขณะที่ทั่วโลกหวั่นวิตกอนาคตของเศรษฐกิจ ประเทศไทยไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวกันเลยว่า ความหายนะกำลังจะมาเยือน ลืมตามองโลกกันบ้างซิว่าอะไรจะเกิด มัวแต่แย่งกันเป็นใหญ่รุมแทะกระดูกของชาติหน้ามืดตามัวกันนั่นแหละ ลืมตาขึ้นดูโลกภายนอกแล้วใช้สมองที่ฉลาดๆคิดหาทางรับมือกับสิ่งที่ทั่วโลกกำลังหวั่นวิตกขณะนี้

หนังสือต่างประเทศหรือข่าวต่างประเทศ ควรนำเอามาออกให้ประชาชนได้ทราบบ้าง ประชาชนจะได้เตรียมรับสถานการณ์ ไม่ใช่มัวแต่ปิดข่าว ออกแต่ข่าวอ้ายเจ๊กกบฏหลอกลวงชาวบ้านไปวันๆหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญต่อชีวิตของคนไทยทั้งประเทศไม่สนใจ เศรษฐกิจไทยพังเมื่อไหร่แล้วจะรู้สึก ยิ่งได้ข่าวว่าทหารจ้องจะปฏิวัติ เอาเลยประเทศจะได้ตกลงคลองเร็วขึ้น ยิ่งตอนนี้ต่างประเทศทุกประเทศต่างช่วยตัวเอง คิดค้นหาหนทางประชุมร่วมกันกับพรรคการเมืองทุกฝ่ายแก้ไขบ้านเมืองของตัวเอง ประเทศไทยแม่งพรรคการเมืองจ้องแต่จะถล่มทลายกันขัดขากัน เห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่ามันทุเรศ

ทำไมไม่ร่วมกันทำงานฝ่ายค้านก็ต้องทำงานด้วย ไม่ใช่ใช้ปากทำอย่างเดียว ช่วยกันคิดช่วยกันหาหนทางกอบกู้ประเทศ ไม่ใช่รุมกระทืบรัฐบาลอย่างนี้ ในต่างประเทศเห็นฝ่ายค้านเขาร่วมกับรัฐบาลทำงานประสานกันอย่างปกติ หากมีบางเรื่องที่ไม่เข้าตาฝ่ายค้านก็ค้านในสภา เหมือนติงว่าให้รัฐบาลคิดดูให้ดีก่อนนะว่าสมควรทำหรือไม่? เหมือนเตือนสติผู้นำของรัฐบาล นี่ฝ่ายค้านในประเทศไทยโน่นขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวบ้าง เรื่องเก่าๆสมัยไดโนเสาร์บ้าง เอามาเล่นนอกสภา เพื่อทำลายรัฐบาล จ้องหาทางเขี่ยรัฐบาลให้ตกกระป๋อง ทำไมจึงเป็นอย่างนี้การเมืองไทย? ทำไมไม่ช่วยกันปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่บกพร่องให้กับประเทศ ทั้งที่นักการเมืองต่างเคยมาศึกษายังต่างประเทศกันทั้งนั้น ทำไมจึงไม่เอาเยี่ยงอย่างเขามาใช้บ้าง หรือว่าระบบแบบไทยดีกว่า หากินได้ง่ายรวยเร็ว แถมแจกจ่ายเพื่อนฝูงให้ร่วมกันกินด้วย ชาติจะพังประชาชนจะอดยากอย่างไรไม่ใช่เรื่องของข้า ขอให้ข้าได้มาถลุงเงินหลวงให้หมดคลังก็พอใจ? เห็นพฤติการณ์การเมืองไทยแล้วหมดแรง เสียดายสงสารประเทศสงสารคนไทยที่ต้องจำทนอยู่กับการเมืองน้ำเน่า ที่ทำเพื่อตัวเองและพวกพ้อง ไม่ได้เห็นหัวประชาชนเลย อนิจจาเกิดมาเป็นคนไทย

ฉะนั้นอยากให้คนไทยรักกันสามัคคีกันอย่าหูเบาเชื่ออะไรง่ายๆ และร่วมกันกอบกู้ชื่อเสียงของประเทศให้คืนมา ร่วมกันช่วยรัฐบาล นายกสมชาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป รัฐบาลถูกเลือกมาอย่างถูกต้อง ไม่ได้ไปขโมยใครมา ชนะอย่างโปร่งใส ขอให้ยึดถือว่าประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่เท่านั้น อย่าไปฟังเสียงพวกกบพวกเขียด ที่มันร้องประสานเสียงเรียกฝนอยู่ในรู รัฐบาลต้องเดินหน้า รัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา รัฐบาลต้องรับใช้ประชาชนจนหมดวาระตามกฎแห่งสากล

ทหารจะทำรัฐประหารในประเทศไทยอีก ข่าวออกมายังต่างประเทศ ทำให้ต่างประเทศเห็นใจรัฐบาลนายกสมชายมากขึ้น กำลังใจจากนาๆประเทศที่เห็นใจรัฐบาลที่ถูกล้อมไปทุกทิศ ขยับตัวไปไหนไม่ได้ นายกสมชายจะต้องถือไม้ตายคือสู้อย่าถอย หากโดนปฏิวัติโคล่นอำนาจแบบนายกทักษิณ แล้วจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่างประเทศคงไม่ไว้แน่ ขอเตือนแค่นี้ ตอนนี้ขอให้นายกสมชายประคับประคองรัฐบาลให้มั่นคงอย่าท้อ ทุกอย่างก็จะพ้นวิกฤติ มาช่วยกันเป็นกำลังให้รัฐบาลบริหารประเทศ..............

ป้าพลอย

จาก thaifreenews

Saturday, October 18, 2008

ผมขอตอบโต้การแถลงการณ์ของกัปตัน จักรี จงศิริ ผู้จุดไฟสงครามขึ้นกลางเมือง

บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ผมเขียนคำแถลงการณ์นี้เวลาตีสองสามสิบห้านาทีครับ หลังจากที่ผมได้อ่านคำแถลงการณ์ของกัปตัน จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ผมอ่านแล้วผมเกิดอาการนอนไม่หลับ และรู้สึกรับไม่ได้กับคนที่คิดว่าตัวเองมีสติปัญญาแต่ไม่รู้จักแยกแยะ และคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองรับรู้เป็นความจริง ผมรับไม่ได้กับการพยายามบิดเบือนสถานการณ์ หรือการปิดตาไม่ยอมรับรู้ความจริง แต่เลือกเชื่อเฉพาะสิ่งที่ทำให้กลุ่มการเมืองที่ตัวเองสนับสนุนได้ประโยชน์ทางการเมือง



กัปตันจักรีครับ คุณเป็นคนมีการศึกษา คุณไม่รู้จักคิดเชียวหรือว่า ความขัดแย้งของการเมืองไทยที่ต้องมีการฆ่ากันตายอย่างแน่นอน เพราะเกิดจากคนอย่างคุณนี่แหละครับ คนที่คิดว่าตัวเองดี ตัวเองเก่ง และสิ่งที่ตัวเองคิดต้องถูกฝ่ายเดียว ใครคิดไม่เหมือนกับตนเองคือคนโง่ คือคนเลว

คุณมีสติปัญญาคุณไม่รู้จักแยกแยะเชียวหรือว่า เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 มันคือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มพันธมิตร เพื่อที่จะโยนความผิดให้กับรัฐบาล เพื่อต้องการให้ทหารมาทำรัฐประหาร หากคุณมีสติและรู้จักคิดแบบไตร่ตรองแบบคนมีสติปัญญา คุณก็จะเห็นความผิดปกติหลายอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น มีการนำกำลังไปล้อมรัฐสภา ม็อบทั้งหลายติดอาวุธ มีทั้งคลิปวิดีโอ และภาพถ่านยืนยันมากมายทั้งในอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ โดยเฉพาะของต่างประเทศ เพียงแต่คนอย่างพวกคุณ พยายามหลับตาที่จะไม่มองข้อเท็จจริงเหล่านี้เสีย แล้วพยายามเลือกเชื่อเอาแต่สิ่งที่คิดว่า เป็นประโยชน์ทางการเมืองต่อกลุ่มการเมืองที่ตัวเองสนับสนุน พูดและเชื่อสิ่งที่คิดว่ากลุ่มการเมืองที่ตัวเองสนับสนุน จะได้ประโยชน์ทางการเมือง

มันมีหลักฐานที่ไหนในโลกนี้ที่แก๊สน้ำตา สามารถฆ่าคนได้ ระเบิดคาร์บอม ที่พันตำรวจโท คนนั้นตาย เกิดจากอะไร เขาขนระเบิดมาทำไม ทำไมคุณไม่ยอมคิดต่อ ว่า มีการนำระเบิดเขามาสร้างสถานการณ์ในหมู่ของพันธมิตร เพราะมีหลักฐานยืนยันจากทั้งที่เก็บได้จากตำรวจ หรือภาพถ่ายต่าง


คนอย่างพวกคุณกล่าวอ้างแต่ว่าตำรวจฆ่าประชาชน ตำรวจยิงชาวบ้าน แต่ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงคือ มีตำรวจนับสิบคนที่โดนยิงด้วยอาวุธปืน และนอนบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยายาบาล ตำรวจเหล่านี้ยิงกันเองหรือ ไม่มีข้อมูลเลยว่ากลุ่มพันธมิตรโดนยิงด้วยปืน ยกเว้นบาดเจ็บจากการระเบิด ที่รุนแรงกว่าแก้สน้ำตา ซึ่งมีหลักฐานมากมายว่ามีการนำระเบิดปิงปองเข้าไปสร้างสถานการณ์

คุณก็รู้ใช่หรือไม่ว่า หากคิดต่อ คุณจะเจอความจริงที่พวกคุณเองรับไม่ได้คือ สถานการณ์เหล่านั้น ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรที่ต้องการล้มล้างรัฐบาล



ผมว่าหากคุณไม่รู้ความจริง คุณก็ไม่ใช่คนฉลาดเท่าใดนัก เพราะถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือได้โดยง่าย แต่หากคุณรู้ความจริงอยู่แล้ว แต่จงใจสร้างสถานการณ์ต่อ เพื่อให้เกิดการต่อต้านพรรคพลังประชาชน ผมไม่รู้จะเรียกคนอย่างคุณว่าอะไรดี

เหตุการณ์ทั้งหลายมันต่อเนื่องกัน

ผมคิดว่า "คนอย่างคุณนี่แหละครับคือที่ทำให้บ้านเมืองแตกแยก” เป็นคนที่ จุดไฟสงครามกลางเมืองเพื่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นมา ความวุ่นวายทั้งหลายเกิดจากคนอย่างพวกคุณนี่แหละ

ผมไม่เชื่อว่าจิตใต้สำนึกของคุณจะไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร แต่ความคิดจะสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อให้ฝ่ายที่ตนเองสนับสนุนได้เปรียบทางการเมือง

คนอย่างคุณไม่ได้มีศีลธรรม หรือจริยธรรมอะไร เพียงแต่อ้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นเพื่อทำลายกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นเอง คุณคงพอใจ ภูมิใจนะซิครับ ที่ได้เป็นคนจุดไฟสงครามแห่งความแตกแยกนี้ขึ้นมา

แถลงการณ์ของคุณ ผมไม่คิดว่าคนที่เขารู้ความจริง ซึ่งผมคิดว่ามีจำนวนนับล้าน จะคล้อยตามในสิ่งที่คุณต้องการสร้างความแตกแยกขึ้นมาหรอกครับ เขาก็คิดว่าคุณคือเครื่องมืออันหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรเท่านั้นเอง

แต่รอยลิ่มแห่งความแตกแยกที่คุณสร้างขึ้นมันได้แยกรอยร้าวของคนในชาติออกไปอีก

ลูกชาวนาไทย

คนที่จะไม่ยอมให้ใครมาพรากเอาประชาธิปไตยออกไปจากเมืองไทยและจะสู้เพื่อประชาธิปไตยให้ถึงที่สุด

เวลาตี 3.05 น.

18 ตุลาคม 51

ปล.ใครอยากดูภาพเหล่านี้ ไปดูได้ืีที่

[url]http://www.newskythailand.com/board/index.php?PHPSESSID=149dabd9d007bb0d751c14fd9c306fbd&topic=2622.0[/url]

จาก thaifreenews