WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 23, 2008

บ้านเมือง-วุ่นวาย 'ในหลวง' ทรงไม่มีความสุข

สืบเนื่องจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ ที่สร้างความอึมครึมให้กับสังคมไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนคนไทยรู้สึกตึงเครียดและไม่สบายใจ รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงไม่สบายพระทัยกับเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองเช่นกัน

ชวนคนไทยเขียน จ.ม.ถึงในหลวง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ผอ.โครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ในปีนี้คณะกรรมการโครงการ “ปิดทองหลังพระ” ที่ประกอบด้วย ตัวแทนองคมนตรี ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมมือกันในการจัดกิจกรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธ.ค. 2551 โดยเสนอโครงการ “หนึ่งล้านกิจกรรมถวายในหลวง” ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เน้นการดำเนินตามแนวทางพระราชดำริ ที่พระราชทานไว้ ในการแก้ไขปัญหาดิน น้ำ และป่าอย่างครบวงจร โดยใช้รากฐานของความเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ซึ่งประชาชนสามารถทำได้ในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเขียนจดหมายส่งถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตรงว่า หลังจากการดำเนินกิจกรรมตามแนวทางพระราชดำริแล้วชีวิตดีขึ้นอย่างไรบ้าง

ที่ผ่านในหลวงไม่เคยมีความสุข

“เมื่อทรงอ่านจดหมายที่ประชาชนส่งมาถวายพระองค์แล้ว จะได้ทรงดีพระทัย ที่เห็นประชาชนของพระองค์มีความสุข เพราะตลอดสี่สิบห้าปีที่ผ่านมา ท่านทรงไม่มีความสุขเลย ทรงเสียพระมารดา เสียพระภคินี และยังมีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองในบ้านเมืองอีก โครงการกว่าสี่พันโครงการที่ทรงตรากตรำมาโดยตลอด อยากจะถามหน่อยว่า พระองค์ทรงทำเพื่อครอบครัวของพระองค์ท่านหรือไม่ แต่ทุกอย่างทรงทำเพื่อประชาชนทุกคนของพระองค์ทั้งสิ้น และในโอกาสนี้เราทุกคนจะทำเพื่อพระองค์ท่านบ้างได้หรือไม่ ในกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ จะทำเป็นของขวัญให้พระองค์ในวโรกาสสำคัญบ้างไม่ได้เชียวหรือ” ม.ร.ว.ดิศนัดดากล่าว

ทำไมรัฐบาลไม่เอาแบบอย่างไปใช้

ผอ.โครงการพัฒนาดอยตุงกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ “หนึ่งล้านกิจกรรมถวายในหลวง” นี้เป็นโครงการต่อยอดจากโครงการเดิม ในโครงการปิดทองหลังพระ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา โดยการนำประชาชนในประเทศเดินทางมาเรียนรู้แนวทางในโครงการพระราช ดำริ เช่น โครงการแก้น้ำเสียที่แหลมผักเบี้ย ที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นการนำเดินทางทัวร์การศึกษา เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ วิธีแก้ไขปัญหาของพระองค์ท่าน และโครงการนี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยมีเป้าให้คนมาดูจำนวนประมาณ 1 ล้านคน แต่ปรากฏว่าได้ความสำเร็จเกินคาด มีประชาชนเดินทางมาดูหลายล้านคน ทั้งนี้ การที่มีการริเริ่มโครงการเหล่านี้ เพราะคณะทำงานมีความสงสัยกันว่า ทำไมที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยมาดูแนวทางโครงการพระราชดำริของพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างเลย ว่าพระองค์ทรงใช้วิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่เคยคิดที่จะเอาแบบอย่างที่ดีมาใช้ มุ่งแต่จะใช้งบประมาณมหาศาล เพราะหากดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริ แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก

พระราชทานดอกไม้เยี่ยม “สมัคร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญดอกไม้พระราชทานเยี่ยมไข้มามอบให้แก่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ที่เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทั้งนี้คนใกล้ชิดนายสมัครเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัตน์ อัญเชิญดอกไม้พระราชทานมา รวมทั้งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาให้ราชเลขานุการส่วนพระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้มาเยี่ยมไข้อดีตนายกฯด้วย ซึ่งครอบครัวสุนทรเวชทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณในครั้งนี้อย่างหาที่สุดมิได้ ส่วนอาการล่าสุดนั้น นายสมัครมีอาการดีขึ้นโดยลำดับ ออกกำลังกาย ได้เล็กน้อย แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไป

อ่านรายละเอียดต่อ ไทยรัฐ

ผุดรายการ 'รัฐบาลของประชาชน'

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ทีมโฆษกรัฐบาลได้ขอความเห็นชอบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ให้นำเวลาออกอากาศเดิมของรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ในทุกวันอาทิตย์ ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เวลา 08.30-09.30 น. มาเป็นรายการออกอากาศสดชื่อ “รัฐบาลของประชาชน” ดำเนินรายการโดยทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และจะมีการเชิญนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี สลับหมุนเวียนมาชี้แจงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน หรือประเด็นสำคัญที่ต้องการชี้แจงให้ประชาชนทราบในทุกสัปดาห์

ทั้งนี้ จะเริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยนายกฯได้มอบให้นายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี มาร่วมสนทนาประเด็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ รวมถึงประเด็นที่ไปหารือในการประชุมอาเซมด้วย และจะมีการเปิดตู้ ปณ.รับฟังความเห็นจากประชาชน พร้อมผลิตรายการสารคดีสั้นออกอากาศทางฟรีทีวี และจะนำรายการ “คุยนอกทำเนียบ” ที่ดำเนินรายการโดยทีมโฆษกรัฐบาลในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มาออกอากาศอีกครั้ง

นายกรัฐมนตรีร่วมประชุมอาเซมที่จีน

23 ต.ค. - นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซม ครั้งที่ 7 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-10-23 20:28:53




วันเผด็จศึก

บทความ โดย ปูนนก

วันที่ 6 มิถุนายน 2487 กองทัพของสัมพันธมิตรได้ยกพลขึ้นบกที่ชายหาดนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองในทวีปยุโรป ก่อนหน้านั้นกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรได้ถูกกองทัพเผด็จการนาซีเยอรมันรุกไล่จนตกทะเล ไม่มีที่อยู่ในแผ่นดินยุโรป ช่วงเวลานั้นประชาชนชาวยุโรปต่างก็ถูกปกครองโดยเผด็จการนาซี ดังนั้นเมื่อกองทัพสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่ชายหาดนอร์มังดีสำเร็จ พวกเขาต่างก็ฉลองชัย, ยิ้ม, หัวเราะ, ด้วยความชื่นชมยินดี แม้ว่าขณะนั้นพวกเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยจากนาซีเยอรมัน แต่พวกเขาก็มีความหวัง เพราะเขารู้แล้วว่า อีกไม่ช้าไม่นานเผด็จการนาซี จะต้องถูกขับไล่ออกไปจากประเทศของเขาแน่นอน.....และนี่คือความหมายอันยิ่งใหญ่ของ วันที่ 6 มิถุนายน 2487 วันเผด็จศึก

ประเทศไทยถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการอมาตย์มาอย่างยาวนาน จนทำให้ประชาชนไทยเข้าใจว่า การปกครองด้วยเผด็จการอมาตย์นั้น กลายเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยไป จนกระทั่งท่านนายกทักษิณ ชินวัตร ได้เข้ามาบริหารประเทศ และทำให้ประชาชนชาวไทยทั้งมวลเริ่มเข้าใจว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงที่เป็นของประชาชนนั้น จะทำประโยชน์ให้กับประชาชนชาวไทยทั้งมวลและประเทศชาติได้อย่างไร.............

ด้วยเหตุนี้ความเป็นเผด็จการซึ่งได้สำแดงออกมาอย่างเต็มที่ ในวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หลังจากนั้นประชาชนและผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย ได้ถูกเผด็จการอมาตย์รุกไล่ จนบางคนต้องหลบหนีข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่ต่างแดน, บางคนถูกต้องขังจำคุก, บางคนต้องเก็บตัวเงียบและปิดปากให้สนิท,

เผด็จการอมาตย์เริงร่าอย่างชื่นชมยินดีเมื่อดูเหมือนว่าสามารถกดดันและ รุกไล่ ฝ่ายประชาธิปไตยให้ถอยร่น และหลบหนีไปจนแทบไม่มีแผ่นดินจะอยู่ รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ที่เผด็จการอมาตย์ร่างขึ้นมา ถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายสูงสุดสำหรับประเทศนี้ กองกำลังของเผด็จการอมาตย์ถูกกำหนดให้กระจายตัวเพื่อทำหน้าที่ เป็นกองกำลังในการปกครองประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งกองกำลังเหล่านี้อยู่ในรูปของคณะกรรมการอิสระต่าง ๆ เช่น ปปช. สตง. กกต. และยังรวมถึงกองทัพมวลชนพันธมิตร สว. บางส่วน, พรรคการเมืองบางพรรค, และแม้กระทั่งตุลาการบางท่าน ฯลฯ นี่คือกองกำลังที่เผด็จการอมาตย์พยายามดำรงเอาไว้เพื่อครอบครองประเทศนี้

แต่ข่าวดีก็คือ บัดเดี๋ยวนี้ กองกำลังฝ่ายประชาธิปไตยที่ดูเหมือนว่ากระจัดกระจายถอยร่น แตกพ่าย และถูกครอบครองอยู่นั้น ได้รวมกำลังกันกลายเป็นกองทัพใหญ่ รายล้อมอยู่โดยรอบประเทศนี้เรียบร้อยแล้ว และรอคอยเพียงสัญญาณ ที่จะกำหนดเวลาเข้ามานำประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศนี้อีกครั้ง หลังจากถูกกดดันทำลายมานาน ในที่สุดฝ่ายประชาธิปไตยก็ได้ชิมลางรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังให้กองทัพเผด็จการได้เห็นในวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผู้คนที่สวมเสื้อแดงพากันมาร่วมชุมนุมอย่างล้นหลามที่ธันเดอร์โดมเมืองทองธานี ได้เป็นสัญญาณให้เห็นว่ากำลังฝ่ายประชาธิปไตยพร้อมแล้ว สำหรับการทวงคืนประชาธิปไตยให้กลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง

การชุมนุมคนเสื้อแดงในวันที่ 11 ตุลาคมที่ธันเดอร์โดมที่ผ่านมา ได้สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้กับเผด็จการอมาตย์อย่างยิ่ง จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะเร่งรัดในการทำลายฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้ในทุก ๆ วิธี ดังที่ได้เห็นในระยะที่ผ่านมา ทั้งการเปิดตัวอย่างชัดแจ้งของผู้สนับสนุนพันธมิตร, การกดดันของฝ่ายตุลาการในเรื่องการยุบพรรคอย่างเร่งรีบ, และล่าสุดสั่งจำคุกท่านนายกทักษิณกรณีที่ดินรัชฎาไปเรียบร้อย, ข่าวลือถึงเรื่องการทำรัฐประหารแม้กระทั่งผู้นำเหล่าทัพก็ออกมากดดันท่านนายกสมชายให้ลาออกด้วยตนเอง, ม๊อบ พันธมิตร เร่งเครื่องทำการชุมนุมดาวกระจายมากขึ้น ฯลฯ

ความถ่อยเถื่อนและการเร่งรัดอย่างรีบเร่งผิดสังเกตของเหล่าเผด็จการอมาตย์ ที่จะทำลายฝ่ายประชาธิปไตยให้จงได้ โดยไม่หวั่นเกรงต่อความรู้สึกของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่เฝ้าดูอยู่ เป็นสัญญาณที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า เกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ในปัจจุบันสำหรับเหล่าอมาตย์......

การโต้กลับเป็นฝ่ายรุกของรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยการสลายการชุมนุม พันธมิตรที่ไปปิดล้อมรัฐสภาผ่านมา และการรวมตัวกันของประชาชนชาวเสื้อแดงในวันที่ 11 ตุลาคมนั้น คือกองกำลังฝ่ายประชาธิปไตยที่กำลังทำสงครามตีโต้การครอบครองของฝ่ายอมาตย์ ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าด้วยพลังแห่งมวลชนเสื้อสีแดงที่เกิดจากความรักในประชาธิปไตย กำลังจะรวมกันกลายเป็นแรงขับเคลื่อนมหาศาล ที่จะพลิกประเทศไทยให้กลับคืนมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงให้ได้

ในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ คือการรวมตัวกันครั้งยิ่งใหญ่ของพลังแห่งประชาชนไทยผู้รักประชาธิปไตยทั้งชาติ ที่สนามกีฬาราชมังคลาสถาน หัวหมาก เป็นที่น่าเชื่อได้ว่าจะมีประชาชนมาจากทุกภาคส่วนของประเทศไทย ไม่น่าจะน้อยกว่า 100,000 คน (อ่านว่าหนึ่งแสนคน) ที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม และที่เป็นไฮไลท์สำคัญก็คือ ท่านนายกทักษิณ ชินวัตร จะโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมเข้ามาแถลงข่าวแจ้งให้ประชาชนไทยทั้งชาติได้รับรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้.....

วันเผด็จศึกที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งชัยชนะในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เริ่มขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2487 แต่วันเผด็จศึกที่จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการล่มสลายของเผด็จการอมาตย์ สำหรับประเทศไทยก็คือวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ที่จะถึงนี้..... เราทุกคนกำลังอยู่ในภาวะสงครามระหว่างเผด็จการ กับประชาธิปไตย อะไรจะเกิดก็จะต้องเกิด ในทุกสงครามก็จะต้องมีการสูญเสีย แม้ว่าประชาชนจะสูญเสียมากเพียงใด แต่เมื่อวันเผด็จศึกมาถึงนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งความหวัง และการฉลองการเริ่มต้นแห่งชัยชนะ

การต่อสู้นั้นจุดหมายก็เพื่อชัยชนะ และชัยชนะในครั้งนี้ก็คือ ต้องนำระบอบประชาธิปไตยมาสู่ประเทศไทยอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยทุกคนให้จงได้ ขอให้พี่น้องชาวไทยที่รักประชาธิปไตยทั้งหลายพร้อมใจกันลุกขึ้น แสดงความรู้สึกแห่งความรักและศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย เพื่ออธิปไตยของชาติ และเสรีภาพของปวงชนชาวไทยทั้งมวล เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ของท่านก็คือเพื่อตัวท่านเองและลูกหลานของท่านในอนาคตนั่นเอง

จาก thaifreenews

ผู้การตร.อัดสื่อไทยฯกลัวความถ่อย‘พันธมาร’โต้‘หมอผี’ยันแก๊สน้ำตาไม่รุนแรง

ผู้การฯ พธ.จวกยับสื่อฯ เมินข้อเท็จจริงเหตุสลายม็อบถ่อยหน้ารัฐสภา ซัดสื่อไทยกลัวพันธมารตีหัว-ถลกหนัง ไม่กล้าเสนอข่าวตำรวจโดนทำร้าย โต้เผือกร้อน “หมอพรทิพย์” ระบุแก๊สน้ำตาไม่รุนแรง มีอนุภาพแค่ทำให้ระคายเคือง ยืนยันไม่สามารถทำให้คนตายได้ ชี้ที่พันธมิตรฯแขน-ขาขาด แจงมือที่ 3 ขว้างระเบิดปิงปองใส่ผู้ชุมนุม

พล.ต.ต.ภูวดล วุฑฒกนก ผู้บังคับการกองพลาธิการและสรรพาวุธ (ผบก.พธ.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวประชาทรรศน์ โดยมีการโต้ตอบกรณีที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ออกมาระบุถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากได้รับแก๊สน้ำตาที่สั่งมาจากประเทศจีน

ในเรื่องนี้ พล.ต.ต.ภูวดล ระบุว่า ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา เพียงเพราะต้องการให้เกิดเสียงดังและให้ผู้ชุมนุมเกิดความเกรงกลัวเท่านั้น

พล.ต.ต.ภูวดล กล่าวยืนยันว่า อนุภาพของแก๊สน้ำตาที่นำมาจากประเทศจีนนั้น ไม่สามารถทำให้คนตายได้ เพราะหากสัมผัสโดยตรงด้วยการหายใจ กลืนกิน สัมผัสกับร่างกาย ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือก ทางเดินหายใจ มีอาการเวียนศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน ชัก และเจ็บตา

พร้อมกันนี้ ได้เปรียบเทียบแก๊สน้ำตาที่สั่งซื้อจากจีน กับแก๊สน้ำตาที่ประเทศตะวันตกและสหรัฐฯใช้ควบคุมฝูงชน ซึ่งจะกระจายแก๊สออกมาโดยไม่มีเสียงดัง ตกใกล้ก็ไม่ทำให้คนเจ็บ เพราะมันไม่มีสะเก็ด ฉะนั้นคนเจ็บอะไรเนี่ย ต้องไปตรวจหาสารอื่นด้วย ไม่ใช่ตรวจแต่สาร RDX เพียงอย่างเดียว เพราะสาร RDX มันจะมีกระจายไปหมด ทั้งคนเจ็บคนไม่เจ็บ เมื่อตรวจคนไหนก็จะพบสารตัวนี้มีทุกคน เนื่องจากสารระเบิดนี้จะหมดฤทธิ์ด้วยการกระจายขึ้นฟ้าเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งด้วยสรุปว่ามันมาจากแก๊สน้ำตาของจีน

อย่างไรก็ตาม ผบก.พลาธิการและสรรพาวุธ กล่าวยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค.นั้น ไม่มีสะเก็ดที่จะไปทำร้ายใคร พยานในที่เกิดเหตุก็เห็นเยอะแยะ ซึ่งต้องดูด้วยว่ามันมาจากสารอื่นหรือเปล่า หากผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบอกว่ามันมาจาก RDX ก็พูดไม่ได้ เพราะว่าทุกคนก็มี RDX ทั้งหมด ส่วนควันมันจะกระจายเต็มไปหมดตรวจตรงไหนก็เจอ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ภูวดล ยังตำหนิการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน กรณีไม่ยอมเสนอข้อเท็จจริง ว่าตำรวจถูกทำร้ายอย่างไร ม็อบพันธมิตรฯมีพฤติกรรมยั่วยุเจ้าหน้าที่มากน้อยแค่ไหน ซึ่งภาพเหตุกาณณืที่บันทึกไว้ในที่เกิดเหตุ ก็ยืนยันได้ชัดเจนว่ามีความพยายามปลุกปั่นให้เกิดเหตุรุนแรง และมีการขว้างปาระเบิดปิงปองเข้าไปยังพื้นที่ชุมนุม

“การที่สื่อฯไม่กล้าเสนอความจริง หรือเพราะกลัวกลุ่มพันธมิตรฯ จะเข้ามาตีหัว มาถลกหนัง จนไม่กล้านำเสนอข่าวตำรวจถูกทำร้ายอย่างน่าเห็นใจ” ผบก.พลาธิการและสรรพาวุธ กล่าวในตอนท้าย



หวั่นกองทัพคิดไม่ซื่อ! นปช.นัดชุมนุมใหญ่ซ้อมต้านรัฐประหาร25 ต.ค.นี้

หวั่นชุดพรางคิดไม่ซื่อปฏิวัติ! คนรักประชาธิปไตยอย่างนปช.อยู่เฉยไม่ได้เรียกคนเสื้อแดงชุมนุมซักซ้อมต้านรัฐประหารใหญ่ที่สนามหลวง 25 ต.ค.นี้

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่าว่าในวันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม 2551 นี้ เวลา 17.00 -23.00 น.ทางกลุ่ม นปช.จะนัดรวมตัวเพื่อชุมนุมครั้งใหญ่เพื่อปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยการปราศรัยจะนำโดย อาทิ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย อาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย และนายอดิศร เพียงเกษ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในเวลา 20.00 น. จะทำการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมจากท้องสนามหลวงไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นการซักซ้อมวิธีต่อต้านการรัฐประหาร ขณะเดียวกันได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมชุมนุมสวมใส่เสื้อสีแดงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย

นายสมยศ กล่าวยืนยันว่า การชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีการยั่วยุผู้ชุมนุมให้ความรุนแรงหรือไปกระทบกระทั่งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปักหลักชุมนุมกันอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

“ผู้ชุมนุมของเราจะไม่เคลื่อนไปที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยั่วยุให้เกิดการปะทะกับพันธมิตรเด็ดขาด เพราะการชุมนุมครั้งนี้ต้องการซักซ้อมการต่อต้านหากการยึดอำนาจจากทางทหารแบบระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น”แกนนำนปช. กล่าว



‘ณัฐวุฒิ’เชื่อใครคิดปฏิวัติ ลั่นปชช.นับแสนฮือต้าน!

โฆษกรัฐบาลระบุชัด! หากเกิดการยึดอำนาจ ประชาชนนับแสนคนจะออกมาต่อต้านแน่นอน ส่วน‘ทักษิณ’เตรียมต่อสายตรง‘ความจริงวันนี้’ถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เชื่อ 1 พ.ย.คนมาแน่นราชมังคลาฯ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมที่จะให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ‘ความจริงวันนี้’โดยจะออกอากาศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานว่า ตนก็เพิ่งทราบจากข่าว และยังไม่ได้คุยกับผู้จัดรายการ ว่าจะมีการให้พ.ต.ท.ทักษิณส่งสัญญาณ โทรศัพท์มาหรือไม่

ทั้งนี้ทางผู้จัดรายการจะแถลงถึงรูปแบบการจัดงานและวัตถุประสงค์ให้สื่อมวลชนได้ทราบในสัปดาห์หน้า แต่โดยหลักการก็ต้องถือว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะแสดงความเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ สู่สาธารณะได้

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าอาจจะเป็นการยั่วยุฝ่ายตรงข้ามให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมที่ผ่านมา ถือเป็นการจัดกิจกรรมที่อยู่ในพื้นที่มีรั้วรอบขอบชิดชัดเจน ไม่มีการเคลื่อนขบวนไปไหน มีกำหนดเวลาเริ่มและเลิกชัดเจน เป็นการชุมนุมโดยสันติปราศจากอาวุธ ไม่มีนักรบหรือกองกำลังจากที่ใดมาคอยดูแลห้อมล้อมให้ตกใจกัน แม้จะมีการแสดงอารมณ์ความรู้สึกจากประชาชนทางด้านการเมืองบ้าง แต่ก็ถือเป็นมิติใหม่ของการชุมนุมเคลื่อนไหว และคิดว่าในวันดังกล่าวประชาชนจะมาชุมนุมเต็มสนามราชมังคลาฯ

นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกระแสการปฏิวัติว่า ตนเชื่อมั่นว่าถ้าหากมีการออกมาปฏิวัติของทหารจะมีประชาชนออกมาต่อต้านมากกว่า 7 หมื่นคนแน่นอน

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของรายการ “ความจริงวันนี้” กับพล.ต.อ.สล้าง บุญนาค อาจถูกมองว่าเป็นกระบวนการเดียวกัน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการดำเนินการร่วมกัน เพียงแต่ทั้ง 2 กลุ่มมีเป้าหมายเดียวกันคือไม่เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรฯ สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อต้านการรัฐประหารทันที และเป็นความต้องการร่วมกันที่อยากจะเอาทำเนียบรัฐบาลคืนมา

ส่วนที่ พล.ต.อ.สล้างประกาศปิดล้อมทำเนียบฯ และอาจใช้อาวุธพิเศษเพื่อสลายกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในชั้นนี้ยังเป็นเพียงการแสดงความเห็น หากมีกรณีที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงสูญเสีย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องพยายามเจรจาควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น อยากตั้งข้อสังเกตว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนหลายกลุ่มวันนี้มีเพียงกลุ่มพันธมิตรฯกลุ่มเดียวเท่านั้นที่มีกองกำลังติดอาวุธเป็นของตนเอง มีการประกาศตัวเป็นนักรบ จัดหน่วยลาดตระเวน และตั้งสน.พันธมิตรฯ ซึ่งสังคมควรจะกังวลว่าสภาพในทำเนียบฯกลายเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธไปแล้วหรือ

เชื่อ 'ทักษิณ'พร้อมคืนเครื่องราชฯตามกม.

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ อาจต้องคืนเครื่องราชอิสริยาภารณ์ เนื่องจากถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผุ้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 2ปีในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดิน ถนนรัชดาภิเษกจากกองทุนเพื่อการฟื้นและพัฒนาระบบสถาบันการเงินว่า หากระเบียบหลักเกณฑ์กำหนดไว้และ

พ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิดเข้าข่าย ซึ่งต้องคืนเครื่องราชฯ ก็คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้เมื่อพิจารณาดูจากความผิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เกิดจากการคอร์รัปชั่น แต่เป็นความผิดตามกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวพันธ์กับภริยา(พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนุญว่าด่วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542) ดังนั้นใครเปิดประเด็นและพยายามโยง เพราะต้องการจะเหยียบซ้ำพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ทำได้



สุชน วอนสมาชิกรัฐสภาร่วมมือกันแก้ รธน. เคารพเสียงข้างมาก


กรุงเทพฯ 23 ต.ค. - นายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อเสนอลดเวลาการทำงานของ ส.ส.ร. จาก 240 วัน เป็น 180 วัน ว่า เชื่อว่าคณะกรรมการที่ยกร่างรัฐธรรมนูญน่าจะพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เวลา 180 วันถือว่าไม่มากและไม่น้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กังวลคือขั้นตอนการสรรหา ส.ส.ร.จากภาคประชาชน ซึ่งจะเสียเวลาพอสมควรในการเลือกแต่ละจังหวัด ส.ส.ร.ที่ผ่านมาเคยใช้เวลาถึง 240 วันในขั้นตอนนี้

“ในยามที่เกิดภาวะวิกฤติแบบนี้ ผมอยากเรียกร้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด รวมทั้ง สมาชิกรัฐสภาทุกคน ก็น่าจะให้ความร่วมมือกัน เพราะบ้านเมืองของเราเวลานี้ ต้องยอมรับว่าวิกฤติจริง ๆ ดังนั้น ต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์ฝ่ายใด และเรื่องนี้ผมมั่นใจว่า รัฐบาลไม่ไปแทรกแซงแน่นอน ส่วนที่ ส.ว.มีการแยกกันเป็น 2 ฝ่าย ไม่มีปัญหา ต้องดูเสียงข้างมาก เพราะอยู่ในระบอบรัฐสภา ถ้าเสียงข้างมากเห็นอย่างไร ต้องเคารพ เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา” นายสุชน กล่าว . - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-23 13:31:12

โฆษกรัฐบาลบอกยังไม่มีข้อสรุป พ.ต.ท.ทักษิณออกความจริงวันนี้


23 ต.ค. - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมชี้แจงผ่านกิจกรรมของรายการ “ความจริงวันนี้” ที่ จะจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน หลังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ว่าในเบื้องต้นทราบว่ายังไม่มีความชัดเจน หรือมีการหารือกับคณะผู้จัดรายการว่า จะมีการเปิดโอกาสให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชี้แจงผ่านทางรายการหรือไม่ แต่โดยหลักแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยคนหนึ่ง มีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ออกสู่สาธารณชนได้

“ผมได้ทราบจากคณะผู้จัดรายการความจริงวันนี้ว่า จะมีการชี้แจงเรื่องการจัดงานให้ประชาชนทราบในต้นสัปดาห์หน้า ว่าจะมีการโทรสายตรงจากลอนดอน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ เพราะตอนนี้ก็ยังไม่มีการทาบทามแต่อย่างใด” นายณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ออกรายการ จะเป็นการเร่งให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้นหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าการ จัดรายการความจริงวันนี้ จัดอยู่ในสถานที่ที่มีรั้วรอบขอบชิด และกำหนดเวลาที่ชัดเจน ไม่มีการเคลื่อนขบวน ประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมก็ไปด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ จึงไม่เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์เกิดความวุ่นวายขึ้นได้

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.สล้าง บุญนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ว่าไม่เกี่ยวกับการจัดรายการความจริงวันนี้ แต่ทั้ง 2 กลุ่มมีเป้าหมายเดียวกัน คือไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ และต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ รวมถึงมีความต้องการเอาทำเนียบฯ กลับคืนมาเป็นของประชาชน นี่คือวัตถุประสงค์ร่วมกันเพียง แต่วิธีการอาจจะแตกต่างกันไปเท่านั้น .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-23 12:26:54

สามเหลี่ยมดินแดง


โดย แทง แทนไท
** พบกันอีกครั้งกับหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ รายวัน “สื่อทางเลือกเพื่อประชาธิปไตย” ทำหน้าที่รับใช้ท่านผู้อ่านมาจนถึงฉบับที่ 267 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2551 อยู่กับ แทง แทนไท ประจำฐานปฏิบัติการคัดค้านการกระทำใดที่จะนำประเทศไปสู่หนทางที่จะเปิดประตูให้พวกคณะทหารเผด็จการเข้ามายึดครองอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย พวกเราจะยอมสู้ตายกันในคราวนี้ ปฏิวัติรัฐประหารปุ๊บ ไปเจอกันปั๊บ ที่ท้องสนามหลวง ท้องทุ่งแห่งประชาธิปไตย

** มาแล้วหลังจากกั๊กเอาไว้นานหลายสัปดาห์ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรอง อ.ตร. แกนนำกลุ่ม “กู้วิกฤติชาติ” ประกาศเตรียมขนสรรพอาวุธชนิดใหม่ ในการเข้าปราบฝูงชนกว่า 20 ชนิด เพื่อเข้าไปปราบ ม็อบชั่ว ม็อบถ่อย ม็อบสถุล ที่บังอาจยึดทำเนียบรัฐบาลเอาไว้หลายเดือนแล้ว และมีทีท่าจะทำตัวเป็น ผู้ก่อการร้ายสากล เพราะไป “ยึดสนามบิน” และ “ยึดรถไฟ” ความช่วยเหลือจากต่างประเทศจึงพรั่งพรูเข้ามาให้การช่วยเหลือ เมื่อรู้ว่ามีอดีตนายตำรวจ จะเข้าทำการ ปราบกบฏ และ ปราบผู้ก่อการร้าย ... แทง แทนไท ให้กำลังใจสุดตัว

** เท่าที่ฟัง พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค บอกกล่าวเล่าสิบ ถึงแนวทางในการสลายการชุมนุม ท่านย้ำชัดๆ ว่า ไม่บุกเข้าไปให้โง่หรอก แค่ปิดล้อม ไม่ให้ไปส่งอาหาร ไม่ให้ไปส่งน้ำ แค่นี้ก็ชักดิ้นชักงอ กันแล้ว มันจะกินอะไร (เติมให้ว่า มันก็กินพวกเดียวกัน ตัวตะกวดในทำเนียบไงละท่าน!!!) ส่วนใครจะมาคิดสู่รบปรบมือ งานนี้มีต่างชาติบริจาคของปราบม็อบ แบบนุ่มนวล เอาไว้เพียบ ท่านยกตัวอย่างมา 2 ชนิด ก็หนาวแล้ว “สตันท์บอมบ์” และ “สตัฟฟ์โฟม” เหมือนในหนังเจมส์บอนด์ไม่ผิดเพี้ยนเลย คงไม่ใช่แค่ขู่ เพราะก่อนท่านพูดคงจะต้องเห็นของมาก่อน

** หลายคนสงสัยสิ่งที่ท่าน พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค พูดมาแต่พูดไม่หมด คือเรื่องราว “ฉาวกาม” ของ “สตรีชั้นสูง” เป็นชู้กับ “นักการเมือง” !!! ...ตะลึง !! ตึง !! ตึง !!...ท่านบอกว่ามีหลักฐานชัดๆ แต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร แต่ถ้าจะให้เดา ฝ่ายการเมือง คงเดาไปทางอื่นไม่ได้ ต้องไปที่ พรรคที่มีประวัติ มั่วกาม – เสพเซ็กซ์ (เจาะไข่แดงเมียเพื่อน เจาะไข่แดงเมียหัวหน้า เจาะไข่แดงเมียลูกน้อง) มั่วๆ นัวๆ กันไปหมด ไม่น่าจะคาดการณ์ผิด ด้วยอิทธิฤทธิ์ของ ไข่นุ้ยใบเบ้อเริ่ม จากดินแดนสะตอใต้ สุ-ราด นั่นเอง... ส่วนอีกคนที่เป็นฝ่ายหญิง เขาร่ำลือกันหนาหู ชื่อพ้องที่คนมักเรียกนักแสดงในวงการบันเทิงว่า ดา...อะไรนะ ดา...อะไรนะ แหม...เรื่องเมาท์กันสนั่นเมืองแบบนี้คงต้องไปถามแวดวง ไฮโซ-ไฮซ้อ-สตรีผู้สูงศักดิ์ น้ำลายไหลเอื๊อกๆ ...ชะ...เอิง...เอย... ใช่ไม่ใช่ พี่น้อง

** แทง แทนไท คิดว่า พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ตอบโจทย์ใหญ่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ 63 ล้านคนได้ถูกต้อง เพราะอะไร...ปัญหาประเทศ อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลเวลานี้ หากไม่แก้ไขปัญหานี้เป็นอันดับแรก อย่าไปหวังว่าประเทศไทยของเราจะแก้ไขปัญหาอะไรได้ รัฐบาลอยู่ในสภาพที่เป็นรัฐมีอำนาจ แต่พิกลพิการใช้ไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่การปกครองในวิถีทางประชาธิปไตย อับอายขายขี้หน้าชาวโลกไปทั่วแล้ว ไหนว่าประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไหนว่าประเทศไทยเป็นอารยประเทศ วันนี้หาก พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค สร้างวีรกรรมยึดทำเนียบคืนสำเร็จ ผู้คนทั่วโลก และคนฝั่งฝาประชาธิปไตย ในประเทศไทย จะปรบมือดังๆ ให้กับท่าน

** มาดูเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นผลผลิตของซากเดนเผด็จการ คมช. ได้กระทำย่ำยีบีฑากับปวงชนชาวไทย ได้เวลาต้องแก้ไขให้กลับคืนมาสู่ความเป็นประชาธิปไตย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แนวทาง ตั้ง สสร.3 เป็นแนวทางหนึ่งที่กำลังลุ้นกันอยู่ ว่าจะทำได้หรือไม่ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ในบทบาทฝ่ายค้าน กลับใช้วิธี ตีรวน บอยคอต ตั้งแต่เริ่มแรก ทั้งที่ปากเคยพ่นบอกกับประชาชนเอาไว้ว่า “รับๆ ไปก่อนค่อยแก้ทีหลัง”!!! แต่มาวันนี้กลับบิดพลิ้ว สมควรไหมที่จะถูกแจ้งความให้ยุบพรรค เพราะโกหกประชาชน 63 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับที่พวกเขารับมานั่นแหละ???

** พรรคประชาธิปัตย์ หากจะทำตัวเหมือน ไม้หลักปักขี้เลน ไม่เป็นโล้ ไม่เป็นพาย “วันหนึ่งพูดอย่าง แต่อีกวันทำอีกอย่าง” หรือ “ต่อหน้าพูดอย่าง ลับหลังทำอีกอย่าง” ในวันนี้ประชาชนคนไทย สื่อสารมวลชนไทย เขารู้ เขาเห็น ยิ่งทำมากๆ ธาตุแท้ ยิ่งเปิดเผยออกมา ไหนว่ารักชาติ รักประเทศ แล้วทำไมจึงไม่หาทาง แก้ไขวิกฤติชาติด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สร้างกติกาที่เป็นธรรม หรือ กติกานี้เอื้อให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ทำลายพรรคคู่แข่ง ตามบันได 5 ขั้นของ คมช. ใช่ไม่ใช่ก็บอกมา หวังลมๆ แล้งๆ แล้วจะหวังขยายฐานการเมืองสร้างคะแนนสนับสนุน ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ได้อย่างไร วันนี้ชาวบ้าน รากหญ้า เขาไม่โง่ !!!

** วันก่อนเห็นแกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เดินทางไปที่ กองปราบปราม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในข้อหา “แต่งกายเลียนแบบ ป.ป.ช.” เอ้ย... ไม่ใช่ ข้อหา.. “ป.ป.ช.ชุดนี้กระทำการขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ป.ป.ช. ขาดคุณสมบัติแต่ต้นในการดำรงตำแหน่ง เพราะไม่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ” เรื่องนี้ตำรวจต้องรีบเร่งสะสางคดี...

** ช่างเหมาะสมกับวันเวลา ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ออกมาพิพากษาคดี ที่ดินรัชดาฯ ซึ่งท่านพิพากษาชัดเจนว่า กฎหมาย ป.ป.ช.ยังไม่สิ้นสภาพในวันทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 !!! หมายความว่า พ.ร.บ. ป.ป.ช. มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องมา ดังนั้นใครกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้อยู่ โปรดระวัง !!! จะเข้าข่าย แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จะเข้าข่าย แอบอ้างใช้อำนาจโดยไม่มีอำนาจให้ใช้ หลายมาตรา หลายกระทง กันล่ะทีนี้ ไม่รู้ต่อมสำนึก ต่อมจริยธรรม ที่ไปเรียกร้องกับคนอื่น ทีเรื่องของตัวเองหดหายไปไหนกันหมด