WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, October 26, 2008

ฝ่ายความมั่นคงยืนยัน เสื้อแดง “แรง” กว่าเสื้อเหลือง

บทความ โดย Bugbunny

มีข่าวมาว่าในที่ประชุมสภานายทหารใหญ่ของกระทรวงกลาโหมเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจากทั้งทหารและพลเรือนได้ทำการประเมินกำลังของฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ว่าฝ่ายใดจะเกิดการต่อต้าน แรง กว่า ถ้าหากมีปฏิบัติการใด ๆ รวมทั้งการยึดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเกิดขึ้น คำว่าแรงในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงแนวความคิด การเคลื่อนไหวต่อต้าน หรือแม้แต่กำลังไฟของแต่ละฝ่าย ในระหว่างการปะทะต่อสู้ ฯลฯ แต่หมายรวมไปถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลังการยึดอำนาจและผ่านการต่อสู้ขั้นต้น อันจะมีโอกาสให้เกิดสภาพอนาธิปไตยสัมบูรณ์ และการไร้ขื่อแปหรือที่เรียกกันว่า Chaos ของบ้านเมืองด้วย

คนที่ออกมาพูดเองและยืนยันว่า เสื้อแดงแรงกว่านั้นคือนายทหารใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในกองทัพที่กังวลกับการต้านจากฝ่ายนี้ว่าจะมีทั้งประสิทธิภาพ ความยืดเยื้อ การพลิกแพลงทางยุทธวิธี รวมทั้งการกระจายออกไปทั่วทุกเขตจังหวัดอย่างกว้างขวางจนเอาไม่อยู่ หรือกว่าจะอยู่ก็จะต้องใช้เวลานานมาก ที่สำคัญก็คือ พวกเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ใช่กลุ่มจัดตั้งที่มีหัวหน้าสายดูแล ยกเว้นบางกลุ่ม แต่มันเป็นมวลชนที่ต่อสู้ด้วยอุดมคติความคิดความแค้นที่สั่งสมกันมาในช่วงสองสามปีนี้ การปฏิบัติการต่าง ๆ จึงไม่มีแผนที่เป็น Master Plan และการฝึกฝนแบบหน่วยทหาร ไม่ได้ไร้วินัย แต่น่าจะดำเนินการตอบโต้กับสัญลักษณ์ทุกชนิด ทุกองค์กร ที่ประกาศจุดยืนอยู่ข้างฝ่ายเสื้อเหลือง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกแบบใดเช่นงานศพที่ไปร่วม รวมทั้งหน่วยทหารที่ตอนนี้ถือว่าเป็นพวกเสื้อเหลืองชัดเจนจากการออกมาขู่นายกให้ลาออก การต่อต้านจะเป็นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างแน่นอน

พึงเข้าใจว่า กระบวนการปฏิบัติการของทหารนั้น เน้นที่ Mission Accomplishment คือการเข้ายึดครองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ควบคุมสถานการณ์ได้สงบราบคาบ แต่ไม่หมายรวมถึงการดำเนินการภายหลังที่จะให้พื้นที่ยึดครองสามารถดำเนินตัวเองต่อไปอย่างไร เพราะไม่ใช่ภารกิจของทหาร ฝ่ายสาย คมช.เดิมนั้นเห็นว่าว่าถ้ามีการยึดอำนาจเกิดขึ้น ก็จะปราบปรามจับกุมแบบเด็ดขาด กวาดทุกคนที่มีข้อมูลว่าอยู่ตรงข้าม แต่ปัญหาก็คือมันมากเกินไป แม้บางคนจะเสนอความเห็นว่าในช่วงซูฮาร์โตเคยมีการเหวี่ยงแหสังหารสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อินโดเนเซียไปเป็นล้านคนมาแล้วน่าจะทำได้ แต่มีผู้แย้งว่าปัญหาก็คือคราวนี้ไม่ใช่คอมมิวนิสต์และสถานการณ์สากลอยู่ข้างคนเสื้อแดง จัดการได้แล้วจะปกครองได้หรือไม่ มีผู้ออกความเห็นด้วยว่าภาคการเมืองหลายคนท้าทายให้ทหารรีบยึดอำนาจเสีย จะได้รู้ว่านรกเป็นอย่างไร หลังจากตกลงไปแค่ต้น ๆ ขุมนรกมาแล้วในช่วงหลัง 19 กันยา 49 คำถามก็คือพร้อมตกนรกกันหรือเปล่า

วิเคราะห์ได้ชัดเจนว่า นี่คือสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ยุทธการยึดเมืองครั้งนี้ยังต้องรี ๆ รอ ๆ แม้จะมี คำสั่งยุทธการ ที่เด็ดขาดชัดเจนมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งยังมีการเร่งรัดอยู่ตลอดเวลาจากคุณน้าผู้เอาแต่ใจตัวเองและไม่มีใครกล้าขัดใจ การรั้งรอนี้ไม่ใช่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เพียงแต่กังวลว่าเมื่อยุทธการยึดเมืองสำเร็จได้แล้ว จะต้องผจญกับอะไร ยาวนานแค่ไหน เพราะตอนนี้ฝ่ายเสื้อแดง ชัดเจน แล้วว่าจะตอบโต้ศัตรูกลุ่มไหนบ้าง จำนวนก็มากพอที่เล่นเกมยาว ไม่ใช่จะต้องจบกันในไม่กี่วัน มีสิทธิเกิดสงครามกลางเมืองสูง ตามมาด้วยการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น จนถึงขั้นสหประชาชาติมาแทรกแซงด้วยกองกำลังรักษาสันติภาพ หรืออาจมีการแยกประเทศเกิดขึ้น ฯลฯ หน่วยทหารจึงต้องคิดมากไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามจนทำให้คนเอาแต่ใจตัวเองหงุดหงิดอย่างมาก แต่มันก็ชี้ชัดได้อย่างหนึ่งว่า สายการบัญชาที่เคยเข้มแข็งนั้นมันอ่อนล้าลง เพราะมีผู้กล้าขัดใจเกิดขึ้นแล้ว จากที่เคยต้องยอม ๆ กันเมื่อสมัย 19 กันยา

จาก thaifreenews

Saturday, October 25, 2008

กำจัด “ทักษิณ” เพื่อ ... ?

เพียงแค่ได้ยินเสียงแว่วๆ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะยกหูถึงพี่ๆ น้องๆ ในรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็ทำให้บางคนถึงกับ “อกสั่นขวัญแขวน” ไปตามๆ กัน
ทำไมต้องกลัวทักษิณขนาดนั้น? หลายคนเกิดคำถามนี้ เพราะตลอดระยะเวลาหลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ทหารเข้ามายึดอำนาจ กระทั่งบัดนี้กว่า 2 ปี บางคนก็ยังกลัวทักษิณขี้ขึ้นสมอง
บางคนกลัวแม้กระทั่งชื่อทักษิณ ทั้งๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศให้ความศรัทธาต่ออดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
บางคนกลัว จนกระทั่งปล่อยข่าวว่าจะมีปฏิวัติก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่คนเสื้อแดงจะมารวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ผมค่อนข้างมั่นใจว่างาน “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 2 จะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน
สาเหตุที่ประชาชนจะตัดสินใจเดินทางมาร่วมงานนั้น เพราะเกิดความไม่สบายใจในเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้ง สนามราชมังคลากีฬาสถานก็จุคนได้เยอะกว่าเมืองทองธานีหลายเท่า
วันนี้ฝ่ายประชาธิปไตยเราทราบชัดเจนแล้วว่าคนไทยส่วนใหญ่เลือกยืนอยู่ข้างเรา หากใครไม่เชื่อ ผมขอท้าทายให้ไปสำรวจคะแนนนิยมกันได้เลย
เมื่อวันวาน คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกรัฐบาล ก็ท้าทายให้แกนนำพันธมิตรฯ ออกไปใช้ชีวิตตามปกติ เช่น เดินห้าง หรือเดินตลาด โดยไม่มีการ์ดห้อมล้อม เพื่อดูว่าประชาชนจะแสดงออกอย่างไร
สิ่งที่ คุณณัฐวุฒิ พูดนั้น มันช่างตรงใจผมเสียจริงๆ เพราะวันนี้ พันธมิตรฯ มีเพียงกระแสที่ช่วยให้ดูเหมือนคนสนับสนุนเยอะเท่านั้น แต่หากวันใดไม่มีกระแสมาช่วย พันธมิตรฯ ก็พ่ายแพ้หมดรูปแน่นอน
ดังนั้นวันนี้ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ต้องคิดเสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องพึ่งสื่อมวลชนกระแสหลัก ไม่ต้องไปอ่านและเสียเงินซื้อสื่อชั่วจอมปลอมพวกนั้น
เพียงแค่เรายึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย และปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่โดนรังแกจากอำนาจมืด
ที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยเห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาตอบโต้ฝั่งตรงข้ามอย่างจริงๆ จังๆ ชนิดเต็มรูปแบบเลยสักครั้ง
หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาปลุกระดมกลับบ้าง อะไรจะเกิดขึ้นครับ ซึ่งผมไม่อยากจะให้เป็นแบบนั้น เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น
แต่สถานการณ์แบบนี้ ฝั่งตรงข้ามกลับไล่ขยี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างโหดร้าย อำมหิต ราวกับว่าไม่ใช่คนไทยด้วยกัน
ดังนั้น ผมอยากถามคนที่ต้องการกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประชาชนศรัทธา และรักใคร่
คุณทำเพื่อ “ประชาชนกว่า 60 ล้านคน” ในฐานะเจ้าของประเทศ หรือ คุณทำเพื่อใคร?


สนธิ ลิ้มทองกุล คนทำลายชาติ ?!!

กราบขอโทษท่านผู้อ่านอย่างยิ่ง ใช้ภาษาเขียนว่าเลว

ไม่เลวไม่ได้ เขียนเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้ดีขึ้น ?!!

“สนธิ ล้มทองกุล” คนเลว.. ต้องเขียนด้วยภาษาเลว

จะไม่เลวได้อย่างไรเล่าครับ มันเลวยึดทำเนียบรัฐบาลเอาไว้เป็นประกันถึงวันนี้ยังไม่ยอมถอนตัวออกมา แถมได้ใช้ทำเนียบรัฐบาล “เป็นที่แถลงการณ์” ทุกเรื่อง มันทำราวกับว่ามันได้เป็นผู้นำประเทศเรียบร้อยไปแล้ว

คำสั่งที่ออกไปจากทำเนียบรัฐบาล แม้ว่าจะไม่ใช่คำสั่งของรัฐบาล ไม่ได้มีประกาศถูกต้องตามกฎหมายก็จริง แต่ก็มี “หมูหมา” ยอมรับในคำสั่งของมัน ยอมปฏิบัติตาม ดังเช่นการที่พวกไอ้ชาติชั่วพันธมิตรทำหนังแผ่น แจกจ่ายประชาชน ๓ ล้านแผ่นทั่วประเทศ ก็ไม่เห็นมีใครตำหนิติเตียน พันธมิตรตัดต่อทำหนังตำรวจฆ่าประชาชน

ไอ้ชาติห...สนธิ ลิ้มทองกุล ดูมันซีครับ

ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังมี “จำลอง ศรีเมือง” ทำตัวเชื่องเหมือนห..ข้างถนน ยอมให้ไอ้สนธิ ลิ้มทองกุล บัญชาการเอาตามใจชอบ ซึ่งบางคนก็ว่า มันคือนายใหญ่ของสนธิ ลิ้มทองกุล ต่างหากล่ะ

ขอกราบท่านผู้อ่านอีกครั้ง..กราบขอโทษ ต้องหยาบต่อ

“พวกพันธมิตรมันทำกับประเทศไทยได้ลงคอ ไม่ว่าจะเป็นคนถ่อยโพธิรักษ์ หรือนายรัก รักพงษ์ มันพากันยึดเอาทำเนียบเป็นกองบัญชาการใหญ่ แถมยังมีคนถ่อยสารเลวอีกหลายคนที่บังอาจยึดทำเนียบ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม/๕๑ อยู่มาจนถึงวันนี้กี่วันแล้วครับ คนพวกนั้นคือไอ้เดนมนุษย์ สมศักดิ์ โกศัยสุข ที่อาศัยคราบผู้นำกรรมกร

ไอ้ผู้แทนบ้าบอ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายคน เช่น ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ สาวกคนที่สองของสันติอโศก ตามด้วย “สุริยะใส กตะศิลา” อมร อมรรัตนานนท์ และสหายเทิดภูมิ ใจดี .. คนพวกนี้ มันทำได้ลงคอ”.?!

ผมใช้ภาษาอันหยาบช้ากับคนพวกนี้เพื่อจะบอกให้พวกเขารู้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ในขณะนี้ มันเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย

ขอกราบเรียนว่า นี้คือการทำลายประเทศไทยทั้งแผ่นดินและยังทำลาย “ระบอบการปกครอง” อีกด้วย...มันน่าจะรู้ตัวว่าพวกมันกำลังทำอะไร ?!!

จะขอพรรณนาความผิดที่เห็นตำตา ให้ไอ้พวกนี้ได้รับรู้ แล้วรีบเก็บเอาไปพิจารณาว่าสิ่งที่พวกมึงทำ มันมีความผิดจริงหรือไม่ ? ดังนี้
“ยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก...ทำผิดกฎหมายหรือไม่ เคยเกรงใจองค์การสหประชาชาติ ที่ทำงานอยู่ตรงนั้นหรือไม่ว่า เขาจะรู้สึกอย่างไร ..?!

และ โปรดรับทราบ...นี้คือเส้นทางเสด็จ

เคยถอยออกให้หรือไม่ ..ไหนว่ารักเจ้า ?

“รู้ไหม ลักษณะของคนที่เทิดทูล เขาพากันเฝ้ารับเสด็จ นั่งอยู่สองฝั่งทาง พากันถือธงชูขึ้นเหนือศีรษะ แล้วเปล่งวาจาว่า ทรงพระเจริญ...เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จผ่าน”

เคยรู้กันดีมิใช่หรือ ?


ความผิดเรื่องต่อมา...จัดตั้งกองกำลังขึ้นมาเหมือนกับพวกกระบวนการก่อการร้าย มีการบุกขึ้นยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ทำลายทรัพย์สินของชาติไม่แตกต่างจากพวกโจรก่อการร้าย
ความผิดต่อมา...ครอบครองทำเนียบ !!
“เห็นความผิดของตัวเองแล้วหรือยัง...ถ้ายังไม่เห็น จะขอนำเอาเรื่องเลวร้ายมาเล่าต่ออีกว่า เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ พวกท่านคิดชั่วจะยึดรัฐสภาอีกแห่ง ตำรวจเขายอมให้ทำไม่ได้ จึงใช้แก๊สน้ำตา ขัดขวางการกระทำ”
พรรคพวกของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” แห่มาจากต่างจังหวัด ถูกหลอกให้เป็นกองกำลังรบ ถูกแก๊สน้ำตาถล่มใส่ บาดเจ็บไป ๔๐๐ กว่าคน
พรรคพวกของท่าน ยิง –แทง ตีตำรวจ เละ ?!
ตำรวจหลายคน เป็นตายเท่ากัน..กลับไม่ใส่ใจ.. ?!
เมื่อพ่ายแพ้ ยึดรัฐสภาไม่ได้ หัวใจหล่นตุ๊บ ไม่สมหวัง จึงโกรธแค้นมากที่ไม่อาจเอาชนะเหมือนตอนยึดทำเนียบ ..จึงทำหนังทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของตำรวจ
กล่าวหาพวกรากหญ้าไม่มีความจงรักภักดี !!
เพียงแค่นี้ ก็มีความผิดมหันต์ เกินว่าจะบรรยาย ทำให้เห็นหัวใจของคนจัญไรของไอ้สนธิ ลิ้มทอง กุล ที่แท้ก็คือ “รัสปูติน” แห่งสยาม...ที่หยาบช้า
สนธิ ลิ้มทองกุล คนทำลายชาติ ?!!



นปช.กร้าว!เตือนชุดพรางอย่าคิดยึดอำนาจเด็ดขาด

คนรักประชาธิปไตยเสื้อแดง แห่ชุมนุมแน่นสนามหลวง ด้านแกนนำลั่นทหารอย่าคิดยึดอำนาจช่วงนายกฯไม่อยู่ประเทศเพราะปชช.ไม่ยอมแน่

พลตำรวจโทสุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า เตรียมกำลังตำรวจไว้ 8 กองร้อย หรือ 1,200 นาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่บริเวณท้องสนามหลวง พร้อมเรียกกำลังได้ทันทีภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากมีเหตุรุนแรง

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า กลุ่ม นปช. อาจเคลื่อนขบวนไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และกระทรวงกลาโหมในช่วงค่ำ แต่เชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุรุนแรง โดยตำรวจจะป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า หรือการปะทะกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณท้องสนามหลวง เริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมสวมใส่เสื้อสีแดง ทยอยเดินทางมารวมตัวกันแล้ว โดยมีตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ ขณะที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ยังคงมีการวางแนวรั้วลวดหนามยางรถยนต์เป็นแนวกั้น พร้อมตรวจตราสัมภาระผู้เข้าร่วมชุมนุมอย่างเข้มงวด ป้องกันกลุ่มมือที่ 3นปช.กร้าว!เตือนชุดพรางอย่าคิดยึดอำนาจ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมซักซ้อมความพร้อมในการต่อต้านปฏิวัติรัฐประหารของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) บริเวณท้องสนามหลวงในขณะนี้เหตุเกิดกลุ่มแนวร่วม นปช.ทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 5,000คน แล้ว ซึ่งมีแนวร่วมบางส่วนขึ้นรถปราศรัยกล่าวโจมตีกลุ่มบุคคลที่ต่อต้านรัฐบาลเพราะในส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯตลอดจนกลุ่มทหาร

อย่างไรก็ตามในขณะนี้กลุ่มแนวร่วม นปช.บางส่วนได้เตรียมอุปกรณ์ในการต่อต้านรัฐประหารอย่างสันติวิธี เพื่อให้การต่อต้านของฝ่ายประชาชนในความสูญเสียน้อยที่สุด อีกทั้งยังเป็นการกดดันไม่ให้กองทัพใช้โอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจีนทำการรัฐประหารขึ้น



แฟชั่น"ตีนตบ"ปราบกบฎสีสันคู่นปช.


"ตีนตบ" จะทำหน้าที่ตะปบ "มือตบ" พันธมาร ! เผยเป็นโอท็อปเจ้าแรกของไทยได้รับความนิยมจนผลิตแทบไม่ทัน

ช่วงนี้คงจะเริ่มคุ้นเคยกับสัญลักษณะ "ตีบตบ" กันมากขึ้นเรื่อยๆ เท่าๆ กับการรวมพลังเคลื่อนไหนของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ชนิดที่ว่า ที่ไหนมี นปช. ที่นั่นจะมีตีนตบไว้คอยขับไล่เสนียดจัญไรจากมือตบพวกพันธมารและในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงในไม่อีกกี่วันนี้ ในงานนัดรวมพลคนเสื้อแดง เวที "ความจริงวันนี้สัญจร" นอกเหนือจากความร้อนแรงของสีเสื้อแล้ว ตีนตบก็จะเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จะสร้างสีสันให้กับงานและยังเป็นสัญลักษณ์ในการรวมพลังของกลุ่ม นปช. ด้วย

"ตีนตบ" เดินทางมาไกลจากเชียงใหม่ สนนราคาซื้อขายกันที่ 3 อัน 100 บาท ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าโอท็อปประจำ อ.สันกำแพงไปเรียบร้อยแล้ว งานนี้ก็ต้องขอปรบมือให้กับนายพรหมศักดิ์ แสนโพธิ์ ประธานสมาพันธ์คนรากหญ้า จ.เชียงใหม่ ที่เป็นผู้ริเริ่มผลิตตีนตบออกมากแข่งกับมือตบด้วยเหตุผลที่ว่า เราต้องมีสัญลักษณ์เป็นของเราบ้าง

นายพรหมศักดิ์ เปิดเผยว่า ตีนตบเป็นโอท็อปเจ้าแรกของไทย ต้นทุนผลิตอยู่ที่ 30 บาทต่อชิ้น ราคาขายอยู่ที่อันละ 32-35 บาท เมื่อตีนตบเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 39-49 บาทต่ออัน และแม้จะถูกกลุ่มนักวิชาการออกมาโจมตีว่าตีนตบเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรง หยาบคาย แต่ตีนตบก็ยังได้รับความนิยมจนผลิตแทบไม่ทัน

ไม่ว่าจะเป็นตีนตบหรือมือตบ มันจะเป็นเครื่องมือรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของผู้ใช้ต่างหาก เพราะที่ผ่านมา "มือตบ" ที่ผ่านมามันก็กลายเป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่กลุ่มพนักงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหภาพ ทีโอทีและกลุ่มข้าราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่เข้าปิดล้อม ตะโกนขับไล่แถมยังขว้างมือตบใส่นายสมชาย วงสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางไปตรวจเยี่ยม

วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในเวที "ความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2" นอกจาก 3 นายวีระ มุกสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่จะสร้างสีสันในงานวันนั้นคือคำปราศัยสดๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่อโทรศัพท์ทางไกล จากประเทศอังกฤษ ส่วนรูปแบบของการจัดงานนั้นจะใช้พื้นที่ของสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานที่สามารถเพื่อรองรับกลุ่มประชาชนที่จะมาร่วมงานกว่า 7 หมื่นคน ตรงกลางจะเป็นเวทีขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าใบสีแดงสกรีนใบหน้าของ 3 อดีตแกนนำ นปก. นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ไว้ติดตั้งโดยรอบสนาม สำรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ นอกจากนี้รอบสนามยังจะมีการตั้งบูธขาย "เสื้อแดง" ในราคาตั้งแต่ 100-250 บาท รวมทั้ง "ตีนตบ" ราคา 3 อัน 100 บาท ด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องวิตกกังวลเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก บก.น.4 จำนวน 4 กองร้อย ร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยของ นปก. ดูแลเข้มตลอดทั้งงาน

.....ใส่เสื้อแดงและพก "ตีนตบ" แล้วมารวมพลังร่วมกันได้ที่งาน


‘มานิตย์’ชี้กฏหมายโจรบกฏทำประเทศไทยลงเหว

‘มานิตย์’ยันกม.ที่ใช้ลงดาบอดีตนายกฯเป็นของโจรกบฏ สลด!อนาคตความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินคนไทยจะพึ่งใคร วอนเปิดโอกาส‘ทักษิณ’พูดความจริงบ้าง ไม่ใช่ฟัง‘แป๊ะลิ้ม-จำลอง’ฝ่ายเดียว

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท ทักษิณ ชิณวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งจดหมายถึงสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ภายหลังถูกฎีกาฯตัดสินจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตที่ดินรัชดา ว่า สามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่มีกฎหมายใดห้ามพูดห้ามชี้แจงต่อสาธารณชน ซึ่งหากพ.ต.ท.ทักษิณพูดไม่ได้ แล้วทำไมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงด่าทอได้ทุกวัน ด่ามา 3-4 ปี ยังทำได้ หากพูดไม่ได้ พูดแล้วใครเป็นผู้เสียหายก็ไปทำการฟ้อง

ส่วนเรื่องที่ศาลตัดสินนั้น มองว่า ข้อกฎหมายที่ใช้ตัดสินเป็นทาสของกบฎ เพราะกบฎเป็นผู้ร่าง และผู้พิพากษาหลายคนรับใช้กบฎ ช่วงดำเนินคดีบอกเป็นคดีการเมือง เมื่อตัดสินแล้วบอกเป็นคดีอาญา อีกทั้งใครต่อใครจะให้ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

“เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม จากนี้ไปประชาชนจะมีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและเชื่อถือวางใจในกระบวนการยุติธรรมได้อีกหรือไม่ เพราะศาลจะนำใครมาพูดมาเขียนก็ได้ เวลานี้กระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรมเพราะนำหลักกฎหมายโจรมาตัดสินคนในบ้านเมือง”นายมานิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่า ต่างประเทศมองกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างไรนั้น นายมานิตย์ กล่าวว่า ไม่ต้องถามถึงต่างชาติว่าจะมองประเทศไทยอย่างไร เพราะแค่คนในประเทศยังไม่สามารถเชื่อถือได้ แล้วคนต่างชาติควรจะมองประเทศไทยอย่างไร ตรงนี้ไปคิดกันเอง

นอกจากนี้ นายมานิตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท ทักษิณ จะโทรศัพท์สายตรงปราศรัยกับประชาชนในวันที่ 1 พ.ย. นี้ผ่านรายการ “ความจริงวันนี้ ต้านรัฐประหาร” ที่จะจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ว่า จะก่อให้เกิดการเข้าใจของประชาชนที่ตรงกันทั้งสองฝ่าย ควรให้ พ.ต.ท. ได้พูดบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนฟังแต่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ พล.ต จำลอง ศรีเมือง พูดอยู่ฝ่ายเดียว

'สุรยุทธ์'ปัดตอบ‘ทักษิณ’โฟนอิน

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสมาพันธ์องค์กรบริหารไหหลำโลกรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ถ.รัชดาภิเษก

ทั้งนี้ ภายหลังการเปิดงาน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.อ.สุรยุทธ์ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้ อาศัยอยู่ประเทศอังกฤษ จะโทรศัพท์ข้ามประเทศเข้ามาในรายการความจริงวันนี้วันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ไม่ตอบคำถามใดๆ โดยเพียงยิ้ม และขึ้นรถกลับทันที



‘จรัล’จวก‘จำลอง’ ตีสองหน้า อยากได้‘ช้าง’หนุนพันธมาร

แกนนำนปช.รู้ไต๋‘จำลอง’ เชื่อเสียงค้านบริษัทน้ำเมาเข้าจดทบ.ตลาดหลักทรัพย์อ่อนเพราะต้องการท่อน้ำเลี้ยงเข้า‘แก๊งมือตบ’

นายจรัล ดิษฐาพิชัย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรรณีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีท่าทีเปลี่ยนไป กรณีการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใต้เครื่องหมายช้าง ว่า ตนเห็นว่า ก่อนหน้านี้ในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.จำลอง ได้ออกมาแสดงความคิดคัดค้านอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย ซึ่งขณะนี้พล.ต.จำลองก็เป็นเหมือนพวก‘ตีสองหน้า’ซึ่งหน้าหนึ่งก็ทำเฉย แต่อีกหน้าหนึ่งก็อยากให้เบียร์ช้างมาสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯที่ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอยู่ในขณะนี้ วันนี้ พล.ต.จำลอง

“พล.ต.จำลองมีท่าทีเปลี่ยนไป เพราะต้องการช่วงชิงบริษัทเบียร์ช้างให้มาเป็นแนวร่วมและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่เชื่อลองสังเกตดูว่าการเคลื่อไหวของเขาจะเอาเม็ดเงินมาจากไหนมากมาย เพราะชุมนุมมาตั้งหลายเดือนแล้ว”แกนนำนปช. กล่าว

นายจรัล กล่าวอีกว่า ในความเป็นจริงการนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นเรื่องทางธุรกิจ หากจะมีการคัดค้านว่าเป็นอบายมุกก็ควรจะคัดค้านที่ต้นเหตุ ไม่ควรให้มีการผลิตทั้งเหล้าและบุหรี่ด้วย



Friday, October 24, 2008

พันธมารขี้ขึ้นหัว!ร้องทหารช่วยหวั่นม็อบ'สล้าง'บุกทำเนียบฯ

แก๊งพันธมิตรฯผวา ดอดยื่นหนังสือมทภ.1 ขอทหารช่วยดูแล หวั่นโดนกองกำลังนักรบพระเจ้าตาก- ‘พลังกู้วิกฤตชาติ’ปิดล้อมทำเนียบฯตัดท่อน้ำเลี้ยง ด้าน‘สล้าง’ยกเลิกแผนปิดประตูตีแมว อ้างติดภารกิจ

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ พร้อมด้วย นายการุณ ใสงาม แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางไปที่กองทัพภาคที่ 1 เข้ายื่นหนังสือให้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อขอให้ตรวจสอบ และดำเนินการ กรณีที่ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ข่มขู่ จะใช้กองกำลังติดอาวุธ มาล้อมทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.ต.สุรพันธ์ พวงเพชร ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 รับหนังสือแทน พร้อมกันนี้ นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.อ.สล้าง ประกาศว่าจะใช้กองกำลังติดอาวุธ เข้ามาล้อมทำเนียบรัฐบาล และ พล.ต.ขัตติยะ ได้มีการเตรียมกองกำลังในนาม นักรบพระเจ้าตาก ให้กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะเห็นได้วว่า การกระทำดังกล่าว มีความต้องการที่จะทำให้เกิดความรุนแรงจึงอยากเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้ตรวจสอบและดำเนินการ เพื่อป้องกันการปะทะด้วยความรุนแรง เหมือนที่เคยเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ที่ผ่านมา

ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า การทำงานบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตั้งแต่ตนเข้ามาก็มีอุปสรรคมาโดยตลอด แต่ก็จะไม่ถอดใจแน่นอนและจะสู้ต่อไปเพื่อความถูกต้อง ทั้งนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ อาเซียนซัมมิท ในเดือนธันวาคมนี้ หากจะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตนั้นตนไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้มีผลลบต่อประเทศ และไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับจากชาวโลกเช่นกัน อย่างไรก็ตามจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนปัญหาความขัดแย้งขณะนี้ ต้องแก้ไขแม้จะเป็นเรื่องยากก็ตาม

ล่าสุดพล.ต.อ.สล้าง บุญนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจเปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้(25พ.ย.) ภารกิจการยึดทำเนียบรัฐบาล โดยกองกำลังที่ใช้ชื่อว่า‘พลังกู้วิกฤตชาติ’ต้องยกเลิก เพราะติดภารกิจที่จังหวัดเชียงใหม่


ส.ส.พปช.ชี้‘ทักษิณ’มีสิทธิวิจารณ์ศาลได้

ในฐานะที่ได้รับผลกระทบ ส.ส.พลังประชาชนระบุ‘ทักษิณ’มีสิทธิวิจารณ์ศาลผ่านแถลงการณ์ได้ จี้นักกฏหมายออกให้ความรู้ประชาชนมากกว่าปัจจุบัน จวกขบวนการแปลงสาส์นอัปยศให้คนเข้าใจอดีตนายกฯผิด

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคพลังประชาชน ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ถึงสื่อต่างประเทศโดยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมและชนชั้นสูงในประเทศไทยว่า ในฐานะนักนิติศาสตร์คนหนึ่ง เท่าที่ดูเนื้อหาของแถลงการณ์มองว่าเป็นสิทธิของพ.ต.ท.ทักษิณที่จะแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบ เป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่อยากให้สังคมไทยช่วยกันศึกษาให้รอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่อเนื้อหา ทั้งนี้ในวงการนักนิติศาสตร์เอง ก็ยังเป็นข้อถกเถียงในหลายประเด็นมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน

“หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสได้พบกับนักกฎหมายจากต่างประเทศได้แสดงความเห็นต่อกระบวนการยุติธรรม และกฎหมายของประเทศไทยนับแต่คดียุบพรรคไทยรักไทยโดยตั้งคำถามว่าทำไมระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทยถึงเป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นประเทศเขาเรื่องอย่างนี้ถือว่าไร้สาระตั้งแต่กฎหมายถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยชั้นแนวหน้าของภูมิภาคนี้”นายพีรพันธุ์กล่าว

นายพีรพันธุ์ยังกล่าวเรียกร้องให้นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทางวิชาการต่อกระบวนการยุติธรรมและกระบวนกฎหมายของไทยเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในหมู่ประชาชนโดยไม่ต้องเกรงว่าจะละเมิดอำนาจศาล เพราะการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการสามารถทำได้ โดยอาจจะให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีเสวนาหรือกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการก็ได้ ทั้งนี้ระบบศาลของไทยเป็นระบบปิดมาโดยตลอด ตนมองว่าระบบศาลควรจะเปิดให้คนเข้าถึงมากขึ้น ซึ่งอาจจะรวมถึงการปรับถ้อยคำในส่วนของความผิดที่ว่าด้วยการหมิ่นอำนาจศาลออกไป ควรจะต้องปรับกระบวนการยุติธรรมไทยให้สากลยอมรับ ไม่ใช่เมื่อเกิดการยึดอำนาจคนๆเดียวจะออกกฎหมายอะไรก็ได้

ส่วนกรณีพ.ต.ท.ทักษิณโจมตีชนชั้นสูงที่มีอภิสิทธิ์พร้อมระบุว่าตัวเองเป็นตัวแทนของคนชั้นล่าง นายพีรพันธุ์กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าคนไทยเขาไม่รู้ โดยเฉพาะกลุ่มที่พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าเป็นตัวแทนของกลุ่นคนรากหญ้าต่อสู้กับกลุ่มคนอภิสิทธิ์ชน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น



ศึกยึดคืนทำเนียบ! ผบช.น.เชื่อรับมืออยู่ไม่นองเลือด


ผบช.น.เผยมีกำลังตร.หลายพันนายไว้รับมือ หากกลุ่ม‘พลังกู้วิกฤติชาติ’ของ‘สล้าง’ปิดล้อมทำเนียบฯ ไล่‘พันธมิตรฯ’จริง ระบุหากเกินกำลังพร้อมเรียกทหารเสริมทัพทันที

พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีที่ พลตำรวจเอก สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ประกาศยึดทำเนียบรัฐบาลว่า ตนเชื่อว่าจะไม่มีเหตุรุนแรงเนื่องจากใกล้งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คงไม่มีผู้ใดกล้าก่อเหตุรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามตำรวจได้เตรียมกำลังไว้ 8 กองร้อย หรือ 1,200 นาย ในสถานการณ์ปกติ และมีกำลัง ณ ที่ตั้งอีก 9 กองร้อย รวมทั้งสามารถร้องขอความช่วยเหลือไปยังกองทัพได้ทันที กรณีที่เกิดเหตุรุนแรงเกินกว่าตำรวจจะควบคุมได้ ยืนยัน ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่าง 2 กลุ่มได้

ส่วนจะมีตำรวจราชการไปร่วมชุมนุมกับ พลตำรวจเอก สล้าง หรือไม่นั้น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่า หากตำรวจในราชการจะไปร่วมชุมนุม ต้องไปนอกเวลาเท่านั้น แต่ย้ำว่า ขณะนี้ยังมีคำสั่งห้ามตำรวจทุกนายลาโดยไม่มีกิจอันควร พร้อมยอมรับ รู้สึกหนักใจ เนื่องจากขณะนี้ตำรวจถูกกดดันอย่างหนัก

ไม่อยากให้รัฐบาลไขก๊อก

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยอ้างเพราะเป็นเหตุมาจากการเมือง ไม่ใช่การกระทำผิด หรือทุจริต ว่า เป็นเพียงความคิดเห็นของแต่ละคนที่สามารถมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้
ส่วนจุดยืนของพรรคชาติไทย นายบรรหารกล่าวว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลยังต้องการให้มีรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศต่อไป มิเช่นนั้นจะเกิดสุญญากาศทางการเมือง ประเทศชาติไม่สามารถเดินหน้าได้ ทั้งนี้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศต้องแก้ไขตามระบอบประชาธิปไตย และต้องใช้ความอดทน

หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์บ้านเมือง ที่แบ่งเป็นหลายฝ่าย และจะมีการชุมนุมใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่การปะทะกัน โดยผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายท่านไม่สามารถพูด หรือแสดงความคิดเห็นได้มากนักเพราะจะถูกตีความว่าเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดและนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น

อาสากาวใจนปช.-พันธมิตรฯ

นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวในรายการที่นี่ทีวีไทย ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่อง ไทยพีบีเอส(TPBS) เมื่อคืนวาน(23 ต.ค.) เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะที่ว่า ตนรู้สึกเป็นห่วงบ้านเมืองขณะนี้มากเพราะ เห็นได้ชัดเจนว่า ขณะนี้บ้านเมืองมีการแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน คือ1.กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ2.กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ทั้งนี้มองว่าการที่พันธมิตรฯเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลไม่ได้เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องชุมนุมอย่างสันติตามที่รัฐธรรมนูญ ปี2550 บัญญัติไว้ ซึ่งเป็นฉบับที่กลุ่มพันธมิตรฯพยายามจะปกป้อง รวมทั้งการเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาก็ถือว่ากลุ่มพันธมิตรทำไม่ถูกต้อง
“ผมกลัวว่าบ้านเมืองเราจะกลายเป็นอย่างเช่นสงครามเขมร 3 ฝ่ายที่มีการรบพุ่งกันเองของคนในชาติ และถ้ามองให้ดีก็ไม่มีใครได้ประโยชน์เพราะคนในชาติรบกันเอง”นายเสนาะ กล่าว

นายเสนาะกล่าวอีกว่า ตนพร้อมที่จะเข้าไปเป็นคนกลางเพื่อไกล่เกลี่ยให้ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรฯหรือนปช. หรือจะให้ก้มลงกราบก็ยอมโดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตร อย่างไรก็ตามตนคิดว่าคนที่จะไม่ยอมออกมาคุยก็คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และพล.ต.จำลองศรีเมือง

อย่างไรก็ตามหัวหน้าพรรคประชาราช ได้กล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ตนเชื่อว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีอำนาจใดๆแล้วในเมืองไทย ส่วนคดีทั้งหลายก็เข้าสู่สถาบันตุลาการหมดแล้ว

เชื่อไม่เกิดเหตุรุนแรง

ด้าน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.สล้าง บุญนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เตรียมที่จะใช้กลุ่ม‘พลังกู้วิกฤติชาติ’เพื่อไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้(25 ต.ค.) เพื่อตัดช่องทางการนำเสบียงอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปให้ผู้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ตนเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงใดๆเพราะทุกฝ่ายต่างทำตามหน้าที่และคนไทยทุกคนต่างคิดดีทำดี

ส่วนกรณีที่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโทรศัพท์ทางไกลจากต่างประเทศเข้ารายการ "ความจริงวันนี้ ต้านรัฐประหาร" ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ พล.ต.อ.โกวิท เห็นว่า จะไม่ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองทวีความรุนแรงขึ้น และเรื่องดังกล่าวถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล

ปิดสะพาน‘มัฆวาน’อ้างโดนขว้างประทัดยักษ์

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แกนนำได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเปิดช่องทางการจราจรบนถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์-แยกสวนมิสกวัน ตลอดช่วงเช้าวันนี้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงมีการนำยางรถยนต์และรถบรรทุก 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงมาจอดขวางเส้นทางการจราจรบนสะพานมัฆวานรังสรรค์-บริเวณแยก มิสกวัน นอกจากนี้ยังมีการนำยางรถยนต์มาวางขวางถนนบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ด้วย

ทั้งนี้แกนนำให้เหตุผลเรื่องของความไม่ปลอดภัย หลังจากเมื่อวานนี้ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ขว้างประทัดยักษ์เข้ามาในบริเวณการชุมนุม จึงจำเป็นต้องมีการปิดการจราจรในบริเวณดังกล่าวต่อไป