WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, October 26, 2008

'คนเสื้อแดง'อารักขานายกฯหวั่น'แก๊งมือตบ'จุดชนวนความวุ่นวาย


"นักประชาธิปไตยเสื้อแดง" กระจายกำลังอารักขา "นายกฯ สมชาย" เหตุม็อบป่วนใช้มือตบไล่รัฐบาล ชี้ป้องกันกลุ่มพันธมารก่อความวุ่นวาย ขณะที่การเยี่ยมชมสวนสัตว์เชียงใหม่ นายกฯชู "อควอเรียมเชียงใหม่" เป็นศูนย์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะเดินทางมาถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อทำพิธีเปิด Chiangmai Zoo Aquarium ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีอุโมงค์ใต้น้ำยาว 133 เมตร ยาวที่สุดในโลก

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Chiangmai Zoo Aquarium จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากของประเทศไทย และขอให้ชาวเชียงใหม่ ช่วยกันรักษาไว้ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับประมุข และผู้นำประเทศ ที่จะเดินทางเข้าเชียงใหม่ ในช่วงเดือนธันวาคมนี้

ทั้งนี้ เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจของโลก ทำให้ประเทศไทยต้องหาความมั่นคง ซึ่งเป็นแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงจะสานต่อการระดมเงินทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน คล้ายๆกับ IMF ซึ่งจะทำให้ประเทศยากจนได้รับประโยชน์มาก ดังนั้นในเดือนหน้า ซึ่งจะให้รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ไปหารือถึงการจัดการประชุมผู้นำอาเซียน บวกกับอีก 3 ประเทศคือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่ จ.เชียงใหม่ โดยจะระดมทุนให้ได้ 8 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ ไม่เกิน1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจึงเบื้องต้นได้มีการหารือกันแล้วในที่ประชุมอาเซม ที่ประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม ทางสวนสัตว์เชียงใหม่ได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัย ซึ่งจะมีเพียงนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนเท่านั้นที่เข้าเยี่ยมชม นอกจากนี้กลุ่มรักษ์เชียงใหม่ 51 ได้กระจายกำลังตามเส้นทางที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเพื่อป้องกันกลุ่มพันธมิตรฯ

จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินทางเป็นประธานเปิดการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด ขึ้นที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่ โดยมีประเทศที่เข้าร่วม 25 ประเทศ

ผู้สื่อข่าวบรรยากาศโดยทั่วไปบริเวณโดยรอบโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ได้มีการรักษาความปลอดภัยให้กับนายกรัฐมนตรีอย่างเข้มงวด โดยนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงของจังหวัดคอยดูแลแล้ว ยังมีกลุ่ม "กลุ่มเสื้อแดง" กระจายกำลังรอบโรงแรม เพื่อป้องกันม็อบมือตบที่จะเข้าถึงตัวนายกรัฐมนตรีด้วย

นอกจากนี้ ได้มีมือตบจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ แต่กลุ่มเสื้อแดงได้พยายามไล่ออกไปแล้ว และยังไปล้อมวัดใหม่ห้วยทราย อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีการรวมตัวของกลุ่มมือตบที่สร้างความวุ่นวายขณะนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือน จ.เชียงใหม่


'โอฬาร'ชี้อาเชียนยอมรับ 6 มาตรการกระตุ้นศก.ไทย-มั่นใจปีนี้เติบโต4%

'โอฬาร'ระบุที่ประชุมอาเชียนยอมรับ 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย ยืนยันเอเชียรับมือวิกฤตศก.โลกได้ ลุยตั้งทีม'ไทยแลนด์'หนุนการส่งออก พร้อมมั่นใจเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตประมาณร้อยละ4

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเดิมออกรายการ รัฐบาลของประชาชน ครั้งแรกให้สัมภาษณ์กับ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงการเจรจาทวิภาคี ระหว่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยระบุว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดีเหมือนพี่น้อง โดยเชื่อมั่นว่า หลังจากวันที่ 28 พ.ย.นี้ ประเทศไทยจะขอกรอบจากที่ประชุมรัฐสภา เพื่อตั้งคณะกรรมการชายแดน สถานการณ์จะเรียบร้อย โดยจะคงเดินหน้าต่อด้านการลงทุนและจะไม่มีการใช้ความรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นความไม่ตั้งใจของทั้ง 2 ฝ่าย

ทั้งนี้ นายสมพงษ์ ยังระบุถึงการประชุมอาเซียนบวก 3 ว่า ได้หารือนอกรอบ ถึงวิกฤติการเงินของสหรัฐ เพื่อเตรียมหาทางป้องกันผลกระทบ โดยมีการนำข้อเสนอสมัยวิกฤติต้มยำกุ้งมาดำเนินการด้วย อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศ ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า การประชุมอาเซียนซัมมิท นั้นมีแนวคิดเปลี่ยนสถานที่ จากกรุงเทพมหานคร เป็นเชียงใหม่โดยจะรอข้อสรุปอีกครั้ง

'โอฬาร'ชี้รับมือวิกฤตศก.โลกได้

ขณะที่ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายรัฐบาลของประชน ถึงการเจรจาทวิภาคี ว่าการหารือในประเด็นสำคัญนั้นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งปลายปีนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียนบวก 3 ที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อหาทางออกในการแก้วิกฤตทางการเงินของสหรัฐ ซึ่งเปรียบเสมือนหลุมดำ แต่ในเอเซียได้รับผลกระทบน้อย ซึ่งจุดที่ได้รับผลกระทบมากทีสุดคือตลาดหุ้น

นายโอฬาร กล่าวอีกว่า เอเชียคงหนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐ แต่เชื่อว่าคงมีไม่มากนัก เนื่องจากเอเชียยังมีกองทุนที่เพียงพอในการรับมือ โดยเฉพาะระบบธนาคารที่มีทุนสำรองอยู่14-15 % ซึ่งยังสูงกว่ามาตรฐาน แต่ทั้งนี้ในส่วนที่ได้รับผลกระทบ คือ ตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากตะวันตก ซึ่งมีการเทขายหุ้นออก ดังนั้นเป็นโอกาสอันดีที่นักลงทุนเอเชียและไทยจะเข้าไปช้อนซื้อหุ้นที่ดีและราคาถูก ทั้งนี้หากเอเชียมีเงินเพียงพอ คาดว่าจะทำให้ GDP สามารถอยู่ที่ 5%ได้

อย่างไรก็ตามในส่วนของมาตรการของรัฐบาลที่จะออกมาจะเป็นเม็ดเงินประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยจะมีในส่วนของกองทุนหมู่บ้าน หรือ SML สินเชื่อรวมกันปี 52 4.5แสนล้านบาท ซึ่งจะขยายตัวร้อยละ 5 นอกจากนี้จะเร่งการส่งออกและนำเข้าโดยการตั้งทีมไทยแลนด์ ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงท่องเที่ยวฯ กระทรวงพาณิชย์ โดยปี 2552 ให้ขยายตัวให้ได้ร้อยละ 5 หรือ เป็นเงิน 3.6 แสนล้านบาท โดยตลาดเป้าหมาย คือ เอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง โดยจะมีการเจรจากันระหว่างรัฐต่อรัฐ รวมทั้งจะมีการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล 1.8 แสนล้านบาท และโครงการเมกกะโปรเจคเพิ่มงบในปี 52 1แสนล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินที่จะใช้จะเป็นเงินจากรัฐวิสาหกิจ เงินกู้จากในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินกู้ในต่างประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีของจีนนั้นยินดีที่จะปล่อยกู้แบบผ่อนปรน 400 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเมกะโปรเจกต์ ส่วนราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำในขณะนี้ ก็ได้ใช้กลไกตลาด แทรกแซงราคา ทั้ง ยางพารา ข้าวโพด ข้าว และได้มีการดำเนินนโยบาย กำหนดราคาสินค้าขั้นต่ำ ในส่วนของข้าวแล้ว

อย่างไรก็ตามจะเสนอการการรับประกันราคาข้าวโพดในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ส่วนยางพาราจะมีการหารือกับก.เกษตรและสหกรณ์ในวันที่ 29 ต.ค.หรือ 30 ต.ค.นี้

นอกจากนี้ นายโฮฬาร กล่าวอีกด้วยว่า ที่ประชุมอาเซียนให้การยอมรับ 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย พร้อมเชื่อมั่นว่า หากมีการดำเนินการตามที่ได้ระบุไว้ ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ของเป้าหมาย จำนวน2 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 4



สื่อนอกฟันธงส่งตัว'ทักษิณ'กลับไทยโอกาสน้อย

"บีบีซี" วิเคราะห์ขอตัวอดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทยทำได้ยาก ระบุมีกระบวนทางกฎหมายซับซ้อน

สำนักข่าวบีบีซีโดยผู้สื่อข่าว “ไมเคิล โดบี” ได้เสนอบทรายงานวิเคราะห์ถึงโอกาสที่จะนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับไทยเพื่อรับโทษคดีทุจริตการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาฯ ซึ่งหนีหมายจับอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศไทยว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรื่องนี้จะต้องใช้เวลานานอีกหลายปี เนื่องจากกฎหมายการขอผู้ร้ายข้ามแดนนั้นมีความยุ่งยากซับซ้อน

ด้านนายคลิฟ นิโคลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน บอกกับบีบีซีว่า อัยการไทยอาจร้องขอให้อัยการอังกฤษช่วยเหลือในการยกร่างคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่จะเสนอต่อศาลอังกฤษได้ แต่ศาลอังกฤษจะพิจารณาในหลายประเด็น เช่น

ความผิดของพ.ต.ท.ทักษิณตามคำพิพากษาของศาลไทยนั้น เป็นความผิดตามกฎหมายอังกฤษด้วยหรือไม่ การดำเนินคดีต่อพ.ต.ท.ทักษิณเกิดขึ้นเพราะแรงจูงใจทางการเมืองอย่างที่อดีตนายกฯของไทยกล่าวอ้างหรือไม่ แต่หากคำร้องนั้นมีเจตนาว่าต้องการนำตัวทักษิณไปลงโทษเนื่องจากความคิดเห็นทางการเมือง ศาลอังกฤษก็จะไม่เนรเทศอดีตนายกฯ

นอกจากนี้ ศาลอังกฤษจะพิจารณาด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับการพิจารณาคดีโดยยุติธรรมหรือไม่ และมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการพิจารณาคดีใหม่หากถูกส่งกลับประเทศไทย ทั้งนี้กรณีที่เขาถูกไต่สวนลับหลังก็อาจเป็นประเด็นที่ศาลอังกฤษจะพิจารณาประกอบด้วย

ศาสตราจารย์เจฟ กิลเบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนและกฎหมายสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยเอสเส็กซ์ ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณมีสิทธิอุทธรณ์คดีอย่างจำกัด ก็อาจเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ศาลอังกฤษจะพิจารณา ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณมีเวลา 30 วันนับแต่วันพิพากษาเมื่อ 21 ต.ค.ที่ผ่านมาที่จะยื่นอุทธรณ์



'อ๋อย'ปัดอยู่เบื้องหลัง'สล้าง'จวกผบ.ทบ.ประกาศพรก.ฉุกเฉินไม่แก้ปัญหา


'จาตุรนต์' ตอก'แก๊งพันธมาร'พวกชอบสร้างประเด็นเท็จ ป้ายสีอยู่เบื้องหลังแผนยึดคืนทำเนียบ อัด'บิ๊กป็อก' บกพร่อง หลังประกาศภาวะฉุกเฉินยังไม่แก้ปัญหา

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวปฎิเสธกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาระบุว่าอยู่เบื้องหลังพล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจเพื่อวางแผนปิดล้อมทำเนียบกดดันกลุ่มพันธมิตร โดยระบุว่าไม่ได้พบปะกับพล.ต.อ.สล้าง มานานแล้ว และคิดว่าการออกมาประกาศปิดล้อมทำเนียบของอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจน่าจะมาจากความเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจและความเป็นห่วงบ้านเมือง

"พันธมิตรฯต้องการสร้างประเด็นเท็จใหม่ ๆ มาใส่ร้านคนอื่นตามสไตล์ เนื่องจากขณะนี้กำลังจนแต้งเสนออะไรมาคนก็ไม่รับ" นายจาตุรนต์ กล่าว

ส่วนการจัดงานครอบครัวความจริงวันนี้ ครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 พ.ย. สนามราชมังคลากีฬาสถาน อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยระบุว่า ได้รับเชิญไปร่วมงานในฐานะผู้ปราศรัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านรัฐประหารเท่านั้น ไม่ได้มีเป้าหมายชนกับกลุ่มพันธมิตร จึงไม่มีการเคลื่อนกำลังพลไปไหน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดรัฐประหารก่อนจัดงานหรือไม่ เพราะผู้นำกองทัพและกลุ่มพันธมิตรฯก็จ้องยึดอำนาจอยู่

นายจาตุรนต์ ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่มีหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าแถลงการณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงสื่อต่างโจมตีกระบวนการยุติธรรมไทยนั้น ตนมองว่าระบบยุติธรรมทำได้ถูกทำลายมานานแล้วโดยคณะรัฐประหารและกลุ่มพันธมิตรฯ

อย่างไรก็ตาม อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยยังกล่าวอีกว่า ตนไม่อยากเห็นการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนกับประชาชน แต่ยอมรับว่าบ้านเมืองตอนนี้ไม่รักษากฎหมาย คนทำผิดสามารถยึดทำเนียบและตั้งกองบัญชาการทำผิดกฎหมายได้อย่างโจ่งแจ้ง คนอีกกลุ่มจึงต้องหาทางออกในการแก้ปัญหา และคนกลุ่มนี้นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตนจึงห่วงว่าอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงได้

"ถ้าจะโทษก็ต้องโทษ 2 ฝ่ายคือกลุ่มพันธมิตรฯที่เป็นต้นเหตุปัญหาพยายามสร้างความรุนแรงทุกทางเพื่อหวังให้ทหารออกมายึดอำนาจและต้องโทษความบกพร่องของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ที่หลังประกาศพ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้วยังไม่เคยบอกว่าพันธมิตรฯทำผิดกฎหมายซึ่งมีส่วนให้เกิดการบานปลายมากขึ้น" นายจาตุรนต์กล่าว


ฝ่ายความมั่นคงยืนยัน เสื้อแดง “แรง” กว่าเสื้อเหลือง

บทความ โดย Bugbunny

มีข่าวมาว่าในที่ประชุมสภานายทหารใหญ่ของกระทรวงกลาโหมเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจากทั้งทหารและพลเรือนได้ทำการประเมินกำลังของฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ว่าฝ่ายใดจะเกิดการต่อต้าน แรง กว่า ถ้าหากมีปฏิบัติการใด ๆ รวมทั้งการยึดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเกิดขึ้น คำว่าแรงในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงแนวความคิด การเคลื่อนไหวต่อต้าน หรือแม้แต่กำลังไฟของแต่ละฝ่าย ในระหว่างการปะทะต่อสู้ ฯลฯ แต่หมายรวมไปถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลังการยึดอำนาจและผ่านการต่อสู้ขั้นต้น อันจะมีโอกาสให้เกิดสภาพอนาธิปไตยสัมบูรณ์ และการไร้ขื่อแปหรือที่เรียกกันว่า Chaos ของบ้านเมืองด้วย

คนที่ออกมาพูดเองและยืนยันว่า เสื้อแดงแรงกว่านั้นคือนายทหารใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในกองทัพที่กังวลกับการต้านจากฝ่ายนี้ว่าจะมีทั้งประสิทธิภาพ ความยืดเยื้อ การพลิกแพลงทางยุทธวิธี รวมทั้งการกระจายออกไปทั่วทุกเขตจังหวัดอย่างกว้างขวางจนเอาไม่อยู่ หรือกว่าจะอยู่ก็จะต้องใช้เวลานานมาก ที่สำคัญก็คือ พวกเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ใช่กลุ่มจัดตั้งที่มีหัวหน้าสายดูแล ยกเว้นบางกลุ่ม แต่มันเป็นมวลชนที่ต่อสู้ด้วยอุดมคติความคิดความแค้นที่สั่งสมกันมาในช่วงสองสามปีนี้ การปฏิบัติการต่าง ๆ จึงไม่มีแผนที่เป็น Master Plan และการฝึกฝนแบบหน่วยทหาร ไม่ได้ไร้วินัย แต่น่าจะดำเนินการตอบโต้กับสัญลักษณ์ทุกชนิด ทุกองค์กร ที่ประกาศจุดยืนอยู่ข้างฝ่ายเสื้อเหลือง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกแบบใดเช่นงานศพที่ไปร่วม รวมทั้งหน่วยทหารที่ตอนนี้ถือว่าเป็นพวกเสื้อเหลืองชัดเจนจากการออกมาขู่นายกให้ลาออก การต่อต้านจะเป็นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างแน่นอน

พึงเข้าใจว่า กระบวนการปฏิบัติการของทหารนั้น เน้นที่ Mission Accomplishment คือการเข้ายึดครองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ควบคุมสถานการณ์ได้สงบราบคาบ แต่ไม่หมายรวมถึงการดำเนินการภายหลังที่จะให้พื้นที่ยึดครองสามารถดำเนินตัวเองต่อไปอย่างไร เพราะไม่ใช่ภารกิจของทหาร ฝ่ายสาย คมช.เดิมนั้นเห็นว่าว่าถ้ามีการยึดอำนาจเกิดขึ้น ก็จะปราบปรามจับกุมแบบเด็ดขาด กวาดทุกคนที่มีข้อมูลว่าอยู่ตรงข้าม แต่ปัญหาก็คือมันมากเกินไป แม้บางคนจะเสนอความเห็นว่าในช่วงซูฮาร์โตเคยมีการเหวี่ยงแหสังหารสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อินโดเนเซียไปเป็นล้านคนมาแล้วน่าจะทำได้ แต่มีผู้แย้งว่าปัญหาก็คือคราวนี้ไม่ใช่คอมมิวนิสต์และสถานการณ์สากลอยู่ข้างคนเสื้อแดง จัดการได้แล้วจะปกครองได้หรือไม่ มีผู้ออกความเห็นด้วยว่าภาคการเมืองหลายคนท้าทายให้ทหารรีบยึดอำนาจเสีย จะได้รู้ว่านรกเป็นอย่างไร หลังจากตกลงไปแค่ต้น ๆ ขุมนรกมาแล้วในช่วงหลัง 19 กันยา 49 คำถามก็คือพร้อมตกนรกกันหรือเปล่า

วิเคราะห์ได้ชัดเจนว่า นี่คือสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ยุทธการยึดเมืองครั้งนี้ยังต้องรี ๆ รอ ๆ แม้จะมี คำสั่งยุทธการ ที่เด็ดขาดชัดเจนมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งยังมีการเร่งรัดอยู่ตลอดเวลาจากคุณน้าผู้เอาแต่ใจตัวเองและไม่มีใครกล้าขัดใจ การรั้งรอนี้ไม่ใช่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เพียงแต่กังวลว่าเมื่อยุทธการยึดเมืองสำเร็จได้แล้ว จะต้องผจญกับอะไร ยาวนานแค่ไหน เพราะตอนนี้ฝ่ายเสื้อแดง ชัดเจน แล้วว่าจะตอบโต้ศัตรูกลุ่มไหนบ้าง จำนวนก็มากพอที่เล่นเกมยาว ไม่ใช่จะต้องจบกันในไม่กี่วัน มีสิทธิเกิดสงครามกลางเมืองสูง ตามมาด้วยการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น จนถึงขั้นสหประชาชาติมาแทรกแซงด้วยกองกำลังรักษาสันติภาพ หรืออาจมีการแยกประเทศเกิดขึ้น ฯลฯ หน่วยทหารจึงต้องคิดมากไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามจนทำให้คนเอาแต่ใจตัวเองหงุดหงิดอย่างมาก แต่มันก็ชี้ชัดได้อย่างหนึ่งว่า สายการบัญชาที่เคยเข้มแข็งนั้นมันอ่อนล้าลง เพราะมีผู้กล้าขัดใจเกิดขึ้นแล้ว จากที่เคยต้องยอม ๆ กันเมื่อสมัย 19 กันยา

จาก thaifreenews

Saturday, October 25, 2008

กำจัด “ทักษิณ” เพื่อ ... ?

เพียงแค่ได้ยินเสียงแว่วๆ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะยกหูถึงพี่ๆ น้องๆ ในรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็ทำให้บางคนถึงกับ “อกสั่นขวัญแขวน” ไปตามๆ กัน
ทำไมต้องกลัวทักษิณขนาดนั้น? หลายคนเกิดคำถามนี้ เพราะตลอดระยะเวลาหลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ทหารเข้ามายึดอำนาจ กระทั่งบัดนี้กว่า 2 ปี บางคนก็ยังกลัวทักษิณขี้ขึ้นสมอง
บางคนกลัวแม้กระทั่งชื่อทักษิณ ทั้งๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศให้ความศรัทธาต่ออดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
บางคนกลัว จนกระทั่งปล่อยข่าวว่าจะมีปฏิวัติก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่คนเสื้อแดงจะมารวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ผมค่อนข้างมั่นใจว่างาน “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 2 จะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน
สาเหตุที่ประชาชนจะตัดสินใจเดินทางมาร่วมงานนั้น เพราะเกิดความไม่สบายใจในเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้ง สนามราชมังคลากีฬาสถานก็จุคนได้เยอะกว่าเมืองทองธานีหลายเท่า
วันนี้ฝ่ายประชาธิปไตยเราทราบชัดเจนแล้วว่าคนไทยส่วนใหญ่เลือกยืนอยู่ข้างเรา หากใครไม่เชื่อ ผมขอท้าทายให้ไปสำรวจคะแนนนิยมกันได้เลย
เมื่อวันวาน คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกรัฐบาล ก็ท้าทายให้แกนนำพันธมิตรฯ ออกไปใช้ชีวิตตามปกติ เช่น เดินห้าง หรือเดินตลาด โดยไม่มีการ์ดห้อมล้อม เพื่อดูว่าประชาชนจะแสดงออกอย่างไร
สิ่งที่ คุณณัฐวุฒิ พูดนั้น มันช่างตรงใจผมเสียจริงๆ เพราะวันนี้ พันธมิตรฯ มีเพียงกระแสที่ช่วยให้ดูเหมือนคนสนับสนุนเยอะเท่านั้น แต่หากวันใดไม่มีกระแสมาช่วย พันธมิตรฯ ก็พ่ายแพ้หมดรูปแน่นอน
ดังนั้นวันนี้ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ต้องคิดเสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องพึ่งสื่อมวลชนกระแสหลัก ไม่ต้องไปอ่านและเสียเงินซื้อสื่อชั่วจอมปลอมพวกนั้น
เพียงแค่เรายึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย และปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่โดนรังแกจากอำนาจมืด
ที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยเห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาตอบโต้ฝั่งตรงข้ามอย่างจริงๆ จังๆ ชนิดเต็มรูปแบบเลยสักครั้ง
หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาปลุกระดมกลับบ้าง อะไรจะเกิดขึ้นครับ ซึ่งผมไม่อยากจะให้เป็นแบบนั้น เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น
แต่สถานการณ์แบบนี้ ฝั่งตรงข้ามกลับไล่ขยี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างโหดร้าย อำมหิต ราวกับว่าไม่ใช่คนไทยด้วยกัน
ดังนั้น ผมอยากถามคนที่ต้องการกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประชาชนศรัทธา และรักใคร่
คุณทำเพื่อ “ประชาชนกว่า 60 ล้านคน” ในฐานะเจ้าของประเทศ หรือ คุณทำเพื่อใคร?


สนธิ ลิ้มทองกุล คนทำลายชาติ ?!!

กราบขอโทษท่านผู้อ่านอย่างยิ่ง ใช้ภาษาเขียนว่าเลว

ไม่เลวไม่ได้ เขียนเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้ดีขึ้น ?!!

“สนธิ ล้มทองกุล” คนเลว.. ต้องเขียนด้วยภาษาเลว

จะไม่เลวได้อย่างไรเล่าครับ มันเลวยึดทำเนียบรัฐบาลเอาไว้เป็นประกันถึงวันนี้ยังไม่ยอมถอนตัวออกมา แถมได้ใช้ทำเนียบรัฐบาล “เป็นที่แถลงการณ์” ทุกเรื่อง มันทำราวกับว่ามันได้เป็นผู้นำประเทศเรียบร้อยไปแล้ว

คำสั่งที่ออกไปจากทำเนียบรัฐบาล แม้ว่าจะไม่ใช่คำสั่งของรัฐบาล ไม่ได้มีประกาศถูกต้องตามกฎหมายก็จริง แต่ก็มี “หมูหมา” ยอมรับในคำสั่งของมัน ยอมปฏิบัติตาม ดังเช่นการที่พวกไอ้ชาติชั่วพันธมิตรทำหนังแผ่น แจกจ่ายประชาชน ๓ ล้านแผ่นทั่วประเทศ ก็ไม่เห็นมีใครตำหนิติเตียน พันธมิตรตัดต่อทำหนังตำรวจฆ่าประชาชน

ไอ้ชาติห...สนธิ ลิ้มทองกุล ดูมันซีครับ

ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังมี “จำลอง ศรีเมือง” ทำตัวเชื่องเหมือนห..ข้างถนน ยอมให้ไอ้สนธิ ลิ้มทองกุล บัญชาการเอาตามใจชอบ ซึ่งบางคนก็ว่า มันคือนายใหญ่ของสนธิ ลิ้มทองกุล ต่างหากล่ะ

ขอกราบท่านผู้อ่านอีกครั้ง..กราบขอโทษ ต้องหยาบต่อ

“พวกพันธมิตรมันทำกับประเทศไทยได้ลงคอ ไม่ว่าจะเป็นคนถ่อยโพธิรักษ์ หรือนายรัก รักพงษ์ มันพากันยึดเอาทำเนียบเป็นกองบัญชาการใหญ่ แถมยังมีคนถ่อยสารเลวอีกหลายคนที่บังอาจยึดทำเนียบ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม/๕๑ อยู่มาจนถึงวันนี้กี่วันแล้วครับ คนพวกนั้นคือไอ้เดนมนุษย์ สมศักดิ์ โกศัยสุข ที่อาศัยคราบผู้นำกรรมกร

ไอ้ผู้แทนบ้าบอ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายคน เช่น ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ สาวกคนที่สองของสันติอโศก ตามด้วย “สุริยะใส กตะศิลา” อมร อมรรัตนานนท์ และสหายเทิดภูมิ ใจดี .. คนพวกนี้ มันทำได้ลงคอ”.?!

ผมใช้ภาษาอันหยาบช้ากับคนพวกนี้เพื่อจะบอกให้พวกเขารู้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ในขณะนี้ มันเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย

ขอกราบเรียนว่า นี้คือการทำลายประเทศไทยทั้งแผ่นดินและยังทำลาย “ระบอบการปกครอง” อีกด้วย...มันน่าจะรู้ตัวว่าพวกมันกำลังทำอะไร ?!!

จะขอพรรณนาความผิดที่เห็นตำตา ให้ไอ้พวกนี้ได้รับรู้ แล้วรีบเก็บเอาไปพิจารณาว่าสิ่งที่พวกมึงทำ มันมีความผิดจริงหรือไม่ ? ดังนี้
“ยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก...ทำผิดกฎหมายหรือไม่ เคยเกรงใจองค์การสหประชาชาติ ที่ทำงานอยู่ตรงนั้นหรือไม่ว่า เขาจะรู้สึกอย่างไร ..?!

และ โปรดรับทราบ...นี้คือเส้นทางเสด็จ

เคยถอยออกให้หรือไม่ ..ไหนว่ารักเจ้า ?

“รู้ไหม ลักษณะของคนที่เทิดทูล เขาพากันเฝ้ารับเสด็จ นั่งอยู่สองฝั่งทาง พากันถือธงชูขึ้นเหนือศีรษะ แล้วเปล่งวาจาว่า ทรงพระเจริญ...เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จผ่าน”

เคยรู้กันดีมิใช่หรือ ?


ความผิดเรื่องต่อมา...จัดตั้งกองกำลังขึ้นมาเหมือนกับพวกกระบวนการก่อการร้าย มีการบุกขึ้นยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ทำลายทรัพย์สินของชาติไม่แตกต่างจากพวกโจรก่อการร้าย
ความผิดต่อมา...ครอบครองทำเนียบ !!
“เห็นความผิดของตัวเองแล้วหรือยัง...ถ้ายังไม่เห็น จะขอนำเอาเรื่องเลวร้ายมาเล่าต่ออีกว่า เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ พวกท่านคิดชั่วจะยึดรัฐสภาอีกแห่ง ตำรวจเขายอมให้ทำไม่ได้ จึงใช้แก๊สน้ำตา ขัดขวางการกระทำ”
พรรคพวกของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” แห่มาจากต่างจังหวัด ถูกหลอกให้เป็นกองกำลังรบ ถูกแก๊สน้ำตาถล่มใส่ บาดเจ็บไป ๔๐๐ กว่าคน
พรรคพวกของท่าน ยิง –แทง ตีตำรวจ เละ ?!
ตำรวจหลายคน เป็นตายเท่ากัน..กลับไม่ใส่ใจ.. ?!
เมื่อพ่ายแพ้ ยึดรัฐสภาไม่ได้ หัวใจหล่นตุ๊บ ไม่สมหวัง จึงโกรธแค้นมากที่ไม่อาจเอาชนะเหมือนตอนยึดทำเนียบ ..จึงทำหนังทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของตำรวจ
กล่าวหาพวกรากหญ้าไม่มีความจงรักภักดี !!
เพียงแค่นี้ ก็มีความผิดมหันต์ เกินว่าจะบรรยาย ทำให้เห็นหัวใจของคนจัญไรของไอ้สนธิ ลิ้มทอง กุล ที่แท้ก็คือ “รัสปูติน” แห่งสยาม...ที่หยาบช้า
สนธิ ลิ้มทองกุล คนทำลายชาติ ?!!



นปช.กร้าว!เตือนชุดพรางอย่าคิดยึดอำนาจเด็ดขาด

คนรักประชาธิปไตยเสื้อแดง แห่ชุมนุมแน่นสนามหลวง ด้านแกนนำลั่นทหารอย่าคิดยึดอำนาจช่วงนายกฯไม่อยู่ประเทศเพราะปชช.ไม่ยอมแน่

พลตำรวจโทสุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า เตรียมกำลังตำรวจไว้ 8 กองร้อย หรือ 1,200 นาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่บริเวณท้องสนามหลวง พร้อมเรียกกำลังได้ทันทีภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากมีเหตุรุนแรง

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า กลุ่ม นปช. อาจเคลื่อนขบวนไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และกระทรวงกลาโหมในช่วงค่ำ แต่เชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุรุนแรง โดยตำรวจจะป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า หรือการปะทะกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณท้องสนามหลวง เริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมสวมใส่เสื้อสีแดง ทยอยเดินทางมารวมตัวกันแล้ว โดยมีตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ ขณะที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ยังคงมีการวางแนวรั้วลวดหนามยางรถยนต์เป็นแนวกั้น พร้อมตรวจตราสัมภาระผู้เข้าร่วมชุมนุมอย่างเข้มงวด ป้องกันกลุ่มมือที่ 3นปช.กร้าว!เตือนชุดพรางอย่าคิดยึดอำนาจ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมซักซ้อมความพร้อมในการต่อต้านปฏิวัติรัฐประหารของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) บริเวณท้องสนามหลวงในขณะนี้เหตุเกิดกลุ่มแนวร่วม นปช.ทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 5,000คน แล้ว ซึ่งมีแนวร่วมบางส่วนขึ้นรถปราศรัยกล่าวโจมตีกลุ่มบุคคลที่ต่อต้านรัฐบาลเพราะในส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯตลอดจนกลุ่มทหาร

อย่างไรก็ตามในขณะนี้กลุ่มแนวร่วม นปช.บางส่วนได้เตรียมอุปกรณ์ในการต่อต้านรัฐประหารอย่างสันติวิธี เพื่อให้การต่อต้านของฝ่ายประชาชนในความสูญเสียน้อยที่สุด อีกทั้งยังเป็นการกดดันไม่ให้กองทัพใช้โอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจีนทำการรัฐประหารขึ้น



แฟชั่น"ตีนตบ"ปราบกบฎสีสันคู่นปช.


"ตีนตบ" จะทำหน้าที่ตะปบ "มือตบ" พันธมาร ! เผยเป็นโอท็อปเจ้าแรกของไทยได้รับความนิยมจนผลิตแทบไม่ทัน

ช่วงนี้คงจะเริ่มคุ้นเคยกับสัญลักษณะ "ตีบตบ" กันมากขึ้นเรื่อยๆ เท่าๆ กับการรวมพลังเคลื่อนไหนของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ชนิดที่ว่า ที่ไหนมี นปช. ที่นั่นจะมีตีนตบไว้คอยขับไล่เสนียดจัญไรจากมือตบพวกพันธมารและในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงในไม่อีกกี่วันนี้ ในงานนัดรวมพลคนเสื้อแดง เวที "ความจริงวันนี้สัญจร" นอกเหนือจากความร้อนแรงของสีเสื้อแล้ว ตีนตบก็จะเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จะสร้างสีสันให้กับงานและยังเป็นสัญลักษณ์ในการรวมพลังของกลุ่ม นปช. ด้วย

"ตีนตบ" เดินทางมาไกลจากเชียงใหม่ สนนราคาซื้อขายกันที่ 3 อัน 100 บาท ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าโอท็อปประจำ อ.สันกำแพงไปเรียบร้อยแล้ว งานนี้ก็ต้องขอปรบมือให้กับนายพรหมศักดิ์ แสนโพธิ์ ประธานสมาพันธ์คนรากหญ้า จ.เชียงใหม่ ที่เป็นผู้ริเริ่มผลิตตีนตบออกมากแข่งกับมือตบด้วยเหตุผลที่ว่า เราต้องมีสัญลักษณ์เป็นของเราบ้าง

นายพรหมศักดิ์ เปิดเผยว่า ตีนตบเป็นโอท็อปเจ้าแรกของไทย ต้นทุนผลิตอยู่ที่ 30 บาทต่อชิ้น ราคาขายอยู่ที่อันละ 32-35 บาท เมื่อตีนตบเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 39-49 บาทต่ออัน และแม้จะถูกกลุ่มนักวิชาการออกมาโจมตีว่าตีนตบเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรง หยาบคาย แต่ตีนตบก็ยังได้รับความนิยมจนผลิตแทบไม่ทัน

ไม่ว่าจะเป็นตีนตบหรือมือตบ มันจะเป็นเครื่องมือรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของผู้ใช้ต่างหาก เพราะที่ผ่านมา "มือตบ" ที่ผ่านมามันก็กลายเป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่กลุ่มพนักงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหภาพ ทีโอทีและกลุ่มข้าราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่เข้าปิดล้อม ตะโกนขับไล่แถมยังขว้างมือตบใส่นายสมชาย วงสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางไปตรวจเยี่ยม

วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในเวที "ความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2" นอกจาก 3 นายวีระ มุกสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่จะสร้างสีสันในงานวันนั้นคือคำปราศัยสดๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่อโทรศัพท์ทางไกล จากประเทศอังกฤษ ส่วนรูปแบบของการจัดงานนั้นจะใช้พื้นที่ของสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานที่สามารถเพื่อรองรับกลุ่มประชาชนที่จะมาร่วมงานกว่า 7 หมื่นคน ตรงกลางจะเป็นเวทีขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าใบสีแดงสกรีนใบหน้าของ 3 อดีตแกนนำ นปก. นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ไว้ติดตั้งโดยรอบสนาม สำรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ นอกจากนี้รอบสนามยังจะมีการตั้งบูธขาย "เสื้อแดง" ในราคาตั้งแต่ 100-250 บาท รวมทั้ง "ตีนตบ" ราคา 3 อัน 100 บาท ด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องวิตกกังวลเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก บก.น.4 จำนวน 4 กองร้อย ร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยของ นปก. ดูแลเข้มตลอดทั้งงาน

.....ใส่เสื้อแดงและพก "ตีนตบ" แล้วมารวมพลังร่วมกันได้ที่งาน


‘มานิตย์’ชี้กฏหมายโจรบกฏทำประเทศไทยลงเหว

‘มานิตย์’ยันกม.ที่ใช้ลงดาบอดีตนายกฯเป็นของโจรกบฏ สลด!อนาคตความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินคนไทยจะพึ่งใคร วอนเปิดโอกาส‘ทักษิณ’พูดความจริงบ้าง ไม่ใช่ฟัง‘แป๊ะลิ้ม-จำลอง’ฝ่ายเดียว

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท ทักษิณ ชิณวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งจดหมายถึงสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ภายหลังถูกฎีกาฯตัดสินจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตที่ดินรัชดา ว่า สามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่มีกฎหมายใดห้ามพูดห้ามชี้แจงต่อสาธารณชน ซึ่งหากพ.ต.ท.ทักษิณพูดไม่ได้ แล้วทำไมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงด่าทอได้ทุกวัน ด่ามา 3-4 ปี ยังทำได้ หากพูดไม่ได้ พูดแล้วใครเป็นผู้เสียหายก็ไปทำการฟ้อง

ส่วนเรื่องที่ศาลตัดสินนั้น มองว่า ข้อกฎหมายที่ใช้ตัดสินเป็นทาสของกบฎ เพราะกบฎเป็นผู้ร่าง และผู้พิพากษาหลายคนรับใช้กบฎ ช่วงดำเนินคดีบอกเป็นคดีการเมือง เมื่อตัดสินแล้วบอกเป็นคดีอาญา อีกทั้งใครต่อใครจะให้ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

“เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม จากนี้ไปประชาชนจะมีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและเชื่อถือวางใจในกระบวนการยุติธรรมได้อีกหรือไม่ เพราะศาลจะนำใครมาพูดมาเขียนก็ได้ เวลานี้กระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรมเพราะนำหลักกฎหมายโจรมาตัดสินคนในบ้านเมือง”นายมานิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่า ต่างประเทศมองกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างไรนั้น นายมานิตย์ กล่าวว่า ไม่ต้องถามถึงต่างชาติว่าจะมองประเทศไทยอย่างไร เพราะแค่คนในประเทศยังไม่สามารถเชื่อถือได้ แล้วคนต่างชาติควรจะมองประเทศไทยอย่างไร ตรงนี้ไปคิดกันเอง

นอกจากนี้ นายมานิตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท ทักษิณ จะโทรศัพท์สายตรงปราศรัยกับประชาชนในวันที่ 1 พ.ย. นี้ผ่านรายการ “ความจริงวันนี้ ต้านรัฐประหาร” ที่จะจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ว่า จะก่อให้เกิดการเข้าใจของประชาชนที่ตรงกันทั้งสองฝ่าย ควรให้ พ.ต.ท. ได้พูดบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนฟังแต่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ พล.ต จำลอง ศรีเมือง พูดอยู่ฝ่ายเดียว

'สุรยุทธ์'ปัดตอบ‘ทักษิณ’โฟนอิน

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสมาพันธ์องค์กรบริหารไหหลำโลกรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ถ.รัชดาภิเษก

ทั้งนี้ ภายหลังการเปิดงาน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.อ.สุรยุทธ์ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้ อาศัยอยู่ประเทศอังกฤษ จะโทรศัพท์ข้ามประเทศเข้ามาในรายการความจริงวันนี้วันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ไม่ตอบคำถามใดๆ โดยเพียงยิ้ม และขึ้นรถกลับทันที