WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 27, 2008

‘นักรบใบกระท่อม’รายงานตัวศาลคดีบุกNBT


ทนายนำนักรบศรีวิชัยลิ่วล้อพันธมิตรฯรายงานตัวต่อศาลครั้งที่ 2 คดีบุกรุกNBTโดยมีอาวุธ ระบุไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำอีก ขณะที่กลุ่มศ.ป.ช.ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์เนื่องจากชักใย‘แก๊งมือตบ’

นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ นำผู้ต้องหากลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ดของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 82 คน เป็นชาย 78 คน เป็นหญิง 4 คน ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกสถานีโทรทัศน์ NBT โดยมีอาวุธ และข้อหาอื่น รวม 6 ข้อหา เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ไปรายงานตัวต่อศาลอาญา เป็นครั้งที่ 2 ตามข้อกำหนดของศาลที่อนุญาตให้ประกันตัว และไม่ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดกลับไปก่อเหตุในลักษณะที่ก่อให้เกิดความรุนแรงอีก ทั้งนี้ ศาลได้นัดให้นักรบศรีวิชัยทั้ง 82 คน มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้จากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม นักรบศรีวิชัย การ์ดของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลายครั้ง พบว่ามีการพกใบกระท่อมเพื่อไว้เสพจำนวนมาก

ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ยุบปชป.

นายสุขุม วงประสิทธิ เลขิการทั่วไป ศูนย์กลางปฏิวัติประชาธิปไตยแห่งชาติ โรงเรียนประชาธิปไตยสนามหลวง(ศ.ป.ช.)และกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน เดินทางมาบริเวณหน้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยื่นหนังสือของกลุ่มเรียกร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์มีการเข้าร่วมในทางพฤตินัยกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย การปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยออันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขตามรัฐะรรมนูญ และมีเหตุผลความผิดคือการที่เมื่อวันท่ 7ต.ค.ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าทำหน้าที่สมาชิกรัมฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล และที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสทเข้าร่วมการประชุม 4 ฝ่ายเพื่อหาทางแก้วิกฤตของบ้านเมือง โดยเสนอเพียงให้นายรัฐมนตรียุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อบ้านเมือง
“ หากพรรคประธิปัตย์ไม่ได้รับเสียงข้างมากเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล คงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลปัจุบันที่ได้รับเลือกจากประชาชน เข้ามาเป็นรัฐบาลเช่นเดิม พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพัธมิตรฯจะมีการชุมนุมประท้วงอีกหรือไม่ และประเทศชาติจะได้ประโยชน์อะไร”นายสุขุม กล่าว

บุกสน.ดุสิต แจ้งจับ'สาทิตย์'


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา ที่สน.ดุสิต นายชาญ เพ็ญจวงศ์ ประธานองค์กรพลังแผ่นดินแห่งประเทศไทย นายกวี พรหมศร กรรมการบริหารนายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง เลขาธิการและโฆษก และนายคารม พลทะกลาง ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 พร้อมกลักฐานสำเนาเอกสาร ถ้อยคำการให้สัมภาษณ์ของนายสาทิตย์ ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.ท.เอกชัย ศรีระหงษ์ ตำแหน่งเจ้าพนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องเรียน

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ถ้อยคำกล่าวของนายสาทิตย์ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยมีเนื้อหาหมิ่นประมาททำให้องค์กรเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง และเจตนารมณ์ที่องค์กรโดยระบุในทำนองว่าการเคลื่อนไหวของเราเป็นเพราะไม่พอใจคำตัดสินของศาลในคดีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีถ้อยคำที่เป็นการกล่าวอ้างว่า องค์กรมีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับส.ส.พรรคพลังประชาชนเพื่อทำการเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรง ซึ่งถือว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากองค์กรของเราเป็นองค์กรภาคประชาชน ที่จัดตั้งเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากทุกกลุ่ม โดยไม่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด และการเคลื่อนไหวของเราก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองผู้ใดทั้งสิ้น

“หลังจากที่มีข่าวลง มีคนโทมาในองค์กรมากมายว่าเป็นอย่างที่นายสาทิตย์พูดจริงหรือไม่ นี่คือการกระทำที่เราได้รับความเสียชื่อเสียง เราตรวจสอบทุกคน หากมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย แต่นี่เรากำลังถูกกล่าวหาให้องค์ได้รับความเสียหาย ว่ามีการเคลื่อนไหวที่เคลื่อบแฝงด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง เราจึงต้องมากล่าวโทษดำเนินคดีกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนดังกล่าว” นายพิเชษฐ์กล่าว

นอกจากนี้โฆษกองค์พลังแผ่นดินยังกล่าวปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี การออกมาเคลื่อนไหวในทุกกรณีไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องผู้หนึ่งผู้ใด และไม่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับส.ส.พรรคพลังประชาชนอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง เมื่อถามว่าขั้นตอนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เมื่อนายสาทิตย์ มีเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายคารมกล่าวเสริมว่า ความผิดยังคงอยู่ นี่คือความผิดของนายสาทิตย์ แม้ตอนนี้จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการเป็นส.ส. ถือว่ารอดพ้นไปในขณะนี้ แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้น ก็เท่ากับว่าสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมายปกติ ซึ่งภายหลังจากที่เจ้าพนักงานสอบสวนรับเรื่องแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้ว่าการกล่าวให้สัมภาษณ์ของนายสาทิตย์เป็นถ้อยคำที่จะนำไปสู่การหมิ่นประมาทได้หรือไม่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 28 ต.ค.จะมีการประชุมรัฐสภา คาดการณ์ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเดินทางมาปิดล้อมรัฐสภาเช่นที่เคยกระทำหรือไม่ประธานองค์กรกล่าว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีกลุ่มสมาชิกของเราเดินทางมาร่วมสมทบที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาประมาณ 100 คนเพื่อปกป้องรัฐสภา และเพื่อให้กำลังองค์กรของเราเองด้วย ซึ่งหากกลุ่มพันธมิตรฯไม่เคลื่อนพลจากที่ตั้งก็อาจจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามตนได้ผสานกำลังมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยแล้ว


ปธ.องคมนตรีแนะทางออกแก้วิกฤตการเมือง

พล.อ.เปรม แนะวิธีแก้ไขปัญหาความแตกแยกบ้านเมืองต้องรู้จักใช้ 3 ทางออก คือ อดทน อดกลั้น เสียสละ หันหน้ามาพูดกันจะดีกว่า

วันนี้ที่( 27 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเป็นประธานพิธีปิดโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” รุ่นที่ 10 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพอาทิ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ขณะที่พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนกองทัพบก และผู้แทนเหล่าทัพมาร่วมพิธี

พล.อ.เปรม ให้สัมภาษณ์ว่า ใกล้ถึงวันราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ และวันเฉลิมพระชนม์พรรษา 5 ธันวาคม คนไทยจะสร้างความปรองดองได้หรือไม่ว่า คำถามนี้ต้องแบ่งเป็นสองส่วน เรื่องราชพิธีและงานพระชนม์พรรษา มั่นใจว่าไม่มีปัญหา คนไทยรู้ว่าอะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ ในพระราชพิธีทั้ง 2 พิธี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้องคมนตรีเตือนสติไทยคนไทยที่แบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างไร พล.อ.เปรม ย้อนถามว่า “คุณแน่ใจหรือว่าพูดถูกแบ่งแยกอย่างนั้นจริงหรือ และได้กล่าวถึงสถานการณ์ที่แบ่งแยกโดยดูได้จากการใส่เสื้อสีต่างๆนั้น

“เคยพูดว่าขอให้สื่อมวลชนทำงานให้หนักขึ้น แต่แปลไม่ออกว่าจะให้สื่อไปทำอย่างไร เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา เห็นสื่อมวลชนและสมาคมต่างๆพูดคุยกัน และมีคำตอบออกมา ฟังแล้วค่อนข้างยากและทำยาก แต่ดีใจที่มีการพูดคุยกัน เขาใช้คำว่ายุติความรุนแรงเป็นสิ่งที่ดีมาก ที่องค์กรอื่นนอกจากสื่อมวลชนพูดถึงเรื่องนี้ แต่เป็นปัญหาที่ยากและทำยาก แต่การที่เขาพูดกันแสดงให้เห็นถึงความต้องการของคนไทย สื่อมวลชนก็สะท้อนให้เห็นความต้องการขอประชาชนว่า ประชาชนต้องการอย่างไร เป็นเรื่องที่ดีมาก อยากชมและขอให้ช่วยกันทำได้อย่างที่พูดกัน ยืนยันว่าสื่อมีความสำคัญ ที่คุณถามเรื่องมีสีนั้น ผมจะไม่พูดเรื่องสี แต่อยากพูดให้เข้าใจว่าที่สื่อขอร้อง น่าจะถือว่าคนไทยขอร้อง เพราะสื่อคือสื่อความต้องการของคนไทยในประเทศเราว่า ขอยุติความรุนแรง อยากขอขอบใจและเอาใจช่วยให้ทำให้สำเร็จ”พล.อ.เปรมกล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.เปรม ไม่ขอกล่าวถึงการนำสถาบันไปเสื่อมโยงกับการเมืองว่า เรื่องนี้ไม่เอา ข้อนี้ไม่เอา พูดเรื่องที่เรากำลังพูดกันดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรเพื่อยุติความรุนแรง หรืออย่างน้อยค่อยๆลดลงมา คำว่า “อดทน-อดกลั้น-เสียสละ” 3 คำนี้อาจจะเป็นคำตอบได้ การเจรจาต้องหันหน้าเข้าหากัน หากหันหลังเจรจากันไม่ได้ ตนคิดว่าการเสียสละเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนต้องยอมเสียบ้าง เพื่อให้มาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่และส่วนร่วมทุกคนต้องอดทน อดกลั้น ไม่ใช้อารมณ์ทำให้เกิดความขัดแย้ง



ผบ.ทบ.ไม่ห่วงชุมนุม‘ความจริงวันนี้’


เชื่อไม่เกิดความวุ่นวายหากทำตามกฏ ย้ำคนไทยควรนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เผยกองทัพจะดูแลไม่ให้กระทบกระทั่งกันให้เกิดความรุนแรง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาการเมืองตามที่ นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เสนอให้ใช้สติและหันหน้าเข้าหากัน ว่า บ้านเมืองเราขณะนี้ยังไม่เกิดกระแสว่า ทุกคนต้องใช้แนวทางที่จะยึดถือประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่เอาความขัดแย้งมาแก้ปัญหา ซึ่งเห็นว่าขณะนี้ทุกคนมีความเห็นตรงกัน แต่กระแสยังอยู่ในกลุ่มคน 2 กลุ่มเท่านั้น

ส่วนกรณีที่มีบางกลุ่มมองว่า การชุมนุมเพื่อฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อสายเข้ามาพูดในรายการ‘ความจริงวันนี้’ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะสร้างความแตกแยกให้สังคม พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมระบุชัดเจนว่าจะชุมนุมโดยสันติอยู่ในขอบเขต และจะจบตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนกองทัพจะดูแลไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ไม่ให้เกิดความรุนแรง ซึ่งทุกคนต้องคำนึงถึงประเทศชาติเป็นหลัก ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ขณะนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ คงเป็นการรักษาความเรียบร้อยตามปกติ ตามที่ได้ให้แนวทางกันไว้ คือดูแลอย่าให้มีการกระทบกระทั่งของกลุ่มคน หากตำรวจร้องขอให้ทหารออกไปช่วยเราพร้อมให้การสนับสนุน


ชาวบ้านอารยะขัดขืน ยกเลิกบริการTOT โทษฐานถ่อยเขวี้ยงรองเท้าใส่นายกฯ

ที่มา บอร์ดราชดำเนิน เวบพันทิป


24 ตุลาคม 2551

เรียน ผู้จัดการเขตหนองแขม บริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน)

เรื่อง ขอยกเลิกการใช้บริการโทรศัพท์ และบริการอินเตอร์เน็ต

ที่ส่งมาด้วย สำเนาภาพถ่ายเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2551

ตามที่ข้าพเจ้าได้เป็นลูกค้าบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) ใช้บริการโทรศัพท์ และบริการอินเตอร์เน็ต มาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน แม้นว่าจะได้รับการบริการที่ดีบ้าง และไม่ดีบ้าง คละเคล้ากันไป แต่ข้าพเจ้าก็มิได้ใส่ใจมากนัก

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2551 ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ และทางโทรทัศน์ว่า มีพนักงานของ บริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) จำนวนหนึ่ง ได้แสดงอาการกร้าวร้าว ใช้ความรุนแรง โดยพนักงานของบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) ได้วิ่งกรูกันเข้าไปใช้ “ มือตบ ” ขับไล่ พร้อมตะโกนด่า ขว้างปาขวดน้ำ และรองเท้า เข้าใส่ นายกฯ สมชาย ระหว่างการตรวจเยี่ยมการทำงานของกระทรวงเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)

เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าพเจ้าเป็นผู้ซึ่งมิได้สนับสนุนการกระทำที่ใช้ความรุนแรง กร้าวร้าว ป่าเถื่อน และการแสดงออกทางวัฒนธรรมทางการเมืองที่เลวร้ายเยี่ยงการกระทำของ พนักงานของ บริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) จำนวนหนึ่งดังกล่าว และใคร่ขอเตือนสติให้ผู้บริหารของ บริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) ได้ทราบด้วยว่า ขณะนี้คนในบ้านเมืองแตกแยกกันอย่างมากซึ่งมิเคยปรากฏมาก่อน แทนที่พวกเราจะช่วยกันออกมาเตือนสติคนในสังคม ช่วยกันห้ามปราม แต่คนของบริษัท จำนวนหนึ่ง ได้ออกมาแสดงกริยาอาการดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ยากที่จะยอมรับได้อีกต่อไป.

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงขอยกเลิกการใช้บริการโทรศัพท์ และบริการอินเตอร์เน็ตจากบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการคัดค้าน และไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ไร้วัฒนธรรมของพนักงานของบริษัทของพวกท่านบางส่วน อย่างสันติวิธี ตั้งแต่นี้ต่อไป.

ขอแสดงความนับถือ


ข้างต้นนั้นเป็นเรื่องจริงของสมาชิกเวบไซต์พันทิป ชื่อนามแฝงว่าFERRYMAN ได้เขียนบอกเล่าไว้ในห้องราชดำเนิน ดังมีรายละเอียดน่าสนใจดังต่อไปนี้




เล่าสู่กันฟัง เมื่อไปยกเลิกบริการ TOT แล้วเกิดอะไรขึ้น

หลังจากทราบข่าวจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุ และ โทรทัศน์ ว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2551 มีพนักงานของ บริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) จำนวนหนึ่ง ได้แสดงอาการกร้าวร้าว ใช้ความรุนแรง โดยพนักงานของบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) ได้วิ่งกรูกันเข้าไปใช้ “ มือตบ ” ขับไล่ พร้อมตะโกนด่า ขว้างปาขวดน้ำ และรองเท้า เข้าใส่ นายกฯ สมชาย ระหว่างการตรวจเยี่ยมการทำงานของกระทรวงเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)

พอวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2551 วันเปิดทำการ ก็เดินทางไปที่ศูนย์บริการ TOT เขตหนองแขม พร้อมจดหมายเพื่อขอยกเลิกการใช้บริการโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต พอไปถึงก็กดบัตรคิวเพื่อขอตรวจสอบค่าบริการที่ยังค้างชำระที่หน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน จัดการชำระเงินไปเจ็ดร้อยกว่าบาทเสร็จสิ้นแล้ว ก็เหลือบไปมองที่โต๊ะบริการลูกค้า มีเจ้าหน้าที่อยู่สองคน เป็นชายหนึ่งคน หญิงหนึ่งคน ยังให้บริการลูกค้าอยู่ ก็เลือกเอาโต๊ะเจ้าหน้าที่ผู้ชายดีกว่า เผื่อว่ามีปากมีเสียงกัน จะได้ใส่ได้เต็มๆ หน่อย นั่งรอสักครู่ ก็ถึงคิวเราแล้ว บทสนทนาจึงเกิดขึ้น.

*** ผมมายื่นเรื่องขอยกเลิกบริการ TOT ทั้งโทรศัพท์ และ อินเตอร์เน็ต (พร้อมยื่นจดหมายตามข้างต้นให้เจ้าหน้าที่)

เจ้าหน้าที่อ่านไปได้สักพัก ก็ไม่พูดว่าอะไร ยื่นเอกสารการยกเลิกให้ผมกรอกหนึ่งฉบับ ผมนั่งกรอกรายละเอียดไปจนเสร็จ ก็ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ พร้อมบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ก็เคาะข้อมูลในคอมพิวเตอร์ แล้วบอกผมมาว่า

000 คุณต้องเสียค่าปรับในการยกเลิกการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็งสูง 3,000 บาท เพราะว่าผมใช้ไม่ครบหนึ่งปีตามสัญญา ที่ระบุไว้

*** ผมตอบกลับไปว่า ผมขอยกเลิกการใช้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นในจดหมายที่ได้แนบมา ไม่ยินยอมที่จะเสียค่าปรับ และ ให้ TOT ฟ้องคดีผู้บริโภคผมมา

เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็บอกผมว่า งั้นเขาทำเรื่องให้ไม่ได้ แล้วเขาก็ยื่นเรื่องกลับมาให้ผม

ผมก็ยืนยันไปว่า ให้เขาเซ็นรับหนังสือจดหมายขอยกเลิกจากผมไว้ก่อน

ปรากฏว่าเขาไม่ยินยอมเซ็น แล้วจะคืนจดหมายและคืนเรื่องยกเลิกให้ผม แต่ผมก็ไม่ยินยอม จะให้เขาเซ็นต์รับเรื่องไว้ก่อน เขาก็ไม่ยินยอมเซ็นต์

ผมบอกไปว่า ขอพบผู้จัดการเขต เนื่องจากผมทำจดหมายถึง ผู้จัดการเขตหนองแขม เขาจึงเดินเข้าไปหาผู้จัดการพร้อมยื่นจดหมายแล้วเล่าเรื่องให้ผู้จัดการฟัง ผู้จัดการเขตเป็นผู้หญิง ก็ให้ผมเขาไปนั่งคุยด้วย ผู้จัดการอ่านจดหมายแล้ว ก็บอกว่า เขาได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2551 แล้ว เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะมีผลกระทบต่อองค์กร

ผมก็บอกเขาไปว่า ผมไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของพนักงาน TOT บางส่วน ที่กระทำการเช่นนั้น จึงขอยกเลิกการใช้บริการของ TOT เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการคัดค้าน และไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ไร้วัฒนธรรมของพนักงาน TOT บางส่วน อย่างสันติวิธี .

ก็สนทนากันสักครู่ ผู้จัดการก็บอกผมว่า ให้เอาอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมาคืนเขา ผมบอกว่าจะเอาไปคืนในวันจันทร์นี้ แล้วเขาก็เซ็นต์รับหนังสือจดหมายของผมเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ก็ต้องยอมรับว่า ผู้จัดการเขตหนองแขม ของ TOT ให้บริการเป็นอย่างดี และเข้าใจถึงความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อองค์กรของเขา

000 สิ่งที่ผมได้ทำก็เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้าน คัดค้าน ไม่เห็นด้วย กับพฤติกรรมของคนบางกลุ่มในสังคม ที่มีพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองอย่าง กร้าวร้าว รุนแรง ไร้วัฒนธรรม ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง 000

**จะประท้วงอะไรกัน ก็ประท้วงกันพองามเถอะครับ ถึงกับขว้างปา ขวดน้ำ รองเท้าใส่กัน มันก็เกินไป

จาก Thai E-News

กกต.คาดรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขต 11 ได้วันพฤหัสบดีนี้

กรุงเทพฯ 27 ต.ค. - เมื่อวานนี้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 11 ใน กทม. ซึ่ง กกต. กทม. ก็จะนำผลการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ไปส่งให้กับ กกต.กลางในช่วงบ่าย เบื้องต้นก็ไม่พบว่ามีการร้องเรียนในเรื่องของการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ซึ่งนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต. จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.เขต 11 ได้ในวันพฤหัสบดีนี้.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-27 12:26:29

ทีมความจริงวันนี้แถลง พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อสายตรงเข้ารายการไม่นำไปสู่ความแตกแยก

กรุงเทพฯ 27 ต.ค. - ทีมงานความจริงวันนี้สัญจรเชื่อกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต่อสายตรงเข้ารายการจะไม่นำไปสู่ความแตกแยกของสังคม แต่จะช่วยให้บ้านเมืองสงบสุข

นายวีระ มุสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจาตุรนต์ ฉายแสงและนายอดิศร เพียงเกษ ได้แถลงข่าวการจัดงานความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ว่า จะเน้นเนื้อหาการต่อต้านรัฐประหารและเผด็จการทุกรูปแบบ เริ่มในเวลา 15.00 -22.00 น. โดยจะเป็นการรวมตัวอย่างสันติ ปราศจากอาวุธ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกัน ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต่อสายตรงเข้ามาในนั้นเชื่อว่า ท่านเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีวุฒิภาวะจึงเชื่อว่าจะก่อให้เกิดความสงบในบ้านเมืองมากกว่าสร้างความวุ่นวาย

ทางด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากตรวจสอบพบว่าไม่มีการบรรจุเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพรุ่งนี้ ก็จะไม่เคลื่อนการชุมนุม และเห็นด้วยกับข้อเสนอของนักวิชาการที่เสนอให้มีการเจรจากัน ส่วนกรณีที่นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาให้นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อช่วงเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 มาใช้นั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า คงไม่ใช่การส่งสัญญาณอะไร เพราะไม่ได้เป็นต้นเหตุของความรุนแรง

สำหรับบรรยากาศบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังคงมีการปิดการจราจรบนถนนราชดำเนินนอก มีการนำแผงเหล็กและล้อยางรถยนต์ มาวางปิดกั้นบริเวณถนนหน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 จนถึงเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ แต่ได้เปิดให้มีการสัญจรไป - มาได้ 1 ช่องทาง โดยมีการตรวจสอบรถยนต์ที่ผ่านเข้า - ออกอย่างละเอียด ขณะที่ บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ยังคงมีการนำล้อยางรถยนต์มาวางผิดกั้น ไม่ให้มีการสัญจรไป – มา ส่วนบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า การจราจรเป็นไปอย่างปกติ และไม่มีการชุมนุมของกลุ่มใด ๆ

ทางด้านนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีออกหนังสือเวียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เฝ้าติดตามการใช้ถ้อยคำหมิ่นเบื้องสูงว่า หากพบว่าเข้าข่ายให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด พร้อมได้ให้ผู้ว่าฯ จัดเวรยามเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวตามสถานีวิทยุต่าง ๆ รวมถึงเวทีแสดงความคิดเห็น หากมีการพูดจาพาดพิง ให้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน และรายงานให้ทราบเป็นระยะ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานจากบางจังหวัดเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าภาคใดมีความเคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-10-27 12:09:06




อนาถ!เด็กอายุ13ทำระเบิดปิงปอง เลียนแบบม็อบชั่ว

ตร.บุรีรัมย์ รวบ "แก๊งเด็กรู" หลังตั้งก๊วนตระเวนขโมยดูดน้ำมันจักรยานยนต์ สารภาพนำไปทำระเบิดขวดขว้างกวนเมือง เผยเลียนแบบพฤติกรรมชั่วม็อบพันธมาร จากเอเอสทีวี ที่บ้านเพื่อน ด้านผู้ปกครองเด็กจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการทีวีถ่อย ระบุมีการนำเสนอคำพูด "หยาบคาย-เสียดสี-ภาพไม่เหมาะสม" ส่งผลกระทบรุนแรงถึงเด็ก

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สมบัติ ศรีสังวร สารวัตรเวร สภ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ได้นำตัว ด.ช.ลิ้ม (นามสมมติ) 1 ในสมาชิกแก๊งเด็กรูมาสอบสวน พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงินเทา ทะเบียน จต 969 ชลบุรี แกลลอนน้ำมันขนาดความจุ 5 ลิตร 1 ถัง มีน้ำมันอยู่ประมาณ 3 ลิตร

ภายหลังถูกชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ จับกุมได้ ที่โรงแรมจันทนา ตั้งอยู่ริมถนนรอบเมือง ต.อิสาณ อ.เมือง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านหลายรายว่าถูกแก๊งดังกล่าว ซึ่งมีประมาณ 5 – 6 คน แอบลักดูดน้ำมันตามรถ จักรยานยนต์ที่จอดอยู่ตามข้างทาง ลานจอดรถของโรงแรมฯ สวนสาธารณะ และห้างสรรพสินค้า เป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ที่จอดรถไว้ตามสถานที่ดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ระหว่างชุดสืบสวนได้ออกติดตามกระทั่งพบกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเด็กอายุระหว่าง 13-17 ปี ขับรถ จักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา 6 คน รวม 3 คัน และมีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงเข้าไปขอตรวจค้น แต่ปรากฏว่ากลุ่มเด็กวัยรุ่นทั้งหมด ซิ่งรถหนีระหว่างนั้น ดช.ลิ้ม อายุ 14 ปี ได้กระโดดวิ่งลงจากรถเพื่อวิ่งหนี แต่ก็ไปไม่รอดถูกชุดสืบสวนฯ จับกุมได้

จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับเพื่อนร่วมแก๊งซึ่งมีอยู่ประมาณ 6 คน ออกตระเวนขโมยน้ำมันตาม รถจักรยานยนต์ ตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่น้ำมันมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาใส่รถ จักรยานยนต์ของพวกตนเพื่อนำไปขับขี่เล่น

ต่อมาได้ไปดูทีวีที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งในแก๊งระหว่างรอรับกันไปขับรถ จักรยานยนต์เล่น ซึ่งที่บ้านของเพื่อนคนดังกล่าว ได้ติดตั้งจาน เอเอสทีวี และเปิดดูการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ตลอดเวลา

"ตอนแรกๆผมดูก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอดูเข้าทุกวันๆ รู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที มีภาพเดินไปประท้วงตามที่ต่างๆ และภาพการต่อสู่กับตำรวจแล้ว รู้สึกมัน ถ้าทำได้แบบนั้นน่าจะสนุกไม่น้อย จึงคิดกับเพื่อนในกลุ่มออกขโมยน้ำมันรถ จักรยานยนต์ มาใส่รถ จักรยานยนต์ของพวกตนเพื่อขับเล่น ต่อมาจึงหันมาทำระเบิดขวด โดยใช้ขวดของเครื่องดื่มชูกำลังมาใส่ไว้ขว้างเล่นตามสถานที่ต่างๆ และคู่อริ" ด.ช.ลิ้ม กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จ.บุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายสังข์เอง (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ปกครองเด็ก บอกว่าน้องลิ้ม ไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน แต่มาช่วงหลังมักจะไปชมการถ่ายทอดการชุมนุมประท้วง ของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่บ้านของเพื่อนเป็นประจำ จนติดไม่ยอมกลับบ้าน

ต่อมาจะมีนิสัยชอบก้าวร้าวและใช้วาจาไม่ค่อยสุภาพ กับเพื่อนและคนในครอบครัวให้ตนได้ยินหลายครั้ง กระมั่งมาทราบข่าวว่าลูกชายของตนถูกตำรวจจับกุม ตนจึงเชื่อว่าน้องลิ้ม น่าจะเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าวและความรุนแรงจากการชมเอเอสทีวี

จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสื่อโทรทัศน์ไม่ควรนำเสนอภาพเหตุการณ์ความรุนแรง และการใช้วาจาที่ไม่สุภาพและเหมาะสมออกอากาศ เพราะอาจจะทำให้เยาวชนคนอื่น ลอกเลียนแบบเหมือนลูกชายตน เพราะเยาวชนเป็นบุคคลที่อ่อนไหวได้ ง่าย ซึ่งง่ายต่อการชักจูงไปในทางที่ไม่ดีได้

พ.ต.ท.สมบัติ ศรีสังวร กล่าวว่า แก๊งเด็กรูนี้เป็นแก๊งวัยรุ่นในเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยทุกคนในกลุ่มจะมีสัญลักษณ์ ที่แสดงหรือบ่งบอกว่าเป็นสมาชิกแก๊ง คือ จะเจาะหูด้านซ้ายและใส่ตุ้มหู ซึ่งมีสีดำเป็นวงกว้าง มีหลายกลุ่มรวมแล้วประมาณ 100-200 คน มักจะออกตระเวนขับรถเที่ยวเตร่ตอนกลางคืน เคยก่อเหตุหลายครั้งเช่นชิงทรัพย์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในที่เปลี่ยว ทำร้ายร่างกาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับมาดำเนินคดีเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอายุตั้งแต่ 13-20 ปี


ศ.ป.ช.บุกจี้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ฐานหนุนมันธมิตรฯ

กลุ่มศ.ป.ช.ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์เนื่องจากชักใย‘แก๊งมือตบ’ ขณะที่‘องค์กรพลังแผ่นดิน’ แจ้งความ‘สาทิตย์’ฐานหมิ่นประมาท

นายสุขุม วงประสิทธิ เลขิการทั่วไป ศูนย์กลางปฏิวัติประชาธิปไตยแห่งชาติ โรงเรียนประชาธิปไตยสนามหลวง(ศ.ป.ช.)และกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน เดินทางมาบริเวณหน้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยื่นหนังสือของกลุ่มเรียกร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์มีการเข้าร่วมในทางพฤตินัยกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย การปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยออันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขตามรัฐะรรมนูญ และมีเหตุผลความผิดคือการที่เมื่อวันท่ 7ต.ค.ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าทำหน้าที่สมาชิกรัมฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล และที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสทเข้าร่วมการประชุม 4 ฝ่ายเพื่อหาทางแก้วิกฤตของบ้านเมือง โดยเสนอเพียงให้นายรัฐมนตรียุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อบ้านเมือง

“ หากพรรคประธิปัตย์ไม่ได้รับเสียงข้างมากเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล คงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลปัจุบันที่ได้รับเลือกจากประชาชน เข้ามาเป็นรัฐบาลเช่นเดิม พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพัธมิตรฯจะมีการชุมนุมประท้วงอีกหรือไม่ และประเทศชาติจะได้ประโยชน์อะไร”นายสุขุม กล่าว

บุกสน.ดุสิต แจ้งจับ'สาทิตย์'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา ที่สน.ดุสิต นายชาญ เพ็ญจวงศ์ ประธานองค์กรพลังแผ่นดินแห่งประเทศไทย นายกวี พรหมศร กรรมการบริหารนายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง เลขาธิการและโฆษก และนายคารม พลทะกลาง ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 พร้อมกลักฐานสำเนาเอกสาร ถ้อยคำการให้สัมภาษณ์ของนายสาทิตย์ ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.ท.เอกชัย ศรีระหงษ์ ตำแหน่งเจ้าพนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องเรียน

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ถ้อยคำกล่าวของนายสาทิตย์ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยมีเนื้อหาหมิ่นประมาททำให้องค์กรเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง และเจตนารมณ์ที่องค์กรโดยระบุในทำนองว่าการเคลื่อนไหวของเราเป็นเพราะไม่พอใจคำตัดสินของศาลในคดีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีถ้อยคำที่เป็นการกล่าวอ้างว่า องค์กรมีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับส.ส.พรรคพลังประชาชนเพื่อทำการเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรง ซึ่งถือว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากองค์กรของเราเป็นองค์กรภาคประชาชน ที่จัดตั้งเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากทุกกลุ่ม โดยไม่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด และการเคลื่อนไหวของเราก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองผู้ใดทั้งสิ้น

“หลังจากที่มีข่าวลง มีคนโทมาในองค์กรมากมายว่าเป็นอย่างที่นายสาทิตย์พูดจริงหรือไม่ นี่คือการกระทำที่เราได้รับความเสียชื่อเสียง เราตรวจสอบทุกคน หากมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย แต่นี่เรากำลังถูกกล่าวหาให้องค์ได้รับความเสียหาย ว่ามีการเคลื่อนไหวที่เคลื่อบแฝงด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง เราจึงต้องมากล่าวโทษดำเนินคดีกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนดังกล่าว” นายพิเชษฐ์กล่าว

นอกจากนี้โฆษกองค์พลังแผ่นดินยังกล่าวปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี การออกมาเคลื่อนไหวในทุกกรณีไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องผู้หนึ่งผู้ใด และไม่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับส.ส.พรรคพลังประชาชนอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง เมื่อถามว่าขั้นตอนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เมื่อนายสาทิตย์ มีเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายคารมกล่าวเสริมว่า ความผิดยังคงอยู่ นี่คือความผิดของนายสาทิตย์ แม้ตอนนี้จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการเป็นส.ส. ถือว่ารอดพ้นไปในขณะนี้ แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้น ก็เท่ากับว่าสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมายปกติ ซึ่งภายหลังจากที่เจ้าพนักงานสอบสวนรับเรื่องแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้ว่าการกล่าวให้สัมภาษณ์ของนายสาทิตย์เป็นถ้อยคำที่จะนำไปสู่การหมิ่นประมาทได้หรือไม่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 28 ต.ค.จะมีการประชุมรัฐสภา คาดการณ์ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเดินทางมาปิดล้อมรัฐสภาเช่นที่เคยกระทำหรือไม่ประธานองค์กรกล่าว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีกลุ่มสมาชิกของเราเดินทางมาร่วมสมทบที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาประมาณ 100 คนเพื่อปกป้องรัฐสภา และเพื่อให้กำลังองค์กรของเราเองด้วย ซึ่งหากกลุ่มพันธมิตรฯไม่เคลื่อนพลจากที่ตั้งก็อาจจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามตนได้ผสานกำลังมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยแล้ว



นปช.รวมพล'คนเสื้อแดง'เผยความจริงวันนี้!ยันต่อสายคุย'ทักษิณ'


'คนเสื้อแดง'มั่นใจจัด'ความจริงวันนี้'เป็นทางออกให้ปชช.ที่มีความอึดอัดใจสถานการณ์ทางการเมืองร่วมกันแสดงความคิดเห็น และต้านการทำรัฐประหาร ยืนยันไร้ความรุนแรง ย้ำยึดสันติวิธี เผย'ทักษิณ'ตอบรับต่อสาย 1 พ.ย.นี้แน่

วันนี้ (27 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อาคารอิมพีเรียลเวิร์ล ชั้น 6 ได้มีการจัดแถลงข่าวรายการ "ความจริงวันนี้ ต้านรัฐประหาร" นำโดยนายวีระ มุสิกะพงษ์ ผู้ดำเนินการรายการความจริงวันนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พลังประชาชน (พปช.) และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

โดยนายวีระ กล่าวถึงเหตุผลในการจัดรายการความจริงวันนี้สัญจรครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ว่า เนื่องจากการจัดงานครั้งที่แล้วที่อิมแพคเมืองทองธานีมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการเข้าร่วามแต่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ จึงได้จัดครั้งที่ 2 นี้ขึ้นมา โดยในวันงานจะมีการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 1 พันนาย และอาสาสมัครองค์กรสภานักศึกษา มาร่วมดูแลตรวจตราอาวุธ ซึ่งรายการจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น.-22.00 น. แต่จะเปิดประตูทางเข้าให้ประชาชนได้เข้าก่อนในเวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ นายวีระ กล่าวยืนยันว่า ประชาชนผู้เข้าร่วมรายการความจริงวันนี้ ไม่ต้องวิตกว่าการจัดรายการจะเป็นการชุมนุมที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนและปะทะกันระหว่างฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ เพราะการชุมนุมจะเป็นไปอย่างสันติวิธี ปราศจากอาวุธ และในวันนี้จะพิสูจน์ ว่าพลังผู้ที่รักในระบอบประชาธิปไตยจะสามารถเข้ามาร่วมชุมกันได้นับหมื่นโดยปราศจาก
ความวุ่นวาย

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวถึงสาเหตุในการเข้าร่วมขึ้นเวทีความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 ว่า เนื่องจากตนได้ขึ้นเวทีครั้งที่ผ่านมา โดยส่วนตัวเห็นว่า นอกจากจะเป็นรายการบันเทิงยังมีเนื้อหาสาระตรงกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเห็นว่ายังเป็นโอกาสที่ดีที่คนมีอุดมการณ์เดียวกันและคิดเหมือนกันจะได้มาร่วมกันแสดงพลังคัดค้านการทำรัฐประหาร ทั้งนี้ยืนยันรูปแบบรายการจะเป็นการต่อต้านรัฐประหารแบบปราศจากอาวุธและการเผชิญหน้า

นายอดิศร เพียงเกษ กล่าวว่า รายการความจริงวันนี้เป็นทางออกให้กับประชาชนที่มีความอึดอัดใจกับสถานการณ์ทางการเมืองและเห็นว่าการชุมนุมในครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความสันติวิธี

นายอดิศร กล่าวว่าโดยส่วนตัว เชื่อว่าจะมีการทำรัฐประหาร จึงออกมาร่วมขึ้นเวทีในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตือนว่า หากทีการรัฐประหารครั้งนี้ต้องมีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงขอเตือนทุกฝ่ายอย่าได้ร่วมมือกับการทำรัฐประหาร

ขณะที่นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะต่อสายเข้าในรายการ'ความจริงวันนี้'ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ว่า ที่ผ่านมามีคนพยายามบิดเบือนในเรื่องของการโฟนอินว่า เป็นการใช้สื่อของรัฐเผยแพร่การสัมภาษณ์ แต่ตนยืนยันไม่ใช่การใช้สื่อรัฐเผยแพร่การสัมภาษณ์ เพราะอดีตนายกฯให้สัมภาษณ์ในรายการความจริงวันนี้สัญจร

นอกจากนี้นายจตุพร กล่าวยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ตอบรับที่จะต่อสายเข้ารายการความจริงวันนี้อย่างแน่นอน ส่วนกระแสข่าวที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้ามาร่วมด้วยนั้น ตนได้เชิญแล้ว แต่ยังมีหลายฝ่ายคัดค้าน

เขมรเหลี่ยมจัด ดอดฟ้อง‘ยูเนสโก’ อ้างไทยปาบึ้ม‘ปราสาทพระวิหาร’

เล่ห์เหลี่ยม‘ขแมร’ยังแพรวพราว ย่องฟ้อง‘ยูเนสโก’กล่าวหาไทยปาระเบิดทำ‘ปราสาทพระวิหาร’เสียหาย ด้านอธิบดีกรมสารนิเทศ ระบุจับไต๋อุบายเขมรได้ พร้อมแจงทุกเวทีโลก

หลังจากที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้หารือระดับทวิภาคีกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการประชุมอาเซม ที่ประเทศจีน เพื่อหาทางออกต่อปัญหากรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด นายเพ สิพาน โฆษกคณะรัฐมนตรีของกัมพูชา เปิดเผยว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นคำร้องเรียนถึงองค์ การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก กล่าวหาว่าทหารไทยสร้างความเสียหายให้ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลก ระหว่างที่ทหารไทยและกัมพูชาปะทะกันบริเวณพรมแดนใกล้ปราสาทพระวิหารเมื่อวันที่ 15 ต.ค. โดยคำร้องเรียนดังกล่าวถูกส่งถึงยูเนสโกไม่กี่วันหลังการปะทะกัน

ด้าน นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศประเมินท่าทีของกัมพูชาแล้ว เชื่อว่าเวลานี้ชาวโลกเริ่มจะจับทางกัมพูชาได้แล้ว ว่ามักจะมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น หลังจากทางกัมพูชาแสดงท่าทีที่ดีออกมา 1 วัน จะเป็นอย่างนี้ออกมาตลอด ทั้งการอ้างว่าจับทหารไทยไว้ ทหารไทยเปิดฉากยิงก่อน หรือแม้กระทั่งเรื่องกับระเบิด เป็นแนวทางที่คาดหวังได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายไทยมีหลักฐานพร้อมชี้แจงทุกอย่าง จะเป็นเวทีใดก็ได้

อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวอีกว่า‘ยูเนสโก’ไม่ใช่องค์การทางการเมือง ทั้งนี้ถ้าย้อนไปดูวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา พบ เป็นทุ่นระเบิดซึ่งยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ จนทำให้ทหารพราน 2 นายขาขาด ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนอย่างไรก็ตาม ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในระดับสากล

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวต่อว่า หากติดตามดูโดยตลอดจะเห็นว่า ล่าสุด นายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุน เซน ของกัมพูชา ได้แสดงท่าทีระหว่างการประชุมอาเซม ว่าต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่ายใช้ความอดทนที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกันอีก ให้ใช้แนวทางทวิภาคี หวังว่า 2 ประเทศจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกันต่อไป ซึ่งจะเห็นว่า ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางของประเทศไทย ที่ได้ยืนยันและเรียกร้องตลอด คือ การหารือแบบทวิภาคี