WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 30, 2008

ระทึก!บึ้มกลางกรุง 2 จุดบ้านจรัญ-พันมารเจ็บ 9 สาหัส 1


ระเบิดกลางกรุง 2 จุด บ้าน'จรัญ-เวทีพธม. บาดเจ็บ 9 สาหัส 1 'เสธ.แดง'ยันไม่มีเอียวบึ้ม!เตือน'การ์ดพันธมาร'ตายรายวันแน่ หากไม่รีบคืนทำเนียบฯ

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา คนร้ายขี่จักรยานยนต์ ปาวัตถุคล้ายระเบิดเข้าไปบริเวณบ้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แรงระเบิดทำให้กระจกบานเกร็ดหน้าต่างแตกละเอียดและได้รับความเสียหาย นอกจากนี้บริเวณพื้นดินยังพบหลุมกว้างเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ ปาระเบิดใส่เวทีชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง พบเศษวัตถุระเบิดชนิดเอ็ม 26 กระจายเกลื่อนบริเวณเต้นท์ของการ์ดพันธมิตรฯ และพบกระเดื่องระเบิดด้วย แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมลึกกว่า 3 เซนติเมตร กว้าง 5 เซนติเมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และต้องนำส่งโรงพยาบาลวชิระ โดยบาดเจ็บ 9 ราย สาหัส 1 ราย ในจำนวนนี้ทราบชื่อคือ 1.นายเสถียร ทับมะลิผล อายุ 40 ปี (บาดเจ็บสาหัส) 2.นายราชัน จันทร์ปลูก 3.นายจีรศักดิ์ อินทรีย์ 4.นายสงกรานต์ คำด้วง 5.นายทศพล สุขอิ่มใจ 6.นายปัญญา กติกา

'จรัญ'ลั่นไม่วิตกมือมืดปาบึ้ม!บ้านพัก

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ไม่มีความหวั่นวิตก หลังจากถูกกลุ่มมือมืดปาระเบิดใส่บ้านพัก และไม่อยากไปฟันธงว่า มีกลุ่มไหนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะไม่อยากให้บ้านเมืองเสียหายมากกว่านี้ ซึ่งตนก็ไม่มีเบาะแสใดๆ คนปาระเบิดถือว่าเป็นมือมืด

ส่วนที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับกลุ่มพันธมิตรนั้น นายจรัญ กล่าวติดตลกว่า ถือว่าแบ่งๆ กันไป และหลังจากนี้จะใช้ชีวิตปกติ ไม่จำเป็นต้องขอตำรวจมาคุ้มกัน เพราะเชื่อว่าประเทศไทยยังปลอดภัย

นอกจากนี้ นายจรัญ ยังกล่าวอีกด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะ ไม่มีผลกับการพิจารณาคดียุบพรรค เพราะการตัดสินคดีต้องดำเนินการตามกฎหมายตามหลักฐานและไม่ขอโยงด้วยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากฝั่งการเมืองหรือไม่ ปล่อยให้ทางตำรวจดำเนินการ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มีเพียงกระจกแตกเล็กน้อย

'เสธ.แดง'ยันไม่มีเอี่ยวปาบึ้มแก๊งพันธมาร

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ( เสธ.แดง ) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุ คนร้ายปาระเบิดใส่กลุ่มพันธมิตรฯ แต่ยืนยันว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องออกจากทำเนียบรัฐบาล เพราะเชื่อขณะนี้ พันธมิตรฯ กำลังเจอกับศัตรู ซึ่งออกมารบด้วยยุทธวิธีแบบกองโจร ส่วนระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุ ชนิด M 26 เป็นของพวกคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ใช้ในราชการทหาร ทั้งนี้จึงขอเตือนว่า หากพันธมิตรฯ ยังไม่หยุด อนาคตอาจถูกซุ่มโจมตีด้วย อาร์พีจีและ คอร์ 60 และ M 79 และจะต้องมีการ์ดพันธมิตรฯ ตายทุกวัน

นอกจากนี้ พล.ต.ขัตติยะ ยังกล่าวอีกด้วยว่า สาเหตุที่พันธมิตรฯ โดนโจมตีเพราะมีหลายกลุ่ม ไม่พอใจ ทั้งดำเนินการยึดทำเนียบฯ ให้การ์ดพกอาวุธ ซึ่งถือว่าเหิมเกริม และตอบโต้บุคคลชั้นสูง ซึ่งตนออกมาเตือนพันธมิตรฯด้วยความหวังดี

มทภ.1ยันบึ้มพธม.ไม่ใช่ของกองทัพ


พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ กล่าวยืนยัน ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ทำร้ายกลุ่มพันธมิตร จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมทั้งที่บ้านพักของ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อกลางดึกวันที่ 29 ที่ผ่นนมาา ไม่ใช่ระเบิดที่ใช้ในราชการ เพราะที่ผ่านมากองทัพมีมาตรการคุมเข้มตรวจสอบ อยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดีในขณะนี้ ตนเองได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอรับทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว

'คนรักอุดร'ย้ำ1พ.ย.เข้ากรุงร่วม‘ความจริงวันนี้’


ประธานคนรักอุดรเผยคนนับพันคนลงชื่อร่วมงาน'ความจริงวันนี้'แล้ว ขณะที่ชุดพรางระบุแค่เฝ้าจับตามองไม่ยุ่งเกี่ยว ส่วน NBTยันไม่ยิงสด‘ทักษิณ’โฟนอิน

นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ตนขอประกาศเชิญชวนสมาชิกคนรักอุดร ให้เดินทางไปร่วมงาน'ความจริงวันนี้' สัญจรครั้งที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อร่วมเดินทางแล้วกว่า 1,000 คน ซึ่งจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯโดยเหมารถทัวร์ 20 คันและจะออกจากจังหวัดอุดรธานี เวลา 22.00 น.ของวันที่ 31 ต.ค.

อย่างไรก็ตามประธานคนรักอุดรกล่าวอีกว่า เมื่อถึงกรุงเทพฯ จะไปให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะเดินทางไปพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับจุดยืนในระบอบประชาธิปไตย

เฝ้าจับตามอง

ด้าน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า กองทัพเตรียมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้ ในวันที่ 1 พ.ย. ที่หลายฝ่ายเกรงว่า อาจจะมีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม หรือหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งหากมีเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ เห็นว่าเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ด้วยว่าจะมีการสั่งห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หรือไม่ ซึ่งในส่วนของกองทัพจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก็ไม่ได้สั่งจับตาเป็นพิเศษ เพราะได้สั่งการไปก่อนหน้านี้แล้ว

เสนาธิการทหารบก ยังกล่าวย้ำว่า กองทัพยังคงเฝ้าระวังและดำเนินการกับผู้ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ยันไม่ถ่ายถอดสด

อนึ่งก่อนหน้านี้นายสุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที กล่าวยืนยันว่า สถานีจะไม่ถ่ายทอดคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่อสายตรงโฟนอินข้ามประเทศมายังรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ดำเนินรายการจะนำเทปมาออกอากาศซ้ำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางสถานีจะตรวจสอบเทปหรือรายการใดๆ ก่อนออกอากาศทุกครั้ง


"จตุพร" ลั่นสื่ออย่ามั่วให้ออกมาดูงานเองวันจริง

มติชนรายวันอ้าง วันที่ 1 พศจิกายน คนเสื้อแดงมาเพราะเงิน คนมานับแสนชุมนุมชนบทล้อมเมือง

รายการความจริงวันนี้ ออกอากาศทางช่อง NBT วันที่ 28 ตุลาคม 2551 กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อต่างๆออกมาพูดถึงการจัดงานความจริงวันนี้สัญจรครั้งที่ 2 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน นั้นก็มีมายมายหลายมุมมอง แต่ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือ มติชนรายวันในคอลัมน์ "เรียงคนมาเป็นข่าว" โดยพลุน้ำแข็ง หรือเป็นที่รู้จักกันดีคือ นายจรัญ พวงจีน เนื้อข่าวมีดังนี้ โพนอิน พ.ต.ท. ทักษิณ นั้นมีแน่นอน และจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมในงานนับแสนคน เรียกการชุมนุ่มนี้ว่าชนบทล้อมเมือง อ้างว่ามาประชาชนที่จะมาในงานวันนั้นถูกว่าจ้าง โดยคำนวณเป็นตัวเลขของการว่าจ้างครั้งนี้ไว้อย่างระเอียดประมาณกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท ยังอ้างอีกว่ามีแกนนำคนหนึ่งตัดสินใจถอดตัวไม่มาร่วมงานนี้ เนื่องจากผิดใจกับนายใหญ่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ พิธีกรร่วมในรายการกล่าวว่า การเขียนข่าวอย่างนี้ถือเป็นการดูถูกประชาชนอย่างรุ่นแรง เขียนโจมตีอย่างไร้จิตสำนึก เป็นการทำลายความเชื่อถือ งานไม่ได้จัดให้มีการปะทะหรือการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใด ประชาชนที่มาร่วมงานนั้นคงมีไม่กี่กลุ่ม คาดว่า1เป็นแฟนรายการ 2ผู้รักประชาธิปไตย 3กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล และ4กลุ่มที่เบื่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเต็มที ซึ่งต่างก็มาร่วมงานด้วยใจทั้งนั้น เรื่องการต่อสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่ามีแน่นอนแต่ก็ไม่ได้มีการถ่ายทอดในช่องทางใดผู้ที่มาร่วมในงานเท่านั้นที่รับรู้ มั่นใจเหลือเกินว่าสื่อทุกแขนงคงต้องรอรายงานข้อความส่งผ่านต่อไปแน่นอน

ที่กล่าวอ้างถึงตัวเลขของการว่าจ้างกลุ่มคนให้มาชุมนุมครั้งนี้ ช่างไร้สาระสิ้นดีคำนวณยอดเงินเหมือนดังว่าเคยทำงานแบบนี้ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาก่อน อยากให้คุณพลุน้ำแข็งมาร่วมงานจริงๆแล้วจะรับรู้ด้วยตัวเองว่าเป็นบรรยากาศเช่นไร ซึ่งสื่อต่างๆที่มาร่วมในงาน ความจิงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 1 คงทราบดี

นายวีระ มุสิกพงศ์ พิธีกรร่วมรายการกล่าวว่า การที่มีสื่อมาโจมตีเราแบบนี้ ถ้าจะถามหาความรับผิดชอบคงไม่มี จิตสำนึกความเป็นคนอยู่ที่ไหนการโจมตีฝ่ายนั่นทีฝ่ายโน้นทีนี่หรือสื่อสารมวลชน การดูถูกอุดมการณืผู้อื่นถือว่าเลวสิ้นดีตวัดปากกาป้ายสีให้ร้ายไม่ใช้แนวทางของเรา การที่ประชาชนจะมาร่วมในงานวันที่ 1 นั้นไร้ซึ่งการปะทะ เผชิญหน้า ไม่ใช่สันติวิธีกองโจรอย่างพันธมิตรฯแน่นอน

กรณีที่นายสนธิฟ้องพิธีกรทั้ง 3 ท่านในรายการความจริงวันนี้นั้นไม่เป็นไร แต่กลับลามไปถึงสถานี NBT ผอ.สถานี อธีบดีกรมประชาสัมพันธ์ มันจะมั่วไปกันใหญ่แล้ว อย่างไรก็ตามยังดีใจที่นายสนธิรู้จักคำว่าละเมิดสิทธิผู้อื่น หลังจากที่ทำลายและละเมิดสิทธิผู้อื่นอย่างเมามันมายาวนาน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยังกล่าวอีกว่ากรณีที่ศาลตัดสินสั่งจำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล 3 ปีข้อหาละเมิด และหมิ่นประมาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2550 หลังมีการยึดอำนาจนั้น ศาลถถือว่าการกระทำของนายสนธิถือว่าเป็นการกระทบต่อสังคมอย่างมาก เพราะมีการนำเอาสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามนั้นก็เป็นข้อสรุปถึงเหตุการณ์ปัจจุบันนี้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายพันธมิตรรู้ไหมว่ากำลังหลงทางไปตามอุดมการณ์นอกลู่ของคนเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม ยังประสงค์อยากเห็นผู้ที่เขียนคอลัมน์ เรียงคนมาเป็นข่าว ของมติชนรายวันแสดงตัวรับผิดชอบต่อการดูถูกประชาชนนับแสนที่จะมาในงาน ความจริงสัญจรครั้งที่ 2 อย่างไร้จิตสำนึดในครั้งนี้ ไม่ใช่จุดพลุสร้างประเด็นมั่วๆแล้วก็ซุกตัวหลบใต้โต๊ะเช่นเดิม



ของของใครของใครก็ห่วง

บทความ โดย ปูนนก

ผมตั้งชื่อหัวข้อบทความเป็นเนื้อเพลงเพื่อให้ทุก ๆ ท่านที่อ่านบทความนี้ ได้รู้สึกบรรเทาการวิตกกังวลจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไปได้บ้าง ท่านทราบหรือไม่ว่ากว่าที่เพลงหนึ่งเพลง จะแต่งเนื้อเพลงสำเร็จออกมาให้นักร้องได้ร้องกันนั้น มันมีเบื้องหลัง มีที่มา มันมีความหมาย และเพลงทุก ๆ เพลงนั้นสามารถที่จะนำมาใช้ประกอบเข้ากับชีวิตใด ๆ ของเราตามแต่สถานการณ์ได้

เพลง หวงรัก เพลงนี้ท่าน ม.ร.ว ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ได้ขับร้องไว้อย่างไพเพราะมาก มีเนื้อเพลงดังนี้ครับ ของของใคร ของใคร ก็ห่วง ของใครใครก็ ต้องหวง ห่วงใย รักใคร่ ถ-นอม ใคร จะชิง ของ ใคร ใครยอม ถึงจน อด ออม ไม่ยอมขาย ให้ใคร.... รักของใคร ของใคร ก็ห่วง ของใคร ใครก็ ต้องหวง ห่วงคน รักดั่ง ดวงใจ ใคร จะยอม ยก ไป ให้ใคร รัก ใคร ก็ใคร ต่างหวงไว้ ครอบ ครอง…….เธอ เป็น ของ รัก ของหวงที่ห่วงอาลัย เป็น ดวง ใจ ฉัน จึง ห่วงใย ใฝ่ปอง กายและใจของเราต่างเป็น เจ้าของ หากไม่ครอบครอง เดี๋ยวของรักต้องหลุด ลอย ไป..... รัก จริง ถึง ห่วง ไม่ใช่หลอกลวงรักจริงถึงห่วง ดวง ใจ จะเป็น จะตาย ก็ ไม่ยอม ให้ใคร แม้ใครชิง แย่งไป ฉัน ยอม ตาย เอย...

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=musichousechampp&group=33&month=12-2005&date=25&blog=19

ในเนื้อเพลงนี้ได้บรรยายถึงความห่วงหวงบางสิ่งอย่าง หรือคนที่รักอย่างสุดจิตใจ จนกระทั่งยอมได้แม้แต่ชีวิตถ้าจะมีใครมาทำให้พรากจากไป ซึ่งแสดงถึงว่าของสิ่งนั้น หรือคนรักคนนั้นจะต้องมีความสำคัญต่อตัวของผู้ร้องเพลงนี้ มากยิ่งกว่าชีวิตของเขาอย่างแน่นอน ช่างเป็นบทเพลงที่มีเนื้อหาซาบซึ้งเสียนี่กระไร

วานนี้ กกต. ได้ลงมติยกคำร้องให้กับนายวิฑูรย์ นามบุตร สส. ระบบสัดส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กรณีแจกบัตรชมภาพยนตร์เป็นการซื้อเสียง หลังจากที่ได้ใช้เวลาในการตรวจสอบคำร้อง และตั้งคณะกรรมการพิจารณาหลายต่อหลายชุด เป็นเวลากว่าปี ในในที่สุดโฆษกของ กกต. ได้ออกแถลงว่า กกต. มีมติให้ยกคำร้องนั้น และเป็นมติเอกฉันท์ แต่ไม่นานคุณ สดศรี สัตยธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเธอเป็นผู้ลงมติ ให้ใบแดงกับ ส.ส. ทุกคนในกรณีนี้ ซึ่งขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ตาม มติที่ออกมาก็คือ นายวิฑูรย์ นามบุตร ไม่ต้องถูกใบแดง และที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ต้องเสี่ยงภัยกับการยุบพรรค ที่พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัฌชิมาธิปไตย กำลังประสบอยู่

ย้อนหลังไปไม่กี่วันกองกำลังของ พธม. ยกทัพไปปิดล้อมรัฐสภา และต่อมาก็ไปก่อการจลาจลจะปิดล้อม บชน. โดยผู้ก่อการเสียชีวิตไปถึง 2 คน และสาเหตุการณ์เสียชีวิตก็มีเงื่อนงำอย่างมาก เพราะเสียชีวิตด้วยระเบิด ที่ตำรวจไม่ได้ใช้ เพราะตำรวจใช้เพียงแก๊สน้ำตา การกระทำของกองกำลัง พธม. วันนั้นไม่ต่างจากกองกำลังของผู้ก่อการร้าย แต่ในที่สุดหลังจากมีผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตกลับได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ วีรสตรี ที่ปกป้องชาติปกป้องราชบัลลังก์

ย้อนหลังกลับไปอีกเล็กน้อย ศาลปกครองมีมติยกเลิกหมายจับในคดีกบฏต่อราชอาณาจักร ของแกนนำ พธม. ทั้ง 9 คน และ ยอมอนุญาตให้ประกันตัวในคดีอื่น ๆ ที่ถูกฟ้องร้อง รวมทั้งคดีการบุกรุกสถานที่ราชการและการยุยงให้เกิดการต่อต้านการปกครอง ซึ่งหลังจากได้รับการประกันตัวเหล่าแกนนำ พธม. ก็ยังคงกลับมาทำผิดในรูปแบบเดิม ๆ

ย้อนหลังไกลอีกนิด ศาลรัฐธรรมนูญได้ลงมติเอกฉันท์ ให้ท่านนายกสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่งนายกด้วยมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม โดยพิจารณาตามพจนานุกรมคือ ท่านไปออกอากาศทำรายการอาหารในฐานะลูกจ้าง โดยศาลรัฐธรรมนูญลงมติตัดสินนี้ชนิดยอมขัดสายตากับคนทั้งโลก

ดูเหมือนว่า พธม. และคนในพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการคุ้มครองและออกรับแทนจากผู้มีอำนาจของประเทศนี้ ชนิดค้านสายตาคนทั่ว ๆ ไปอยู่เสมอ และที่สำคัญวันที่ 19 กันยายน 2549 คณะรัฐประหารก็ได้รับการยอมรับว่า การกระทำอันเป็นการกบฏต่อแผ่นดินเป็นสิ่งที่ทำได้ และถูกต้องจากผู้มีอำนาจของแผ่นดินอีกเช่นกัน ทำไมสิ่งที่ดูไม่ปกติเหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นกับกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศก็ดูว่าคนเหล่านี้ทำในสิ่งที่ไม่สมควร

เราคงไม่ต้องกล่าวถึงว่า ถ้าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับผู้ที่ไม่อยู่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน การทำในสิ่งที่ผิดแม้แต่เพียงเล็กน้อย กลับไม่ได้รับการปกป้องแต่อย่างใด และยังจะได้รับการตัดสินอย่างร้ายแรงที่สุดด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนไม่ต้องมีการอธิบายใด ๆ

เวลานี้ประชาชนไทยผู้รักประชาธิปไตย กำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเป็นเสรีภาพมาจากเผด็จการผู้ครองเมืองอยู่ อำนาจคือของรักของหวงที่เผด็จการอมาตย์พยายามยึดครองเอาไว้ไม่ให้ใครพรากเอาไปได้ ด้วยเหตุนี้ รัฐธรรมนูญเผด็จการ, คณะกรรมการอิสระ, ตุลาการ, และอำนาจนอกระบบอื่น คือสิ่งที่เหล่าเผด็จการอมาตย์จะไม่ยอมให้หลุดมือไปเด็ดขาด

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในครั้งนี้ ก็คือการแย่งไข่ขวัญของงูจงอางไปจากรังดี ๆ นี่เอง ตราบใดที่วัฒนธรรมการปกครอง ประเพณีทางความคิด เกี่ยวกับวิธีการปกครองของคนไทย ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป การต่อสู้ทางทางความคิดระหว่างประชาธิปไตย กับเผด็จการก็จะยังคงอยู่ตลอดไป

ขณะที่เผด็จการอมาตย์หวง, ห่วง และป้องกัน อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับอิสรภาพจาก ประชาธิปไตย เราเองซึ่งเป็นที่ผู้รักและศรัทธาในประชาธิปไตย รักความเป็นอิสระ รักเสรีภาพ และรักในความยุติธรรมที่เท่าเทียมกัน ถ้านำเอาความรัก, ห่วง, หวง ในสิ่งที่เราศรัทธามาเทียบกัน ฝ่ายประชาธิปไตยรักสิ่งนี้จนยอมสละตนเองได้ และได้พิสูจน์มาแล้วโดย คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ในขณะที่ไม่มีเผด็จการอมาตย์แม้แต่คนเดียวที่กล้ากระทำเยี่ยงนั้น

วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้เป็นเวลาที่เราทุกคนจะแสดงความรัก, ความหวง, ความห่วง, และความคิดคำนึง ที่จะรักษาประชาธิปไตยตลอดไป ประชาธิปไตยไม่เคยได้มาด้วยการร้องขอ แต่จะได้มาด้วยการต่อสู้ คงจะยอมอีกไม่ได้แล้วที่จะให้เผด็จการอมาตย์ ซึ่งเป็นคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ในประเทศนี้จะเข้ามากดขี่ข่มเหงความคิดของคนไทยทั้งชาติอีกแล้ว ประเทศไทยจะต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แต่อะไรที่จะเป็นประเพณีการปกครองที่ล้าหลัง ที่เลวร้าย ที่เสื่อมทราม จำเป็นต้องทำลายทิ้งไปก็ต้องทำ

ทุกการต่อสู้ต้องมีการสูญเสีย เรารักประชาธิปไตยเสียไปเพียง 1 แต่จะเกิดอีกนับแสน อย่าให้วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่จะถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้มาเพื่อประชาธิปไตยนั้น ขาดชื่อของท่านไปด้วย อีกท่านจะสามารถพูดกับลูกหลานของท่านด้วยความภาคภูมิใจว่า พ่อ (แม่) ได้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอันสมบูรณ์เพื่อประเทศนี้ ด้วยความยากลำบากและทุกข์ทรมาน ขอให้ลูก ๆ จงรักษามันไว้ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ

และนั่นแหละคือความภูมิใจที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ และได้ชื่อว่าเป็นคนไทย ที่ไม่ใช่ทาส

ปูนนก

จาก thaifreenews

Wednesday, October 29, 2008

หม่อมปลื้ม ชี้ สนธิ ปลุกระดม

ลุงหนวด วิภูแถลง พูดที่ ขอนแก่น

สมรภูมิ ของพันธมิตร ทิศทาง การเมือง การทหาร ฐานที่มั่น ทำเนียบรัฐบาล

คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์

มีความแตกต่างอย่างแน่นอนระหว่างการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับการเคลื่อนไหวของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) เมื่อเดือนตุลาคม 2516

แตกต่างอย่างแน่นอนกับการเคลื่อนไหวเมื่อเดือนตุลาคม 2519

แตกต่างอย่างแน่นอนกับการเคลื่อนของสมาพันธ์ประชาธิปไตย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535

แตกต่างตรงวิธีการและกระบวนการของการเคลื่อนไหว

เมื่อเดือนตุลาคม 2516 ศนท.สะสมกำลังโดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นฐานที่มั่น แต่ในวันที่ 13 ตุลาคม ก็เคลื่อนไปบนถนนราชดำเนินและประสบความสำเร็จพลันที่สามารถกดดันให้ จอมพลถนอม กิตติขจร ลาออกจากตำแหน่งได้ในวันที่ 14 ตุลาคม

กระนั้น ก็เกิดความเข้าใจผิดอันนำไปสู่การปะทะกัน ณ บริเวณหน้าสวนจิตรลดารโหฐาน

เมื่อเดือนตุลาคม 2519 ศนท.เคลื่อนกำลังจากสนามหลวงไปยืนหยัดอยู่บริเวณสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และถูกล้อมปราบ จับกุม และเข่นฆ่าอย่างเหี้ยมโหด

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 เริ่มต้นที่ท้องสนามหลวงและเคลื่อนขบวนไปบนถนนราชดำเนินกระทั่งมีการปะทะ จับกุม และปราบปรามอย่างรุนแรง

แต่การเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แตกต่างออกไป

ความแตกต่างนั้นดำรงอยู่ภายในความเหมือนอันเป็นจุดร่วมอย่างมีนัยสำคัญทางการเมือง แต่ได้มีการยกระดับไปสู่กระบวนการทางการเมืองซึ่งมีลักษณะกึ่งทหาร

ด้านหลักของ พันธมิตรคือการตรึงกำลังสร้างฐาน

นั่นก็คือ การตรึงกำลังอยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2551

นั่นก็คือ การตรึงกำลังอยู่ในทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551

ขณะเดียวกัน ด้านรองของพันธมิตรคือการเคลื่อนไหวในลักษณะดาวกระจาย แยกย้ายไปที่ถนนสีลม แยกย้ายไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น

ทั้งๆ ที่พันธมิตรตรึงกำลัง ณ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งๆ ที่พันธมิตรตรึงกำลัง ณ ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เดือนสิงหาคม แต่พันธมิตรก็ยังตรึงกำลังและยังดำรงจุดมุ่งหมายของตนไม่แปรเปลี่ยน

ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าคำขาดที่พันธมิตรยื่นต่อรัฐบาลจะประสบความสำเร็จเมื่อใด ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าชัยชนะของพันธมิตรจะเป็นเมื่อใด

ความเป็นไปได้ที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ การต่อสู้ในลักษณะยืดเยื้อและยาวนาน

หากศึกษาบทเรียนจากอดีต ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนตุลาคม 2519 ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535

การตรึงกำลังอยู่ในที่ตั้งเสมอเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เป้าหมายคือการสะสมกำลัง

เมื่อสะสมกำลังได้พอสมควร และทดสอบความแน่วแน่มั่นคงของมวลชนได้ในระดับที่แน่นอนหนึ่งก็จะเริ่มเคลื่อนขบวน

การตรึงกำลังอยู่ในที่ตั้งอย่างเมื่อเดือนตุลาคม 2519 คือหายนะ

น่าสนใจก็ตรงที่การเคลื่อนไหวของพันธมิตรนับแต่เดือนพฤษภาคม 2551 เป็นต้นมา มีลักษณะการตรึงกำลังสร้างฐานเป็นด้านหลัก การเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายเป็นด้านรอง

ไม่ว่าจะเป็นบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล

เพราะการตรึงกำลังนั่นเองทำให้พันธมิตรจำเป็นต้องพัฒนาไปสู่การจัดตั้งกองกำลังในแบบนักรบศรีวิชัย ในแบบการ์ดพันธมิตร

ในความเป็นจริง คือ การพัฒนาจากขบวนการทางการเมืองเป็นขบวนการทางทหาร

พัฒนาการนี้เคยมีบทเรียนมาแล้วในกรณีของกองกำลังติดอาวุธของมุสโลลินี เคยมีบทเรียนมาแล้วในกรณีของกองกำลังติดอาวุธของฮิตเลอร์

นี่เท่ากับเป็นพัฒนาการบนพื้นฐานแห่งแนวคิดแบบทหาร

ในทางการรบ มาตรการยึดที่ตั้งสร้างฐานทางเศรษฐกิจสะสมกำลังเพื่อขยายตัวมีความจำเป็น

แต่ในทางการเมือง การเคลื่อนไหวมวลชนในลักษณะสร้างฐานโดยการยึดทำเนียบรัฐบาลโดยการยึดถนน ถือได้ว่าเป็นของใหม่

เป็นของใหม่ซึ่งไม่มีใครคาดหมายได้ว่าที่สุดของการยุทธจะอยู่ ณ จุดใด


ตร.ไม่"ถอดยศ"ชี้คดี"แม้ว"ยังไม่ถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปีในคดีซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ว่า เรื่องการถอดยศมีระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 กำหนดไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุมถึงข้าราชการตำรวจที่ยังอยู่ในตำแหน่งและอดีตข้าราชการตำรวจ โดยขั้นตอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กองวินัย และกองกำลังพล ต้องตรวจสอบข้อมูลว่าบุคคลใดเข้าข่ายองค์ประกอบที่จะต้องถูกดำเนินการถอดยศหรือไม่ หลังจากนั้นจึงเสนอให้ ตร.พิจารณา

สำหรับองค์ประกอบสำคัญที่เข้าข่ายถูกดำเนินการถอดยศ คือ ข้าราชการตำรวจผู้นั้นต้องถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก และคดีต้องถึงที่สุดแล้ว กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ถือว่าคดีถึงที่สุด เพราะศาลยังเปิดโอกาสให้จำเลยนำพยานหลักฐานใหม่มายื่นต่อศาลได้ภายในระยะเวลา 30 วัน ซึ่งหลังจากคดีถึงที่สุดแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพราะกระบวนการถอดยศไม่ได้สิ้นสุดแค่ระดับ ตร. แต่ยังต้องเสนอโปรดเกล้าฯให้ถอดยศด้วย

วันตัดสิน

หรือว่าประวัติศาสตร์จะกลับหน้ากัน?วันนี้แทนที่ประชาชนจะเรียกร้องเอาระบอบประชาธิปไตยคืนมากลับเป็นพลิกประชาธิปไตยกลับไปเป็นระบบการปกครองอย่างอื่นประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ จึงเต็มไปด้วยความยุ่งยากและวุ่นวายทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ในประเทศไทยพ.ศ.2551 ประเทศถูกแบ่งข้างประชาชนออกเป็น 2 ฝ่าย ตรงข้ามและเผชิญหน้ากันพยายามจะเปลี่ยนแปลงการปกครองประชาธิปไตยที่มีอยู่ ไปสู่อะไรที่เป็นอื่นอ้างว่า เพราะประชาธิปไตยทำให้ประเทศมีปัญหาแต่เป็นเรื่องที่มีสาเหตุจากคนและจะไปเปลี่ยนระบบประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์กลับหน้ากันหรือ?

นี่คือคำถามของวานนี้ วันนี้ และวันพรุ่งนี้ของเมืองไทยว่านี่กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับปรากฏการณ์ทางการเมืองคนที่เคยต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเช่น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่เกือบจะเอาชีวิตทิ้งไปกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กลับเป็นฝ่ายที่เรียกร้องแต่ต่อต้านตรงกันข้าม กับเหตุการณ์สมัยเมื่อ 16 ปีที่ผ่านมาในอดีตรัฐบาลประชาธิปไตยปัจจุบันของนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ กำลังถูกต่อต้านและขับไล่ เพื่อนำการเมืองใหม่เข้ามาแทนที่ประชาธิปไตยประเทศไทยกำลังถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายที่พร้อมจะเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรงตำรวจมีกฎหมายแต่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้เต็มความสามารถ และกลายเป็นผู้ถูกต่อต้านการใช้กฎหมาย

ทหารในกองทัพกับอำนาจที่มีอยู่เต็มไม้เต็มมือ ต้องสงบนิ่งยืนดูเหตุการณ์วันนี้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถประกอบอาชีพและทำมาหากินอย่างปกติสุขได้ เพราะข้ออ้างเสรีภาพทางประชาธิปไตย แต่เพื่อจุดประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยที่มีอยู่แล้วออกไปหรือว่าวันนี้กำลังเร่งเร้าให้ประชาชนเจ้าของประเทศไทยตัวจริงออกมาแสดงพลังเงียบที่แท้จริงยุติความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงลงพลิกหน้าประวัติศาสตร์ไทยกลับมาว่าประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินแล้วตัดสินด้วยการปฏิวัติประเทศไทยเสียทีงั้นหรือ?

มด คันไฟ

กรรมเวรประเทศไทย

เห็นจะต้องถาม..ประเทศไทยกันสักหน่อยว่า..ประเทศไทยใจดีเกินไปหรือเปล่า..
เป็นประเทศกันมานานกว่าพันปี..มีประเพณีมีพระมหากษัตริย์กันมากว่า 50 รัชกาล..มีกฎหมายบ้าน มีกฎมณเฑียรบาลมาหลายร้อยปีเคยมีปีไหน..ที่ประเทศไทยจะไร้ขื่อไม่มีแปแบบนี้อาชญากรรมชัดๆ ปรากฏอยู่ต่อหน้า..แต่เรากลับร่ำไห้เรียกหาความปรองดองสามัคคี ลองนึกกันดูว่า..หากพวกที่ยึดทำเนียบอยู่ในเวลานี้ เป็นประชาชนคนอื่น เป็นพนักงานห้างร้านบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจ..เป็นคนไทยเหมือนกับที่พวกเราๆ ท่านๆ เป็นอยู่

แล้วก็พูดจาเรียกร้องความเป็นธรรมจากการทำงาน..พูดถึงประชาธิปไตยที่ทำให้ปลาใหญ่ไล่กินปลาเล็ก แล้วชุมนุมผู้คนอยู่ในทำเนียบไทยคู่ฟ้า..นึกกันหรือว่า พวกเขาจะอยู่ได้วันนี้..วันนับศพเรียงราย..คงจะผ่านพ้นไปแล้วพร้อมกับเสียงสมน้ำหน้ามากมายปีที่แล้ว..โดนจับเข้าคุกไปหลายราย เพราะเดินขบวนไปรบกวนท่านผู้หลักผู้ใหญ่..ถึงจะไม่มีล้มตายก็มีบาดเจ็บและเป็นคดีทำไม..คนกลุ่มหนึ่งทำไม่ได้ แต่ทำไม..คนอีกกลุ่มหนึ่งทำได้ทำไม..ตำรวจผู้กระทำการตามคำสั่งของรัฐบาล เพื่อให้การบริหารประเทศตามรัฐธรรมนูญขับเคลื่อนไปได้..ทั้งๆ ที่ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอเพียงการเปิดทางให้..และเมื่อใช้กำลังผลักดันจนกระทบกันจนถึงขั้นบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย

ตำรวจทำท่าจะกลายเป็นอาชญากรซะเองประเทศของเรากำลังเป็นอะไร..มันกำลังจะไม่เป็นประเทศอยู่แล้ว..ประเทศตั้งอยู่บนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่ถึงวันนี้รัฐธรรมนูญถูกบังคับใช้กับคนไทยกลุ่มใหญ่ แต่ไร้ผลบังคับกับคนกลุ่มน้อยประเทศไทยกำลังจะล่มสลายจริงหรือประเทศไทยวันนี้..เป็นอย่างที่ประเทศไทยเป็นมาเมื่อพันกว่าปีหรือไม่..ใครทำให้ประชาชนเปลี่ยนไปเรา..จะต้องอดกลั้น อดทน และเสียสละ กันไปอีกนานแค่ไหน..หรือจนกว่า..พวกเราจะล้มหายตายจากไปท่ามกลางวิบัติแห่งแผ่นดินกันเสียก่อนเรา..จะบอกลูกหลานของเราอย่างไรว่า สิ่งใดผิด สิ่งใดถูก..เพราะถูกผิดวันนี้มันกลับข้างกลับฝ่าย จนไม่รู้ว่าตรงไหนสวรรค์ ตรงไหนนรกกรรมเวรประเทศไทย

พญาไม้