WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, November 1, 2008

'เทพไท' หนุน'ทักษิณ'โฟนอิน แก้วิกฤติการเมือง

เทพไท หนุนต่อสาย ทักษิณ เปิดโอาสให้อดีตนายกฯคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง เชื่อทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น

นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การจัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ที่จะมีการต่อสายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอดีตนายกฯควรใช้โอกาสนี้ ในการคลี่คลายปัญหา เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ที่ทำให้สถานการณ์ ดีขึ้นได้

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองที่นายกฯ ออกมาบอกว่า ส.ส.ร. 3 แก้วิกฤติได้นั้น คงไม่ใช่การแก้วิกฤติทางการเมือง



รายงานเหตุการณ์งาน "ความจริงวันนี้" 1 พ.ย. 51

ถ่ายภาพโดย แฟนประจำ กล่องออมสิน ss.hh ไม้ตะพด
1 พฤศจิกายน 2551

(ทีมงานกำลังอัพเดตหัวข้อข่าวนี้)

สถานีข่าวถ่ายทอดสด

Thai News Network หรือ TNN 24 (ทรูวิชั่นส์ 07) (แจ้งว่าจะเกาะติดสถานการณ์จนงานเลิก โดยถ่ายทอดข่าวเป็นช่วงๆ)
http://truemusic2.truelife.com/home/player/player_livetv.php?guid=8

สถานีเสรีชน
http://www.nvkfrl.com/Rachmangkala/index1.htm
http://www.serichon.com/

ชมรมฟ้าใหม่
http://www.newskythailand.com/

Thai People Voice
http://www.thaipeoplevoice.org/demo2.html

ความจริงวันนี้
http://www.todayfact.com/

คนไทยพิทักษ์ประชาธิปไตย

http://www.konthai.org/home/

เพิ่มเติม
http://uddtoday.ning.com/

หมายเหตุ: จะมีการแจ้งรายชื่อลิงก์ถ่ายทอดสดเพิ่มเติมเรื่อยๆ ทั้งนี้ท่านยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสดออนไลน์ได้จากอีกหลายๆ แหล่งตามรายชื่อสถานีถ่ายทอดสดออไลน์ด้านขวามือของเว็บเรา

ภาพจากอุดรเมื่อคืนนี้

ภาพจากคุณ
ss.hh เวลาประมาณ 20.30 น. แสดงให้เห็นประชาชนจำนวนมากจากจังหวัดอุดรธานี สวมเสื้อสีแดงเดินทางด้วยรถบัสเข้ามาที่กรุงเทพฯ



ภาพก่อนเริ่มงาน

ภาพจากคุณ "แฟนประจำ" แสดงบริเวณหน้างานช่วงเช้า และคุณ "กระปุกออมสิน" ถ่ายภาพหน้างานช่วงสาย



ภาพจากคุณ ไม้ตะพด ให้รายละเอียดของกิน ร้านค้าและบรรยากาศรอบๆ งานช่วงก่อนเที่ยง

จาก Thai E-News

คนแห่ซื้อเสื้อแดง-ตีนตบเนื่องแน่น


มาแล้ว‘คนเสื้อแดง’เดินทางรงมตัวที่สนามกีฬาราชมังคลาฯคึกคัก พบคนแห่ซื้อเสื้อแดงตีนตบเพียบ ด้านตร.ยันไม่รุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโดยรอบสนามรัชมังคลาฯ เมื่อเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมมาข้างใน พบว่า สินค้าที่มีประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ เสื้อยืดแดงและตีนตบ ซึ่งเรียกได้ว่า จุดไหนมีวางขาย จุดนั้นมีคนซื้อตลอด ส่วน"ตีบตบ" ที่ผลิตออกมาหลายเวอร์ชั่น ทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ยังครองใจกลุ่ม นปช.ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่

จาการเฝ้าสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าว พบว่า ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจร่วมงาน "ความจริงวันนี้สัญจร" ซึ่งมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่คนชรา รวมทั้งชาวต่างชาติ และคนพิการ

เดินทางแสดงพลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ช่วงเช้าวันนี้(1พ.ย.) ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน “ความจริงวันนี้ สัญจร”ครั้งที่ 2 ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้มีการจัด สถานที่ต่าง ไว้พร้อมรับการรวมตัวของกลุ่มนปช. แล้ว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด
โดยล่าสุด เริ่มมี นปช. จากหลายจังหวัด อาทิ สมุทรปราการ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ เดินทางมาถึงแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าไปในสนามฟุตบอลได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะเปิดให้เข้าได้ในเวลา 08.00 น. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลและตำรวจนครบาล 4 จะเข้าตรวจวัตถุระเบิดก่อนเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงาน

ผู้สื่อข่าวรายด้วยว่าบริเวณด้านหน้างานได้มีพ่อค้าแม่ค้านำของที่ระลึกมาวางขายเป็นจำนวนมาก เช่น ตีบตบ เสื้อสีแดง ผ้าโผกหัว ฯลฯโดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี

ด้าน พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการประเมินคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุจำนวนมาก พร้อมทั้งได้ประสานพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ.ให้นำทหารมาร่วมรักษาความปลอดภัยด้วย แต่ยืนยันว่าจะไม่เกิดความรุนแรง เพราะเป็นการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ

เขตปลอดพันธมิตร

วานนี้(31ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถาน ได้มีการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับประชาชนผู้จะเดินทางเข้ามาร่วมรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 2 โดยมีการจัดเวทีขนาดใหญ่ ขึ้นข้อความด้านซ้ายมือว่า “ปกป้องรัฐประหาร” ส่วนตรงกลางขึ้นภาพพิธีกรรายการความจริงวันนี้ทั้ง 3 คนประกอบไปด้วย นายวีระ มุกสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส่วนทางด้านซ้ายขึ้นข้อความ “ปกป้องประชาธิปไตย” นอกจากนี้บริเวณรอบสนามซึ่งเป็นชั้นทางเดินอัฒจรรย์ นั้นได้มีการขึ้นป้ายข้อความ “เขตปลอดพันธมิตร” เต็มบริเวณทุกชั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีขนาดใหญ่ได้ตั้งไว้ทางอัฒจรรย์ด้านทิศเหนือ ติดกับกระถางคบเพลิง โดยมีการนำเครื่องเสียงขนาดใหญ่มาติดตั้ง และ ปูพื้นลูกวิ่งยางซินเทติกด้วยผ้าใบ และนำแผ่นไม้มาปูทับจนเต็มในสนามกีฬา โดยการมีจัดวางเก้าอี้เอาไว้เต็มพื้นที่บริเวณดังกล่าวทั้งหมด

ทั้งนี้คณะทำงานได้คาดการณ์ว่าหากมีประชาชนผู้รักประชาธิปไตย สวมเสื้อยืดสีแดง เข้าร่วมงานเต็มพื้นที่ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ภายในสนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถานแห่งนี้ จะมีคนเข้าร่วมได้ประมาณถึง 1 แสนคน ซึ่งจะเป็นการจัดงานเพื่อประชาธิปไตยครั้งประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

การจัดงานครั้งนี้แป็นไปตามคำเรียกร้องของประชาชน หลังจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา ที่ อาคาร “ธันเดอร์โดม” อิมแพค เมืองทองธานี ได้มีผู้คนเข้าร่วมงานจำนวนมากจนล้นออกมานอกอาคาร ทำให้ประชาชนอีกนับหมื่นๆ คนไม่ได้เข้าไปชมรายการ ความจริงวันนี้ สัญจรครั้งที่ 1 ทำให้การจัดงานครั้งนี้ต้องหาสถานที่ใหญ่กว่าเดิม

ทีมงานเปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยและทักทายกับประชาชนในรายการความจริงวันนี้สัญจร อย่างแน่นอน โดยใช้วิธีการโทรศัพท์ข้ามประเทศ และจะมีเซอร์ไพรซ์ในงานดังกล่าวอีกด้วย

กทม.-กรมศิลป์วุ่น พระรูปร.5 พิษปาก"สนธิ-โกเต๊ก"

"อภิรักษ์"สั่งตรวจสอบบริเวณฐานพระบรมรูปร.5 หลังมีคลิปว่อนทั่วเมือง แฉ"สนธิ" ฟุ้งบนเวทีเรื่องทำคุณไสย เอาโกเต๊กเปื้อนเลือดไปเช็ดที่ฐานพระบรมรูปเพื่อแก้เคล็ดหมอเขมร ทางด้าน"เสธ.แดง"เตรียมเคลื่อนไหวชักชวนศิษย์นายร้อยจปร.ลุกฮือเอาเรื่อง ม็อบนปช. ชุมนุมกลางกรุงที่สนามราชมังคลากีฬาสถานวันนี้ แกนนำยัน"ทักษิณ"โฟนอินแน่ แถมพ่วง"สมัคร"ด้วย ขณะที่คนเสื้อแดงหลั่งไหลจากตจว.เข้ากรุงตามนัด มั่นใจคนทะลักถึงแสน แม้จะโดนคว่ำบาตรไม่เอาด้วยจากกลุ่มเพื่อนเนวิน ขณะเดียวกัน คนตจว.ก็เฮโลมาสมทบม็อบพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ เช่นกัน ตร.เครียดประสานทหารขอแรงมาตรึงป้องกันม็อบชนม็อบ ส่วนสธ.ก็เตรียมพร้อมทั้งรถพยาบาล-ร.พ.ไว้รอท่า เผื่อเกิดเหตุการณ์บานปลาย แฉ"แม้ว-อ้อ"บินจากอังกฤษมาอยู่ฮ่องกงแล้ว เตรียมพร้อมโฟนอิน ตุลาการเตรียมเก็บหลักฐานการโฟนอิน หากเข้าข่ายหมิ่นศาลเมื่อไรจะดำเนินคดีทันที
-แม้วโฟนอินสด-ส่วนหมักเปิดเทป

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนกรณีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ จะมาร่วมรายการด้วยหรือไม่ นายวีระกล่าวว่า ตนติดต่อนายสมัครตลอด และมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำเทปบันทึกเสียงของนายสมัครมาเปิดให้ผู้ชุมนุมฟังด้วย เพราะถือเป็นความตั้งใจของตนที่อยากให้ผู้ชุมนุมได้ยินเสียงของนายสมัคร

ด้านนายพงศ์เทพให้สัมภาษณ์กรณีพ.ต.ท. ทักษิณจะโฟนอินมายังรายการว่า ตนไม่ทราบว่าพ.ต.ท. ทักษิณจะโฟนอินมาหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับการยืนยันจากพ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ คงประสานไปยังผู้จัดรายการแล้ว ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณสามารถโฟนอินได้ เพราะถือเป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่มีสิทธิ์แสดงออกเช่นคนไทยทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูด จะไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา อย่างที่หลายฝ่ายวิตกกังวล

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายฝ่ายเกรงว่าหากพ.ต.ท. ทักษิณโฟนอินเข้ามาจริง จะยิ่งทำให้เกิดความแตกแยก นายพงศ์เทพกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไทยที่รักประเทศไทย เชื่อว่าหากจะโฟนอินเข้ามาด้วยความที่เป็นคนไทยที่รักประเทศไทย คงไม่ทำให้เกิดปัญหาใดๆ

-เมินคำวอนรักในหลวงให้อยู่บ้าน

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองของไทยขณะนี้อย่างไร โฆษกประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตนไม่ค่อยได้โทรศัพท์พูดคุย เพราะเห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปอยู่ต่างประเทศแล้ว จึงไม่อยากนำเรื่องที่คนไทยเหนื่อยใจและเครียดไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณเครียดด้วย ตนจึงไม่เล่าและไม่สอบถาม เพราะอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณเกิดความสบายใจ ส่วน ความคืบหน้าการขอลี้ภัยนั้น ตนไม่ได้สอบถาม เพราะแถลงข่าวไปแล้ว ข้อมูลเป็นไปตามที่พ.ต.ท.ทักษิณแถลง ส่วนความคืบหน้าที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฯ นั้น ต้องถามทีมทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ต่อข้อถามถึงกรณีนายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชาชูปถัมภ์ ระบุถ้ารักในหลวงให้ทุกคนอยู่กับบ้าน ไม่ต้องออกมาชุมนุม นายพงศ์เทพกล่าวว่า ยืนยันว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดง ชุมนุมด้วยเจตนารมณ์ต่อต้านรัฐประหาร ที่สำคัญการชุมนุมดังกล่าวนี้ ชุมนุมกันไม่กี่ชั่วโมงก็กลับ ไม่ใช่พกอาวุธหรือปักหลักไปยึดสถานที่ราชการ

ส่วนการขว้างระเบิด และยิงกันตาย บริเวณใกล้กับสถานที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรนั้น โฆษกของพ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่า เชื่อว่าเป็นฝีมือของบุคคลที่ 3 และคงไม่ใช่ฝีมือของกลุ่มพันธมิตรที่ต้องการสร้างสถานการณ์ เพราะฝ่ายพันธมิตรก็สูญเสียเช่นกัน แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจมีผลต่อการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่จะมาชุมนุมที่สนามราชมังคลาฯ ที่อาจเกิดความลังเล โดยเฉพาะความปลอดภัย

-แม้วมาซุ่มฮ่องกงเตรียมโฟนอิน

รายงานข่าวจากอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า การจัดงาน "ความจริงวันนี้สัญจร" ในวันที่ 1 พ.ย. ที่สนามราชมังคลาฯ นั้น ผู้จัดได้แบ่งสายในแต่ละภาคและแยกย่อยออกเป็นจังหวัดเพื่อขนคนเข้ามา โดยมีส.ส.และแกนนำของพรรคพลังประชาชนหรือพรรคไทยรักไทยเดิมเป็นผู้ดำเนินการ สำหรับแกนนำในการวางแผนขนคนเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างนายยงยุทธ ติยะไพรัช และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส่วนนายเนวิน ชิดชอบครั้งนี้ขอถอนตัวและไม่มีส่วนร่วมดำเนินการ โดยตั้งเป้าตัวเลขของผู้มาร่วมงานอยู่ที่ 1 แสนคน อยู่ในตัวสนามประมาณ 6 หมื่นคน ที่เหลืออยู่บริเวณสนามหญ้าโดยรอบ ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานเป็นห่วงตัวเลขผู้มาร่วมงานที่มีจำนวนมาก และเกรงจะเกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะมีข่าวลือว่าจะมีมือดีเข้ามาสร้างความปั่นป่วน หรืออาจถึงขั้นปาระเบิดขวดหรือระเบิดเสียง เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานเกิดความแตกตื่นจนเกิดการเหยียบกันตาย คณะผู้จัดจึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ามาดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเขียนป้ายเข้า-ออก และจุดนัดหมายอย่างชัดเจน

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณได้บินเงียบจากอังกฤษมาพักที่ฮ่องกง โดยเดินทางมาส่งบุตรชายและบุตรสาว คือนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย


อ่านรายละเอียด ข่าวสด

คลิป นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัยกรณีพระบรมรูปทรงม้า





"เชาวริน"เผยอดีตผู้นำมาฮ่องกง ม็อบเสื้อแดงคึกทะลุ"8หมื่น"แน่

"แม้ว"โฟนอินแน่-ลุ้น"สมัคร"อีกคน

ขณะที่แกนนำผู้จัดรายการครอบครัวความจริงวันนี้สัญจร ร่วมกันแถลงเมื่อเวลา 14.30 น. โดยนายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวยืนยัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการจัดรายงาน ที่ขณะนี้เตรียมการเรียบร้อยปกติกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ที่จะขึ้นปราศรัยนั้นนำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ทุกคน เพื่อแสดงจุดยืนว่าบ้านนี้เมืองนี้จะต้องใช้กฎหมายเพื่อให้สันติภาพเกิดขึ้น หากใครมีความเป็นห่วง เรื่องการขนคน จนถึงความปลอดภัยให้มาพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง สำหรับการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นจะไม่เพิ่มหรือลดเวลา แล้วแต่ความสบายใจและเหมาะสม ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดในรูปแบบใด และโฟนอินเข้ามากี่โมง แต่ขอให้ดูช่วงที่ตนเป็นคนขึ้นเวทีปราศรัยเป็นหลัก โดยจะมีกิจกรรมพิเศษในเวลา 13.00 น. คือการสาปแช่งผู้ทำลายประชาธิปไตย โดยพราหมณ์จากนครศรี ธรรมราชเป็นผู้ทำพิธี

นายวีระปฏิเสธไม่ทราบกระแสข่าว พ.ต.ท. ทักษิณเดินทางมาปักหลักที่ประเทศฮ่องกง "แต่ที่รู้คือ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ลังเลใจหรือมีความคิดว่าจะเปลี่ยนใจไม่โฟนอินเลย ซึ่งเราพยายามกันทุกอย่าง แม้กระทั่งนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีที่หมอห้ามไม่ให้ขึ้นเวทีปราศรัย เราก็พยายามที่จะประสานอยู่ขอให้นายสมัครได้โฟนอินมาพูดคุยกับประชาชนสัก 10 นาทีก็ยังดี" นายวีระกล่าว

คุยเคเบิลทีวีมะกันยิงสดไปสหรัฐ

นายวีระกล่าวว่า ไม่วิตกเลยว่า พ.ต.ท. ทักษิณปราศรัยแล้วจะส่งผลไม่ดีกับประเทศ เพราะเชื่อมั่นในวุฒิภาวะว่าการพูดครั้งนี้จะมีแต่ความสร้างสรรค์ แต่สำหรับผู้นำเหล่าทัพที่วิตกกังวลหรือเป็นห่วงเป็นใยการชุมนุมนั้น ก็อยากจะถามว่าผู้นำเหล่าทัพไม่เคยดูสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีเลยหรือ ทั้งๆ ที่ด่าอยู่ทุกคืน แล้วผู้นำเหล่าทัพไปหูหนวก ตาบอดอยู่ที่ไหน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวว่า ทางแกนนำได้เตรียมการเรื่องความปลอดถัยไว้ทุกด้าน โดยได้ประสานไปยังตำรวจนครบาลเพื่อขอกำลังมาช่วยนับพันนาย ซึ่งครั้งแรกตำรวจประสานกลับมาว่าจะขอกำลังทหารมาช่วยเสริมรักษาความปลอดภัย แต่ได้แจ้งกลับไปว่ายังไม่ต้องให้ทหารออกมา และขอให้ทหารอยู่ในที่ตั้งไปก่อน เพราะแค่กำลังตำรวจกับอาสาสมัครจากนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะพื้นที่โดยรอบสนามราชมังคลากีฬาสถานจะมีกล้องวงจรปิดหมดทุกจุด และตำรวจจะปิดพื้นที่รอบๆ สนามราชมังคลาฯ เพื่อเคลียร์ทุกอย่างในเวลา 03.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน แล้วจะเปิดให้คนเข้าในเวลา 08.00 น. พร้อมกันทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีการประสานขอถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์จากหลายที่ แต่ที่แน่นอนแล้วคือสถานีโทรทัศน์ไอพีทีวี ซึ่งเป็นเคเบิลทีวีของอเมริกาจะถ่ายทอดสดไปยังอเมริกาอย่างแน่นอน

กลุ่มเนวินไร้ผล-เชื่อ8หมื่นร่วม

นายจตุพรกล่าวกรณี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ไปแจ้งให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยับยั้งการเคลื่อนประชาชนเสื้อแดงเข้ากรุงเทพฯว่า สอบถามไปยังกลุ่มเพื่อนเนวินแล้ว ทราบว่าต้องการให้งานนี้เป็นของประชาชนที่รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่อยากให้การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง แบบที่ว่าใครใช้ให้ออกมาก็ออกมา หรือใครไม่ให้ออกมาก็ไม่ออกมา ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรกับการชุมนุมอยู่แล้ว และยังเชื่อว่าประชาชนจะมาร่วมเต็มพื้นที่สนาม ซึ่งได้เตรียมไว้ทั้งเก้าอี้บนอัฒจันทร์และพื้นหญ้ารวมทั้งลู่วิ่ง รวมประมาณ 8 หมื่นคน

นายจาตุรนต์กล่าวว่า จะร่วมขึ้นปราศรัยและร้องเพลงด้วย โดยจะเน้นหนักไปที่การให้เหตุผลเรื่องประชาธิปไตยและการคัดค้านการรัฐประหาร ซึ่งที่ผ่านมาเราได้จับตากันว่าจะมีการรัฐประหารก่อนงานนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ วันนี้น่าจะเหลือโอกาสในการเกิดขึ้นได้น้อยมากเพราะเหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้น นอกจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งทางออกจากวิกฤตในขณะนี้

แม้วอาจเปลี่ยนใช้"วีทีอาร์"แทน

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พปช. ทราบมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากประเทศอังกฤษไปยังเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อทำธุระมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมาพำนักที่เกาะฮ่องกง ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

รายงานข่าวจาก พปช.แจ้งว่า ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการโฟนอินทางโทรศัพท์ในงานความจริงวันนี้ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการโฟนอิน เป็นการทำวีทีอาร์บันทึกภาพและเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อนำมาเปิด เล่าสารทุกข์สุกดิบกับผู้เข้าร่วมงานแทน เนื่องจากวิธีการดังกล่าวจะทำให้ภาพเกิดความนุ่มนวลกว่าวิธีการแรก เพราะผ่านการพิจารณาจากมาหลายขั้นตอน

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณในเรื่องการโฟนอิน แต่เชื่อว่าหากจะโฟนอินเข้ามาด้วยความที่เป็นคนไทยที่รักประเทศไทย คงไม่ทำให้เกิดปัญหาใดๆ

อ่านรายละเอียด มติชน


ส.ส.ปากน้ำยันไม่ได้เกณฑ์คนร่วม "ความจริงวันนี้"


‘ประชา’ยืนยันชัดเจนพลังเสื้อแดงวันนี้มารวมพลังโดยไม่ได้เกณฑ์ แต่มาเพราะต้องการแสดงพลังเพื่อคัดค้านการกระทำเหนือกฏหมายของพพันธมิตรฯ

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า วันนี้ตนจะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อติดตามรายการความจริงวันนี้ต้านรัฐประหาร ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้เกณฑ์คนเข้าร่วมงานแต่อย่างใด เพราะประชาชนไปด้วยความสมัครใจ และเชื่อว่าคนในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลจะเดินทางไปร่วมจำนวนมาก

“ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะข้อเสนอการเมืองใหม่ จึงเดินทางมาเพื่อแสดงออกร่วมกัน ขอยืนยันว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงจะไม่มีการเคลื่อนพลไปปะทะกับพันธมิตรฯ อย่างเด็ดขาด”นายประชา กล่าว

ด้านนางอรุณ จันทร์วงศ์ อายุ 70 ปีเดินทางมาจากจังหวัดนครปฐมให้สัมภาษณ์ว่า ตนเดินทางมาพร้อมสามี 2 คนและสาเหตุที่มาร่วมงาน‘ความจริงวันนี้ ครั้งที่ 2 ’เพราะต้องการสนับสนุนให้มีการนำเสนอความจริงในสังคมไทยที่ถูบิดเบือนโดยพันธมิตรฯมาโดยตลอด

“รู้สึกปราบปลื้มใจมากที่มีงานในวันนี้ เพราะที่ได้ติดตามรายการนี้มาเห็นว่าเนื้อหาเข้าใจง่าย ตีแผ่เรื่องจริงให้คนที่ถูก พวกพันธมิตรมอมเมามานานและที่สำคัญไม่มีคำหยาบคาย”คุณยายวัย 70 ปี กล่าว

อย่างไรก็ตามนางอรุณ กล่าวด้วยว่า หากถ้าจัดงานนี้อีกตนก็พร้อมจะมาร่วมชุมนุมด้วย


‘พลังเสื้อแดง’ทยอยรวมพลราชมังคลาฯคึกคัก


มาแล้ว‘คนเสื้อแดง’เริ่มทยอยเดินทางรงมตัวที่สนามกีฬาราชมังคลาฯคึกคัก พบคนแห่ซื้อตีนตบเพียบ ด้านตร.ยันไม่รุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ช่วงเช้าวันนี้(1พ.ย.) ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน “ความจริงวันนี้ สัญจร”ครั้งที่ 2 ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้มีการจัด สถานที่ต่าง ไว้พร้อมรับการรวมตัวของกลุ่มนปช. แล้ว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด

โดยล่าสุด เริ่มมี นปช. จากหลายจังหวัด อาทิ สมุทรปราการ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ เดินทางมาถึงแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าไปในสนามฟุตบอลได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะเปิดให้เข้าได้ในเวลา 08.00 น. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลและตำรวจนครบาล 4 จะเข้าตรวจวัตถุระเบิดก่อนเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงาน

ผู้สื่อข่าวรายด้วยว่าบริเวณด้านหน้างานได้มีพ่อค้าแม่ค้านำของที่ระลึกมาวางขายเป็นจำนวนมาก เช่น ตีบตบ เสื้อสีแดง ผ้าโผกหัว ฯลฯโดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี

ด้าน พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการประเมินคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุจำนวนมาก พร้อมทั้งได้ประสานพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ.ให้นำทหารมาร่วมรักษาความปลอดภัยด้วย แต่ยืนยันว่าจะไม่เกิดความรุนแรง เพราะเป็นการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ

เขตปลอดพันธมิตร

วานนี้(31ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถาน ได้มีการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับประชาชนผู้จะเดินทางเข้ามาร่วมรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 2 โดยมีการจัดเวทีขนาดใหญ่ ขึ้นข้อความด้านซ้ายมือว่า “ปกป้องรัฐประหาร” ส่วนตรงกลางขึ้นภาพพิธีกรรายการความจริงวันนี้ทั้ง 3 คนประกอบไปด้วย นายวีระ มุกสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส่วนทางด้านซ้ายขึ้นข้อความ “ปกป้องประชาธิปไตย” นอกจากนี้บริเวณรอบสนามซึ่งเป็นชั้นทางเดินอัฒจรรย์ นั้นได้มีการขึ้นป้ายข้อความ “เขตปลอดพันธมิตร” เต็มบริเวณทุกชั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีขนาดใหญ่ได้ตั้งไว้ทางอัฒจรรย์ด้านทิศเหนือ ติดกับกระถางคบเพลิง โดยมีการนำเครื่องเสียงขนาดใหญ่มาติดตั้ง และ ปูพื้นลูกวิ่งยางซินเทติกด้วยผ้าใบ และนำแผ่นไม้มาปูทับจนเต็มในสนามกีฬา โดยการมีจัดวางเก้าอี้เอาไว้เต็มพื้นที่บริเวณดังกล่าวทั้งหมด

ทั้งนี้คณะทำงานได้คาดการณ์ว่าหากมีประชาชนผู้รักประชาธิปไตย สวมเสื้อยืดสีแดง เข้าร่วมงานเต็มพื้นที่ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ภายในสนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถานแห่งนี้ จะมีคนเข้าร่วมได้ประมาณถึง 1 แสนคน ซึ่งจะเป็นการจัดงานเพื่อประชาธิปไตยครั้งประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

การจัดงานครั้งนี้แป็นไปตามคำเรียกร้องของประชาชน หลังจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา ที่ อาคาร “ธันเดอร์โดม” อิมแพค เมืองทองธานี ได้มีผู้คนเข้าร่วมงานจำนวนมากจนล้นออกมานอกอาคาร ทำให้ประชาชนอีกนับหมื่นๆ คนไม่ได้เข้าไปชมรายการ ความจริงวันนี้ สัญจรครั้งที่ 1 ทำให้การจัดงานครั้งนี้ต้องหาสถานที่ใหญ่กว่าเดิม

ทีมงานเปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยและทักทายกับประชาชนในรายการความจริงวันนี้สัญจร อย่างแน่นอน โดยใช้วิธีการโทรศัพท์ข้ามประเทศ และจะมีเซอร์ไพรซ์ในงานดังกล่าวอีกด้วย


‘พันธมาร’ระแวงเพิ่มกำลังรปภ.


แก๊งมือตบสั่งเจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นแน่นหนา ยันไม่เคลื่อนผู้ชุมนุมออกจากรัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเช้าวันนี้ (1 พ.ย.) ว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา แกนนำพันธมิตรฯ ได้ สั่งปิดถนนโดยรอบทำเนียบฯ โดยห้ามรถสัญจรผ่านไปมาโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันกลุ่มตรงกันข้ามก่อกวนสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย รวมทั้ง วางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา และติดตั้งกล้องวงจรปิดตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทุกประตูเข้า - ออกทำเนียบรัฐบาลนอกจากนี้ ยังมีการจัดกำลังตามประกบติด รักษาความปลอดภัยให้แกนนำพันธมิตรฯ ทุกคน

นายสุริยะใส กตะศิลาแกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า พันธมิตรจะไม่เคลื่อนไหวออกจากที่ตั้ง ไปต่อต้านและได้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด รวมทั้ง ต้องจับตาการโทรศัพท์สายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะเป็นการประกาศสงครามเคลื่อนไหวมวลชน เผชิญหน้าอย่างเปิดเผย


ตำรวจนับพันนายอารักขา‘คนเสื้อแดง’เข้ม




ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ยืนยันระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยนับพันนาย เชื่อรับมืออยู่ เผยหากไม่ไหวพร้อมเรียกชุดพรางหนุน

พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและ การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร บริเวณการจัดงาน “ความจริงวันนี้ สัญจร” ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ว่า มีการเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ดูแลเรื่องจราจรประมาณ 200 นาย จากสน.หัวหมาก กอง บก.น. 4 และ จราจรกลางช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ประตู 1 และ 2 จะให้เข้าวันเวย์ และประตู 3 และ 4 จะเปิดให้เข้าทูเวย์ และจะมีการตรวจยานหนะอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม อยากแนะนำประชาชนที่มาร่วมงานว่าให้นั่งรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ เข้ามาภายในงาน

ทั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกประมาณ 1,000 นาย เพื่อตรวจการเข้าออกของบุคคล โดยจะใช้เครื่องแสกนโลหะ ตรวจกระเป๋า หาอาวุธ มีดคัตเตอร์และของผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ยืนยัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม หากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอสามารถเรียกเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยได้อีก โดยเฉพาะหากมีเหตุการเคลื่อนคนปะทะกัน แต่หากไม่มีการเคลื่อนขบวนตำรวจก็ดูแลความเรียบร้อยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจราจรบริเวณรอบสนามกีฬาฯ การจรารจรเริ่มติดขัดแล้ว


ความผิด 4 ข้อที่ทำให้ ทักษิณ ชินวัตร ถูกรัฐประหาร ..

โดย ประดาบ

ความผิด4ข้อที่ทำให้ ทักษิณ ชินวัตร ถูกรัฐประหาร
18/09/07




1 ปีที่ผ่านมา ผมนั่งทบทวนอยู่หลายครั้ง และนั่งฟังเพื่อนพ้องน้องพี่สนทนากันอยู่หลายครา เกี่ยวกับชะตากรรมของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ว่าด้วยเวรกรรมวิบัติซ้ำอันใดเล่าที่ทำให้ คนที่ทุ่มเททำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน และจงรักภักดีอย่างนายกฯทักษิณ ชินวัตร ต้องกลายมาเป็นคนอัตคัตแผ่นดินอยู่อาศัยในเวลานี้

365 วันที่ผันผ่านมา กับการมองทุกมุม คิดทุกด้าน อ่านทุกประเด็น เห็นเกือบทุกเรื่อง ผมขอสรุปไว้ตรงนี้เลยว่า เหตุที่นายกฯทักษิณ ชินวัตร ต้องถูกคณะรัฐประหารยึดอำนาจ เพราะความผิดพลาด 4 ข้อ คือ

1. เป็นผู้จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เกินหน้าเกินตา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ผู้ที่อ้างว่าจงรักภักดียิ่งกว่าชีวิต แต่กลับคิดใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมือทำร้ายผู้อื่น อยู่ตลอดเวลา

ความจงรักภักดีของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่แสดงออกให้ประชาชนชาวไทยและประชาชนทั่วโลก ได้เห็นและตระหนักถึง ก็คือ การจัดงานเฉลิมฉลองครองราชย์ 60 ปี ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ พระราชา พระราชินี พระราชาธิบดี จากประเทศต่างๆ เข้าร่วมถวายพระพร เป็นจำนวนมากที่สุด เป็นการชุมนุมพระราชวงศ์ทุกพระราชวงศ์ของโลกในประเทศไทย อย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อน และทุกพระราชวงศ์ที่มาร่วมชุมนุมกันในครั้งนี้ ก็มีพระราชประสงค์ตรงกันคือ เพื่อถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระทั่งสื่อมวลชนต่างชาติ ถวายพระราชสมัญญานาม “พระราชาแห่งราชา” หรือ “King of The King”

ความจงรักภักดีของนายกฯทักษิณ ชินวัตร และ การจัดงานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความทุ่มเท นี้ นอกเหนือจากเป็นการจัดงานถวายเพื่อเฉลิมฉลองครองราชย์ 60 ปี แล้ว ยังเป็นการจัดงานที่ทำให้คนไทยทั้งชาติ ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะปัญหาการเมือง มีความสมัครสมานสามัคคีกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในรอบ 1 ปี อีกทั้งยังเป็นงานที่ทำให้คนไทยทุกคนมีความสุข ปลาบปลื้มปีติ ยิ้มทั้งน้ำตา และรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย รู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร รู้สึกมีเกียรติที่อยู่ในประเทศไทยที่มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรม เป็นที่ยอมรับของพระมหากษัตริย์ทั่วโลก

ก่อนที่การจัดงานจะเริ่มขึ้น ในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 มีข่าวใหญ่ปรากฎบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงประธานการจัดงานเฉลิมฉลองครองสิริราชสมบัติ 60 ปี จาก นายกฯทักษิณ ชินวัตร เป็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี โดยอ้างแหล่งข่าวจากบุคคลผู้ใกล้ชิด พล.อ.เปรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอิจฉาริษยาของผู้ให้ข่าว และผู้อยู่เบื้องหลังการให้ข่าวนั่นเอง ในเวลาต่อมาก็ปรากฎว่าหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ถูกนายกฯทักษิณ ฟ้อง ข้อหาหมิ่นประมาท และนำเสนอข่าวอันเป็นเท็จทำให้ได้รับความเสียหาย ศาลชั้นต้นตัดสินว่าหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น มีความผิด เนื่องจากมีเจตนาไม่สุจริตในการนำเสนอข่าว และทำให้นายกฯทักษิณ เสื่อมเสียชื่อเสียง

ความจงรักภักดีของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่แสดงออกให้ประชาชนคนไทยได้ประ จักษ์ ผ่านการจัดงานเฉลิมฉลองครองสิริราชย์สมบัติ 60 ปี ถูกบุคคลบางกลุ่มนำไปบิดเบือนว่าเป็นการกระทำด้วยอาการเสแสร้ง ไม่ได้จงรักภักดีจริง และกระทำการไม่เหมาะสมหลายกรณีด้วยกัน มีการส่งอีเมลล์กล่าวหานายกฯทักษิณ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไปยังประชาชนจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ขอบใจรัฐบาลและประชา ชนชาวไทยทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้

แต่ความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ที่แสดงออกผ่านการจัดงานเฉลิมฉลองครองสิริราชย์ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับการกล่าวขานจากนานาชาติได้เพียง 3 เดือนเศษ หรือ 100 วันเท่านั้น ก็กลายเป็นความย่ำแย่ในสายตาของนานาชาติทันที เมื่อ คณะรัฐประหาร ที่มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นหัวหน้า ก่อการรัฐประหารขึ้น และ ยังสร้างความเสื่อมเสียแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการทำให้คนไทยและคนทั่วโลก เข้าใจผิดว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุน หรือ อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร

เสียงแซ่ซ้องชื่นชมประเทศไทยหายวับไป พร้อมกับการเข้ามาของเสียงล้อรถถังบดกับถนนที่เคลื่อนออกมาก่อการรัฐประหาร

พฤติกรรมของคณะรัฐประหาร ที่อ้างว่าเป็นผู้จงรักภักดียิ่งกว่าใครๆ ในแผ่นดินนี้ ที่แสดงออกมาด้วยการก่อการรัฐประหาร ในปีมหามงคล ในปีที่ทั่วโลกสรรเสริญว่าพระมหา กษัตริย์ไทย ทรงเป็นกษัตริย์นักประชาธิปไตย และกษัตริย์นักพัฒนา และที่กำลังแสดงอยู่ในขณะนี้ ผ่านการเตรียมการจัดงานเฉลิมฉลองในพระราชวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา ซึ่งจนถึงวันนี้ ยังไม่เห็นวี่แววการจัดงานที่จะทำให้คนไทยทั้งชาติได้ชื่นชมพระบารมี และได้มีความ สุขเหมือนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 แม้แต่น้อย

การแสดงออกถึงความจงรักภักดีของนายกฯทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไทยและทั่วโลก ในวันนั้นเอง คือ ข้อผิดพลาดสำคัญประการที่หนึ่งที่ทำให้คณะทหารและพล.อ.เปรม ต้องก่อการรัฐประหาร โค่นล้มนายกฯทักษิณ เพราะไม่ต้องการเห็นใครก็ตามเป็นผู้ได้ชื่อว่าจงรักภักดียิ่งกว่าตนเองและพรรคพวก ที่ต้องการผูกขาดความจงรักภักดี เพื่อประโยชน์ของตนเอง


2. ปล่อยปละละเลยให้มีการสร้างความแยกในชาติ โดยไม่ดำเนินอย่างเด็ดขาด กับผู้สร้างความแตกแยกนั้น เพราะมัวแต่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย คิดไปในทางที่ดีว่า ผู้สร้างความแตกแยกในชาติ เป็นเพียงผู้มีความแตกต่างทางความคิด และต้องการแก้ปัญหาตามแนวทางประชาธิปไตย เท่านั้น

หาก นายกฯทักษิณ ชินวัตร ปฏิบัติกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล และ เครือข่ายพันธมิตรฯ ตลอดจนบริวารในสื่อเครือผู้จัดการ ด้วยความเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ไม่ละเลยให้มีการละเมิดกฎหมายบ้านเมืองอยู่เนืองๆ จนทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ เครือข่าย บริวาร ได้ใจ กระทำตนเป็นอันธพาล สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง นึกอยากจะปิดถนนสายใดก็ปิดได้ตามอำเภอใจ นึกอยาจะไปชุมนุมสถานที่แห่งใด ก็ไปได้ตามใจชอบ เหตุการณ์บ้านเมืองก็จะไม่ระส่ำระสาย คณะทหารก็จะไม่มีเงื่อนไขในการก่อการรัฐประหาร แล้วอ้างเหตุว่าเพื่อป้องกันบ้านเมืองแตกแยก

การปล่อยปละละเลยให้ผู้กระทำความผิด อยู่เหนือกฎหมาย ของนายกฯทักษิณ เป็นเหตุให้คนดีถูกล้อมกรอบจากคนชั่ว ผู้ถือกฎหมาย ไม่กล้าใช้กฎหมายในมือจัดการกับผู้กระทำความผิด กระทั่งก่อให้เกิดเป็นแฟชั่น เกิดค่านิยมผิดๆ ในสังคมไทย ว่าการชุมนุมประท้วงขับไล่นายกรัฐมนตรี ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย เป็นเครื่องหมายที่แสดงออกถึงความกล้าหาญใน ทางการเมืองของประชาชน เป็นการแสดงออกถึงการเป็นวีรชน เป็นคนกล้า เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้มีอุดมการณ์ รวมไปถึงการสนับสนุนให้ทหารก่อการรัฐประหาร ล้มล้างระบอบประชาธิป ไตย ก็นับเป็นผู้รักประชาธิปไตย

เพราะปล่อยให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล และเครือข่าย บริวาร กระทำการได้ทุกอย่างตามใจชอบ ประพฤติตนเป็นผู้อยู่เหนือกฎหมาย อย่างยาวนานร่วมปีนี้เอง ที่ทำให้ นายกฯทักษิณ ชินวัตร ต้องประสบพบเจอกับการรัฐประหาร และต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน ไประเห็จเร่ร่อนอยู่ต่างแดน

อย่างไรก็ตาม 1 ปีที่นายกฯทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย และ คนไทยถูกปกครอง ถูกตีกรอบ ถูกครอบงำจากคณะรัฐประหาร ในนาม คมช. ความแตกแยกของประชา ชนคนในชาติ ก็หาได้ยุติลงไม่ แต่กลับขยายตัวรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะการกระทำของคมช. เองทั้งหมด ที่เลือกปฏิบัติกับคนไทยด้วยกัน เห็นคนบางกลุ่มเป็นพวก เห็นคนบางกลุ่มเป็นศัตรู ยกย่องคนกลุ่มหนึ่ง แต่จ้องกำจัดคนอีกกลุ่มหนึ่ง นำมาสู่ความแตกแยกของคนในชาติ ที่ยากจะเยียวยา ประหนึ่ง แก้วที่แตกร้าว ยากจะประสานเป็นเนื้อเดียวกันได้อีก

พฤติกรรมของคมช. ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นพฤติการณ์ของ ผู้ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน ที่กำลังทำลายชาติ อย่างให้อภัยไม่ได้ และต้องได้รับโทษอย่างสาสมแก่ความผิดที่ได้ก่อแก่ประเทศชาติ ประชาชน และราชบัลลังก์


3. ปล่อยให้มีการแทรกแซงและครอบงำอำนาจตุลาการ และ กระบวนการยุติธรรม ทุกระดับ ทั้ง ศาล อัยการ และ ตำรวจ ไม่สามารถป้องกันกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม นำอำนาจตุลาการ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนได้

อำนาจตุลาการ เป็นหนึ่งในสามอำนาจที่ประกอบเป็นอำนาจอธิปไตย ซึ่งต้องเป็นอำ นาจที่อิสระ ปราศจากการแทรกแซงและชี้นำจากบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือองค์กรหนึ่งองค์กรใด แต่ในรัฐบาลที่ผ่านมา จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดไม่อาจทราบได้ อำนาจตุลาการกลับถูกแทรกแซง และชี้นำโดยกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม และคนในวงการตุลาการบางคนก็ไปรับใช้ ไปร่วมขบวนการกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เพื่อโค่นล้มรัฐบาลนายกฯทักษิณ ชินวัตร นำอำนาจตุลาการไปเป็นเครื่องมือให้กับคณะรัฐประหาร ในการกำจัดคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้การเลือกตั้งดำเนินการไปได้ ทั้งๆ ที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว

ความผิดพลาดของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่สามารถสกัดกั้นการแทรกแซงอำนาจตุลาการ และไม่สามารถป้องกันบุคคลในอำนาจตุลาการไปรับใช้ขบวนการโค่นล้มรัฐบาล ได้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ นายกฯทักษิณ และรัฐบาล ถูกทำให้เสื่อมศรัทธาลงได้อย่างรวดเร็ว จากการประทับรับฟ้องคดีความต่างๆ ที่มีผู้ฟ้องร้อง ซึ่งทั้งผู้ฟ้องร้องและผู้ประทับรับฟ้อง ล้วนแต่เป็นคนในขบวนการเดียวกัน และการใช้อำนาจตุลาการเพื่อแทรกแซง กำจัดคู่แข่ง หรือ ศัตรูทางการเมือง ยังคงดำเนินมาจนถึงขณะนี้ และมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในอนาคตอีกด้วย[/color]

การปรากฎตัวของจรัล ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของกลุ่มพันธมิตรฯ หลังการรัฐประหารสิ้นสุดลง โดยมีพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร นายสนธิ ลิ้มทองกุล ร่วมฉลองชัยชนะด้วย เป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงระหว่างอำนาจตุลาการ กับขบวนการโค่นล้มรัฐบาล และคณะรัฐประหาร อย่างแจ่มชัด

การรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังการรัฐประหารของ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อดีตประ ธานศาลฎีกา ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในขบวนการตุลาการภิวัฒน์ และคำพิพากษาจำคุกกรรมการการเลือกตั้ง เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประมุขของฝ่ายตุลาการ กับคณะรัฐประหาร และสะท้อนถึงการตอบแทนซึ่งกันและกันระหว่างนายชาญชัย กับ คณะรัฐประหาร โดยที่ยากจะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน

ขบวนการตุลาการภิวัฒน์ ไม่ได้ยุติบทบาทและการขับเคลื่อนเพื่อทำลายล้างนายกฯทักษิณ ชินวัตร ถึงแม้ว่าจะได้รับชัยชนะจากการรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 แล้วก็ตาม หากแต่เพิ่มความเข้มข้น และขับเคลื่อนอย่างหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะใช้กฎหมาย และอำนาจตุลาการที่อยู่ในมือ จำคุกนายกฯทักษิณ ชินวัตร ให้ได้ ดังจะเห็นได้จากคดีความต่างๆ ที่ถูกนำขึ้นสู่ศาล ซึ่งมีการวางแผนกระทำการกันอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในคดีที่นายกฯทักษิณ และครอบครัว ฟ้องร้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ กรรมการคตส. ศาลจะยกฟ้องเป็นส่วนใหญ่ แต่ในคดีที่มีการฟ้องร้องนายกฯทักษิณ และครอบครัว ศาลจะประทับรับฟ้องเกือบทุกคดี แม้แต่คดีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และศาลประทับรับฟ้องแล้ว อัยการยังถอนฟ้อง โดยอ้างเหตุเพื่อความสมานฉันท์ แต่ไม่คำนึงถึงพระบรมเดชานุภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ถูกดูหมิ่น และทำให้เสื่อมเสีย

ปัจจุบันนี้อาจจะกล่าวได้ว่า อำนาจตุลาการ ซึ่งเคยเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนคนไทย และศาลไทยซึ่งเคยเป็นที่เชื่อถือของนานาชาติ มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเช่นในอดีต ความเชื่อถือในความเที่ยงตรง เป็นธรรม และอิสระ ลดน้อยลงอย่างมาก เนื่องจากการนำอำนาจตุลาการไปรับใช้ขบวนการที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง และใช้อำนาจตุลาการเพื่อแสวงหาอำนาจของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มนั่นเอง

4. การป้องกันไม่ให้ข้าราชการในระบอบอำมาตยาธิปไตย มีโอกาสโกงกินคอรัป ชั่น และไม่ได้รับคอมมิชชั่น จากที่เคยได้รับในอดีต โดยลดอำนาจการสั่งซื้อ สั่งจ้างของข้าราชการประจำ ให้น้อยลง และเพิ่มอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนองค์กรภาคประชาชนมีอำนาจมากขึ้น เช่น ลดงบประมาณกองทัพ เพิ่มงบประมาณของอบต. อบจ. และ กองทุนหมู่บ้าน ให้ประชาชนตัดสินใจแก้ไขปัญหาของตัวเองได้

รัฐบาลนายกฯทักษิณ ชินวัตร เน้นการพัฒนาประเทศ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำให้อำนาจของข้าราชการที่เคยมีมาในอดีตถูกกระทบ และลดน้อยลง อาจกล่าวได้ว่า รัฐบาลนายกฯทักษิณ พัฒนาระบอบประชาธิปไตย แต่บอนไซระบอบอำมาตยาธิปไตย

ในกรณีของกองทัพ การจัดซื้ออาวุธ ซึ่งมีค่าคอมมิชชั่น เป็นรายได้พิเศษของผู้บัญชา การ หรือ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง หลายยุคหลายสมัยในอดีต ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นจารีตประเพณีของกองทัพ ถูกนายกฯทักษิณ ปรับเปลี่ยนนโยบาย จากการซื้อขายเงินสด เป็นการบาร์เตอร์เทรดกับสินค้า และใช้ระบบเคาน์เตอร์เทรด มาแทน เป็นการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ ทำให้ ค่าคอมมิชชั่นที่เคยได้รับ หายไป เป็นเหตุให้กองทัพไม่พอใจนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ไปขัดผลประโยชน์ของตนเอง

เห็นได้ว่าหลังการรัฐประหาร กองทัพเป็นใหญ่ ทหารเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ มีการเพิ่มงบประมาณของกระทรวงกลาโหม จาก 80,000 ล้านบาท เป็น 150,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากไม่ได้รับงบประมาณจัดซื้ออาวุธ และพัฒนากองทัพ มานานแล้ว

น่าสังเกตว่าตัวเลข 70,000 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นของงบประมาณกระทรวงกลาโหม เป็นจำนวนเงินที่ใกล้เคียงกับงบประมาณที่รัฐบาลนายกฯทักษิณ ตั้งไว้สำหรับกองทุนหมู่บ้าน ในโครงการ S M L ที่เตรียมการจัดสรรเงินให้ประชาชน มีอำนาจตัดสินใจใช้เงินงบประมาณ เพื่อพัฒนาหมู่บ้าน กันเอง แต่ถูกตัดทิ้งไปแล้วหลังการรัฐประหาร

การจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง ที่ฉาวโฉ่ ของกองทัพบก ซึ่งพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กำหนดสเปกให้ออกมาเป็นรถหุ้มเกราะล้อยางของยูเครน และจะเอาให้ได้ ทั้งๆ ที่ขัดต่อระเบียบการจัดซื้อ เป็นกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ว่า นายทหารของกองทัพ มีสภาพไม่ต่างจากเสือหิว ที่อดอยากมานาน ทั้งๆ ที่รู้ว่ากินเข้าไปแล้วอาจจะถึงแก่ชีวิตได้ ก็ยังไม่ลดละ จะกินให้ได้ จนถูกสื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีพฤติกรรมไม่โปร่งใส

ในห้วงเวลาของการปกครองโดยคณะรัฐประหาร และ รัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งของคณะทหาร การคอรัปชั่นโดยระบอบอำมาตยาธิปไตย ทั้งจากรัฐมนตรี และข้าราชการ เป็นไปอย่างกว้างขวางและโฉ่งฉ่างอย่างยิ่ง กรณีการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษมูลค่า 800 ล้านบาท ของ บริษัททีโอที หรือ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ในอดีต ทั้งๆ ที่ขัดต่อคำสั่งและนโยบายของกระทรวงไอซีที แต่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด ก็ยังฝ่าฝืนที่จะดำเนินการให้ได้

การเข้าไปหาประโยชน์ผ่านขบวนการตรวจสอบในบริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ด้วยลีลาการแบล็กเมล์ หรือตบทรัพย์ ผู้ประกอบการธุรกิจในสนามบินสุวรรณภูมิ อันเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่ เครือข่ายคณะรัฐประหาร เข้าไปสูบเลือดสูบเนื้อจน ประสบภาวะขาดทุนทั้งผู้ประกอบการ และ ทอท. ก็เป็นฝีมือของพล.อ.สพรั่ง หนึ่งในแกนนำคณะรัฐประหาร นั่นเอง

ต้องยอมรับว่าการบริหารประเทศของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจอย่างมาก ประชาชนได้รับอำนาจในการตัดสินใจ กำหนดชีวิตตัวเอง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ในขณะเดียวกัน การบริหารของนายกฯทักษิณ ก็ไปทำให้ระบอบอำมาตยาธิปไตย ที่เคยมั่งคั่งทั้งเงินทอง และอำนาจ สูญเสียผลประโยชน์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อำนาจที่เคยมีมากมาย หลุดมือไปอยู่ในมือของประชาชน จึงทำให้ระบอบอำมาตยาธิปไตย ที่นำโดยทหาร ไม่พอใจ และเมื่อได้จังหวะที่รัฐบาลอ่อนแอ เพลี่ยงพล้ำทางการเมือง จึงออกมาก่อการรัฐประหาร และยึดอำนาจกลับคืนไปทันที


4 ข้อนี้คือ ความผิดพลาด ของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ในห้วงเวลา 5ปีเศษของการบริหารประเทศ และเป็นความผิดพลาดที่ทำให้ถูกรัฐประหาร โดยหัวหน้าขบวนการระบอบอำมาตยาธิปไตย ซึ่งก็คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่รู้สึกสูญเสียอำนาจไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่ประชาชนเลือกและมอบอำนาจให้ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนท่วมท้น


ผมเชื่อว่าความผิดพลาด 4 ข้อนี้ เป็นความผิดพลาดที่นายกฯทักษิณ กระทำขึ้น ด้วยความตั้งใจ เพราะทั้ง 4 ข้อนี้คือความผิดพลาดที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ประชาชนคนยากจนทั่วประเทศ ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เป็นความผิดพลาดในสายตาของระบอบอำมาตยาธิปไตย แต่ เป็นความถูกต้องในสายตาของประชาชนคนยากจนทั่วประเทศไทย และเป็นการเปิดมิติใหม่ทางการเมืองให้ประชา ชนคนยากจน ได้รู้ว่าประชาชนทุกคนเป็นผู้มีอำนาจจริง เป็นผู้มีสิทธิที่จะกำหนดชีวิตตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ระบอบอำมาตยาธิปไตย มากำหนดชีวิตของตัวเอง เช่นในอดีตที่ผ่านมา

หากนายกฯทักษิณ ไม่ทำความผิดพลาด 4 ข้อนี้ ไม่ทำให้ระบอบอำมาตยาธิปไตย เสียประโยชน์ ก็คงไม่ถูกรัฐประหาร แต่นายกฯทักษิณ ก็จะไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่แตกต่างจากนายก รัฐมนตรีคนอื่นๆ และคำกล่าวที่ว่า “ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และจะเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง” ก็คงจะเป็นเพียงคำกล่าวลอยๆ ที่ไร้ความหมาย

แต่จากความผิดพลาด 4 ข้อนี้เอง จึงทำให้นายกฯทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในความทรงจำของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่นำการเปลี่ยน แปลงมาสู่ชีวิตของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

ในฐานะ นายกรัฐมนตรีในดวงใจของประชาชนคนยากจนทั้งแผ่นดิน

ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะมีนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นอีกกี่คนในวันข้างหน้า แต่ประชาชนคนยากจน จะไม่มีวันลืมนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร



ประดาบ


อาจจะเก่าไปหน่อยนะคะ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านค่ะ

จาก thaifreenews