WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 5, 2008

ฟ้าสีทอง

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ฟ้าหลังฝน มักจะมีความสว่างสดใส มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจน อากาศดี ไม่มีฝุ่นผงมาปกคลุมให้รำคาญลูกตา สภาพอากาศในประเทศไทยขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงที่เรียกว่า ปลายฝน ต้นหนาว คือ เริ่มจะหมดฤดูฝน และกำลังจะย่างก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว ลมหนาวเริ่มโชยมาแตะผิวกายเข้าให้แล้ว หากจะเปรียบเทียบกับสถานการณ์ทางการเมืองไทย หลังจากที่อึมครึมมานาน 2-3 ปี กับสถานการณ์การเมืองไทย วันนี้บอกได้ว่าเป็นบรรยากาศของฟ้าหลังฝนอย่างแท้จริง
เพราะหลายคนเริ่มรู้และตระหนักกับคำว่า “ประชาธิปไตย” มีความสำคัญกับการดำรงชีวิตของคนไทย ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ไม่มีวันหยุดพัก แถม อยู่กับคนเราตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เอาง่ายๆ นั่นคือ ตั้งแต่ นอนหลับ ไปจนถึงตื่นนอน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ายาสีฟัน แปรงสีฟัน ค่าน้ำมันพืช ค่าไข่ ค่าข้าว ค่าน้ำมันรถ ค่ารถเมล์ ฯลฯ จิปาถะทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนแต่มาจากการเมืองในระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น ที่สามารถสั่งการบันดาลให้ราคาถูกหรือราคาแพง และจะกระทบกับผู้คนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า

นี่คือความสำคัญของ การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่บางคนอาจจะหลงลืมในความสำคัญข้อนี้ไปเสีย เพียงเพราะการ ปลุกระดม ยุยงปลุกปั่น ของคนบางพวกบางฝ่าย ที่ยังหลงงมงายใน คุณไสย และไสยศาสตร์
หลังจากการวัดกำลังของ “คนเสื้อเหลือง” และ “คนเสื้อแดง” ยกแรก ได้ผ่านพ้นไป ท่ามกลางการจับตาของนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ทั้งในและนอกประเทศ หากไม่เอียงกระเท่เร่จนเกินไปนัก เราจะรู้ว่า “คนเสื้อแดง” หรือ “คนเสื้อเหลือง” ใครมีจำนวนมากกว่ากัน?

คนเสื้อเหลือง ใช้ทุกกระบวนท่า เรียกว่า แก้ผ้า...ล่อนจ้อน ออกมาให้เห็น

สร้างวาทกรรมทางการเมืองใหม่
สร้างละครทางการเมืองใหม่ให้มีความน่าเชื่อถือ
สร้างการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์อันจอมปลอมหลอกลวงผู้คน
สร้างปฏิบัติการแห่งความรุนแรง

หวังจะเรียกร้องความสนใจจากผู้คนให้สงสาร และออกมาสวมใส่เสื้อสีเหลืองกันเป็นเรือนแสน เรือนล้าน เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย โดยยึดอำนาจการปกครองไปให้กับพรรคการเมืองที่วันๆ ไม่คิดทำอะไรให้ประชาชนเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากรอ “ส้มหล่น”

ขณะที่คน “เสื้อแดง” ใช้เพียงแค่กระบวนท่าเดียว นั่นคือ เปิดความจริงอีกด้าน ที่สังคมไม่เคยรับรู้ มาให้รับรู้ แค่นี้ก็ดิ้นกันพล่าน

เพราะธรรมชาติของคนส่วนใหญ่ต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความจริง ยิ่งปกปิดยิ่งต้องขุดคุ้ย ยิ่งบิดเบือนข่าวสาร ยิ่งมีข่าวลือที่สุดกลายมาเป็นข่าวจริง ยิ่งสร้างความไม่ชอบธรรมให้เกิดขึ้น กระแสกดดันเหล่านี้มีสูงมากในสังคมไทย และ พร้อมระเบิดออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว!!! นี่...คือเหตุผลที่ทำให้ ประชาชนจำนวนเรือนหมื่นเรือนแสนของจริง!!! จึงได้เดินทางมาชุมนุมร่วมกันจากทั่วทุกสารทิศ พลังเสื้อสีแดงที่เกิดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 แปลความได้ว่า เป็นพลังบริสุทธิ์ของผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ใครหน้าไหนคิดจะมาปฏิวัติทั้งทางตรงและทางอ้อม ขโมยประชาธิปไตยไป เขาเหล่านี้จะไม่ยอมและออกมาต่อต้านทุกรูปแบบ

การเมืองไทยเข้าสู่ช่วง “ฟ้าหลังฝน” ความอึมครึมทั้งหลายทั้งแหล่จางหายไปหมดแล้ว แสงตะวันกำลังสาดส่องอยู่ที่ขอบฟ้าเบื้องหน้า บรรเจิดจ้าสีทองส่องแพรวพราวระยิบระยับไปสุดลูกหูลูกตา ดังบทกวีของ “วิสา คัญทัพ” ที่ว่า

ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน!!!



‘ทักษิณ’ฝากพปช.รวมใจสู้ในนาม‘เพื่อไทย’

อดีตนายกฯเผยหากพปช.โดนยุบจริงวอนส.ส.ทุกคนรวมใจสู้ต่อเพื่อความถูกต้องเพื่อแผ่นดินแม่ในสังกัดพรรค‘เพื่อไทย’อีกครั้ง ระบุคิดถึงบ้านเกิด ต้องการทำประโยชน์ให้แต่ไม่มีโอกาส

แห่งข่าวระดับสูงเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของส.ส.พรรคพลังประชาชน ภายหลังที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินผ่านรายการความจริงวันนี้สัญจร เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาว่าได้มีส.ส.พรรคพลังประชาชนจำนวน 4-5 คน เดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา ที่เกาะฮ่องกง เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา

นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กลุ่มอีสานพัฒนา เปิดเผยว่า ยอมรับว่าตนและเพื่อนส.ส.ได้เดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกงเพื่อขอบคุณเป็นการส่วนตัวเนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณได้เคยมาเป็นประธานงานศพน้องชายตน และได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความเป็นห่วงประเทศไทยในภาวะที่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รวมทั้งประเทศไทยที่ยังเจอวิกฤตการเมืองเล่นงานอย่ในขณะนี้

ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กล่าวอีกว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังระบุด้วยว่ากลัวว่าประเทศไทยจะล้าหลังประเทศอื่น รวมทั้งเสียดายโอกาสที่ประเทศไทยจะได้พัฒนา และ ยังได้แสดงความเป็นห่วงประชาชนในชนบทที่ต้องประสบปัญหาจากวิกฤตการเมือง

นายศักดา กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังบอกอีกว่า ระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว ต้องอาศัยอยู่ในต่างประเทศไม่มีความสุขเลย แม้มุมหนึ่งจะสุขกายแต่ใจไม่เป็นสุขเท่ากับอยู่ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะตอนนี้มีความคิดถึงบ้าน คิดถึงประเทศไทยอยากกลับมาประเทศไทยอย่างมาก และไม่คิดเลยว่าชีวิตต้องมาเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศ ต้องการมาทำประโยชน์ให้ประเทศไทยแต่ก็กลับมาไม่ได้ จึงขอให้ส.ส.ในพรรค ร่วมใจสามัคคีกันช่วยกันทำงาน แม้ในที่สุดพรรคพลังประชาชนจะถูกยุบ แต่ก็ขอให้ส.ส.ทุกคนต้องร่วมกันต่อสู้ต่อไปในนามพรรค‘เพื่อไทย’ แม้ไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องมีชะตากรรมเหมือนกับที่พรรคพลังประชาชนเจอหรือไม่ก็ตาม



นักวิชาการจวก"การเมืองใหม่"แก๊งมารแค่สร้างกระแส


'อัครเดช'ชี้ การเมืองใหม่พันธมาร ไม่ใช่หนทางปชต. แค่สร้างกระแส ย้ำ การเมืองที่ดีที่สุดคือ ต้องมีการเลือกตั้ง

จากกรณีที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาระบุว่า ได้เตรียมทำสมุดปกขาว "การเมืองใหม่" เพื่อเตรียมเผยแพร่ทั่วประเทศในสัปดาห์หน้า นั้น นายอัครเดช สีผึ้ง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวประชาทรรศน์ว่า การเมืองใหม่ของ กลุ่มพันธมิตรฯ เป็นเรื่องที่ควรปิดตายไปได้เลย เพราะไม่ใช่หลักการของประชาธิปไตยที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ประชาธิปไตยต้องมาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นตนมองว่า การเมืองใหม่ของ พันธมิตรฯคือการสร้างกระแสเท่านั้น และตนขอย้ำว่า การเมืองที่ดีที่สุดคือการเลือกตั้ง และรัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

"หากประเทศไทยนำรูปแบบการเมืองใหม่ที่กลุ่มพันธมิตรเสนอมาใช้ ประเทศไทยก็จะถอยหลังเข้าไปสู่ในยุค พ.ศ.2475 ตนมั่นใจว่า หากประเทศไทยมีองค์กรอิสระที่เข้มแข้งทำการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ได้ ประเทศไทยก็จะเดินต่อไปได้" นายอัครเดช กล่าว

นอกจากนี้ นายอัครเดช ยังกล่าวถึง ความพยายามให้มีการยุบสภาเพื่อตั้งส.ว.รักษาการ มาแก้ไข มาตรา 7 เพื่อให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องยาก เพราะตนมองว่าคนนอกจะไม่สามารถสั่งการคณะรัฐมนตรีได้ ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์เองก็เป็นกลุ่มเสียงข้างน้อย จึงจำเป็นต้องเกาะแสไปกับกลุ่มพันธมิตร และกลุ่มคนที่ไม่เอา พ.ต.ท.ทักษิณ

วีระย้ำ"ราชประชาสมาสัย"ทำได้

















รายการความจริงวันนี้ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 ออกอากาศทางช่อง NBT กล่าวถึงการจัดประกวดภาพถ่ายบรรยากาศงานความวันนี้สัญจร ครั้งที่2ที่ผ่านมาว่าจะมีการตัดสินคัดเลือกรางวัลชนะเลิศอันดับ1 ได้รับเงินรางวัล 50,000บาท รางวัลชนะเลิศอันดับ2 ได้รับเงินรางวัล30,000บาท และอันดับ3จะได้รับเงินรางวัล 20,000บาทซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากส่งรูปเข้าประกวด ส่วนการตัดสินจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ขณะเดียวกันที่มีประชาชนผู้สนใจถามถึง VCD บันทึกรายการความจริงสัญจร ครั้งที่1และ2นั้น จะมีจำหน่ายเมื่อไร นายวีระ กล่าวว่าขณะนี้กำลังจัดทำอยู่โดยรวมการจัดงานทั้ง2ครั้งไว้ด้วยกัน สำหรับผู้ที่สนใจอีกไม่นานนักจะมีวางจำหน่ายทั่วไป

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวถึงว่า ประชาชนที่เข้ามาร่วมในวันงานที่ผ่านมาว่า ทุกคนต่างมีจุดยืนที่ชัดเจนอย่างเดียวกันคือ ต่อต้านรัฐประหาร แต่กลับมีกลุ่มคนการนำไปกล่าวกันต่างๆนาๆมากมายว่า ถูกจ้างมาบ้าง มาเพื่อปลุกระดมยั่วยุให้เกิดความรุ่นแรงบ้าง และยังอ้างว่าถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ Phone in เข้ามาพูดถึงเรื่องขอพระเมตตา พระบารมี และพลังของพี่น้องประชาชนกับไทยนั้น เป็นเรื่องไม่สมควร แต่ถามว่าถ้าท่านต้องตกอยู่ในสถานะของคนที่สิ้นหวัง หมดหวัง ท่านจะนึกถึงใครก่อน ร้อยทั้งร้อยก็ต้องนึกถึงในหลวงของเรา นั้นคือสามัญสำนึกทั่วไปของชนชาวไทย และขอถามกลับไปยังผู้ที่ออกมาวิพากษณ์วิจารณ์ว่าการขออภัยโทษมันผิดตรงไหน ทุกคนก็สามารถกระทำได้เพราะน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเปรียบหาที่สุดมิได้ ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าก็ตนักดี ขนาดนักโทษที่ต้องโทษประหารชีวิตทูลขออภัยโทษก็ทรงอภัยโทษให้ กรณีนี้ก็เคยมีเกิดขึ้นมาแล้ว

ขณะที่ นายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ที่สภาทนายความออกมาบอกว่าจะถอดเทป Phone in ของพ.ต.ท.ทักษิณ ในรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่2ที่ผ่านมา คำต่อคำแล้วนำไปดำเนินคดีทางกฎหมาย ตนไม่เข้าใจเลยว่าเป็นการเลือกปฏิบัติรึป่าว และทำเพื่อสิ่งใด ขณะที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯก่อเรื่องสร้างความเดือนร้อนรายวัน ก็ทำเหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างนี้ บ้านเมืองกำลังประสบสภาวะปัญหารุมเร้ารอบด้าน แต่ยังไม่คนเห็นคนที่มีฝีมือออกมาชี้ทางสว่างแก้ไขปัญหาหรือระวังภัยให้บ้านเมืองเลย เวลานี้การจะนำเอาคำว่า"ราชประชาสมาสัย"มาใช้คงถึงเวลาที่เหมาะสมเสียที


อิสริยาภรณ์ ซิมอง โบลิวาร์ อีกเกียรติยศที่ชาวโลกมอบให้แก่ ทักษิณ ชินวัตร

บทความ โดย Bugbunny

สาธารณรัฐโบลิเวียประกาศมอบอิสริยาภรณ์อันเป็นเกียรติสูงยิ่งของประเทศให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้ให้โอกาสแก่ชนชั้นรากหญ้าของไทยเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งคือการเป็นนักต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชนผู้ยากไร้ชาวไทย อิสริยาภรณ์นั้นมีชื่อว่า Order of Simon Bolivar สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ชื่อ ซิมอง โบลิวาร์ นี้ เขาคือผู้ได้รับฉายาว่า El Liberator (ผู้ปลดแอก) หรือ ยอร์ช วอชิงตัน แห่งลาตินอเมริกา วีรบุรุษนักปฏิวัติ ผู้ปลดแอกประชาชนจากการเป็นทาสของสเปนคนแรกของอเมริกาใต้ ผู้มีประวัติชีวิตดังนี้

ซิมอง โบลิวาร์ (1783-1830)

เกิดเมื่อ 24 กรกฎาคม 1783 ที่นครคาราคัส เมืองหลวงของ ประเทศเวเนซูเอลา ในปัจจุบัน บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย มีมรดกเป็นทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เขาเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปเป็นเวลานานหลายปีในวัยหนุ่ม แต่ ซิมอง โบลิวาร์ ต่อต้านพวกสเปน เพราะการปกครองของสเปนมีการกดขี่ทางชนชั้นและเชื้อชาติสูงมาก ซิมอง โบลิวาร์ เห็นอกเห็นใจคนจนรวมทั้งไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ กองทัพของเขาในสงครามแห่งอิสรภาพในช่วงต่อมานั้น มีคนหลายเผ่าพันธุ์ร่วมกันต่อสู้ ด้วยเสมอภาค เสรีภาพ ภราดรภาพ จนมีอิทธิพลทำให้อเมริกาใต้ในปัจจุบัน คนต่างเชื้อชาติอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างสงบสุข ไม่เหมือนในสหรัฐอเมริกา

ปี 1810 เขาเดินทางกลับมายังเวเนซูเอลา เข้าร่วมกับผู้รักชาติจำนวนมากสู้รบจนปลดปล่อยนครคาราคัส รวมทั้งประกาศอิสรภาพของประเทศจากการเป็นอาณานิคมของสเปนได้เป็นผลสำเร็จ แต่สงครามยังดำเนินอยู่ ซิมอง โบลิวาร์ เดินทางไปอังกฤษเพื่อขอความสนับสนุนด้านต่าง ๆ แต่ทางการอังกฤษให้แต่เพียงความเห็นใจ ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย เขากลับมาเวเนซูเอลา ทำสงครามกับสเปนที่มายึดคาราคัสกลับคืนไป ต่อจนถึงปี 1813 กองทัพของเขาจึงยึดคาราคัสมาจากสเปนได้เป็นผลสำเร็จอีกครั้ง

สเปนขับไล่เขาออกไปอีกและทำให้ซิมอง โบลิวาร์ ต้องถอยไปยังนิวเกรนาดา หรือโคลัมเบียในปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นกำลังทำสงครามกับสเปนด้วยเช่นกัน นำทัพโคลัมเบียบุกยึดนครโบโกต้าได้ในปี 1814 แต่ก็ถูกสเปนเข้าตีโต้ เพราะเป็นเพียงกองทัพชาวพื้นเมืองที่ปราศจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและการสนับสนุนที่ดีพอ ซิมอง โบลิวาร์พ่ายแพ้อีกครั้ง ล่าถอยไปอยู่ที่จาไมก้า แต่เขาไม่ย่อท้อ เข้าไปรวบรวมกำลังพลในไฮติแล้วยกพลขึ้นบกที่เวเนซูเอลาอีกครั้ง ในปี 1816 บุกเข้ายึดแองกุสต้า หรือ คลูดาดโบลิวาร์ ในปัจจุบัน ได้สำเร็จ เข้ายึดครองเมืองแห่งนี้และประกาศตนเป็นผู้ปกครอง

ซิมอง โบลิวาร์ นำทัพบุก นิวเกรนาดา อีกครั้ง พิชิตชัยเหนือทัพของสเปนที่เมืองโบยาร์ในปี 1819 ประกาศอิสรภาพของพื้นที่ประเทศโคลัมเบีย เขากลับมานครแองกัสต้าและจัดประชุมสภาเพื่อก่อตั้งสาธารณรัฐโคลัมเบียยุคแรก อันจะกลายมาเป็นประเทศต่าง ๆ คือ เอกัวดอร์ โคลัมเบีย ปานามา และ เวเนซูเอลา ในปัจจุบัน ซิมอง โบลิวาร์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐแห่งนี้ เมื่อ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1819

ซิมอง โบลิวาร์ นำทัพชาวอเมริกาใต้เข้าพิชิตกองทัพสเปนที่เมืองคาราโบโบ (ของประเทศเวเนซูเอลาในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1821 นำทัพรุกเข้าสู่เขตประเทศเอกัวดอร์และจัดการผนวกเข้ารวมกับสาธารณรัฐโคลัมเบียใหม่ การประขุมร่วมกับนักสู้เพื่ออิสรภาพคนอื่น ๆ ในปี 1822 โบลิวาร์ได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองประเทศเปรู ก่อนทำสงครามเอาชนะพวกสเปนอีกครั้งที่ โออาคูโช ในปี 1824 อันเป็นการปิดฉากระบอบอาณานิคมในอเมริกาใต้ของสเปนลงโดยสิ้นเชิง ในปี 1825 พื้นที่ตอนเหนือของประเทศเปรูได้กลายเป็นประเทศใหม่ในอเมริกาใต้ คือ โบลิเวีย ซึ่งตั้งชื่อประเทศขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ซิมอง โบลิวาร์ เขาประกาศใช้รัฐธรรมนูญของโบลิเวียและปกครองประเทศจนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ ปี 1830

จะเห็นได้ว่า ซิมอง โบลิวาร์ ไม่เคยท้อถอย แพ้ก็สู้ใหม่ สู้จนได้ชัยชนะในที่สุด

ความสำคัญของซิมอง โบลิวาร์ ต่อประเทศโบลิเวียนั้นสูงส่งอย่างยิ่ง ชื่อประเทศก็มาจากชื่อของเขา ประเทศโบลิเวียให้ความสำคัญยิ่งกับคนที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ อิสริยาภรณ์ ซิมอง โบลิวาร์ เป็นเกียรติสูงสุดอีกชิ้นหนึ่งที่ประเทศในโลกที่สามมอบให้กับนายกทักษิณ ในฐานะผู้ต่อสู้เพื่อประชาชนผู้ยากไร้และถูกกดขี่ในประเทศไทย มันยังสะท้อนถึงมติมหาชนโลกที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกชาวไทย โบลิเวีย เป็นประเทศยากจน แต่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรที่รอเวลาให้คนบริหารที่มีความสามารถมาช่วยนำมันมาเป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ของประเทศ ชื่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นความหวังของชนชั้นที่ถูกกดขี่ของโลก ท่านเป็นคนของโลกไปแล้ว ด้วยผลงานและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ชาติกำเนิดหรือการประชาสัมพันธ์อันเป็นเพียงสิ่งที่สร้างขึ้น และไร้ความยืนยงคงทน

จาก thaifreenews

Tuesday, November 4, 2008

ปัดฝุ่น!โฟนอิน‘ทักษิณ’จ้อผ่านNBT 'คนเสื้อแดง'รอฟังความจริงวันนี้


‘คนเสื้อแดง’ เฮลั่น! ‘จตุพร-ณัฐวุฒิ’ พูดเป็นเสียงเดียว ปัดฝุ่น!เทปโฟนอิน ‘ทักษิณ’ จ้อผ่านความจริงวันนี้ ระบุคนรักประชาธิปไตยต่างจับจ้อง NBT รอฟังเสียงอดีตนายกฯขวัญใจคนจน ด้าน ‘โฆษกรัฐบาล’ ย้ำไม่ได้สร้างความแตกแยก พร้อมไขปมวิพากษ์ ‘ตุลาการภิวัฒน์’ ไม่ใช่หมิ่นศาลฯ แย้มเสื้อแดงสัญจรครั้งที่ 3 โผล่เชียงใหม่-อุดรฯ จวกซ้ำพรรคมาร ปชป.หยุดข่มขู่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

จากแนวคิดการนำเทป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเปิดในรายการความจริงวันนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้คุยกับผู้จัดรายการ แต่ว่าทางรายการมีความคิดที่เอามาออกอากาศอยู่แล้ว ซึ่งมีคนที่ไม่เห็นด้วยและแสดงความเห็นต่างกันอยู่ ก็ต้องดูกันว่าเมื่อถึงเวลาจริงผู้จัดรายการจะนำมาเผยแพร่ออกอากาศหรือไม่

ต่อข้อถามว่า หากมีการนำเทปโฟนอินออกอากาศ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศอย่างไร นายณัฐวุฒิ ชี้ว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว เนื้อหาสาระที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดมาไม่ได้สร้างความแตกแยกหรือส่งผลกระทบต่อความขัดแย้งในบ้านเมืองแต่อย่างใด รวมถึงการจัดงานในวันที่ 1 พ.ย.ด้วย ทั้งที่ก่อนจัดงานก็มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าเดี๋ยวจะรุนแรง จะเข่นฆ่ากัน จะลงมือกัน แต่สุดท้ายก็ไม่มีก็เป็นการชุมนุมแบบอารยะ

ส่วนคำพูดคำจาของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมต้องแยกให้ออกว่า วิพากษ์กระบวนการยุติธรรมหรือศาลสถิตยุติธรรม เมื่อเป็นการวิพากษ์ศาลสถิตยุติธรรมก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควร แต่ถ้าพูดถึงกระบวนการยุติธรรมก็คิดว่าสามารถพูดได้ เพราะกระบวนการที่ดำเนินเกี่ยวกับคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกระบวนการพิเศษที่แตกต่างจากคนอื่น

เมื่อถามว่า ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้มีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้เดินเลยไปเกินจุดที่จะเกิดความหวาดกลัวการฟ้องร้องไปนานแล้ว และพร้อมที่นำเสนอข้อมูลที่เชื่อว่าจริง และพร้อมที่จะรับผิดชอบเมื่อมีการพิสูจน์ ไม่ว่าจะในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายก็ตาม ฉะนั้นจึงคิดว่าอะไรก็ตามที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ต้องให้ความเคารพกัน

ส่วนการที่กองทัพจับตาการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะมีการหมิ่นเหม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวย้ำว่า กองทัพก็รับผิดชอบว่าอะไรที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันหรือละเมิดกฎหมาย ก็ต้องดูแลก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าวิตกกังวลอะไร เพียงแต่คิดว่ากองทัพก็น่าจะมีเวลาในการพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อกองทัพแสดงความกังวลต่อกลุ่มคนเสื้อแดง และคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่อีกมุมหนึ่งกองทัพก็ต้องแสดงความกังวลต่อการเคลื่อนไหวคนที่อยู่ในทำเนียบฯด้วย วันนี้ในทำเนียบฯกำลังตั้งเป็นกองกำลังติดอาวุธ

“วันนี้ใครก็ตามที่พูดไม่เข้าหูกลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะถูกโจมตี ถูกกล่าวหาให้ร้าย อย่างสาดเสียเทเสีย เรื่องนี้กองทัพหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องหยิบยกมาพูดเช่นกัน สำหรับพันธมิตรขณะนี้ พูดผิดหูโดนด่า คนแปลกหน้าโดนยิง ฉะนั้นต้องช่วยกันทุกฝ่ายไม่ว่า กองทัพ ตำรวจหรือรัฐบาล”

ชี้‘สน.พันธมิตร’กองกำลังติดอาวุธ!

โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยยังไม่มีท่าทีชัดเจนในการเปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุด พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งตนไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้เพราะกลัวว่าจะเป็นประเด็นทางการเมือง

ทั้งนี้ กรณีการวางระเบิดกลุ่มพันธมิตรฯรายวันนั้น มองเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯเองหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนพูดเช่นนั้นไม่ได้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตุว่า วันนี้คงมีคนต้องการผลประโยชน์ทางการเมืองจากความวุ่นวายของสถานการณ์ และคิดว่ามีมือที่ หนึ่ง สอง และสามพยายามเติมเชื้อของความวุ่นวายเข้ามาในสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่จะเป็นกลุ่มไหนคงพูดไม่ได้ เพราะต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป ตนพูดไม่ได้พูไปไม่เข้าหูจะโดนด่า
นอกจากนี้ กรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯจะตั้งพื้นที่ในทำเนียบและบริเวณโดยรอบเป็น สน.พันธมิตร นายณัฐวุฒิ ระบุชัดว่า เท่าที่ทราบมีการตั้งไปแล้ว ขณะนี้เป็น “สน.พันธมิตร” ผู้ปฏิบัติงานมีตั้งแต่ผู้หมวด ผู้กอง เขาตั้งกันเอง และพกปืนได้ เรื่องนี้กองทัพก็น่าจะคุยกันในเรื่องนี้บ้างเพราะน่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้ในกรุงเทพฯกลางเมืองหลวงมีกองกำลังอิสระติดอาวุธ

ส่วนเรื่องที่กลุ่มคนรักเชียงใหม่บุกเข้าปิดล้อมสถานีโทรทัศน์ TPBS ที่เชียงใหม่ นั้นเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่พอใจถึงการเสนอข่าวว่ากลุ่มคนที่ไปร่วมชุมนุมได้รับเงินหัวละ 2,500 บาท จึงเกิดความไม่พอใจ ซึ่งทางสถานีได้ทำการขอโทษไปแล้ว ทุกอย่างจึงยุติลงด้วยดี ถือว่าเป็นการเคารพซึ่งกันและกัน ประชาชนที่บริโภคข้อมูลข่าวสารหรือแหล่งข่าว และสื่อสารมวลชนที่เป็นผู้ที่มีหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารก็ต้องเคารพในคำว่าประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องเคารพในคำว่าสื่อมวลชน แต่เมื่อเกิดการล้ำเส้นกันมันก็ต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้ อย่างที่ได้ปรากฏ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวดีใจที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง บานปลาย กระทบกระทั่ง หรือทำร้ายกัน หรือเกิดเหตุที่ละเมิดกฎหมายอย่างรุนแรง เมื่อเกิดขึ้น และจบลงได้ ก็ถือเป็นจุดยืนร่วมกัน ในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้จะต้องมีการระมัดระวังทั้งสองฝ่าย ประชาชนก็ต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ส่วนสื่อมวลชนก็เสนอข่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือละเมิดกฎหมาย

'จตุพร'แย้มความจริงสัญจรครั้งที่ 3 จัดอุดร-เชียงใหม่

ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน อดีตแกนนำแนวร่วมประชิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติห(นปก.) กล่าวก่อนเข้าประชุมที่พรรคพลังประชาชน ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแสดงท่าทีเป็นห่วงว่าหากรายการความจริงวันนี้นำภาพ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแพร่จะเป็นการนำสื่อของรัฐมาใช้เป็นกระบอกเสียงให้กับตนเอง ตนมองว่าสถานีข่าวทุกสถานี หนังสือพิพ์ทุกฉบับได้เสนอข่าวไปทุกแง่มุมแล้วซึ่งโดยหนังสือพิมพ์บางฉบับก็ถอดทุกคำพูดที่อดีตนายกพูดจึงไม่มีอะไรทีจะเป็นความลับอีก เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะกลัวอะไร

“รายการความจริงวันนี้ในฐานะที่ตนเป็นผู้จัดและผู้รับผิดชอบจะนำมาออกในรายการมันไม่สมควรตรงไหน ส่วนกรณีที่ส.ส.ประชาธิปัตย์ได้โทรไปข่มขู่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ไม่ให้เผยแพร่ภาพรายการความจริงวันนี้สัญจรเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น อยากให้นายอภิสิทธิ์อบรมสมาชิกในพรรคด้วยอย่าให้มาใช้สิทธิความเป็น ส.ส. ข่มขู่คนอื่น”ส.ส.พรรคพลังประชาชน กล่าว

นายจตุพรกล่าวถึงกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรี ขอพระเมตาตาจากในหลวง ก็ย่อมทำได้ในฐานะคนไทยคนหนึ่งเมื่อยามตกทุกข์ได้ยาก เพราะมีสิทธิ์จะนึกถึงในหลวง หากจะกล่าวหาว่าการที่อดีตนายกฯพูดขอพระเมตตาจะเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท แล้วการที่นายอภิสิทธิ์ไปเสนอขอนายกพระราชทาน ตามมาตรา 7 ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นไม่รบกวนเบื้องพระยุคลบาทอย่างนั้นหรืออย่างไร

ส่วนรายการความจริงวันนี้สัญจรที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นั้นอยู่ในช่วงการคิดรูปแบบสัญจรโดยอาจจะเลือกไปต่างจังหวัดแต่จะเป็นจังหวัดไหนนั้นต้องดูความสะดวกในนการเดินทางของประชาชน ซึ่งที่เตรียมไว้หลักๆมีจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุดรธานี โดยจะจัดหลังจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา ส่วนจะมีการโฟนอินกับอดีตนายกรัฐมานตรีหรือเปล่านั้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

ตอก‘ม็อบโกเต๊กซ์’จิตทราม-กักขระ

นายจตุพรกล่าวถึงกรณีที่การ์ดของพันธมิตรฯใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถยนต์เข้ามาบริเวณถนนราชดำเนินจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร และพันธมิตรไม่มีสิทธิที่จะพกพาอาวุธและยิงใส่ประชาชนที่เข้ามาในถนนราชดำเนินเพราะถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์

อีกทั้งเส้นทางดังกล่าวประชาชนทุกคนก็มีสิทธิเข้าไปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้โดยส่วนตัวมองว่าการกระทำของกลุ่มพันธมิตรเลยเถิดมามากแล้ว เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พันธมิตรทำตัวเป็นพวกอนาธิปไตยซึ่งไม่มีใครหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานไหนที่จะใช้กฎหมายบังคับได้ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนของกลุ่มพันธมิตรใช้อาวุธปืนยิงใส่ประชาชน เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว ซึ่งเราคงยอมไม่ได้ที่จะให้กลุ่มพันธมิตรแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไป

ส่วนในกรณีที่กลุ่มพันธมิตรออกมาระบุว่าจะขอใบอนุญาตพกพาอาวุธนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องของคนไร้สติ เพราะไม่มีสิทธิที่จะพกพาอาวุธในสถานที่สาธารณะส่วนการขอใบอนุญาตต้องขอที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหากมีคนออกให้ก็แสดงว่าคนบ้ากับคนบ้ามาเจอกัน และทุกวันนี้พันธมิตรทำตัวใหญ่เกินใครแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำอะไรไม่ได้ ตำรวจก็อยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัดแล้วประเทศจะอยู่ต่อไปอย่างไร

นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯกล่าวบนเวทีปราศรัยว่าได้มีกลุ่มพันธมิตรนำผ้าอนามัยของผู้หญิงที่ใช้แล้วไปวางไว้ใต้ฐานพระบรมรูปทรงม้านั้น เป็นพฤติกรรมของคนที่มีจิตทรามเป็นเรื่องไม่สมควรเพราะพระบรมรูปทรงม้าเป็นสิ่งที่ประชาชนกราบไหว้กันทั้งบ้านทั้งเมือง คนไทยมีสติดีพอคงไม่ปล่อยให้คนบ้าอย่างนายสนธิชี้นำเรื่องเลวทรามเช่นนี้

ส.ส.ปชป.ปิดปากเงียบ!
เหตุ'ม็อบถ่อย'ปิดเส้นทางเสด็จฯ

นายถวิล ไพรสนฑ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯยังไม่มีท่าทีชัดเจนในการเปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ว่าตนไม่ทราบข้อเท็จริงกรณีดังกล่าว เท่าที่ทราบ พธม.ได้เปิดเส้นทางไว้แล้ว แต่ทั้งนี้ตนไม่ขอตอบ เนื่องจากไม่สามารถเดาจิตใจใครได้ ส่วนการกระทำของพันธมิตรฯเหมาะสมหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ขอตอบเพราะตนไม่เคยไปเวทีพันธมิตรฯ


‘จตุพร-ณัฐวุฒิ’เชื่อเทปโฟนอิน‘ทักษิณ’ไม่สร้างความแตกแยก


‘จตุพร-ณัฐวุฒิ’พูดเป็นเสียงเดียวกันเทปอดีตนายกฯฮัลโหลผ่าน‘ความจริงวันนี้’มีสิทธินำไปฉายใหม่อีกรอบ แย้มครั้งที่3อาจจัดที่เชียงใหม่-อุดรฯ จวกปชป.หยุดข่มขู่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยยังไม่มีท่าทีชัดเจนในการเปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุด พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งตนไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้เพราะกลัวว่าจะเป็นประเด็นทางการเมือง

ทั้งนี้กรณีการวางระเบิดกลุ่มพันธมิตรฯรายวันนั้น มองเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯเองหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนพูดเช่นนั้นไม่ได้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตุว่า วันนี้คงมีคนต้องการผลประโยชน์ทางการเมืองจากความวุ่นวายของสถานการณ์ และคิดว่ามีมือที่ หนึ่ง สอง และสามพยายามเติมเชื้อของความวุ่นวายเข้ามาในสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่จะเป็นกลุ่มไหนคงพูดไม่ได้ เพราะต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป ตนพูดไม่ได้พูไปไม่เข้าหูจะโดนด่า

นอกจากนี้กรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯจะตั้งพื้นที่ในทำเนียบและบริเวณโดยรอบเป็น สน.พันธมิตร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีการตั้งไปแล้ว ขณะนี้เป็น “สน.พันธมิตร” ผู้ปฏิบัติงานมีตั้งแต่ผู้หมวด ผู้กอง เขาตั้งกันเอง และพกปืนได้ เรื่องนี้กองทัพก็น่าจะคุยกันในเรื่องนี้บ้างเพราะน่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้ในกรุงเทพฯกลางเมืองหลวงมีกองกำลังอิสระติดอาวุธ

ส่วนเรื่องที่กลุ่มคนรักเชียงใหม่บุกเข้าปิดล้อมสถานีโทรทัศน์ TPBS ที่เชียงใหม่ นั้นเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่พอใจถึงการเสนอข่าวว่ากลุ่มคนที่ไปร่วมชุมนุมได้รับเงินหัวละ 2,500 บาท จึงเกิดความไม่พอใจ ซึ่งทางสถานีได้ทำการขอโทษไปแล้ว ทุกอย่างจึงยุติลงด้วยดี ถือว่าเป็นการเคารพซึ่งกันและกัน ประชาชนที่บริโภคข้อมูลข่าวสารหรือแหล่งข่าว และสื่อสารมวลชนที่เป็นผู้ที่มีหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารก็ต้องเคารพในคำว่าประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องเคารพในคำว่าสื่อมวลชน แต่เมื่อเกิดการล้ำเส้นกันมันก็ต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้ อย่างที่ได้ปรากฏ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวดีใจที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง บานปลาย กระทบกระทั่ง หรือทำร้ายกัน หรือเกิดเหตุที่ละเมิดกฎหมายอย่างรุนแรง เมื่อเกิดขึ้น และจบลงได้ ก็ถือเป็นจุดยืนร่วมกัน ในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้จะต้องมีการระมัดระวังทั้งสองฝ่าย ประชาชนก็ต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ส่วนสื่อมวลชนก็เสนอข่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือละเมิดกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการนำเทปที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเปิดในรายการความจริงวันนี้ หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ ยังไม่ได้คุยกับผู้จัดรายการ แต่ว่าเขามีความคิดที่เอามาออกอากาศอยู่แล้ว แต่ว่าก็มีคนที่ไม่เห็นด้วยแสดงความเห็นต่างอยู่ ก็ต้องดูกันว่าเมื่อถึงเวลาจริงผู้จัดรายการจะนำมาเผยแพร่ออกอากาศหรือเปล่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการนำเทปโฟนอินออกอากาศจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว เนื้อหาสาระที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดมาไม่ได้สร้างความแตกแยกหรือส่งผลกระทบต่อความขัดแย้งในบ้านเมืองแต่อย่างใด รวมถึงการจัดงานในวันที่ 1 พ.ย. ด้วย ทั้งที่ก่อนจัดงานก็มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าเดี๋ยวจะรุนแรง จะเข่นฆ่ากัน จะลงมือกัน แต่สุดท้ายก็ไม่มีก็เป็นการชุมนุมแบบอารยะ ส่วนคำพูดคำจาของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมต้องแยกให้ออกว่า วิพากษ์กระบวนการยุติธรรมหรือศาลสถิตยุติธรรม เมื่อเป็นการวิพากษ์ศาลสถิตยุติธรรมก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควร แต่ถ้าพูดถึงกระบวนการยุติธรรมก็คิดว่าสามารถพูดได้ เพราะกระบวนการที่ดำเนินเกี่ยวกับคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกระบวนการพิเศษที่แตกต่างจากคนอื่น

เมื่อถามว่า ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้มีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้เดินเลยไปเกินจุดที่จะเกิดความหวาดกลัวการฟ้องร้องไปนานแล้ว และพร้อมที่นำเสนอข้อมูลที่เชื่อว่าจริง และพร้อมที่จะรับผิดชอบเมื่อมีการพิสูจน์ ไม่ว่าจะในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายก็ตาม ฉะนั้นจึงคิดว่าอะไรก็ตามที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ต้องให้ความเคารพกัน

ส่วนการที่กองทัพจับตาการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะมีการหมิ่นเหม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า กองทัพก็รับผิดชอบว่าอะไรที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน หรือละเมิดกฎหมาย ก็ต้องดูแลก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าวิตกกังวลอะไร เพียงแต่คิดว่ากองทัพก็น่าจะมีเวลาในการพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อกองทัพแสดงความกังวลต่อกลุ่มคนเสื้อแดง และคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่อีกมุมหนึ่งกองทัพก็ต้องแสดงความกังวลต่อการเคลื่อนไหวคนที่อยู่ในทำเนียบฯด้วย วันนี้ในทำเนียบฯกำลังตั้งเป็นกองกำลังติดอาวุธ

“วันนี้ใครก็ตามที่พูดไม่เข้าหูกลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะถูกโจมตี ถูกกล่าวหาให้ร้าย อย่างสาดเสียเทเสีย เรื่องนี้กองทัพหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องหยิบยกมาพูดเช่นกัน สำหรับพันธมิตรขณะนี้ พูดผิดหูโดนด่า คนแปลกหน้าโดนยิง ฉะนั้นต้องช่วยกันทุกฝ่ายไม่ว่า กองทัพ ตำรวจหรือรัฐบาล” โฆษกรัฐบาล กล่าว

'ตู๋'แย้มความจริงสัญจรครั้งที่3 จัดอุดร-เชียงใหม่

ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน อดีตแกนนำแนวร่วมประชิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติห(นปก.) กล่าวก่อนเข้าประชุมที่พรรคพลังประชาชน ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแสดงท่าทีเป็นห่วงว่าหากรายการความจริงวันนี้นำภาพ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแพร่จะเป็นการนำสื่อของรัฐมาใช้เป็นกระบอกเสียงให้กับตนเอง ตนมองว่าสถานีข่าวทุกสถานี หนังสือพิพ์ทุกฉบับได้เสนอข่าวไปทุกแง่มุมแล้วซึ่งโดยหนังสือพิมพ์บางฉบับก็ถอดทุกคำพูดที่อดีตนายกพูดจึงไม่มีอะไรทีจะเป็นความลับอีก เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะกลัวอะไร

“รายการความจริงวันนี้ในฐานะที่ตนเป็นผู้จัดและผู้รับผิดชอบจะนำมาออกในรายการมันไม่สมควรตรงไหน ส่วนกรณีที่ส.ส.ประชาธิปัตย์ได้โทรไปข่มขู่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ไม่ให้เผยแพร่ภาพรายการความจริงวันนี้สัญจรเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น อยากให้นายอภิสิทธิ์อบรมสมาชิกในพรรคด้วยอย่าให้มาใช้สิทธิความเป็น ส.ส. ข่มขู่คนอื่น”ส.ส.พรรคพลังประชาชน กล่าว

นายจตุพรกล่าวถึงกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรี ขอพระเมตาตาจากในหลวง ก็ย่อมทำได้ในฐานะคนไทยคนหนึ่งเมื่อยามตกทุกข์ได้ยาก เพราะมีสิทธิ์จะนึกถึงในหลวง หากจะกล่าวหาว่าการที่อดีตนายกฯพูดขอพระเมตตาจะเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท แล้วการที่นายอภิสิทธิ์ไปเสนอขอนายกพระราชทาน ตามมาตรา 7 ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นไม่รบกวนเบื้องพระยุคลบาทอย่างนั้นหรืออย่างไร

ส่วนรายการความจริงวันนี้สัญจรที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นั้นอยู่ในช่วงการคิดรูปแบบสัญจรโดยอาจจะเลือกไปต่างจังหวัดแต่จะเป็นจังหวัดไหนนั้นต้องดูความสะดวกในนการเดินทางของประชาชน ซึ่งที่เตรียมไว้หลักๆมีจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุดรธานี โดยจะจัดหลังจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา ส่วนจะมีการโฟนอินกับอดีตนายกรัฐมานตรีหรือเปล่านั้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

ตอก‘ม็อบโกเต๊กซ์’จิตทราม-กักขระ

นายจตุพรกล่าวถึงกรณีที่การ์ดของพันธมิตรฯใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถยนต์เข้ามาบริเวณถนนราชดำเนินจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร และพันธมิตรไม่มีสิทธิที่จะพกพาอาวุธและยิงใส่ประชาชนที่เข้ามาในถนนราชดำเนินเพราะถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์

อีกทั้งเส้นทางดังกล่าวประชาชนทุกคนก็มีสิทธิเข้าไปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้โดยส่วนตัวมองว่าการกระทำของกลุ่มพันธมิตรเลยเถิดมามากแล้ว เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พันธมิตรทำตัวเป็นพวกอนาธิปไตยซึ่งไม่มีใครหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานไหนที่จะใช้กฎหมายบังคับได้ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนของกลุ่มพันธมิตรใช้อาวุธปืนยิงใส่ประชาชน เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว ซึ่งเราคงยอมไม่ได้ที่จะให้กลุ่มพันธมิตรแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไป

ส่วนในกรณีที่กลุ่มพันธมิตรออกมาระบุว่าจะขอใบอนุญาตพกพาอาวุธนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องของคนไร้สติ เพราะไม่มีสิทธิที่จะพกพาอาวุธในสถานที่สาธารณะส่วนการขอใบอนุญาตต้องขอที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหากมีคนออกให้ก็แสดงว่าคนบ้ากับคนบ้ามาเจอกัน และทุกวันนี้พันธมิตรทำตัวใหญ่เกินใครแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำอะไรไม่ได้ ตำรวจก็อยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัดแล้วประเทศจะอยู่ต่อไปอย่างไร

นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯกล่าวบนเวทีปราศรัยว่าได้มีกลุ่มพันธมิตรนำผ้าอนามัยของผู้หญิงที่ใช้แล้วไปวางไว้ใต้ฐานพระบรมรูปทรงม้านั้น เป็นพฤติกรรมของคนที่มีจิตทรามเป็นเรื่องไม่สมควรเพราะพระบรมรูปทรงม้าเป็นสิ่งที่ประชาชนกราบไหว้กันทั้งบ้านทั้งเมือง คนไทยมีสติดีพอคงไม่ปล่อยให้คนบ้าอย่างนายสนธิชี้นำเรื่องเลวทรามเช่นนี้

บึ้ม!ขู่ด่าน‘นักรบใบกระท่อม’

วันนี้(4 พ.ย.)เมื่อเวลาประมาณ 01.45 น. ร.ต.ต.ประพัทธ์ แกลงกระโทก ร้อยเวร สน.นางเลิ้ง ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณสะพานอรทัย ข้างทำเนียบรัฐบาล แยกเทวกรรม ถนนลูกหลวง แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.ท.เฉลิมชัย วงษ์เจียม รองผกก.ป.และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 10 นาย
ทั้งนี้จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบมีรอยที่พื้นลึกประมาณ 1 นิ้ว กว้าง 20 เซ็นติเมตร โดยบริเวณรอบๆพบเศษอลูมิเนียมตกกระจายอยู่หลายชิ้น แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามสำหรับบริเวณที่พบระเบิดเป็นพื้นที่ที่การ์ดของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(นักรบศรีวิชัย)ตั้งด่านตรวจประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ภายในทำเนียบรัฐบาล

หนึ่งในการ์ดพันธมิตร ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยินเสียงเหมือนของตกและกระแทกเข้าที่ต้นไม้ ก่อนกระทบลงพื้น จากนั้นได้เกิดควันสีขาว ก่อนที่จะเกิดเสียงดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ สำหรับบริเวณดังกล่าวได้มีการตั้งล้อยาง และกั้นลวดหนามอีกชั้น เพื่อเป็นแนวในการตรวจค้นดูแลผู้ที่จะมาชุมนุม ตามปกติจะไม่ค่อยมีใครสัญจรผ่านมาที่บริเวณดังกล่าว

ร.ต.ต.ประพัทธ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุจะต้องเก็บชิ้นส่วนที่พบในบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นระเบิดชนิดไหน

ส.ส.ปชป.ปัดตอบพธม.ปิดเส้นทางเสด็จ

นายถวิล ไพรสนฑ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯยังไม่มีท่าทีชัดเจนในการเปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ว่าตนไม่ทราบข้อเท็จริงกรณีดังกล่าว เท่าที่ทราบพธม.ได้เปิดเส้นทางไว้แล้ว แต่ทั้งนี้ตนไม่ขอตอบ เนื่องจากไม่สามารถเดาจิตใจใครได้ ส่วนการกระทำของพันธมิตรฯเหมาะสมหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ขอตอบเพราะตนไม่เคยไปเวทีพันธมิตรฯ.

'เสธ.แดง'ชี้ปมบึ้ม!เชื่อฝีมือคนเกลียดพันธมาร แฉ!จ้างรายวันคนเร่ร่อนเฝ้าม็อบ

"เสธ.แดง" ไล่จวก สน.พันธมิตรฯ ระบุแกนนำเข้าขั้นโรคประสาท ชี้จ้างคนเร่ร่อน-เด็กเสิร์ฟร้านอาหารนอนเฝ้าม็อบ เตือน!ผู้ชุมนุมระวังตัว หวั่นมีเหตุรุนแรงจากการปลุกปั่นมวลชน ยันเหตุระเบิดเช้านี้ เชื่อฝีมือคนเกลียดชังพันธมาร

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ "สำนักข่าวประชาทรรศน์" กรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทำตัวเป็นนักเลงโดยใช้อาวุธไล่ทำร้ายผู้ที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งเรื่องนี้เห็นว่ากลุ่มคนในพันธมิตรโดยเฉพาะแกนนำและการ์ด มีอาการเป็นโรคประสาทกันไปหมดแล้ว หลังจากโดนยิงโดนถล่มเพราะความชั่วและการกระทำที่ไม่ถูกต้องของตัวเอง

"อยากจะบอกให้พี่น้องประชาชนทุกคนตาสว่าง ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯที่อยู่กันจนดึกดื่น ความจริงแล้วได้ว่าจ้างให้ผู้หญิงที่ทำงานในห้องอาหารมาร่วมชุมนุมด้วย ส่วนคนที่สูงวัยเป็นกลุ่มคนที่ทำมาหากินบริเวณสนามหลวง ด้านทหารและตำรวจเองก็เบื่อ สำหรับกลุ่มนักรบศรีวิชัยที่ขณะนี้มีความเก่งกล้า สามารถและเหิมเกริมได้ขนาดนี้ ต้องขอบคุณผู้บัญชาการทหารที่ส่งกำลังสารวัตรทหารมาคุ้มกัน แต่ไม่ทราบว่าจะส่งมาคุ้มกันนักรบเหล่าทำไม"

ส่วนกรณีที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพัธมิตรฯ เตรียมออกใบอนุญาตพกอาวุธให้กับการ์ด และมีแกนนำ พธม.แอบอ้างพื้นที่ชุมนุมเป็น สน.พันธมิตร ในเรื่องนี้ พล.ต.ขัตติยะ ระบุว่า กลุ่มพันธมิตรฯขณะนี้บ้าไปแล้ว โดยเฉพาะนายสุริยะใส คิดได้อย่างไรเอาอวัยวะส่วนไหนไปคิดแทนการใช้สมอง ตั้งแต่ 1. การขอใบอนุญาติพกพาอาวุธเพื่อให้คนในกลุ่มตัวเองก่อความเดือดร้อนให้กลับบ้านเมือง 2. การทำตัวเป็นมาเฟียรวมตัวรวมกลุ่มเป็นสร้างปัญหา ทะเลาะวิวาทกับคนนั้นคนนี้ 3.ด่าทอว่ากล่าวถึง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทฯ ในกรณีที่แสดงออกว่าต้องการให้เกิดความปรองดอง อยากถามว่าเป็นสิ่งที่ควรแล้วหรือไม่

"ขอให้ทุกคนที่มีฐานะเป็นลูกเป็นหลานมีพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ที่ร่วมชุมนุมอยู่ในกลุ่มพันธมิตรฯนั้น ให้พาตัวบุคคลเหล่านั้นกลับบ้านโดยด่วน เนื่องจากหลายฝ่ายเริ่มรู้สึกแล้วว่ากลุ่มพันธมิตรฯสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง รวมถึงอาจมีมาตราการขั้นรุนแรงเกิดขึ้น" พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

นอกจากนี้ พล.ต.ขัตติยะ ได้กล่าวถึงกรณีลอบระเบิดที่เวทีพันธมิตรฯนั้น ตนไม่คิดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่เชื่อว่าเป็นการกระทำของประชาชนที่เกลียดและไม่เห็นด้วยกับพันธมิตร ที่ถูกต้องพันธมิตรฯควรจะโดนหนักมากกว่าการปาหรือวางระเบิด แต่โชคดีที่ได้รับการคุ้มครองจากกองกำลังสารวัตรทหารที่ทางกองทัพส่งไปดูแล ซึ่งความจริงกองทัพควรจะถอนกำลังออกไปได้แล้ว เพราะผลจากการที่กองทัพคุ้มกันอยู่พันธมิตรฯจึงกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และปักหลักอยู่ยาว สร้างความเดือดร้อนอยู่เช่นนี้โดยที่ ทหาร ตำรวจ ไม่มีปัญญาทำสิ่งใดได้เลย


ทหารโอดเฝ้า'ม็อบมาร'ครอบครัวลำบาก

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณทำเนียบรัฐบาลเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 1,000 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาเนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามทหารนายหนึ่ง ที่อยู่ในกองพันทหารสารวัตรที่ 11 ซึ่งดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณสี่แยกมหานาค ได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า กลุ่มพันธมิตรฯยังไม่มีท่าทีชัดเจนในการเปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินในงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งทาง กลุ่มพันธมิตรฯ ควรเปิดเส้นทางให้เสด็จพระราชดำเนิน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเสด็จที่ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ จึงไม่ควรที่นำยางมาปิดกั้นทำให้ภาพออกมาดูไม่สวยงามและถวายการอารักขายาก

และเมื่อสอบถามถึงความรู้สึกที่ต้องมาดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับกล่มพันธมิตรฯนั้นเขายอมรับว่าไม่อยากมา แต่ต้องทำตามคำสั่ง ตอนนี้ครอบครัวลำบากมากเพราะไม่มีใครดูแล ซึ่งพันธมิตรฯอ้างว่าไม่ต้องการให้ตำรวจดูแล ขอให้ทหารมาดูแลแทน ตนมองว่าอีกไม่นานทหารก็จะเป็นจำเลยของสังคมว่าเข้าข้างกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยที่กลุ่มพันธมิตรฯปักหลักชุมนุมยืดเยื้อที่ทำเนียบรัฐบาลเพราะทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน และตนเองก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พันธมิตรฯได้ยินยอมเปิดเส้นทางบางส่วน จาก แยกจปร.จนถึงยูเอ็น เพื่อเปิดเส้นทางเสด็จ ซึ่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมายูเอ็นในวันพรุ่งนี้


ตร.ยันยังไม่รู้ตัวมือมืดบึ้มพธม.ที่สะพานอรทัย

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยพ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.นางเลิ้ง ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุระเบิดบริเวณสะพานอรทัยข้างทำเนียบรัฐบาล แยกเทวกรรม ถนนลูกหลวง แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต เมื่อเวลาประมาณ 01.45 น. ว่าตรงจุดที่เกิดเหตุมีทั้งทหารและการ์ดพันธมิตรฯอยู่ตรงนั้นด้วยแต่ทั้งหมดไม่เห็นว่าระเบิดมาจากทางด้านไหน

พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ ยังกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุพบเป็นหลุมกว้างประมาณ 20 เซนติเมตร คาดเป็นระเบิดเพราะมีสะเก็ดตกอยู่แต่ไม่ทราบว่าเป็นระเบิดชนิดไหน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่กลุ่มพันธมิตรฯสร้างสถานการณ์ขึ้นเอง พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตอบได้เพราะไม่มีหลักฐาน ส่วนกรณีที่การ์ดพันธมิตรฯพกอาวุธปืนนั้น พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ กล่าวว่า ตำรวจไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบเพราะเจ้าหน้าที่ดูแลได้เฉพาะรอบนอก

เมื่อถามว่า เป็นเพราะกลุ่มพันธมิตรฯตั้งรัฐอิสระขึ้นหรือไม่จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปในทำเนียบได้ พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ กล่าวว่า ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ต้องประสานกับกลุ่มพันธมิตรฯก่อน

ด้านพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีที่พันธมิตรฯยังไม่ให้ความชัดเจนในการเปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า ถึงแม้พันธมิตรฯจะเปิดเส้นทางดังกล่าวให้ ก็ยากที่จะถวายอารักขาความปลอดภัย และไม่มีความสง่างาม จึงคาดว่าน่าจะใช้เส้นทางเดิมที่เลี่ยงออกไป ทั้งนี้ พันธมิตรฯ ยังไม่มีท่าที่ที่จะเปิดถนนให้ โดยอ้างว่ารักษาความปลอดภัยได้ยาก



‘กุเทพ’ถามจริยธรรมปชป.จี้กกต.รื้อคดีทอดผ้าป่าหาทุนเลือกตั้ง

"กุเทพ" จวก ปชป.ซุ่มหาเงินบริจาคใช้เลือกตั้ง! ไม่รู้กาลเทศะ-เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น จี้ถาม กกต.รื้อคดีทอดผ้าป่าระดมทุนสู้เลือกตั้ง เชื่อพรรคมารได้รับแรงหนุนจาก "ม็อบโกเต๊ก"

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน (พปช.) ให้สัมภาษณ์ "สำนักข่าวประชาทรรศน์" กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ในเรื่องนี้ตนมองว่าประชาธิปัตย์ไม่ควรกล่าวถึงการจัดงานเพื่อนำเงินไปใช้ในการเลือกตั้ง เพราะเป็นการส่งสัญญาณและส่งผลให้เสียบรรยากาศทางการเมือง อีกทั้งยังเป็นการผิดกาลเทศะ

“หาก ปชป.จะจัดงานระดมทุน ก็ควรจะจัดเพื่อนำเงินไปใช้เพื่อเป็นการบริหารพรรค หรือจัดการพรรคจะดีกว่า หากจะมาจัดระดมทุนเพื่อการเลือกตั้งในตอนนี้ก็เป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะการที่พรรคได้จัดระดมทุนบ่อยครั้งก็ต้องมีเงินบริจาคมากกว่าพรรคการเมืองอื่น ฉะนั้นจะมาอ้างว่าพรรคตนไม่ได้รับเลือกตั้ง เป็นเพราะว่ามีเงินสนับสนุนน้อย ก็คงเป็นไปไม่ได้ และหากจะมีการซื้อเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นพรรคแรกที่น่าจับตามอง” นายกุเทพ ระบุ

ก่อนหน้านี้ พรรคประชาธิปปัตย์ได้เคยจัดกิจกรรมระดมทุน โดยจัดกิจกรรมเลียนแบบกิจกรรมทางศาสนาด้วยวิธีการทอดผ้าป่า ต่อเรื่องดังกล่าว ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า เป็นวิธีที่ไม่สมควรและเรื่องนี้เคยมีคนร้องเรียนไปที่คณะกรรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ก็ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง เรื่องก็เงียบหายไป ตนคิดว่าเมื่อมีคนท้วงติงเช่นนี้แล้วก็คงไม่กล้าใช้วิธีการเดิม แต่ถึงอย่างไรประชาธิปัตย์ก็ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย



'โบลิเวีย'เตรียมมอบเครื่องราชฯ'ทักษิณ'

ต่างชาติยังเห็นคุณค่า-ความดี'ทักษิณ' ล่าสุด'โบลิเวีย'เล็งมอบเครื่องราชฯจากผลงานบริหารประเทศชั้นหัวกระทิ พร้อมลงชื่อใบจองตัวให้นั่งที่ปรึกษาประเทศแก้ไขความยากจน

รายงานข่าวจากต่างประเทศแจ้งว่า สถานีวิทยุ ราดิโอ อิญิมานี (Radio Illimani) ซึ่งเป็นสถานีวิทยุของรัฐบาลโบลิเวีย รายงานว่า ประธานาธิบดี ฮวน เอโบ โมราเลส อัยมา หรือ นาย " เอโบ โมราเลส " วัย 49 ปี กำลังเตรียมพิจารณามอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นกรณีพิเศษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งถูกโค่นอำนาจโดยทหาร เมื่อปี 2006

ทั้งนี้รายงานข่าวระบุว่านายโมราเลส เตรียมมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ออร์เดอร์ ออฟ ซีมอน โบลีบาร์ (Order of Simon Bolivar) ในชั้น คอมแมนเดอร์ (Commander) เป็นกรณีพิเศษ

ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ในฐานะที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก ในการให้ความช่วยเหลือ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชนชั้นล่างในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่มีฐานะยากจน และมีหนี้สินท่วมท้นให้มีชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจนสามารถหลุดพ้นจากการครอบงำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้

โดยเตรียมเชิญให้ พ.ต.ท. ทักษิณ เดินทางมารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดังกล่าวที่จัตุรัส ปลาซา มูริโญ (Plaza Murillo ) ในกรุงลา ปาซ เมืองหลวงของประเทศ

อย่างไรก็ตาม นาย โมราเลส เตรียมทาบทามให้อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับโบลิเวีย หลังจากที่โบลิเวีย ยังคงได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และติดอันดับประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว (Heavily Indebted Poor Countries : HIPC) จากการจัดอันดับขององค์การสหประชาชาติ ทั้งๆ ที่ โบลิเวียได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปอเมริกาใต้ ทั้งนี้ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ออร์เดอร์ ออฟ ซีมอน โบลีบาร์ ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้แก่นายซีมอน โบลีบาร์ ชาวเวเนซุเอลา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น " บิดาแห่งการปลดปล่อย " ประเทศต่างๆในอเมริกาใต้ให้พ้นจากการปกครองอันกดขี่ของสเปน

‘นพดล’บอก‘ทักษิณ’สบายกาย-แต่ใจทุกข์

ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตน ยังพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากยังเคารพรัก และได้พูดถึงเรื่องการโฟนอินมาประเทศไทยด้วย แต่ไม่ทราบรายละเอียด เพียงแต่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงยุ่งกับการเป็นที่ปรึกษาให้กับประเทศต่างๆ ส่วนการขออภัยโทษนั้น ตนไม่ทราบ และขอให้ถามจาก นายพงศ์เทพ เทพกาญจนาโฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ

นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณสบายกายดี แต่ใจเป็นทุกข์ เนื่องจากทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองหลายอย่างแต่กลับถูกกระทำเช่นนี้

ด้านดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนกล่าวถึงกรณีที่ประเทศทางแถบแอฟริกาและอเมริกาใต้ 6 ประเทศ เชิญพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯรัฐมนตรีไทยไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนั้น ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนอยู่ในฐานะเลขาธิการอาเซียนไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

ต่อข้อถามว่า สถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นบนเวทีอาเซียนหรือไม่ ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องภายใน ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็น

จองตัว'ทักษิณ'นั่งที่ปรึกษา


วานนี้(3 พ.ย.)หนังสือพิมพ์ Le Progres หนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังของสาธารณรัฐแชด ( CHAD ) รายงานว่า ประธานาธิบดีอิดริสส์ เดบี วัย 56 ปี ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศของแชด หาช่องทางในการติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งกำลังพำนักอยู่ที่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายหลังจากได้รับฟังเทปบันทึกเสียงการ" โฟน อิน " ต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในประเทศไทย เมื่อวันเสาร์(1พ.ย.)ที่ผ่านมา ในเวอร์ชั่นภาษาฝรั่งเศส จากสำนักข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่ง

Le Progres ระบุว่า นาย เดบี เตรียมทาบทามให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษให้กับรัฐบาลแชด ซึ่งประเทศแชดยังคงติดอันดับเป็นหนึ่งประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ชาวแชด มีรายได้เฉลี่ยเพียง คนละ 733 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี เท่านั้น การทาบทาม พ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แก้ไขปัญหาการหดตัวของ ทะเลสาบแชด แหล่งน้ำสำคัญเพียงแหล่งเดียวของประเทศ ที่ประสบกับภาวะหดตัวอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยกินเนื้อที่ถึง 26,000 ตารางกิโลเมตร ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เหลือเพียง 1,350 ตารางกิโลเมตรในปัจจุบันซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และการชลประทานของประเทศมานาน

รายงานข่าว ระบุว่า ภายหลังที่ นาย เดบี ได้ฟังเทปโฟน อิน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเวอร์ชัน ภาษาฝรั่งเศสแล้ว ต้องการให้อดีตนายกฯของไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักบริหารมืออาชีพและเคยมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประเทศไทยมาก่อนเข้ามาช่วยแชด แก้ไขปัญหาการหดตัวของทะเลสาบแชดโดยเร็ว โดยได้เตรียมการจัดหาบ้านพักรับรองให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ในกรุง เอ็น ฌาเมนา เมืองหลวงของประเทศเอาไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม สถานีวิทยุ Radio Kara ของรัฐบาลโตโก รายงานว่า ประธานาธิบดี โฟเร จีนาสซิงเบ วัย 42 ปี มีแผนที่จะทาบทาม พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านงบประมาณของประเทศ หลังจากที่ โตโก ประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว โดยไม่สามารถชำระเงินคืน ให้กับ ธนาคารโลก และ IMF มานานกว่า 10 ปีแล้ว

ทั้งนี้ สาธารณรัฐโตโก (Togolese Republic)ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันตกของทวีปแอฟริกา มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับบูร์กินาฟาโซ ทิศใต้ติดกับอ่าวกินี มหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันออกติดกับเบนิน ทิศตะวันตกติดกับกานา ประเทศไทยและโตโกได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 โดยไทยเคยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลากอส สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย มีเขตอาณาครอบคลุมโตโกด้วย แต่ภายหลังจากปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลากอสเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ไทยยังไม่ได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตใดมีเขตอาณาครอบคลุมโตโก แต่ได้ให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีสเป็น contact point ส่วนโตโกยังมิได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแห่งใดมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างกันโดยทั่วไปราบรื่นและไม่มีปัญหาระหว่างกัน

อนึ่งก่อนหน้านี้‘เบอร์มิวดา’ ประเทศหมู่เกาะ ซึ่งมีเนื้อที่เพียง 53.3 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 66,163 คน แถบมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ซึ่งเป็นประเทศแรก โดยนายเอวาร์ท เฟรเดอริค บราวน์ จูเนียร์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความยินดี หาก พ.ต.ท.ทักษิณจะมาขอลี้ภัย เพราะรู้สึกเห็นใจ เพราะครอบครัวของตนก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน

จากนั้น รัฐบาลบาฮามาส กำลังพิจารณามอบสถานะการเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ภายหลังจากที่นายฮิวเบิร์ต อเล็กซานเดอร์ อิงแกรห์ม นายกรัฐมนตรีบาฮามาส ได้เรียกตัวแทนจากสำนักอัยการสูงสุดและกระทรวงกิจการกฎหมายเข้าพบ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการมอบพาสปอร์ตบาฮามาสให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว หลังจากคืนพาสปอร์ตทางการทูตให้กับทางการไทย

รวมทั้งสำนักงานที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ แอฟริกากลาง ก็เสนอให้มีการทาบทาม พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามารับตำแหน่งเป็นประธานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลแอฟริกากลางในการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งก่อนหน้านั้น นายฟรองซัวส์ โบซิเซ ประธานาธิบดี ได้สั่งให้มีการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่ออดีตนายกฯคนไทย เพราะนายโบซิเซเองก็เคยต้องหลบหนีไปอยู่ในฝรั่งเศส อยู่นานเกือบ 2 ปี จากปัญหาทางการเมืองเช่นเดียวกัน

บีบีซีเกาะติด

ด้านนายโจนาธาน ฮี้ด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ที่ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยรายงานกรณีการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากอังกฤษของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 1พ.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า แม้อดีตนายกฯ ทักษิณถูกโค่นล้มอำนาจโดยการใช้กำลังทางทหารที่ปราศจากการนองเลือดนานถึง 2 ปีแล้วก็ตาม แต่กลุ่มสนับสนุนที่มาจากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือยังคงให้ความสนใจอย่างเหนียวแน่น โดยมีกลุ่มประชาชนที่ชื่นชบอ พ.ต.ท.ทักษิณจำนวนมากต่างพากันร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงอดีตนายกฯ

นายโจนาธานกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า คู่อริทางการเมืองได้ทำลายประชาธิปไตยและนโยบายต่างๆ เพียงเพื่อต้องการให้เขาหมดอำนาจ แม้ว่าเขาจะต้องการกลับประเทศ แต่ยังทำเช่นนั้นไม่ได้ และยังคิดถึงทุกคนก็ตาม นอกจากนี้ยังมองว่า หากไม่สนับสนุนประชาธิปไตยและกำจัดเผด็จการ โอกาสที่ประเทศไทยจะสงบสุขคงเป็นไปได้ยาก

ผู้สื่อข่าวบีบีซีระบุว่า การรวมกลุ่มของผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณครั้งนี้ มีจำนวนที่มากกว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยครั้งไหนๆ และยังแสดงให้เห็นถึงการเตรียมการและจัดการที่ดีของกลุ่มสนับสนุนด้วย นอกจากนี้บีบีซียังอ้างการเปิดเผยของคณะจัดการชุมนุมเพื่อรับฟังเสียงสัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ ทักษิณว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในช่วงที่กำลังถูกกดดันจากกลุ่มพันธมิตรที่บุกยึดทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

นักวิชาการแนะทำงานให้คนทึ่งในความสามารถ

นายอัครเดช สีผึ้ง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น เปิดเผยว่า การยื่นขอพระราชทานภัยโทษของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นสามารถทำได้ ในฐานะของคนไทยคนหนึ่ง แต่สามารถทำได้เป็น 2 กรณี คือ 1.การขอพระราชทานอภัยโทษ 2. การนิรโทษกรรม

ทั้งนี้สำหรับการพระราชทานอภัยโทษนั้นขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่เพียงผู้เดียว ส่วนการนิรโทษกรรม สามารถทำได้ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถส่งตัวแทนมายื่นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรม แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินมายังรายการความจริงวันนี้ที่ผ่าน ได้มีการวิพาพากษ์วิจารณ์คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นการหมื่นศาลหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า เรื่องตีความได้ 2 แบบ คือถ้ามองว่าหมิ่นก็คือหมิ่น ถ้ามองว่าไม่หมิ่นก็คือไม่หมิ่น แต่เท่าที่ฟังคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ตนมองว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะหมิ่นศาล แต่จะเป็นการพูดในลักษณะน้อยใจมากกว่า

"หากตนเองเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ตนจะยังไม่ขอยื่นพระราชทานอภัยโทษในตอนนี้ เพราะหากยื่นขอพระราชอภัยโทษตอนนี้เชื่อว่าประเทศจะแตกแยกเป็นเสี่ยงๆอย่างแน่นอน ในส่วนตัวคิดว่าตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณควรจะอยู่ในต่างแดนสักประมาณ 2-3 ปี แล้วไปเป็นที่ปรึกษาให้กับประเทศที่ยากจน ที่อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณไปช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน เพื่อเป็นผลงานให้คนไทยได้ประจักษ์ว่า เขายังมีความสามารถในการบริหารประเทศ แล้วคนไทยจะไม่อยากได้คนเก่งมาบริหารประเทศหรือ แล้วหลังจากนั้นค่อยยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ" นายอัครเดช กล่าว

อย่างวไรก็ตาม นายอัครเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีต่างๆที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่คดีใดที่จะชนะอย่างแน่นอน ส่วนการจัดกิจกรรมของ นปช.ตนมองว่า เป็นอีกมุมหนึ่งที่จะปลุกกระแสมวลชนให้มีการตอบรับ พ.ต.ท.ทักษิณในทางบวกได้

ปชป.ร้อนพปช.ขอพระราชทานอภัยโทษ"ทักษิณ"

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวถึงกรณีทีส.ส.พปช.เตรียมขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังใช้พลังกลุ่มคนเสื้อแดงช่วยในการกลับประเทศ แต่หากจะกลับควรกลับมาสู้คดี เพราะมีหลายคดีที่พิพากษาให้พ.ต.ท.ทักษิณ จำคุก

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวไม่เห็นด้วยกรณีทีส.ส.พรรคพลังประชาชนจะรวบรวมรายชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ตนมองว่าไม่ควรออกกฎหมายเพื่อคนๆ เดียว ทั้งนี้ศาลได้ตัดสินคดีอดีตนายกรัฐมนตรีในพระปรมาภิไธย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปแล้ว การที่ส.ส.พปช.จะดำเนินการใด ๆ ต้องรู้อยู่แก่ใจว่าควรหรือไม่ ส่วนตัวไม่อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองและออกมาเคลื่อนไหว