WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 9, 2008

นายกฯเผยเตรียมเงินสำรองไว้ช่วยเกษตรกรหลังน้ำลดแล้ว

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่จ.อ่างทองว่า ขณะนี้ได้เตรียมเงินสำรองไว้ช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว โดยคาดว่า หลังน้ำลดอาจมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ

ส่วนกรณี อังกฤษยกเลิกวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และภรรยา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทำไมต้องไปสนใจกับเรื่องของคนเพียงคนเดียว พร้อมปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีการถอนพาสปอร์ตแดงของพ.ต.ท.ทักษิณ



'ณัฐวุฒิ'ขำกลิ้ง'เทพเทือก'ชู'มาร์ค'เทียบชั้น'โอบามา' ซัดถนัดแต่วิชาการเมืองสมัยโบราณ


'ณัฐวุฒิ'ออกโรงหยันปชป. ชี้การเป็นรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่การระดม ลั่นความพร้อมของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่เหมาะสม ขำ'เทพเทือก'ชู'อภิสิทธิ์'เทียบชั้น'โอบามา' จวกปชป.ถนัดแต่วิชาการเมืองแบบสมัยโบราณ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุนเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมประกาศจัดตั้งรัฐบาลที่ดีที่สุด ว่า การเป็นรัฐบาลของพรรคการเมืองคงไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการระดมทุน แต่อยู่ที่การระดมความศรัทธาจากพี่น้องประชาชน ระดมผลงานที่ผ่านมา และสร้างจุดยืนที่ชัดเจนในระบอบประชาธิปไตย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีปัจจัยที่จะนำไปสู่การเป็นรัฐบาลได้แค่ไหน เป็นเรื่องที่ประชาชนจะให้คำตอบ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าการแสดงความพร้อมของพรรคการเมืองถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม

ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่นั้น นายณัฐวุฒิ หัวเราะก่อนตอบว่า ก็ต้องดูว่าเหมือนจริงหรือไม่ ซึ่งในความเป็นคนหนุ่ม มีความรู้ และมีการศึกษาอาจจะเหมือนกัน แต่โอบามาแสดงให้คนสหรัฐอเมริกา เห็นว่าจะเป็นผู้นำที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลง แต่โอบามาร์ค ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถนัดกับวิชาการเมืองแบบเก่า

'เทพเทือก'ฝันหวาน'มาร์ค'นั่งนายกฯยก...เทียบ'โอบามา'

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในระหว่างการจัดงานระดมทุนพรรค เมื่อค่ำวันที่ 8 พ.ย.ว่า มั่นใจว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะมีโอกาศได้เป็นนายกรัฐมนตรีวัยหนุ่มของไทย คล้ายกับนายบารัค โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดงานระดมทุน ภายใต้ชื่องาน ครั้งนี้ “เชื่อมั่นประเทศไทย มั่นใจประชาธิปัตย์” พรรคประชาธิปัตย์สามารถระดมทุนเข้าพรรค ได้เกือบ 400 ล้านบาท


นายกฯย้ำจัดพระราชพิธีพระศพฯอย่างสมพระเกียรติ จี้ผบ.ตร.เร่งเจรจาพันธมารเปิดเส้นทางเสด็จฯ






'สมชาย'ออกรายการรัฐบาลของประชาชน แจงจัดงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ย้ำพร้อมจัดอย่างสมพระเกียรติ จี้'พัชรวาท'เร่งเจรจาพันธมารเปิดเส้นทางเสด็จฯ

วันนี้ (9 พ.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ รัฐบาลของประชาชน ถึงงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยระบุว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ได้แสดงความจงรักภักดี ถวายพระเกียรติ ร่วมอยู่ในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ

ส่วนในวันที่14 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศล แล้ว วันที่15 พ.ย. จะเป็นวันพระราชทานเพลิงพระศพ ก่อนเก็บพระอัฐิในวันที่16 พ.ย. ส่วนวันที่ 17 พ.ย. นั้น จะเป็นวันบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ และวันที่ 18 พ.ย. จะอันเชิญพระโกศพระอัฐิ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รวมทั้งวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในพระราชพิธีบรจจุพระสรีรังคาร

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ ร่วมไว้ทุกข์ตั้งแต่วันที่ 14 - 16 พ.ย. เพื่อถวายความอาลัยด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังออกรายการรัฐบาลของประชาชน นายสมชาย ยังให้สัมภาษณ์ ถึงการประสานกับทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้เปิดเส้นทางเสด็จฯ ว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่มีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เป็นประธาน และอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อย เพราะงานพระราชพิธีเป็นของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะร่วมถวายไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนเรื่องความแตกแยกทางความคิดนั้น นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนสามารถแตกแยกได้ แต่ตนอยากขอให้งานพระราชพิธีเสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยมาแตกแยกขัดแย้งกันทีหลัง

ปัดบินฟิลิปปินส์คุย'ทักษิณ'

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกเพิกถอนวีซ่า ว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลอังกฤษ จะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรไม่ได้

ส่วนเรื่องที่จะเดินทางไปเยือนประเทศฟิลิปปินส์ในสัปดาห์หน้านั้น นายกฯระบุว่า เป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้นานแล้ว ยืนยันไม่เกี่ยวกับเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งการไปยืนครั้งนี้ไปในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่อยู่ในประเทศอาเซียน 10 ประเทศ โดยได้ไปเยือนประเทศลาวเป็นครั้งแรก และฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่สองที่ต้องไป

ผู้สื่ข่าวถามว่า การเดินทางครั้งนี้คาดว่าจะได้พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าอดีตนายกฯจะลำบากเมื่อถูกถอนวีซ่า นายสมชายกล่าวว่า ให้ไปถามพ.ต.ท.ทักษิณเอง

ต่อข้อถามว่าการเดินทางไปฟิลิปปินส์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้สัญจรเมื่อวันที่ 1 พ.ย.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่เกี่ยวกับอะไรตรงนั้น ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ถอนพาสปอร์ตแดงอดีตนายกฯนั้น นายสมชาย ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์



ตำรวจเซ็ง'ม๊อบโกเต๊กซ์'ไม่ออกวีซ่าตรวจบึ้มทำเนียบ


ผกก. สน.ดุสิต ชี้ ระเบิดทำเนียบ ยังไม่คืบ เหตุ แก๊งมาร ไม่อนุญาตเข้าพื้นที่

จากเหตุการณ์ระเบิดภายในทำเนียบรัฐบาล บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ที่ชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. วานนี้ พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก. สน.ดุสิต เปิดเผยว่าทางตำรวจเพิ่งจะสามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ได้หลังจากได้เจรจา กับ ทางแกนนำของทางพันธมิตร มาตั้งแต่เกิดเหตุ ซึ่งทางแกนนำพธม.ไม่ ออกวีซ่าให้ทางตำรวจเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผกก.สน.ดุสิต ยังกล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใดเพราะเพิ่งสามารถเข้าไปในพื้นที่.

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากคน 2 สัญชาติ!!!


บทความ โดย ป้าพลอย

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากคน 2 สัญชาติ!!!



โดย : ป้าพลอย

วันเสาร์ที่ 8 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

วันนี้ขอเล่าเรื่องระหว่างคน 2 สัญชาติให้ฟัง การยกตัวอย่างเปรียบเทียบนี้ขอให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณ พิจารณาด้วยตนเอง เป็นเรื่องของชนเชื้อสายอิสราเอลกับชนเชื้อสายปาเลสไตน์ คนทั้งสองเชื้อชาตินี้เป็นศัตรูกันมาช้านาน คนเชื้อสายยิวอิสราเอลมีประวัติศาสตร์ให้เล่ามากมาย แต่วันนี้จะไม่ขอเอ่ย

ท้าวความเป็นมาของชาวยิวอิสราเอลสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จะเล่าเฉพาะที่มีปัญหากับชนชาวปาเลสไตน์เท่านั้น โดยที่แท้จริงแล้วทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ก็เหมือนพี่น้องกัน ชาวปาเลสไตน์ส่วนหนึ่งเข้ามาทำงานในกรุง Tel Aviv และเมืองอื่นๆเนื่องจากความเป็นอยู่ของชนชาวปาเลสไตน์ไม่ทัดเทียมชนชาวอิสราเอลและมีเงื่อนซับซ้อนสำหรับชนสองเชื้อชาตินี้

สาเหตุที่เห็นชัดๆในปัจจุบันคืออิสราเอลไปรังแกชนชาวปาเลสไตน์มากเกินไป ฝ่ายอิสราเอลผู้ถือหางคืออเมริกาและยุโรป ส่วนปาเลสไตน์ชาติในเครืออาหรับตะวันออกกลางที่มีศาสนาเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมก้มหัวให้กัน ปาเลสไตน์ฆ่าคนอิสราเอลตายหนึ่งคน อิสราเอลต้องเอาคืนฆ่าปาเลสไตน์ตายถึงสองคน เนื่องจากอาวุธของอิสราเอลมีมากกว่าและมีประสิทธิ์ภาพกว่าเนื่องจากผลิตเอง แต่ชนชาวปาเลสไตน์ก็ยังยอมสู้หัวชนฝาไม่ยอมถอยแม้จะสูญเสียเพื่อนๆพี่น้องชาวปาเลสไตน์ไปเท่าไหร่ก็ยังยืนยัดสู้ ไม่สู้ต่อหน้าก็ใช้วิธีระเบิดพลีชีพ แอบเข้าไปในอิสราเอลแล้วขึ้นไปนั่งบนรถบัสที่มีผู้โดยสารเต็มคันแล้วระเบิดตัวเองตายพร้อมทั้งคนอิสราเอลที่ไม่มีรู้เรื่องต้องพลอยเสียชีวิตไปด้วย ทำเพราะความแค้นและสะใจที่ถูกอิสราเอลข่มเหง

ชาวปาเลสไตน์มีแค่ก้อนหินไล่ปาทหารอิสราเอลที่บุกรุกข้ามเขตเข้ามาในเขตปาเลสไตน์ การถืออำนาจบาดใหญ่ของอิสราเอลไม่ใช่เพียงเท่านี้ คนอิสราเอลบางกลุ่มยังถือสิทธิ์ฮุบที่ดินของชาวปาเลสไตน์ เอารถแมคโครมาทุบบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ ไล่เจ้าของที่ทั้งๆไม่ใช่ในเขตอิสราเอลเลย มันเป็นของชาวปาเลสไตน์ดังที่ดูภาพและข่าวที่ออกมาจากโทรทัศน์ หลังจากพังบ้านชาวปาเลสไตน์หลายหลังแล้ว ชาวอิสราเอลกลุ่มนี้ก็ฮุบถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินปลูกบ้านตัวเองบนคราบน้ำตาของชาวปาเลสไตน์ที่ไม่มีบ้านอยู่

ความคลั่งแค้นที่สุมอยู่ในอกของชาวปาเลสไตน์ไม่เคยจาง จากความเห็นแก่ตัวของชนชาวอิสราเอลบางกลุ่ม ชนสองชาตินี้เกิดมาเหมือนแค่ให้มาฆ่ากันโดยตรง แต่ที่สูญเสียเป็นส่วนใหญ่คือชาวปาเลสไตน์เพราะอิสราเอลใช้ทั้งจรวดใช้ทั้งรถถังใช้ทั้งปืนใหญ่ยิงถล่มชาวปาเลสไตน์ เมืองทั้งเมืองย่อยยับมีแต่รูกระสุน เห็นแต่ซากบ้านเรือนถล่ม แต่โลกนี้ก็หาความยุติธรรมอะไรไม่ได้ คนที่ถูกข่มเหงจะไปกู่ร้องให้ใครช่วย อเมริกาก็ปิดหูปิดตาทำหูทวนลมเพราะอเมริกายืนข้างอิสราเอลแต่ก็ไม่ยืนอยู่กลางแจ้ง เหมือนเช่นลูกเมียหลวงและลูกเมียน้อยนี่คือความลำเอียงของอเมริกา

ชาวปาเลสไตน์หวานอมขมกลืนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ต้องสู้เพื่อความอยู่รอดของคนในเชื้อชาติปาเลสไตน์ การตั้งหน้าตั้งตาห้ำหั่นกันอย่างเดียวมันเป็นผลเสียทั้งสองฝ่าย การต่อสู้ที่อยู่บนคราบน้ำตาของคนที่สูญเสียคนในครอบครัวไม่มีฝ่ายใดคำนึงถึง คนอิสราเอลและคนปาเลสไตน์บางคนก็ไม่เห็นด้วยที่ใช้วิธีรุนแรงต่อกัน

การประนีประนอมเกิดขึ้นหลายครั้งโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกาและรัฐมนตรีบางประเทศในยุโรปเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะคนที่มาเป็นกลางก็ยังทำตัวไม่เป็นกลางร้อยเปอร์เซ็นต์ การเอียงกระเท่เร่ของคนเป็นกลาง ชาวปาเลสไตน์ไม่ยอมรับข้อเสนอ การที่อิสราเอลไปรังแกเขาทุกวิถีทางจู่ๆจะให้อโหสิกรรมเลิกร้างต่อกันง่ายๆใครจะยอม อย่างไรอิสราเอลต้องคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้ปาเลสไตน์ที่ได้ขโมยประเทศเขาไปครองรวมทั้งที่ดินของชาวบ้านและบ้านช่องของชาวปาเลสไตน์ที่ถูกทุบพังทลาย

ฉะนั้นในเมื่ออิสราเอลยังไม่อ่อนข้อให้ ปาเลสไตน์ก็ไม่มีทางอ่อนข้อต่ออิสราเอลเช่นกัน เกลือต้องจิ้มเกลือ ตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาแรงมาข้าก็แรงไป นี่คือสุภาษิตของชาวปาเลสไตน์ สู้เพื่อรักษาเชื้อชาติของตนเอง แม้จะสู้ด้วยก้อนหินเล็กๆขว้างปาทหารอิสราเอลเขาก็สู้ สู้จนตัวตายเพราะถูกทหารอิสราเอลยิงด้วยปืน

ฉะนั้นการข่มขี่ข่มเหงกันเป็นผลให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องฮึดสู้ สู้ให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมเสมือนเวลานี้ในประเทศไทย มันแบ่งออกเป็น2 ฝ่ายทั้งที่เป็นคนชนเชื้อชาติเดียวกัน ซ้ายก็ไทย ขวาก็ไทยการฮึดสู้ของประชาชนชาวเสื้อแดงคงไม่ผิดไปจากชาวปาเลสไตน์นัก เพราะการที่เป็นฝ่ายถูกรังแกฝ่ายเดียวจากคนที่มีอำนาจ ความอดทนของคนก็ย่อมถึงจุดระเบิด การสมานฉันท์มันไม่ได้ผลหากจะมาประนีประนอมกัน โดยทางฝ่ายถูกรังแกก็ยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้วใครเล่าจะยอม ชาวปาเลสไตน์รู้ทันเกมของคนคดโกง

ฉะนั้นคนไทยก็ไม่ได้โง่จะรู้ไม่ทันเกมของผู้มีอำนาจเช่นกัน ต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาแรงมาเราก็แรงไป เยี่ยงปาเลสไตน์ ถึงจะเรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่าถึงพริกถึงขิง การยอมให้เขาข่มขู่เราก็ต้องอยู่ใต้เท้าเขาไม่มีวันเป็นอิสระดังนั้นชาวปาเลสไตน์จึงต้องสู้ เพื่อไม่ให้อยู่ใต้เท้าของอิสราเอลฉันใดประชาชนเสื้อแดงของไทยก็ต้องสู้ฉันนั้น เรื่องราวที่เขียนขึ้นนี้เขียนมาจากที่ได้อ่านข่าวทางหนังพิมพ์รายวันและข่าวสื่อทางโทรทัศน์ จึงได้เอามารวบรวมเขียนเป็นบทความ แต่คนเขียนก็ยังไม่เจนจัดใช้คำสำนวนเช่นนักเขียนมืออาชีพหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดบกพร่องขอประทานอภัยด้วยคะ

ป้าพลอย

จาก thaifreenews

Saturday, November 8, 2008

hi5‘youngนปช.’ต่อต้านเผด็จการ


* แลกเปลี่ยนความเห็น-ไม่เอาพันธมิตร

ท่ามกลางความวุ่นวายในบ้านเมืองที่กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาสร้างความปั่นป่วน ให้ร้ายรัฐบาล แบ่งแยกคนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย และมีความพยายามเสนอรูปแบบการเมืองใหม่โดยมุ่งล้มล้างประชาธิปไตย และยังเชื้อเชิญให้ทหารออกมาทำการปฏิวัติรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง นั้น

ได้เกิดกระแสการต่อต้านอย่างชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร ต้านรัฐประหาร” เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่มีประชาชนมารวมตัวกันโดยไม่มีการกะเกณฑ์เป็นจำนวนนับแสนคน เพื่อร่วมกันแสดงพลังประชาธิปไตย ทั้งยังมีสัญญาต่อกันว่าหากมีการยึดอำนาจอีกครั้ง ทุกคนจะพร้อมใจรวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง

ขณะเดียวกันก็ได้เกิดกลุ่มเยาวชนนปช. ที่มีความคิดอ่านทางการเมือง หรือที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม young UDD (United Front of Democracy against Dictatorship) ขึ้นมา และกลุ่มดังกล่าวได้มีการเปิดบล็อกของตัวเองบน hi5 เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของกลุ่มคนที่รักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ และต่อต่านการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ

โดยในการเข้าไปยังบล็อกดังกล่าวสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก hi5 แล้ว ให้เข้าไป Search (ค้นหา) คำว่า UDD hi5 นปช United Front of Democracy against Dictatorship ก็จะพบกับหน้า Profile และให้เข้าไปคลิก “เพิ่มเป็นเพื่อน” เพื่อสื่อสารกันได้ทั้ง 2 ทาง โดยจะสามารถไปอ่านความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก และโพสต์ข้อความแลกเปลี่ยนกันได้

ขณะเดียวกันก็จะพบกับข้อความและรูปภาพที่ผู้จัดนำบล็อกนำเสนอเอาไว้มากมาย
ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกและต้องการเข้าไปเพื่ออ่านข้อความหรือดูหน้าบล็อกเพียงอย่างเดียว ก็สามารถเข้าผ่านเว็บไซต์
http://hi5udd.hi5.com

สำหรับข้อมูลและรูปภาพที่ปรากฏบนบล็อกดังกล่าวในขณะนี้มีทั้ง ภาพกิจกรรมของคนเสื้อแดง ทั้งที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่เมืองทองธานี และกิจกรรมที่เวทีท้องสนามหลวง มีบทความที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านรัฐประหาร มี CHAT ROOM สำหรับ hi5 นปช. Anti young PAD และยังมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้พบว่าบล็อกดังกล่าวถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2551 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปีการรัฐประหาร โดยพบว่าในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ มีผู้ลงทะเบียนเข้าเป็นเพื่อนถึง 2,084 คน และมีการโพสต์ความคิดเห็นเอาไว้ 1,871 ข้อความ โดยจำนวนเพื่อและข้อความมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังมีประกาศจาก hi5นปช ระบุว่า “hi5นปช นี้จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มคนรักนปช. โดย hi5นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับแกนนำกลุ่มนปช.ทุกท่านทั้งสิ้น ดังนั้นทางเราจะไม่ขอยุติบทบาท ทาง hi5นปช ลง จนกว่าคำสั่งแกนนำกลุ่ม นปช.จะประกาศให้เราปิดอย่างเป็นทางการ

ทางเราทีมงาน hi5นปช ขอให้ทุกๆ ท่าน ใช้วาจาที่สุภาพเหมาะสม ไม่ใช้คำหยาบคายและห้ามใช้วาจาดูหมิ่นพระบรมราชวงศ์ ในการคอมเมนท์ ฝากข้อความใน hi5นปช นี้ แต่ถ้าท่านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ทางเราทีมงาน hi5นปช จะไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ต่อสิ่งที่พวกคุณได้กระทำทั้งสิ้น”

ขณะเดียวกันการโพสต์ข้อความส่วนใหญ่ก็เป็นไปในแนวทางให้กำลังใจกันและกันในหมู่คนเสื้อแดง รวมทั้งบอกเล่าข่าวสารบ้านเมืองในแต่ละวัน อาทิตย์

“ได้ข่าวว่าพันธมิตรฯ มันจะดาวกระจายอีกแระ เพื่อไม่ให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะหลอกพวกสาวกไปตายอีกแล้ว เซงจริงๆ ทำอะไรไม่นึกถึงประเทศชาติเลย พันธมารเอ๊ยมากู้ชาติ หรือทำลายชาติวะ”

“หวัดดี เพื่อนร่วมอุดมการณ์ วันนี้ได้เข้าไปอ่านเจอข่าว นายกสมัคร เดินทางถึงต่างประเทศเพื่อรักษาอาการป่วย ได้มีพวก... ซึ่งอ้างตัวเป็นปัญญาชนแต่โดน ลิ้ม สนตะพาย ชูป้าย ขับไล่และ แช่ง ท่านนายกสมัคร พร้อม ภรรยา ขณะกำลังรอรับกระเป๋าเดินทาง การกระทำนี้เป็นที่อับอายต่อสายตาของคนต่างประเทศ นี่หรือ ที่เรียกตัวเอง ว่าพวกปัญญาชน ขาดมนุษยธรรม คนเค้าเดินทางไปรักษาตัว รู้สึกหดหู่และก็เพิ่มความเกลียดแค้นเข้าไส้เลยคะ”

“แวะมาทักทายคร้าบบบ วันที่1นี่สุดยอดเจงๆ เลย ขนลุกเลยอ่า อยากจาร้องไห้ ฮื่อๆๆๆๆๆๆๆๆปรื้มจายจาง”
ทางด้านนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนเคยได้ยินมาบ้างว่ามีการจัดทำ hi5 Young นปช ขึ้นมาแต่ยังไม่เคยเปิดดูเนื้อหาเลย ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเยาวชนที่มีแนวความคิดที่ต้องการรักษาประชาธิปไตย จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ และรวบรวมพรรคพวกที่มีอุดมการณ์เดียวกันเพื่อให้เกิดพลังในการต่อสู้กับเผด็จการ

เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษากลุ่มเดียวกับที่เจอในการปราศรัยที่สนามหลวง หรืองานกิจกรรมหลาย ๆ ครั้ง และเกิดแนวคิดที่จะใช้มาร่วมตัวกันเพื่อต้องการแสดงออกถึงความรักในประชาธิปไตย ซึ่งตนอยากชื่นชมว่าเป็นความคิดที่น่านับถือ ที่เยาวชนเริ่มมีจิตสำนึกของความเป็นประชาธิปไตยและต้องการจะรักษาเอาไว้


ประชาธิปัตย์พรรคการเมืองของชนชั้นสูง (คอลัมน์ : มุมแห่งความจริง)


คอลัมน์ : มุมแห่งความจริง
ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์

“คำถามของผมก็คือ คุณทักษิณเป็นชนกลุ่มไหนถึงไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ในเมื่อทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ มีแต่คุณทักษิณคนเดียวที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้ การดึงเอาศาลมาสู่ความขัดแย้งก็จะทำให้บ้านเมืองไม่สงบ ประชาชนก็จะเบื่อหน่ายการเมืองมากขึ้น ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจก็รุมเร้าอยู่ตลอดเวลา” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์รายวัน ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2551
จากคำให้สัมภาษณ์ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถแบ่งข้อกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประเด็นย่อยได้ดังนี้
1.คุณทักษิณเป็นคนกลุ่มไหน
2.คุณทักษิณไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย
3.คนไทยทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ
4.คุณทักษิณคนเดียวที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้
5.คุณทักษิณพยายามดึงเอาศาลมาสู่ความขัดแย้ง
6.คุณทักษิณทำให้บ้านเมืองไม่สงบ
7.ประเทศไทยกำลังถูกปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า
ถ้าวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาในการตั้งคำถามของนายอภิสิทธิ์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถือว่าเป็นการตั้งคำถามที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ไร้วุฒิภาวะอย่างยิ่ง เพราะ
1.คำถามแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้พาดพิงถึงคนพรรคประชาธิปัตย์แม้แต่คนเดียวในการเขียนจดหมายเปิดผนึกในครั้งนี้
แต่พลพรรคประชาธิปัตย์ กลับเจ็บเนื้อร้อนใจแทน เพราะที่ผ่านมา คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ ทำตัวเป็นนักการเมืองที่เกาะคนชั้นสูงตลอดมา
พรรคประชาธิปัตย์มักกล่าวหาคนรากหญ้าอย่างสาดเสียเทเสีย จนคนทั้งหลายเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองของคนชั้นสูง ไปแล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยกล่าวหา นายจักรภพ เพ็ญแข ว่า ได้รับการอุปถัมภ์จากไพร่ และเป็นพวกไพร่สามานย์
ทั้งๆ ที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ มีตัวแทนที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากชนบทเป็นส่วนมาก
แต่ พรรคประชาธิปัตย์มักจะดูถูกเหยียดหยามคนยากคนจน คนรากหญ้า ตลอดเวลา
พรรคประชาธิปัตย์มักจะกล่าวหาว่า คนรากหญ้าขายสิทธิและขายเสียง เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนชั้นกลางที่ทำมาหากินจนประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต
แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับ มุ่งมั่นเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งทุ่มเทการพัฒนาทุกอย่างเพื่อทำสงครามกับความยากจน
คนเราจะเป็นคนกลุ่มไหนไม่สำคัญ ความจริงคือว่า คนทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหน ถ้าได้รับโอกาสและเข้าถึงแหล่งทุน ย่อมมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง ได้ทั้งนั้น
2.การที่คุณอภิสิทธิ์ กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย เป็นสิ่งที่มีอคติอย่างยิ่งยวด เพราะวันนี้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ต้องระเหเร่ร่อนไปอยู่ต่างประเทศ เพราะถูกการเมืองเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ที่ครั้งหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยกล่าวหารัฐบาลทักษิณ การที่อดีตผู้นำประเทศที่มีคนไทยรักมากที่สุดคนหนึ่ง และเป็นนักการเมืองที่ทั่วโลกยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง ถูกกลั่นแกล้งจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่ จะถือว่าไม่อยู่ภายใต้กฎหมายไทยได้อย่างไร
ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่เหนือกฎหมายจริงดังที่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูด ทำไมต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง ตั้งแต่อายุ 21 ต้องไปเกณฑ์ทหาร เป็นตำรวจ ลาออกจากตำรวจไปเป็นนักธุรกิจ ต้องวิ่งแลกเช็ค ถูกดำเนินคดีสารพัด ที่ผ่านมาในชีวิต
แม้เมื่อเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีถูกโค่นล้มโดยคณะปฏิวัติรัฐประหาร และผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ เลย แทบจะเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำไป
3.คนไทยทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ คำถามมีว่า คุณอภิสิทธิ์ยอมรับไหมว่า รัฐธรรมนูญ 2550 เขียนมาเพื่อพรรคประชาธิปัตย์ กฎหมายไทยในปัจจุบันบังคับใช้ได้กับคนทุกกลุ่ม แต่ไม่ใช่กับพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งแกนนำส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์
แม้พวกตนกำลังทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง โดยการยึดสถานที่ราชการ อันเป็นสมบัติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็ไม่ได้รับโทษอะไรเลย
พวกพันธมิตรฯ สังหาร นายณรงศักดิ์ กรอบไธสง และทำร้ายประชาชนที่ไม่เห็นด้วยอีกจำนวนมาก ก็ยังไม่ได้รับโทษ แล้วคุณอภิสิทธิ์จะว่าอย่างไร
กรณีการแจกเงิน 1.3 ล้านบาท ของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่เพชรบูรณ์ ทำไมได้แค่ใบเหลือง
กรณีของรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายวิฑูรย์ นามบุตร ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทำไมถึงไม่รีบเร่งพิจารณาจนถึงบัดนี้
ทำไมการพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ ตุลาการรัฐธรรมนูญจึงแก้ข้อกล่าวหาให้ คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และลูกน้องจนหมดสิ้น จนประชาธิปัตย์พ้นผิดอย่างหน้าตาเฉย
4.การที่คุณอภิสิทธิ์กล่าวหาว่า กฎหมายทำอะไร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ น่าจะไม่เป็นเรื่องจริง
ถ้ามิเช่นนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องหอบครอบครัวหนีไปอยู่ต่างประเทศ
ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีอภิสิทธิ์จริง ทำไมต้องหนีไปพึ่งพาประเทศอังกฤษ ที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง
5.การที่กล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พยายามดึงศาลลงมาสู่ความขัดแย้ง นายอภิสิทธิ์ต้องไปถาม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มบุคคลที่ใช้อำนาจตุลาการ ที่กลายมาเป็นตุลาการภิวัตน์ในปัจจุบัน
ถ้าไม่เกิดตุลาการภิวัตน์ คงไม่มีใครที่จะสามารถก้าวล่วงอำนาจศาลได้ เพราะไม่มีใครที่จะไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล โดยเฉพาะในคดีความอาญา และแพ่งทั้งหลาย
แต่ที่ยังมีคนเคลือบแคลงสงสัย เพราะคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นคดีเกี่ยวกับการเมือง ที่มีธงจากคณะปฏิวัติรัฐประหาร และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามปักตั้งไว้แล้ว ต่างหาก
ถ้าคุณอภิสิทธิ์ยอมรับความจริงตรงนี้ ก็จะทำให้คุณอภิสิทธิ์รักษาความเป็นลูกผู้ชายไว้ได้อย่างสง่าผ่าเผยทีเดียว
6.การที่กล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ ถือว่าเป็นการกล่าวหาที่ไร้วุฒิภาวะอย่างยิ่งยวด เพราะวันนี้ต้องบอกว่า พวกที่แสดงความคิดเห็นและพยายามนำความคิดเห็นของตนเองครอบงำสังคมไทย คือพวกพรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายทั้งสิ้น
ถ้าวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์หยุดให้สัมภาษณ์สื่อสัก 1 วัน ประเทศไทยจะสงบสุข และประชาชนจะพบกับสันติอย่างแท้จริง
พวกที่กำลังทำให้บ้านเมืองสับสนวุ่นวายอยู่ในขณะนี้คือ พวกที่ไม่ยอมรับการตัดสินใจของปวงชนชาวไทยต่างหาก เพราะต้องการขึ้นสู่อำนาจทางลัด โดยไม่ต้องมีคู่แข่งขันทางการเมือง
7.ถ้าคุณอภิสิทธิ์ต้องการให้ประเทศก้าวพ้นจากการรุมเร้าทางเศรษฐกิจจริง
ขอเพียงพรรคประชาธิปัตย์หยุดเล่นเกมทางการเมือง แล้วหันมาดำเนินงานทางการเมืองในกติกาเท่านั้น
การลงทุนของต่างชาติ และธุรกิจการท่องเที่ยวก็จะฟื้นตัวกลับคืนมา ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นทันตาเห็นทีเดียว
แต่ถ้าประชาธิปัตย์ยังหวังเพียงชัยชนะอย่างเดียวบนซากปรักหักพัง ที่จะต้องได้มาบนเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกัน
อย่าว่าแต่เศรษฐกิจเลย ประเทศไทยทั้งประเทศจะพังทลายลงไปในที่สุด!!!

ศิลปะการพูด วิธีการเอาชนะใจคน (6)


คอลัมน์ : บ้านเลขที่ 111
ดร.อดิศร เพียงเกษ

การรณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป เป็นงานที่เหนื่อยมากงานหนึ่ง เพราะผู้พูดจะต้องไปตามเวลาที่เขากำหนดไว้ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรค การพักผ่อนแทบจะไม่ได้พักผ่อน อาศัยงีบหลับตอนนั่งรถสิบนาที สามสิบนาที หรือสักชั่วโมงก็ยังดี
ยานพาหนะ หรือเรื่องรถยนต์ ต้องใช้รถที่ดี มีคนขับที่ไว้ใจได้ ไม่งีบหลับไปพร้อมหัวหน้าพรรคเป็นพอ ยานพาหนะ จะใช้กี่คัน จากจุดนี้ไปยังอีกจุดหนึ่ง จะใช้รถคันไหน ต้องเตรียมให้พร้อม
มีครั้งหนึ่ง ต้องปราศรัยเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม คุณสุชาติ โชคชัยวัฒนาการ ผู้สมัคร ต้องเตรียมระดมคนมาฟังปราศรัยให้เต็มอัตราศึก แต่ในช่วงนั้นชื่อเสียงของหัวหน้าพรรคคือ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ประชาชนนิยมชมชอบมาก แม้จะเช้าสักเพียงไหน อากาศจะหนาวเย็นอย่างไร ประชาชนเขารักและศรัทธาเขาก็พากันหลั่งไหลมาฟังปราศรัยอย่างแน่นขนัด เป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ

ผมถูกวางตัวให้เป็นผู้ปราศรัยก่อนหัวหน้าพรรคจะมา เป็นการปราศรัยปูพื้นเรื่องการเมืองทุกอย่าง เรื่องนโยบายพรรค เท่ากับเป็นการปราศรัยเพื่อรวมพล เตรียมความพร้อมทุกเรื่องให้แก่หัวหน้าพรรค ประชาชนเริ่มมีอารมณ์ร่วมในการปราศรัยจากการปูพื้นของผม ท่านหัวหน้าพรรคไม่ต้องออกแรงมาก เพียงทักทาย ส่งรอยยิ้มและปราศรัยเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อย ก็เป็นการปราศรัยที่จัดได้ว่าดีแล้ว แต่บางครั้ง หัวหน้าพรรคก็ติดลมเหมือนกัน เห็นคนมาฟังการปราศรัยมาก ใจคงคึก เลยพูดยาวไปก็มีบ่อยครั้ง
การจัดล็อก จัดคิวกัน ในการปราศรัยใหญ่ประสานกันในแต่ละจังหวัดจึงมีความสำคัญ คนจัดคิวเขาต้องเอาคิวของหัวหน้าว่างเป็นหลัก เมื่อได้คิวแล้วก็จะแบ่งกันว่าจังหวัดไหนจะได้กี่จุดบ้าง คนเป็นหัวหน้าพรรค ผมเห็นใจมาก เพราะต้องแข็งแกร่ง ไม่มีสิทธิ์ป่วย ประเภทห้ามป่วยไปเลย เป็นไข้หวัดไม่ว่าหวัดเล็กหรือหวัดใหญ่จะต้องหาย มียาฉีดยากินอะไร ต้องรักษาให้หาย
คนที่มาจากการเลือกตั้ง จึงเหน็ดเหนื่อยมาก กว่าจะได้ ส.ส.แต่ละคน เลือดตาแทบกระเด็น ไม่เหมือนคนที่อยากได้อำนาจ แต่ไม่ยอมลงเลือกตั้ง เอารถถังซึ่งเป็นทรัพย์สินของราษฎร มาทำการยึดอำนาจ ทำการรัฐประหาร พวกเผด็จการเหล่านี้ จะไม่มีวันเข้าใจว่า การเลือกตั้งคืออะไร เพราะเขาไม่เคยคิดที่จะเลือกตั้ง มิหนำซ้ำยังดูแคลนคนที่มาจากการเลือกตั้งว่า เป็นพวกซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งพวกเขาจะนำมาเป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจของพวกเขาต่อไป

ศิลปะในการพูด จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ ในรายละเอียดต่างๆ มากมาย ข้อสำคัญอยู่ที่ตัวของเราเอง
“อตฺตาหิ อตฺโน นาโถ” ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

การพูด ข้อสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวของเราเอง เราต้องมีความพร้อม เตรียมตัวมาให้ดี การรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลอื่น เป็นเรื่องรอง คำแนะนำจากบุคคลอื่น เรารับฟัง และต้องรับฟังอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อรับฟังมาแล้ว ต้องแยกแยะว่า จะรับมาได้หรือไม่ การพูด เป็นการเปล่งเสียงจากตัวเราเอง ไม่ใช่ไปยืมเสียงจากใครเอามาพูด ปากของเรา เราต้องบงการ บังคับบัญชาให้ได้
“การเตรียมตัวมาดี มีข้อมูล เพิ่มพูนประสบการณ์ ประมาณการผู้ฟัง รู้ภูมิหลังในเรื่องที่พูด ไม่สะดุดอยู่กับเรื่องไร้สาระ กะเวลาในการพูดอย่ายืดยาว รู้ข่าวสารบ้านเมือง ประเทืองปัญญาด้วยการอ่าน สืบสานวัฒนธรรมประเพณี สามัคคีกับทุกคน มวลชนสนับสนุน ค้ำจุนพรรคพวก สะดวกด้วยเงินตรา วาจาประกาศิต ลิขิตเขียนหัวข้อ ประมวลย่อได้ใจความ พยายามและพยายาม ติดตามรู้ติดตามงาน พูดจาฉะฉานน้ำเสียงดี ทุกอย่างเข้าที ความสำเร็จย่อมมี บันดาลใจ...”

การพูด ก่อนจะได้รับตำแหน่ง และหลังจากการได้รับตำแหน่งแล้ว ย่อมไม่เหมือนกัน ก่อนได้รับตำแหน่งเราไปแข่งขัน จนมีคนมาเลือกเรา และเราได้รับชัยชนะ ก่อนได้รับชัยชนะก็ยากเย็นแสนเข็ญอยู่แล้วกว่าจะผ่านพ้นด่านประชาชนมาได้ เลือดตาแทบกระเด็น
ฉลองชัยชนะอยู่ไม่นาน ชื่นชมยินดีกันไม่นาน คราวนี้ท่านต้องมารับผิดชอบในงานที่ท่านอาสาประชาชนมาทำ ท่านจะทำอย่างไรเมื่อท่านได้รับชัยชนะแล้ว
เมื่อท่านได้เป็น “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด” แล้ว ได้เป็น “นายกองค์การบริหารส่วนตำบล” แล้ว ได้เป็น “สมาชิกเทศบาล” แล้ว ได้เป็น “สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล” แล้ว เมื่อท่านได้เป็น “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” แล้ว ท่านจะทำอย่างไร ท่านจะ “พูด” อย่างไร กับเพื่อนร่วมงาน “ใหม่” และ “เก่า” ของท่าน และ/หรือ ท่านจะพูดจาในสภาผู้แทนฯ อย่างไร

กล่าวเฉพาะการมาดำรงตำแหน่งเป็นฝ่ายบริหาร ไม่ว่าจะเป็น นายก อบต. นายกอบจ. นายกเทศมนตรี นายกเหล่านี้เป็นการเลือกโดยตรงจากประชาชน ภายในระยะเวลา 4 ปี ที่ดำรงตำแหน่งหากไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการผิดพลาด ไม่มีใครเอาท่านออกจากตำแหน่งได้ เว้นแต่จะสะดุดขาตัวเอง ไปกระทำผิดคิดทุจริตมิชอบ ประมูลรับเหมา โดยไม่คำนึงตัวบทกฎหมาย ที่ทุกวันนี้มักเรียกว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน” (conflict of interest) ดีไม่ดี อาจจะติดคุกติดตะรางเป็นรางวัลชีวิต ก็อาจเป็นได้
การได้อำนาจรัฐ มีคนบอกว่า เป็นเรื่องที่ยาก แต่การบริหารงานรัฐนั้น กลับเป็นเรื่องที่ยากมากกว่า
เช่นเดียวกัน การได้ตำแหน่งนายก อบจ. นายก อบต. นายกเทศมนตรี เป็นเรื่องที่ยากมาก กว่าจะได้รับชัยชนะ ต้องผ่านคมหอกคมดาบ ผ่านการต่อสู้กันมาอย่างโชกโชน แต่การที่จะบริหารงานในตำแหน่งหน้าที่ กลับเป็นงานที่ยากยิ่ง มากกว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งเสียอีก

สมัยหาเสียงเราเป็นผู้ขอคะแนนจากประชาชน พูดจาให้คนมาลงคะแนนให้แก่เรา พอได้รับชัยชนะแล้ว เรากลายเป็นคนสองฐานะ ฐานะหนึ่งคือเป็นตัวแทนของเขา มาทำหน้าที่เป็น นายก อบต. แต่อีกหน้าที่หนึ่ง ต้องเป็นผู้บังคับบัญชาของบรรดาพนักงาน เจ้าหน้าที่ บรรดาข้าราชการ ลูกจ้าง ในองค์การบริหารที่ท่านเข้าไปดำรงตำแหน่งอีกด้วย
ความรู้ความสามารถของท่าน จะต้องแสดงให้ปรากฏ
จะบริหารตน บริหารคน และจะบริหารงาน อย่างไร เป็นงานท้าทายท่านอย่างยิ่ง
จะพูดจากับ “ตนเอง” อย่างไร เพราะต่อไปนี้ ตัวเองมีตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรนี้แล้ว จะจัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอง กับครอบครัว ญาติพี่น้องอย่างไร จะให้สามีหรือภริยา และญาติๆ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของเราหรือไม่ ความสัมพันธ์ตรงนี้ สำคัญ เพราะตามสังคมชนบทการไปมาหาสู่กัน ความสัมพันธ์กัน อาจจะมาติดต่อกับท่านนายก ที่บ้านบ้าง ไปหาที่ทำงานบ้าง แล้วแต่ความสะดวกของประชาชน เขาคิดจะไปหาที่ไหนเขาก็ไป มาหาที่ทำงานคงไม่ลำบากนัก เพราะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิคมประชาสัมพันธ์ คอยให้การต้อนรับขับสู้อยู่ แต่ไปหาที่บ้านนี่สิ หากไม่ให้สามี ภริยา และญาติพี่น้องมายุ่งเกี่ยวเลยใครจะเป็นผู้ต้อนรับประชาชน อย่างไรเสีย สามี ภริยา ญาติพี่น้อง คงต้องเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ตามสถานะ และโอกาสตามประเพณีไทย “แขกไป ไทยมา ต้องต้อนรับ” หน้าบ้าน มักจะเห็นป้ายคำว่า “ยินดีต้อนรับ” อยู่หน้าบ้านเสมอ เพื่อชี้ถึงความจริงใจ ที่จะต้อนรับ ที่จะรับใช้ชาวบ้าน มีอยู่ตลอดเวลา (มีคนมักจะพูดเล่นๆ ว่ามีบางคนได้รับการเลือกตั้งแล้ว หน้าบ้าน เปลี่ยนป้ายเป็นว่า “ระวังหมาดุ” ถ้าเป็นเช่นนี้จริง การเลือกตั้งคราวหน้า มีหวังสอบตกล้านเปอร์เซ็นต์) การบริหารตน เป็นเรื่องสำคัญ เพราะตนเองมีสองฐานะ ทั้งเป็นตัวแทน และเป็นผู้บริหาร ตื่นนอนแต่เช้าไปทำงาน ไปประชุมตรงเวลาหรือไม่ ต้องปรับปรุงตัว เพราะขณะนี้คุณคือ “ผู้นำ” ขององค์กรแล้ว ไม่ใช่ไปกินเหล้าเมายาเหมือนเดิม หามรุ่งหามค่ำเช่นเดิม นิสัยอย่างนั้นต้องลด ละ และเลิกเสีย ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อการเป็นผู้นำของท่านเอง

คุ้มครองชั่วคราว (คอลัมน์ : คัดท้าย)(ฉ.92)


โดย : พิธาน คลี่ขจาย

ตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรพันธมารยึดสะพานมัฆวานฯ และทำเนียบรัฐบาล ตั้งเป็นอาณาจักรใหม่ซ้อนกับราชอาณาจักรไทย โดยใช้สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีเป็นกระบอกเสียงในการปลุกระดมให้ประชาชนที่หลงเชื่อกับการปลุกระดมเดินทางมาชุมนุม และเป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายป้ายสีทุกคนที่แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อยาวนาน เพราะข้อเรียกร้องไม่ชัดเจน มีเป้าหมายแสวงหาผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องเท่านั้น ไร้อุดมการณ์ประชาธิปไตย
เมื่อประชาชนจับได้ไล่ทันว่า มีการแอบอ้างคำว่า “ประชาธิปไตย” มาต่อท้ายชื่อของกลุ่ม ทั้งที่ความจริงแล้วโหยหาเผด็จการ เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้วและได้รับประโยชน์กันถ้วนหน้า จึงได้คิดมุกใหม่เพื่อหลอกให้ประชาชนหลงเชื่อ จึงจินตนาการระบอบการเมืองขึ้นมาใหม่ เรียกชื่อให้ดูกิ๊บเก๋ เพื่อจะได้เป่านกหวีดเรียกคนให้มาร่วมชุมนุม จะได้เป็นข้ออ้างในการขอรับบริจาคจากคนที่เสียผลประโยชน์จากการที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล
รวมทั้งคนที่จำใจบริจาค ซึ่งว่ากันว่ามีตัวเลขมากกว่าคนที่อยากบริจาค เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงสัญลักษณ์บอกใบ้ให้ทราบกันแล้ว กรณีที่มีการทำนาในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคนไทยรู้กันดีว่าก่อนจะหว่านข้าวในนานั้น ชาวนาจะต้องทำอะไรเป็นอันดับแรกคือ ไถนา
นอกจากนั้นได้มีการโฆษณาว่าผู้ที่ชุมนุมอยู่ในทำเนียบรัฐบาล สะดวกสบายในเรื่องของการซักเสื้อผ้า เพราะได้นำเครื่องซักผ้ามาบริการจำนวนมาก
นี่ก็เป็นสัญลักษณ์บอกใบ้ให้ทราบทั่วกันว่า หลังจากผ้าแห้งแล้ว ก่อนจะนำมาสวมใส่ต้องนำไป “รีด”
ทั้งไถนาและรีดผ้า เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนที่ทำให้มีผู้บริจาคเงินให้กับกลุ่มพันธมิตรพันธมารด้วยความจำใจ เพื่อตัดความรำคาญ ทำให้มีทุนยืนระยะอยู่ได้นาน เพราะจะมีการเป่านกหวีดประกาศสงครามครั้งสุดท้ายกันเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นเตือนให้ระลึกถึงสัญลักษณ์
ด้วยเหตุนี้มีคนจำนวนมาก ตั้งคำถามว่า การที่ศาลปกครองให้การคุ้มครองชั่วคราวสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จะสิ้นสุดการคุ้มครองเมื่อไร เพราะหลายคนมั่นใจว่า หากไม่มีสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี เป็นเครื่องมือปลุกระดม ใส่ร้ายป้ายสีคนที่ไม่เห็นด้วยตลอด 24 ชั่วโมงนั้น การชุมนุมคงไม่ยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้ เพราะไม่สามารถประกาศเตือนสัญลักษณ์เพื่อขอรับบริจาคได้
หลายคนเชื่อกันว่าหากไม่มีสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จะทำให้พลังเงียบกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อให้ประชาชนหูตาสว่าง ไม่หลงเชื่องมงายอยู่กับการปลุกระดมตลอด 24 ชั่วโมง
แต่เมื่อสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวียังได้รับการคุ้มครองชั่วคราว ทำให้พลังเงียบ ก็จะเงียบต่อไป เพราะไม่อยากจะให้ชื่อเสียงและวงศ์ตระกูลถูกนำมาใส่ร้ายป้ายสีบนเวทีปราศรัย
ขนาดบรรณาธิการอาวุโสของหนังสือพิมพ์มติชน นายบุญเลิศ ช้างใหญ่ แต่พรรคพวกเพื่อนฝูงเรียกว่า “ช้างเล็ก” เพราะ “ช้างใหญ่” ตัวจริงเสียงจริงในหนังสือพิมพ์มติชนคือ นายขรรค์ชัย บุนปาน คนหนังสือพิมพ์ที่ผมยกมือไหว้ได้สนิทใจ
ไม่ทราบว่าด้วยเหตุนี้หรือเปล่า นายบุญเลิศจึงเปลี่ยนนามสกุลใหม่ เป็น นายบุญเลิศ คชายุทธเดช ซึ่งฟังดูน่าเกรงขาม เหมาะกับฝีมือในการเขียนบทความและฝีปากในการจัดรายการวิทยุ
แต่กับเรื่องที่กลุ่มพันธมิตรพันธมารส่งนักรบมือตบไปแสดงความกักขฬะรังควานไม่ให้ประชาชนซื้อหนังสือพิมพ์ในเครือมติชน ตามคำบัญชาของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญ”
สั้นๆ ได้ใจความที่ออกมาจากปากของบรรณาธิการอาวุโส เจ้าของฝีปากกล้าปากกาคมกริบ
หลายคนอาจจะงง แต่ผมไม่งง และเข้าใจความรู้สึกของนายบุญเลิศดี และผมเชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจนายบุญเลิศมากขึ้นแจ่มแจ้งแดงแจ๋ เมื่อ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ตอบโต้ท้ารบกับ นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพราะนายสุเมธได้แสดงทรรศนะในงานประชุมเครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม ในทำนองเรียกร้องให้ประชาชนหันหน้าสามัคคีกัน โดยอัญเชิญพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นมาเตือนสติ ซึ่งเท่าที่อ่านเนื้อหาจากข่าว ก็ไม่มีตอนไหนที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ต้องออกอาการตอบโต้อย่างรุนแรงและท้ารบกับ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ซึ่งใครก็ทราบทำงานรับใช้ใกล้เบื้องยุคลบาทมาตลอด ไม่มีใครสงสัยในเรื่องความจงรักภักดี
งั้นคงจะเป็นประเด็นนี้กระมังที่ทำให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล โกรธ เพราะแย่งกันจงรักภักดี ที่นายสนธิได้ประกาศแบ่งประชาชนคนไทยไว้แล้ว หากใครไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรพันธมารถูกแยกเป็นพวกไม่จงรักภักดี
ผมเชื่อว่า นายสุเมธ ตันติเวชกุล คงจะงงและสงสัยว่าถูกด่าบนเวทีและมีการถ่ายทอดสดไปทั่วนั้น ไปพูดอะไรที่ทำให้ ฯพณฯ ไม่สบอารมณ์ และท้ารบกันกลางอากาศ
นี่คือเครื่องสำคัญของกลุ่มพันธมิตรพันธมารที่ใช้ได้สารพัดในการชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาล
ด้วยเหตุนี้ผมถูกถามเรื่องการคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครองมาก แต่บอกกับผู้ที่สงสัยว่า ผมไม่มีความรู้พอที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ รู้เพียงงูๆ ปลาๆ ขืนตอบไป จะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดๆ
ผมจะตอบที่ผมรู้ว่า คำว่า “ชั่วคราว” หากใช้ในการไปพักผ่อนที่โรงแรมม่านรูด ก็จะรู้ว่ามีระยะแค่ 3 ชั่วโมง ไม่มีผ้าห่มให้ ต่างจากการพักค้างคืน จะมีเวลานานกว่าและมีผ้าห่มให้ห่มแก้หนาวครับ

‘31 ตุลา วันต่อต้านรัฐประหารแห่งชาติ’

คอลัมน์ : รำลึก 2 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’

แกนนำ นปช. เรียกร้องให้กำหนดวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวัน ต่อต้านการรัฐประหารแห่งชาติ เพื่อร่วมรำลึกในเหตุการณ์พลีชีพของ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ โชเฟอร์แท็กซี่ขับชนรถถัง และท้าพิสูจน์อุดมการณ์กับนายทหารปากพล่อย ด้วยการแขวนคอตาย เพื่อต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทย
นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ (นปช.) เปิดเผยผ่านรายการวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ ว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2551 กลุ่ม นปช. และมวลชนจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือต่อ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันต่อต้านการรัฐประหารแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันที่ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ได้ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่ายังมีคนที่มีอุดมการณ์รักในประชาธิปไตย และไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับคณะรัฐประหาร ในวันที่ 31 ตุลาคม 2549 ที่ผ่านมา
สำหรับประวัติของ นวมทอง ไพรวัลย์ อดีตพนักงานการไฟฟ้าบางกรวย เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้ขับรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กทม. ของบริษัทสหกรณ์แหลมทองแท็กซี่ จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ และได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งที่ต้องการจะสละชีวิตของตนเองในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เนื่องจากไม่ต้องการให้พลทหารเฝ้ารถถัง 4 นาย ที่ยืนอยู่ได้รับบาดเจ็บ จึงต้องหักหลบ ทำให้รถเสียโมเมนตั้ม เข้าชนไม่เต็มแรง
ต่อมา พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ได้สบประมาทว่า "ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้"
ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2549 ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ จึงได้ตัดสินใจผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด) โดยในจดหมายลาตายระบุว่าเพื่อลบคำสบประมาทดังกล่าว
โดยในคืนที่ ลุงนวมทอง แขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ด้านหน้า เป็นบทกวีของ รวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
/////////////////////////////////

เขาชื่อ...นวมทอง ไพรวัลย์


นวมทองขอพลีชีพ จุดประทีปแห่งสมัย
เกิดมาเพื่อรับใช้ พิทักษ์ไว้อุดมการณ์
เชื่อมั่นต่อจุดยืน เขาลุกขึ้นอย่างกล้าหาญ
คัดค้านเผด็จการ รัฐประหารน่าชิงชัง
เป็นเพียงสามัญชน พุ่งรถยนต์ชนรถถัง
หนึ่งคนมิอาจยั้ง เกินกำลังจะประลอง
วีรชนไม่ตายเปล่า หากปลุกเร้าเราทั้งผอง
คนซื่อชื่อนวมทอง จักเรียกร้องความเป็นธรรม