WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 10, 2008

รุมประณาม‘พันธมารฮุสตัน’หลังโชว์ถ่อยชูป้ายไล่‘สมัคร’

เวรกรรมมีจริง!พันธมิตรฯฮุสตันถือป้ายประท้วง‘สมัคร’โดนชาวเว็บไซต์รุมประณามพฤติกรรมต่ำช้า ขณะที่เจ้าตัวรีบออกตัวการกระทำดังกล่าวเป็นสิทธิส่วนบุคคล

รายงานข่าวจากเว็บไซต์ Thai E-News ได้เผยแพร่รายงานเรื่อง “พธม.ฮิวสตันถูกกดันหนัก ประกาศถ่อยเองไม่เกี่ยวกับสมาคมคนไทย” โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า พันธมิตรในสหรัฐฯประกอบด้วย ชัชวาลย์ ท้าวอุตม์ รังสิมา ต่อประดิษฐ์ พเยาว์ ชาญศิริ ได้ลงประกาศในเว็บไซต์ “สมาคมไทยเท็กซัส” (http://thaitexas.org/) ว่า "ประกาศ กรณีชูป้ายไม่ต้อนรับคุณสมัคร ที่สนามบินฮิวสตัน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนนั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคล และกระทำในนามของพันธมิตรฮิวสตัน มิได้เกี่ยวข้องกับ สมาคมไทย หรือองค์กรอื่นๆ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน"

เว็บไซต์ Thai E-News ระบุว่า ประกาศดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากคนไทยในสหรัฐได้พากันประณามการกระทำดังกล่าวอย่างมาก โดยมีการเขียนข้อความประนามในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยเท็กซัส ในหัวข้อว่า “ขอประนาม 7 คนไทย ที่ Houston” (http://www.thaitexasnews.com/modules.php?op=modload&name=PNphpBB2&file=viewtopic&p=775#775)โดยมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นในทางประณามในเรื่องดังกล่าวจำนวนมาก เช่น

-ขอเรียกร้องให้คนไทยที่มีสามัญสำนึกในความเป็นคนไทยอย่างมีอารยะ ได้ร่วมประณามการกระทำของ 7 คนไทยจาก Houston ที่ปรากฎภาพ ตามที่มีในสื่อทั่วไป

-คนไทยนับแต่ปู่ยา ตายาย ไม่เคยสืบทอดลักษณะนิสัยที่ไร้ซึ่งความมีเมตตา เฉกเช่นที่ท่านได้ กระทำกับอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งเดินทางมารักษาตัวและ ต้องการกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง

-ขอประณามการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ไร้ความมีอารยะ ที่บุคคลทั่วไปพึงมี ไร้ซึ่ง ความมีน้ำใจ เฉกเช่นคนไทย เคยมีต่อกัน

-ร่วมประนาม 7 คนไทย จิตใจต่ำทรามด้วยคนครับ จิตใจแห่งความเป็นคนของพวกคุณมันหายไปหมดแล้วหรือไงครับ คนเจ็บคนป่วยยังไม่ละเว้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทรศัพท์ ของบุคคลทั้ง 7 โดยใช้ชื่อว่า “โฉมหน้าของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าพันธมิตรฮุสตัน”

ตร.รวบ‘การ์ดพันธมาร’พกปืน-อาวุธออกรบเพียบ

นี่หรือประเทศไทย! ลิ่วล้อพันธมิตรเจอด่านตำรวจพบปืนพร้อมกระสุน-มีด-กระบองอื้อ ขณะที่หัวหน้าแก๊งมารโยนขี้มือพกบึ้มถูกไล่ออกจากแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบ การ์ดแท๊กซี่พันธมิตรพกอาวุธเพียบ 'โกตั๊บ-โกเต๊กซ์" โยนความผิด การ์ดพกระเบิด ถูกไล่ออกไปแล้ว เมื่อง 10 วันก่อน หัวหน้าแก๊งโยนขี้มือพกบึ้มถูกไล่ออกจากพธม.แล้วเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบอาวุธ นายเกียรติศักดิ์ รักภู่ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดชุมพร คนขับรถแท็กซี่ ซุกซ่อนไว้ภายรถแท๊กซี่ บริเวณด่านตรวจรถหน้าบ้านพิษณุโลก และได้ควบคุมต้วไว้จากการตรวจสอบภายในรถแท็กซี่คันดังกล่าวพบว่า มีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก แต่ไม่พบกระสุนปืน มีดพับ กระบอง ท่อเหล็กยาว 2 ฟุต และบัตรอาสาสมัครการ์ดพันธมิตรฯ 9 ใบ

โดย ร.ต.ต.สัน พัฒนา ร้อยเวรเจ้าของคดีเปิดเผยว่า เบื้องต้น นายเกียรติศักดิ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าอาวุธที่พบเจอในรถแท็กซี่ของตนเป็นของคนอื่น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ช่วงเวลาใกล้เคียงกันใน เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ต้องสังสัย ด่านตรวจอยู่บริเวณปากซอยลิขิต ถนนศรีอยุธยา ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็คไฮแลนเดอร์ 4 ประตู สีน้ำเงิน ทะเบียน ช 4917 กรุงเทพมหานคร มีนายกวียุทธ บุญทองแก้ว อายุ 33 ปี เป็นคนขับ พร้อมผู้โดยสาร 7 คน ตรวจค้นภายในพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน .38 อีก 13 นัด บรรจุกระสุนพร้อมใช้ อาวุธมีด 2 เล่ม สายคาดเอว 1 เส้น และผ้าคาดศีรษะมีข้อความ “กู้ชาติ” 1 สาย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า อาวุธปืนนี้แม้จะมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่ของผู้ต้องหา ตำรวจจึงแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ไปในที่สาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน นายวัฒนา กิจพิทักษ์สิน อายุ 22 ปี และ นายธนิต ขันอุไร อายุ 28 ปีจับกุม หลัง ตรวจพบ ระเบิดปิงปอง 22 ลูก, ประทัดยักษ์ 1 ลูก,ระเบิดน้อยหน่า 3 ลูก (MK23) , ระเบิดประดิษฐ์ 1 ลูก, กระสุนปืนลูกซอง 4 นัด, มีดปลายแหลม, หนังสติ๊ก, ลูกแก้ว, ถุงมือยาง และเสื้อแจ๊คเก็ต ระบุชื่อ กองทัพธรรม และนางวิไล อารีลักษณ์ แม่ของนายธนิต ยืนยันว่า นายวัฒนา เป็นการ์ดพันธมิตรฯ จริง และจะชักชวนบุตรชายตนเองออกไปด้วยกันบ่อยๆ

ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) เปิดเผยว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยเคยเป็นการ์ดอาสาพันธมิตรฯ ซึ่งถูก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ไล่ออกไปแล้วเมื่อ 10 วันก่อน เนื่องจากมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง จึงเห็นว่าการจับกุมในครั้งนี้ เป็นความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มพันธมิตรฯ และเชื่อว่าตำรวจเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีตำรวจเข้ามาซื้อตัวการ์ดอาสาบางส่วน และให้คนของฝ่ายพวกเขาแฝงตัวเข้ามา



จี้เชือด'อภิรักษ์'ปล่อยม็อบโกเต๊กซ์กร่าง!ขวางเส้นทางเสด็จฯ


'ทนายทักษิณ'เหลืออด!ลุยแจ้งความจี้ลงดาบ'หล่อเล็ก'ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เหตุปล่อย'ม็อบถ่อยพันธมาร'กร่าง! ปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน

วันนี้ (10 พ.ย.) นายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่ปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และปิดล้อมถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นเส้นทางในการใช้เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อไปยังมณฑลพิธีในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรฯไม่ยอมเปิดถนนราชดำเนินช่วงสะพานมัฆวานรังสรรค์ อย่างแน่นอน จึงทำให้ตำรวจต้องเปลี่ยนเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเป็นถนนหลานหลวงแทนซึ่งการกระทำที่มิบังควรอย่างใหญ่หลวง และเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพมหานครปี 2523 แต่ นายอภิรักษ์ กลับนิ่งเฉยไม่ยอมดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นการกระทำของผู้ว่ากทม. จึงถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่


'ปู่ชัย'ย้ำชัดสภาฯเสาหลักประชาธิปไตย!ชี้ต้องเข้มแข็ง

'ปธ.รัฐสภา' ประกาศลั่นรัฐสภาเสาหลักประชาธิปไตย ย้ำต้องเข้มแข็ง จัดเลือกตั้งที่เป็นธรรม-บริสุทธิ์ ไม่แทรกแซงการทำงานของสื่อฯ

วันนี้ (9 พ.ย.) สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับรัฐสภา จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง "บทบาทรัฐสภากับการปฏิรูปการเมืองไทย" ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เพื่อสนับสนุนและพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสมาชิกรัฐสภา หน่วยงานภาครัฐ ประชาชน นักเรียนและนักศึกษา เพื่อทราบถึงมุมมองต่อบทบาทของรัฐสภาในการแก้ไขวิกฤติบ้านเมือง และเพื่อวิเคราะห์บทบาทของรัฐสภาในการทำหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย และอำนาจที่กำหนดไว้

รวมทั้งการใช้ช่องทางรัฐสภาในการแก้วิกฤติทางการเมืองอย่างสมานฉันท์สันติสุข ในสภาวะการณ์ปัจจุบันที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง อันเนื่องมาจากบุคคลมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน จนก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับสิ่งต่างๆ ภายในบ้านเมืองอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธาน และมีนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมงาน อาทิ นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า นายวิชา มหาคุณ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ร่วมกันอภิปราย

นายชัย กล่าวถึงบทบาทรัฐสภาในฐานะเสาหลักประชาธิปไตยว่า หลักรัฐสภามีหลัการ 7 ข้อ เกี่ยวกับประชาธิปไตย นั่นคือ ต้องเข้มแข็ง มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ และเป็นธรรม ต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมกันทางเพศ และความเป็นธรรม ประชาสังคมต้องกระตือรือร้น มีพรรคการเมืองที่มีประสิทธิภาพ และมีสื่อมวลชนที่ทำงานอย่างอิสระ อีกทั้งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องอยู่ที่กระบวนการปฎิรูปการเรียนรู้ของคนในสังคม ต้องทำให้คนในสังคมรู้จักคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุและผล ใช้หลักวิชาการ มีวุฒิภาวะ สามารถวิเคราะห์สภาพสังคม การเมือง ระบบอุปถัมภ์ ทุนนิยมผูกขาดได้อย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ ต้องขึ้นอยู่กับ กระบวนการปฏิรูปการเรียนรู้ของคนในสังคมให้รู้จักคิด วิเคราะห์ อย่างเป็นเหตุผล มีหลักวิชาการ รู้จักมองในลักษณะกว้างไกลอย่างมีวุฒิภาวะ โดยไม่มองแบบแบ่งขั้วจนง่ายเกินไป รู้จักวิเคราะห์สภาพสังคม ระบบอุปถัมภ์การเมือง และทุนนิยมผูกขาดทางเศรษฐกิจได้อย่างสร้างสรรค์

ปธ.สภาฯปฎิเสธนัดหารือพรรคร่วม

ประธานสภาผู้เเทนราษฏร ปฏิเสธการนัดหารือกับนายวิทยา บุรณะศิริ ประธานคณะกรรมการผู้ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)

โดยกล่าวว่า ตนไม่เคยนัดใครหารือทั้งสิ้น พร้อมย้ำว่าการที่จะบรรจุญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนั้นจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้องภายใน 7วันหลังจากมีการยื่นเรื่องเข้ามา หากพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องส่งเรื่องกลับ ซึ่งตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการพิจารณาให้เสร็จทันสมัยการประชุมนี้หรือไม่ และในวาระการประชุมสมัยนี้มีเพียงวาระเดียวที่ต้องประชุมร่วมรัฐสภา คือการหารือข้อตกลงไทย-เกาหลี ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีการยื่นร่างดังกล่าวเข้ามาจริง และอาจจะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมาชุมนุม เช่นกับวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา มาตราการเดียวที่สภาฯ จะเตรียมรองรับคือการเลื่อนการประชุมออกไปเท่านั้น

ส.ส.มัชฌิมาฯหวั่นแก้รธน.'ม็อบถ่อย'จุดชนวนนองเลือด!ซ้ำรอย7ต.ค.


ส.ส.ปราจีนฯ พรรคมัชฌิมาฯยันไม่เห็นด้วยหากเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.291 สัปดาห์หน้า เกรงเกิดความวุ่นวายเหมือน 7 ต.ค. วอนรัฐบาล ฝ่ายค้าน พันธมิตรฯจูบปากแก้ปัญหาบ้านเมือง

นายเกียรติกร ภาคเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล กล่าวว่า วันนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดหารือกับ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปรัฐบาล และได้เชิญตนเองมาร่วมหารือว่าจะนำเรื่องใดเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวันพุธนี้อย่างไม่เป็นทางการ โดยอาจมีการหารือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ด้วย ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วยกับการแก้ไข แต่เห็นว่าเวลานี้ยังไม่เหมาะสม น่าจะชะลอออกไปก่อน เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นอีกเหมือนเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงอยากให้รัฐบาลหันมาแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย

“ส่วนตัวต้องการให้ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทหาร และตำรวจ เข้ามาหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤติของบ้านเมือง เพราะหากรัฐบาลดำเนินการฝ่ายเดียว เชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะไม่จบ”ส.ส.พรรคมัชฌิมาฯ กล่าว

นายเกียรติกร กล่าวด้วยว่า ตนเชื่อว่าหากมีการบรรจุวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรจริง ก็คงไม่สามารถพิจารณาได้ เพราะ ส.ส.หลายคน รวมทั้งข้าราชการของรัฐสภา คงไม่เข้ามาทำงานที่รัฐสภาในวันนั้น เพราะเกรงว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะมาปิดล้อมอีก ซึ่งอาจทำให้องค์ประชุมไม่ครบ



‘สมชาย’ชูประชานิยมรากหญ้า!เมินยึดคืนพาสพอร์ตแดง‘ทักษิณ'หวั่นเข้าทางโจรกบฏ


‘สมชาย’ ชูประชานิยมรากหญ้า กดปุ่มโอนเงิน 6.5 พันล้านเข้าโครงการ ‘เอสเอ็มแอล’ ปัดยกเลิกพาสปอร์ตแดง ‘ทักษิณ’ ชี้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ อย่าให้ผู้ไม่หวังดีนำเรื่องไร้สาระมาทำลายประเทศชาติ ขณะที่ ‘ม็อบมือตบ’ สร้างความวุ่นวายไม่เลิก!ด่ากราดนายกฯสนองใบสั่ง ‘หัวหน้าโจรกบฎ’

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยกรณีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือแรงงาน ซึ่งกลุ่มผู้ใช้แรงงานเตรียมยื่นเรื่องให้ รมว.แรงงาน เสนอให้ครม.พิจารณาในวันพรุ่งนี้ว่า รัฐบาลต้องมีแผนรองรับเมื่อมีคนตกงานจะทำอย่างไร

โดยตอนนี้พยายามส่งเสริมอาชีพในชุมชนให้มากขึ้น โครงการเอสเอ็มแอลก็เป็นการส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น เมื่อคนทำงานในกรุงเทพฯตกงาน จะได้กลับไปทำมาหากินที่บ้านได้ ถือเป็นเรื่องที่ดีเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยได้

ต่อข้อถามกรณีรัฐบาลไทยยังไม่ยกเลิกพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆว่า วันนี้มาทำเรื่องทำมาหากินก่อน เรื่องอื่นปล่อยไปก่อนเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ก็คือประชาชนกำลังลำบากเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล

ทั้งนี้ หลังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเสร็จ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปพบปะกับประชาชนกว่า 100 คน ที่มารอต้อนรับระหว่างเดินทางมาเป็นประธานพิธีโอนเงินการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) ที่สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ก่อนเดินทางโดยรถยนต์มาที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 เพื่อขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศไทย เดินทางไปปฎิบัติภาระกิจที่ประเทศฟิลิปปินส์

โดยระหว่างการเดินทางไม่ปรากฎมีผู้ให้การสนับสนุน หรือกลุ่มพันธมิตรเชียงใหม่มาดักรอเพื่อใช้มือตบพลาสติกตบใส่นายกรัฐมนตรี


โลกในไทยมันบิดเบี้ยว!!!!!

โลกในไทยมันบิดเบี้ยว!!!!!



โดย : ป้าพลอย

วันอาทิตย์ที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

โลกใบนี้ทำไมมันเอียงเฉพาะในไทยใครรู้บ้างมั๊ยว่ามันเป็นเพราะอะไร? ทั้งที่ประเทศต่างๆที่ตั้งอยู่ในโลกใบนี้นับจำนวนหลายร้อยประเทศทำไมไม่เบี้ยวไม่เอียง แต่ทำไม๊ทำไมประเทศไทยโลกจึงเบี้ยวบิดไม่กลมเหมือนที่อื่นๆใครเป็นคนสั่งปั้นให้โลกของไทยบิดเบี้ยว? จะโทษมนุษย์ต่างดาวปั้นโลกเบี้ยวให้แก่ประเทศไทยก็ยังไม่ปักใจว่ามนุษย์ต่างดาวจะใจร้ายถึงขนาดนี้ แล้วมันมาจากสาเหตุอันใดหนอ หรือว่าเป็นเพราะคนไทยทำให้เบี้ยวเอง? โลกของเขากลมๆสวยๆ พวกอิจฉาตาร้อนเลยจับให้มันบิดจะได้ดูเท่และแปลกตากว่าที่อื่น เพื่อเรียกร้องความสนใจหรืออย่างไร?

ความคิดของคนที่ทำนี่ก็แปลกนะ คือคิดไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา จะว่าโง่ก็ไม่เชิงจะว่าฉลาดก็ไม่ใช่ หยวนๆสรุปแล้วว่าเพราะความงมงายในโลกจอมปลอมและเชื่อถือในสิ่งที่มองไม่เห็น จึงได้จับให้โลกใบนี้บิดเบี้ยวตามความเชื่อถือ มนุษย์ที่ถูกสร้างมาคู่กับโลกก็ยังไปทำลายโลกซะอีก แล้วมันจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร ความบิดเบี้ยวแบบนี้ผู้คนก็อึดอัดหายใจกันไม่ออกแล้วผู้คนที่อาศัยโลกเบี้ยวใบนี้จะทนได้นานอีกสักเท่าไหร่?

อะไรๆที่มันอัดแน่นกดดันโลกก็มีโอกาสระเบิดตูมเข้าสักวันหนึ่ง ที่นี้ก็จะได้เห็นความแตกกระจายของสะเก็ดโลกว่าอ้ายที่บิดๆเบี้ยวๆนี่น่ามันเป็นน้ำมือของมนุษย์ปั้น ไม่ใช่เบี้ยวอย่างธรรมชาติ ทีนี้ก็ต้องสืบสาวราวเรื่องคนที่ปั้นว่าโลกของเขากลมอยู่ดีๆแล้วด้วยสาเหตุใดจึงมาปั้นให้มันเบี้ยวๆ? มนุษย์ตนนี้คงต้องจับมาลงโทษที่ทำให้โลกเสียหาย กว่าที่โลกจะหลอมให้เป็นลูกกลมๆมาได้ต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุมนุษย์ แล้วถือดีอย่างไรมาทำให้บิดเบี้ยว ทำให้คนไทยที่อาศัยโลกใบนี้ต้องเดือดร้อนไปทั่ว

อย่างไงประชาชนคนไทยต้องพร้อมใจกันฟ้องถึงศาลโลกลงโทษคนที่บังอาจดัดแปลงโลกใบนี้ให้บิดเบี้ยวฐานละเมิดกฎแห่งการอยู่ร่วมกันของโลกกลมๆไม่ใช่โลกเบี้ยวๆตามความต้องการของตัวเอง นี่แหละหนอมนุษย์ที่มีกิเลสหนาหน้ามืดตามัวหลงผิดคิดว่าโลกของตนเป็นดังสวรรค์ แต่หารู้ไม่ว่านั่นมันคือนรกที่ตนเองจะต้องไปชดใช้กรรมที่ทำไว้ เวรใครเวรมัน กรรมใดใครก่อก็รับไปเองไม่มีใครช่วยได้

ฉะนั้นในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ขอให้ทุกคนจงทำความดีมีศีลธรรม ทำในทางที่ถูกต้องและประพฤติในสิ่งที่ดีๆ จุดจบของชีวิตมันไปทางเดียวกันทุกคนไม่ว่าเขาไม่ว่าเรา ไม่มีใครที่จะฝืนธรรมชาติได้และก็ไม่มีใครเอาอะไรๆติดตัวไปได้นอกจากเสื้อผ้าที่ห่มร่างกายเท่านั้น แล้วจะโลภกันไปเพื่ออะไร????????????????

ป้าพลอย

จาก thaifreenews

ลิ้มตั๊บจำลองโดดเดี่ยวเดียวดายไร้มิตรสหาย พวกพ้องกำลังตีตนออกห่าง

บทความ โดย Bugbunny

มีข่าวแว่ว ๆ มาว่ากลุ่มพวกฝ่ายซ้ายเก่า NGO นักกิจกรรมสายกบฏ ฯลฯ จะจัดประชุมสัมนากันแถวนครชัยศรีอาทิตย์นี้ เพื่อกำหนดท่าทีและแนวทาง ภายหลังร่วมมือกับกลุ่มลิ้มตั๊บจำลอง ดำเนินนโยบายสุ่มเสี่ยงเอียงขวาจัด นำม็อบบุกยึดทำเนียบ ยึด NBT ยึดสภา ฯลฯ ทำกันรุนแรงขนาดนี้แล้วก็ยังยึดอำนาจรัฐไม่สำเร็จ แถมมวลชนกลายเป็นโกรธแค้น ทำให้หกตุลาของพวกเผด็จการศักดินาอำมาตย์ใกล้เข้ามาทุกที แต่วันนี้ลิ้มตั๊บกับจำลองก็ยังกุมการนำของม็อบเดรัจฉานไว้แน่นหนา เพราะคนหนึ่งคุมสื่อ ASTV อีกคนมีกำลังคนหลักจากสันติอโศก แถมทั้งสองคนกุมเรื่องสำคัญที่สุดในการเคลื่อนไหวไว้นั่นคือ Finance ส่วนกลุ่มแนวร่วมอื่น ๆ ถ้าไม่ใช่เบ๊เก่าแก่หรือมีผลประโยชน์ร่วมเป็นกอบเป็นกำ เช่น คำนูณ ประพันธ์ มาลีรัตน์ ประสาร สำราญ สมเกียรติ อีปอง ฯลฯ นั้น ต่างมีความเห็นคล้ายกันว่ารับแนวทางต่อสู้และวิธีการบริหารของลิ้มตั๊บไม่ได้ แค่จำลองก็แย่แล้ว

สาเหตุสำคัญคือเดินมาถึงทางตันหาทางลงแบบไม่เสียหมาแทบไม่ได้ แต่โอกาสที่จะลงแบบพินาศฉิบหายนั้นสูงเหลือเกิน หลายคนในกลุ่มรู้เช่นเห็นชาติอัตตาแบบเผด็จการของลิ้มตั๊บจำลอง ซึ่งความจริงเบื่อกันมากมาแสนนาน แต่หวังผลสุดท้ายไว้ว่าจะเป็นไปตามที่พวกตนประสงค์ก็ทน ๆ กันไป ไม่เห็นด้วยก็หยวน ๆ ถือว่าทุกฝ่ายมีศัตรูร่วมกันคือรัฐบาลและประชาธิปไตยแบบวันแมนวันโหวต รวมทั้งรับรู้กันชัดเจนว่ามีแบ๊คดี เป็นการเคลื่อนไหวของผู้มีทั้งอำนาจอิทธิพล และทุนสนับสนุนที่มาจากการรีดไถทุนใหญ่ในประเทศ ทำให้ลิ้มตั๊บจำลองมี Cash Flow ที่คล่องตัว อยู่ได้ยาวนาน ฝ่ายปกครองเกรงใจไม่อาจจัดการให้เด็ดขาด ทั้ง ๆ ที่เมื่อเปรียบเทียบกำลังไฟกำลังคนกันแล้วถือว่าเคลียร์ได้ไม่ยาก ที่คุมขังก็ไม่ต้องใหญ่โตขนาดสนามกีฬา แค่หอประชุมโรงเรียนมัธยมก็เก็บได้หมดแล้ว เนื่องจากจำนวนคนโหรงเหรงเหลือหลาย

ตอนนี้ลิ้มตั๊บเพี้ยนจัดอัดคนขวางอย่างไม่เลือกหน้า แม้สายตรงแบบเลขามูลนิธิทั้งหลาย แม่ทัพนายกอง สื่อมวลชน ฯลฯ เพราะเชื่อมั่นในแบ๊คของตน ทำให้กร่างจนลืมนโยบายแนวร่วม ใครเห็นต่างลิ้มตั๊บจับเป็นศัตรูหมด ใช้เป็นวิธีเดียวคือยุทธวิธีหมาบ้า เดินหน้าด่าลูกเดียว กัดไม่เลือกแม้แต่เจ้าของและผู้สนับสนุน ตอนนี้ถึงขั้นไร้สติสิ้นเหตุผล กลายเป็น คนเล่นของ บริกรรมคาถา ใช้อาถรรพ์ทุกรูปแบบ คุณไสยทุกชนิด ฯลฯ ซึ่งลึก ๆ ก็เพื่อผลทางจิตวิทยาทำตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับจิตใจเหล่าแม่ยกที่ชื่นชมการใช้เวทย์มนตร์คาถาวิชามาร เสน่ห์ยาแฝด ฯลฯ กันอย่างไม่ลืมหูลืมตามาตลอดชีวิต ต้องยอมรับว่าคนประเภทนี้เป็นพลังสนับสนุนสำคัญของลิ้มตั๊บ หรือที่จริงยอมให้ลิ้มตั๊บหลอกไถเงินใช้ได้ตามคุณสมบัติทุรบุรุษที่ถนัดมาตลอดชีวิตของเขา

การร่วมสัมมนากันครั้งนี้ของกลุ่มที่ไม่ใช่สาวกสายตรงของลิ้มตั๊บจำลองเพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวในกลุ่มพวกตน แต่น่าจะคงยืนยันไม่เอาทักษิณ แม้หลายคนจะเห็นโผล่ใส่เสื้อแดงไปที่สนามรัชมังคลา ฯ เมื่อ 1 พฤศจิกายน มาแล้ว แต่ก็ถือว่าทำไปเพื่อเป็นการร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตยเท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิไม่ว่ากัน คงจะเป็นวิธีหาทางลงให้บาดเจ็บน้อยที่สุดมากกว่าทั้งด้านกายภาพและชื่อเสียงเกียรติยศที่ถูกประณามหยามหยันกันไปทั่วแล้วว่า เป็นพวกสนับสนุนเผด็จการศักดินาอำมาตย์และต่อต้านประชาธิปไตย

แนวทางของพวกนี้น่าจะมีแนวโน้มอย่างนี้

  1. เรียกร้องให้สนับสนุนการสานเสวนาที่นำโดยคนอย่าง ปริญญา โสภณ บวรศักดิ์ ประเวศ อานันท์ หมอคนหนึ่งที่เคยลงสมัครผู้แทนกับ ปชป ที่ขอนแก่น ฯลฯ นำร่อง เพื่อคงความสำคัญต่อขบวนการประชาธิปไตยของพวกตนไว้บ้าง

  1. เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง (ทุกฝ่ายนะครับ แม้ฝ่ายกบฏพันธมิตรที่ตนเคยสนับสนุนจะก่อความวุ่นวายและใช้กำลังรุนแรงขนาดไหนมาแล้ว ฝ่าย นปช ก็ไม่มีสิทธิเอาคืน กฎหมายก็ไม่ควรลงโทษ เพราะถือว่าไม่สมานฉันท์ แต่ฝ่ายตรงข้ามทำได้แค่อโหสิเท่านั้น ที่พวกพันธมิตรทำให้บาดเจ็บล้มตายไปนั้น ถือเป็น Collateral Damage) หรืออีกนัยหนึ่งหาทางปกป้องไม่ให้คนชั่วได้รับการลงโทษตอบแทนเลยก็ว่าได้

  1. จากนั้นก็ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีผู้ไม่เห็นด้วยว่าไม่รักสันติ ไม่ยอมรับการสมานฉันท์ ซึ่งยืนยันได้ล่วงหน้าว่าเขาเล่นงานฝ่ายรัฐบาล นปช กลุ่ม 111 คน กลุ่มเสื้อแดง ฯลฯ แน่นอนว่า พวกนี้ไม่รักสันติ

คอยดูไปก็แล้วกัน

จาก thaifreenews

Sunday, November 9, 2008

ปมร้อนอังกฤษ"ถอนวีซ่า" สะเทือน"แม้ว-อ้อ"-คดีที่ดิน

ที่มา-นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ แสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบ การขอให้อังกฤษส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในคดีซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ขณะที่ผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุถึงความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นตามมา หลังจากทางการอังกฤษ แจ้งเรื่องเพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา



นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ


อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ

"(ขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน)เกิดความยุ่งยาก"

หากเป็นเรื่องจริง การยื่นเรื่องขอให้อังกฤษส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากต้องคำพิพากษาจำคุก 2 ปีคดีซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษกของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องเกิดความยุ่งยาก เนื่องจากเมื่อมีการยกเลิกวีซ่า หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้พำนักอยู่ที่ประเทศอังกฤษอีกต่อไป ซึ่งการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจะดำเนินการเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลนั้นมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในประเทศที่จะขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ดังนั้นถ้าประเทศอังกฤษยกเลิกวีซ่าและ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ที่ประเทศอังกฤษแล้ว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามหมายจับของศาลในการติดตามตัวจำเลย ที่จะสืบหาข้อมูลที่ชัดเจนว่าขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักอยู่ที่ใด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจจะขอความร่วมมือประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากที่มีข้อมูลชัดเจนแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ใดแน่นอน อัยการในฐานะผู้ที่ต้องทำหน้าที่ยื่นคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จะได้ดำเนินการต่อไป

หากปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่าประเทศอังกฤษ ยกเลิกวีซ่า และ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักในประเทศอื่นที่ไม่มีสนธิส่งสัญญาณระหว่างประเทศในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน อัยการก็ยังสามารถดำเนินการยื่นคำร้องต่อประเทศนั้นได้ โดยอาศัยการให้คำมั่นหลักต่างตอบแทนแลกเปลี่ยนกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย หรือที่เรียกว่า Reciprocity โดยเป็นการให้คำมั่นต่อกันว่าถ้าประเทศนั้นยินดีพิจารณาเรื่องและยินยอมส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว ไทยก็ยินดีพิจารณาเรื่องเช่นเดียวกันหากประเทศนั้นต้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งการยื่นคำร้องโดยอาศัยหลักการต่างตอบแทน การพิจารณาเบื้องต้นก็จะอาศัยหลักสากลคือต้องเป็นความผิดของทั้ง 2 ประเทศ

ขณะนี้คณะทำงานอัยการ รวบรวมเอกสารที่จะใช้ประกอบยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไว้เกือบเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ และเอกสารคำร้องขอส่งตัวที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยระหว่างนี้รอเพียงว่า ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ ซึ่งจะครบกำหนดยื่น 30 วัน ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ หากชัดเจนแน่นอนว่าไม่ยื่นอุทธรณ์แล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ที่ตัดสินจำคุก 2 ปีถือเป็นที่สุดที่จะใช้ดำเนินขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ทันที ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคาดว่าการยื่นคำร้องอัยการจะดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2551 แต่ทั้งนี้ต้องรอฟังความชัดเจนเรื่องที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยว่ายังอยู่ที่ประเทศอังกฤษหรือไม่ หรืออยู่ที่ประเทศอื่นแล้ว ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ายไปพำนักประเทศอื่น ก็เพียงแค่ปรับข้อกฎหมายที่จะใช้ขอส่งตัวกับประเทศนั้นๆ โดยเชื่อว่าไม่มีปัญหายุ่งยากเพราะเอกสารคำร้องก็จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว



นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา

โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ

" ต้องหาวิธีการใหม่เข้าอังกฤษ"

ได้สอบถามไปยังเลขานุการของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ได้รับการยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยได้รับแจ้งจากทางการอังกฤษในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการจึงไม่สามารถติดต่อสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยเพื่อสอบถามเรื่องนี้ได้ จึงไม่ทราบว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากข่าวดังกล่าวมีที่มาจากทางการอังกฤษจริงก็สามารถเชื่อถือได้

ทั้งนี้ทางการอังกฤษคงจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายของประเทศเกี่ยวกับการออกวีซ่า ซึ่งผมไม่มีความชำนาญเรื่องวีซ่าของอังกฤษ แต่หากเทียบเคียงกับประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา จะมีกฎระเบียบที่ระบุว่า ผู้ขอวีซ่าเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหรือไม่ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่วีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มีปัญหาจากสาเหตุดังกล่าว

หากเป็นไปตามนั้นจริงผมเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะสามารถชี้แจงต่อทางการอังกฤษให้เข้าใจได้ว่าคดีความต่างๆ มีความเป็นมาอย่างไร

ถ้ามีเอกสารการเพิกถอนวีซ่าจากทางการอังกฤษจริง กรณีนั้นหมายความว่าการเดินทางเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะเป็นไปอย่างลำบาก แต่ก็เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะสามารถชี้แจงต่อทางการอังกฤษเพื่อขอวีซ่าใหม่ได้ แต่จะได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของอังกฤษ นอกจากนี้เราก็จะต้องไปดูว่าการที่อังกฤษจะให้เข้าประเทศโดยไม่มีวีซ่ามีวิธีใดบ้าง



นายนพดล ปัทมะ

อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ

ไม่ทราบว่าเรื่องนี้ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ตามปกติแล้วหากเพิกถอนวีซ่าก็จะมีหนังสือแจ้งให้เจ้าตัวทราบ ทั้งนี้การเพิกถอนวีซ่าเป็นสิทธิของประเทศอังกฤษที่จะดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองหรือไม่ ซึ่งในข้อกำหนดนั้น ก็ไม่ทราบว่ามีการระบุข้อห้ามบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจำคุกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องดังกล่าวเป็นจริงคนที่ถูกปฏิเสธหรือถูกเพิกถอนวีซ่ามีสิทธิที่จะขอใหม่ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับทางอังกฤษว่าจะอนุมัติหรือไม่

หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้ เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะย้ายไปพำนักที่ประเทศอื่นที่สามารถเดินทางเข้าไปตามกฎหมายและเป็นประเทศที่ยินดีต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว



นายประชา ประสพดี

ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน

"ยังมีหลายประเทศยินดีต้อนรับ"

ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงข่าวปล่อยจากเวทีพันธมิตรที่ต้องการดิสเครดิต พ.ต.ท.ทักษิณ โดยส่วนตัวเชื่อว่าอังกฤษเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูง ดังนั้นย่อมมีเหตุผลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องคดีอาญามาจากปัจจัยทางการเมือง แต่หากข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงใย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว เพราะยังมีประเทศบาฮามาส แอฟริกาและอีกหลายประเทศทั่วโลกยินดีให้การต้อนรับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและไม่เป็นคนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ แน่นอน

ถ้าเป็นเรื่องจริงน่าเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างมากที่จะต้องเจอวิบากกรรมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผมเชื่อว่าคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่สิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแน่นอน มีหลายประเทศที่ต้องการให้ท่านไปพำนักด้วย ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามขอดูเอกสารและเหตุผลที่ทางการอังกฤษถอนวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าพิจารณาจากพื้นที่อะไรเพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษา

'โอบามาร์ค'แก้มปริ!ขายโต๊ะจีน300ล้านปชป.ระดมทุนอัปยศ


ขัดใจทำไปได้ 'โอบามาร์ค'

ผ่านพ้นไปอย่างหมาดๆ กับงานระดมทุนครั้งใหญ่ที่พรรคฝ่ายค้านประชาธิปัตย์ฉกชิงโอกาสหาเงินเข้ากระเป๋าเตรียมการเลือกตั้งครั้งใหม่ก่อนพรรคการเมืองใด แว่วมาจากเลขาธิการพรรค “สุเทพ” บอกว่างานนี้ผู้มีอุปการคุณจ่ายให้โต๊ะละ 1 ล้านบาท

... โต๊ะจีน 400 โต๊ะ แม้ว่าจะขายได้แค่ 300 โต๊ะ มันเป็นเงินเท่าไหร่หนอ... แล้วอย่างนี้ยังจะบอกอีกหรือไม่ว่าพรรคตัวเองยากจน เงินไม่พอใช้ ทำให้หาเสียงสู้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนไม่ได้ ก็ขอให้สมพรปากนะครับท่าน ไม่งั้นเลือกตั้งเมื่อไรก็คงเป็นได้แค่ "เงา"ของคนอื่นอยู่ร่ำไป ไม่มีโอกาสเป็นตัวจริงเสียที แต่พฤติกรรมที่ขัดหูขัดตา ก็พฤติกรรมที่ชอบเลียนแบบนี่แหละ ถ้าพี่มาร์คยังทำตัวเป็นมิสเตอร์ก๊อบปี้อยู่อย่างนี้แล้วจะมาบริหารประเทศชาติได้อย่างไรกัน

แต่อยากแนะนำนิดนึง ยอดทะลุเป้า ได้เงินระดมทุนมากมายขนาดนี้ ก็อย่าลืมขอบคุณ 3 พิธีกรรายการ “ความจริงวันนี้” บ้างล่ะ อุตส่าห์ประชาสัมพันธ์ให้อย่างดีผ่านทางรายการ โดยไม่คิดค่าโฆษณาอีกต่างหาก

แต่ที่ทำให้ขำกลิ้งเหมือนที่ พี่เต้น โฆษกฯ บอก ก็อีตอนที่ท่านเลขาพรรคออกมายกยอปอปั้นว่า พี่มาร์ค มีโอกาสเป็นนายกฯแถม ดันกันสุดฤทธิ์ขนาดนำไปเทียบชั้นกับ 'โอบามา' เลยทีเดียว ทำไปได้นะท่าน แต่ก็ยังรู้สึกขัดใจว่าพี่มาร์คเหมือน โอบามา ตรงไหน เพราะ บารัค โอบามา ไม่หนีทหาร ไม่สนับสนุนม๊อบ ไม่ชอบเผด็จการ

พูดถึงประชาธิปัตย์ทีไร อดคิดถึง “เทพไท เสนพงศ์” ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทุกครั้งที่ คุณสุเทพ แถลงข่าวจบ “เทพไท” ก็จะมีข่าวอีกประเด็นหนึ่งจัดมาให้สื่อ คล้ายๆ นายไม่พูดตูพูดให้เอง

อย่างวันก่อนได้หยิบยกเรื่อง “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งที่ 3 ที่จะจัดในวัดสวนแก้ว มาเป็นประเด็นว่า ไม่ควรดึงศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ควรจัดในสถานที่ที่เหมาะสม จึงอยากให้ผู้จัดรายการนี้ทบทวนถึงความเหมาะสม แต่ลืมไปแล้วหรือ คุณเทพไท พรรคประชาธิปัตย์ จัดทอดผ้าป่าระดมทุนครั้งที่ผ่านมา เล่นเอาฮือฮาทั่วประเทศเลย ยกเว้น กกต.ที่ป่านนี้ยังเงียบเหมือนไม่ได้ยิน

ส่วน คำพูดที่ว่า “เป็นพระอย่ามายุ่งกับการเมือง ไม่ได้ห่มผ้าเหลืองอย่ามายุ่งกับพระ” น่าจะใช้ได้ดีกับม็อบเสื้อเหลือง เพราะเวลานี้ไม่รู้ว่าใครเป็นใครมั่วกันไปหมด และล่าสุดแกนนำ “แป๊ะลิ้ม” สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ออกมาบอกแล้วว่าจะสู้ไม่ถอย ไม่ถอนกำลังออกจากทำเนียบรัฐบาลเด็ดขาด เพราะเข้าสู่ช่วงร้อยเมตรสุดท้ายแล้ว เฮ้อ... ไม่รู้ว่าสุดท้ายครั้งที่เท่าไรแล้ว

ช่างไม่ฟังเสียงทัดทานของ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล กันซะบ้างเลย “หากพันธมิตรฯ ไม่ยอมจำนนจะมีคนเจ็บคนตายทุกวันนั้น” ต่อให้แก้เคล็ดด้วยการเดินจงกรมรอบทำเนียบ เอาสิ่งสกปรกไปวางไว้ที่พระบรมรูปทรงม้า หรือล่าสุดที่นิมนต์พระมาปัดรังควาน ความชั่วร้ายก็คงไม่หมดไป เพราะยังมีพวกพันธมิตรฯ สถิตย์อยู่ในทำเนียบอย่างนี้

ก็ไม่รู้จะต้องให้บอกกันกี่ล้านครั้งว่า “ไม่มีพันธมิตรฯ ประเทศไทยก็อยู่ได้”

ผู้นำชาติสมาชิก ACMES ขอบคุณไทยที่ให้ความช่วยเหลือ


เวียดนาม 8 พ.ย.-ผู้นำประเทศสมาชิก ACMES ขอบคุณประเทศไทย ที่ให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่สมาชิก ขณะที่การประชุมได้มีการรับรองปฏิญญา 2 ฉบับ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-11-08 19:52:29






'สมชาย'ปิดปาก'ทักษิณ'เล็งลี้ภัยเมืองจีน

วันนี้ (9 พ.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะลี้ภัยไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงกรณีการเพิกถอนหนังสือเดินทางทูตพิเศษเล่มแดง (พาสปอร์ตเล่มแดง) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่า อย่าสนใจอะไรกับเรื่องของคนเพียงคนเดียว