WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 12, 2008

พปช.ส่ง‘ประภัสร์’ชิงผู้ว่าฯกทม.คนใหม่

จากกรณีอื้อฉาวทุจริตจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงฉาวของ กทม. มูลค่า 6,800 ล้านบาท ที่มีผู้ถูกกล่าวหา 11 คน รวมทั้ง นายอภิรักษ์โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งมีข่าวอย่างต่อเนื่องว่ามีผู้ใหญ่พยายามที่จะล็อบบี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีมติอุ้ม นายอภิรักษ์ พ้นข้อกล่าวหา เพื่อไม่ให้หลุดจากตำแหน่งที่ได้รับการเลือกตั้งมาหมาดๆ นั้น

แต่ในที่สุดหลังจากกรรมการ ป.ป.ช. ได้ใช้เวลาพิจารณานานกว่า 5 ชั่วโมง เพื่อชี้มูลความผิดเรื่องดังกล่าว ก็ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 : 0 ว่าข้อกล่าวหา นายอภิรักษ์ และผู้ถูกกล่าวหาอีก 8 คนมีมูล
ชี้ชัดทำชาติเสียประโยชน์

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า คณะกรรมการเห็นว่าคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงของ กทม. ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหา 11 ราย เป็นโครงการที่มีขั้นตอนการพิจารณาไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีการทำสัญญาการค้าต่างตอบแทนภายหลังจากที่มีการลงนามในสัญญา A.O.U. ไปแล้ว ซึ่งถือว่าขัดต่อประกาศของกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับการทำการค้าต่างตอบแทน และการทำสัญญา A.O.U. เป็นการทำข้อตกลงที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ของการทำข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ

นอกจากนั้น การทำสัญญาการค้าต่างตอบแทนยังไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เนื่องจากเป็นการแลกกับสินค้าไก่ต้มสุก ซึ่งสามารถส่งออกได้ตามปกติอยู่แล้ว เพียงแต่นำรายการไปแจ้งว่าได้ส่งไปครบตามสัญญาเท่านั้น และยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนที่เป็นญาติกับนายวัฒนา เมืองสุข นอกจากนั้นยังมีการเสนอราคาที่ไม่เป็นธรรม หลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา เป็นการช่วยเหลือบริษัทผู้ขายรถและเรือดับเพลิง ซึ่งเป็นความร่วมมือของผู้ถูกกล่าวหา

อภิรักษ์เจอข้อหาจงใจทำผิด ก.ม.
คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่า นายโภคิน พลกุล อดีตรมว.มหาดไทย นายประชา มาลีนนท์ รมช.มหาดไทย นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯ กทม. และ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ ในสมัยที่เป็นผู้อำนวยการสำนักป้องกันสาธารณภัย กทม. กระทำผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

ส่วนกรณีของนายอภิรักษ์ มีความผิดทางอาญากรณีสั่งเปิดแอลซีกับธนาคารกรุงไทย เพื่อชำระเงินบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียล ฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี ทั้งๆ ที่รู้ว่าการพิจารณาโครงการดังกล่าวผิดกฎหมาย เนื่องจากก่อนหน้านั้นได้เคยมีคำสั่งให้ชะลอ และตรวจสอบตามที่มีการร้องเรียนว่าเป็นการจัดซื้อที่ไม่โปร่งใส มีราคาแพงเกินความเป็นจริง

นอกจากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ว่า นายโภคิน นายประชา นายวัฒนา นายสมัคร พล.ต.ต.อธิลักษณ์ และนายอภิรักษ์ รวมทั้งบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียล ฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี ของออสเตรีย ผู้ผลิตรถดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 883 และ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ก็จะทำสำนวนส่งอัยการเพื่อส่งฟ้องดำเนินคดีต่อศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง



ทักษิณสู้...คอนเฟิร์ม!

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


ขึ้นต้นหัวคอลัมน์ว่า "ทักษิณสู้" ไม่ใช่จะมาโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ "ทักษิณสู้" อย่างที่หลายๆ คนคิด แต่ที่ต้องบอกกล่าวว่าทักษิณสู้ แถมต่อท้ายด้วยว่า “คอนเฟิร์ม” ตามสโลแกนยอดฮิตของ "หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม" ก็เพราะว่าช่วงนี้มีเซนต์อะไรแปลกๆ ที่ต้องทำนายทายทักไว้ล่วงหน้าว่า ทักษิณสู้...คอนเฟิร์ม!

ช่วงนี้มีข่าวสารต่างๆ ออกมาทำลายขวัญกำลังใจของพวกเรา “คนรักทักษิณ” มากมาย เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเพิกถอนวีซ่าเข้าอังกฤษ รวมทั้งบทความของนักวิชาการบางคนที่ดูเหมือนจะมีความรู้ แต่แท้ที่จริงแล้วสุดจะโง่เง่า

ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์สว่า “ผมพร้อมจะเอาคืนศัตรูทางการเมืองอย่างแน่นอน และจะโทรศัพท์ไปพูดคุยกับผู้ที่ยังรักและสนับสนุน ผมจะพูดมากขึ้น และจะระบุชื่อคนที่ผลักผมเข้าสู่มุมอับ"

หลายคนได้ยินได้ฟังแบบนี้ก็พร้อมจะสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะตลอดเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยออกมาตอบโต้อย่างถึงลูกถึงคนเลยสักครั้ง

จากคำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บอกว่า จะระบุชื่อคนที่ผลักตนเข้าสู่มุมอับนั้น หลายคนกำลังสงสัย และคาดเดาไปต่างๆ นานาว่า คนคนนั้นคือใคร?

ผมเข้าไปดูในเว็บไซต์ “ไทยอินไซเดอร์” ได้ลงเนื้อหาที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ให้สัมภาษณ์นิตยสาร IMAGE ฉบับเดือนธันวาคม 2549 (ภายหลังการปฏิวัติรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549)

นายสุริยะใส ระบุถึงบทบาทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่าเป็นสัญลักษณ์ของระบอบอำมาตยาธิปไตยจริงๆ ระบอบนี้ไม่ได้หายไปจากสังคมไทย แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก็ตาม ถ้าเราดูบทบาทของ พล.อ.เปรม ก็จะเห็นชัด เพียงแต่พื้นที่ของระบอบนี้คับแคบลงในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ เพราะการเติบโตของพื้นที่ภาคประชาชนที่มากขึ้น ซึ่งเป็นการท้าทายระบอบนี้โดยตรง ขณะเดียวกันระบอบอำมาตยาธิปไตยก็ถูกท้าทายจากทุนใหม่ ซึ่งเป็นพลังที่พาคุณทักษิณขึ้นสู่อำนาจ

“เราอาจจะพูดว่าระบอบศักดินายืมพลังจากประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ หรือทุนใหม่ ก็เป็นไปได้ แต่ผมคิดว่า พล.อ.เปรม ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของการคงอยู่ของระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ไม่ได้หมายความว่า ไม่มี พล.อ.เปรม แล้วระบอบประชาธิปไตยจะเต็มใบ แต่เป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายอำนาจนิยมหรือระบอบอำมาตยาธิปไตยที่ยังมีพื้นที่ที่แน่นอนในสังคมการเมืองไทย...วันนี้ก็เห็นโดยพฤตินัยได้อย่างชัดเจนว่า พล.อ.เปรม ใช้อำนาจนั้นผ่าน คปค. (คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)

ท่านนั่งบัญชาการอยู่ที่บ้านสี่เสาฯ และไม่มีใครคิดว่าท่านจะกล้าทำ หรือไม่มีใครคิดตอนที่นั่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ว่าการรัฐประหารครั้งนี้องคมนตรีจะมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเปิดเผยขนาดนี้” นายสุริยะใสกล่าว

ผมนำคำให้สัมภาษณ์ของนายสุริยะใสมาลงให้อ่านอีกครั้ง เพราะไม่อยากจะระบุเองว่าใครอยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ขณะที่ พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า บ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวต่อกรณีดังกล่าว เพราะบ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ และไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ทั้งนี้ พล.ร.ท.พะจุณณ์ มองว่า เป็นเรื่องธรรมดาหาก พ.ต.ท.ทักษิณ อยากจะทำอะไรก็คงต้องปล่อยไป แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้เจ้าตัวเปิดเผยออกมาก่อนว่าบุคคลที่พูดถึงนั้นเป็นใคร

เอาละครับ...ถึงจุดนี้ ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ คงจะต้องติดตาม และลุ้นกันต่อไปว่า การเมืองไทยจะลงเอยอย่างไร
ผมคิดว่าอีกไม่นานแล้วล่ะครับ...เพราะตอนนี้อึดอัดกันมากไปแล้ว!



'ความจริงวันนี้'ย้ำปชป.ปวดหัวแน่ต้องตามเช็ด'อภิรักษ์'








รายการความจริงวันนี้ประจำวันที่11พฤศจิกายน2551ออกอากาศทางช่องเอ็นบีที นายวีระ มุสิกพงศ์พิธีกรรายการกล่าวถึงกรณีผลการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีทุจริตการจัดซื้อรถ เรือดับเพลิง และอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,687 ล้านบาท

ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหา รายอื่นๆ ป.ป.ช.มีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตผู้ว่าฯกทม. , นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย , นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย , นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ , นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย , พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันสาธารณภัย กทม. และนายมาริโอ มีนาร์ ในฐานะผู้แทนบริษัท สไตเออร์ ฯ และบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียล ฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี ในฐานะคู่สัญญากับกรุงเทพมหานคร มีความผิดอาญา เช่นเดียวกับนายอภิรักษ์

นายวีระ กล่าวต่ออีกว่าก่อนหน้านี้ คตส. มีการออกมาชี้มูลว่านายอภิรักษ์ไม่มีความผิด จนเรื่องมาถึงมือ ป.ป.ช. นายอภิรักษ์ก็โดนฟันธงเต็มๆ สังเกตุได้ว่าคงต้องวาระซ้อนเร้น แอบแฝงแน่นอน แต่ประเด็นสำคัญคือขณะนี้นายอภิรักษ์มีตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯมหานครฯ ตามกฎหมายแล้วเมื่อถูก ป.ป.ช. ชี้มูลแล้วว่ามีความผิดจริง จำเป็นต้องพักงานทันที ความเดือนร้อนที่จะเกิดตามมาก็คงไม้พ้นประชาชนชาวกทม.ต้องรับไป เพราะยังไม่มีใครมาบริหารงานต่อ...

อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์คงมีเรื่องให้ปวดหัวต่อแน่ หลังจากที่ออกมาบอกว่าผิดหวังกับคำวินิฉัย... เราคงต้องรอดูท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปว่าจะทำอย่างไร แต่จะมีทางไหนได้นอกจากก้มหน้าก้มตารับกรรมไป อีกอย่างก็คือเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิด...ทำไม ป.ป.ช. ถึงปล่อยให้มันเนิ่นนานมาตั้ง4ปี จนนายอภิรักษ์ได้รับเลือกเข้าไปอีก หลังจากนี้ปัญหาคงมีตามมาอีกแน่เมื่อเก้าอี้ผู้ว่าฯว่าง แต่ถ้าดำเนินการให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนนั้นไปซะความเสียหายคงไม่เกิด

นายจตุพร พรหมพันธุ์ พิธีกรรายการทิ้งท้ายถึงการจัดรายการ ความจริงสัญจรภาคพิเศษ ที่วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรีว่า มีประชาชนให้ความสนใจสอบถามรายละเอียดมามากมาย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่วายมีฝ่าย(คนที่ชอบ)ค้านอ้างว่าเอาการเมืองเข้าไปในวัดมันไม่เหมาะสม ด้านท่านเจ้าคุณพยอมเลยต้องออกมาบอกเองเลยว่าท่านควบคุมดูแล และจัดการเอง ไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่เหมาะสมแน่นอน!!!


‘ณัฐวุฒิ’เหน็บ'เจ๊กลิ้ม'จอมขมังเวทย์!รดน้ำมนต์ส.ว.พันธมารล้มล้างรัฐนาวา

‘ณัฐวุฒิ’ ตอกหน้า ส.ว.ลิ่วล้อ 'พันธมาร' ยื่นถอดถอน อ้างแทรกแซงสื่อ แนะเข้าทำเนียบฯให้จอมขมังเวทย์ ‘โกตั๊บ แซ่ลิ้ม’ รดน้ำมนต์เพื่อสิริมงคลในการเคลื่อนไหวทำลายรัฐบาล เผยความจริงวันนี้สัญจรภาค 3 แจงไม่ได้ข้อสรุป ‘ทักษิณ’ โฟนอินได้หรือไม่

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้จัดรายการความจริงวันนี้ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยจะโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้สัญจรในครั้งต่อไป ว่า ต้องรอความชัดเจนจากผู้จัดรายการอีกครั้ง ว่าจะจัดในสถานที่และวันเวลาใด แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้สนับสนุนการกระทำดังกล่าว รวมทั้งการโฟนอินที่จะเกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพราะทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ไม่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดรายการความจริงวันนี้สัญจร 2 ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินเข้ามาหรือไม่ ก็อยู่ในความสนใจของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยอย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ทั้งตั้งข้อสังเกตุจะเกิดความวุ่นวาย แต่การจัดงานความจริงวันนี้สัญจร เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่า การรวมพลคนนับแสนใส่เสื้อสีเดียวกัน ทำทุกอย่างโดยสงบเรียบร้อย ปราศจากอาวุธ เมื่อเลิกงานก็กลับบ้าน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจะตอบโต้คู่ต่อสู้ คู่ต่อสู้นั้นหมายถึงฝ่ายใด นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ดูไม่ออกว่ามีใครบ้าง แต่เท่าที่เห็นก็มีเยอะอยู่ ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ใช่ นักวิชาการบางคนก็ใช่ ฝ่ายค้านก็เป็นฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ว่าอาจเป็นคู่ต่อสู้ที่อยู่ระดับสำคัญกว่าหรือใหญ่กว่า นายณัฐวุฒิ ไม่ทราบว่าจริงๆ แล้ว หมายถึงกลุ่มใด ต้องรอฟังในรายการ ทั้งนี้ เห็นว่าอดีตนายกฯ เดินทางบนถนนการเมืองมาถึงขนาดนี้ มีมิตรก็มากมาย ประชาชนให้ความศรัทธาเชื่อมั่น ขณะเดียวกัน คนประกาศตัวไม่ชอบก็มี

ส่วนกรณีส.ว.กลุ่มหนึ่งจะเข้าร้องเรียนถอดถอนว่านายณัฐวุฒิ แทรกแซงสื่อ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส.ว.กลุ่มนี้ประกาศชัดเจนว่าจะเห็นต่างในทุกอย่างกับรัฐบาล ดังนั้นการที่จะไปร้องนั้นถอดถอนนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้างดเว้นไม่เคลื่อนไหว จึงเป็นเรื่องแปลก

"ผมว่าทางที่ดี ส.ว.กลุ่มนี้น่าจะรวมๆ กัน เพื่อความเป็นสิริมงคล น่าจะเข้าไปให้คุณสนธิ (ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ) พรมน้ำมนต์หน่อย เพราะว่าจะได้มีสิริมงคลในการเคลื่อนไหว และก็การยื่นถอดถอนหรือการดำเนินการอะไรต่างๆ ก็จะได้ดูขลัง มีเวทย์มีมนต์ ต้องใส่ชุดขาวด้วย เพราะจะทำให้ข้อเรียกร้องมีเวทย์มนต์ มีพลังมากขึ้น" นายณัฐวุฒิกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะตั้งชื่อทางไสยศาสตร์ให้นายสนธิ อย่างไร นายณัฐวุฒิกล่าวว่า "ผมไม่กล้าตั้งหรอก กลัวแกเสกหนังควายเข้าท้อง" และว่า "ผมไม่ทราบว่าเป็นผีบุญหรือผีบาป แต่คิดว่าใครที่เลื่อมใสในแนวทางนั้น ก็น่าจะเข้าไปรับน้ำมนต์โดยทั่วถึงกัน ผมแลดูแล้วคงเป็นสิริมงคล เพราะว่าเมื่อมีน้ำมนต์แล้ว ก็น่าจะมีวัตถุมงคล เป็นผ้าอนามัย เป็นอะไรแล้วแต่"



Tuesday, November 11, 2008

เชือด‘อภิรักษ์’เซ่นดับเพลิงฉาวป.ป.ช.ชี้ผิด2ข้อหาหนัก!มัดสัญญาทาส

ตอกฝาโลง! ‘อภิรักษ์’ ป.ป.ช.ชี้ผิดอาญา 2 ข้อหาหนัก มัดสัญญาทาส ‘ดับเพลิองฉาว’ ระบุผิด ม.157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่-แหก พ.ร.บ.ฮั้ว ย้ำเปิดแอลซีขมวดปมค่าโง่ 6.7 พันล้าน ด้าน ‘ปลัดณัฐนนท’ เสียวสันหลัง! ไม่รอดคมปังตอ ชี้ผิดวินัยร้ายแรง เร่งทิ่มสำนวนให้อัยการสูงสุดใน 30 วัน ก่อนปิดดีล ‘เช็กบิลทุจริตโครงการฉาว’

ผู้สื่อข่าวรายงานผลการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีทุจริตการจัดซื้อรถ เรือดับเพลิง และอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,687 ล้านบาท

ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลว่า นายอภิรักษ์กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรณีสั่งเปิดแอลซี (Letter of Credit) กับธนาคารกรุงไทย เพื่อชำระเงินบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียล ฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี ของสาธารณรัฐออสเตรีย ผู้ผลิตรถดับเพลิงและอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ

สำหรับผู้ถูกกล่าวหา รายอื่นๆ ป.ป.ช.มีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตผู้ว่าฯกทม. , นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย , นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย , นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ , นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย , พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันสาธารณภัย กทม. และนายมาริโอ มีนาร์ ในฐานะผู้แทนบริษัท สไตเออร์ ฯ และบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียล ฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี ในฐานะคู่สัญญากับกรุงเทพมหานคร มีความผิดอาญา เช่นเดียวกับนายอภิรักษ์

ขณะที่อีก 2 ราย ได้แก่ คุณหญิงณัฐนนท ทวีสิน อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร ที่ประชุมเห็นว่า มีความผิดวินัยร้ายแรง ขณะที่นายราเชนทร์ พจนสุนทร อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง และไม่มีความผิดทางอาญา

สำหรับขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะทำสำนวนดังกล่าวเพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯซึ่งอัยการสูงสุดมีเวลาในการพิจารณา 30 วัน

'หล่อเล็ก'เสียวสันหลัง! 'กล้าณรงค์'เชือดรายตัว'ฮั้วดับเพลิงฉาว'

'หล่อเล็ก' ลุ้นระทึก! ปปช.ชี้มูลความผิดคดีทุจริตดับเพลิงดับฉาววันนี้ ด้าน 'กล้าณรงค์' ลั่นลงดาบรายตัว ยันไม่มีการล็อบบี้เพื่อให้ใครรอด

นายกล้าณรงค์ จันทิก หนึ่งในคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. กรณีทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม. มูลค่า 6,687 ล้านบาท หลังจากที่มีการเลื่อนการพิจารณาในวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการชี้มูลความผิดเท่านั้น และไม่ขอลงลึกในรายละเอียดตัวบทกฎหมายหรือยุติบทบาทของนายอภิรักษ์

นายกล้าณรงค์ กล่าวย้ำว่า ได้มีการพิจารณาความผิดตัวบุคคลอีก 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นชื่อนายอภิรักษ์รวมอยู่ด้วย ยืนยันไม่มีการล็อบบี้เพื่อให้ใครรอดคดี

ทางด้าน นายประสาท พงษ์ศิวาภัย หนึ่งใน ป.ป.ช. กล่าวปฎิเสธถูกกดดันจากพรรคการเมือง ส่วนที่จะมีการพิจารณาความผิดของนายอภิรักษ์ย้อนหลังไปในสมัยที่เป็นผู้ว่า กทม.สมัยแรกหรือไม่นั้น นายประสาท ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในข้อกฏหมาย เพื่อจากมีเอกสารให้ทำการพิจารณา 2 ฉบับ เพราะฉะนั้นจึงเท่ากับว่า มีข้อกำหมาย 2 ฉบับที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะต้องทำการพิจารณา แต่ทั้งนี้มีหลายฝ่ายเสนอให้มีการพิจารณาความผิดควบย้อนหลังไปในสมัยที่หนึ่งด้วยเช่นกัน แต่ก้ยังมีความคาบเกี่ยวในเรื่องของการตีความ ว่าจะพิจารณาความผิดย้อนหลัง หรือจะพิจารณาความผิดในสัมยปัจจุบันอย่างไร

นายประสาท กล่าวต่อว่า ส่วนการยุติบทบาทหน้าที่ของนายอภิรักษ์นั้นจะต้องขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าจะมีมติไปในทิศทางใด และเป็นคนละเรื่องกับการชี้มูลความผิด

อย่างไรก็ตาม นายประสาท กล่าวอีกด้วยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ไม่จำเป็นที่จะต้องพิจารณายืนตาม คณะกรรมการไต่สวน เนื่องจากว่า คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดมีความอิสระต่อกัน

'วิชา' ปัดตอบคดีรถดับเพลิง

ขณะเดียวกันที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบคดีการจัดซื้อรถและอุปกรณ์ดับเพลิงของกทม.มูลค่า 6,687 ล้านบาท กล่าวถึงความคืบหน้าในการชี้มูลคดีรถดับเพลิง ว่า ป.ป.ช.ประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง และจะพิจารณาต่อ ส่วนจะชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องเลยหรือไม่ ยังไม่แน่ อย่างพึ่งไปคาดเดา ขึ้นกับกรรมการป.ป.ช.ว่า อยากได้ข้อมูลเพิ่มหรือไม่ แต่อนุคณะกรรมการฯของตน พยายามชี้ให้เห็นจุดต่างๆของพฤติกรรมของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องให้ป.ป.ช.ทราบแล้ว

เมื่อถามว่า จะชี้มูลผู้ถูกกล่าวหาตามที่ปรากฏตามรายงานข่าวของสื่อทั้ง 11 คน หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า อย่าพึ่งให้ตนพูดอะไร เพราะต้องให้เกียรติกรรมการป.ปป.ช.ทุกคน อย่างไรก็ตาม หากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม.ถูกชี้มูลก็ต้องว่าไปตามกฎหมายโดยหยุดปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้นอย่าพึ่งไปกำหนดล่วงหน้า

'เทพเทือก'ยื้อ!'หล่อเล็ก'ตายคาเก้าอี้ผู้ว่าฯ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจในความบริสุทธิ์ของนายอภิรักษ์ แต่หาก ป.ป.ช.ชี้มูลว่านายอภิรักษ์มีความผิดทางอาญา ก็จะยุติปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวทันที แต่จะไม่ลาออกจากผู้ว่าฯ กทม. จะรอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินคดี สอดคล้องกับนายอภิรักษ์ ที่ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามมติของพรรค

ส่วนที่คณะทำงานด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องต่อป.ป.ช.กรณีนายอภิรักษ์ยอมให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปิดเส้นทางเสด็จในขบวนพระราชพิธี โดยระบุว่าเป็นการกระทำผิดมาตรา 157

เรื่องดังกล่าว นายอภิรักษ์ชี้ว่า ยังไม่ทราบในรายละเอียดแต่อย่างใด ซึ่งจะมอบหมายให้สำนักงานกฎหมายและคดี กทม.ไปตรวจสอบขั้นตอนของกฎหมายว่าผิดมาตราใดหรือไม่ และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ส่วนประเด็นอื่นเชื่อว่าประชาชนจะใช้วิจารณญาณในการตัดสินอย่างรอบครอบและไม่อยากให้นำประเด็นอื่นมาเชื่อมโยงกัน

ต่อข้อซักถามกรณีที่ ป.ป.ช.จะพิจารณาสรุปสำนวนคดีเพื่อชี้มูลความผิดในคดีทุจริตรถ-เรือ และอุปกรณ์ดับเพลิงมูลค่า 6,687 ล้านบาท และหากตกเป็นหนึ่งใน 11คนที่มีความผิดในคดีดังกล่าวจะทำอย่างไร นายอภิรักษ์ ระบุว่า เรื่องนี้อยู่ในชั้นกระบวนการของ ป.ป.ช.ต้องรอให้มีการวินิจฉัยออกมาชัดเจนก่อนและไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆในตอนนี้

ซัด'อภิรักษ์'อย่าชิงไขก๊อก! ย้ำเป็นเจตนาแอบแฝงปชป.

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน (พปช.) เปิดเผยว่า ถ้านายอภิรักษ์มีสปิริตพอต้องรับผิดชอบ เมื่อเขารู้ว่าพรุ่งนี้ ป.ป.ช.จะมีการชี้มุลความผิดอย่างไร ต้องรอให้ผลออกมาก่อนว่าใครถูกใครผิด อย่างคิดชิงความได้เปรียบด้วยการลาออก ทางที่ดีควรรับฟังความชัดเจนจาก ป.ป.ช. เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทางการเมืองหรือมีเจตนาใดแอบแฝง

"ถึงแม้ว่าตัวนายอภิรักษ์จะรู้อยู่แล้วว่า ผลสรุปของ ป.ป.ช.จะออกมาเช่นไร ก็ควรจะมีสปิริต ไม่ควรชิงลาออกให้ตัวเองดูดี ถ้าแม้หลังจากนี้ทางพรรคอาจจะส่งคนอื่นมาแทนนายอภิรักษ์ และอาจใช้การลาออกของนายอภิรักษ์มาเป็นการแสดงความรับผิดชอบ มันเป็นการแสดงถึงเจตนาแอบแฝงของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย" โฆษก พปช.ระบุ



ฟันธง!บึ้มทำเนียบฯฝีมือ'พันธมาร'ล่อกันเอง 'หมอผี'ปัดวิพากษ์หวั่น'ม็อบชั่ว'ด่าบนเวที


โฆษก บช.น.ฟันธง! เหตุบึ้มข้างเวทีพันธมาร ยิงจากด้านใน-ไม่ใช่ M79 ชี้ 'โจรกบฏ' ล่อเป้ากันเองยุติความขัดแย้งภายใน ขณะที่ 'นักรบใบกระท่อม' ขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ด้าน 'หมอพรทิพย์' ปัดตอบบึ้ม! เสียวถูกม็อบโกเต็กซ์ด่ากราดบนเวทีฯ

พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงเหตุระเบิดข้างเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ไม่น่าจะเป็นระเบิด M 29 ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ และไม่ใช่เป็นลักษณะของการยิงมาจากด้านนอก โดยน่าจะเป็นการระเบิดขึ้นภายในมากกว่า อย่างไรก็ตามคาดว่าไม่น่าจะเป็นระเบิด M 79 เพราะอานุภาพทำลายล้างต้องมากกว่านี้

พล.ต.ต.สุพร กล่าวอีกว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากพันธมิตรฯยังไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในทำเนียบ ส่วนจะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้ ส่วนการจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ 1 คน ขณะนี้ได้ปล่อยตัวแล้วเพราะจากการสอบสวนไม่น่าจะเกี่ยวข้อง

อนึ่งก่อนนห้านั้นเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณเต็นท์ห่างจากเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรเพียง 50 เมตร เบื้องต้นพบว่าระเบิดตกบนหลังคาเต็นท์ก่อนเกิดการระเบิด แรงระเบิดทำให้เต็นท์เป็นรูกว้างประมาณ 1 เมตร มีผู้ได้รับบาดเจ็บทันที 2 ราย

'หญิงหมอ'หวั่นถูกด่าบนเวที

ขณะที่แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีเหตุการณ์ระเบิดบ่อยครั้ง ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยทางกลุ่มพันธมิตรไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถหาสาเหตุการระเบิดได้ทันที

พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ขอพูด หรือออกความเห็นใด ๆ เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรฯ หากพูดพาดพิงไป ตนอาจจะถูกนำไปเป็นประเด็นด่าทอบนเวทีได้ อีกทั้งตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่โดนตรงในการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผ่านมาตนเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้นก็เนื่องจาก ถูกเชิญให้เข้าไปช่วยดูแลเท่านั้น แต่ขณะนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและ กำลังปฎิบัตงานอยู่ทางภาคใต้

ล่าสุดมีรายงานว่า พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ได้ เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุ

ศาลอนุญาตฝากขังแท๊กซี่การ์ดอาสาพันธมิตรพกอาวุธปืน

ส่วนกรณี นายเกียรติศักดิ์ รักภู่ คนขับแท็กซี่ การ์ดอาสาพันธมิตร ซึ่งถูกเจ้าหน้าตำรวจควบคุมตัวในข้อหามีปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต นั้นร.ต.อ.ป้อมเพ็ชร โชติกลาง พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เปิดเผยว่า ได้นำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังเป็นครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากพนักงานสอบสวนจะต้องสอบพยานเพิ่มอีก 4ปาก และรอผลตรวจสอบลายนิ้วมือ และประวัติอาชญากร โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง

เสธ.แดงจี้ม็อบโกเต๊กซ์ออกจากทำเนียบฯ

ด้านพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงเหตุระเบิดในสถานที่ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อกลางดึกวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนเคยแจ้งเตือนและคอยรายงานข่าวสารให้พันธมิตรฯ ต้องขอขอบคุณลูกที่พาพ่อแม่ออกไปจากพื้นที่ ซึ่งภาพเมื่อคืนเห็นได้ว่า คนที่โดนระเบิดเป็นสาวกของพระโพธิรักษ์ทั้งนั้น ส่วนนักรบศรีวิชัยเอาตัวรอดไปอยู่ในบังเกอร์และหนีไปนอนนอกทำเนียบรัฐบาล

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่เวทีพันธมิตรฯ มีไม่ถึง 20 คน แต่มีการตัดต่อภาพให้เห็นเป็น 100 คน เพราะภาพตอนที่วิ่งหนีระเบิด จะเห็นว่ามีไม่ถึง 20 คน แม้แต่สารวัตรทหาร (สห.) ซึ่งเป็นทหารจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ยังใส่เสื้อเกราะทุกคน เห็นได้ว่าตรงจุดนั้นไม่มีความปลอดภัย

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวอีกว่า จะขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายให้ออกไปจากทำเนียบรัฐบาล ก่อนวันที่ 14 พ.ย. ซึ่งมีงานรัฐพิธีระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. โดยยอมจำนนปราศจากเงื่อนไข และส่งมอบทำเนียบรัฐบาลให้กับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 แล้วให้ พล.ต.ต.อำนวย ติดต่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด ตั้งแต่สิ่งของรัชกาลที่ 3, 4 และ 5 ของที่ระลึกจากประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีต่างๆ แม้กระทั่งเก้าอี้ของรัชกาลที่ 5 ที่ขาหัก หลังวันที่ 14 พ.ย.จะประกาศหยุดยิง แต่หลังวันที่ 19 พ.ย.นี้ การทอดกฐินหลวงจะเกิดขึ้น กองกำลังไม่ทราบฝ่าย แก๊ง 47 โรนิน ซามูไรไร้สังกัด จะทอดกฐินหลวงแน่นอน เพราะพันธมิตรฯขาดความชอบธรรม

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวต่อว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เราไม่ต้องสงสารผู้ที่โดนระเบิด เพราะเป็นสาวกของศาสนาวิบัติ ซึ่งเพี้ยนและคู่กับผีบุญ คิดว่าตนเป็นกษัตริย์ และเป็นศาสดาอยู่ในตัวเอง ดังนั้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ จึงต้องโดนอย่างนี้

'พระพยอม'เปิดวัดสวนแก้วจัด'ความจริงวันนี้สัญจร3'


'ณัฐวุฒิ'เผย'พระพยอม' พร้อมเปิดวัดสวนแก้วรับเวที"ความจริงวันนี้"ในวันที่ 23 พ.ย. ด้าน'จตุพร'ยัน'ทักษิณ'ต่อสายแข้าแน่นอน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมจัดรายการ "ความจริงวันนี้สัญจร3" ว่า ได้หารือกับพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ไว้แล้วว่าจะขอใช้สถานที่ในการจัดรายการครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นในวันที่ 23 พ.ย.นี้

นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนรูปแบบของรายการคงไม่เอิกเกริกเหมือนกับที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เนื่องจากเป็นพื้นที่วัด คงจัดแบบเรียบง่ายมากกว่า

ก่อนหน้านี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวผ่านรายการความจริงวันนี้ คืนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้กำลังประสานกับทางสนามกีฬาศุภชลาศัยอยู่ ซึ่งคาดว่าจะใช้จัดรายการ "ความจริงวันนี้สัญจร" อีกครั้งหนึ่งด้วย ก่อนที่จะมีการพิจารณาจัดรายการในพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไป และยังยืนยันอีกด้วยว่า พร้อมที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต่อสายเข้ามาพูดคุยกับประชาชนในรายการทุกครั้งที่จัดขึ้นแน่นอน


ทักษิณประกาศสู้แล้วครับ สงครามจะสงบได้เมื่อเราเข็มแข็งไม่ยอมคุกเข่าศิโรราบเท่านั้นครับ


บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

จากการให้สัมภาษณ์ ผ่าน นพพร วงศ์อนันต์แห่งรอยเตอร์ผ่านโทรศัพท์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศสู้ตายแล้วหล่ะครับ สมใจอยากของนักรบไซเบอร์และประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ที่รอผู้นำในการต่อสู้กับพวกอำมาตยาธิปไตยมานาน หลังจากที่ประชาชนต้องต่อสู้กันตามลำพัง ตามมีตามเกิดมากว่า 2 ปีแล้ว

มาวันนี้ ผู้นำในดวงใจของประชาชนหลายล้านคน ได้ประกาศสู้แล้ว ยอมออกหน้ามวลชนแล้ว นี่คือข่าวดีที่สุดในรอบสองปีท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ไม่จบไม่สิ้นสักทีนี้



มันเป็นกฎธรรมชาติของโลก ที่ผู้ที่เข็มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่รอด หากเรายอมศิโรราบ แล้วแต่ศัตรูจะเมตตาปรานี ข้าศึกก็จะไม่มีวันปรานีเรา เพราะ "ความปรานี" ความสงสารเป็นเพียงแค่อารมณ์ความรู้่สึกของคนเท่านั้น ในขณะนั้น เวลานั้น ศัตรูของเราเขาอาจมีอารมณ์สะใจ มากกว่าอารมณ์สงสารก็ได้

ดังนั้นการคุกเข่า ขอความเมตตาจากศัตรู จึงมีแต่หนทางตายสถานเดียวเท่านั้น เป็นการเอาชีวิตไปฝากไว้กับอารมณ์ที่ไม่แน่นอนของมนุษย์ และมีน้อยมากที่ศัตรูจะยอมสงสารและปล่อยให้เรารอด

แต่หากเราต่อสู้จนศัตรูรู้ว่า หากเขาสู้ต่อไป เขาอาจต้องตายเอง หรือหากจะชนะได้ก็ต้องใช้ต้นทุนสูงอย่างยิ่งจนไม่คุ้มที่จะรบกันต่อ ศัตรูก็จะยอมเจรจา และล่าถอยไป

เพราะหากเราต่อสู้จนถึงที่สุดนั้น ไม่ว่าศัตรูจะอยู่ในอารมณ์ใด ความรู้สึกใด ไม่ว่าจะสะใจ หรือสงสาร ก็ไม่มีัความหมายแล้ว เพราะศัตรูจะถูกบังคับให้ต้องตัดสินใจว่า เขาจะสู้ต่อไปโดยอาจต้องตายไปด้วยกัน หรือเขาอาจจะแพ้ หรือแม้ว่าเขาจะชนะ เขาก็อาจจะขาดทุนจนไม่เหลืออะไรเลยก็ได้

เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาก็ต้องเลือกทางเจรจา เพราะเป็นหนทางเดียวที่เขาจะหยุดการสูญเสียต่อไปได้

ที่จริงท่านนายกฯทักษิณ ควรจะสู้ตั้งแต่ตอรที่พวกเขาทำรัฐประหารแล้วครับ โดยการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น แต่ไม่เป็นไร สู้ตอนนั้นอาจจะไม่ชนะก็ได้ เพราะประชาชนยังไม่เห็นว่าใครอยู่เบื้องหลัง ความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้ แต่มาบัดนี้ประชาชนตาสว่างกันแทบหมดประเทศแล้ว ศัตรูในที่ลับ มือที่มองไม่เห็นทั้งหลายปรากฎตัวแทบล่อนจ้อนกันทุกผู้ทุกนามแล้ว

ดังนั้น ในวันนี้ กาลเทศะเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะสู้ให้ถึงที่สุด

ขณะนี้ศัตรูของท่านทักษิณ ไม่มีอาวุธอื่นใดอีกแล้วนอกจากการทำรัฐประหาร กับ ตุลาการภิวัฒน์ อุดมการณ์ทางการเมืองก็ล้าหลัง เป็นเผด็จการอำมาตยาธิปไตย แนวคิดทางเศรษฐกิจก็ตามหลังภูฐาน

ในขณะที่ท่านนายกฯทักษิณ มีทั้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ระบบเศรษฐกิจที่ก้าวทันโลก ระบบสังคมที่เป็นรัฐสวัสดิการ สร้างความหวังให้กับประชาชน

ในทางอุดมการณ์ และยุทธศาสตร์นั้น เราชนะอยู่แล้ว

ลัทธิบูชาเทพ กับศตวรรษที่ 21 ไปด้วยกันไม่ได้หรอก หากพวกเขามีแต่แนวคิดแค่นี้ เขาไปไม่รอดอย่างแน่นอนในสงครามทางการเมืองครั้งนี้

กฎข้อแรกๆ ในตำราพิชัยสงครามซุนหวู ในการทำสงครามคือ

ในการทำสงครามนั้น จงอย่าเชื่อหมอดูหรือเชื่อดวงโดยเด็ดขาด แต่ให้เชื่อมั่นในกำลังรบ แผนการรบ ขุนพล และยุทโธปกรณ์

พระเจ้าเล่าเสี้ยน(อาเต๊า) บุตรที่สืบทอดราชบัลลังค์ของเล่าปี่ แห่งจ๊กก๊ก ต้องเสียเมืองให้กับวุยก๊ก เพราะในช่วงท้ายๆ ของสามก๊กหลังจากขงเบ้งตายไปแล้ว 20 ปี ราชสำนักจ๊กก๊กเชื่อเรื่องแม่มด หมอดู และหมอดูบอกว่าจะชนะสงคราม เลยไม่ทำอะไร รอแต่วันที่ดวงจะชนะ

สุดท้ายทหารของวุยก๊กมาถึงหน้าประตูวังแล้ว พระเจ้าเล่าเสี้ยน ยังงมงายไม่รู้ตัวเลย

ศัตรูของนายกฯทักษิณ ก็เชื่อแต่เรื่องดวง เรื่องโหร ดังนั้นสงครามครั้งนี้รบชนะไม่ยากเย็นอะไร
นัก เพียงแต่ต้องยืดเยื้อ เพราะรอให้ประชาชนตาสว่างเท่านั้น

อีกอย่างศัตรูสำคัญของท่านนายกฯทักษิณ ล้วนแต่อายุมากเกิน 80 ปีแล้วทั้งสิ้น ดังนั้น หากทำสงครามยืดเยื้อ พวกเขาขาดแคลนสิ่งเดียวนั้นคือ เวลา

อุดมการณ์ทางการเมืองของพวกเขาก็ไม่อาจดึงดูดใจประชาชนในศตวรรษที่ 21 ที่เรียนมาทางวิทยาศาสตร์กันเป็นส่วนใหญ่แล้ว

โอกาสที่ท่านนายกฯทักษิณ จะชนะจึงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

จาก thaifreenews

สานเสวนา เวทีแห่งการโกหก ปาหี่ทางการเมือง


บทความโดย..ลูกชาวนาไทย

การสานเสวนา หากไม่สามารถดึงเอามือที่มองไม่เห็นออกมาคุยด้วย ก็ป่วยการที่จะดำเนินการ

สังคมไทยที่วุ่นวายไม่จบมากว่า 3 ปีแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะจบได้อย่างไรนี้ เป็นเพราะว่าทุกฝ่ายไม่ยอมพูดความจริง วิเคราะห์ปัญหาแบบโกหกตัวเอง พูดเฉียดไปเฉียดมา ไม่ยอมลงไปแตะต้องปัญหาที่แท้จริง ทั้งๆ ที่ทุกคนในประเทศนี้ ต่างก็ทราบกันทั้งนั้นว่า ปัญหาการเมืองไทยทุกวันนี้ ต้นเหตุและคู่ขัดแย้งคือใคร ปัญหาใหญ่คืออะไร


แต่เมื่อสังคมนี้ไม่ยอมรับการพูดความจริง ความสงบสุขก็ไม่มีทางกลับคืนมาสู่สังคมนี้ได้อย่างแน่นอน


ทุกวันนี้ ตัวแสดงต่างๆ ที่เห็นแสดงกันอยู่ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งที่แท้จริงแต่อย่างใด เป็นแต่เพียง นอมินี ตัวแทน หรือ Proxy ของแต่ละฝ่ายเท่านั้น มีสภาพอะไรไม่ต่างจาก "หุ่น" ที่ถูกเชิดโดยมือที่มองไม่เห็น แต่ทุกคนในประเทศนี้ก็พอจะรู้ๆ กันอยู่ ว่าเจ้าของมือที่แท้จริงเป็นใคร



การนำเสนอแนวทางเสวนา เพื่อหาทางออกให้กับสังคมนี้ ที่ถูกนำเสนอขึ้นจากคนบางฝ่าย แม้ว่าจะเป็นแนวความคิดที่ดี แต่มันก็ไม่มีทางปฏิบัติได้ เพราะว่า ทุกฝ่ายต่างก็เลี่ยงที่จะไม่ยอมพูดความจริง และไม่มีใครไว้ใจคนที่เป็นพยายามจะเป็นตัวกลางเพื่อประสานงานให้มีการเสวนา เพราะไม่มีใครเชื่อว่าคนเหล่านั้น "เป็นกลางจริง" แต่เป็นเพียง "นอมินี" ของมือที่มองไม่เห็น กระทำการเพียงเพื่อปรับยุทธวิธี เนื่องจากเห็นว่า "ตัวแทน" ของตนในการทำสงครามภาคสนามคือ "กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย" กำลังเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง และไม่สามารถดำเนินกลยุทธ์ต่อได้ จึงส่งบริวารอีกกลุ่มหนึ่ง แสร้างทำเป็น "คนกลาง" เพื่อที่จะเจรจาหาทางออก สร้างบทบาทให้กับกลุ่มพันธมิตร ที่กำลังอ่อนแรงอีกครั้งหนึ่ง


เมื่อไม่มีความจริงใจ และไร้ความน่าเชื่อถือเช่นนี้ เวที สานเสวนา ที่กำลัง "โฆษณาชวนเชื่อ" กันอย่างมโหราฬ โดยสื่อที่ฝักใฝ่อำมาตยาธิปไตยแต่ต้น จึงเป็นแค่ เวทีปาหี่เท่านั้น เพราะคนที่เข้าร่วม "เสวนาทั้งหลาย" ต่างก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งทั้งสิ้น

ต่อให้เสวนาอย่างไร มันก็หาทางออกไม่เจอ ในเมื่อ ความตั้งใจของแต่ละฝ่ายยังคงเหมือนเดิม คือ อำมาตย์ก็ต้องการไล่ฆ่าทำลายล้าง กลุ่มนิยมทักษิณให้ได้ ทหารก็จ้องแต่จะทำรัฐประหาร เพื่อเอาระบอบแต่งตั้ง 70/30 เข้ามา มือที่มองไม่เห็น ก็ส่งสัญญาณรัฐประหารกันทุกวัน จนประชาชนเริ่มทนไม่ไว้


ผมคิดว่าเวลานี้ "มวลชนเสื้อแดงต่อต้านรัฐประหาร" ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจแนวคิดสานเสวนา แต่อย่างใด เพราะมันเป็นแค่ กลลวงอีกอันหนึ่งของอำมาตย์เท่านั้น ปล่อยให้รัฐบาลเล่นเกมพวกนี้ไป แต่มวลชนเสื้อแดงจะต้องสร้างเครือข่ายต่อต้านการทำรัฐประหารให้เข็มแข็ง จนไม่กลัวว่าจะมีการทำรัฐประหาร ไม่ว่าฝ่ายทหาร หรือมือที่มองไม่เห็นมีความต้องใจจะทำรัฐประหารมากแค่ไหนก็ตาม

แกนนำ นปช. (ไม่เกี่ยวกับกลุ่มพีทีวีรายการความจริงวันนี้) ที่โง่แต่ขยัน จะต้องเลิกการปลุกระดมมวลชนที่เปล่าประโยชน์ในการไปปะทะกับกลุ่มพันธมิตร พวกเราต้องเลิกสนใจกลุ่มพันธมิตรโดยสิ้นเชิง เพราะคนกลุ่มนี้หมดคุณค่าทางยุทธการในทางการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะแสดงอะไรต่อไปก็ไม่ต้องไปสนใจทั้งสิ้น


หากแกนนำ นปช. ยังต้องการทำงานมวลชน ก็ควรมีหน้าที่ประสานงานในระดับภูมิภาคเพื่อระดมพลังเสื้อแดงต่อต้านรัฐประหาร จัดกิจกรรมต้านรัฐประหาร แสดงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร เช่น การฝึกนอนขวางทางวิ่งรถถัง หรือฝึกขว้างระเบิดโมโลต็อฟค็อกเทลต่อสู้รถถังให้เป็นภาพข่าว หรือ จัดมวลชน เข้าประท้วง "อารยะขัดขืนกับพวกตุลาการภิวัฒน์" ทั้งหลาย

การสานเสวนา ที่กำลังดำเนินการ โดยกลุ่มคนที่ "ไม่ได้เป็นกลางทางการเมือง" แต่อย่างใดในขณะนี้ คือ "เวทีปาหี่" ทางการเมืองแค่นั้นเอง พวกเขาอยากแสดงก็คงต้องปล่อยให้แสดงไป สุดท้าย ก็จะไม่ต่างจาก "พวกเสื้อขาวสองไม่เอา" ที่ไม่มีใครสนใจ

เพราะพวกเขาเริ่มต้นก็โกหก และไม่ยอมพูดความจริงกันแล้ว มันก็ป่วยการที่จะไปคาดหวังกับการแสดงละครหลอกคนดูในขณะนี้

สรุปการสานเสวนาคือ การสนทนาของคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขัดแย้ง คู่ขัดแย้งเขาชกกันอยู่บนเวที ปล่อยกำลังภายในเข้าปะทะกัน พวกหน้าม้ารอบๆ เวทีของ "อำมาตยาธิปไตย" ก็ส่งเสียงโหวกเหวกเพื่อสานเสวนา ดูแล้วเป็นเรื่องตลกไร้สาระ กลายเป็นปาหี่ทางการเมืองไป



จาก thaifreenews

Monday, November 10, 2008

สมพงษ์ ยืนยันไม่สอบถามเหตุผลอังกฤษกรณีถอนวีซ่า ทักษิณ

กรุงเทพฯ 10 พ.ย. - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยืนยันจะไม่สอบถามเหตุผลในการถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และภริยา เพราะถือเป็นสิทธิ์ของทางการอังกฤษ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า การที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ให้ข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องสอบถามไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ถึงเหตุผลในการถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ภริยา นายสมพงษ์ ระบุว่า รู้สึกไม่สบายใจกับข่าวนี้ เพราะอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการถอนวีซ่าถือเป็นสิทธิเด็ดขาดของทางอังกฤษ

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังพร้อมให้ความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุด ในการประสานขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดี เพราะสามารถตรวจสอบผ่านสถานทูตและสถานกงศุลทั่วประเทศได้ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหน แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการประสานมา

ส่วนปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ นายสมพงษ์ ได้มอบหมายให้ นายวศิน ธีระเวชญาณ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี ไปเป็นตัวแทนหารือเรื่องการปักปันเขตแดน ที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาแล้ว และในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ นายสมพงษ์ จะเดินทางไปประชุมด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนและได้ข้อตกลงระหว่างกัน.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-11-10 12:16:11