WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, November 13, 2008

คำต่อคำ"ทักษิณ "ลั่นเตรียมโฟนอินยาวเปิดโปง"ศัตรู" กลางม็อบเสือแดงครั้งใหม่ แค้นไม่ยอมหยุดไล่บี้

คำสนทนาระหว่าง "พ.ต.ท.ทักษิณ" กับ"นพพร วงศ์อนันต์" จากรอยเตอร์ เปิดอก ประกาศลั่นจะเล่นงานคืน"ศัตรูทางการเมือง"เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมหยุด ด้านอัยการไทยจับตาทักษิณลี้ภัยประเทศใด เชื่อขอตัวได้แม้ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

คลิ๊กเพื่อรับชมวีดีโอ ฟังเสียง - สนทนา"พ.ต.ท.ทักษิณ" กับ"นพพร วงศ์อนันต์" จากรอยเตอร์ แบบเปิดอก (ฉบับเต็ม 10 นาที)


"ทักษิณ"ประกาศศึกรบต่อทางการเมือง


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่10 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกยกเลิกวีซ่าจากทางการอังกฤษ ประกาศว่า เขาจะเดินทางออกจากประเทศจีน ไปยังสถานที่อื่นซึ่งไม่มีการระบุสถานที่ พร้อมทั้งประกาศจะต่อสู้เล่นงานกลับศัตรูทางการเมือง โดยในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า "ผมจะเดินทางต่อไป" โดยผมกำลังเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง"


รอยเตอร์ระบุว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งลี้ภัยอยู่ในอังกฤษ ได้ยกเลิกการยื่นขอลี้ภัยยังอังกฤษ อ้างเพื่อเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของเขา


ด้านเอเอฟพีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานอัยการประจำกิจการต่างประเทศเปิดเผยว่า ตอนนี้อัยการกำลังจับตาดูว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปพำนักลี้ภัยในประเทศไหน หลังจากที่อังกฤษตัดสินยกเลิกวีซ่าให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว และว่าแม้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะไปลี้ภัยในประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย และไทยก็สามารถยื่นเรื่องขอตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ ตามหลักการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เอเอฟพีระบุว่า บาฮามาส,เบอร์มิวด้า และอีกหลายประเทศในแอฟริกา ซึ่งไม่มีสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย ได้เสนอที่จะให้ที่ลี้ภัยแก่พ.ต.ท.ทักษิณ และว่าก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ยังไม่ได้รับการร้องขอจากพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าต้องการจะลี้ภัยในฟิลิปปินส์


ทั้งนี้ นายนพพร วงศ์อนันต์ หัวหน้าข่าวการเมือง สำนักข่าวรอยเตอร์ ประจำประเทศไทย ได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทางโทรศัพท์ ในช่วงบ่าย วันที่ 10 พฤศจิกายน ใจความว่า...


เรื่องรัฐบาลอังกฤษยกเลิกวีซ่า
ทักษิณ : กล่าวว่า คงจะมีมูลมั้ง คงจะจริง เพราะมีโค้ดชื่อคนในสถานทูตอังฤกษ แต่ยังไม่ได้รับแจ้งตอนนี้


จะไปอยู่ที่ไหน
ทักษิณ : โลกมันกว้างจะตาย


เรื่องสร้างบ้านที่จีน
ทักษิณ : เขา(เหยียน ปิน- ชาญชัย รวยรุ่งเรือง) สร้างของเขาอยู่แล้ว เขาพัฒนาที่ของเขาไปเรื่อยๆ ผมอยู่ตรงไหนก็ได้ ผมอยู่ของผมไปเรื่อยๆ กางเต็นท์นอนยังได้ เป็นprivate คลับเฮาท์ มีสมาชิกอยู่ 500 กว่าคน บางทีสมาชิกมาพักถ้าไม่มีสมาชิกมาพัก เขาก็ให้ผมพัก


จะกลับเข้าอังกฤษไหม
ทักษิณ :ก็ไม่แน่ ตอนนี้ยังไม่มีแผนอะไร ผมก็ไปของผมเรื่อยๆ ตอนนี้กำลังจะออกจากปักกิ่ง


ไปฟิลิปปินส์หรือเปล่า
ทักษิณ :ไม่มี ผมไม่คิดไปฟิลิปปินส์ มั่วกัน วันนี้สื่อมวลชนมันมั่วกัน ติดนิสัยไอ้สนธิมันหมด


วางแผนกับชีวิตอย่างไร

ทักษิณ :วางก็ไม่ต้องบอก บอกไม่ได้ แต่ชีวิตต้องมีแผน อีกไม่กี่วันมีของสนุกๆ เยอะแยะ มีเรื่อยๆ ชีวิตผมเป็นชีวิตสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลาย ไม่ต้องห่วง จะมีเรื่องสร้างสรรค์อีกเยอะแยะ


เป็นเรื่องการลงทุนใหม่
ทักษิณ : ไม่รู้ เดี๋ยวก็ดูกัน


ตกลงจะเป็นบุคคลกิติมศักดิ์ ของบาฮามาสหรือไม่
ทักษิณ :คงต้องรับหลายประเทศ


ตกลงคนสงสัยกันมาก จะอยู่เมืองจีน ทำธุรกิจหรือเป็นที่ปรึกษามาฮามาส
ทักษิณ : ผมมีหลายมิติ มิติชีวิตมีหลายมิติ มีทั้งมิติทำงานหาเลี้ยงชีพ มิติงานด้านที่เป็นประโยชน์กับสังคมโลก สังคมไทยทำอะไรไม่ได้ ก็ไปทำสังคมโลก มิติแห่งการพิสูจน์ตัวเอง


แล้วจะพิสูจน์ต้วเองอย่างไร
ทักษิณ :ผมถูกกล่าวหา Politically ก็ต้องมาแก้ด้วย Politically เอาแค่นี้พอ


สนามกอลฟ ที่ปักกิ่ง จะเป็นแห่งหนึ่งที่มาเยือนบ่อยๆ
ทักษิณ :ก็แล้วแต่ ไม่แน่นอน ผมไปของผมเรื่อยๆ โลกมี 190 กว่าประเทศ ผมก็ไปของผมเรื่อยๆ


ส่วนลูกจะขอวีซ่าเข้าอีกรอบ ไปเยี่ยมอุ๋งอิ่ง(น.ส.แพทองธาร บุตรสาว กำลังปริญญาโทอยู่อังกฤษ)ไหม
ทักษิณ :เดี๋ยวค่อยคิดกัน เพราะลูกสาวผมคนนี้ ถูกกระทำจนแกร่งมาก ตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทย ถูกกระทำเยอะเหลือเกิน เด็กตัวเล็กนิดเดียว พอพ่อเป็นนักการเมืองเขาถูกกระทำจนแกร่ง เพราะฉะนั้นเขาแกร่งพอที่จะอยู่ของเขาได้


พูดกันว่าเหตุผลหนึ่งที่ท่านถูกยกเลิกวีซ่า เพราะท่านขอลี้ภัย แต่ไม่ยอมอยู่ในประเทศ
ทักษิณ : ไม่ ผมยกเลิกการขอลี้ภัย เพราะผมไม่จำเป็น ไม่ต้องการคำว่าลี้ภัย ผมต้องการเสรีภาพ เพราะผมเป็นนักประชาธิปไตย อะไรที่ไม่มีเสรีภาพผมไม่ชอบ


ต่อไปท่านก็จะเป็นบุคคลของโลก เดินทางไปทั่วใช่ไหม
ทักษิณ :แน่นอน


ส.ส.จะพบท่านได้ที่ไหน
ทักษิณ :ก็แล้วแต่ ผมอยู่ที่ไหน ถ้าว่างก็มา มาอยู่ก็เจอ


จะเปิดการลงทุน
ทักษิณ :ไม่หรอก เมืองไทยไม่ต้องพูดถึงเลยตอนนี้


ยังไงก็ยังไม่กลับตอนนี้ใช่ไหม
ทักษิณ :ยังไม่มีเหตุที่ต้องกลับ


พิสูจน์ทางการเมืองก็ยังไม่พิสูจน์
ทักษิณ : ไม่ต้องห่วง มีเวลาเยอะแยะ ยังแข็งแรงดีอยู่ เนลสัน แมนเดลลา ยังสู้ต้องหลายปี (หัวเราะ)


ท่านกำลังจะบอกว่า มีอายุอีกหลายปี
ทักษิณ :ตอนนี้แข็งแรงมาก เพราะได้ออกกำลังตีกอล์ฟ เพียงแต่คอยนั่งสมาธิ รักษาสุขภาพจิตตัวเอง ผมต้องเริ่มพูดความจริงทีละเรื่อง หลายเรื่องผมไม่อยากพูด เพราะเป็นเรื่องกระทบคน แต่ว่าวันนี้ เมื่อเขาไม่หยุด ผมคงต้องพูด


จะพูดผ่านทางไหน
ทักษิณ :เดี๋ยวมีเวลาก็พูดเอง แต่ไม่ใช่ผ่านรอยเตอร์แน่ ให้รอยเตอร์เอาไปฟังแล้วพูดต่อ ผมกำลังคิดว่าการชุมนุมคราวหน้า ผมจะขอไม่ให้ต้องถ่ายทีวี อยากพูดกับฐานเสียงของตนเอง ให้เขาเข้าใจชัดๆ ไปเลย เพราะบางทีพูดต่อมีเดีย แล้วพูดมากไม่ได้ พูดกับฐานเสียงตรงๆ จะได้เล่าให้ฟัง และเปิดเผยชื่อได้


ที่จะจัดที่ขอนแก่นหรืออุดร ท่านจะโทรมาอีกใช่ไหม
ทักษิณ :แน่นอน ผมต้องพูดกับคนที่ยังรักและศัรทธาผม ผมต้องพูดให้เขาฟัง และคราวหน้าคงจะต้องพูดให้ยาวขึ้น และคงต้องเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเขาไล่ผมแบบนี้แล้ว มันมากไปแล้ว


ยกเลิกวีซ่า ยังไม่ได้รับเป็นทางการ แต่ยังไงคงไม่กลับเข้าอังกฤษ
ทักษิณ :ยังไม่ได้รับ ยังไม่มีแผนอะไรเลย ทีมฟุตบอลก็ขายไปแล้ว ธุรกิจที่โน้นไม่มีอะไร...เดินทางไปเรื่อยๆ มีบ้านเพื่อนให้พักก็พัก ไม่มีบ้านเพื่อนให้พักก็พักโรงแรม ถ้าไม่มีจริงๆ ก็กางเต้นท์นอนได้


ปักกิ่งก็มาบ่อยหน่อย
ทักษิณ : ไม่แน่ เพราะถ้ามาแถวนี้ก็แวะมา


*************************


"สมพงษ์"โอดเรื่องพาสปอร์ตแดงต้องถามตน


วันเดียวกันที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ที่ออกมาให้ข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศจะทำหนังสือสอบถามเหตุผลการถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและภริยาต่อสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยว่า เรื่องนี้ควรมาถามตนไม่ไช่ไปถามนายสุรพงษ์ ตนไม่สบายใจที่สื่อมวลชนไทยรายงานอย่างนั้น ทั้งไทยรัฐและมติชน


“เรื่องการถอนวีซ่าเป็นเรื่องสิทธิของทางการอังกฤษที่สามารถถอดถอนได้โดยไม่ต้องแจ้ง ถูกต้องอยู่แล้วโดยไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร และกระทรวงการต่างประเทศจะไม่สอบถามเหตุผลกับเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย”นายสมพงษ์กล่าว


เมื่อถามว่าการถอนวีซ่าจะทำให้ยากต่อการขอลี้ภัยในอังกฤษหรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า อันนี้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนของอังกฤษ และการขอลี้ภัยประเทศใด เหมาะสมหรือไม่ แต่การเพิกถอนวีซ่าคือการจะเข้าประเทศอังกฤษไม่ได้ตอนนี้ เมื่อถามอีกว่าถ้าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในประเทศจีนจะดำเนินการอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า ไทยกับจีนก็มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในลักษณะแบบนี้กับหลายประเทศ ประเทศจีนก็คงมี คงต้องคุยกัน แต่เราต้องคุยก่อนว่าจะเอาอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดียวกับประเทศฟิลิปปินส์ ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณถือพาสปอร์ตไทยก็เดินทางไปได้ เพราะในอาเซียนไม่ต้องมีวีซ่าแล้ว แต่ถ้าฟิลิปปินส์ไม่ให้เข้าก็ต้องไปดักรอ


นายสมพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศพร้อมให้ความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุดในการประสานขอตัวอดีตนายกรัฐมนตรีมาดำเนินคดีในทุกขั้นตอนหากอัยการสูงสุดส่งเรื่องมา หรือสอบถามมาเราก็พร้อมให้ข้อมูล แต่เรื่องการฟ้องร้อง ต้องดูว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหน มีบ้านเลขที่เท่าไร มีหลักเกณฑ์ในการฟ้องร้อง


“คนเราอยู่ในโลกต้องหากันจนเจอ นอกจากอยู่ในป่าในดง แต่ถ้าอยู่ในเมืองศิวิไลซ์ก็ต้องทราบ แม้กระทั่งลงเครื่องบินก็ต้องมีการรายงาน เครื่องอะไร ทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยแจ้งให้สายการบินไปแล้ว เมื่อมีการใช้เครื่องก็จะทราบว่า นาย ก. นาย ข. ไม่ว่าจะไปที่ไหน เราก็ทราบทั้งนั้น ไม่ว่าจะไปที่ไหนสถานทูตไทยจะรายงานมาให้ทราบ อัยการก็ต้องส่งเรื่องมาถาม ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นติดต่อมา แต่ยืนยันไม่มีปัญหาที่จะสอบถามและหาที่อยู่”นายสมพงษ์กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทางทูตของพ.ต.ท.ทักษิณ นายสมพงษ์กล่าวว่า เราต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งผู้ขอให้เลิก กับผู้ที่ถูกเลิก ว่าสิ่งต่างๆถูกต้องแล้วหรือไม่ เป็นคนไทยโดยกำเนิดหรือไม่ หรือเราจะตัดสิทธิความเป็นคนไทยคือพาสปอร์ตทั่วไป แต่ถ้าพาสปอร์ตแดงเป็นการยกย่องให้เกียรติให้ถือพาสปอร์ตแดง ก็เป็นประเพณี นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสิทธิที่จะถือพาสปอร์ต ต้องพิจารณาดู สังคมต้องช่วยกันพิจารณาว่าคนคนนี้เหมาะหรือไม่ สมควรให้เกียรติหรือไม่ ต้องดูประวัติข้อมูลว่าเราเคยยกเลิกพาสปอร์ตแดงหรือไม่ ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ตนต้องดำเนินการต่อไป เรื่องนี้ต้องมาสอบถามที่ตน อย่าไปสอบถามที่ข้าราชการประจำ เพราะจะติดมาตรา 157 เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติ ให้มาลงที่นายสมพงษ์ ถ้าทำอะไรไม่ดี มาถอดถอนตนได้ จะพิจารณาด้วยตนเองและคณะกรรมการ และตนจะสอบถามให้ถ่องแท้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เห็นมีอะไร จะเดินทางไปไหนได้ทั่วโลกถูกตรวจน้อย เหมือนเป็นศักดิ์ศรี แต่ในปัจจุบันแทบไม่มีความหมายแล้ว


ทูตเมืองผู้ดีย้ำสัมพันธ์ดีต่อกัน


เย็นวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายควินทัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หลังหารือนาน 50 นาที นายเควลย์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องความสัมพันธ์ไทยอังกฤษ ซึ่งนายสมพงษ์ได้ถามถึงเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ ตนตอบไปว่า ตลอดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในไทย ประเทศอังกฤษได้ยึดมั่นในการเคารพประชาธิปไตยของไทยเป็นหลัก โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หลักการเดียวกันนี้ ก็ใช้ในการพิจารณาการเข้า-ออกประเทศอังกฤษซึ่งได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามกฏหมายอังกฤษ อย่างไรก็ตามผมไม่มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการเข้าออกประเทศอังกฤษของบุคคลใดก็ตาม นอกจากนี้ทูตอังกฤษปฏิเสธที่จะตอบคำถามอื่นๆ รวมถึงที่ว่าผู้ที่เพิกถอนวีซ่าจะสามารถยื่นขอวีซ่าอังกฤษได้ใหม่หรือไม่ด้วย โดยกล่าวเพียงว่า ตอบไม่ได้

จาก Matichon Online

รัฐบาลบาฮามาสอุ้ม"แม้ว" ให้ใช้ดินแดนตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น


รัฐบาลบาฮามาสอุ้ม"แม้ว" ให้ใช้ดินแดนตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น สั่งทูตช่วยชี้แจงประชาคมโลก หลายชาติในทวีปอเมริกาเล็งรับรองเป็นนายกฯที่ชอบธรรมของไทย "จตุพร"ยัน"ทักษิณ"มีพาสปอร์ตที่เข้าอังกฤษได้ พระพยอมห้ามมือ-ตีนตบเข้าวัด พร้อมให้ทุกฝ่ายใช้พื้นที่วัด ปลัด กห.ชี้อดีตผู้นำเก็บกด เชื่อคิดได้ว่าจะโฟนอินอีกหรือไม่ ทนาย"น่าน"ลาออก ประท้วง"เดชอุดม"ยุ่งการเมือง

@ "บาฮามาส"ให้"แม้ว"ตั้งรบ.พลัดถิ่น

รัฐบาลบาฮามาสให้พื้นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลไทยพลัดถิ่น เรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเวทีโลก พร้อมให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตช่วยชี้แจงประชาคมโลก เพื่อรับรองรัฐบาลไทยพลัดถิ่นของ พ.ต.ท. ทักษิณ ขณะที่หลายประเทศในทวีปอเมริกา เตรียมให้การรับรองสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชอบธรรมของไทย

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ เดอะ ทริบูน หนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังของบาฮามาส รายงานเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ว่านายฮิวเบิร์ต อเล็กแซนเดอร์ อิงแกรห์ม วัย 61 ปี นายกรัฐมนตรีบาฮามาส ให้สัมภาษณ์ระบุว่า นอกจากรัฐบาลบาฮามาสจะมอบสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ (Honourary citizenship) ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกทหารยึดอำนาจเมื่อปี 2549 แล้ว ทางรัฐบาลบาฮามาสเตรียมติดต่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถใช้ดินแดนของประเทศบาฮามาสเป็นที่ตั้งรัฐบาลไทยพลัดถิ่น (Governments in exile) ได้เช่นกัน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากเวทีโลก ในฐานะรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนไทยส่วนใหญ่

รายงานข่าวระบุว่า กระทรวงต่างประเทศบาฮามาสได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตช่วยชี้แจงทำความเข้าใจถึงความชอบธรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ และช่วยขอการรับรองรัฐบาลพลัดถิ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อประชาคมโลกแล้ว โดยเริ่มจากประเทศในทวีปอเมริกาก่อน ซึ่งมีรายงานว่า ขณะนี้มีดินแดนต่างๆ ในทวีปอเมริกา อาทิ บาร์เบโดส แอนติกาและบาร์บูดา โดมินิกา เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเชีย เกรนาดา เซนต์วินเซนต์และเกรนาตีนส์ เตรียมให้การรับรองสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชอบธรรมของไทย รวมทั้งสถานะของรัฐบาลพลัดถิ่น

@ ทูตผู้ดีพบ"มาร์ค"หารือการเมือง

ด้านนายควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที ว่า นำเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษมาพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทย ซึ่งมีการไปพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ เช่นกัน ทั้งนี้ หวังว่าทุกฝ่ายจะแก้ปัญหาโดยสันติวิธีและใช้การเจรจามาหาทางออก

เมื่อถามว่า มีการพูดถึงการเพิกถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ด้วยหรือไม่ นายเควลย์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการพิจารณาตามกฎหมายของอังกฤษ โดยกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษเป็นผู้รับผิดชอบการพิจารณาเรื่องวีซ่า ทั้งนี้ การถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณและภริยานั้นเป็นเพราะศาลของไทยได้ตัดสินจำคุกบุคคลทั้งสอง

@ "จตุพร"ยัน"ทักษิณ"เข้าอังกฤษได้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน (พปช) และผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" กล่าวถึงรัฐบาลอังกฤษเพิกถอนวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มีสาเหตุมาจากต้องคำพิพากษาจำคุก ว่าต้องรอดูกันต่อไป เพราะทางการอังกฤษไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าคดีที่เกิดขึ้นมาจากกระบวนการไม่ยุติธรรม อย่างไรก็ตาม แม้ทางการอังกฤษจะไม่ออกวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณอีก ก็ไม่เป็นไร เพราะขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือพาสปอร์ตอยู่หลายประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพาสปอร์ตของบาฮามาส ซึ่งสามารถเดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้

"กระแสข่าวเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ระบุว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศนั้น ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณมีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์" นายจตุพรกล่าว

@ ปัดดึงศาสนาเอี่ยวการเมือง

นายจตุพรยังกล่าวตอบโต้กรณีที่มีการมองว่าจัดรายการความจริงวันนี้ ที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ เป็นการนำการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับศาสนาว่า ไม่อยากตอบโต้ให้เสียปาก เพราะคนที่พูด ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ คนพวกนี้ก็เคยไปปราศรัยหาเสียงข้างโลงศพทั้งนั้น อย่ามาพูดเลย การจัดงานครั้งนี้ไปในนามรายการ "ความจริงวันนี้" อีกทั้งก่อนหน้านี้นายสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้า พปช. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยปราศรัยที่วัดสวนแก้วมาก่อนทั้งนั้น

"งานที่วัดสวนแก้ว ยังไม่มีการยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินเข้ามาหรือไม่ แต่การ จัดรายการในเวทีอื่น เราพร้อมให้ พ.ต.ท. ทักษิณโฟนอินเข้ามาได้ตลอดและเชื่อว่าการพูดจะไม่พาดพิงสถาบันหรือบุคคลอื่น" นายจตุพรกล่าว และว่า กรณีพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จะขอเวลารายการความจริงวันนี้ เพื่อเทศนาธรรมกับผู้ร่วมงานนั้น มีความยินดีที่จะมอบเวลาให้

@ ห้ามพกมือ-ตีนตบเข้าวัด

ด้านพระพยอมกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้เข้ามาเคลียร์พื้นที่และตรวจความเรียบร้อยภายในวัดแล้ว ทั้งนี้ การที่มีคนขู่ว่าจะวางระเบิด เพราะคิดว่าวัดสวนแก้วไม่มีความเป็นกลางและเปิดโอกาสให้กลุ่มเสื้อแดงมาใช้วัดเป็นเวทีนั้นต้องขอชี้แจงว่า ถ้าคนรู้จักวัดสวนแก้ว ก็น่าจะเข้าใจกำพืดของเจ้าอาวาสดี เพราะก่อนหน้านี้วัดเคยเปิดเวทีให้นายสมัคร และนายอภิสิทธิ์ มาประชันความคิดกัน และก่อนหน้านี้วัดก็เคยอำนวยความสะดวกในการต่อต้านจตุคามรามเทพ และต่อต้านอดีตพระยันตระ

"จะเสื้อขาว เสื้อเทา เสื้อเหลือง เสื้อแดง ก็มาใช้เวทีของวัดสวนแก้วได้เลย เราไม่ได้สงวนไว้ให้ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะเวทีของพรรคถือเป็นทางออกของปัญญา อาตมาก็อยากรู้เหมือนกันว่าการเมืองใหม่เป็นอย่างไร การที่แต่ละฝ่ายมาใช้เวทีของวัดไม่คิดว่าจะเป็นการใช้เพื่อเวทีทางการเมือง รวมถึงไม่เป็นการเอาศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ต้องอยู่ในกติกา ห้ามนำมือตบ เท้าตบเข้ามา และอาตมาจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อแสดงธรรมเทศนาในฉบับของอาตมา" พระ พยอมกล่าว และว่า การจัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ควรจัดแบบปรมัตถ์ ไม่ควรจัดแบบสมมุติ และต้องพูดเนื้อหาที่ไม่เป็นการยั่วยุให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกลียดชังกัน

@ กองเชียร์อยากฟัง"แม้ว"โฟนอิน

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายจตุพร พร้อมนายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ เข้าพบพระพยอม เพื่อหารือและดูสถานที่เตรียมจัดรายการความจริงวันนี้ โดยภายหลังการหารือกันประมาณ 30 นาที พระพยอม กล่าวว่า ได้ให้คำแนะนำกับทางผู้จัดงานว่า ควรจะจัดงานให้เป็นไปด้วยความร่มรื่น สงบ เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยปัญญา

"ทางวัดไม่เคยตั้งข้อรังเกียจนักการเมืองกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ด้วย ไม่ว่ากลุ่มผู้ที่จะมาขอจัดนั้นจะเป็นสีอะไร หากติดต่อมาขอใช้สถานที่ ทางวัดก็ไม่ปฏิเสธ และหลังจากนี้ไป หากใครจะมาขอจัดงานบ้าง ก็เชิญได้เลย เดี๋ยวจะหาว่าอาตมาเอียง" พระพยอมกล่าว

ด้านนายวีระกล่าวว่า เรื่องที่จะพูดในวันนั้น จะเอาความจริงมาพูดทั้งนั้น แต่ขออุบไว้ก่อน อยากให้มาติดตามฟังกันเอง ส่วนเรื่องความเหมาะสมของเนื้อหานั้น ไม่ต้องห่วง ผู้พูดบนเวทีในวันนั้นมีวุฒิภาวะ เพราะทุกคนรู้ว่า เมื่อมาพูดในวัดจะพูดกันอย่างไรให้เหมาะสม โดยจะเริ่มขึ้นเวทีตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.

เมื่อถามว่า จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาในรายการหรือไม่นั้น นายวีระย้อนถามว่า แล้วอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินหรือเปล่า ซึ่งกลุ่มประชาชนแฟนรายการความจริงวันนี้ที่เดินทางมาด้วย ได้ตะโกนตอบว่า "ให้มีๆ ๆ" นายวีระจึงกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไทยคนหนึ่ง เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ทำประโยชน์ช่วยเหลือประเทศมาก็มาก ดังนั้น พ.ต.ท. ทักษิณจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะโฟนอินเข้ามาในงานหรือไม่

@ "อ๋อย-อดิศร-พงศ์เทพ"ร่วมงาน

นายวีระกล่าวอีกว่า คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากจนล้นวัด ซึ่งจะต้องปรับปรุงระบบเครื่องเสียงและติดวงจรปิด เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานได้รับฟังชัดเจน และขอให้ประชาชนเดินทางมาด้วยรถประจำทาง รถสาธารณะแทน เนื่องจากพื้นที่จอดรถคงมีไม่เพียงพอกับผู้คนที่เดินทางมาร่วมงานอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยนั้น คงไม่เน้นมาก เพราะหากวัดยังไม่ปลอดภัย ก็ไม่รู้ว่าที่ไหนจะปลอดภัย

"ผู้ร่วมรายการนอกจากจะมีผม นายจตุพร และนายก่อแก้ว พิกุลทอง แล้ว จะมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายอดิศร เพียงเกษ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย มาร่วมด้วย" นายวีระกล่าว

@ ปลัดกห.ชี้อดีตนายกฯเก็บกด

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเปิดเผยศัตรูทางการเมืองในการโฟนอินรอบสองว่า ไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์อะไร อาจมีความเก็บกดในเรื่องที่ถูกยกเลิกวีซ่าถึงได้ออกมาพูดเช่นนั้น

"เราไม่อยากให้ท่านทำ ท่านคงคิดได้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะห้าม เพราะท่านคิดว่าทำแล้วได้ประโยชน์ก็คงห้ามไม่ได้ ผมคิดว่าท่านคงคิดได้ว่าทำแล้วจะเกิดอะไรกับตัวท่าน มันคงจบไม่ง่าย คงเกิดผลกระทบอะไรตามมา แต่คิดว่าคุณทักษิณคงได้เรียนรู้จากการโฟนอินในครั้งแรกแล้ว คิดว่าประชาชนคงไม่กระตือรือร้นที่จะฟังโฟนอินครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ความจริงท่านควรกลับเข้ามาสู้คดี หากเห็นว่ากระบวนการของเรามีความไว้วางใจได้ อยากให้ท่านกลับมาพิสูจน์ตัวเอง ที่พูดไม่ได้เข้าข้าง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าท่านคงไม่มา เพราะท่านไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรม ท่านเลยไม่กลับมา" พล.อ.อภิชาตกล่าว

เมื่อถามว่า กองทัพคิดว่าสถานการณ์บ้านเมืองถึงทางตันหรือยัง พล.อ.อภิชาตกล่าวว่า คงไม่ถึงทางตัน ในส่วนของกองทัพคงไม่หมดหนทาง แต่ถ้าถึงทางตันจริง กองทัพคงต้องคุยให้หนักยิ่งขึ้น

@ "สานเสวนา"เชื่อไม่มีเหตุรุนแรง

ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะตัวแทนเครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะโฟนอินมาในรายการ "ความจริงวันนี้สัญจร" ที่วัดสวนแก้ว และขู่ว่าจะแฉบุคคลที่เป็นศัตรูทางการเมืองว่า เชื่อว่าพระพยอมจะตรวจถ้อยคำของ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่แล้ว การโฟนอินเข้ามาในรายการความจริงวันนี้สัญจรเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรุนแรง แต่ถ้าสังคมร่วมกันรณรงค์ไม่ให้เกิดความรุนแรงสถานการณ์ก็จะดีขึ้น

ด้านนายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ไม่ได้ใส่ใจรายการความจริงวันนี้อยู่แล้ว ซึ่งเคยบอกแล้วว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบที่มีการใช้สื่อของรัฐ ซึ่งรัฐบาลไม่ควรเปิดช่อง เพราะจะทำให้สังคมเกิดความขัดแย้ง

@ "ขุนค้อน"ไม่ก้าวล่วงโฟนอิน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสภาทนาย ความแถลงการณ์ระบุว่าการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พาดพิงถึงกระบวนการยุติธรรมว่า เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่แล้ว และผลสอบตำรวจก็สรุปออกมาว่าไม่เข้าข่ายความผิด ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะเข้าไปก้าวล่วง แต่หากเรื่องมาถึงก็จะขอดูอีกที แต่ตอนนี้ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ให้เป็นประเด็นการเมือง

ส่วนกรณีโฆษกพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานนายกสภาพิเศษ ถอดถอนนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ที่ออกแถลงการณ์เรื่องการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ยังไม่ได้รับการประสานมา แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณา

@ 11ทนายน่านประท้วง"เดชอุดม"

ด้านนายศุภดิษฐ์ บำรุงพฤกษ์ ประธานสภาทนายความ จ.น่าน พร้อมคณะกรรมการ รวม 11 คน แถลงลาออกจากกรรมการสภาทนาย ความ จ.น่าน ถึงนายกสภาทนายความ เพื่อประท้วงกรณีนายเดชอุดมแถลงการณ์วิจารณ์การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยระบุว่านายเดชอุดมแสดงบทบาทนอกเหนือวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมการสภาทนายความแสดงจุดยืนอยู่บนความเป็นกลาง ในการเรียกร้องให้สังคมเคารพกฎหมายและต่อต้านการใช้ สิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขต หรือการใช้กฎหมู่ ทั้งปวง

นายศุภดิษฐ์กล่าวว่า แถลงการณ์ของนายเดชอุดมควรจะแสดงออกในฐานะส่วนตัวหรือกลุ่มบุคคล แต่กลับใช้ชื่อขององค์กรสภาทนายความ ไปให้ท้ายกลุ่มพันธมิตรที่ละเมิดกฎหมาย ทั้งที่นักกฎหมายจะต้องเป็นผู้นำทางสังคมให้เคารพกฎหมายและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ต่อต้านการใช้เสรีภาพที่เกินขอบเขตทั้งปวงโดยไม่มีเงื่อนไข

"มีเพื่อนทนายความ จ.น่าน หลายคน ไปว่าความที่ จ.อุตรดิตถ์ ระหว่างไปซื้อของที่ตลาดถูกประชาชนเยาะเย้ยถากถาง เพราะคิดว่าเป็นทนายความของกลุ่มพันธมิตร สาเหตุมาจากเข้าใจผิดในแถลงการณ์ของนายเดชอุดมและพวก ทั้งที่การเคลื่อนไหวทางการเมืองดังกล่าวไม่เคยหารือสมาชิกสภาทนายความทั่วประเทศเลย รู้สึกอับอายและเสื่อมเสียเกียรติภูมิในวิชาชีพทนายเป็นอย่างมาก" นายศุภดิษฐ์กล่าว และว่า ขอประณามนักกฎหมายที่สนับสนุนการใช้กฎหมู่ หรือวิถีทางนอกกฎหมาย ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทรยศต่อวิชาชีพของตน



รถ-เรือดับเพลิงไฟลุก ! "อภิรักษ์"เกรียม-"ปชป."สาหัส


ภาพการแถลงลาออกของ ?อภิรักษ์ โกษะโยธิน? จากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.หลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในในมหากาพย์โครงการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงของกทม.มูลค่า 6,687 ล้านบาท

ต้องบอกว่าสีหน้า ลีลา และมีวิธีการพูดจาที่ดูอ่อนน้อมถ่อมตน แม้ลึกๆ จับน้ำเสียงอาจไม่ยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช. เห็นได้จากการกล่าวซ้ำๆ ว่า "คดีดังกล่าวจะเกิดขึ้นมากว่า 4 ปีแล้ว" ก็ตาม

แต่ก็ช่วยลดแรงกดดันสังคม ซึ่งปลดภาระบนบ่าของพรรคประชาธิปัตย์ต้นสังกัดได้อักโข

เบื้องลึกคดีนี้ ว่ากันว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อให้ชื่อ ผู้ว่าฯกทม. หลุดวงโคจรความผิดทุกวิธีทาง ไม่ว่าการพยายามเบี่ยงเบนให้อภิรักษ์มีความผิดทางแพ่งอย่างเดียว

หรือแม้กระทั่งขอให้ "อำนาจเก่า" และ "คนวงใน" เข้าไปในล็อบบี้ใน ป.ป.ช.ก็ตาม

ทว่าไร้ผล?

เนื่องจากข้อเท็จจริงรัดตัว "อภิรักษ์" จนยากจะดิ้นหลุด อดีตผู้พิพากษา นักกฎหมาย และกรรมการอีกจำนวนหนึ่งใน ป.ป.ช. ต่างพากันส่ายหน้าเมื่ออ่านสำนวนจบ

ฟันธง "งานนี้รอดยาก"

แม้จะมีอยู่ 1-2 เสียง ที่เห็นว่า "ผู้ว่าฯอภิรักษ์" ยังมีช่องหายได้อยู่ ทำให้การประชุม ป.ป.ช.วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึง "ดุเดือด" มีถกเถียงกันในประเด็นนี้ รวมถึงการต้องพักงานตามมาตรา 55 กฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่

แม้ท้ายสุดเสียงส่วนใหญ่จะชนะส่วนน้อย โดยลงมติเชือด "ผู้กระทำผิด" ทุกคนด้วยคะแนน 9 ต่อ 0 เสียงเท่ากัน ก็เพื่อแสดงเอกภาพ

แต่ ป.ป.ช.ยังต้องออกเอกสารชี้แจงรายละเอียดคดีนี้อย่างละเอียดยิบถึง 22 หน้า ซึ่งว่ากันว่าออกมาเพื่อให้พรรคฝ่ายค้านที่มีนักกฎหมายทะลักพรรคได้อ่านว่าเหตุใด "อภิรักษ์" ถึงไม่หลุด

ส่วนหนึ่งของเอกสารมีการยกกรณี "คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน" ปลัด กทม.สมัยนั้นมาเปรียบเทียบกับกรณีที่ "อภิรักษ์" อ้างเหตุเปิดแอล/ซี ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยระบุว่าแม้คุณหญิงณัษฐนนทจะอ้างว่าต้องปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาการ แต่เมื่อรู้ว่าการทำสัญญามีผิดแล้วไม่ยับยั้ง ก็ต้องถือว่ามีความผิดเช่นกัน

วินาทีที่มติ ป.ป.ช.เล็ดลอดออกมาจากที่ประชุม ฝ่ายกฎหมายและ ส.ส.ของ ปชป.ก็จับกลุ่มถกเถียงถึงอนาคตเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.สมัยที่สอง ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งมาอย่างหมาดๆอย่างเคร่งเครียด

โดยสรุปความเห็นเป็น 2 แนวทาง นั่นคือ "พักงาน" หรือ "ลาออก"

โดย ส.ส.สายของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรค และ ส.ส.อาวุโสบางส่วนเสนอว่าไม่ควรลาออกจากตำแหน่ง ให้พักงานไว้จนกว่าคดีจะยุติดีกว่า

แต่ก็มี ส.ส.อีกส่วน เสนอว่าควรลาออกเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบมาที่พรรค เนื่องจากก่อนหน้านี้พรรคเคยโจมตี "3 รัฐมนตรี" คดีหวยบนดิน ที่ไม่ยอมแสดงสปิริตด้วยการลาออกอย่างหนัก หาก "อภิรักษ์" ไม่ลาออก กระแสอาจพลิกกลับมาโจมตีพรรคได้

นอกจากนี้ ยังกังวลหาก "อภิรักษ์" ถูกพักงาน ทั้งรองผู้ว่าฯและที่ปรึกษา ฯลฯ ที่ "อภิรักษ์" แต่งตั้ง ต้องพักงานตามไปด้วยหรือไม่ ซึ่งหากเกิดเหตุเช่นนั้นจะทำให้เกิดสุญญากาศใน กทม.ทันที

ค่ำวันดังกล่าว มีเกิดกระแสข่าว ผู้ว่าฯกทม.จะแถลงข่าวลาออกลือหึ่ง จนทำให้ "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคต้องเข้ามายับยั้งไม่ให้ "อภิรักษ์" ลาออกจากตำแหน่ง

ขณะมีคนหาทางช่วย "อภิรักษ์" โดยตีความกฎหมาย ป.ป.ช.ว่าระบุให้ "อภิรักษ์" ยุติการปฏิบัติหน้าที่เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงทีมงานด้วย ดังนั้น จึงอาจให้รองผู้ว่าฯกทม.บางคน อาทิ นายประกอบ จิรกิติ หรือ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ ขึ้นมารักษาการแทน แล้วให้ "อภิรักษ์" ยุติการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการลาพักร้อนเป็นเวลา 45 วัน!

แต่ท้ายสุด "อภิรักษ์" ก็แถลงลาออกจากตำแหน่ง หลังหารือกับแกนนำพรรคหลายคน

รวมถึง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรค ปชป. ที่มีรายงานว่าได้แนะนำให้ "อภิรักษ์" ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อลดกระแส และให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ภายใน 90 วัน โดยจะส่งตัวลงแทนพรรคคนอื่นลงเลือกตั้งแทน

แต่แม้ตัวแทนที่ ปชป.เตรียมเปิดมา อาจพอลุ้นชิงดำกับ "ประภัทร์ จงสงวน" ตัวแทนจากพลังประชาชนเจ้าของ 5 แสนเสียงในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ล่าสุดได้ แต่การต้องควักเงินหลายสิบล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง หลังเพิ่งผ่านงานระดมทุนนั้นยากจะทำใจยอมรับ

ท้ายที่สุด แม้ว่าการลาออก "อภิรักษ์" จะลดผลกระทบกับพรรคได้ระดับหนึ่ง แต่แผลไฟไหม้จากคดีรถ-เรือดับเพลิงครั้งนี้ก็ทำเอา ปชป.บาดเจ็บสาหัส ยากจะเยียวยาจริงๆ



ประจานความชั่ว'เจ๊กลิ้ม'ชี้ผิดอาญา จปร.ฮือ!'ม็อบโกเต็ก'ลบหลู่'ร.5'

ทนายอิสระบุกร้องสื่อฯ พร้อมแจ้งความเอาผิด 'เจ๊กลิ้ม' ใช้ผ้าอนามัยเปื้อนประจำเดือนเช็ดฐานพระบรมรูปทรงม้าแก้คุณไสย จวกยับ!ลบหลู่ 'ร.5' ทำร้ายความรู้สึกคนไทยอย่างรุนแรง ชี้ผิดกฎหมายอาญา ม.385 จี้ 'ตุลาการภิวัฒน์' เสียบหัวประจานความชั่ว ด้านโฆษก ทบ.ควันออกหู เหตุโจรกบฏหมิ่นกองทัพ-สถาบันเบื้องสูง ย้ำจปร.พร้อมลุกฮือ! หากม็อบโกเต็กไม่หยุดถ่อย

นายเรืองเดช เหลืองบริบูรณ์ ทนายความอิสระจากจังหวัดอุทัยธานี ได้นำเอกสารบันทึกคำกล่าวโทษนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) มาแจกจ่ายกับสื่อมวลชน โดยระบุว่า ตนจะเดินทางไปยัง สน.ดุสิตในวันเดียวกันนี้ เพื่อเข้าแจ้งความกล่าวโทษนายสนธิ กรณีประกาศทำพิธีแก้คุณไสย ด้วยการนำผ้าอนามัยซับประจำเดือน (โกเต๊ก) มาเช็ดพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นการทำร้ายความรู้สึกของประชาชนชาวไทยอย่างรุนแรง ดูหมิ่นสถานที่ที่คนไทยเคารพ ถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 385 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จึงขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนด้วย

ก่อนหน้านี้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ตอบคำถามถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯใช้ผ้าอนามัยไปวางรอบฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ในฐานะนายทหาร จปร.ว่ารู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"เรื่องนี้กระทรวงกลาโหมได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละคน เชื่อว่าทุกคนรักและเคารพเรื่องสถาบันสูงสุด กองทัพจะทำเต็มขีดความสามารถ และคิดว่าคนไทยทุกคนคงรู้สึกเหมือนกัน ทั้งนี้กองทัพบกก็อึดอัด หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหากทำก็หาว่ากลั่นแกล้ง หากไม่ทำก็หาว่าอยู่เฉยๆ ขณะนี้สิ่งที่เราทำอยู่ในกรอบ กฎ ระเบียบวินัยที่เห็นว่าเหมาะสมและถูกต้อง"

'เจีกลิ้มจอมขมังเวทย์'พลิกลิ้น! ปัดใช้'โกตั๊บ'ทำคุณไสย

ขณะที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวชี้แจงบนเวทีปราศรัย ว่า ที่ผ่านมา ตนยืนยันว่าไม่ได้สวดมนต์หรือทำคุณไสย แต่เพียงนำบทสวดมนต์ของพระพุทธเจ้า คือ เมตตาปริต มาสวดเพื่อแผ่เมตตาชุดใหญ่เท่านั้น ซึ่งบทสวดมนต์นี้ในพระไตรปิฎกระบุชัดเจนว่าเพื่อชะล้างสิ่งชั่วร้ายให้หายไป

ส่วนกรณีที่ตนถูกกล่าวหาว่า นำผ้าอนามัยที่ใช้แล้วไปถูพระบรมรูปทรงม้านั้น ขอยืนยันว่าตนแค่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังว่ามีคนอื่นทำเท่านั้น แต่ตนไม่ได้ลงมือทำ ส่วนการทำพิธีพรมน้ำมนต์ในทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตนถูกกล่าวว่าทำน้ำมนต์เองนั้น ที่จริงเป็นน้ำมนต์ของหลวงตามหาบัว เพื่อนำมาปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสิ่งสกปกรกออกไป



ฮั้วดับเพลิงฉาวพ่นพิษ!คะแนนนิยม'ปชป.-อภิรักษ์'ดิ่งเหว

เอแบคโพลล์ชี้คะแนนนนิยม'อภิรักษ์-ปชป.ลดฮวบหลังประกาศลาออกผู้ว่า กทม.เซ่นงาบดับเพลิงฉาว! ขณะที่กกต.เล็งถกเครียด'หล่อเล็ก'หาข้อสรุปค่าใช้จ่ายเลือกตั้งซ่อม 'สดศรี'ไม่ชี้ชัด กทม.หรือ กกต.ต้องควัก 160 ล้านบาท อ้างต้องรอมติที่ประชุมฟันธง

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เผยผลสำรวจทัศนคติของประชาชนต่อการทุจริตคอรัปชั่นและกรณีคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึง 69.6% เห็นด้วยกับการลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เมื่อถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชี้มูลความผิด ขณะที่มีผู้ไม่เห็นด้วย 30.4% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ 73.2 %เห็นว่า นักการเมืองทุกๆ คนที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ควรลาออกทั้งหมด

โดยผลสำรวจยังพบว่าการลาออกของนายอภิรักษ์ มีผลต่อความนิยมศรัทธาต่อพรรคประชาธิปัตย์ โดยประชาชน 10.8% บอกว่านิยมศรัทธาเพิ่มขึ้น แต่ 49.9% ระบุว่ายังนิยมเหมือนเดิม แต่27.9%ไม่นิยมศรัทธาเหมือนเดิม และ 11.4% ยิ่งไม่นิยมศรัทธาเลย

ขณะเดียวกันหากวันนี้เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ผลสำรวจพบว่า 37% จะเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ 29.3%จะเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน และ 33.7% จะเลือกผู้สมัครไม่สังกัดพรรค

'อภิรักษ์'ไขก๊อก!กกต.จี้หาผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายลต.ซ่อมผู้ว่าฯ

หลังนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประกาศลาออกจากผู้ว่าฯกทม. หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วินิจฉัยว่ามีความผิดในคดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงของกทม. โดยนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุว่า นายอภิรักษ์ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นการลาออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้กกต.และกทม.จะตั้งงบประมาณออกค่าใช้จ่ายเอง

วันนี้(13 พ.ย.) นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แทนนายอภิรักษ์ว่า เตรียมจัดการเลือกตั้งทันวันที่ 11ม.ค. 2552 โดยการจัดการเลือกตั้งในลักษณะนี้ ต้องภายใน 60 วัน อย่างไรก็ตามวันนี้คงมีการนำเรื่องดังกล่าว เข้าสู่ที่ประชุมกกต. เพราะเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) มีการให้สัมภาษณ์ของนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้งไปแล้ว

นางสดศรี กล่าวถึงงบประมาณสำหรับจัดการเลือกตั้งว่า งบประมาณจัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กับที่จะใช้ในเดือนม.ค.ปีหน้า ใกล้เคียงกัน คือประมาณ 160 ล้านบาท สำหรับงบประมาณจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ จะมาจากนายอภิรักษ์ หรืองบของ กกต.เองนั้น จะต้องมีการพูดกันอีกครั้ง เพราะกรณีนี้ เป็นกรณีแรกว่า ไม่ใช่การเลือกตั้งปกติ เนื่องจากนายอภิรักษ์ลาออกตามความผิดของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาตรา 55

นางสดศรี กล่าวต่อว่า วันนี้การประชุมของ กกต. จะหารือครอบคลุมทั้งเรื่องการจัดการเลือกตั้งใหม่และค่าใช้จ่าย เพราะเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นเงินภาษีของราษฎร อย่างไรก็ตามในกรณีผู้ที่จะต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งนั้น เท่าที่ผ่านมา จะเป็นกรณีบุคคลทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในเรื่องของนายอภิรักษ์เป็นกรณีแรกที่จะต้องมีการพิจารณาร่วมกันของ กกต.อีกครั้งว่าเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

นางสดศรี กล่าวถึงความคืบหน้าประเด็นเรื่องร้องเรียนของนายอภิรักษ์จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งที่ผ่านมาว่า ขณะนี้อนุกรรมการวินิจฉัยของ กกต. กำลังพิจารณาว่า ข้อร้องเรียนเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ที่จะต้องวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 1 เดือน

ส่วนเรื่องงบประมาณจัดการเลือกตั้งนั้น นางสดศรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่วาระเร่งด่วน เพราะคงจะต้องรอให้ครบองค์คณะ สำหรับกรอบการจัดการเลือกตั้งที่น่าจะเป็นวันที่ 11 ม.ค. 2552นั้น จะต้องมีการเปิดรับสมัครผู้สมัครชิงตำแหน่งประมาณปลายเดือนพ.ย.นี้ และคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะกกต.ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งทุกระดับมาแล้ว และปีนี้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นมาแล้วกว่า 2,000 แห่ง คงไม่มีปัญหา

'มาร์ค'แย้มผู้สมัครกทม.เปิดกว้างทั้งคนใน-นอก

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ทางพรรคมีรายชื่อบุคคลที่เสนอตัวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 6 คน ซึ่ง มีทั้งบุคคลภายนอกและบุคคลในพรรค โดยพรรคจะพิจารณาและตัดสินใจโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นทางเลือกที่ที่สุดให้กับคน กทม. พร้อมยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหนักใจ และพรรคจะไม่ประมาท ดังนั้น พรรคจะเลือกสรรบุคคลที่มีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถ มีมุมมองที่ทันสมัยสานต่อและผลักดันนโยบายของพรรคได้ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ

สำหรับนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่คาดว่าจะเป็นผู้ลงสมัครผู้ว่า กทม.ในครั้งนี้ นายอภิสิทธิ กล่าวว่า เป็นบุคคลหนึ่งที่พรรคกำลังพิจารณาถึงความเหมาะสม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมติของพรรคด้วย ซึ่งตนยังไม่ได้พิจารณาใครเป็นพิเศษ แต่จะเปิดกว้างสำหรับทุกคน

พปช.เตรียมส่ง'ประภัสร์'ชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม.

ขณะที่นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ประธาน ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน (พปช.) ได้เตรียมหารือ ส.ส. กทม. ในการประชุมพรรควันนี้ เพื่อพิจารณาผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ แทนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ประกาศลาออก หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด กรณีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการคัดเลือกบุคคลไม่เกิน 2 วัน ก่อนเสนอให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดทางพรรคจะส่งนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมส่ง นายกรณ์ จาติกวณิช ลงชิงชัยด้วยนั้น รวมถึงการแสดงสปิริตลาออกของ นายอภิรักษ์ จะไม่ส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของนายประภัสร์ เพราะถือว่าใหม่ด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการทาบทามนายประภัสร์



‘ไทมส์’เผยมาเลย์เปิดทาง‘ทักษิณ’เข้าประเทศ


ไทมส์ออนไลน์ เผยมาเลเซียอนุญาต‘ทักษิณ’เขาประเทศได้ แต่ไม่ระบุสถานภาพขอลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่

วันนี้(13 พ.ย.)รายงานข่าวแจ้งว่าเว็บไซต์ไทมส์ออนไลน์ เปิดเผยว่า กระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย อาจจะอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาเลเซียได้ แต่ไม่แน่ชัดว่าจะอนุญาตให้พำนักในสถานภาพของการขอลี้ภัยทางการเมืองในมาเลเซียหรือไม่

รายงานระบุว่า นายราอิส ยาติม รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ทางการมาเลเซียจะอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้าประเทศได้ แต่หากพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการจะลี้ภัยทางการเมืองในประเทศ ทางการมาเลเซียก็จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ก่อน

อย่างไรก็ตาม ไทมส์ออนไลน์ระบุด้วยว่า ดูเหมือนว่า มาเลเซียจะพยายามรักษาความสัมพันธ์กับไทยไม่ให้แสดงปฎิกิริยาไม่พอใจ เนื่องจากปัจจุบัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย


ทนายเดือด ร้องสภาโละ ‘เดชอุดม’ ชี้ทำตัวใฝ่ทรราชย์


กลุ่มทนายความ สับเละ ‘เดชอุดม’ ทำตัวเป็นผ้าเช็ดเท้ารับใช้เผด็จการ ยื่นหนังสือต่อสภา – ก.ยุติธรรม ถอดถอนออกจากตำแหน่งโดยด่วน จ่อคิดร้องสภาทนายความเปิดประชุมวิสามัญสอบเพิ่ม

วันนี้ (13 พ.ย. ) นายคารม พลทะกลาง ทนายความ ชมรมนักกฎหมายเพื่อประชาชน และกลุ่มยุติธรรมไทย พร้อมสมาชิกทนายความกว่า 30 คน ร่วมยื่นหนังสื่อต่อนาย ประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ทำการถอดถอน นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดวัตุประสงค์พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ในมาตรา 7 นอกจากนี้ที่ผ่านมาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมการสภาทนายความบางคนที่ไปร่วมขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อยู่หลายครั้ง ซึ่งไม่ได้เป็นหน้าที่ที่ดีงามของสภาทนายความ เท่ากับเป็นการก้มจำนน และรับใช้กลุ่มเผด็จการ

ประกอบกับข้อเสนอที่เรียกร้องให้สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ทำการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชิ้นของพ.ต.ท. ทักษิณ พร้อมทั้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการถอดยศพ.ต.ต.คืนอีกหากศาสมีการตัดคดีจนถึงที่สุดนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ใช่หน้าที่ของทนายความโดยสิ้นเชิง เป็นการชี้แนะแนวทางที่ไม่สมควร

“ผมไม่เคยเห็นว่าเขาจะทำหน้าที่ที่ช่วยเหลือระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผิดวิสัยทัศน์ของทนายความที่ดี แถมยังทำตัวไม่มี เกียรติ และ ศักดิ์ศรี เพระมีพฤติกรรมชี้นำว่าคนนั้นถูกคนนี้ผิด เลือกข้าง ซึ่งคนที่จะชี้ถูกผิดคือศาลเท่านั้น แต่นี้ทำตัวเป็นผ้าเช็ดเท้า อย่างในกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ก็หาว่าเขาดูหมิ่นศาลก่อนที่ศษลจะตัดสิน ทำเหมือนเลียศาล แทนที่จะทำตัวให้มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมศาล” นายคารมกล่าว

อย่างไรก็ตามลำดับต่อไปตนและคณะจะทำการยื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ร่วมทำการตรวจสอบ พร้อมกันนี้จะต้องทำการยิ่นเรื่องต่อสภาทนายความให้พิจารณาเปิดประชุมวิสามัญ สภาทนายความ เพื่อทำสอบสวนในข้อเท็จจริงต่อพฤติกรรมของนายเดชอุดม ซึ่งคาดว่าการเปิดประชุมในครั้งนี้จะสามารถได้ข้อสรุปที่แน่ชัดมากยิ่งขึ้น

ด้านดร.สิงห์ทอง บัวชุม นักวิชาการ ผู้อำนวการกลุ่มยุติธรรมไทย กล่าวว่า คณะทนายความซึ่งเป็นสมาชิกของสภาทนายความจากภาคต่างๆทั่วประเทศมีความเห็นโดยสรุปว่า

1การกระทำของนายเดชอุดม และคณะเป็นการกระทำผิดต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงเพราะเป็นการกระทำผิดวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.ทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 7 และมาตรา 8
2.การกระทำดังกล่าวเป็นการขัดขวางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
3.ออกแถลงการณ์สนับสนุนผู้กระทำความผิด คือกลุ่มพันธมิตรฯโดยรู้อยู่แล้วว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันทำผิดกฎหมาย ชุมนุมโดยมีอาวุธยึดสถานีโทรทัศน์ ยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดถนนสาธารณะซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของประชาชน อีกทั้งไม่ยอมเปิดเส้นทางให้ขบวนเสด็จ
4.สร้างความปั่นป่วนแก่ประชาชน และทนายความให้เข้าใจทำนองว่ารัฐบาลทำผิดกฎหมาย และกลุ่มพันะมิตรฯทำถูกกฎหมาย ซึ่งผิดข้อเท็จจริงจนเกิดการเข้าใจผิดกันทั้งประเทศ

นอกจากนี้ ดร.สิงห์ทอง ยังได้ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมาธิการยุติธรรมสภาผู้แทนเพื่อให้ตรวจสอบนายเดชอุดม และกรรมการสภาทนายทุกคนว่า ทำผิดวัตถุประสงค์อย่างร้ายแรง สนับสนุนการทำผิดกฎหมายของกลุ่ม พธม.และสอบสวนการใช้เงินของสภาทนายความไปในทางมิชอบด้วย


...โอบามา VS ไอ้บ้ามาร์ค...

โดย ปลายอ้อกอแขม

ทันทีที่คำพูดเปรียบเทียบอย่างไม่อายใครเพราะความหน้าด้านเป็นเลิศที่ว่า มาร์คเทียบได้กับโอบามา เป็นโอบามาร์คเมืองไทยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณจบลงยังไม่ทันสิ้นเสียง บรรดาแขกเหรื่อที่พรรคเชิญมาเพื่อไถเงิน(ระดมทุน)เข้าพรรค ต่างก็รีบเอามืออุดปากพร้อมๆกันไม่น้อยกว่าครึ่ง เพื่อป้องกันอาการ อ้วกที่จู่โจมมาอย่างกระทันหัน ..คิดไม่ถึงว่านายสุเทพจะเล่นมุขนี้

อย่าว่าแต่แขกเหรื่อที่อยู่ในงานเลย แม้แต่ผู้ชมที่ชมข่าวทีวีอยู่ทางบ้านที่กำลังกินข้าวต่างก็สำลักข้าว กินน้ำก็สำลักน้ำ กินกาแฟก็สำลักกาแฟ ที่นอนหลับก็สะดุ้งตื่น ที่ไม่ตื่นก็ฝันร้ายว่าเจอภูตแม่น้ำโขง บรรดาสุนัขต่างหอนบรู๊วว์กันไปทั่วกรุงเทพฯอย่างมิได้นัดหมายกันไว้ ..บรรดาควายๆแถวทำเนียบก็หยุดเคี้ยวเอื้องพร้อมกันหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กๆ

คำพูดนี้ดังสะท้านไปถึงอเมริกาเข้าหูบารัค โอบามาว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกาในเวลาเพียงชั่วอึดใจพระพุทธ ทำให้โอบามาและครอบครัวต้องเรียกสมาชิกในบ้านมาประชุมเครียด หารือประเด็นนี้อย่างเร่งด่วน เพราะถือว่าเป็นความอภิมหาซวยของโอบามาอย่างที่สุดก่อนจะเข้ารับตำแหน่ง หลายคนพยายามคิดหาวิธีปัดรังควานความซวยที่ไม่ได้ก่อไว้นี้ให้โอบามา บางคนเสนอว่าอาจต้องบินด่วนมาเมืองไทย..เพื่อขอรับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากโกเต็กลิ้ม อภิมหาศาสดาประจำทำเนียบ

ผมเองนั้น นอนไขว่ห้างเอาหมอนปิดหน้า พยายามคิดทบทวนความเหมือนและความต่างของโอบามา และโอบามาร์คตามคำพูดของนายสุเทพที่ได้กล่าวไว้ ก็เห็นด้วยกับนายสุเทพอย่างที่สุดข้อหนึ่งก็คือ ถ้าพูดถึงโอบามาเราก็จะได้คำผวนที่ใกล้เคียงกันลงตัวอย่างเหมาะเหม็ง ก็คือ ..โอบามา ไอ้บ้ามาร์ค !

และที่เหมือนกันอีกอย่างก็คือ ทั้งโอบามาและอภิสิทธิ์ก็เป็นคนเหมือนกัน มีตาหูจมูกลิ้น มีแขนมีขา สวมเสื้อ นุ่งกางเกงทั้งนอกและใน ใส่รองเท้า มีเมียมีลูกแล้ว..เท่านั้น

ประเด็นนี้มากกว่าที่นายสุเทพจะบอกว่าโอบามาเหมือนๆกันกับหนุ่มมาร์ค ..ผมเข้าใจเอาเอง

นอกนั้นคนละเรื่อง ฟ้ากับเหว ตำรวจกับโจร หน้ามือกับหลังเท้า..ยังไงยังงั้น !

ยกตัวอย่าง

โอบามาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างท่วมท้น แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาหาเสียงโดยเสนอนโยบาย แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาไม่เคยสนับสนุนคนที่ทำผิดกฏหมาย แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาไม่เคยพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาจะยอมรับความพ่ายแพ้ถ้าประชาชนตัดสิน แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาทำงานการเมืองเป็น แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาไม่เคยคิดว็อคเอาท์การประชุมสภา แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาไม่เคยบอยคอตการเลือกตั้งแม้รู้ว่าจะแพ้ แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาไม่เคยกระสันอยากเป็นประธานาธิบดีจนตัวสั่น แต่มาร์ค..ไม่!

โอบามาไม่เคยตั้งรัฐบาลเงาแข่งกับจอร์จ บุช แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาล แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาให้ความเคารพรัฐบาลของตนแม้ตนจะเป็นฝ่ายค้าน แต่มาร์ค ..ไม่

โอบามาไม่เคยคิดทำลายล้างรัฐบาลของตน แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาไม่เคยดูถูกประชาชนที่สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาจะคัดค้านรัฐบาลเพียงบางเรื่อง แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาไม่เคยประจานรัฐบาลของตน แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาไม่เคยคิดวิ่งราวตำแหน่งประธานาธิบดี แต่มาร์ค ..ไม่ !

โอบามาเข้าเกณฑ์ทหาร แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามามีวุฒิภาวะ แต่มาร์ค..ไม่ !

โอบามาไม่ใช่คนปัญญาอ่อน แต่มาร์ค ..ไม่ !

นี่คือตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างโอบามากับอภิสิทธิ์ซึ่งนายสุเทพพยายามจะยกย่องให้เป็นบุคคลระดับโลกแข่งกับคุณทักษิณให้ได้ แต่ยิ่งยก..ยิ่งทำให้หนุ่มมาร์คตกต่ำลงไปกว่าเก่าอีก

ผมก็ไม่ได้เห็นว่านายโอบามาจะดีกว่านายอภิสิทธิ์ทุกอย่างหรอกนะครับ เพราะบางอย่างนายอภิสิทธิ์ก็ดีกว่า เช่นคุณอภิสิทธิ์อาจหล่อกว่า ผิวขาวกว่า ไหว้สวยกว่า บิดามารดาเกิดในตระกูลสูงกว่า ..แถมยังพูดไทยชัดกว่า

ที่สำคัญคุณอภิสิทธิ์จบจากอังกฤษซะด้วย แต่โอบามานั้นธรรมดาๆ ..จบแค่ในประเทศเท่านั้น !

คนอื่นๆอาจจะล้อเลียนคุณอภิสิทธิ์อย่างโน้นอย่างนี้ตามอัธยาศัย เช่น โอ๊ว บ้ามาร์ค ! โอ้บ้ามาก หรืออะไรก็ตาม ..ผมไม่ว่า

แต่สำหรับผมเมื่อนึกถึงโอบามาแล้ว ผมจะนึกถึงคำผวนอีกคำ..ทันที

โอบามา..ไอ้บ้ามาร์ค !!!

จาก Thaifreenews

รัฐบาลพรรคพลังประชาชน ไม่จำเป็นต้องเต้นตามฝ่ายตรงข้าม กรณี ท่านนายกฯ ทักษิณ

บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ตอนนี้เราก็รู้อยู่ว่า เรากำลังต่อสู้อยู่กับพวกอำมาตยาธิปไตย เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เมื่ออำนาจรัฐอยู่ในมือของเรา ฝ่ายเราทำไม่ต้องไปเต้นตามที่ฝ่ายตรงข้ามกำหนด เขากำหนดให้เล่นเกมอย่างไร ก็ต้องเล่นตามด้วยหรือ ฝ่ายตรงข้ามเรียกร้องให้รัฐบาลถอนพาสปอร์ตสีแดงของท่านอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลจำเป็นต้องถอนตามด้วยหรือครับ ฝ่ายตรงข้ามเรียกร้องให้นำตัวท่านนายกฯทักษิณกลับประเทศไทย เพื่อเอามาส่งเข้าเงื้อมมือของฝ่ายเขา เราจะต้องดิ้นตามเพลงที่เขาเคาะจังหวะด้วยหรือครับ

หากต้องทำอย่างนั้น เราจะต่อสู้ให้ได้อำนาจรัฐมาทำไมกัน เพราะเมื่อได้มาแล้วยังต้องเล่นตามที่พวกเขากำหนดอยู่ แล้วจะชิงเป็นฝ่ายรัฐบาลไปทำไมกัน



สถานการณ์ในประเทศไทยตอนนี้ มันสงครามเย็น เป็นสงครามเย็นทางการเมืองระหว่างฝ่ายอำมาตยาธิปไตยที่นิยมระบบแต่งตั้ง กับฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องการให้อำนาจทางการเมืองมาจากประชาชน เมื่อมันเป็นสงครามเย็น เราก็ต้องเล่นสงครามเย็นกับพวกเขาให้ถึงที่สุด มีพลังอำนาจอะไรอยู่ในมือ ก็ต้องใช้เพื่อต่อสู้กับพวกอำมาตย์ให้ได้

ท่านนายกฯทักษิณเป็น Idol หรือบุคคลที่ฝ่ายเราให้ความเคารพ เป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายประชาธิปไตย ทำไมฝ่ายเราที่กุมอำนาจรัฐจะต้องไปสนใจสื่อที่ "เต้นตามพวกศักดินา” ด้วย และหากข้าราชการคนไหนดิ้นตามพวกอำมาตย์ แอบฟังคำสั่งพวกอำมาตย์ก็ต้องจัดการย้ายออกไปจากตำแหน่งเสีย

ปล่อยให้เขามีฐานแค่ในทหารกับ ตุลาการที่เราคุมไม่ได้ก็พอแล้ว เมื่อเราคุมไม่ได้ก็จำต้องปล่อยไป แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องให้ความร่วมมืออย่างดีกับศาล หรือคนพวกนี้แต่อย่างใด มีอะไรที่ขัดขวางได้ก็ต้องทำ นี่มันเป็นสงครามทางการเมือง แม้พวกเราจะให้ความร่วมมืออย่างดี พวกเขาก็ไม่เห็นความดีของเราอยู่แล้ว สู้ขัดขวางมันเสียเลยดีกว่า

หากมีอะไรตีโต้แบบคลื่นใต้น้ำได้ก็ควรตีโต้ หากตัดงบประมาณได้ก็ควรตัด มีอะไรโต้กลับได้ก็ควรทำ พวกเขายังทำอะไรโดยไม่เกรงใจเรา ไม่คิดว่าเราจะเจ็บปวดหรือไม่ ทำไมเราต้องเป็นเกรงใจพวกเขาด้วย

ถึงอย่างไรประชาชนส่วนใหญ่ก็อยู่ข้างรัฐบาล แม้รัฐบาลจะทำอย่างไร คนที่อยู่ข้างรัฐบาลก็จะสนับสนุนอยู่ ถึงจะไปเอาใจพวกอำมาตย์ประชาชนที่สนับสนุนพวกอำมาตย์ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้วทำไมต้องไปแคร์เสียงพวกนี้ด้วย


หากไม่ทำอย่างนี้ สงครามก็ไม่มีวันชนะได้สักที ต้องรบกันยืดเยื้อ เสียเวลาประเทศชาติไปอย่างเปล่าประโยชน์ มีอะไรที่จะทำให้สงครามมันจบโดยเร็วก็ควรรีบทำกันเสีย

พวกเขาจะเรียกร้องอะไรก็เรียกร้องไป เราไม่จำเป็นต้องฟัง หรือต้องทำตาม หากจำเป็นต้องดำเนินตามกฎหมาย ไม่มีช่องว่างให้ทำอย่างอื่น ก็ถ่วงเวลาไว้จนกว่ามันจะหมดอายุความหรือเลยเวลาขั้นตอนไป หากกฎหมายให้ใช้ดุลยพินิจ ก็ไม่จำเป็นต้องไปพิจารณาแต่อย่างใด

เขาเล่นสงครามเย็นมา เราก็ต้องเล่นกลับไป

สงครามมันยืดเยื้ออยู่ทุกวันนี้ เพราะพรรคพลังประชาชนที่เป็นรัฐบาลหน่อมแหน้ม ใช้อำนาจรัฐไม่เป็น ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามที่ยังพอมีเส้นสายในระบบราชการใช้อิทธิพลของพวกเขา เล่นงานเรา

อีกอย่าง ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่เป็น รมต.ต่างประเทศ ควรใช้เวลานี้ล้างบางพวกอำมาตย์ในกระทรวงต่างประเทศเสีย เหมือนที่ท่านได้เคยทำกับกระทรวงยุติธรรมมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ความปรานีแก่ฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใด ท่านเป็นคนสุภาพ แต่เด็ดขาด ก็ควรจัดการให้เสร็จเรียบร้อยเสีย

สงครามหากไม่รู้จักใช้ทรัพยากรทางอำนาจที่ตนเองมีอยู่ มันก็ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใดที่จะเข้าไปกุมทรัพยากรแห่งอำนาจนั้น

พวกอำมาตย์ไม่มีอะไรมากไปกว่าพวกเขา “มีสายสัมพันธ์” ที่วางเอาไว้ในระบบราชการเยอะ ก็แค่นั้น หากฝ่ายเราเริ่มถอนรากถอนโคนไปทีละจุด สุดท้ายพวกอำมาตย์ก็ไร้มือไร้เท้าที่จะไปดำเนินการอะไร พวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ไปเอง

รัฐบาลควรทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเรา เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางการเมือง ภายใต้อำนาจของเราอยู่ได้

อีกอย่างเมื่อฝ่ายเราเป็นรัฐบาลคุมอำนาจรัฐ รัฐบาลควรเดินเกมทางลึกกับมิตรประเทศทั้งหลาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับท่านายกฯทักษิณ อีกแรงหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องไปเป่าประกาศแต่อย่างใด และเดินเกมกดดันทางลึกกับประเทศที่ให้ความร่วมมือกับพวกอำมาตย์

กระทรวงพาณิชย์ควรเล่นกลับ Tesco, Lotus ที่เป็นธุรกิจของคนอังกฤษ เพื่อส่งสัญญาณให้คนอังกฤษที่ให้ความร่วมมือกับอำมาตย์ทราบว่า หากพวกเขาใช้ช่องทางนั้น ก็จะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน

จาก thaifreenews

1ล้านคน1ล้านSMSร่วมใจเป็น1ชูธงประชาธิปไตยแก้ไขรธน.เผด็จการ


ที่มา รายการความจริงวันนี้
*ดูคลิปรายการความจริงวันนี้ ประจำวันที่ 12 พ.ย. คลิ้กที่นี่

ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ได้เรียกร้องให้ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ร่วมรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญเผด็จการฉบับปี2550 ให้มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยขอความร่วมมือต่อประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย แสดงตนออกมาว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการง่ายๆคือส่งSMS เขียนหรือพิมพ์เลข 9 ส่งมาที่หมายเลข 4689292 ซึ่งระบบจะตอบกลับอัตโนมัติว่า"ขอบคุณกับการสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่าน" เป็นอันว่าท่านมีส่วนสำคัญในการรณรงค์ครั้งนี้แล้ว


ที่ผ่านมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกขัดขวางจากฝ่ายที่นิยมเผด็จการ ต่อต้านประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะรณรงค์ให้แก้ในวันนี้ หรือในวันหน้า ก็จะถูกกลุ่มที่ไม่สนับสนุนประชาธิปไตยต่อต้านอยู่ดี ซึ่งฝ่ายประชาธิปไตยนั้นก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตามมาตลอด นับแต่ตอนลงประชามติจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในเวลานั้นกลุ่มที่ร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการ2550และกลุ่มแนวร่วมอย่างพันธมิตรก็เคยบอกว่า"ให้รับไปก่อน แล้วแก้ไขทีหลัง" ฝ่ายประชาธิปไตยก็อนุโลมตามนั้น ครั้นพอจะแก้ไขในภายหลังก็ถูกพันธมิตรออกมาต่อต้านเรื่อยมา

นายจตุพร พรหมพันธ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้กล่าวว่า ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหายหนักทุกด้านในเวลานี้จากรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการทำคลอดมา หากปล่อยต่อไปก็จะก่อความเสียหายไม่หยุดหย่อน ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศจึงต้องแสดงตนออกมาว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการง่ายๆคือส่งSMS เขียนหรือพิมพ์เลข 9 ส่งมาที่หมายเลข 4689292 ซึ่งระบบจะตอบกลับอัตโนมัติว่า"ขอบคุณกับการสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่าน"

ทั้งนี้สามารถส่งมาได้1เบอร์โทรศัพท์ต่อ1โหวต แทนประชาชน1ล้านคน ที่จะรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้กดSMSส่งได้ตั้งแต่ตอนนี้ สิ้นสุดการรณรงค์ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญ

จาก thaienews