WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 16, 2008

'โบลิเวีย'สั่งกองทัพอารักขาเข้ม'ทักษิณ'รับเครื่องราชฯธ.ค.นี้

'ประธานาธิบดีโบลิเวีย' สั่งกองทัพตรึงกำลังเข้มอารักขา 'ทักษิณ' ลัดฟ้ารับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 'ซิมอน โบลีบาร์' ธ.ค.นี้

หนังสือพิมพ์ ลา เอสเตรญา เด โอเรียนเต หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ซึ่งมีฐานอยู่ที่เมือง ซานตา กรูซ เด ลา เซียร์รา เมืองใหญ่ทางภาคตะวันออกของโบลิเวีย รายงานว่า ประธานาธิบดี เอโบโมราเลส อัยมา วัย 49 ปี ได้เรียก นายวอล์คเกอร์ ซาน มิเกลรัฐมนตรีกลาโหม รวมทั้ง พล.อ. วิลเฟรโด บาร์กัส ผู้บัญชาการกองทัพโบลิเวีย เข้าพบที่ ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงลา ปาซ เมืองหลวงของประเทศ เพื่อหารือเกี่ยวกับการอารักขาความปลอดภัยให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ระหว่างการเดินทางมาร่วมพิธีรับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ " ออร์เดอร์ ออฟ ซิมอน โบลีบาร์ " (Order of Simon Bolivar ) ในเดือนธ.ค.นี้

นอกจากนี้ รายงานข่าว ระบุว่า รัฐบาลโบลิเวีย เตรียมจัดพิธีมอบเครื่องราชฯ ดังกล่าว ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บริเวณ ปลาซา มูริโญ (Plaza Murillo) จัตุรัสใหญ่ กลางกรุงลา ปาซ ในวันที่17 ธ.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันที่ นายซิมอน โบลีบาร์ วีรบุรุษของประเทศ ได้เสียชีวิตลง ในปี ค.ศ. 1830 ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย จะถือเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ได้รับเครื่องราชฯ ระดับสูงของโบลิเวีย ในฐานะที่มีผลงานในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับคนในระดับรากหญ้าของไทย จนเป็นที่ประจักษ์ชัดไปทั่วโลก

ขณะที่ พล.อ.บาร์กัส ออกมาแถลงข่าว หลังการหารือกับ นายโมราเลส โดยระบุว่า ทางกองทัพโบลิเวีย ได้รับคำสั่งให้เตรียมการอารักขาความปลอดภัยให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเต็มที่แต่กำหนดการต่างๆ รวมทั้ง สถานที่ ในการมอบเครื่องราชฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อเหตุผลด้านการรักษาความปลอดภัย

'นพดล'ย้ำชัด'ทักษิณ'ไม่ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นซ้อน'สมชาย'


'นพดล' ยืนยัน 'ทักษิณ' ไม่ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นซ้อนรบ.สมชาย เผย 'บาฮามาส' หนุนอดีตนายกฯสร้างเครือข่ายธุรกิจ หวังดึงเงินเข้าประเทศ

นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยถึงท่าทีของประเทศในเครือจักรภพ โดย บาฮามาส ที่แสดงความชัดเจนในการรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ และเสนอให้มีการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ว่าบาฮามาสคงมองเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีเครือข่ายในการทำธุรกิจต่างๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นยุทธศาสตร์การดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ

นอกจากนี้ นายนพดลยังกล่าวกรณีที่บาฮามาสสนับสนุนให้อดีตนายกรัฐมนตรตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นนั้น ตนมองว่า หากจะตั้งควรตั้งหลังมีการรัฐประหารใหม่ๆ แต่กรณีนี้ เวลาผ่านมานานแล้ว และรัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็เป็นรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำอยู่แล้ว คงไม่มีเหตุผลที่จะตั้งรัฐบาลซ้อนขึ้นมาอีก

ขณะที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า บาฮามาส เป็นประเทศที่มีอธิปไตยซึ่งการจะตัดสินใจทำอะไร และเป็นสิทธิ์ที่ทำได้อยู่แล้ว ส่วนการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นนั้น ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณเอง ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ พร้อมยืนยันยังไม่มีการติดต่อพูดคุยกันและไม่ทราบขณะนี้อดีตนายกรัฐมนตรีไปพำนักอยู่ที่ประเทศใด



อัญเชิญพระโกศพระอัฐิประดิษฐานพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จขึ้นเฝ้าฯ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาประดิษฐานพระโกศพระอัฐิเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าพิธีเชิญพระโกศพระอัฐิ ว่า เมื่อเวลา 10.35 น. น. ริ้วขบวนพระอิสริยยศเชิญพระโกศพระอัฐิ ได้เคลื่อนผ่านประตูพิมานไชยศรี เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยพระที่นั่งราเชนทรยานขึ้นประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง เส้นทางจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ขณะที่พระวอสีวิกากาญจน์ อัญเชิญพระสรีรางคาร ได้แยกตรงศาลาสหทัยสมาคม ไปยังพระศรีรัตนเจดีย์

จากนั้น เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกทองเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล ณ มุขตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสร็จแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องสักการะพระอัฐิ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ เมื่อเวลา 10.54 น.

พระบรมฯเสด็จแทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลเก็บพระอัฐิ

เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ (16 พ.ย.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ มายังพระที่นั่งทรงธรรม ณ มณฑลพิธีพระเมรุ ท้องสนามหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเก็บพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ขึ้นพระเมรุ (เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าตาดที่ถวายคลุมพระอัฐิ) ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระอัฐิ ถวายสรงพระอัฐิด้วยน้ำพระสุคนธ์ทั่วแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาถวายผ้าตาดคลุมพระอัฐิ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระอัฐิบูชาพระสงฆ์ ทรงทอดผ้าไตรสามหาบ พระสงฆ์ขึ้นสดับปกรณ์พระอัฐิ พระสงฆ์สดับปกรณ์ครบ 6 รูปแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าคลุมพระอัฐิ ทรงเก็บพระอัฐิ สรงพระสุคนธ์ เชิญลงในพระโกศทองคำลงยาประดับเพชร เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิลงจากพระเมรุไปยังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯ ตาม ประทับที่หน้าอาสนสงฆ์ เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิประดิษฐานในบุษบกเหนือพระแท่นแว่นฟ้า

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องสักการะพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนโตกสำรับภัตตาหารสามหาบแด่พระสงฆ์ 6 รูป พระสงฆ์สามหาบ ฉันเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเครื่องสังเค็ดงานพระราชทานเพลิงพระศพแด่พระสงฆ์ 30 รูป ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรกกลับ พระสงฆ์อีก 30 รูปขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ สดับปกรณ์พระอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรกกลับ ตั้งขบวนพระอิสริยยศเชิญพระโกศพระอัฐิและพระสรีรางคารเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบก พระที่นั่งราเชนทรยาน เชิญพระสรีรางคารประดิษฐานในพระวอสีวิกากาญจน์ และเชิญไปประดิษฐานยังพระบรมมหาราชวังต่อไป

คลื่นมหาชนคับคั่งร่วมพระราชพิธีฯ

ส่วนบรรยากาศโดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลว ตั้งแต่บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือตรงข้ามพระเมรุ บริเวณหน้าศาลฎีกา ไปจดถึงกรมการรักษาดินแดนและริมถนนมหาราชถูกจับจองพื้นที่ด้วยประชาชน เพื่อรับชมบรรยากาศของพระราชพิธีอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันประชาชนทุกเพศทุกวัยยังทยอยเดินทางเข้ามาร่วมในพระราชพิธีไม่ขาดสาย ทำให้จำนวนประชาชนเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่ร้อนอบอ้าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มีการปิดการจราจรบนถนนหน้าพระลานทางเข้าพระบรมมหาราชวังเพื่อเตรียมความพร้อมพระราชพิธีอัญเชิญพระโกศพระอัฐิและพระราชสรีรางคารเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

เคลื่อนริ้วขบวน เชิญพระโกศพระอัฐิ

จากนั้นเวลา 10.13 น. ริ้วขบวนพระอิสริยยศเชิญพระโกศพระอัฐิเริ่มยาตราออกจากพระเมรุท้องสนามหลวง โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์และครอบครัว ข้าหลวง มหาดเล็ก และข้าราชบริพารในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามพระอัฐิ เชิญเข้าสู่พระบรมหาราชวัง ส่วน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร เสด็จฯประทับรถยนต์พระที่นั่งเข้าสู่พระบรมหารราชวังเพื่อรอรับพระอัฐิ

ทั้งนี้ ขบวนพระราชอิสริยยศเชิญพระโกศพระอัฐิ เริ่มตั้งริ้วขบวนขึ้นบริเวณด้านทิศใต้ของพระเมรุภายนอกราชวัติ โดยต้นริ้วขบวนนำด้วยทหารม้า 2 นาย กลุ่มทหาร 3 เหล่าทัพ ตามด้วยเครื่องสูงหน้าพระนำ นักเรียนราชวินิตมัธยม ขนาบข้างด้วยตำรวจหลวง พระที่นั่งราเชนทรยาน ซึ่งเชิญพระโกศพระอัฐิ เข้าประตูพิมานไชยศรี เทียบพระที่นั่งราเชนทรยาน เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง

สำหรับพระวอสีวิกากาญจน์ เชิญพระสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ไปประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยเข้าทางประตูเกยหลังวัด ตามด้วยเครื่องสูงหลังพระนำ พระราชวงศ์ ขนาบข้างด้วยทหารมหาดเล็กปิดท้ายขบวน

'บีบีซี'ระบุพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ


บีบีซี รายงานพระราชพิธีเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ประชาชนสวมเสื้อดำไว้ทุกข์เป็นการไว้อาลัย พระราชพิธีทำให้วิกฤตทางการเมืองสงบลงชั่วคราว

สำนักข่าวBBC รายงานว่า การพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เฉพาะขบวนแห่พระศพนั้นต้องใช้ทหารกว่า 2,000 นาย และมีการใช้งบประมาณเพื่อการนี้ราว 9 ล้านเหรียญ ซึ่งได้ทำให้สถานะของพระราชวงศ์สถิตย์สถาพรมากยิ่งขึ้นในสังคมไทย คนไทยที่พบเห็นทั่วไปในกรุงเทพฯ ต่างสวมใส่เสื้อดำไว้ทุกข์เป็นการไว้อาลัย ในขณะที่พระราชพิธียังทำให้วิกฤตการณ์ทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลสงบลงชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวBBC รายงานอีกว่า ในขณะที่ความเคารพสักการะต่อพระราชวงศ์อยู่ในขีดสุดนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสด็จมาในการพระราชพิธีโดยมีสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯทรงพระดำเนินพยุงพระองค์อยู่ข้างๆ ปัจจุบันมีพระชนมายุมากกว่า80พรรษาแล้ว และพระพลานามัยดูแบบบาง


พบ2 บุคคลเคยเฝ้าใกล้ชิดพระเจ้าพี่นางเธอฯ


พบแล้ว 2 บุคคล ใน 6 ภาพ ที่เคยเฝ้ารับเสด็จใกล้ชิด สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ขณะที่พสกนิกรแห่ชมความงดงาม-ถ่ายภาพพระเมรุที่สนามหลวง

ความคืบหน้าการตามหา 7 บุคคล ใน 6 ภาพ ที่เคยรับเสด็จใกล้ชิด สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่จะนำมาจัดแสดงในนิทรรศการภายใต้ชื่อ โซน สมเด็จเจ้าฟ้าในใจประชา ระหว่างวันที่ 18 - 30 พ.ย. นี้ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง วันนี้ (16 พ.ย.) นายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พบแล้ว 2 ราย ซึ่งเป็นบุคคลในภาพที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงทรงฉายร่วมกับเหล่านิสิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งบุคคลในภาพเป็นผู้มาแสดงตนเปิดเผยข้อมูล ส่วนอีก 1 ราย เป็นภาพที่ทรงฉายพระรูปร่วมกับ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขณะทรงสอนเด็กนักเรียน โดยทั้งหมดจะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง และจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯประชาชนได้ทยอยเดินทางกลับ ขณะที่บางส่วนยังคงอยู่ชมความงดงามและถ่ายรูปพระเมรุ และจะมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ภายในบริเวณราชวัติพระเมรุ โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 18-30 พ.ย. 2551

ขณะเดียวกัน ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดการจราจรโดยรอบบริเวณท้องสนามหลวงทุกเส้นทางแล้ว

นักวิชาการลากไส้'ทรราชย์'การเมืองใหม่กดขี่รากหญ้า!


'นักวิชาการ'เหลืออด!ออกโรงซัด'ทรราชย์'การเมืองใหม่'กดขี่รากหญ้า ชี้ไม่ช่วยแก้วิกฤตชาติ เพราะใช้ได้แค่เฉพาะกลุ่ม

นายประพาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในสมัชชาประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการและประชาธิปไตย การเสวนาแลกเปลี่ยนข้อเสนอ เพื่อขยายพื้นที่ประชาธิปไตย คัดค้านระเบียบใหม่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอำนาจทหาร ว่า แนวทางการเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ ที่เสนอให้มีการระบบเลือกตั้งนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบันได้ เนื่องจากการใช้อำนาจจะไม่คำนึงถึงคนระดับล่าง แต่จะถูกใช้เฉพาะคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้เห็นว่า การเลือกตั้งระบบตัวแทน ยังคงมีความจำเป็นอยู่ในสังคมไทย ซึ่งประเทศไทยควรเน้นการใช้ประชาธิปไตยทางตรง หรือการเมืองภาคประชาชน เพราะจะทำให้ประชาชนในชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการเมืองด้วย

ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯบริเวณทำเนียบรัฐบาลค่อนข้างเป็นไปด้วยความเงียบเหงาหลังจากที่แกนนำประกาศงดการเคลื่อนไหวทางการเมือง ระหว่างวันที่ 14 - 16 พ.ย.ในช่วงงานราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยในวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างแต่งกายด้วยชุดสีดำ เพื่อไว้อาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และเฝ้าติดตามการถ่ายทอดพิธีเก็บพระอัฐิ และเชิญพระโกศพระอัฐิออกพระเมรุตามจุดที่มีการติดตั้งโทรทัศน์ และจอโปรเจ็กเตอร์

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทอดพระราชพิธีแล้วบนเวทีพันธมิตรฯ ก็มีการจัดรายการตามปกติ โดยมีนายพิภพ ธงไชย นายสำราญ รอดเพชร และนายพิเชษฐ์ พัทธนโชติ ร่วมกันพูดคุยบนเวทีในเรื่องหลักวิชาการ ไม่ได้มีการออกความเห็นเรื่องการเมืองแต่อย่างใด

พระบรมฯเสด็จพระเมรุแทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลเก็บพระอัฐิ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมฯเสด็จพระเมรุแทนพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเก็บพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ (16 พ.ย.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ มายังพระที่นั่งทรงธรรม ณ มณฑลพิธีพระเมรุ ท้องสนามหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเก็บพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ขึ้นพระเมรุ (เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าตาดที่ถวายคลุมพระอัฐิ) ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระอัฐิ ถวายสรงพระอัฐิด้วยน้ำพระสุคนธ์ทั่วแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาถวายผ้าตาดคลุมพระอัฐิ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระอัฐิบูชาพระสงฆ์ ทรงทอดผ้าไตรสามหาบ พระสงฆ์ขึ้นสดับปกรณ์พระอัฐิ พระสงฆ์สดับปกรณ์ครบ 6 รูปแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าคลุมพระอัฐิ ทรงเก็บพระอัฐิ สรงพระสุคนธ์ เชิญลงในพระโกศทองคำลงยาประดับเพชร เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิลงจากพระเมรุไปยังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯ ตาม ประทับที่หน้าอาสนสงฆ์ เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิประดิษฐานในบุษบกเหนือพระแท่นแว่นฟ้า

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องสักการะพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนโตกสำรับภัตตาหารสามหาบแด่พระสงฆ์ 6 รูป พระสงฆ์สามหาบ ฉันเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเครื่องสังเค็ดงานพระราชทานเพลิงพระศพแด่พระสงฆ์ 30 รูป ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรกกลับ พระสงฆ์อีก 30 รูปขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ สดับปกรณ์พระอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรกกลับ ตั้งขบวนพระอิสริยยศเชิญพระโกศพระอัฐิและพระสรีรางคารเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบก พระที่นั่งราเชนทรยาน เชิญพระสรีรางคารประดิษฐานในพระวอสีวิกากาญจน์ และเชิญไปประดิษฐานยังพระบรมมหาราชวังต่อไป

คลื่นมหาชนคับคั่งร่วมพระราชพิธีเก็บพระอัฐิ

ส่วนบรรยากาศโดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลว ตั้งแต่บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือตรงข้ามพระเมรุ บริเวณหน้าศาลฎีกา ไปจดถึงกรมการรักษาดินแดนและริมถนนมหาราชถูกจับจองพื้นที่ด้วยประชาชน เพื่อรับชมบรรยากาศของพระราชพิธีอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันประชาชนทุกเพศทุกวัยยังทยอยเดินทางเข้ามาร่วมในพระราชพิธีไม่ขาดสาย ทำให้จำนวนประชาชนเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่ร้อนอบอ้าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มีการปิดการจราจรบนถนนหน้าพระลานทางเข้าพระบรมมหาราชวังเพื่อเตรียมความพร้อมพระราชพิธีอัญเชิญพระโกศพระอัฐิและพระราชสรีรางคารเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง


หมายกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ16พย.


สำหรับหมายกำหนดการในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระเมรุ ท้องสนามหลวง ทรงเก็บพระอัฐิ เชิญพระโกศไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยใช้ริ้วขบวนพระอิสริยยศริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระโกศพระอัฐิ โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระสรีรางคาร โดยพระวอสีวิกากาญจน์ สู่เส้นทางจากถนนกลางท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง


Saturday, November 15, 2008

ในหลวง-ราชินีพระราชทานเพลิงพระศพ"พระพี่นาง"


ในหลวง-พระราชินี เสด็จขึ้นพระเมรุ ฯ ทรงวางดอกไม้จันทน์ ทรงจุด พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

เมื่อเวลาประมาณ 16.50 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ถึงยังพระเมรุท้องสนามหลวง เพื่อทรงพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์


พระบาทสมเด็จพระพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนารถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพทรงธรรมที่พระเมรุ สมเด็จพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาจบพระราชาคณะ 50 รูป สวดศราทธพรต ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่สวดศราทธพรต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ขึ้นพระเมรุ พระราชทานเพลิงพระศพ ชาวพนักงานประโคม สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพเป่าแตรนอน และยิงปืนเล็กยาวเฉลิมพระเกียรติ 21 นัด


ประชาชนชาวไทยและต่างประเทศได้พร้อมใจกันแต่งกายชุดดำ เพื่อถวายความอาลัยและเฝ้าฯรับเสด็จฯตามเส้นทางเสด็จฯอย่างเนืองแน่น และได้เข้าแถวถวายดอกไม้จันทน์ตามจุดต่างๆที่ทางกทม.จัดเตรียมไว้โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ พระเมรุ ท้องสนามหลวง ขณะที่ตามต่างจังหวัดจัดพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯอย่างพร้อมเพรียงเช่นกัน


เวลา22.00 น. เสด็จฯ มายังพระที่นั่งทรงธรรมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯขึ้นพระเมรุ พระราชทานเพลิงพระศพ เสด็จฯ ประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรมพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทชั้นผู้ใหญ่ขึ้นถวายพระเพลิงพระศพ เจ้าพนักงานปฏิบัติการถวายเพลิงพระศพสิ้นแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ขึ้นพระเมรุ ทรงทอดผ้าไตรที่พระจิตกาธาน พระสงฆ์ 10 รูปสดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ กลับ


วธ.ให้ปชช.ดาวน์โหลดเพลง“รำลึกราชกัลยาณี”

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นำบทเพลงถวายอาลัย "พระพี่นาง" ให้ประชาชนดาวน์โหลดเก็บความทรงจำหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ที่ www.m-culture.go.th

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ตามที่วธ.ได้จัดทำซีดีและดีวีดีเพลงมหกรรมคอนเสิร์ต “รำลึกราชกัลยาณี”ขึ้นนั้น ขณะนี้วธ.ได้นำบทเพลงถวายอาลัยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่บันทึกในซีดีดังกล่าว มาลงไว้ในเว็บไซต์ของวธ.ที่ www.m-culture.go.th เพื่อให้ประชาชนได้ดาวน์โหลดเพลงเหล่านี้เก็บไว้ในความทรงจำหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯแล้ว จำนวน 22 เพลง ได้แก่ เพลง Deep Impression, เพลงสถิต ณ ดวงใจ,เพลงนับจากนี้,เพลงเจ้าหญิงของเรา,เพลงอาลัยสมเด็จพระพี่นาง,เพลงแสงหนึ่ง คือ รุ้งงาม,บทกวีกราบพระพี่นาง,เพลงน้ำใจไม่มีกาลเวลา,เพลงพระพี่นางในดวงใจ,เพลงแสงจากสวรรค์,เพลงสู่สวรรค์นิรันดร,เพลงพี่สาวพระเจ้าแผ่นดิน,เพลงส่งเสด็จ,เพลงแสนอาลัย,เพลงดุริยกวี,เพลงสุดสายปลายรุ้ง,เพลงพระมิ่งขวัญแก้ว,เพลงพระมหากรุณาธิคุณ,เพลงแด่...เธอ...,เพลงแทบทิพย์เทวี,เพลงแสงงามนิรันดร์ และเพลงแก้วกัลยา

ประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเพลงเหล่านี้ได้ในเว็บไซต์วธ.ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2422-8871-5


พระจันทร์ทรงกลดเหนือยอดสัปตปฏตเศวตฉัตรพระเมรุ

รองอธิบดีกรมศิลปากร เผย หลังเสร็จพระราชพิธีริ้วขบวนพระอิสริยยศ ว่า ในคืนวันที่ 14 พ.ยเกิดปรากฎการณ์พระจันทร์ทรงกลดบนท้องฟ้าเหนือยอดสัปตปฏลเศวตฉัตรพระเมรุนานถึง 15 นาที

นายไพบูลย์ ผลมาก รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยภายหลังเสร็จพระราชพิธีริ้วขบวนพระอิสริยยศ ว่า ในคืนวันที่ 14 พ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ นอกจากจะมีประชาชนมาเฝ้ารอรับเสด็จฯ กันอย่างเนืองแน่นแล้ว ภายหลังเสร็จพิธีฯ ในช่วงเวลาประมาณ 22.40 น. ได้มีเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ยิ่ง เกิดปรากฎการณ์พระจันทร์ทรงกลดบนท้องฟ้าขึ้น ได้สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่เข้าร่วมพระราชพิธีฯ โดยเฉพาะที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พระจันทร์ทรงกลดเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งเหนือยอดสัปตปฏลเศวตฉัตรพระเมรุนานถึง 15 นาที ประชาชนต่างพากันบันทึกภาพความอัศจรรย์เก็บไว้ และต่างกล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆ นานา เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ซึ่งตนได้ใช้กล้องโทรศัพท์มือถือบันทึกไว้เช่นกัน เพราะส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องมงคลที่ดี ที่เหล่าปวงชนชาวไทยต่างมาร่วมบำเพ็ญพระกุศลถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กันอย่างพร้อมเพรียง และด้วยพระบารมีของพระองค์จึงเกิดสิ่งมหัศจรรย์นี้ขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมาแล้ว