WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 24, 2008

ผบ.ทบ.สั่งทหารคุมเข้มหวั่นมือที่3ป่วน!

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม ได้ประชุมตามสถานการณ์ประจำวันและรับทราบข้อมูลด้านการข่าว รวมทั้งรับฟังการประเมินสถานการณ์ จากหน่วยข่าวของกองทัพบก

นอกจากนี้ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกด้วยว่า ผบ.ทบ.ได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุม สั่งกำชับให้ ทหาร วางกำลังอย่างเข้มงวด โดยกระจายกำลังเป็นวงกว้าง เพื่อป้องกลุ่มบุคคลที่ 3 อาศัยช่วงสถานการณ์วุ่นวายเข้ามาก่อเหตุความรุนแรง


สันดานอันธพาล 'ม็อบโกเต็กซ์'บุกดอนเมือง

ม็อบถ่อยพันธมารสุดชั่ว!ขวางประชุมร่วม 2สภา ตัดไฟฟ้ารัฐสภา-พรรคชาติไทย-บชน.อ้างน้ำขุ่นหวั่นมือที่สามป่วน ขณะที่จนท.รวบทันควัน 6 การ์ดนรกยึดรถเมล์ พร้อมยึดอาวุธป่วนเพียบ ล่าสุดบุกทำเนียบดอนเมือง ประกาศมั่วม้วนเดียวจบ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปักหลักชุมนุมปิดรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง ว่า ยืนยัน ไม่ให้ส.ว. และ ส.ส. เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาและจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้อปิดล้อมรัฐสภาต่อไป

ต่อมาเวลา 09.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้พันธมิตรฯได้ทำการตัดไฟฟ้าภายในบริเวณอาคารรัฐสภา และที่ทำการพรรคชาติไทยแล้ว ทำให้สถานที่ดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งคาดว่าการตัดไฟฟ้าดังกล่าว อาจจะทำให้ไม่สามารถเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ขณะที่การประปานครหลวง ก็กำลังจะเดินทางมาตัดน้ำประปาภายในบริเวณพรรคชาติไทยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ขณะนี้ไฟฟ้าภายในรัฐสภายังไม่ดับ เนื่องจากในรัฐสภามีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งสามารถสำรองปั่นไฟฟ้าได้ประมาณ 24 ชั่วโมง

ริยำสุดชั่ว! 'การ์ดพันธมาร'ปล้นรถเมล์4สาย'ม็อบน้ำกาม'ยึดเข้ารังโจร

สันดานโจร! การ์ดพันธมารเหน็บปืน-อีดาบ 'ปล้นรถเมล์ ขสมก.' ระบุมี 4 เส้นทางถูกปล้น-ยึดเข้ารังโจร พร้อมเลี่ยงเส้นทางหนี 'ม็อบน้ำกาม' สวดยับ!สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ด้าน 'มหาเถื่อน' เอาตัวรอด! หนีม็อบฯฟังศาลอาญาสั่งคดีปลุกระดม-ซ่องโจร-ก่อความวิบัติให้บ้านเมือง ขณะที่ 'แกนนำ 9 กบฏพันธมาร' ลุ้นผลชี้ขาด 'ตุลาการภิวัฒน์' ยื้อคดีถึงต้นปีหน้า

นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีรถโดยสารประจำทางของ ขสมก.ใน 4 เส้นทางถูกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยึดรถนำไปใช้ประโยชน์ในการชุมนุม ประกอบด้วย สาย 53, 56, 515 และ 3 ซึ่งเจ้าหน้าที่สายตรวจที่อยู่ในพื้นที่ได้เข้าไปเจรจา และล่าสุดได้ขอคืนรถเมล์สาย 53 กลับมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้แล้ว แต่รถคันดังกล่าวยางแตกและต้องนำกลับไปซ่อม

ผู้อำนวยการ ขสมก. ระบุว่า ขสมก.ต้องการร้องขอไปยังพันธมิตรฯ ขอให้คืนรถโดยสารประจำทางทั้งหมดแก่ ขสมก. เพราะ ขสมก.เป็นหน่วยงานเดินรถของภาครัฐที่มีภารกิจให้บริการประชาชน ซึ่งการยึดรถดังกล่าวส่งผลให้ ขสมก.มีปริมาณรถให้บริการน้อยลงและอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริการได้ จึงขอความเห็นใจจากกลุ่มผู้ชุมนุมอีกครั้ง

นายพิเณศวร์ กล่าวย้ำว่า สำหรับการชุมนุมต่อผลกระทบการเดินรถนั้น ขสมก.ได้สั่งการให้เขตพื้นที่เดินรถบางพื้นที่ปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถในบางเส้นทางโดยเฉพาะเส้นทางที่ผ่านการชุมนุม แต่เหตุการณ์ยึดรถดังกล่าวถือว่าอยู่นอกเขตที่มีการชุมนุม และ ขสมก.คาดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ฝ่ายบริหาร ขสมก.ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเดินรถติดตามสถานการณ์ชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันที

รวบ'การ์ดชั่ว พธม.'6คน!ปล้นรถเมล์สาย53

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มีชาย 6 คน แต่งตัวคล้ายการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดรถเมล์สาย 53 หมายเลข 11-9242 กรุงเทพมหานคร บริเวณหน้ากรมแผนที่ทหาร โดยอาวุธที่ยึดได้ประกอบด้วย มีด ดาบ ปืนลูกซอง กระสุน ซึ่งรถเมล์สายนี้ วิ่งผ่านกรมแผนที่ทหาร บริเวณแยก จปร. ย่านนางเลิ้ง

ทั้งนี้ นายปราโมทย์ วงศ์แก้ว คนขับรถเมล์ กล่าวว่า ขณะขับรถมาช่วงประมาณ 10.00 น. จนถึงแยกประชาเกษม ได้เปิดประตูให้ผู้โดยสารลง โดยผู้ต้องสงสัยอ้างว่าเป็นการ์ดพันธมิตรฯ ขึ้นมาบนรถเมล์ และใช้อาวุธจี้ โดยระบุว่า จะเอารถคันนี้ไปไว้ที่สะพานมัฆวาน ซึ่งตนไม่ยอมและถูกไล่ลงจากรถ จากนั้นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นการ์ดพันธมิตรฯ จึงยึดรถไว้ แต่เมื่อขับไปสักพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงยางรถจนแตกและยึดรถกลับคืนมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปรวบตัวชายทั้ง 6 คน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสืบสวนที่สน.นางเลิ้งต่อไป

ยื้อคดี'มหาเถื่อน-9กบฏ'ข้อหาหนัก!ปลุกระดม-ซ่องโจร-ทำบ้านเมืองวิบัติ

ศาลอาญาปล่อยตัว 'มหาเถื่อน' เหตุอัยการสั่งฟ้องไม่ทัน ย้ำข้อหายาวเป็นหางว่าว! ปลุกระดมประชาชนให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง-มั่วสุมเกิน 10 คน และใช้กำลังประทุษร้าย-ก่อความวุ่นวายให้บ้านเมือง ขณะที่ 'แกนนำ 9 กบฏพันธมาร' ลุ้นผลชี้ขาด 'ตุลาการภิวัฒน์' ยื้อคดีถึงต้นปีหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (24 พ.ย.) ที่ศาลอาญา พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ผู้ต้องหาที่ 1 ในคดีร่วมกันปลุกระดมประชาชนให้เกิดความกระด้างกระเดื่องมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เดินทางเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่งานฝากขังทั่วไปของศาลอาญารัชดาเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากที่ได้รับการประกันตัวในคดีดังกล่าว ซึ่งศาลอนุญาตพนักงานสอบสวนฝากขังผู้ต้องหาได้เป็นเวลา 3 ผลัด ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณา แต่พนักงานอัยการไม่สามารถพิจารณาเอกสารสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ทัน จึงต้องปล่อยตัวไปตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ต้องหาที่ 7 ในคดีเดียวกันได้ถูกปล่อยตัว เนื่องจากอัยการฟ้องไม่ทัน ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายพิภพ ธงไชย ,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ ,นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานฯ ,ผู้ต้องหา 2-6 นายอมร อมรรัตนานนท์ และนายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วม ฯ ผู้ต้องหาที่ 8-9 อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 นัดฟังสั่งคดีในวันที่ 19 ม.ค.52 เวลา 10.00 น.

บุกยึดบชน.พร้อมสั่งตัดน้ำ-ตัดไฟ

ต่อมาเมื่อเวลา 10.38 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จำนวนกว่า 2,000 คน ได้เคลื่อนตัวไปยังหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลและได้ฝ่าแนวตั้งรับของตำรวจบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยการรื้อรั้วลวดหนาม ผลักดันรถบัส 2 คัน ที่กลุ่มพันธมิตรฯนำมาจอดเป็นแนวกั้น เข้าไปใกล้กับด้านหน้าบช.น. ส่งผลให้ตำรวจต้องถอยร่น และปิดประตูทางเข้า-ออก บช.น.

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ายึดพื้นที่บริเวณหน้า บช.น. โดยแกนนำให้คำมั่นว่า จะไม่เข้ายึด บช.น. นอกจากการปราศรัยอยู่ด้านหน้า บช.น.เท่านั้น ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ฝ่าแนวตั้งรับที่ 2 ของตำรวจ แล้วตั้งเวทีปราศรัย หันหน้าเข้า บช.น. โดยยังไม่มีเหตุปะทะ พร้อมกับมีการตัดน้ำ-ตัดไฟเรียบร้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุว่า จะปล่อยให้ผู้ชุมนุมปักหลักที่หน้าบช.น.ได้ แต่จะไม่ยินยอมให้เข้าไปยึดตัวอาคารอย่างเด็ดขาด

ปิดล้อมพรรคชาติไทย-ตัดน้ำตัดไฟ

เมื่อเวลา 10.43 น.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ชุมนุมได้ใช้ไม้เขี่ยหม้อแปลงด้านข้างรัฐสภา บนถนนราชวิถี จนทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ขณะที่ภายในรัฐสภาไฟฟ้าได้ดับเป็นบางส่วน และเริ่มใช้ไฟฟ้าสำรองแล้ว ขณะที่ มีตำรวจจากกองกำกับการค่ายนเรศวร 1 กองร้อยและตำรวจตระเวนชายแดน มารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดภายใน ขณะที่40 ส.ว. ได้ไปรวมตัวกันที่อาคารสุขประพฤติ เพื่อประเมินสถานการณ์

ปิดล้อมตัดน้ำ-ตัดไฟกระทรวงการคลัง

11.20 น. กลุ่มพันธมิตรฯ ตัดน้ำตัดไฟ กระทรวงการคลัง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงเริ่มทยอยเดินทางออกจากกระทรวงแล้ว

ขณะที่ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีด่วนในเพื่อหารือทางออกการประชุมรัฐสภาหลังจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดล้อมอาคารรัฐสภาจนไม่สามารถเปิดประชุมได้ในช่วงเช้าวันนี้ สำหรับทางออกขณะนี้อาจมีการย้ายสถานที่ประชุมไปใช้สถานที่ทางกองทัพ หรืออาจเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณด้านหน้าพรรคชาติไทยว่า นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า บริเวณด้านหน้าพรรคชาติไทย หลังกลุ่มพันธมิตรฯปิดล้อมและตัดไฟเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ไม่ว่า รัฐสภาจะย้ายสถานที่ประชุมไปที่ไหน กลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะตามไปปิดล้อม เพื่อไม่ให้มีการประชุมรัฐสภาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ได้พ่นข้อความ "พันธมิตรอินเดีย" ด้วยสเปรย์สีแดงที่รถเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ศส 5656 กทม.ซึ่งจอดอยู่บริเวณประตูประสาทเทวฤทธิ์

พันธมารถ่อยกระจายกำลังบุกทำเนียบ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพัธมิตรฯรุ่น 2 และประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) บุกปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ดอนเมือง จำนวนกว่า 2000 คน ซึ่งเป็นสหภาพการบินไทย และการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีการสมทบกำลังผู้สนับสนุนเดินทางเข้ามาปิดล้อมเพิ่มเติมอีกจำนวน 10 คันรถ

โดยขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีการกระจายกำลังปิดล้อมทางเข้า-ออกของทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งใช้เป็นทางเข้าออกของคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อสักครู่มีเจ้าหน้าที่ได้หอบหิ้วเอกสารสำคัญหนี้กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับเสียงโหไล่ตลอดเวลา ในส่วนของการรักษาดูแลความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดหน่วยกองร้อยควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาลจำนวนทั้งสิ้น 150 นาย ตั้วรับสถานการณ์การชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้นายศิริชัย ยังไม่กล่าวยืนยันว่าจะมีการปักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลยืดเยื้อหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่าเมื่อตะวันตกดิน จะเป็นม้วนเดียวจบ

ตร.ตั้ง 2 ข้อหา 6 การ์ดชั่วพันมารยึดรถเมล์

ร.ต.อ.ป้อมเพชร โชติกลาง ร้อยเวรสอบสวน สน.นางเลิ้ง เปิดเผยหลังการสอบสวน การ์ดพันธมิตรฯที่บุกยึดรถประจำทางสาย 53 ว่า ผู้ก่อเหตุมีจำนวน 6 คน คือ นายสมชาย ทองเกียรติ นายธานี อาสว่าง นายพงษ์พันธ์ กาจันทร์ นายชัยวัฒน์ ทัพทอง นายธีรเดช วรรณณา นายสมชัย หงส์สา ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยในเบื้องต้นได้แจ้ง2 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นขาดอิสระภาพและร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังจากนี้ จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ไปฝากขังไว้ที่ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1เพื่อรอการดำเนินการต่อไป

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 6 กล่าวว่า การบุกยึดรถโดยสารครั้งนี้ เพื่อต้องการนำไปใช้ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นฐานป้องกันกระสุนจากผู้ที่ไม่หวังดี ระบุขณะนี้พวกตนกำลังรอทนายความ เพื่อให้การช่วยเหลือด้านคดีอยู่



'ทักษิณ'สู้ไม่ถอย!ลั่นกลับไทย'รีเทิร์นการเมือง'


‘ทักษิณ’ ประกาศสู้ยิบตา! ลั่นกลับไทย ‘รีเทิร์นการเมือง’ สวดยับรัฐบาลอังกฤษ 'ถอนวีซ่า' ระบุเมืองผู้ดีลืมคำนิยมประชาธิปไตย ชี้ประเทศไทยตกต่ำลงมาก-มีความห่วงใยคนรากหญ้า เผยสื่อดูไบ ‘ถ้าประชาชนรู้สึกว่าผมมีประโยชน์ ผมจะกลับ’

นายกิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ สื่อมวลชนอิสระ รายงานผ่านเวบไซต์ www.arabianbusiness.com ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเผยแพร่ในดูไบ ได้สรุปคำให้สัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย โดยนายไดแลน โบว์แมน

ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าว มีได้พูดถึงการต่อว่าทางการอังกฤษที่ถอนวีซ่า และประกาศว่าพร้อมจะกลับมาแก้ปัญหาประเทศไทยอีกครั้ง แต่การจะกลับได้หรือไม่นั้นเขาต้องขอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตามรายงานของสื่อดูไบ พ.ต.ท. ทักษิณบอกว่า อังกฤษจะต้อง "รู้สึกเสียใจ" ที่ถอนวีซ่าตนเอง

"อังกฤษต้องเข้าใจให้ดีกว่านี้ แต่โชคร้ายที่ทางอังกฤษมัวแต่ยุ่งเรื่องตัวเอง เลยลืมค่านิยมประชาธิปไตย"

สื่อดูไบรายงานด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ปฎิญาณว่าจะกลับไทยในที่สุด

"ประเทศไทยตกต่ำลงมาก มันไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้ว ความไว้ใจระหว่างประชาคมนานาชาติไม่อยู่ที่นั่น คนจนในชนบทกำลังลำบาก"

นอกจากนั้นแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีไทยยังเสริมว่า "ถ้าผมได้บริหารประเทศผมจะนำความมั่นใจกลับสู่ไทย เราจะต้องหากลไกที่จะทำให้ผมกลับได้ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมผมต้องกลับไปเล่นการเมือง"

“ผมคิดว่าปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าพวกเขารู้สึกว่าลำบากมากและเรียกร้องให้ผมกลับผมจะกลับ"

ทักษิณให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้ารู้สึกว่าผมมีประโยชน์ ผมจะกลับ และอาจมีการยื่นฎีกาขออภัยโทษ แต่ถ้าคิดว่าผมช่วยอะไรไม่ได้ และประชาชนไม่ต้องการผม ผมก็จะอยู่ที่นี่และทำธุรกิจต่อไป"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเวบไซต์แจ้งว่าคำสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ พ.ต.ท. ทักษิณ จะถูกเผยแพร่ทางเวบไซต์ www.arabianbusiness.com ในเวลา 10.00 น. ( ดูไบ ) ในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ และจะตีพิมพ์ใน Arabian Business ในวันที่ 30 พฤศจิกายน

สำหรับการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเป็นทางการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังจากถูกทางการอังกฤษยกเลิกวีซ่าเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน

คปพร.ลากไส้พันธมารป้ายสีหมิ่นเบื้องสูง


คปพร.ร่อนแถลงการณ์ฉีกหน้ากากพันธมาร ยืนยันชงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกหมวดองคมนตรีเรื่องเหลวไหลทั้งเพ ซัดม็อบโกเต็กซ์โกหกคำโตจงใจใส่ร้ายป้ายสี


วันนี้ (24 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ออกแถลงการณ์เรื่อง "ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมของ คปพร.ยังคงสถาบันองคมนตรีตามหมวดสองเดิมไว้ทุกตัวอักษร" โดยมีเนื้อหาระบุว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ทำการบิดเบือนความเป็นจริง ใส่ร้ายป้ายสีโกหกมดเท็จ กล่าวหาว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของ คปพร.ไม่มีสถาบันองคมนตรี ทำลายสถาบันองคมนตรี และเผยแพร่ผ่านเอเอสทีวีเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยและ คปพร.

ในความเป็นจริงแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช....ที่นำเสนอโดย คปพร.นั้น ยังคงหมวดสองอันเป็นหมวดพระมหากษัตริย์ของรัฐธรรมนูญ 2550 ไว้ทุกตัวอักษรไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างไร ดังนั้น ย่อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า สถาบันองคมนตรียังคงสถานะเหมือนเดิมทุกประการนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2550 เป็นต้นมาและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่มีการยกเลิกล้มล้างสถาบันองคมนตรีดังที่พันธมิตรฯ บิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีโกหกมดเท็จแต่ประการใด ดังนั้นการที่พันธมิตรฯเชื่อมโยงไปยังสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของประชาชนและ คปพร.จึงเป็นสิ่งที่โกหกมดเท็จด้วยเช่นกัน

อนึ่งการดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมของ คปพร.ได้ปฏิบัติตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่อนุญาตให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายอย่างเคร่งครัด

'พันธมาร'เสื่อม!ผู้ชุมนุมรู้ทัน ขัดขืนร่วมสังฆกรรมเผาประเทศ


ลัทธิอนาธิปไตยเสื่อม! พันธมารมุกแป๊ก อารยขัดขืนฝืด สังคมลงโทษ เคลื่อนพลยึดรัฐสภากร่อย นักวิชาการเย้ย แผนล่อเป้ามิคสัญญีล่ม เหตุพันธมิตรฯกลับใจเริ่มรู้ทัน ดึงดันประท้วงป่วนประเทศสภาพไม่ต่างจากลูกจ้างถูกลอยแพ


วันนี้ (24 พ.ย.) รศ.ดร.วรพล พรหมมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนพลปิดล้อมรัฐสภาว่า ตอนนี้กลุ่มแกนนำพันธมิตรคงต้องใจเสียแน่ เพราะคาดหวังไว้มากที่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และเกิดเหตุจราจลเหมือนกับเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม2551 แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะกลุ่มที่ตนปลุกระดมเรียกร้องให้มาเข้าร่วมในวันนี้ ก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก่อนหน้านี้ตนประเมินเหตุการณ์ในวันนี้ไว้ก่อนแล้วว่าพันธมิตรฯจะพ่ายแพ้ ก็เหมือนลูกจ้างบอกกับนายจ้างว่างานใหญ่ครั้งสุดท้ายนี้อยากให้นายจ้างสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่พอนายจ้างนิ่งเฉยเพราะรู้ดีแล้วว่าไม่ประโยชน์อะไร จึงไม่มีทุนที่จะทำอะไรได้เหมือนครั้งก่อน หลังจากนี้พวกแกนนำพันธมิตรฯทั้งหลายก็คงต้องรับกรรมที่ได้ก่อไว้มากมาย รวมถึงคดีความอีกเป็นหางว่าว

ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯประกาศว่าแม้จะมีย้ายการประชุมสภาไปที่ไหน ก็จะเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมตามไปปิดล้อมทุกที่ นั้น ดร.วรพล กล่าวว่า หากไปด้วยจำนวนคนเท่านี้คงไร้ประโยชน์ตอนนี้แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯคงรู้ตัวกันแล้วว่า การเคลื่อนไหวมวลชนที่หวังให้เกิดความรุนแรงและเกิดการจราจลนั้นคงไม่เกิดอย่างที่พันธมิตรฯคิดไว้ และการที่รัฐสภาต้องย้ายที่ประชุมนั้นไม่ใช่เพราะเกรงกลัวกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่ต้องการเล่นเกมป่วนบ้านเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯเท่านั้น


'ชัย'ยกเลิกประชุมสภาฯด้าน'มาร์ค'ทันเกมส์สร้างภาพเข้าร่วม


ผู้สื่อข่าวรายงาน นายชัย ชิดชอบ ประธานสภารัฐสภา ประกาศเลื่อนการประชุมร่วมรัฐสภาในวันนี้ออกไป เนื่องจากสถานการณ์บริเวณรัฐสภา ยังคงเป็นปัญหาและยืนยันจะไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือมีเลือดออกแม้แต่หยดเดียว

ส่วนการย้ายสถานที่ประชุมไปที่อื่นนั้น นายชัย กล่าวว่า รัฐสภาคือสถานที่ที่ประชุม การย้ายไปประชุมที่อื่น จำเป็นต้องขอยกเว้นข้อบังคับการประชุมแล้วมีผู้เสนอให้ไปประชุมที่อื่น มีมติกันจึงสามารถทำได้ ตามกฎหมาย อยู่ในข้อบังคับการประชุมไม่ได้อยู่ในรัฐธรรมนูญ การเสนอยกเว้นข้อบังคับต้องมีการประชุม ยกเว้นโดยประธานรัฐสภาไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์

“วันนี้งดการประชุมร่วมรัฐสภา จนกว่าเหตุการณ์จะปกติ และขอให้ผ่านพ้นวันที่ 5 ธ.ค. ก่อน ทางรัฐบาลก็สามารถเสนอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องสนธิสัญญาในมาตรา 190 ในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ สักวันหนึ่งก็ยังได้ไม่มีปัญหา คาดว่าจะประชุมวันที่14 ธ.ค.นี้ และผมได้เรียนกับผู้นำฝ่ายค้านแล้วว่างดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย” นายชัย กล่าว และว่า ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายพยายามเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หากรักในหลวง ต้องกลับไปบ้าน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ กรรมการบริหารพรรค กำลังเดินทางโดยรถตู้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐสภา มีโทรศัพท์จากประธานรัฐสภา แจ้งเข้ามาว่า ขอยกเลิกการประชุมสภาในวันนี้และวันพรุ่งนี้ ทำให้นายอภิสิทธิ์ และคณะต้องเดินทางกลับที่ทำการพรรค


'กองทัพ'ย้ำชัด'บิ๊กป็อก'มีอำนาจชี้ขาดสั่งทหารหยุดม็อบโกเต็กซ์!


'กองทัพ'ลั่น'อนุพงษ์' มีสิทธิชี้ขาด สั่งเคลื่อนทหารเข้าควบคุมม็อบถ่อยพันธมาร หากสถานบานปลาย ย้ำชัดหากถึงจุดวิกฤต! ตำรวจต้องตัดสินใจเองจะใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมหรือไม่

วันนี้ (24 พ.ย.) พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ทางทหารได้มีการประเมินสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่จะไปปิดล้อมรัฐสภาว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรง ยังมั่นใจว่า ตำรวจจะรับมือไหว ส่วนแผนดาวกระจายที่พันธมิตรฯ จะมีการเคลื่อนพลไปที่ต่าง ๆ นั้น ทางทหาร ได้ทราบข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว และตำรวจได้มีการเตรียมแผนรองรับไว้แล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตามขณะนี้ นายสมชาย วงศืสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้ตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ( ผบ.ทบ. ) เป็นประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การชุมนุม ซึ่งหากมีความรุนแรงเกิดขึ้น พล.อ.อนุพงษ์ สามารถใช้อำนาจให้ทหารออกมาเข้าระงับสถานการณ์ได้ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากนายกฯ ส่วนที่จะมีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมหรือไม่เรื่องนี้ ตำรวจจะเป็นผู้ตัดสินใจ

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1(มทภ.1) เปิดเผยว่า กำลังประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมอยู่ โดยปฏิเสธที่จะประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นว่า จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่

ด้าน พ.อ.สรรเสิรญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพ ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ทั้งหมด 21 กองร้อย โดยเป็นเจ้าหน้าที่จากกองทัพบก 17 กองร้อย กองทัพเรือกองทัพอากาศ อย่างละ 2 กองร้อย แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะยังไม่ออกปฏิบัติหน้าที่ โดยมีการเตรียมพร้อมในที่ตั้งอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้เมื่อทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอมา ก็จะออกปฏิบัติหน้าที่โดยทันที โดยเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงดูแลสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯได้

ขณะที่ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวว่า ในส่วนของ กอ.รมน. จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานข้อมูลต่อคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ยังเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมสถานการณ์ได้


บึ้ม!3จุดสนั่นกรุงรัฐบาลสั่งเข้มบ้านพระอาทิตย์สะสมอาวุธ


ระเบิดกลางกรุงฯ 3 จุด 4 ลูก ป้อมตำรวจแยกบางลำพูเสียหายยับ คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ ด้าน ทีมวอร์รูมรัฐบาล กำชับผู้เกี่ยวข้องเข้มงวดบ้านพระอาทิตย์หวั่นสะสมอาวุธ และกลุ่มผู้ชุมนุมเผาสถานที่ราชการ

เกิดเหตุระเบิดกลางกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 จุด 4 ลูก โดยจุดแรกที่บริเวณป้อมตำรวจจราจรสี่แยกบางลำพู ข้างห้างนิวเวอร์ แรงระเบิดทำให้กระจกแตกกระจาย ต่อมาเกิดระเบิดอีกครั้งบริเวณสวนหย่อมใกล้วัดบวรนิเวศวรวิหาร แรงระเบิดทำให้เสาปูนและพื้นปูนเสียหาย และได้เกิดระเบิดอีก 2 ครั้ง บริเวณด้านหลังสถานีโทรทัศน์ ASTV อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการระเบิดครั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรบริเวณแยกบางลำพู ไปจนถึงสน.ชนะสงครามแล้ว สาเหตุการระเบิดคาดว่าน่าจะมาจากการสร้างสถานการณ์เนื่องจากในวันนี้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวไปที่รัฐสภา

ขณะที่ กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งนำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ได้เริ่มรวมตัวกันบริเวณแยกมิกสกะวัน เพื่อเตรียมเดินทางไปบริเวณหน้ารัฐสภาแล้ว แต่ยังไม่ระบุแน่ชัดว่าจะเคลื่อนขบวนเวลาใดเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาแล้ว ขณะที่บรรยากาศของกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงเป็นไปด้วยความสงบและเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 1,200 นาย วางกำลังเพื่อควบคุมสถานการณ์

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มพันธมิตร ประมาณ 10,000 คน ได้ บุกล้อมที่ทำการรัฐสภา จนถึงหน้าประตูปราสาทเทวฤทธิ์ แยกพิชัย ถนนราชวิถี จนถึงถนนอู่ทองใน โดย พล.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่าได้เจรจากับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ จนแกนนำรับปากว่าจะไม่เข้าไปในภายใน และทำลายทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามนำลวดต่อปลายไม้ จ่อไปที่หม้อแปลงที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภา ทำให้หม้อแปลงดังกล่าวเกิดระเบิดขึ้น คาดว่าขณะนี้ไฟฟ้าภายในรัฐสภาอาจดับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการหารือทีมวอร์รูมรัฐบาล เพื่อเตรียมรับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงสาเหตุที่กลุ่มพันธมิตรอ้างปิดล้อมรัฐสภา คือ 1. รัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 2. เพื่อตอบโต้รัฐบาลที่ทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งนายชัย ชิตชอบ ประธานรัฐสภา และทุกฝ่ายยืนยันว่าการประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 พฤศจิกายน จะไม่หยิบยกวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นร่างของใคร เบื้องต้นยังไม่เปลี่ยนแปลงเวลาการประชุมที่จะเริ่ม 09.30 น. แต่ถ้ามีสถานการณ์วุ่นวายประธานรัฐสภาอาจใช้ดุลยพินิจเลื่อนการประชุมหรือไม่ นอกจากนี้ ยังประสานขอรถดับเพลิงจากกทม. มาประจำไว้ในจุดต่าง ๆ เพราะมีรายงานข่าวว่าอาจมีกลุ่มผู้ชุมนุม หรือกลุ่มผู้ไม่หวังดีลักลอบวางเพลิงสถานที่ราชการสำคัญ ๆ อีกทั้งเสนาธิการทหารบกยังระบุว่าอาจมีการเตรียมอาวุธไปใช้ในการชุมนุม จึงฝากให้ตำรวจและหน่วยงานด้านตรวจสอบจุดพักและสะสมอาวุธ เช่น วัดสังเวช และบ้านพระอาทิตย์


ตั้งโต๊ะล่า 5 ล้านรายชื่อขออภัยโทษ"ทักษิณ"

"วีระ"ขอ 5 ล้านเสียง "คนเสื้อแดง"ถวายฎีกาขออภัยโทษ"ทักษิณ" ด้าน"จักรภพ"ปูดอดีต รมว.บัวแก้ว สมคบคนในรัฐบาลเมืองผู้ดี เถอนวีซ่าอดีตนายกฯและภริยา

วันนี้ (23 พ.ย) นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ปราศรัยบนเวทีรายการความจริงวันนี้ ที่ วัดสวนแก้วว่า ในวันพรุ่งนี้(24 พ.ย.) กลุ่มนปช.จะไม่เคลื่อนขบวนไปที่หน้าอาคารรัฐสภาอย่างแน่นอน พร้อมกับมีการเสนอแนวคิดอยากให้คนไทยช่วยกันเขียนไปรษณียบัตร ให้ได้ 5 ล้านฉบับ เพื่อยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่ดินรัชดาฯ ส่วนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไรนั้นก็สุดแล้วแต่พระองค์ท่าน

อย่างไรก็ตาม นายวีระ ได้นัดแนะกลุ่มคนเสื้อแดง ไปร่วมชุมนุมกันอีกครั้ง ในการจัดรายการ ความจริงวันนี้สัญจร ที่สนามศุภชลาศรัย ในวันที่13 ธ.ค. นี้

ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์เบื้องหลังที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ถูกเพิกถอนวีซ่าจากประเทศอังกฤษ ว่า การถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ นับเป็นอำนาจของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งเป็นการแหวกประเพณีนับ 100 ปี ของอังกฤษ เบื้องลึกเกิดจากการเจรจาระหว่างไทยกับอังกฤษ โดยมี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทยคนหนึ่งรับปากจะดูแลผลประโยชน์ที่ดินในจังหวัดภูเก็ต แลกเปลี่ยนกับการสร้างความอัปยศให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณกรณีวีซ่า ดังนั้น เราจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาได้ และขอให้มั่นใจว่า จะไม่ลามไปสู่การเพิกถอนวีซ่าในประเทศอื่น

อย่างไรก็ตาม นายจักรภพ ยังกล่าวอีกด้วยว่า ยังมีอีกหลายประเทศที่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ เพื่อประกาศความยากจนให้กับประเทศนั้นๆ พร้อมกับจะจัดบ้านพักและรถประจำตำแหน่งให้อย่างสมเกียรติอีกด้วย



บทพิสูจน์ดวงชะตาคุณทักษิณ ชินวัตร

ก่อนอื่นดิฉันขอออกตัวก่อนว่า ดิฉันไม่ใช่ โหร หรือ หมอดูอาชีพ แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นผู้ที่สนใจศึกษาวิชาโหราศาสตร์มาพอสมควร และวิชาที่ศึกษานั้นเป็น โหราศาสตร์สาขาหนึ่งที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ เรียกว่าวิชาโหราศาสตร์สิบลัคนาหลักสำคัญของวิชานี้ คือถือว่า โลกมีการหมุนรอบตัวเอง และอยู่ในระบบสุริยจักรวาล อันมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่ง ดาวทุกตัวที่เป็นดาวบริวาร ล้วนแต่มีการหมุนรอบตัวเองทั้งสิ้น หรือที่เรียกกันว่า HELIO CENTRIC ซึ่งต่างจาก ราศีจักรตรงที่ ถือเอาว่า โลกหยุดนิ่งอยู่กับที่ มีแต่เพียง ดวงดาวที่อยู่ล้อมรอบที่หมุนรอบโลกเท่านั้น

วิชาโหราศาสตร์สิบลัคนา ถือได้ว่าเป็นวิชาที่ศักดิ์สิทธิ์ มีการสืบทอดสายตรงจากครูบาอาจารย์มาเป็นเวลานาน และผลของการพยากรณ์ค่อนข้างละเอียดและแม่นยำ จนถึงขนาดผู้ที่จะเข้ารับการถ่ายทอดเป็นศิษย์ต้องรับสัจจะกันทุกคน เพื่อป้องกันมิให้มีการถูกนำเอาไปใช้ในทางที่ผิด และไม่ให้เปิดเผยเคล็ดวิชาแก่ผู้ที่ไม่ได้รับสัจจะเป็นอันขาด

ดิฉันเองเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพราะมองเห็นความจำเป็นบางอย่าง รวมทั้ง เพราะอดรนทนไม่ได้กับการ ที่วิชาโหราศาสตร์ ถูกผู้ไม่รู้กาล อันควร ไม่ควร นำเอาไปใช้ในทางที่เสียหาย จนกลายเป็นวิชามาร ทำร้ายทำลายบุคคลที่ไม่พึงทำลาย และไม่ปรารถนาจะเห็นผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นโหรต้องถูกฟ้าดินสาปแช่งต่อไป

สำหรับบทความที่ดิฉันจะเผยแพร่ต่อไปนี้ หากจะก่อให้เกิดคุณูปการอันใดแก่สาธารณะ หรือ เป็นผลให้ก่อให้เกิดการละเลิก หรือ งด การกระทำอันเป็นการผูกเวร และก่อให้ผลดีต่อบ้านเมืองได้บ้าง ดิฉันขอน้อมถวายเป็นอานิสงฆ์แด่พระอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ปรมาจารย์ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ที่ถ่ายทอดวิชาอันศักดิ์สิทธิ์นี้……แต่หากมีการอันใดเป็นข้อผิดพลาดจากบทความชิ้นนี้ หรือได้เผลอละเมิดสัจจะอันเป็นเคล็ดวิชาไปบ้าง……ความผิดทั้งหลายทั้งปวง ดิฉันขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว……..

คุณทักษิณ ชินวัตร เกิดวันที่ 26 กรกฎาคม 2492 เวลาเกิดอยู่ที่ 03.45 . ตรงกับ วันจันทร์ แรม 15 ค่ำ เดือน 8 เพราะในทางโหราศาสตร์หากเกิดตอนที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นต้องถือเป็นวันเก่า จึงต้องถือว่า คุณทักษิณ เป็นคนเกิด วันจันทร์ ไม่ใช่ วันอังคาร ตามหลักสากล

ลัคนา สถิต . ราศีพฤษภ นวางค์ ตรียางค์ ภูมิปาโลฤกษ์ เนื่องจากดวงที่แสดงไว้ข้างบนเป็นรูปดวงสิบลัคนา ซึ่งไม่เหมือนกับรูปดวงราศีจักรทั่วไป ก็ขอให้ดูประกอบไปด้วยสำหรับผู้ที่มีความรู้ทางโหราศาสตร์ก็แล้วกัน

เนื่องจากเจ้าชะตาเป็นคนเกิดในราศีพฤษภ สัญลักษณ์ของราศีนี้ก็คือ วัว นิสัยของเจ้าชะตาจึงออกจะดื้อรั้นเหมือนวัว หากดันไปข้างหน้าก็มักจะขืนเอาไว้ ดึงมาข้างหลังก็มักจะออกแรงเดินไปข้างหน้าให้ได้ แต่หากใครรู้ธรรมชาติของเขา ก็มักจะสยบเจ้าชะตาได้ด้วยถ้อยคำที่เป็นมธุรสวาจา ดั่งเช่น โคนันทวิศาล ฉันใดก็ฉันนั้น

ในทางสิบลัคนานั้น ดาวอาทิตย์ () แสดงถึงลัคนา , ดวงนี้มีดาวจันทร์ () เป็นดาวบริวารกุมลัคนา มีตำแหน่งเป็นถึง มหาอุจจ์ ยิ่งใหญ่นัก จึงกุมหัวใจคนไทยไว้ได้ค่อนประเทศ ปกครองคนได้มหาศาลนัก ราหู() อุตสาหะก็กุมลัคน์ , จันทร์ราหู (-) ได้คู่สมพล จึงทำให้เจ้าชะตาเป็นคนขยันขันแข็ง ไม่หยุดอยู่กับที่ และดาวคู่นี้ยังเป็นดาวคู่เครดิตอีกด้วย

ดาวพฤหัส () เล็งลัคนา อยู่ที่ราศี พิจิก ได้ตำแหน่ง มหาจักร , พระพฤหัสเป็นดาวประธานฝ่ายศุภเคราห์ บุคคลใดที่มีพื้นชะตา พฤหัสกุมลัคน์ เล็งลัคน์ นับเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง และยังคุ้มโทษได้พันเท่า ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ไม่มีดวงตายโหงแน่นอน ใครอย่าคิดทำร้ายซะให้ยาก , พฤหัสจันทร์ (-) เล็งกันเป็นคู่ธาตุดิน และเป็นคู่วิชาการด้วย แถมดาวพฤหัสยังเป็น ตนุเศษ หมายถึงเจ้าชะตาเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนอยู่เสมอ และยังชอบที่จะเป็นครูผู้เผยแพร่อีกด้วย
แต่ ดาวพฤหัสราหู (-) ที่เล็งกันอยู่ นั้นมีทั้งคุณทั้งโทษ ส่วนที่เป็นคุณนั้นก็คือ ทำให้เจ้าชะตาเป็นคนที่เป็นคนเฉลียวฉลาดรู้จักพลิกแพลง พร้อมที่จะเรียนรู้ในเทคโนโลยี่ใหม่ๆ แต่ส่วนที่เป็นโทษก็คือ ทำให้เจ้าชะตามีเรื่องที่จะต้องถูกกล่าวหาอยู่ตลอดชีวิต เพราะความที่ พฤหัส เป็นดาวศุภเคราะห์ แต่ ราหู เป็นบาปเคราะห์ใหญ่………ถ้าใครที่เคยอ่านประวัติคุณทักษิณ จะพบว่าเป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่เขาเริ่มรับราชการเป็นตำรวจแล้ว จนกระทั่งมาทำธุรกิจก็เกือบจะล้มละลาย แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง ยิ่งตกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งถีบตัวได้สูงขึ้น ก็เพราะ อิทธิพลของดาวคู่นี้ (-) และพฤหัสที่เป็นมหาจักร ทำให้โลดโผนยิ่ง

ดาวพุธ () เป็นเกษตรอยู่ที่ ภพกดุมภะ หมายถึงการเงินดี ร่ำรวยในธุรกิจที่เกี่ยวกับการสื่อสารโทรคมนาคม (พุธ หมายถึงการสื่อสาร) และยังเป็น ดาวเดช ของเจ้าชะตา ทำให้เป็นผู้ที่มีบารมีเป็นที่รู้จักนับหน้าถือตากันไปทั้งโลก ไม่ใช่แต่เฉพาะภายในประเทศ

ดาวศุกร์ () ตนุลัคน์ หรือเจ้าเรือนลัคน์อยู่ที่ราศีกรกฏ มีตำแหน่งเป็น ราชาโชค ทำให้เจ้าชะตาประกอบธุรกิจได้ร่ำรวยมั่งคั่ง และมี พระเกตุ ()ร่วมด้วยทำให้ติดต่อกับชาวต่างประเทศดี หรือธุรกิจจะต้องเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ

การพิจารณาดวงในวิชาสิบลัคนานั้น มีวิธีนับภพ ที่ต่างจาก ราศีจักร หรือ ลัคนาเดียว คือพิจารณาจาก ตนุเศษ ประกอบกันไปด้วย
จุดเด่นในดวงนี้ ที่ดิฉันอยากจะเน้นย้ำให้ทั้งฝ่ายศัตรู และฝ่ายมหามิตรของคุณทักษิณได้เห็นก็คือ…….

เมื่อพิจารณาจาก ตนุเศษ ซึ่งเป็นดาวพฤหัสที่ราศีพิจิก เมื่อนับไปที่เรือนอริ ที่ราศีเมษ จะเห็นได้ว่า มีดาวมฤตยู (0) อยู่, มฤตยูนี้อยู่ที่เรือนไหนก็ทำลายเรือนนั้น ดังนั้น ดวงคุณทักษิณจึงป็นดวงกินศัตรู ใครที่คิดทำร้ายทำลายก็จะต้องมีอันเป็นไปทั้งสิ้น ดังนั้นข่าวคราวที่มีการลอบทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าและไม่ประสบผลสำเร็จ จึงเป็นผลมาจากดาวมฤตยูที่อยู่ในเรือนอรินี้นั่นเอง, แต่ก็อีกนั่นแหละ ดาวเจ้าเรือนอริ คือ ดาวอังคาร () มีตำแหน่งเป็นเกษตรอยู่ที่ราศีเมษเรือนของตัวเอง อริจึงมีกำลังที่เข้มแข็งนัก ทั้งนี้ ดาวอังคาร () ยังหมายถึง ทหาร (บางตำราก็หมายถึง ตุลาการ ศาล ผู้พิพากษา)

ถ้ามาพิจารณาปัจจุบัน หลังวันเกิดคุณทักษิณ 26 กค. 2551 เป็นต้นมา อายุเต็ม 59 ย่าง 60 ปี ทักษาจรตกภูมิ ราหู () , พฤหัส () เป็นกาลกิณีจร สำหรับคนราศีปัสสวะ เป็นเกณฑ์ฆาตที่รุนแรงอย่างยิ่ง และยังเป็นดาวมูละเดิม หมายถึง ทรัพย์สิน ที่อยู่ที่อาศัย และยังจรตกมรณะลัคน์ที่ราศีธนู การพลัดบ้านพลัดเมือง ผู้ใหญ่ให้โทษอย่างรุนแรง และยิ่งพิจารณาจากตนุเศษ พฤหัสยังมาจากภพกดุมภะ หมายถึงการเงิน จึงหมายถึงการสูญเงินก้อนใหญ่ และที่อยากฝากเตือนไปยังคุณทักษิณด้วยเจตนาบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง ก็คือไม่ควรให้ลูกๆของท่านทั้งสามคนเดินทางกลับมาเมืองไทยในช่วงนี้เป็นอันขาด เพราะพฤหัสนี้มาจาก ภพปุตตะ (ลูก) ด้วย…..และยังมีเกณฑ์ที่จะเสียผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่ป่วยหนัก

ยิ่งเมื่อมาพิจารณาที่ ตรีวัย อายุย่าง 60 ปี อยู่ ดาวเจ้าวัย คือ ดาวพฤหัส ปีนี้ พฤหัสเป็นกาลกิณีจร ดาวเจ้าวัยจึงเป็นกาลกิณีด้วย ดวงชะตาของคุณทักษิณในช่วงนี้จึงอ่อนแอยิ่ง

แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับลักษณะดวงเช่นนี้ (ลับเฉพาะในตำรา) ว่าจะมีอะไรพลิกผันอย่างไม่คาดหมายอยู่เหมือนกัน

และต้องไม่ลืมด้วย !!.....อย่างที่กล่าวเอาไว้จากข้างบน ดวงนี้เป็นดวงกินศัตรู การที่ฝ่ายตรงข้ามคิดลอบทำร้ายเจ้าชะตา นอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จแล้ว…..หากดวงผู้ที่กระทำการเป็นดวงที่อ่อนแอ ดาวอายุเสีย ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ในทันทีทันใดด้วยเหมือนกัน แต่หากเป็นดวงที่เข้มแข็ง อายุไม่เสีย ก็อาจประสบกับความหายนะทางด้านอื่นๆ…….หากใครไม่เชื่อ ก็ลองพิจารณาย้อนหลังกลับไปดู เผื่อจะได้คิดนำเอามาเป็นอุทาหรณ์หยุดความคิดที่จะก่อบาปก่อเวรกับท่านอดีตนายกฯอีกต่อไป….!!!!!!!!



หากจะมองย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่ 26 กค 2550 จนถึง 26 กค. 2551 อายุย่าง 59 ปี อายุตกภูมิ พฤหัส() , เสาร์() เป็นกาลกิณีจร มาจาก ภพสหัสชะของตนุเศษ สหัสชะหมายถึงเพื่อน คุณทักษิณจึงโดนเพื่อนหลอกเอาซะหัวปักหัวปำ………ก็ไม่รู้จะโดนเพื่อนที่เป็นหมอดูหรือมีความรู้ทางโหราศาสตร์หลอกเอาด้วยหรือเปล่า จึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากวันที่ 2 กค. 2551 เป็นต้นไปเหตุการณ์จะเริ่มคลี่คลาย……?????????

แล้วความจริงก็ได้เห็นแล้ว….ว่าเป็นอย่างไร !!!!!!!!

และคุณทักษิณเอง ก็คงจะต้องเผชิญกับสภาพพลัดที่นาคราที่อยู่ต่อไป ร้อนที่อยู่ที่อาศัย ไม่ควรมีการลงทุนเพิ่มในระยะนี้ ไปจนกว่าจะถึงปีหน้า รอจนกว่าอายุเต็ม 60 ปี ย่าง 61, ตกภูมิ พระศุกร์ () พฤหัส() เป็นมนตรีจรทำมุมตรีโกณถึงลัคนา วิกฤตจึงจะคลี่คลาย………แต่ก็ยังไม่หมดเคราะห์เพราะราหู()จะกลายเป็นกาลกิณีจรถึงลัคนาใน คือ เล็งพระศุกร์() ตนุลัคน์ที่ราศีกรกฏ แต่ก็จะไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับในเวลานี้ เพราะพระพฤหัสตรีโกณถึงลัคน์ช่วยเอาไว้ได้อยู่ ต้องประคับประคองสถานการณ์ต่อไปให้ได้ จนกว่าจะเลยวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ไปแล้ว ราหู() ยกเข้าราศีธนู และหลังจากวันที่ 14 ธันวาคม 2552 พฤหัส()ย้ายเข้าราศีกุมภ์เข้าปัสสวะเกณฑ์ถึงลัคน์……………

ถึงตอนนั้น……ดิฉันขอพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าว่า..จะเป็นวันของท่าน” !!!!! อย่างเอาหัวเป็นประกัน ก็คงจะไม่ผิดนักหรอกนะคะ


นี่คือรูปดวงจร เมื่อวันที่ มกราคม ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นวันที่ พรรคไทยรักไทยได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก

และต่อไปนี้คือข้อพิสูจน์เหตุการณ์ในอดีตซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันให้เห็นข้อเท็จจริงในดวงชะตาคุณทักษิณ ชินวัตร ที่ดิฉันได้เคยนำเสนอไปแล้วให้เห็นเด่นชัดขึ้น

จะเห็นได้ว่าในขณะนั้น ดาวพฤหัสบดี()อันเป็นดาวแห่งความสำเร็จและยังให้คุณให้โทษสูงสุดในดวงชะตาของคนราศีปัสสวะ(ราศีสัตว์สี่เท้า) จรอยู่ที่ราศีพฤษภทับลัคนาของคุณทักษิณเต็มๆ และตามทักษาจรก็ยังเป็นมนตรี เพราะในปีนั้น คุณทักษิณอายุได้ 51 ปี ย่าง 52 ตกภูมิราหู() พฤหัส()เป็นมนตรีจร ให้คุณเต็มที่ อีกทั้งดาวบาปเคราะห์ใหญ่ทั้งสอง คือ เสาร์() และ ราหู() ก็ยังมิได้จรต้องลัคน์ คือ เสาร์()นั้นอยู่ที่ราศีเมษ ส่วนราหู()นั้นก็อยู่ที่ราศีเมถุน

ดาวเจ้าวัยในขณะนั้น คือดาวราหู() ถึงแม้จะเป็นกาลิณีจรแต่ก็ทรงอิทธิพลสู้ พฤหัส()ไม่ได้แต่อย่างใด

มีข้อที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งว่า วันเลือกตั้งในปีนั้นถูกกำหนดขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2544 วันเสาร์นั้นเป็นวันที่เป็นศิริมงคลแก่คุณทักษิณยิ่งนัก เพราะคนเกิดวันจันทร์นั้น ดาวเสาร์ย่อมจะเป็นศรีตามทักษากำเนิด และยังได้เบอร์ 7 อันเป็นเลขของดาวเสาร์ และในวันนั้นดาวจันทร์อันเป็นดาวบริวารเดิมก็ยังทับลัคนาอีกด้วย

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อทั้ง เสาร์() และ ราหู() ต่างก็เดินสวนทางกันเข้าทับลัคนาของคุณทักษิณที่ราศีพฤษภในกาลต่อมา ก็จึงทำให้เกิดการถูกกล่าวหาในคดีซุกหุ้นจนวุ่นวายอยู่พักใหญ่ๆ


และอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างเด่นชัด ก็คือในวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลโดยการนำของอดีตนายกรัฐมนตรีถูกยึดอำนาจโดย คณะนายทหารซึ่งเรียกตัวเองว่าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข



ในขณะนั้น คุณทักษิณ อายุได้ เต็ม 57 ย่าง 58 ปี อายุตกภูมิเสาร์ ดาวพุธ()อันเป็นดาวเดชเดิมเป็นกาลกิณีจร เดช ก็คือ อำนาจ ชื่อเสียง เกียรติยศ เมื่อเป็นกาลกิณีจร คือ หมายถึงเสื่อม และดาวพฤหัส()ดาวศุภเคราะห์แห่งความสำเร็จ ความช่วยเหลือจากผู้หลักผู้ใหญ่ ยังอยู่ในมุมอับทั้งจากลัคนาและตนุเศษอีกด้วย คืออยู่ที่ราศีตุลย์เป็นอริแก่ลัคน์ราศีพฤษภ และวินาศตนุเศษที่ราศีพิจิก จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย

แต่ก็นั่นแหละนั่นคือการปฏิบัติการทางการเมืองสกปรกที่พวกเขาสามารถจะกระทำต่อคุณทักษิณได้มากที่สุดในเวลานั้นแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นก็ได้มีความพยายามที่จะลอบสังหารมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จก็เนื่องด้วยพื้นดวงของเจ้าชะตา มีดาวมฤตยู()อยู่ในภพอริแก่ตนุเศษนั่นเอง มฤตยู()อยู่เรือนไหนทำลายเรือนนั้น เราจึงเห็นได้ว่าบุคคลที่กระทำต่อคุณทักษิณ ในภายหลังล้วนแล้วแต่ประสบกับชะตากรรมที่เลวร้ายกันทั้งสิ้นไม่มากก็น้อย

แต่จุดที่จะแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด .เวลานั้นก็คือ นอกจากดาวพฤหัส()จะอยู่ในมุมอับที่ไม่ให้คุณแก่เจ้าชะตาแล้ว ดาวราหู()บาปเคราห์ใหญ่กำลังจรอยู่ที่ราศีมีนได้ 0.33 องศา ตรีโกณร่วมธาตุกับลัคนาในคือ ศุกร์()เดิมที่ราศีกรกฏที่ 0.33 องศา เป็นการตรีโกณร่วมธาตุที่สนิทองศาพอดิบพอดี เข้าเกณฑ์ฆาตอสุรินทร์ถึงลัคนาในตามตำราไม่ผิดเพี้ยน เพราะดาวพฤหัส()ก็ไม่สัมพันธ์ช่วยเหลือแต่อย่างใด ส่วนดาวตัวอื่นก็เป็นองค์ประกอบรองลงมาเท่านั้น

มาดูในปัจจุบันอย่างที่วิจารณ์ไปตั้งแต่บทความที่แล้ว ว่าขณะนี้เป็นช่วงระยะเวลาที่คุณทักษิณอายุย่าง 60 ปี ตกภูมิราหู() พฤหัส() จรเป็นกาลี ถือได้ว่าเป็นเกณฑ์ฆาตของคนราศีพฤษภ (อันเป็นราศีปัสสวะ-ราศีสัตว์สี่เท้า) และพฤหัสยังเป็นดาวมูละของท่านอีกด้วย (มูละ คือ ที่พึ่ง ที่อาศัย หลักฐานฐานะ ที่ดิน อสังหารริมทรัพย์) และก็ยังเป็นดาวที่มาจากภพกดุมภะ(การเงิน)ของตนุเศษสูญเงินก้อนใหญ่ ถูกหลอก ฯลฯ………

ยิ่งเมื่อหลังจากวันที่ 7 พฤศจิกายน 2551 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2551 ดาวอังคารบาปเคราะห์จรเข้าราศีพิจิกเล็งลัคนา เรื่องราวก็ยิ่งมาประเดประดังจากการถูกถอนวีซ่าเข้าอังกฤษ….การต้องหย่าขาดจากคุณพจมานภรรยา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตามก็ต้องสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจให้แก่ชายผู้รักครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจเยี่ยงท่านพอสมควร

และในวันที่ 4 ธันวาคม 2551 ดาวพฤหัส() จะย้ายเข้าราศีมังกรเล็งเสาร์เดิมที่ราศีกรกฏ ตรีโกณถึงลัคน์ถึงราหูเดิมที่ราศีพฤษภ การถูกกล่าวหาจะทวีความเข้มข้นขึ้นอาจถึงจุดเดือด และถึงแม้ว่าดาวพฤหัสเดิมในดวงนี้จะได้รับการยกเว้นว่าในความมืดอาจมีความสว่างที่พลิกผันก็ตาม แต่วิกฤตก็ยังเข้มข้นไม่แพ้กัน

บทความนี้ถูกเขียนขึ้นมามิได้มุ่งหวังจะชี้นำการปฏิบัติหรือการดำเนินชีวิตของเจ้าชะตาแต่อย่างใดไม่ เพราะนิสัยแท้จริงของคุณทักษิณดังเช่นที่เคยบอก ก็คือนิสัยของโคนันทวิศาลในตำนานของเราดีๆนี่เองคือมักจะทำตรงข้ามกับที่บอกกล่าวกันตรงๆเสมอ

และไม่ว่าท่านจะตัดสินใจดำเนินชีวิตไปเช่นไร นั้นก็คือหนทางแห่งกรรมหรือการกระทำทั้งสิ้น ซึ่งมีกฎแห่งการคลี่คลายขยายตัวของมันเอง นักโหราศาสตร์มีหน้าที่เพียงอ่านรหัสของดวงดาวให้ท่านได้พิจารณาเอาเองเท่านั้น

การก้าวเดินอย่างระมัดระวัง จะทำให้เราไม่บาดเจ็บจนเกินไป เพราะในอนาคตข้างหน้า อย่างที่ดิฉันได้พยากรณ์ไว้ตั้งแต่ต้น หลังจากวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ดาวราหู()บาปเคราะห์ใหญ่จะเคลื่อนตัวออกจากราศีมังกร

และยิ่งหลังจาก วันที่ 14 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป ดาวพฤหัสบดี()ก็จะย้ายเข้าราศีกุมภ์เป็นสิบแก่ลัคน์เป็นปัสสวะเกณฑ์และเป็นมนตรีจรให้คุณแก่เจ้าชะตานับเอนกอนันต์

.วันนั้นจึงจะกลับมาเป็นวันของท่านอย่างแท้จริง…!!!!!!



จาก thaifreenews