WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 24, 2008

ปลด ‘บิ๊กป๊อก’!!

คอลัมน์ : โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

ประกาศเหยงๆ เร่งระดมพลแสนยานุภาพอันเกรียงไกร เพื่อทำสงครามเผาประเทศ แบบ “ม้วนเดียวจบ” ...แต่ดูแล้ว ไร้ความศักดิ์สิทธิ์ และ สิ้นมนต์ขลังเอามากทีเดียวเชียว!!
เพราะตลอดเวลา ที่ “นายพลเลี้ยงหมา” ก่อม็อบยึดทำเนียบเป็น “โจรกบฏ” ได้สร้างความเสียหายให้กับชาติ อย่างเหลือคณานับ ยับเยิน ประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้...

ด้วยศักยภาพ ที่เป็นคน “ลวงชาติ” แบบขาดสติ...จึงมีคนเห็นธาตุแท้ว่า “มนุษย์พันธุ์กินผัก” เป็น“ตัวเสี้ยม” และ “ตัวชน” ที่อยากเห็นประชาชน ออกมาฆ่ากัน “ตายคาถนน” เพื่อสนองตัณหา ความผิดเพี้ยนในเซลล์สมองที่ขยายพันธุ์แห่งความชั่วมากขึ้นทุกวัน??

“กะพรุนไฟ” สดับตรับฟังข่าว ช่วงเวลา 8 โมงกว่า วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน อันเป็นฤกษ์ยกพล “เข้าล้อมรัฐสภา”.....

มีเพียงแค่ “สาวก” กระจิบกระจ้อย?... มาร่วมชุมนุมพล สร้างความปั่นป่วน นำชาติไปสู่ “กลียุค” ให้ “คนไทยฆ่าคนไทย” ด้วยกันเอง เพราะถ้า “คนไทย” ไม่ห้ำหั่น ตีรันฟันแทง...เป็นใบเบิกควักมือนำร่อง เรียกทหารออกมา”ปฏิวัติรัฐประหาร” ในคราวนี้กันแล้ว“หัวโจกแกนนำม็อบ” ต้องหอบสังขารเหนียงยาน ติดคุกกันหัวโต!! ที่จะกลับบ้าน ไปนอนตีพุง กลางมุ้ง บอกได้เลยว่าไม่มี

“กะพรุนไฟ” ได้แต่ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ “พระสยามเทวาธิราช” ปกป้องคุ้มครองผองไทย อย่าให้แผนการ “กาลีบ้านกาลีเมือง” สำเร็จสมใจนึกบางลำพู ตามที่คีย์แมนตัวเอ้ ของม็อบพันธมิตรฯ เพื่อพาคนไทยไปตาย...อย่าได้ลุล่วงสำเร็จตามเป้า ด้วยนะเออ...

เพราะถ้างานนี้ จุดไฟวิบัติ โชติช่วงชัชวาลสำเร็จแล้วล่ะก็? พี่น้องคนไทย “เสื้อเหลือง” และ “เสื้อแดง” ต้องฆ่ากันตายเป็นเบือ ยิ่งกว่าใบไม้ร่วงในประวัติศาสตร์ ที่เมืองไทยเคยบันทึกมาก็แล้วกัน!!

อย่างไรก็ตาม เห็นความขมีขมัน ขยันตัวเป็นเกลียว ของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และสะเดิ๊บเปิ่บขาถ่าง นั่งเก้าอี้ “รอง ผอ. กอ.รมน.” อีกหนึ่งตำแหน่ง ก็อุ่นใจเบาแรงไปโขได้ระดับหนึ่ง!!

เมื่อท่านขี้ม้าบักจอน มุดเข้าถ้ำไปปรึกษาสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน กับ “ซูเปอร์ป๋า” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ เอกบุรุษที่ทุกฝ่าย ให้ความยำเกรงกันอยู่หลายกิโลขีด เชื่อว่าถึง “ป๋าเปรม” จะไม่อยากเข้ามาร่วมแจมด้วย??

แต่เมื่อสถานการณ์บีบบังคับ หน้านิ่วคิ้วขมวด เข้ามาสู่จุดสุดยอดแห่งความวิกฤติ ณ คาบเวลานี้“ป๋าเปรม” น่าจะปิ๊งไอเดีย ฝากการบ้านให้ “บิ๊กป๊อก” มาทำ ไม่มากก็น้อย

แต่ที่ “กะพรุนไฟ” สงสัย หงุดหงิดหัวใจเป็นอันมาก (ส์)...เพราะในฐานะที่ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งอะร้าอร่าม เป็น “รอง ผอ.กอ.รมน.” ต้องรายงานสายตรง ส่งความจริงไปยัง “หน่วยเหนือ” มิใช่หรือ ท่านสารวัตร

กล่าวได้ว่า ความตึงเครียด เผชิญหน้า ไปสู่จุดแตกหัก ทะลุปรอทเดือด... “บิ๊กป๊อก” ต้องรายงาน ด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า ไปยัง “นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ผู้สวมหมวกอีกหนึ่งใบ เป็น “ผอ.กอ.รมน.” ซึ่งกุมดาบอาญาสิทธิ์ “กฎหมายความมั่นคงภายใน” หรือ “พ.ร.บ.ฉุกเฉิน”... แต่ทำไม?...ท่านถึงได้ตะลอน ย้อนศร เอาเรื่องไปปรึกษา กับคน “นอกวัฏจักร” ด้วยเล่า...

ไม่มีหน้าที่? ไม่มีอำนาจสั่งการ? ทำหยั่งงี้ ระบบราชการป่วน รวนเร โดยไม่ต้องบอก??

แต่อย่างไรก็ตาม “กะพรุนไฟ” เชื่อในความปรารถนาดีอันแรงกล้า ของ “บิ๊กป๊อก” ที่จะหยุดชนวนเลือด ไม่ให้ไหลนองติ๋งๆ ลงในแผ่นดิน ท่านทำการใด ที่ทำให้ประเทศไทยสงบสุข ไร้ร่องรอยแห่งความแตกแยก ทำไปเหอะ!!
แต่ทางที่ดี ข้อระเบียบราชการไทย ต้องยึดให้มั่น ปฏิบัติให้ “ตรงเป๊ะ” อย่าลืมเชียวนะ จะมาแหกโค้ง ใช้วิธีการอื่น นอกระบบ จะเสียรังวัด โดยไม่รู้ตัว!!

เพราะ ตรงนี้และที่นี่ ยังเชื่อว่า “กฎหมาย” ยังมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นบรรทัดฐานแห่งครรลอง ปกครองชาติ ได้อย่างเที่ยงธรรม ไม่มีบุบสลาย ถึงพันธมิตรฯ จะแหกด่านมะขามเตี้ย...ใช้ระบบ “เอี้ย ๆ” นอกเส้นทางกฎหมาย ทำผิดเสียจนเคยตัว

แต่ท้ายที่สุด ไม่มีใครลอยชาย หนีกฎหมาย ต้องชดใช้ ชะตากรรมในคุก อย่างไม่มีทางเลี่ยง เมื่อกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ผดุงคุณธรรมเยี่ยงนี้ ในฐานะที่ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา คัดท้ายเป็น รอง ผอ. กอ.รมน. ควร “ลิงก์” รายงานความเป็นจริง ไปยัง “ผอ.กอ.รมน.” ที่มี “นายกฯ สมชาย” นั่งคอนโทรลอยู่

เพราะตามขั้นตอนของ “กอ.รมน.” มีกฎหมายทุกระดับชั้น...ที่จะหยุดสถานการณ์ ไม่ให้เลวร้าย ไร้กฎกติกา หากมีการรายงาน ขั้นตอนมาตามระเบียบปฏิบัติ และ“กะพรุนไฟ”ทราบมาว่า ตลอดเวลาที่ “ม็อบกบฏ” ก่อเหตุขยายวงกว้างบานทะโร่ไปทุกหย่อมหญ้า ทาง “รอง ผอ.กอ.รมน.” ที่มี “บิ๊กป๊อก” นั่งโยงเฝ้าแท่น ยึดสัมปทานโควตาอยู่นิ่งเป็นพระอิฐพระปูน ถึงขั้นนั้นเลย จริงหรือไม่??

วงจรงานราชการ เขามีมาตรฐาน ใคร “ละเลย” หรือ “บกพร่อง” เขาก็ผ่าทางตัน...คือต้อง “เจี๋ยน” หรือ “ปลดออกจากตำแหน่ง” ไปเสีย !!!จะมาให้นั่งทำงานงุดๆ หลังขดหลังแข็งอยู่... ดูจะเสียต่อ “ระบบราชการ” ไม่น้อยเลยนะงานเนี่ย ???



จาก..ปีศาจคาบคัมภีร์สู่..ปีศาจคาบโกเต๊กซ์


คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

การปลุกระดมผู้คนให้เข้ามาถล่มเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร โดยแกนนำ 5-6 คน ที่โกหกพกลมผู้คนไปทั่ว ปากอ้างเรื่อง จริยธรรม คุณธรรม ธรรมาภิบาล ทำตัวเป็นผู้ผูกขาดความ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไว้เพียงกลุ่มเดียว ทั้งที่แกนนำเหล่านี้ ต้องคดีความต่างๆ มากมาย เปรียบเสมือน “ปีศาจคาบคัมภีร์” การปลุกระดมผู้คนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วาจา กิริยา ท่าทาง อย่างขึงขัง
... สงครามครั้งสุดท้าย !!!
... ทุบหม้อข้าวเข้าตีเมือง !!!
... สงคราม 9 ทัพ !!!
... ม้วนเดียวจบ !!!

ทุกถ้อยความส่อไปในการใช้ความรุนแรง เป่ามนต์ให้ผู้ชุมนุมอย่ามามือเปล่า ใครมี “ของ” ให้นำติดกายมาให้หมด
“ของ” ดังว่า จึงหมายถึงอะไรไปไม่ได้ เพราะหากดูบริบทของรูปการณ์ ในการปลุกระดม เขาต้องการใช้ความรุนแรง ดังนั้น “ของ” ที่ว่านั่นคือ “อาวุธ” ซึ่งคงไม่ใช่เพียงแค่ “มีด ไม้ ปืน หนังสติ๊ก ไม้กอล์ฟ ไม้เบสบอล” เพราะของเหล่านี้มีเต็มทำเนียบ ดังนั้น “ของ” ดังว่า จึงหมายความเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก “ปืน” !!! และ “วัตถุระเบิด” !!! ไม่ว่าจะเป็น ระเบิดขวด ระเบิดปิงปอง ระเบิดลูกเกลี้ยง ระเบิดน้อยหน่า !!! นั่นเอง คำพูดปลุกระดมต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น “เลือดนองแผ่นดิน” หรือ “ใครกลัวตายไม่ต้องมา” เป็นต้น

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แกนนำม็อบ หิวกระหายในเลือดเนื้อชีวิตของคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาเป็น “ปีศาจ” อย่างชัดเจนต่อสาธารณชนแล้ว

ปีศาจ เหล่านี้ยกข้ออ้างต่อต้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่ง ภาคประชาชนโดย คปพร. ภายใต้การนำของ อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย และ นพ.เหวง โตจิราการ เป็นแกนนำล่าชื่อคนเสนอกฎหมาย เข้าตามตรอกออกตามประตูทุกประการ

ขณะที่ “การเมืองใหม่” ของพวกตัวเองปรากฏชัดเจนว่าเอาไว้ใช้เป็น “ฉากบังหน้า” เพราะเพิ่งจะเป็นเพียง “วุ้น” จนถึงวันนี้ยังไม่มีตัวร่างเสนอเข้ามาเปรียบเทียบ เพราะยังไม่ตกผลึกในหมู่ของตนด้วยซ้ำไป อย่าไปคิดถึงการล่ารายชื่อเสนอกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญกำหนด

“ฝูงปีศาจ” ตระเตรียมแผนการเคลื่อนขบวน ให้ส่วนหน้าประกอบไปด้วย นักรบภาคใต้ คนเมืองเพชร และคนชลบุรี

ทำไมจึงเลือกหยิบคนเป็นการ์ดจากพื้นที่ที่เขากำลังปรับสภาพปรับจิตใจให้มีความรักสงบขึ้นมาอีก มี “นัยสำคัญ” รู้ๆ กันดีอยู่แล้ว แกนนำเขาบอกว่า “เด็ก-สตรี อยู่ด้านท้าย” และ “แกนนำ จะตามมาทีหลัง” เพราะติดธุระส่วนตัว

คนพวกนี้ไม่เคยอยู่ด้านหน้า หากจะรบทัพจับศึก เลียนแบบ “สงคราม 9 ทัพ” ที่ “พม่า” มันเข้ามาตีกรุงรัตนโกสินทร์ ย้ำว่าเป็นพวก “พม่า” หรือ เลียนแบบ “พระเจ้าตากสินมหาราช” ทุบหม้อข้าวเข้าตี ผู้นำทัพจะต้องขึ้นมาด้านหน้า แต่ “แกนนำ” เหล่านี้...ขี้ขลาด

เล่นของต่ำ เล่นไสยดำ มนต์ดำ เอาของต่ำ!!! อย่าง ผ้าอนามัยสุภาพสตรี หรือ “โกเต๊กซ์” ไปแตะฐานพระบรมรูปเสด็จพ่อ ร.5 ของปวงชนชาวไทย

ตามหลักควรจะเรียกพฤติกรรมเหล่านี้ว่าเป็น “ปีศาจคาบคัมภีร์” แต่... หลายคนบอกว่าต้องเปลี่ยนใหม่ เปรียบเทียบอย่างนั้นมันไม่เข้าสถานการณ์ เปลี่ยนเป็น “ปีศาจคาบโกเต๊กซ์” จึงจะเหมาะสมกว่าไหม? แล้วใครจะไปร่วมให้คิดหน้าคิดหลังให้ดี เพราะที่พวกเขาซ่องสุมเต็มไปด้วยอาวุธสงคราม ที่อยู่ในมือของคนไม่ชำนาญการ พลาดพลั้งจะบาดเจ็บล้มตายไป...ฟรี...ฟรี..


'สมเกียรติ'เลอะเทอะขู่ยึดสนามบินห้ามนายกฯกลับบ้าน

สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กระทำการอุกอาบุกล้อมปิดทางเข้า-ออกที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ดอนเมือง โดยมีแกนนำเข้ามาร่วมสมทบคือ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมเรื่อยๆ ทั้งนี้นานศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรฯรุ่น 2 และประธาสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กล่าวประกาศบนรถปราศรัยว่า หากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์นายกรัฐมตรี เดินทางกลับจากการประชุมสุยอดผู้นำเอเปคเมื่อมด กลุ่มพันธมิตรฯจะเดินทางไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิทันที เพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรีสามารถเดินทางกลับบ้านได้

'สมชาย'ย้ำสื่อนอก!ปัดไขก๊อก'สร.1'ชี้มีที่มาถูกต้อง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ ในกรุงลิมา หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค โดยกล่าวยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มาตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ยังได้กล่าวปฏิเสธว่ากองทัพจะไม่ทำการรัฐประหาร โดยอ้างว่ากองทัพกองทัพได้ทำการยืนยันว่าจะไม่ทำการรัฐประหาร

“เราเข้ามาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นผมจึงไม่ได้คิดถึงการลาออกแต่อย่างใด ผมจะอดทนจนถึงที่สุด เราต้องเจรจา และพยายามหาทางปรองดอง” เขากล่าว โดยเสริมว่า เขาไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการแข็งกร้าว เพื่อปราบกลุ่มพันธมิตรฯ หากรัฐบาลจะต้องถูกขับไล่ ก็ควรมาจากการเลือกตั้งของรัฐสภา หรือจากการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชน"นายสมชายกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลสำหรับประเทศไทยยิ่งไปกว่านั้นคือ วิกฤตการเงินทั่วโลก ที่เป็นประเด็นหลักในการประชุมเอเชีย แปซิฟิกครั้งนี้ โดยยำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในตอนนี้มีเรื่อที่เล็กมากที่สุดเพียงจุดเดียวในกรุงเทพฯ และระบุว่าสิ่งนี้ยังไม่ได้ทำลายระบบซานเศราฐกิจมากนักเท่าทาควร



'กุเทพ'ชำแหละม็อบขายชาติยั่วยุให้เกิดนองเลือด!หวังนำไปสู่ปฎิวัติ

ที่พรรคพลังประชาชนวันนี้ (24 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวภายหลังจากที่ ส.ส.ได้รับแจ้งจากนายชัย ชิดชอบประธานสภาผู้แทนราษฏร ว่าไม่มีการประชุมสภาฯ เนื่องจากถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกปิดล้อม ซึ่งสส.ในพรรคมีท่าทีตรงกันและเข้าใจว่า การเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ เป็นการยั่วยุ ให้เกิดการนองเลือดและนำไปสู่การรัฐประหาร ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของกลุ่มพันธมิตรฯ ส่

ร.ท..กุเทพ ยังกล่าวถึงกรณีที่ประธานสภา ได้เลื่อนการประชุมออกไปนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว และสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้า ทั้งนี้ตนขอประณามการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำให้ประเทศ และประชาชนเสียโอกาสเพราะการประชุมรัฐสภาวันนี้มีร่างข้อตกลงที่สำคัญที่จำนำไปประชุมผู้นำอาเซียนที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพและประธาน เป็นเหตุให้การประชุมสะดุด

รักษาการโฆษกพปช. กล่าวต่อว่า การที่กลุ่มพันธิตรฯ มาปิดล้อมรัฐสภาและอ้างว่าไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วได้มีการชี้แจงไปแล้วว่าไม่มีการนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาประชุม แสดงว่ากลุ่มพันธิตรฯ เอาแต่ใจไม่เลื่อมใส และศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ที่ออกกล่าวว่า ครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้าย เป็นการต่อสู้แบบพระเจ้าตาก และทุบหม้อข้าวตัวเอง อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พันธมิตรฯ ประกาศความชัดเจนเป็นครั้งแรกตั้งแต่การชุมนุมมาว่า และการระดมคนมาครั้งนี้ยังไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อีก ก็ขอให้รักษาคำพูด และขอให้ยุติการชุมนุม ปล่อยประชาชนกลับที่ตั้ง หากไม่กระทำตามถือว่าผิดคำพูดและไร้สัจจะ

ร.ท.กุเทพ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคพลังประชาชนก็ยังยืนยันสนับสนุนแนวทางการทำงานของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ซึ่งก็สามารถพิสูจน์ธาตุแท้ของพันธมิตรฯ ได้ตามลำดับ และคิดว่าการประชุมสภาฯ หากเปิดไม่ได้ภายใน 2-3 วันนี้ก็ไม่เกิดปัญหา และเห็นด้วยกับทุกทางที่จะไม่มีการเผชิญหน้า

ทั้งนี้ร.ท.กุเทพ ได้เรียกร้องไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ที่สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ มาเป็นระยะ ได้รักษาระบอบประชาธิปไตย และระบบรัฐสภา ซึ่งวันนี้ตนก็ยังดีใจที่พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมการประชุม ทั้งๆ ที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ทำการปิดล้อมรัฐสภาเรียบร้อย แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้รับการต้อนรับจากพันธมิตรฯ เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความสันพันธ์อันดีระหว่างพันธมิตรฯ กับพรรคประชาธิปัตย์ และขอร้องว่าอย่าตีสองหน้า

นอกจากนี้รักษาการโฆษกพปช. ยังกล่าวอีกด้วยว่า พรรคพลังประชาชนจะรอดูสถานการณ์หลังจากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่รัฐบาลได้ทำการสลายการชุมนุม จนเป็นเหตุให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่วันนี้รัฐบาลเลือกที่จะหลีกเลี่ยง จะคอยดูว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร ซึ่งตนคาดว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ก็คงจะประกาศชัยชนะ แต่อยากถามว่าชัยชนะที่ได้รับ แลกกับโอกาสที่เสียไปของประชาชน และใครได้รับประโยชน์ ยังมีความภูมิใจอยู่หรือ



ผบ.ทบ.สั่งทหารคุมเข้มหวั่นมือที่3ป่วน!

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม ได้ประชุมตามสถานการณ์ประจำวันและรับทราบข้อมูลด้านการข่าว รวมทั้งรับฟังการประเมินสถานการณ์ จากหน่วยข่าวของกองทัพบก

นอกจากนี้ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกด้วยว่า ผบ.ทบ.ได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุม สั่งกำชับให้ ทหาร วางกำลังอย่างเข้มงวด โดยกระจายกำลังเป็นวงกว้าง เพื่อป้องกลุ่มบุคคลที่ 3 อาศัยช่วงสถานการณ์วุ่นวายเข้ามาก่อเหตุความรุนแรง


สันดานอันธพาล 'ม็อบโกเต็กซ์'บุกดอนเมือง

ม็อบถ่อยพันธมารสุดชั่ว!ขวางประชุมร่วม 2สภา ตัดไฟฟ้ารัฐสภา-พรรคชาติไทย-บชน.อ้างน้ำขุ่นหวั่นมือที่สามป่วน ขณะที่จนท.รวบทันควัน 6 การ์ดนรกยึดรถเมล์ พร้อมยึดอาวุธป่วนเพียบ ล่าสุดบุกทำเนียบดอนเมือง ประกาศมั่วม้วนเดียวจบ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปักหลักชุมนุมปิดรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง ว่า ยืนยัน ไม่ให้ส.ว. และ ส.ส. เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาและจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้อปิดล้อมรัฐสภาต่อไป

ต่อมาเวลา 09.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้พันธมิตรฯได้ทำการตัดไฟฟ้าภายในบริเวณอาคารรัฐสภา และที่ทำการพรรคชาติไทยแล้ว ทำให้สถานที่ดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งคาดว่าการตัดไฟฟ้าดังกล่าว อาจจะทำให้ไม่สามารถเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ขณะที่การประปานครหลวง ก็กำลังจะเดินทางมาตัดน้ำประปาภายในบริเวณพรรคชาติไทยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ขณะนี้ไฟฟ้าภายในรัฐสภายังไม่ดับ เนื่องจากในรัฐสภามีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งสามารถสำรองปั่นไฟฟ้าได้ประมาณ 24 ชั่วโมง

ริยำสุดชั่ว! 'การ์ดพันธมาร'ปล้นรถเมล์4สาย'ม็อบน้ำกาม'ยึดเข้ารังโจร

สันดานโจร! การ์ดพันธมารเหน็บปืน-อีดาบ 'ปล้นรถเมล์ ขสมก.' ระบุมี 4 เส้นทางถูกปล้น-ยึดเข้ารังโจร พร้อมเลี่ยงเส้นทางหนี 'ม็อบน้ำกาม' สวดยับ!สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ด้าน 'มหาเถื่อน' เอาตัวรอด! หนีม็อบฯฟังศาลอาญาสั่งคดีปลุกระดม-ซ่องโจร-ก่อความวิบัติให้บ้านเมือง ขณะที่ 'แกนนำ 9 กบฏพันธมาร' ลุ้นผลชี้ขาด 'ตุลาการภิวัฒน์' ยื้อคดีถึงต้นปีหน้า

นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีรถโดยสารประจำทางของ ขสมก.ใน 4 เส้นทางถูกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยึดรถนำไปใช้ประโยชน์ในการชุมนุม ประกอบด้วย สาย 53, 56, 515 และ 3 ซึ่งเจ้าหน้าที่สายตรวจที่อยู่ในพื้นที่ได้เข้าไปเจรจา และล่าสุดได้ขอคืนรถเมล์สาย 53 กลับมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้แล้ว แต่รถคันดังกล่าวยางแตกและต้องนำกลับไปซ่อม

ผู้อำนวยการ ขสมก. ระบุว่า ขสมก.ต้องการร้องขอไปยังพันธมิตรฯ ขอให้คืนรถโดยสารประจำทางทั้งหมดแก่ ขสมก. เพราะ ขสมก.เป็นหน่วยงานเดินรถของภาครัฐที่มีภารกิจให้บริการประชาชน ซึ่งการยึดรถดังกล่าวส่งผลให้ ขสมก.มีปริมาณรถให้บริการน้อยลงและอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริการได้ จึงขอความเห็นใจจากกลุ่มผู้ชุมนุมอีกครั้ง

นายพิเณศวร์ กล่าวย้ำว่า สำหรับการชุมนุมต่อผลกระทบการเดินรถนั้น ขสมก.ได้สั่งการให้เขตพื้นที่เดินรถบางพื้นที่ปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถในบางเส้นทางโดยเฉพาะเส้นทางที่ผ่านการชุมนุม แต่เหตุการณ์ยึดรถดังกล่าวถือว่าอยู่นอกเขตที่มีการชุมนุม และ ขสมก.คาดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ฝ่ายบริหาร ขสมก.ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเดินรถติดตามสถานการณ์ชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันที

รวบ'การ์ดชั่ว พธม.'6คน!ปล้นรถเมล์สาย53

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มีชาย 6 คน แต่งตัวคล้ายการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดรถเมล์สาย 53 หมายเลข 11-9242 กรุงเทพมหานคร บริเวณหน้ากรมแผนที่ทหาร โดยอาวุธที่ยึดได้ประกอบด้วย มีด ดาบ ปืนลูกซอง กระสุน ซึ่งรถเมล์สายนี้ วิ่งผ่านกรมแผนที่ทหาร บริเวณแยก จปร. ย่านนางเลิ้ง

ทั้งนี้ นายปราโมทย์ วงศ์แก้ว คนขับรถเมล์ กล่าวว่า ขณะขับรถมาช่วงประมาณ 10.00 น. จนถึงแยกประชาเกษม ได้เปิดประตูให้ผู้โดยสารลง โดยผู้ต้องสงสัยอ้างว่าเป็นการ์ดพันธมิตรฯ ขึ้นมาบนรถเมล์ และใช้อาวุธจี้ โดยระบุว่า จะเอารถคันนี้ไปไว้ที่สะพานมัฆวาน ซึ่งตนไม่ยอมและถูกไล่ลงจากรถ จากนั้นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นการ์ดพันธมิตรฯ จึงยึดรถไว้ แต่เมื่อขับไปสักพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงยางรถจนแตกและยึดรถกลับคืนมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปรวบตัวชายทั้ง 6 คน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสืบสวนที่สน.นางเลิ้งต่อไป

ยื้อคดี'มหาเถื่อน-9กบฏ'ข้อหาหนัก!ปลุกระดม-ซ่องโจร-ทำบ้านเมืองวิบัติ

ศาลอาญาปล่อยตัว 'มหาเถื่อน' เหตุอัยการสั่งฟ้องไม่ทัน ย้ำข้อหายาวเป็นหางว่าว! ปลุกระดมประชาชนให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง-มั่วสุมเกิน 10 คน และใช้กำลังประทุษร้าย-ก่อความวุ่นวายให้บ้านเมือง ขณะที่ 'แกนนำ 9 กบฏพันธมาร' ลุ้นผลชี้ขาด 'ตุลาการภิวัฒน์' ยื้อคดีถึงต้นปีหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (24 พ.ย.) ที่ศาลอาญา พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ผู้ต้องหาที่ 1 ในคดีร่วมกันปลุกระดมประชาชนให้เกิดความกระด้างกระเดื่องมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เดินทางเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่งานฝากขังทั่วไปของศาลอาญารัชดาเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากที่ได้รับการประกันตัวในคดีดังกล่าว ซึ่งศาลอนุญาตพนักงานสอบสวนฝากขังผู้ต้องหาได้เป็นเวลา 3 ผลัด ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณา แต่พนักงานอัยการไม่สามารถพิจารณาเอกสารสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ทัน จึงต้องปล่อยตัวไปตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ต้องหาที่ 7 ในคดีเดียวกันได้ถูกปล่อยตัว เนื่องจากอัยการฟ้องไม่ทัน ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายพิภพ ธงไชย ,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ ,นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานฯ ,ผู้ต้องหา 2-6 นายอมร อมรรัตนานนท์ และนายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วม ฯ ผู้ต้องหาที่ 8-9 อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 นัดฟังสั่งคดีในวันที่ 19 ม.ค.52 เวลา 10.00 น.

บุกยึดบชน.พร้อมสั่งตัดน้ำ-ตัดไฟ

ต่อมาเมื่อเวลา 10.38 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จำนวนกว่า 2,000 คน ได้เคลื่อนตัวไปยังหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลและได้ฝ่าแนวตั้งรับของตำรวจบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยการรื้อรั้วลวดหนาม ผลักดันรถบัส 2 คัน ที่กลุ่มพันธมิตรฯนำมาจอดเป็นแนวกั้น เข้าไปใกล้กับด้านหน้าบช.น. ส่งผลให้ตำรวจต้องถอยร่น และปิดประตูทางเข้า-ออก บช.น.

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ายึดพื้นที่บริเวณหน้า บช.น. โดยแกนนำให้คำมั่นว่า จะไม่เข้ายึด บช.น. นอกจากการปราศรัยอยู่ด้านหน้า บช.น.เท่านั้น ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ฝ่าแนวตั้งรับที่ 2 ของตำรวจ แล้วตั้งเวทีปราศรัย หันหน้าเข้า บช.น. โดยยังไม่มีเหตุปะทะ พร้อมกับมีการตัดน้ำ-ตัดไฟเรียบร้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุว่า จะปล่อยให้ผู้ชุมนุมปักหลักที่หน้าบช.น.ได้ แต่จะไม่ยินยอมให้เข้าไปยึดตัวอาคารอย่างเด็ดขาด

ปิดล้อมพรรคชาติไทย-ตัดน้ำตัดไฟ

เมื่อเวลา 10.43 น.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ชุมนุมได้ใช้ไม้เขี่ยหม้อแปลงด้านข้างรัฐสภา บนถนนราชวิถี จนทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ขณะที่ภายในรัฐสภาไฟฟ้าได้ดับเป็นบางส่วน และเริ่มใช้ไฟฟ้าสำรองแล้ว ขณะที่ มีตำรวจจากกองกำกับการค่ายนเรศวร 1 กองร้อยและตำรวจตระเวนชายแดน มารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดภายใน ขณะที่40 ส.ว. ได้ไปรวมตัวกันที่อาคารสุขประพฤติ เพื่อประเมินสถานการณ์

ปิดล้อมตัดน้ำ-ตัดไฟกระทรวงการคลัง

11.20 น. กลุ่มพันธมิตรฯ ตัดน้ำตัดไฟ กระทรวงการคลัง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงเริ่มทยอยเดินทางออกจากกระทรวงแล้ว

ขณะที่ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีด่วนในเพื่อหารือทางออกการประชุมรัฐสภาหลังจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดล้อมอาคารรัฐสภาจนไม่สามารถเปิดประชุมได้ในช่วงเช้าวันนี้ สำหรับทางออกขณะนี้อาจมีการย้ายสถานที่ประชุมไปใช้สถานที่ทางกองทัพ หรืออาจเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณด้านหน้าพรรคชาติไทยว่า นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า บริเวณด้านหน้าพรรคชาติไทย หลังกลุ่มพันธมิตรฯปิดล้อมและตัดไฟเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ไม่ว่า รัฐสภาจะย้ายสถานที่ประชุมไปที่ไหน กลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะตามไปปิดล้อม เพื่อไม่ให้มีการประชุมรัฐสภาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ได้พ่นข้อความ "พันธมิตรอินเดีย" ด้วยสเปรย์สีแดงที่รถเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ศส 5656 กทม.ซึ่งจอดอยู่บริเวณประตูประสาทเทวฤทธิ์

พันธมารถ่อยกระจายกำลังบุกทำเนียบ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพัธมิตรฯรุ่น 2 และประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) บุกปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ดอนเมือง จำนวนกว่า 2000 คน ซึ่งเป็นสหภาพการบินไทย และการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีการสมทบกำลังผู้สนับสนุนเดินทางเข้ามาปิดล้อมเพิ่มเติมอีกจำนวน 10 คันรถ

โดยขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีการกระจายกำลังปิดล้อมทางเข้า-ออกของทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งใช้เป็นทางเข้าออกของคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อสักครู่มีเจ้าหน้าที่ได้หอบหิ้วเอกสารสำคัญหนี้กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับเสียงโหไล่ตลอดเวลา ในส่วนของการรักษาดูแลความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดหน่วยกองร้อยควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาลจำนวนทั้งสิ้น 150 นาย ตั้วรับสถานการณ์การชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้นายศิริชัย ยังไม่กล่าวยืนยันว่าจะมีการปักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลยืดเยื้อหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่าเมื่อตะวันตกดิน จะเป็นม้วนเดียวจบ

ตร.ตั้ง 2 ข้อหา 6 การ์ดชั่วพันมารยึดรถเมล์

ร.ต.อ.ป้อมเพชร โชติกลาง ร้อยเวรสอบสวน สน.นางเลิ้ง เปิดเผยหลังการสอบสวน การ์ดพันธมิตรฯที่บุกยึดรถประจำทางสาย 53 ว่า ผู้ก่อเหตุมีจำนวน 6 คน คือ นายสมชาย ทองเกียรติ นายธานี อาสว่าง นายพงษ์พันธ์ กาจันทร์ นายชัยวัฒน์ ทัพทอง นายธีรเดช วรรณณา นายสมชัย หงส์สา ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยในเบื้องต้นได้แจ้ง2 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นขาดอิสระภาพและร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังจากนี้ จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ไปฝากขังไว้ที่ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1เพื่อรอการดำเนินการต่อไป

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 6 กล่าวว่า การบุกยึดรถโดยสารครั้งนี้ เพื่อต้องการนำไปใช้ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นฐานป้องกันกระสุนจากผู้ที่ไม่หวังดี ระบุขณะนี้พวกตนกำลังรอทนายความ เพื่อให้การช่วยเหลือด้านคดีอยู่



'ทักษิณ'สู้ไม่ถอย!ลั่นกลับไทย'รีเทิร์นการเมือง'


‘ทักษิณ’ ประกาศสู้ยิบตา! ลั่นกลับไทย ‘รีเทิร์นการเมือง’ สวดยับรัฐบาลอังกฤษ 'ถอนวีซ่า' ระบุเมืองผู้ดีลืมคำนิยมประชาธิปไตย ชี้ประเทศไทยตกต่ำลงมาก-มีความห่วงใยคนรากหญ้า เผยสื่อดูไบ ‘ถ้าประชาชนรู้สึกว่าผมมีประโยชน์ ผมจะกลับ’

นายกิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ สื่อมวลชนอิสระ รายงานผ่านเวบไซต์ www.arabianbusiness.com ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเผยแพร่ในดูไบ ได้สรุปคำให้สัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย โดยนายไดแลน โบว์แมน

ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าว มีได้พูดถึงการต่อว่าทางการอังกฤษที่ถอนวีซ่า และประกาศว่าพร้อมจะกลับมาแก้ปัญหาประเทศไทยอีกครั้ง แต่การจะกลับได้หรือไม่นั้นเขาต้องขอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตามรายงานของสื่อดูไบ พ.ต.ท. ทักษิณบอกว่า อังกฤษจะต้อง "รู้สึกเสียใจ" ที่ถอนวีซ่าตนเอง

"อังกฤษต้องเข้าใจให้ดีกว่านี้ แต่โชคร้ายที่ทางอังกฤษมัวแต่ยุ่งเรื่องตัวเอง เลยลืมค่านิยมประชาธิปไตย"

สื่อดูไบรายงานด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ปฎิญาณว่าจะกลับไทยในที่สุด

"ประเทศไทยตกต่ำลงมาก มันไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้ว ความไว้ใจระหว่างประชาคมนานาชาติไม่อยู่ที่นั่น คนจนในชนบทกำลังลำบาก"

นอกจากนั้นแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีไทยยังเสริมว่า "ถ้าผมได้บริหารประเทศผมจะนำความมั่นใจกลับสู่ไทย เราจะต้องหากลไกที่จะทำให้ผมกลับได้ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมผมต้องกลับไปเล่นการเมือง"

“ผมคิดว่าปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าพวกเขารู้สึกว่าลำบากมากและเรียกร้องให้ผมกลับผมจะกลับ"

ทักษิณให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้ารู้สึกว่าผมมีประโยชน์ ผมจะกลับ และอาจมีการยื่นฎีกาขออภัยโทษ แต่ถ้าคิดว่าผมช่วยอะไรไม่ได้ และประชาชนไม่ต้องการผม ผมก็จะอยู่ที่นี่และทำธุรกิจต่อไป"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเวบไซต์แจ้งว่าคำสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ พ.ต.ท. ทักษิณ จะถูกเผยแพร่ทางเวบไซต์ www.arabianbusiness.com ในเวลา 10.00 น. ( ดูไบ ) ในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ และจะตีพิมพ์ใน Arabian Business ในวันที่ 30 พฤศจิกายน

สำหรับการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเป็นทางการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังจากถูกทางการอังกฤษยกเลิกวีซ่าเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน

คปพร.ลากไส้พันธมารป้ายสีหมิ่นเบื้องสูง


คปพร.ร่อนแถลงการณ์ฉีกหน้ากากพันธมาร ยืนยันชงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกหมวดองคมนตรีเรื่องเหลวไหลทั้งเพ ซัดม็อบโกเต็กซ์โกหกคำโตจงใจใส่ร้ายป้ายสี


วันนี้ (24 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ออกแถลงการณ์เรื่อง "ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมของ คปพร.ยังคงสถาบันองคมนตรีตามหมวดสองเดิมไว้ทุกตัวอักษร" โดยมีเนื้อหาระบุว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ทำการบิดเบือนความเป็นจริง ใส่ร้ายป้ายสีโกหกมดเท็จ กล่าวหาว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของ คปพร.ไม่มีสถาบันองคมนตรี ทำลายสถาบันองคมนตรี และเผยแพร่ผ่านเอเอสทีวีเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยและ คปพร.

ในความเป็นจริงแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช....ที่นำเสนอโดย คปพร.นั้น ยังคงหมวดสองอันเป็นหมวดพระมหากษัตริย์ของรัฐธรรมนูญ 2550 ไว้ทุกตัวอักษรไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างไร ดังนั้น ย่อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า สถาบันองคมนตรียังคงสถานะเหมือนเดิมทุกประการนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2550 เป็นต้นมาและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่มีการยกเลิกล้มล้างสถาบันองคมนตรีดังที่พันธมิตรฯ บิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีโกหกมดเท็จแต่ประการใด ดังนั้นการที่พันธมิตรฯเชื่อมโยงไปยังสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของประชาชนและ คปพร.จึงเป็นสิ่งที่โกหกมดเท็จด้วยเช่นกัน

อนึ่งการดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมของ คปพร.ได้ปฏิบัติตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่อนุญาตให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายอย่างเคร่งครัด

'พันธมาร'เสื่อม!ผู้ชุมนุมรู้ทัน ขัดขืนร่วมสังฆกรรมเผาประเทศ


ลัทธิอนาธิปไตยเสื่อม! พันธมารมุกแป๊ก อารยขัดขืนฝืด สังคมลงโทษ เคลื่อนพลยึดรัฐสภากร่อย นักวิชาการเย้ย แผนล่อเป้ามิคสัญญีล่ม เหตุพันธมิตรฯกลับใจเริ่มรู้ทัน ดึงดันประท้วงป่วนประเทศสภาพไม่ต่างจากลูกจ้างถูกลอยแพ


วันนี้ (24 พ.ย.) รศ.ดร.วรพล พรหมมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนพลปิดล้อมรัฐสภาว่า ตอนนี้กลุ่มแกนนำพันธมิตรคงต้องใจเสียแน่ เพราะคาดหวังไว้มากที่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และเกิดเหตุจราจลเหมือนกับเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม2551 แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะกลุ่มที่ตนปลุกระดมเรียกร้องให้มาเข้าร่วมในวันนี้ ก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก่อนหน้านี้ตนประเมินเหตุการณ์ในวันนี้ไว้ก่อนแล้วว่าพันธมิตรฯจะพ่ายแพ้ ก็เหมือนลูกจ้างบอกกับนายจ้างว่างานใหญ่ครั้งสุดท้ายนี้อยากให้นายจ้างสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่พอนายจ้างนิ่งเฉยเพราะรู้ดีแล้วว่าไม่ประโยชน์อะไร จึงไม่มีทุนที่จะทำอะไรได้เหมือนครั้งก่อน หลังจากนี้พวกแกนนำพันธมิตรฯทั้งหลายก็คงต้องรับกรรมที่ได้ก่อไว้มากมาย รวมถึงคดีความอีกเป็นหางว่าว

ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯประกาศว่าแม้จะมีย้ายการประชุมสภาไปที่ไหน ก็จะเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมตามไปปิดล้อมทุกที่ นั้น ดร.วรพล กล่าวว่า หากไปด้วยจำนวนคนเท่านี้คงไร้ประโยชน์ตอนนี้แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯคงรู้ตัวกันแล้วว่า การเคลื่อนไหวมวลชนที่หวังให้เกิดความรุนแรงและเกิดการจราจลนั้นคงไม่เกิดอย่างที่พันธมิตรฯคิดไว้ และการที่รัฐสภาต้องย้ายที่ประชุมนั้นไม่ใช่เพราะเกรงกลัวกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่ต้องการเล่นเกมป่วนบ้านเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯเท่านั้น