WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 26, 2008

กองทัพควงลิ่วล้อพันธมิตรฯบีบนายกฯไขก๊อก

ธาตุแท้ 'กองทัพ' ฉุดประเทศไทยสู่ 'มิคสัญญีกลียุค' ควบสมุนคมช.ลั่น 4 เงื่อนไข บีบ 'นายกฯสมชาย' ไขก๊อก! เตือนสติ 'กองทัพ' หยุดเหิมเกริมคิดปฏิวัติ-รัฐประหาร จับตาดีเดย์ 'รถถังเคลื่อน-กลิ่นอายรัฐประหารโชย' สาปส่ง 'บิ๊กป็อก' หากคิดการใหญ่ ฉีก รธน.กรุยทางเก้าอี้ 'ผู้นำเผด็จการ'

วันนี้ (26 พ.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 16.50 น.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.)กล่าวภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรมหรือเทียบเท่า นายกสมาคมทุกสาขาอาชีพ ประธานอุตสาหกรรมไทย ประธานหอการค้าไทย ประธานการท่องเที่ยวไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย อธิการบดีทุกมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางการยุติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงครึ่งว่า ได้แถลงมติร่วมกับ นายสุรพล นิติไกรพจน์ ในวันนี้ คือ 1.แก้ปัญหาโดยใช้หลักประชาธิปไตย 2.จะไม่แก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง 3.เสนอให้นายกฯยุบสภา และจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด 4.มีมติให้กลุ่มเคลื่อนไหว คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยเร็วที่สุด และยุติการชุมนุมในทุกพื้นที่ โดยจะทำการยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรจากคตร.ต่อนายกฯอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการกดดันนายกฯหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวได้มีการหารือจากทุกภาคส่วนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งทางคณะกรรมการเห็นว่านี่คือทางออกที่เหลืออยู่หนึ่งเดียว ที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติ และยืนยันไม่ได้เป็นการกดดันนายกฯแต่อย่างใด และหวังว่านายกฯจะนำข้อเสนอดังกล่าวกลับไปพิจารณา ซึ่งหากรัฐบาลไม่นำข้อเสนอไปไตร่ตรองทางดุลยพินิจของนายกฯเพื่อยุติความรุนแรงเราอาจจะต้องปฎิเสธความชอบธรรมในการบริหารประเทศรัฐบาลต่อไป ทั้งนี้เชื่อว่านายกฯจะเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากอำนาจของรัฐบาลยังอยู่ครบทุกประการ ซึ่งยืนยันนี่ไม่ใช่การยึดอำนาจ

เมื่อถามว่าหากมีการดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้วแต่ทั้งสองฝ่ายกลับไม่ยินยอมนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งคำถามดังกล่าวได้มอบหมายให้ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ตอบคำถาม โดยระบุว่า หากรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอโดยการคืนอำนาจให้ประชาชนและกลุ่มพันธมิตรฯยังไม่ยุติการชุมนุม ก็เป็นเรื่องที่ทางแกนนำจะต้องตอบคำถามต่อสังคมถึงความชอบธรรมในการชุมนุม

เมื่อถามว่าทางคณะคตร.ยึดความชอบธรรมอะไรในการยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อรัฐบาล ในเมื่อพันธมิตรฯมีการชุมนุมที่ยืดเยื้อมาโดยตลอด พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตคร.ได้อำนาจการแต่งตั้งจากรัฐบาล โดยมีตนเป็นประธาน ดังนั้นจึงถือว่ามีความชอบธรรม ทั้งนี้ตนมองว่าแนวทางดังกล่าวจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ และเห็นว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเสนอ ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ชุมนุมก็ยังคงดำเนินไป โดยในเบื้องต้นจะต้องขอร้องให้มีการสลายการชุมนุมโดยสร้างความเข้าใจกับผู้ชุมนุมว่าการปะทะระหว่างสองฝ่ายอาจมีการเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและจะเป็นเหตุให้ประเทศเกิดความล่มจม ซึ่งคิดว่าหากทางคณะกรรมการเร่งทำความเข้าใจทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ตระหนักถึงมติในที่ประชุมว่าเป็นรูปแบบที่ดีที่สุดและสถานการณ์คงเบาบางลงบ้าง

ต่อข้อถามว่า หากมีการเสนอให้ปลด ผบ.ทบ.นั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เป็นมติคณะกรรมการร่วมฯ เราไม่ได้กดดันรัฐบาล เป็นเพียงข้อเสนอแนะ เพราะไม่เห็นหนทางอื่นที่จะแก้ปัญหาได้ ทางออกคือ นายกฯคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสิน กรอบของการพิจารณายึดถือแนวประชาธิปไตย เราไม่ได้ใช้ความกดดัน เป็นการเรียนด้วยความบริสุทธิ์ใจบนที่ตั้งของผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ที่ถามว่าตำรวจ ทหารเฉยได้อย่างไรนั้น เราทำมาตลอดไม่ว่าจะเป็นการปกป้องไม่ให้กระทบกระทั่งกัน ปกป้องรักษาความสงบเรียบร้อย จนถึงขณะนี้ไม่มีหนทางอื่นแล้ว จึงต้องเรียนเสนอรัฐบาล และรัฐบาลคงจะนำมติของเราไปพิจารณา และขอให้ประชาชนร่วมแสดงออกให้รัฐบาลนำข้อเสนอของเราไปใคร่ครวญ และร่วมกันแก้ปัญหาโดยที่ประเทศชาติไม่บอบช้ำ

'จตุพร' จวก ผบ.ทบ.เอาคนพธม.มาเป็นเงื่อนไขเจรจา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผาจินดา ระบุถึงผลการหารือว่าให้นายกรัฐมนตรียุบสภานั้น ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้บัญชาการทหารบก เพราะนั่นหมายถึงหากต่อไปกลุ่มคนใดไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ก็ออกมาชุมนุมขับไล่อีก ส่วนจะมีชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ คงต้องรอผลการหารือและมาตรการชัดเจนในวันพรุ่งนี้ ซึ่งการที่ นายสุรพล นิติไกรพจน์ ซึ่งเป็นคนของคมช.มาแถลงข่าวคู่กับพล.อ.อนุพงษ์ ก็แสดงให้เห็นว่า เป็นการลดความน่าเชื่อถือเพราะกำลังเอาคนของพันธมิตรฯมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจา

นักวิชาการมช.ทวงคนหนุนม็อบแจงอารยะบ้าเลือด

อ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอคณะกรรมการติดตามสถานการณืร่วม (คตร.) โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่มีหลักประกันว่าจะสามารถเป็นทางออกที่ดีที่สุดได้ โดยตนมองว่าการหาทางออกของวิกฤตปัญหาในขณะนี้ค่อนข้างยากพอสมควร และเป็นที่ทราบกันว่ากระบวนการทางกฎหมายในขณะนี้ยังไม่มีแกนหลักในการสั่งการ ทั้งนี้้คนที่เคยมีบทบาทในการให้ท้ายกลุ่มพันธมิตรฯๆไม่ว่าจะเป็น นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่ไม่ได้ออกมาแสดงหน้่าที่หลังกลุ่มพันธมิตรฯมีพฤติกรรมที่รุนแรงต่อเจ้าหน้าที่และฝ่ายตรงข้าม ควรที่จะต้องลุกขึ้นมาอธิบายพฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯที่ได้ล้ำกรอบของอารยะขัดขืนที่นานาประเทศสามารถยอมรับ มาเป็นเวลานานและเกินกว่าที่จะรับได้มากไปแล้ว

พร้อมกันนี้อ.สมชายกล่าวเสริมว่า ตนอยากจะทำการเสนอกลุ่มคนทีไม่ชื่นชอบในแนวทางของกลุ่มพันธมิตรประชานเพื่อประชาธิปไตย นี่คือสอ่งที่เราควรจะดำเนินการในเบื้องต้นโดยรูปแบบการตอบโต้จะต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายห้ามเลือกใช้่ความรุนแรงเด็ดขาดไม่ว่าจะอยุ่ฝ่ายสีอะไร

ส.ส.พปช.เตรียมเสนอนายกฯปลด'อนุพงษ์'

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ และส.ส.กลุ่มพลังประชาชน แถลงว่า ไม่ใช่หน้าที่ของพล.อ.อนุพงษ์ ที่จะเสนอให้นายกรัฐมนตรี และจะทำหนังสือเสนอถึงนายกรัฐมนตรีให้ปลด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) และจะเสนอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สอบสวนความผิดของ พล.อ.อนุพงษ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ในประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากไม่กล้าตัดสินใจรักษาความสงบของบ้านเมือง

'เติ้ง' เมินข้อเสนอยุบสภาโยน'สมชาย'ชี้ขาด

ภายหลังที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม แถลงผลการประชุมที่เสนอให้นายกรัฐมนตรียุบสภา และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยุติการชุมนุมนั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวย้อนถามว่า ผบ.ทบ.สั่งพันธมิตรฯ ให้หยุดการชุมนุมได้หรือไม่ และถ้ารัฐบาลยุบสภาไปแล้ว คงไม่เกิดประโยชน์อะไร แล้วพล.อ.อนุพงษ์ รับประกันหรือรับผิดชอบได้หรือไม่ว่าพันธมิตรฯจะหยุดการชุมนุม ซึ่งตนคิดว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของ ผบ.ทบ.มากกว่า อย่างไรก็ตามยืนยันพรรคร่วมฯคงต้องหารือกัน แต่การจะให้นายกฯยุบสภา ต้องไปถามนายกฯ พรรคชาติไทยเป็นพรรคเล็กนิดเดียว

'จาตุรนต์'เตือนกองทัพ!อย่าฉวยโอกาส'ยึดอำนาจ'

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตย(พธม.)บุกยึดและปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานที่ราชการหลายแห่ง ซึ่งเหตุกาณ์ขณะนี้ได้พัฒนาเข้าใกล้จะเป็น "กลียุค" เข้าไปทุกทีแล้ว เพราะการเคลื่อนไหวของพันธมิตรที่ใช้กำลังความรุนแรงและผิดกฏหมาย ไม่ได้มีจุดหมายแค่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญหรือให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกไปเท่านั้น แต่ว่าต้องการที่จะให้นำไปสู่การปฎวัติยึดอำนาจหรือที่เรียกกันว่า "รัฐประหาร" และเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่สิ่งที่เรียกว่าการเมืองใหม่

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การที่เกิดเป็นความโกลาหลวุ่นวาย และเกิดความเสียหายต่อประเทศยับเยินอยู่ในขณะนี้ เป็นเพราะบ้านเมืองเราไม่มีการรักษากฎหมายมาตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้ ซึ่งการอ้างเหตุผลว่าการรักษากฎหมายจะทำให้เกิดความรุนแรง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นคำพูดหรือความคิดที่ผิด ก็คือยิ่งไม่รักษากฎหมาย เพราะฉะนั้นสังคมไทยมาถึงจุดที่จะต้องเลือกระหว่างการรักษากฏหมายในเร็วๆนี้ หรือจะรอให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ แล้วค่อยไปรักษากฏหมายกัน แต่ว่าถ้าจะให้สังคมกลับมาสู้สภาพที่สงบสุขได้

"อย่างไรเสียก็ต้องรักษากฎหมาย ซึ่งตนอยากจะเสนอทางออกว่า 1.การรัฐประหารไม่ใช่ทางออก เพราะว่าอาจทำให้สงบได้ชั่วคราว พันธมิตรไชโยโห่ร้อง แต่หลังจากนั้นก็จะกลายเป็นความไม่สงบและจะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เพราะการทำรัฐประหารเป็นการทำผิดกฎหมาย ขณะปัญหาของบ้านเมืองไม่ได้เป็นปัญหาการเมืองเท่านั้น อย่างที่ผู้นำเหล่าทัพอ้างอยู่ แต่มีปัญหาการทำผิดกฎหมายเป็นสาระสำคัญ เพราะฉะนั้นตนอยากเรียกร้องให้ประชาชาชนทุกฝ่ายที่มีเสียงส่วนใหญ่ที่ช่วยกันแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรและไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารแล้ว ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเหตุข้ออ้างในการทำรัฐประหาร"

ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาลก็ไม่ทราบว่านายอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เรียกฝ่ายความมั่นคงประชุมอะไรกันวันนี้ แต่ตนคิดว่ารัฐบาลต้องหนักแน่น นายกฯจะลาออกไม่ได้ เพราะหากนายกฯลาออกเท่ากับเป็นการซ้ำเติมปัญหา และปัญหาความไม่สงบก็ไม่จบสิ้น เพราะว่าหากนายกฯลาออกแล้วต้องมีการเลือกนายกฯคนใหม่และพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องเสนอคนในพรรคพลังประชาชนขึ้นมาอีกและกลุ่มพันธมิตรฯก็ยังไม่เลิกยึดสนามบินสุวรรภูมิและสถานที่ราชการ จึงไม่ใช่ทางออก ซึ่งหากคิดเอาอนายกรัฐมนตรีคนนอกก็เท่ากับการฉีกรัฐธรรมนูญและเป็นการทำรัฐประหารนั่นเอง การลาออกจึงไม่ใช่การแก้ปัญหา

นายจาตุรนต์ กล่าวย้ำว่า สิ่งที่สำคัญที่จะช่วยในการแก้ปัญหาคือผู้นำกองทัพ ต้องยืนยันให้หนักแน่นว่าจะไม่ทำรัฐประหารและผบ.เหล่าทัพต้องมีความจริงใจในการช่วยแก้ปัญหาการกระทำผิดกฎหมาย การสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งตนคิว่าในขณะนี้หากรัฐบาลเป็นคนประกาศใช้พรบ.มั่นคง หรือประกาศพรก.ฉุกเฉิน แต่ผู้นำเหล่าทัพยังนิ่งเฉยก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่ถ้าผู้นำเหล่าทัพริเริ่มและเสนอให้รัฐบาลทำตามประกาศใช้พรบ.มั่นคงหรือพรก.ฉุกเฉิน และเมื่อประกาศแล้วก็อาจไม่ต้องใช้ความรุนแรง และเข้าไปเจรจา เพราะเป็นความคิดริเริ่มของผู้นำเหล่าทัพ และผู้นำเหล่าทัพต้องแสดงท่าทีให้ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มพันธมิตรฯ

เมื่อพันธมิตรเห็นว่าไม่มีกองทัพเลิกให้ท้ายอย่างที่เป็นอยู่ พันธมิตรฯก็เลิกมีผู้เข้าร่วมและสนับสนุน จนกระทั่งต้องเลิกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะการที่พันธมิตรฯยึดสนามบินในขณะนี้ เพราะเชื่อว่าผู้นำเหล่าทัพให้ท้ายอยู่ และจ้องให้พัฒนาสถานการณ์นำไปสู่ความรุนแรง เพราะฉะนั้นผู้นำเหล่าทัพต้องปฎิเสธการยึดอำนาจ และการเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายของพันธมิตรฯและพยายามเข้าไปเจรจา เท่านี้ก็สามารถยุติปัญหาได้

นายจาตุรนต์ กล่าวยังถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.เรียกประชุมนั้น ตนหวังว่าไม่ใช่เรียกร้องให้นายกฯลาออก ซึงตนมองว่า หากวันนี้พล.อ.อนุพงษ์ จะเป็นนายกฯก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากเป็นนายกฯจริงท่านก็ต้องไปฉีกรัฐธรรมนูญก่อน และมีเพียงพันธมิตรฯเท่านั้นที่ไชโยโห่ร้องและดีใจ แต่ประชาชนทั้งประเทศต้องเจ็บปวดอย่างขมขื่นว่ากลุ่มอันธพาลกับประสบความสำเร็จในการยึดประเทศและเปลี่ยนแปลงการปกครอง และเป็นแบบอย่างให้คนกลุ่มอื่นมาเคลื่อนไหวลักษณะเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจะรักษากฎหมายในตอนนี้หรือจะรอให้ประเทศเสียหายมากกว่านี้ก่อน



'พันธมาร'ยึดหอการบิน!เล็งวินาศกรรมเที่ยวบินนายกฯ'ณัฐวุฒิ'ชี้ก่อการร้าย

'โจรกบฏ' เหิมเกริม! เหตุระดมพลปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ 'การ์ดพันธมาร' ยึดหอบังคับการบิน! เช็กเที่ยวบินนายกฯสมชาย ผู้โดยสารกว่า 3 พันคนติดค้าง หลัง 'ศาสดาโกเต็กซ์' ลั่นยุทธศาสตร์ 'รบแตกหักรัฐบาล' ระบุชื่อเสียงประเทศไทยเน่า ต่างชาติหวาดกลัวม็อบถ่อย-ยกเลิกเที่ยวบินทำประเทศเสียหายนับแสนล้าน 'สื่อเทศ' ตีข่าว! ต่างชาติประฌามประเทศไทย 'กฎหมู่เหนือกฎหมาย' โฆษกฯชี้เข้าข่ายก่อการร้าย

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะนี้พันธมิตรฯได้วางกำลังปิดทางเข้า-ออก ตั้งแต่ประตูที่ 1-10 ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารทั้งภายในและต่างประเทศ โดยยังมีการปักหลักการชุมนุมโดยไม่มีกำหนด

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรฯและการ์ดอาสาจำนวนหนึ่ง เดินทางไปปิดล้อมและตรวจค้นหอบังคับการบินในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้ยุติบังคับการบินทางอากาศและขอดูตารางการบิน

ทั้งนี้ หลังจาที่กลุ่มพันธมิตรฯเข้ายึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และบุกเข้าไปขอตรวจสอบตารางเที่ยวบินของนายกรัฐมนตรี ขณะที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมตัวประท้วง เพื่อขอกลับประเทศ โดยผู้โดยสารจากประเทศฝรั่งเศสได้เขียนป้ายประท้วงขอกลับประเทศ ยอมเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารกว่า 3,000 คนที่ติดค้างตั้งแต่เมื่อคืนออกนอกพื้นที่เพื่อไปพักผ่อน โดยผู้สารที่ติดค้างอยู่ในสนามบินยอมรับว่า มีปัญหาในเรื่องน้ำและอาหาร แต่ถึงอย่างไรการ์ดพันธมิตรยังเข้าปิดล้อมพื้นที่รันเวย์ในส่วนของการส่งสินค้า (คาร์โก้) และปิดเส้นทางเข้าออกสนามบินทุกเส้นทาง เพื่อกดดันรัฐบาลทุกรูปแบบ

โฆษกฯชี้พฤติกรรมถ่อย'พันธมาร'เข้าข่ายก่อการร้าย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังจากมีรายงานข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามบุกเข้าไปในหอบังคับการบินของสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า อาจจะเข้าข่ายเป็นการก่อการร้ายที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ จากการขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นมูลค่าความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงยืนยันจะใช้แนวทางสันติวิธีภายใต้กฎหมายในการแก้ปัญหากับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่บุกยึดพื้นที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเรียกร้องว่าถึงเวลาแล้วที่กองทัพควรจะให้ทหารออกมาร่วมดูแลรักษาความปลอดภัย

ยึดหอบังคับการบิน-เช็กเที่ยวบินนายกฯ

ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.วันนี้(26 พ.ย.) เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม ได้นำกลุ่มชุมนุมพันธมิตรฯประมาณ 30 คน เข้าไปยังหอบังคับการบินและเจรจากับเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้าไปตรวจสอบภายในหอบังคับการบิน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเที่ยวบินใดขึ้นหรือลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการบินของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าไป 5 คน จากนั้นเรือตรีแซมดินได้ขอเจรจาให้การ์ดพันธมิตรฯเข้าไปร่วมดูแลรักษาความปลอดภัยภายในหอบังคับการบิน เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้หอควบคุมเป็นสถานที่วางแผนปฏิบัติการกับผุ้ชุมนุม แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต


'สื่อเทศ'ตีข่าว!ต่างชาติประฌามประเทศไทย'กฎหมู่เหนือกฎหมาย'

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ผู้โดยสารหลายพันคนติดค้างภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และหลายคนได้ให้สัมภาษณ์แสดงความโกรธแค้น และบอกว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ไม่มีเจ้าหน้าที่บอกสาเหตุใดๆเลย ขณะที่ผู้โดยสารที่ทราบว่า มีการยกเลิกเที่ยวบินก็รีบเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิทันที เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

ขณะเดียวกันประเทศต่างๆ ได้ออกมาเตือนประชาชนถึงการเดินทางมาประเทศไทย และที่อยู่ในประเทศไทยให้ระมัดระวังตัว โดยออสเตรเลียแจ้งประชาชนชาวออสซี่ ที่อยู่ในประเทศไทยให้อยู่ห่างจากสถานที่ เสี่ยงต่ออันตราย เกาหลีใต้บอกว่าจะดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอาจประกาศเตือน สถานทูตไต้หวันเป็นห่วงกับสถานการณ์ แต่หวังว่าจะจบโดยเร็ว และสถานทูตสหรัฐได้ประกาศเตือนชาวอเมริกันให้อยู่ห่างจากสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ

'บินไทย'แจงยกเลิก16เที่ยวบิน

จากกรณีการปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยกลุ่มพันธมิตรฯ ทางบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า เที่ยวบินต่างประเทศขาเข้าของการบินไทย ซึ่งจะทำการบินลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในตอนเช้าของวันนี้ ได้เปลี่ยนไปลงจอดที่ท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นจำนวน 16 เที่ยวบิน ส่วนอีก 2 เที่ยวบิน คือ ทีจี 508 เส้นทาง คูเวต-กรุงเทพฯ และ ทีจี 520 เส้นทางดูไบ-กรุงเทพฯ ไปลงจอดที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา

โดยขณะนี้กำลังรอเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ดำเนินการในขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศที่ทำการบินขึ้น-ลงที่ท่าอากาศยานดอนเมืองยังคงให้บริการปกติ สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของการบินไทยที่ทำการขึ้น-ลงในสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้หยุดให้บริการชั่วคราว จนกว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ

ทางด้าน พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดูแลผู้โดยสารตกค้างหลังจากมีการประกาศปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นผู้โดยสารที่ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองไปแล้ว เดิมคิดว่า ถ้าเกิน 50% จะให้เที่ยวบิน (ไฟต์) ออก แต่หลังจากสนามบินปิดได้ดูแลผู้โดยสารอยู่ สำหรับผู้โดยสารติดค้างกลุ่มที่ 2 คือ ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง (ทรานซิท)

นอกจากนี้ จำนวนผู้โดยสารที่รอความชัดเจนอยู่ขณะนี้ จะไปจากสนามบินสุวรรณภูมิไปไม่ได้แน่ๆ แต่จะดูเที่ยวบินอื่นๆที่วันนี้ทำการบิน ถ้าหากไม่สามารถทำการบินได้ จะให้ไปเที่ยวบินอื่นๆ และเที่ยวบินของบริษัทการบินไทยเองที่มีที่ว่าง

"เที่ยวบินขาเข้าจากต่างประเทศที่ไม่สามารถลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เช้าวันนี้ มีประมาณ 18 เที่ยวบิน สำหรับการแก้ไขปัญหา คือ ส่งลงจอดที่สนามบินดอนเมืองหมด โดยที่ดอนเมืองค่อนข้างสะดวกกว่าสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะใช้สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศอยู่แล้ว ซึ่งการบินไทยได้พยายามแจ้งผู้โดยสารเกี่ยวกับการปิดสนามบินสุวรรณภูมิก่อน แต่ยังมีผู้โดยสารที่ยังไม่ทราบเรื่องบ้าง"



นักวิชาการชำแหละ!อัปยศกรรมการสิทธิ์ให้ท้ายม็อบชั่ว


นักวิชาการ สลดอารมณ์ โกตั๊บโครตโรคจิต สร้างอำนาจนิยมสะกดจิตมวลชนฟังความข้างเดียว เชื่อสถานการณ์ต้องร้อนเป็นไฟ เอาไม้เขี่ยก้น"กรรมการสิทธิ์"นิ่งเกินเหตุ ไม่จวกพวกมารเพราะอคติ ย้ำคนหนุนหลัง "ม็อบหมาบ้า"ไม่รู้เรื่องกวักมือเรียกทหารยึดอำนาจท่าเดียว ม.เที่ยงคืนเอาด้วย ประณามกลุ่มให้พธม. ด้าน อ.ธงชัย เสนอ 5 ข้อหยุด "ม็อบเลว"

อ.วสันต์ ลิมป์เฉลิม อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรีให้สัมภาษณ์กรณีความรุนแรงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยกล่าวว่าสถานการณ์ในขณะนี้เปลี่ยนไปเร็วมาก และการปฏิบัติการของฝ่ายพันธมิตรฯเป็นการกระทำที่ขาดสติ ตั้งแต่การปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวดอนเมือง โดยตนได้ทำการวิเคราะห์ กลุ่มผู้ชุมนุมมีความเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อ 2เดือนที่ผ่านมาคือยุิติการรับรู้ข่าวสารทั้งหมดและจะรับการสื่อสารในด้านเดียวเท่านั้นคือถ้อยคำที่มาจากแกนนำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ไร้เหตุผล ซึ่งทางประวัติศาตร์ที่มีการบันทึกไว้ระบุว่าพฤติกรรมเยี่ยงนี้จะเสียประโยชน์โดยทั้งหมด

ทั้งนี้อ.วสันต์กล่าวเสริมว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นเรื่องที่น่าห่วงและจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ และระบอบความเชื่่อมั่นโดยจากการที่ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิเป็นการสร้างความเสื่อมเสียโดยใช้เหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ผู้โดยสาร นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงต่างหวาดกลัวอยู่บนความหวาดระแวง เพราะความรุนแรงที่จับจุดไม่ได้ของกลุ่มพันธมิตรฯ

"ตอนนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีพฤติกรรมเป็นการรับสื่อด้านเดียว ปิดกันตัวเองโดยสิ้นเชิง นี่เป็นบุึคลิกอำนาจนิยม ซึ่งถือว่าเป็นความรุนแรงมากในการเคลื่อนไหว คือเขาจะไม่ฟังใครนอกจากสื่อที่เขาต้องการนั่นก็คือแกนนำและสื่อของผู้จัดการ ซึ่งหากพันธมิตรฯบอกว่านี่คือชัยชนะตนมองว่ามันไม่จริงเพราะมันไม่มีเหตุผล ตอนนี้มันเป็นเรื่องน่าสลดใจ น่าเศร้าและตลกมากด้วยก็คือกลุ่มพันธมิตรฯมีแกนนำและคนสนิทที่มีปัญหาทางจิต ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าห่วง" อ.วสันต์ กล่าว

เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนท่านใดออกมาเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯยุติการชุมนุมที่เกินขอบเขตอ.วสันต์กล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนไม่ขอพูดอะไรมากเพราะเท่าที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเองก็คงมีจิตใจที่อคติ คับแคบ เพราะที่ผ่านมาก็ได้แสดงออกว่ามีความอคติเป็นหลักอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงบทบาทหน้าที่ของกองทัพที่ควรเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันความรุนแรง นักวิชาการท่านนี้กล่าวว่าส่วนตัวแล้วตนมีความเห็นใจพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ถูกกดดันจากฝ่ายที่หนุนหลังกลุ่มพันธมิตรฯอยู่ ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ และพยายามสร้างความวุ่นวาย โดยหวังเพียงอย่างเดียวว่าทหารจะออกมาทำการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาล ดังนั้นสภาพในปัจจุบันจึงเป็นคนที่มีอำนาจแต่ไม่สามารถสั่งการหรือหยิบใช้อำนาจของตนเองได้ ซึ่งในอนาคตจะเป็นเหตุให้คนที่คุมอำนาจมีความเคลือบแคลงใจเกิดขึ้น

ม.เที่ยงคืนประณามกลุ่มให้ท้าย"ม็อบถ่อย"

ศ.ดร.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน พร้อมคณาจารย์รวม 6 คน ร่วมกันแถลงข่าวและออกแถลงการณ์ประณามการร่วมสร้างภาวะมิคสัญญีในการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยระบุว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมไทยและมีเป้าหมายดึงอำนาจนอกระบบเข้ามาเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหา ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เป็นความสุ่มเสี่ยง เพราะมีการเข้ายึดสถานที่ราชการ และสนามบินสุวรรณภูมิ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบและความเสียหาย ขอให้ นพ.ประเวศ วสี, นายเสน่ห์ จามริก ปัญญาชนสาธารณะและกรรมการสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ส.ว.กลุ่ม 40 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่เคลื่อนไหวให้ท้ายกลุ่มพันธมิตรฯ มาตลอดออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อหายนะที่เกิดกับสังคมไทย


ทั้งนี้แถลงการณ์ยังระบุว่า สื่อมวลชนที่ไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งรวมถึงสถานีโทรทัศน์บางช่องเสนอข่าวด้านบวก สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ ควรทำหน้าที่ของตนด้วยการนำเสนอข่าวอย่างรอบด้านในฐานะที่เป็นสื่อสาธารณะที่มาจากภาษีประชาชน ซึ่งทางออกเฉพาะหน้าขณะนี้คือ รัฐบาลควรใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการปกป้องไม่ให้ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหาย เรียกร้องให้สังคมกดดันให้กลุ่มพันธมิตรฯ ยุติการกระทำที่นำไปสู่ความเลวร้าย

“เราไม่อยากเห็นการใช้กำลังปราบปราม แต่ควรใช้กฎหมายจัดการ เพราะการใช้ความรุนแรงตอบโต้จะนำไปสู่ความปั่นป่วน ควรมีมาตรการกดดันให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกจากสนามบิน ทั้งนี้ ไม่อยากให้ฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดงออกมายิงใส่กัน เจ้าหน้าที่รัฐต้องดำเนินการแก้ไขไม่ให้เกิดได้อีก” รศ.ดร.สมชาย กล่าว

รศ.ดร.ธงชัย วินิจกุล กับ 5 ข้อเสนอหยุด “ม็อบสถุน”

จากสถานการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรก่อเหตุร้ายควงปืนยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสถานที่ราชการหลายแห่ง พร้อมกราดยิงฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจนบาดเจ็บไม่น้อยกว่า10คนนั้นรศ.ดร.ธงชัย วินิจกุล ได้เสนอต่อฝ่ายประชาธิปไตย และประชาชาติไทยดังต่อไปนี้

1.ฝ่ายประชาธิปไตย ต้องงดและอดกลั้นไม่ออกไปปะทะกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังหรืออาวุธ เพราะเรื่องนี้เป็นการเอาแพ้-ชนะกันทางการเมือง ใครก่อความรุนแรงคนนั้นแพ้ และหากก่อความรุนแรงพร้อมกัน จะเป็นเงื่อนไขให้กองทัพทำรัฐประหาร

2.กลไกรัฐ ทั้งทหาร ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ต้องดำเนินคดีต่อแกนนำพันธมิตรและผู้กระทำผิด เมื่อเห็นว่าการชุมนุมของพันธมิตรขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะตอนนี้สะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่เป็นกองกำลังติดอาวุธ ใช้ความรุนแรง และยึดสถานที่ราชการหลายแห่ง ยึดสนามบินนานาชาติ ก่อผลเสียหายต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของชาติหากไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ผู้เกี่ยวข้องเช่น รัฐมนตรีมหาดไทย ผบ.ทบ. ผบ.ตร.สมควรลาออก หรือถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

3.อย่าแก้ปัญหาผิดจุด เช่น ทำรัฐประหาร หรือกดดันให้รัฐบาลลาออก เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ไม่ว่าอดีตนายกฯทักษิณจะโดนปฏิวัติ อดีตนายกฯสมัครจะโดนออกเพราะคำตัดสินของศาล แต่พันธมิตรไม่เคยหยุดก่อความเสียหายต่อประเทศ กลับกำเริบเสิบสานมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเทศไทยไม่มีหลักนิติรัฐ และขาดหลักนิติธรรม ดังนั้นทุกฝ่ายที่มีอำนาจชี้นำสังคม ประกอบด้วยชนชั้นนำ กองทัพ นักวิชาการ สื่อสารมวลชน กลุ่มพลังกดดันทางการเมือง ต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด คือจุดไหนร้าย เป็นตัวปัญหา ทำผิดกฎหมายก็ต้องจัดการตรงนั้น ต้องจัดการดับทุกข์ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ

4.ผู้มีอำนาจ และมีเสียงดังในสังคมต้องหยุดให้ท้ายพันธมิตร ชนชั้นนำ กองทัพ นักวิชาการสื่อสารมวลชน กลุ่มพลังกดดันทางการเมือง นักเขียน ศิลปิน แพทย์ เอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน ต้องหยุดให้ท้ายพันธมิตร หรือกลุ่มพลังที่กระทำนอกกฎหมาย ทั้งที่กระทำผิดหลายกรณีอย่างโจ่งแจ้ง แต่กลับไปประนามผู้บังคับใช้กฎหมาย หาไม่แล้วท่านก็ควรประกาศตัวไปเลยว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตร

5.ต้องสนับสนุนทางออกที่สมานฉันท์ด้วยการเจรจาหรือสานเสวนา เพราะหากเดินหน้าเพื่อเอาชนะคะคานกัน แบบให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้ อีกฝ่ายชนะ จะไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ

ทั้งระยะเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว มีแต่จะแตกแยก บานปลายไปเป็นสงครามกลางเมือง จึงควรสนับสนุนกระบวนการเจรจาปรองดองภายในชาติ หรือกระบวนการสานเสวนาที่ดำเนินการโดยฝ่ายที่เป็นกลาง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติ


หยั่งท่าที'กองทัพ'กลิ่นอายรัฐประหารโชย!


แกนนำความจริงวันนี้ย้ำชัด เล็งเป้า 'อนุพงษ์' ขู่อย่าคิดโง่ริปฏิวัติเงียบ-บีบให้นายกฯออก ลั่นผบ.ทบ.ไม่มีอำนาจสั่งชี้เป็นชี้ตาย 'สมชาย' ฝากบอกคนเสื้อแดงรอสัญญาณรวมพลสนามหลวง พร้อมยึดกองทัพไทย กองทัพบก และทวงคืนสุวรรณภูมิด้วยตัวเอง เผยข้อมูลลับม็อบมารเตรียมสวมรอยป่วนเมือง หวังปัดสวะ 'คนรักประชาธิปไตย'

จากกรณีล่าสุดที่มีกระแสข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์อ้่างแหล่งข่าวระบุว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเตรียมประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่สนามบินอู่ตะเภา บวกกับกระแสคนเสื้อแดงจะได้ประกาศรวมพลที่ท้องสนามหลวงเพื่อต่อต้านการปฏิวัติ

วันนี้(26 พ.ย.) ที่ชั้น 6 อิมพีเรียล เวิลด์ สำนักงานบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ นายวีระ มุกสิกพงษ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ร่วมดำเนินรายการความจริงวันนี้ และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำการตอบโต้กับเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศประสบปัญหาอย่างหนักโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ เป็นการตอกย้ำชาติ รวมทั้งอยากให้ผู้เกี่ยวข้องกับการป้องกันสถานการณ์บ้านออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.และพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.เพราะที่ผ่านมาเป็นการปล่อยเกียร์ว่างโดยไม่ทำอะไร ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทวงสนามบินสุวรรณภูมิคืนโดยเร็ว เพื่อฟื้นฟูวิกฤตปัญหาที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนเสื้อแดงต้องทำการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ รวมทั้งท่าทีการร่วมหารือของหน่วยงานความมั่นคงโดยมีผบ.ทบ.เป็นประธานนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ หากผลสรุปของการประชุมคือกดดันให้รัฐบาลลาออก หรือทำการรัฐประหารเงียบกลุ่มคนเสื้่อแดงจะทำการรวมตัวกันที่สนามหลวง กองทัพบก กองทัพไทย และจะทำหน้่าที่ทวงสนามบินสุวรรณภูมิคืนในทันที เนื่องจากผบ.ทบ.ไม่มีอำนาจหน้าที่ให้นายกฯลาออกจากตำแหน่ง

นายจักรภพกล่าวเสริมถึงกรณีดังกล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังทดสอบประชาชนทั้งชาติ ในวิธีที่ก้าวร้าวรุนแรง โดยไม่ห่วงบ้่านเมือง ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ปัญหาก่อนในเบื้องต้น หากไม่มีทีท่าดีขึ้นหรือมีสัญญาที่อาจก่อให้เกิดการรัฐประหาร หรือแม้่แต่ให้คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาเป็นนายกฯ นั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่คนเสื้่อแดงจะออกแสดงความเป็นเจ้าของประเทศ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวการที่นายกรัฐมนตรีเตรียมประกาศลาออกจากตำแหน่งนั้น นายจตุพรกล่าวว่าตนไม่เชื่อสถานการณ์ดังกล่าว และคิดว่าคงไม่เป็นเรื่องจริง และขอให้คนเสื้อแดงบางส่วนที่เข้าใจผิดเดินทางไปยังสนามหลวงกลับยังที่พักโดยเร็วและรอสัญญาณจากทางนายวีระในลำดับต่อไป

นปช.เผยม็อบมารสวมรอยเสื้อแดง

เช่นเดียวกันกับนายวิภูแถลง พัฒนถูมิไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)กล่าวยืนยันว่าตนได้ทำการพูดคุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาโดยไม่มีท่าที หรือสัญญาณใดๆจากนายณํฐวุฒิเกี่ยวกับกระแสข่าวนายสมชายเตรียมประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ พร้อมกับระบุว่าคนเสื้่อแดงยังไม่มีการเรียกรวมพลไปยังท้องสนามหลวงแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นเพียงกระแสที่ต้องการสร้างให้เกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย

โดยในลำดับต่อไปตนและแกนนำต้องรอดูท่าทีของพล.อ.อนุพงษ์เสียก่อนว่าจะมีผลสรุปการประชุมหน่วยงานความมั่นคงซึ่งหากมีท่าทีที่ไม่เป็นประชาธิปไตยคนเสื้อแดงก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่เรียกร้องความเป็๋นประชาธิปไตยกลับคืน แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาทำการเคลื่อนกำลังคนเสื้อแดง

นอกจากนี้แกนนำนปช.กล่าวเปิดเผยว่ามีรายงานข่าวแจ้งเข้ามาว่าพบว่ากลุ่มพันธมิตรฯบางส่วนได้มีการซุกซ่อนเสื้อแดงไว้ภายในรถที่ขนผู้ชมุนุม เพื่อเตรียมก่อความไม่สงบภายในค่ำคืนวันนี้ เพื่อทำการโยนความผิดให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯไม่สามารถกระทำการเรียกทหารให้ออกมาปฏิวัติได้อย่างที่ตั้งใจ บวกกับฑูตต่างประเทศไม่ให้การสนับสนุนแนวทางดังกล่าว จึงต้องใช้วิธีการสร้างความวุ่นวายอย่างนี้

ส่วนกระแสข่าวคนเสื้อแดงมีการเรียกมวลชนเพื่อไปที่ท้องสนามหลวงในวันนี้ ตนมองว่าอาจเป็นการสร้างกระแสจากกลุ่มคนผู้ไม่ประสงค์ดีก็เป็นได้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดจากแกนนำแม้แต่น้อย และตนขอย้ำอีกครั้งว่ากลุ่มคนเสื้่อแดงจะออกมารวมพลังมวลชนที่ท้องสนามหลวงก็ต่อเมื่อมีการปฏิวัติเท่านั้น จึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อการปลุกปั่นในขณะนี้

'จตุพร' จวก ผบ.ทบ.เอาคนพธม.มาเป็นเงื่อนไขเจรจา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผาจินดา ระบุถึงผลการหารือว่าให้นายกรัฐมนตรียุบสภานั้น ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้บัญชาการทหารบก เพราะนั่นหมายถึงหากต่อไปกลุ่มคนใดไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ก็ออกมาชุมนุมขับไล่อีก ส่วนจะมีชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ คงต้องรอผลการหารือและมาตรการชัดเจนในวันพรุ่งนี้ ซึ่งการที่ นายสุรพล นิติไกรพจน์ ซึ่งเป็นคนของคมช.มาแถลงข่าวคู่กับพล.อ.อนุพงษ์ ก็แสดงให้เห็นว่า เป็นการลดความน่าเชื่อถือเพราะกำลังเอาคนของพันธมิตรฯมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจา

'สัมพันธ์'ทุบหม้อข้าวตัวเองหนุนม็อบมาร

วันนี้(26 พ.ย.)นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า เป็นสิทธิ์ที่ทำได้และเป็นไม้ตายของพันธมิตรฯในการขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ถ้าไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่มีทางกดดันให้รัฐบาลหรือนายกฯลาออกได้ ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งหรือแสดงความจริงใจในการเจรจากับกลุ่มพันธมิตร โดยเฉพาะนายสมชาย ไม่เคยประกาศชัดเจนว่าต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งและรุนแรงครั้งนี้ แต่ยอมรับว่าการปิดล้อมสนามบินอาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศและเศรษฐกิจบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับหายนะ



นายกรัฐมนตรีถึงเชียงใหม่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงกองบิน 41 จ.เชียงใหม่แล้ว ยังไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับผู้สื่อข่าว



ส.ส.พปช.เตรียมเสนอนายกฯปลด'อนุพงษ์'

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ และส.ส.กลุ่มพลังประชาชน แถลงว่า ไม่ใช่หน้าที่ของพล.อ.อนุพงษ์ ที่จะเสนอให้นายกรัฐมนตรี และจะทำหนังสือเสนอถึงนายกรัฐมนตรีให้ปลด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) และจะเสนอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สอบสวนความผิดของ พล.อ.อนุพงษ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ในประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากไม่กล้าตัดสินใจรักษาความสงบของบ้านเมือง


คุมเข้มศาลรธน.

วันนี้เวลา 9.30 น.สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดคู่กรณีคดียุบ 3 พรรคการเมืองคือพลังประชาชน ชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย นัดแรก โดยคดีดังกล่าวอัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยยุบพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค

ขณะที่บริเวณศาลรัฐธรรมนูญมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า



'ณัฐวุฒิ'ยันยังไม่เลื่อนประชุมครม.

โฆษกรัฐบาล เผยการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ยังไม่มีการแจ้งเลื่อนหรือ ยกเลิก เชื่อกองทัพกำลังดำเนินการ หากนิ่งเฉยถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ทอท.ปิดสุวรรณภูมิหลังม็อบชั่วป่วน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ยังไม่มีการแจ้งเลื่อนหรือ ยกเลิก ฉะนั้นจึงถือว่า มีการประชุมตามปกติ ส่วนสถานที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนการนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ของกองทัพ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วง เชื่อว่ากองทัพกำลังดำเนินการอยู่ เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ขณะนี้กองทัพคงนิ่งเฉยไม่ได้ หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะทหารเป็นเจ้าพนักงาน การที่พันธมิตรฯสามารถบุกสถานที่ราชการต่าง ๆ ได้ นั้นเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลอยู่แล้วนั่นคือต้องการให้เกิดสันติวิธี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรฯ ยังปักหลักยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนเครื่องบินไม่สามารถขึ้นลงได้

นอกจากนี้ นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำนวนมาก ได้มีการชุมนุมหน้าอาคารผู้โดยสารชั้น 4 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้โดยสารจะต้องเดินทางเข้าไปเช็กอินจึงทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางเข้าไปเช็กอินได้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประกาศงดเที่ยวบินที่จะออกเดินทางจากสนามบินทุกเที่ยวบินตั้งแต่เวลา 04.00 น. เป็นต้นไป สำหรับเที่ยวบินขาเข้าก็ไม่สามารถที่จะลงได้เช่นเดียวกัน จนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ



ยังไร้เงาทหารดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ ตร.กำลังหลักดูแลพื้นที่ ทอท.ประกาศห้ามเครื่องบินขึ้น - ลง

ยังไร้เงาทหารดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ ตร.กำลังหลักดูแล เกิดเหตุชุลมุน มีคนหัวแตก หลังพธม.บุกถึงอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ ทอท.ประกาศไม่ให้เครื่องบินขึ้นลง ทำทั้งผู้โดยสาร-ลูกเรือ ตกเครื่องระนาว หลังช่วงเช้ามืด พธม.ยกพลบุกที่ดอนเมืองได้ ตร.รวบการ์ดค้นเจอ "อูซี่-กระสุน" เพียบ

ยังไร้เงาทหารดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ ตร.กำรปภ.เป็นหลัก


นายขวัญชัย วงศ์นิติกร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะรับผิดชอบพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ถึงการรักษาความปลอดภัยบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ หลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนขบวนไปปิดล้อม ว่า กำลังดูแลสถานการณ์หลักเป็นตำรวจจากกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรปราการและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โดยมีการอำนวยความสะดวกและป้องกันมวลชน 2 ฝ่ายไม่ให้ปะทะกัน


นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า เรื่องความปลอดภัยคงไม่มีปัญหา ทั้งนี้ ตนได้ขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมให้อยู่ในกรอบ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี ด้านตำรวจที่ทำหน้าที่ก็อยู่ในความสงบ สันติและไม่ใช้อาวุธ เพื่อป้องกันอารมณ์ของผู้ชุมนุม


เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจอย่างไรว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะปลอดภัย นายขวัญชัย กล่าวว่า ภายในสนามบินมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานทำหน้าที่ ส่วนภายนอกเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ภายหลังมีการถอนกำลังตำรวจไปอยู่รอบนอกและสถานที่สำคัญเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมร้องขอเพื่อลดการเผชิญหน้า


ด้านนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาได้ประสานขอกำลังทหารเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกำลังทหารเข้ามาตามที่ร้องขอแต่อย่างใด

อ่านรายละเอียดต่อ มติชนออนไลน์