WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, November 28, 2008

พธม.ยึดสุวรรณภูมิ สังคมออนไลน์ร่ำไห้

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
[28 พ.ย. 51 - 14:17]

“เกือบต้องตกค้าง...อยู่สุวรรณภูมิแล้วครับ”

เสียงหนึ่ง...นามว่า “bananaku” ห้องราชดำเนิน เว็บไซต์ www.pantip.com โพสต์เปิดกระทู้ไว้ตอนตีสี่ครึ่ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551

ตารางนัดหลังเสร็จการประชุมที่กรุงเทพฯ ต้องกลับภูเก็ตวันอังคารที่ 25 จอง Air asia เที่ยวบิน FD 3027 เครื่องออกเวลา 21.10 น.

“ห้าโมงครึ่ง โชคดีแฟนโทร.มาบอกว่า พันธมิตรฯกำลังจะปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ให้รีบไปด่วน ผมนั่งแท็กซี่ขึ้นทางด่วนพระรามเก้า อีก 3 กิโลเมตร จะถึงสนามบิน ก็เห็นขบวนรถติดแหง็ก...ไม่คิดว่าจะทำกันขนาดนี้”

บรรยากาศบนทางยกระดับ มีรถจอด 3 เลนซ้าย พอจะขยับคลานไปได้บ้าง 3 เลนขวา แล้วค่อยๆบีบเหลือ 1 เลน...บังคับให้ลงข้างล่างฝั่งซ้ายสุด แต่ไม่ให้ตรงไปอาคารผู้โดยสาร เพราะข้างหน้ามีขบวนรถกั้นไว้เต็ม แถมยังมีบังเกอร์...ลวดหนาม

ผู้คนบนรถที่กำลังมุ่งหน้าไปสนามบิน หน้าเครียด มองซ้าย มองขวา สีหน้ากังวลชัดเจน มองไปที่การ์ดพันธมิตรฯ แต่งตัวเหมือนที่เราเคยเห็น...ใส่ชุดดำ หมวกไหมพรมหรือไม่ก็มีผ้าปิดหน้าตา พร้อมหน้ากาก แว่นกันแก๊สเกือบทุกคน

จุดสะดุดตา...แต่ละคนมีกระเป๋าคาดไหล่เล็กๆ มือคอยซุก จับกระเป๋าไว้ตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะนั่งยองๆ ไม่เดินไปมา สายตามองออกไปนอกทางยกระดับ ท่าทีลุกลี้ลุกลน

“นึกในใจ จะเกิดเรื่องไหมเนี่ย...น่ากลัวจัง”

ที่ทำให้รู้สึกแปลกมากๆ...การ์ดบางคนเดินถือไม้ยาวประมาณเมตรกว่า เดินตรวจไปมารอบๆรถที่ติดมากๆ เพื่อดูลาดเลา หรือดูว่ารถคันไหนมาก่อกวนหรือเปล่า

“สายตาที่มองมา ราวกับเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตั้งด่านตรวจหาคนร้าย”

ประมาณทุ่มครึ่ง เช็กอินเรียบร้อย ทานข้าวรองท้องเสร็จ...สองทุ่มสิบห้านาที เตรียมขึ้นเครื่อง เริ่มเห็นความวุ่นวาย...ตำรวจสลายม็อบเดินกันเต็มชั้นผู้โดยสารขาออก

เครื่องบินขาเข้าเทียบงวงช้าง ปกติต้องรอให้ผู้โดยสารออกมาหมดก่อน แล้วพักเครื่องแป๊บนึง แต่วันนี้...เรียกขึ้นเครื่องรอไว้เลย ทันทีที่ผู้โดยสารออกมาจากเครื่องหมดก็ปล่อยผู้โดยสารขาออกเข้าเครื่องทันที

ได้ยินเสียงจากวิทยุภายในคุยกันว่า...“ให้รีบนำผู้โดยสารทุกคน ขึ้นเครื่องโดยเร็วที่สุด เพราะพันธมิตรฯเข้ามาในสนามบินได้แล้ว”

ถึงภูเก็ต...เห็นภาพข่าวพันธมิตรฯเข้าไปยึดในสนามบินได้เรียบร้อย พร้อมกับภาพทำร้ายเจ้าหน้าที่สนามบิน...

“ผมรู้สึกสงสารประเทศไทย ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดช่วยคุ้มครองประเทศไทยด้วยเถอะครับ อย่าให้มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้ออีกเลย”

หลาย ความเห็นบอกว่าอ่านกระทู้แล้วเศร้าใจ อยากร้องไห้ บางคนก็ขออนุญาตระบายทุกข์ว่า การปิดสนามบินทำให้ธุรกิจเสียหาย เพราะไม่สามารถส่งของสดไปต่างประเทศได้ภายใน 6 ชั่วโมง

ผลที่จะตามมาอีกระลอก...ผู้ค้าต้องเปลี่ยนไปซื้อของเจ้าอื่น หนำซ้ำยังต้องโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย...ก็ได้แต่หวังว่าต่างประเทศจะ เข้าใจ

เจ้าของกระทู้รายนี้ โพสต์ไว้ตอนตีห้า ออกตัวว่า ไม่ยุ่งการเมือง เพราะไม่อยากเป็นเหยื่อ ไม่ว่าฝ่ายเหลือง...ฝ่ายแดง

“การลากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่อีกเส้นของเศรษฐกิจประเทศเข้ามาเพื่อกดดันรัฐบาล แล้วบอกว่า...ต้องรับสภาพ ขอถามจริงๆว่า...ใครเป็นคนทำลายเศรษฐกิจไทยกันแน่”

บางเสียงก็โพสต์ปลอบ... “พวกเขาไม่สนใจ เราจะเสียหายอย่างไร ประเทศจะถอยหลังหมดความเชื่อถือในสายตาจากต่างประเทศ...ขอให้นึกทางพระเข้า ข่ม เราเคยทำกรรมอะไรไว้เมื่อชาติก่อน”

เสริมด้วย คุณขยะแห้ง ตั้งกระทู้ลอยๆไว้ว่า...เมื่อใด? ที่มีการกบฏยึดอำนาจ กลุ่มที่ทำ...สามารถมาบริหารประเทศได้ ไม่มีความผิด การบังคับกฎหมาย ก็จะไม่มีผล ในประเทศที่ว่าเป็นประชาธิปไตย

“ความวุ่นวาย จะไม่รู้จบ อย่าบอกว่าม้วนเดียวจบเลย...ยี่สิบม้วนก็ไม่จบ เพราะระบอบประชาธิปไตย บอกว่า เราเท่าเทียมกัน”

คุณขยะแห้งยังโพสต์โยงถึงความเห็นของ สมศักดิ เจียมธีรสกุล นักวิชาการรัฐศาสตร์ ที่ชี้ยุทธวิธีของพันธมิตรฯขณะนี้ชัดเจน

“พยายามสร้างความรู้สึกที่ว่า เกิดภาวะ civil disorder คือ ความวุ่นวายทางสังคม ความไม่มีระเบียบ จัดการไม่ได้...เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล”

การปิดสุวรรณภูมิ...มีผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวมาก เพราะเป็นช่วงไฮซีซัน

วิเคราะห์กันไปต่างๆนานา ต้องมาสะดุดกับคำว่า สปอนเซอร์ใหม่?

คุณ PageOne อธิบายสั้นๆว่า ปิดสุวรรณภูมิ ก็ตรงตามเจตนารมณ์ รัฐบาล...หลังการปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

“สุวรรณภูมิมีปัญหา...เครื่องบินทุกสายต้องไปลงที่สิงคโปร์ ไม่แน่ว่า...ครั้งนี้ อาจมีตังค์ทอนอีกโข”

วันนี้...ทั่วโลกกำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ แถบยุโรปเริ่มมีคนตกงาน มากขึ้น คนที่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม...ก็เริ่มถูกปลดออกจากงาน

นักวิชาการประเมินว่า กว่าจะฟื้นตัวเหมือนเดิม อาจใช้เวลาถึงปี 2555...นาน 4 ปีเต็ม

“เยอรมันมีตัวเลขคนตกงานเกิน 700,000 คนเข้าไปแล้ว... แต่บ้านเรา ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเผาป่าเพื่อกำจัดโรบินฮูด...คนเดียว”

นานาทรรศนะกรณีพันธมิตรฯยึดสนามบินสุวรรณภูมิ พูดกันแตกแขนงแยกย่อยหลากหลายประเด็น บางคนบอกตรงๆ ยังไม่เชื่อว่า...เมืองไทยจะมาถึงจุดนี้ได้จริงๆ

“คนที่อยู่ตรงกลางไม่มีที่ยืนแล้ว ตัวลีบลงทุกวันๆ จะพูดคุยกับใครก็ระแวงไปหมด ไม่เห็นด้วยก็ถูกเหมาว่าเป็นอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ”

คุณ Giggs ย้ำว่า ตัวเองก็แทบจะพึ่งไม่ได้แล้ว...ทุกวันนี้ตื่นมาตอนเช้าไม่รู้ว่าจะถูกเลย์ออ ฟเมื่อไร ไม่รู้ว่าแต่ละวันจะทำอะไรกินดี ที่ประหยัดและอิ่มท้องที่สุด

เมื่อถามถึงทางออก ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น คุณ seifiros ดูท่าว่าจะเป็นอีกคนที่ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด โพสต์ไว้ตอนตีสองกว่าๆ ฟันธงว่า “สงครามครั้งสุดท้ายของสุดท้าย พธม.พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง”

“ผมเชื่อว่า...หลังที่ทุกคนได้เห็นเหตุการณ์วันนี้แล้ว คนที่เป็นกลาง หรือแม้แต่คนที่เชียร์พันธมิตรฯจำนวนไม่น้อย จะหันไปเข้ากับฝ่ายตรงข้าม”

ทางออกเฉพาะหน้า เท่าที่คิดได้ คงมีอยู่แค่ 2 ทาง ทางแรก...ใช้กำลังสลายการชุมนุม (ไม่ว่าจะด้วยประชาชนฝ่ายตรงข้าม หรือรัฐบาลสั่งการก็ตาม)

ทางที่สอง...รัฐบาลยอมถอยหลายก้าว ยุบสภา แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่

ที่คิดให้เช่นนี้ เพราะการที่จะหวังให้พวกเค้าคิดได้เอง หรือจะรอให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมค่อยๆตีตนลาจากการชุมนุม ให้ม็อบสลายหายไป คงไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

ที่น่าห่วงกว่าทักษิณจะได้รับโทษหรือไม่? สมัครจะเป็นอย่างไร? รัฐบาลจะยุบสภาไหม? ก็คือ...เราจะมีอะไรกินไหมในวันพรุ่งนี้?

ท่ามกลางความร้อนแรงของเหตุบ้านการเมือง ดูเหมือนว่าฝ่ายที่ไม่เลือก ข้าง ยืนอยู่ตรงกลางจะห่วงกับปากท้อง ให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจมากที่สุด

จะด้วยการบล็อก หรือลบจากเจ้าของเว็บไซต์...ทรรศนะส่วนใหญ่ ไม่มีเสียงด่า ต่อว่าพันธมิตรฯแบบสุดโต่ง หยาบคาย ส่วนใหญ่มีแต่ให้กำลังใจกันและกัน และควรเตรียมใจเผื่อไว้ทุกสถานการณ์

“การยึด...อาจไม่นาน แต่ถ้าตัวสนามบินมีปัญหาก็อาจใช้งานไม่ได้...นาทีนี้ ไม่มีใครคาดเดาได้เลย ขนาดทำเนียบยังไม่น่าเชื่อ ก็ยังยึดได้ตั้งหลายเดือน”

คล้อยหลังวันม็อบพันธมิตรฯบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิเต็มรูปแบบ วันแรก...บทสรุปยังไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ที่กระทบแน่ๆคือเศรษฐกิจ และบาดแผลที่เยียวยาไม่ง่ายเลย คือความเชื่อมั่นของต่างชาติ.

Clip ทัศนะของนักท่องเที่ยวต่างชาติ กับ กรณี พธม ปิด สุวรรณภูมิ




http://www.youtube.com/watch?v=mazTO9btkmE

เสียงระเบิดดังหลังเอเอสทีวี รวบการ์ดอาสาพันธมิตร

[28 พ.ย. 51 - 03:33]
ข่าวจาก ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.50 น. ที่ผ่านมา (28 พ.ย.) เกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง บริเวณด้านหลังอาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ สถานที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ใกล้สวนสันติไชยปราการ ก่อนมีเสียงปืนดังประมาณ 10 กว่านัดตามมา

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายพรชัย สงวนพงศ์ อายุ 41 ปี โดยนายพรชัย ให้การยอมรับว่าเป็นการ์ดอาสาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวีอยู่

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์มีเสียงหวีดดังขึ้น 3 ครั้ง และคนขับเรือผ่านมาทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนมีเสียงปืนดังขึ้นและตนเองได้ ยิงปืนสวนกลับไป ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปลอกกระสุนปืนตกอยู่หลายนัด กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายพรชัยกล่าวว่า ตนเองตกใจ และทิ้งอาวุธปืนลงแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายพรชัยไปสอบสวนที่ สน.ชนะสงครามต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในตัวของนายพรชัยมีผ้าพันคอและผ้าโพกศีรษะของนักรบศรีวิชัย และ ผ้าที่แสดงตัวเองว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมอาวุธประจำตัว แมกกาซีนกระสุนปืน 2 ชุด กระสุนปืนขนาด .22 มม. จำนวน 50 นัด และ กระสุนปืนขนาด 11 มม. อีก จำนวน 6 นัด พร้อมเสื้อเกราะกันกระสุน





อ่า่นข่าวเดียวกัน ที่ manager.com

พิจารณาเอาว่าใครทำใครกันแน่....

Clip จาก คุณ สิงห์สนามหลวง pantip.com

อ่ะนะ - -*

http://www.youtube.com/watch?v=vZYGh2yWbFw

นาที ผู้ประกาศ astv เปิดก้นโกยแนบ
http://www.youtube.com/watch?v=TW5VM_D0buE

หยุดทำชาติย่อยยับ


วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11220 มติชนรายวัน
บทนำมติชน

ปฏิบัติ การเข้มข้นของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วยการนำมวลชนเข้าปิด ล้อมและยึดการท่าอากาศยานหรือสนามบินสุวรรณภูมิ บางพลี สมุทรปราการ ทั้งด้านนอกและภายในอาคารเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ได้ก่อให้เกิดความเสียหายไม่เพียงแต่รายได้ที่ขาดหายไปของการท่าอากาศยาน อย่างน้อยละวัน 50 ล้านบาท จากเหตุที่สายการบินไม่สามารถขึ้นและลงได้ ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสารขาออกประมาณ 3,000 คน ที่ติดค้างในสนามบิน แต่ละคนต้องประสบปัญหาการกินการอยู่และการดำเนินชีวิตอื่นๆ ที่ไม่สะดวกสบาย กระทบกระเทือนต่อแผนงานที่ตระเตรียมไว้ ซึ่งแต่ละคนก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยยังพังพินาศไปในพริบตา ส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยวอันมีธุรกิจเกี่ยวข้องมากมายที่จะซึมยาวไม่น้อย กว่า 6 เดือนนับจากนี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ของพันธมิตรด้วยข้ออ้างเพื่อมิให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งกลับจากการประชุมผู้นำกลุ่มเอเปค ณ ประเทศเปรู ได้ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิและพร้อมกันนั้นก็ต้องการกดดันให้นายสมชายลาออก จากนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อนายสมชายหลีกเลี่ยงการลงสนามบินสุวรรณภูมิ พันธมิตรยังปิดล้อมและยึดสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป ย่อมเท่ากับ พันธมิตรกำลังเอาความเดือดร้อนของผู้โดยสารของสายการบินต่างๆ จากทั่วโลกและความเสียหายต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงของประเทศไทยมาเป็นเครื่อง ต่อรองหรือใช้เป็นตัวประกัน ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะขัดต่อหลักของการต่อสู้แบบอหิงสาหรืออารยะขัดขืนตามที่ได้ประกาศไว้

ตลอด 6 เดือนเศษที่พันธมิตรชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 การเคลื่อนไหวของพันธมิตรแม้จะเป็นการต่อสู้ของภาคประชาชนที่ขัดขวางการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ การขับไล่รัฐบาลนายสมัครซึ่งมีเหตุผลที่พอรับได้ แต่ขณะเดียวกันก็ท้าทายต่อการกระทำผิดกฏหมายที่อาจถูกดำเนินคดีและเสี่ยงต่อ การถูกตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการหลายอย่างถูกโจมตี เช่น การบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลแล้วใช้เป็นที่ชุมนุมยืดเยื้อมานานเกือบ 4 เดือนเต็ม ทรัพย์สินส่วนหนึ่งสูญหายและชำรุด การบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที การปิดล้อมรัฐสภาเพื่อปิดทางมิให้คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายจนำไปสู่การเกิด จลาจลเลือดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม การปิดล้อมทำเนียบชั่วคราว ที่สนามบินดอนเมือง ฯลฯ ล่าสุดไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ

การ เคลื่อนไหวหลายอย่างที่ผ่านมาของพันธมิตรมีความชอบธรรมและเกิดประโยชน์ต่อ บ้านเมือง ยกระดับการตื่นตัวของประชาชนได้เข้าใจสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ของตนในการเข้า ร่วมตรวจสอบทางการเมือง ทำให้ผู้ปกครองประเทศพึงระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และมีคุณธรรม แต่การเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลนานเกินไป แล้วยังไปปิดล้อมทำเนียบที่ดอนเมือง ตามมาด้วยสนามบินสุวรรณภูมิได้กลายเป็นจุดอ่อนของพันธมิตรที่กลายเป็นความ ไม่ชอบธรรม โดยหลักเมื่อนายสมชายไม่มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ควรยกเลิกการชุมนุมเพราะ เพราะเหตุผลที่จะสกัดกั้นนายสมชายได้หมดไปแล้ว กระนั้นก็มิได้หมายความว่า การขัดขวางนายสมชายด้วยเป้าหมายจะหยุดยั้งการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จะเคลื่อนไหว ชุมนุมปิดกั้นได้ทุกหนทุกแห่งตลอดไปโดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย

สิ่ง ที่ไม่ควรมองข้ามไปอย่างง่ายๆ ก็คือ การต้องพูดถึงระบบการรักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิหรือแม้แต่ ดอนเมืองก็ตาม ซึ่งรัฐควรจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและมีแผนที่จะต้องใช้ในสภาวะฉุก เฉินเพื่อป้องกันและระยับยับยั้งกับกลุ่มคนที่จะปฏิบัติการในลักษณะจะก่อให้ เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศ เช่น กลุ่มโจรก่อการร้าย กลุ่มมวลชนที่ยกขบวนมาปิดล้อม ฯลฯ ไม่ว่าฝ่ายการเมืองจะดีหรือเลวอย่างไร เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ผู้ที่ย่อหย่นอจะด้วยประการใดๆ ควรจะต้องมีโทษ รวมถึงกลุ่มคนที่กระทำผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายต่อรัฐต่อแผ่นดิน นอกจากจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังจะต้องให้ร่วมกันรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย หากจำเป็นจะต้องออกกฎหมายจัดตั้งศาลพิเศษขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อพิจารณาคดี เหมือนกับประเทศเกาหลีใต้ก็ควรจะทำ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างในอนาคต




เนื้อหา จาก มติชนรายวัน รูปประกอบจาก Pantip.com โดยคุณ Sky

Thursday, November 27, 2008

รอง ผบช.น.ชี้ยึดสุวรรณภูมิผิดฐานก่อการร้่าย

วันนี้ (27 พ.ย.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะ รองโฆษก บชน.ระบุ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯขณะนี้ โดยเฉพาะการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ส่อเข้าข่ายความผิดฐานก่อการร้าย ตามกฎหมายอาญามาตรา 135 มีโทษสูงสุดประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือ จำคุก 3 - 20 ปี อีกทั้ง ยังเข้าข่ายความผิดมูลสาร ตามพระราชบัญญัติฟอกเงินจึงขอวอนแกนนำ ทบทวนการกระทำดังกล่าว สำหรับ คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่ง ให้พันธมิตรฯ ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นบันไดทางลง

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะรอฟังมติคณะรัฐมนตรีว่า จะสั่งการให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะขณะนี้ประเทศไทยเสมือนปิดประเทศไปแล้ว และกำลังดิ่งลงเหว ซึ่งหากมีการประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พระราชบัญญัติความมั่นคง จะทำให้มีอำนาจเข้าจัดการปัญหาได้มากขึ้น



กระหึ่มเว็บทหารเตรียมปฎิวัติ!'วีระ'ฮึ่มส่งสัญญาณ'คนเสื้อแดง'ลุย


โชยกลิ่นปฏิวัติ! เสียงเซ็งแซ่กระหึ่มเว็บ กองทัพเตรียมยึดอำนาจ นปช.ปลุกคนเสื้อแดงค้านเผด็จการทหาร เล็งใช้ พรก.ฉุกเฉินเช็กบิลพันธมาร "จตุพร"จวก"บิ๊กป๊อก"นั่งบนภูเสี้ยมให้บ้านเมืองแตกแยก หวังหยิบชิ้นปลามัน เคลื่อนพลรวบอำนาจ

วันนี้ (27 พ.ย.) นายวีระ มุสิกพงษ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ให้สัมภาษณ์ถึงมติของที่ประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.) วานนี้ (26 พ.ย.) ว่า คณะดังกล่าวอยู่ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนงานในการแกเปัญหารวมถึงเสนอมาตรการและแนวทางต่อนายฯ ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า คตร.มีหน้าที่เสนอแนวทางต่อนายกฯ แต่เมื่อวานนี้มีการออกแถลงการณ์ก่อนก่อนเสนอแนวทางต่อนายกฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีการเปิดโอกาสให้นายกฯตัดสินใจ แต่ในขณะที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ก็ออกมาปฎิเสธของเสนอของคณะคตร.กรณีให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ย้ายออกจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยเร็วที่สุด และยุติการชุมนุมในทุกพื้นที่ และนายกฯ เองก็ประกาศไม่ยุบสภาและไม่ลาออก ซึ่งจะเห็นได้ว่าข้อเสนอของ คตร.ก็เป็นหมันไปแล้ว 2 ข้อ

นายวีระ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากที่ประชุม คตร.ว่า มติดังกล่าวไม่ได้เป็นมติของที่ประชุมอย่างแท้จริง แต่เป็นการรวบรัดโดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ หวังว่า ครม.หรือรัฐบาลจะได้เป็นผู้จัดการแก้ปัญหาความไม่สงบในขณะนี้ โดยใช้ พรก.ฉุกเฉินฯอีกครั้ง เพื่อจัดการให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ทั้งนี้ แนวร่วม นปช. ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ มีการเตรียมร้อมอยู่แล้วหากเกิดเหตุกาสรณ์ไม่ชอบมาพากล

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวการนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าทุกคนก็มีความรักชาติ รักแผ่นดินเพราะฉะนั้นคงไปห้ามกันไม่ได้

ด้าน นายนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า หากมีการบีบนายกฯ หรือทำรัฐประหารเงียบ จะต้องมีการเคลื่อนไหวแน่นนอนโดยจะปิดล้อมกองบัญชาการกองทัพบก กองบัญชากองทัพไทย และสนามบินสุวรรณภูมิ และยืนยันว่าจะไม่มีการเผชิญหน้า

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินว่า หากไม่ประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯ ตนอยากถามว่าใครมีอำนาจที่จะจัดการให้กลุ่มพันธมิตรฯออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งผู้ที่มีอำนาจก็คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่หากใช้หลักการเดิมกรณีเอาหมายศาลไปติดอย่างที่ทำเนียบ ก็ไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไร ตนจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ.โดยตนมองว่า เมื่อวานนี้ไม่ใช่เป็นการประชุม คตร.แต่เป็นการประชุมคณะวงการร่วม ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าพันธมิตรฯ ที่เข้าไปยึดกองบินนั้นมีคนในรู้เห็นเป็นใจย่างแน่นอน จึงอยากเรียกร้องให้ท่าอากาศยานและการบินไทยเร่งจัดการเรื่องนี้

นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า ในฐานะนักการเมืองตนไม่กลัวที่จะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ และขณะเดียวกันกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ยังเรียกร้องให้มีการเมืองประชาภิวัฒน์เกิดขึ้น ซึ่งตนมองว่าเป็นการปิดประตูการเจรจาอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ สถานภาพ ผบ.ทบ.อยู่ในสภาพลอยตัวทำตัวเป็นผู้ดีอยู่บนภู ด้วยการพัฒนาความเสียหายของประเทศชาติ สุดท้ายก็ทำรัฐประหาร ซึ่งตนคิดว่านายกฯ มีอำนาจที่จะปลด ผบ.ทบ.และ ผบ.ตร.ได้ หากไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้มีการระดมกระแสการรัฐประหารอีกครั้งภายในเว็บไซต์ประชาไทย ดอทคอม และเว็บไซต์พันธทิพย์ ดอทคอม มีบทความเกี่ยวกับความน่าจะเป็นไปได้ในการที่กองทัพกำลังเตรียมการรัฐประหารรัฐบาลชุดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมกันนี้ ยังมีรายงานข่าวระดับสูงในกองทัพบกแจ้งว่า ห้วงเวลา ขณะนี้มีการส่งสัญญาณให้ทหารทุกหน่วยเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติการยึดอำนาจ โดยให้พร้อมเคลื่อนกำลังพลได้ทุกเมื่อ


ลือหึ่ง


ลือหึ่ง 'ม็อบมาร'เตรียมถล่มวิทยุคนแท็กซี่วันนี้ พร้อมอาวุธครบมือ 'ชินวัตร'ย้ำชัดตายเป็นตายขอรักษาสถานีไว้ กราดไอ้พวกบ้าไม่ฟังศาลสูง ชี้รัฐธรรมนูญกำหนดการชุมนุมเถื่อนไว้หรือ??

นายชินวัตร หาบุญพาด ผู้อำนวยการวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ เอฟเอ็ม92.75 และ105.00 เมกะเฮริต์ กล่าวเปิดเผยว่าขณะนี้มีรายงานข่าวกรองที่น่าเชื่อถือแจ้งเข้ามาว่าภายในวันนี้( 27 พ.ย.) จะมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำนวนหนึ่งพร้อมอาวุธครบมือ จะทำการเข้าปิดล้อมสถานีวิทยุชุมชนอันเนื่องมาจากมีความไม่พอใจที่สถานีวิทยุของตนจัดรายการวิทยุโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ทราบเวลาการเคลื่อนตัวของกลุ่มพันธมิตรฯที่แน่ชัด โดยในเบื้องต้นนั้นตนได้ประชาสัมพันธ์ผสานกำลังไปยังแนวร่วมเพื่อให้มารวมตัวกันที่สถานีวิทยุ โดยคาดว่าจะมีกำลังเสริมพร้อมการ์ดป้องกันจำนวนร่วม 1000 คน พร้อมกันนี้ยังได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ให้ช่วยนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งขณะนี้เริ่มมีเจ้าหน้าที่ตำรวตทยอยมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้นายชินวัตร กล่าวเสริมถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯเตรียมส่งทนายความยื่นอุทธรณ์คุ้มครองเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งศาลแพ่งที่คุ้มครองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่ากลุ่มพันธมิตรฯเป็นกลุ่มคนเสียสติ ที่ไม่สนใจผู้อื่น โดยยังคงทำการชุมนุมที่ไม่ยึดตามระบอบรัฐธรรมนูญอย่างที่ได้กล่าวอ้าง และการที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ทำตามคำสั่งของศาลซึ่งถือเป็นสถาบันที่ศักดิ์สิทธิ์ก็เท่ากับว่าเป็นการถ่อยร่นความชอบธรรมของตนเอง

" มันเป็นคนบ้าและหมดความชอบธรรมไปนานแล้ว เพราะเที่ยวปิดล้อมทั่ว พกอาวุธไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ รัฐะรรมนูญยอมให้มีการปิดล้อมหรือถามหน่อย นี่คือคนที่ไม่ฟังอะไรแล้วขนาดองค์กรหรือหน่วยงานยุติธรรมก็ยังไม่เชื่อถือ และเป็นคนนอกกฎหมายไปนานแล้ว นี่มันก็จะมาล้อมเราเพราะเรายื่นคนละข้างเป็นเส้นขนานเป็นศัตรูกันมานาน และก็ยังโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีการสูญเสียขึ้นก็เป็นเรื่องที่จำเป็ที่จะต้องรักษาสถานีของเราไว้" นายชินวัตรกล่าว

เมื่อถามว่าในบ่ายวันนี้มีข่าวว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เตรียทจะเดินทางไปให้กำลังใจพร้อมกับจะขอใช้สถานที่เพื่อหารือถึงการกำหนดท่าทีในวันนี้ นายชินวัตรกล่าวว่า ในขณะนี้ตนยังไม่ได้รับการประสานง่นจากแนวร่วมท่านใด แต่ก็ยินดี และพร้อมจะให้ใช้สถานที่ในการชุมนุม


พันธมิตรฯดื้อแพ่งยื้อปิดสุวรรณภูมิตร.ล้อมทำเนียบห้ามเข้า-ออก


ม๊อบโกเต็กซ์ ยังคงดื้อแพ่ง ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิต่อไปอีก หลังจากที่ศาลแพ่ง มีคำสั่งคุ้มครองไปเมื่อคืนนี้ โดยอ้างว่าจะให้ทนายความไปยื่นคัดค้านการตัดสิน ขณะที่ ตำรวจ จำนวนมาก ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ห้ามเข้าออก ฝ่ายลิ่วล้อ ปลุกระดมล้อมตำรวจอีกชั้น คาดวันนี้ปะทะเดือด!!!

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปัดหลักชุมนุมปิดสนามบินต่อไปเป็นวันที่ 3 แล้ว โดยแกนนำต่างสลับสับเปลี่ยนกันปลุกระดมยั่วยุประชาชนต่อไป โดยอ้างว่า ให้ทนายความไปยื่นคัดค้านคำสั่งคุ้มครองสนามบินสุวรรณภูมิ ตามที่ศาลแพ่งได้ตัดสินไปเมื่อคืนนี้ โดยการร้องขอของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) และศาลได้มีคำสั่งให้พันธมิตรฯออกจากสนามบินสุวรรณภูมิทันที เพราะชุมนุมโดยไม่สงบและเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด

มีรายงานข่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยคน เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ไว้ทุกด้านแล้ว ประกาศห้ามคนเข้าออกในพื้นที่นี้อย่างเด็ดขาด และ บรรดาแกนนำพันธมิตรฯ ต่างปลุกระดมประชาชนให้มาล้อมตำรวจอีกชั้นหนึ่ง

ขณะที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยกมาปิดล้อมพันธมิตรฯ ตามสี่แยกรอบทำเนียบฯ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นขอให้การ์ดพันธมิตรฯ และผู้ชุมนุมช่วยดูแลกันและกัน และวางแนวป้องกันให้เข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาจจะจู่โจมเข้ามาใช้กำลังสลายการชุมนุม

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานกระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยืนยันเจ้าหน้าที่ยังอยู่ในความสงบไม่มีการกระจายกำลังไปปิดป้อมบริเวณรอบทำเนียบแต่อย่างใด เชื่อกลุ่มพันธมิตรฯปล่อยข่าว เพื่อต้องการหลอกให้ประชาชนเดินทางมาเข้าร่วมการชุมนุมมากขึ้น


นักกม.ออกแถลงการณ์ต้านรัฐประหารหนุนโจรกฎบ

กลุ่มนักกฎหมายสยาม สุดจะทน 'บิ๊กป๊อก'ออกแถลงการณ์โต้ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอรัฐประหาร บีบนายกฯยุบสภา จ้วงสับ'สุรพล' ตัวดีดันหลังกฎบพันธมารสันดานโจร

แถลงการณ์ของกลุ่มนักกฎหมายทนายสยาม ฉบับที่ 4 ออกเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เรื่องโต้แย้งและไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะที่ให้ยุบสภาของผู้บัญชาการทหารบกและศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมคณะผู้สังเกตการณ์ ในสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย

ตามที่ผู้บัญชาการทหารบกและศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมคณะผู้สังเกตการณ์ในสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เสนอแนะให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎรในเย็นวันนี้นั้น โดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในสภาพที่เลวร้ายไม่อาจแก้ไขเยียวยาได้ เห็นมีเพียงทางออกหนทางเดียว คือ ให้นายกยุบสภาผู้แทนราษฎร และให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หยุดการเคลื่อนไหวที่สนามบินสุวรรณภูมิ

พวกเรา กลุ่มนักกฎหมายทนายสยาม ขอแสดงจุดยืนว่าไม่มีความเห็นด้วย และโต้แย้งข้อเสนอแนะดังกล่าวโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เพราะ ข้อเสนอแนะดังกล่าวของผู้บัญชาการทหารบก และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติเงียบของ ผบ.ทบ.และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังคือ พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่ออกมาตอบรับและเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะดังกล่าวทันที ทั้งนี้เพราะ ผบ.ทบ.และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ตลอดจนพรรคการเมืองพรรคหนึ่งเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มๆ ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิดสถานการณ์ไม่สงบขึ้นภายในบ้านเมืองจากกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประท้วง เดินขบวน โดยไม่สงบและมีอาวุธ ตลอดจนก่อการกบฏ ด้วยวิธีการ

1.เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม อันเป็นที่ทำการของ “ฝ่ายบริหาร” ตลอดจน สถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อจุดมุ่งหมายไม่ให้ฝ่ายบริหาร หรือรัฐบาลสามารถปฏิบัติราชการของแผ่นดินได้ ซึ่งฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลนี้ถือเป็นอำนาจหนึ่งใน 3 อำนาจ ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทย

2.ต่อมากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังได้บังอาจบุกเข้าปิดล้อมรัฐสภา อันเป็นที่ทำการของ “ฝ่ายนิติบัญญัติ” โดยมีจุดมุ่งหมายอันสำคัญที่จะไม่ให้รัฐสภาสามารถเปิดประชุมได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จากจุดเริ่มต้นครั้งแรกในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 และในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 จนในที่สุดรัฐสภาไม่อาจประชุมเพื่อมอบอำนาจให้รัฐบาลไปดำเนินการเกี่ยวกับการประชุมอาเชี่ยนซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำในขณะนี้ได้

3.ในที่สุด กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ จนเป็นเหตุให้เครื่องบินทุกชนิด ทุกประเทศไม่อาจขึ้นลงที่สนามบินตามปกติได้ ในกรณีเช่นนี้จัดได้ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายสากลอันเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยและนานาอารยประเทศทั่วโลก ทั้งนี้เพราะการกระทำดังกล่าวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อสายการบินทั่วโลก โดยทำให้ไม่อาจบินขึ้นและลงได้ตามปกติที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนเป็นเหตุต่อเนื่องทำให้ประชาชนของประเทศต่างต้องติดค้างอยู่ที่สนามบิน

การกระทำของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้ง 3 ข้อ ดังกล่าว จัดเป็นการกระทำความผิดฐานกบฏภายในราชอาณาจักรไทยและเป็นผู้ก่อการร้ายนานาชาติอีกด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กระทำการลงไปในขณะที่ประเทศไทย ยังคงปกครองอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายรัฐบาล มีประธานรัฐสภาเป็นหัวหน้าฝ่ายนิติบัญญัติ ตลอดจนมีประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นหัวหน้าฝ่ายตุลาการของแต่ละศาล ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกอยู่ในขณะนั้นตราบจนปัจจุบันนี้ พวกเรากลุ่มนักกฎหมายทนายสยามเห็นว่า ไม่มีใครสักคน ไม่มีองค์กรใดตามรัฐธรรมนูญแม้แต่องค์กรเดียว ที่จะดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เลย กล่าวคือ เจ้าพนักงานตำรวจเรียกตัวแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาแจ้งข้อกล่าวหา หลังจากนั้นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็กลับไปกระทำความผิดเหมือนเดิมอีก และที่เดิมอีกด้วย ไม่เห็นมีใครไปเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทุกวันและในทุกชั่วโมงที่มีการกระทำความผิดขึ้นในทุกๆ ครั้ง แถมกรณีศาลแพ่งมีคำสั่งให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คืนสถานที่ คือ ถนนให้แก่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ทันใดนั้นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ออกมาประกาศจะปลดศาลออกจากตำแหน่ง แต่ครั้นเมื่อศาลมีคำพิพากษาจำคุกอดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดจนศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาคดี ชิมไปบ่นไป แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาตอบรับในเรื่องกระบวนการยุติธรรมว่าเป็นเลิศทันที เช่นนี้ ถูกแล้วหรือ ขอถาม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ และคณะผู้สังเกตการณ์ฯ ว่าขณะบ้านเมืองปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีอำนาจในการปกครองอยู่ในมือเต็มๆ ยังไม่เห็นมีใครทำอะไรกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เลย

นอกจากนี้ เมื่อครั้งที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ท่านได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตกรุงเทพมหานครขึ้น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2551 โดยใช้อำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นกฎหมายที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29, 32, 33, 34, 36, 38, 41, 43, 45 และ 63 บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดย พ.ร.ก.ดังกล่าวมีประกาศห้ามชุมนุมตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำอันยุยง ขัดต่อความสงบ ห้ามเผยแพร่ข้อความให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวจนกระทบความมั่นคงของรัฐ และความสงบทั่วราชอาณาจักร ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ยานพาหนะตามที่กำหนดห้ามใช้ ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 194/2551 แต่งตั้งให้ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว ในกรณีนี้ก็เช่นกัน ท่านมีอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือ รัฐบาลและข้าราชการทั้งหลายทั้งปวงมีอำนาจอยู่ในมือ ก็ยังไม่อาจกระทำการใดๆ กับผู้กระทำความผิดฐานกบฏและก่อการร้ายนานาชาติได้เลยแม้แต่น้อย

แต่มาในเย็นวันนี้ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ และคณะผู้สังเกตการณ์ฯ กลับออกแถลงการณ์แถมยังประกาศว่า จะทำเป็นหนังสือเพื่อเสนอแนะแก่นายกรัฐมนตรีและแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อที่จะให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเหตุทำให้ “อำนาจบริหาร” และอำนาจ “นิติบัญญัติ” ต้องสิ้นสุดลง จริงอยู่แม้อำนาจของฝ่ายบริหารจะยังคงรักษาการณ์อยู่ แต่ขอเรียนด้วยความจริงว่า ขนาดอำนาจบริหารที่สมบูรณ์แบบยังไม่อาจจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านในเมืองนี้ได้เลย แล้วเมื่ออำนาจบริหารกลับกลายสภาพเป็นตกอยู่ภายใต้อำนาจเพียงรักษาการณ์แล้วท่านคิดว่าจะสามารถ ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ สงบลงได้จริงหรือ และหากทุกอย่างเป็นไปตามเกมของท่านแล้ว ฝ่ายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลับเหิมเกริมได้คืบเอาศอก บอกจะบริหารบ้านเมืองเสียเองโดยให้ท่านและคณะพร้อมพรรคการเมืองพรรคหนึ่งกับพวกพ้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าบริหารประเทศแล้ว ท่านจะว่าอย่างไร

ขอถามว่า หรือท่านพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ และคณะผู้สังเกตการณ์ฯ พร้อมทั้งพรรคการเมืองพรรคนั้น มีความต้องการให้เป็นไปดังที่ว่านั้น

กรณีนี้เขาเรียกว่า “ปฏิวัติเงียบ” หรือ “การปฏิวัติในรูปแบบใหม่อันเป็นการแหกตาชาวโลก ว่านี่ไม่ใช่การปฏิวัติ”ใช่หรือไม่

กลุ่มนักกฎหมายทนายสยาม
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551



The Terminal : ภาคผู้มาเยือนร่ำไห้ หากออกนอกประเทศไทยไปได้จะไม่ขอกลับมาอีกเลย

ภาพ และ เนื้อหา จาก คุณ Sky http://www.pantip.com

เสียงจากชาวต่างชาติ "We want to go home"

การ ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตั้งแต่ เมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทั้งบวกและลบจากชาวต่างประเทศ อย่างไรก็ดี กลุ่มพันธมิตรที่พูดภาษาอังกฤษได้จะอธิบายเหตุผลเมื่อถูกนักท่องเที่ยวซัก ถาม นอกจากนี้ยังนำอาหาร ของว่าง นมกล่อง และน้ำ ใส่รถเข็นมาแจกนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง และใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่หาได้มารองนอน เนื่องจากพื้นสนามบินเย็นมาก บางส่วนนอนบนพรมและรางเลื่อนกระเป๋าของเคาน์เตอร์สายการบินที่ปิดตัวลง

นัก ท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสประมาณ 10 คน นำกล่องกระดาษใส่อาหารที่พันธมิตรแจกจ่าย มาเขียนข้อความว่า We want to go home France นักท่องเที่ยวบางคนที่หงุดหงิดถึงกับไม่ยอมรับข้าวและน้ำดื่มที่
พันธมิตรนำ มาแจกจ่าย


จีน แมคคาร์ทัน นักท่องเที่ยววัยเกษียณชาวอังกฤษจากสกอตแลนด์ เล่าว่า มาเที่ยวประเทศไทยเพราะรักประเทศไทย แต่เหตุการณ์ยึดสนามบินทำให้เสียความรู้สึกมากๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เชื่อว่าผู้โดยสารทุกคนโกรธมากเรื่องนี้

นักท่องเที่ยวชาว อิตาเลียนผู้หนึ่งซึ่งกำลังจะกลับกรุงโรม กล่าวว่า หากเรื่องนี้กระจายออกไปทั่วโลกคิดว่าคงไม่มีใครกล้าเดินทางมาไทยอย่างแน่ นอน อีกรายบ่นว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องประท้วง เพราะรัฐบาลก็มาจากการเลือกตั้ง และไม่เป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว













รูปและเนื้อหาข่าวเพิ่มเติม ติดตาม ที่นี่ pantip