WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, November 29, 2008

ด่วน !! นัดรวมพลคนเสื้อแดง ที่สนามหลวง อาทิตย์ 30 พย.51

thaienews

ที่มา รายการ ความจริงวันนี้ ทาง NBT
28 พฤศจิกายน 2551

คุณวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการ ความจริงวันนี้
ประกาศนัดรวมพลคนเสื้อแดง
ร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย
ที่ท้องสนามหลวง

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551
พร้อมกันตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป

(ปล.อาจมีการชุมนุมยืดเยื้อ ขอให้เตรียมเสื้อผ้ามาเผื่อผลัดเปลี่ยนด้วย)

ลิ้วล้อม็อบโกเต็กซ์สันดานเถื่อนปรี่ต่อยแกนนำนปช.กลางสภา

เลวทรามไปทั้วทุกหย่อมหญ้า ลิ้วล้อพันธมารฯ ป่วนประชาธิปไตย กระโดดชกหมอเหวง-สันต์ กลางห้องแถลงข่าวสภา ขู่อาฆาตจะกุดหัวแกนนำนปช. อ้างทำพ่อมันตาย!! เผยส.ว.ลากตั้งตัวดีเซ็นปล่อยหมาบ้าเข้ามาก่อวิวาทในที่ราชการ ด้านประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยย้ำประชาชนต้องต้านรัฐประหารแบบสันติ ร้องขอพันธมิตรฯคืนสนามบิน-ทำเนียบคืนโดยเร็ว

ที่รัฐสภา วันนี้ (28 พ.ย.) น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เข้ายื่นแถลงการณ์ต่อนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภา ได้ร่วมกันแถลงข่าวโดย น.พ.สันต์ อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านรัฐประหารอย่างสันติวิธี โดยระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีสิ่งบอกเหตุหลายประการที่อาจจะเกิดการรัฐประหารยึดอำนาจ ดังนั้นในฐานะประชาชนมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 จึงมีสิทธิจะต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใด ๆที่เป็นไปเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

นพ.สันต์ กล่าวว่า ขอฝากไปยังประชาชนว่าหากเกิดการรัฐประหารขอให้ประชาชนต่อต้านโดยสันติวิธีทุกรูปแบบเพื่อยับยั้งไม่ให้ทหารเข้ามายึดอำนาจได้สำเร็จ โดยขอให้ประชาชนำสิ่งของทุกชนิดมาขวางถนนที่เป็นเส้นทางผ่านของรถถัง รถบรรทุกกำลังพลของทหาร หรือรวมตัวกันไปล้อมสถานีโทรทัศน์ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้ทหารเข้าไปยึดสถานีทุกแห่งได้สำเร็จ และรวมตัวกันในจังหวัดของตัวเองโดยไม่ใช้อาวุธต้านรัฐประหาร

เช่นเดียวกับนพ.เหวง กล่าวเสริมว่า ประชาชนต้องช่วยกันต่อต้านยึดอำนาจได้สำเร็จไม่ให้กลุ่มบุคคลนี้เข้ามาปกครองประเทศอีก รวมทั้งส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนให้ต่อต้านการรัฐประหาร ทั้งนี้ทางสมาพันธ์เชื่อว่าหากมีการต่อต้านเกิดขึ้นจะทำให้การยึดอำนาจไม่สามารถทำได้สำเร็จ และกลุ่มผู้ที่คิดยึดอำนาจจะยอมถอยไม่กล้าทำ

พร้อมกันนี้ตนขอเรียกร้องให้กลุ่มประชาชนที่ไปยึดสนามบิน และทำเนียบรัฐบาลคืนสถานที่ทั้งหมดให้กับประชาชน ไม่ใช่คืนให้กับรัฐบาล และภายหลังจากคืนสถานที่ทั้ง 3 จุดยืน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยสามารถชุมนุมได้ตามกฎหมายปราศจากอาวุธ ขอเรียกร้องให้เคารพนิติรัฐและนิติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างการแถลงข่าวได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น โดยนายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แนวร่วมพันธมิตรฯ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมานั่งรออยู่ในห้องแถลงข่าว เพื่อรอยื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน วุฒิสภา และนายสมัคร เชาวภานนท์ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา ได้เดินปรี่เข้าไปชี้หน้าด่าและปรี่จะชกหน้า น.พ.เหวงและน.พ.สันต์ พร้อมกับตะโกนด่าทอหลายครั้งว่า “ทีพวกมึงรุมฆ่าพ่อกู มึงยังทำได้ ให้พวกมึงระวังไว้” ขณะที่รปภ.สภาพยายามเข้ามาล็อคตัวนายเทอดศักดิ์ แต่ไม่สำเร็จ

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ที่เข้ามายืนดูการแถลงข่าวได้ชี้หน้าต่อว่ากลับอย่ามีอารมณ์ และสั่งให้รปภ.รีบนำตัวออกไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็รีบเข้ามาล็อคเทอดศักดิ์ออกไป เพื่อมาสงบสติอารมณ์ในห้องนักข่าวรัฐสภา โดยมีกลุ่ม 40 ส.ว.อยู่ด้วย ซึ่งการเข้ามายื่นหนังสือภายในรัฐสภาของนายเทอดศักดิ์ มีเป็นผู้รับรองคือนายสมชาย แสวงการนั่นเอง ขณะเดียวกันรปภ.ได้นำตัวนายเทอดศักดิ์ ไปสอบปากคำที่กองรักษาการพร้อมกับแจ้งไปยังสน.ดุสิต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนที่รปภ.จะนำตัวนายเทอดศักดิ์ไปสอบปากคำนั้นนายเทอดศักดิ์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายสมชาย และนายสมัคร โดยนายเทอดศักดิ์ อ้างว่า ตนไม่ใช่พวกพันธมิตรฯ แต่ตตนเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชา ต้องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ที่ผ่านมาถูกกระทำด้วยความรุนแรง และโดนทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธหลายชนิด 15 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายพ่อของตนคือนายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนา ถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธมีดจนเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. โดยระหว่างเกิดเหตุกลุ่มเสื้อแดงได้เริ่มชุมนุมโดยมีเจ้าหน้าที่สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ รักษาการอยู่ แต่กลับไม่ได้ห้ามปราม จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯตรวจสอบเหตุการณ์และพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงอันเป็นปัญหาว่าด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน การไม่บังคับหรือละเว้นการใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเหตุให้ตนและกลุ่มหทารเสือพระราชาให้ได้รับความเสียหาย



ข่าวรัฐประหารไม่ได้ทำให้กังวลกันอีกแล้ว

thaifreenews

บทความ โดย Bugbunny

ถ้ามันทำจริง พวกเราพร้อมออกมาต้านแน่นอนไหมพี่?

มิตรสหายฝ่ายทหารประชาธิปไตยผู้มียศระดับสูง แต่วัยยังหนุ่มมากคนหนึ่งโทร.ถามผม เขาเป็นหนึ่งในหลายสิบสายที่พูดคุยกับผมทางโทรศัพท์ตลอดวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 ที่ข่าวเรื่องรัฐประหารกระฉ่อนไปทั่ว รวมทั้งการนำรถถังออกมาเพ่นพ่านบนถนน ก่อนนายพันไก่อูจะออกมาปฏิเสธว่า แค่นำมาสาธิตให้นักเรียนเสธ.ดูเท่านั้น (เป็นข้อแก้ตัวที่น่าขบขันที่สุดอีกข้อหนึ่งของอดีตโฆษก คมช. เพราะถ้าจะดูการสาธิตปฏิบัติการของรถถังนั้น นักเรียนเสธ.ต้องไปดูที่กรมทหารม้า มันกว้างขวาง มีสนามซ้อมสนามฝึก ไม่ใช่มาดูที่วิทยาลัยเสนาธิการที่มีแต่ตึกเรียน ก็ไม่ว่ากัน)

จำได้ว่าตอบมิตรสหายผู้นั้นไปทำนองที่ว่า การไปรวมตัวกันสองสามที่ ใน กทม ช่วงเย็นและหัวค่ำนั้นเป็นแต่ซ้อมใหญ่แซมเปิ้ล ส่วนของจริงนั้นน่าจะทั่วประเทศ

ดีพี่ พวกเราออกมาเยอะ ๆ จะได้ส่งพวกซ่าแม่งเข้าตึกดินให้หมด ไอ้พวกหัวหน้ารับรองอยู่เมืองไทยไม่ได้

คือคำตอบของมิตรสหายผู้นั้น เขาชี้ว่าในทางสงครามนั้น อาวุธที่ผู้ใช้ไร้พลังศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อภารกิจ ก็จะเป็นเพียงท่อนเหล็กท่อนหนึ่งเท่านั้น

ที่น่าสนใจก็คือ ความรู้สึกของผู้คนที่โทร.มาพูดคุยกับผม การสนทนาของคนรอบข้างและจากการสังเกตไปทั่วหลายแห่งที่ฝ่ายประชาธิปไตยยืนหยัดอยู่นั้น ผมไม่เห็นความกังวลต่อพลังอาวุธที่จะออกมาทำรัฐประหารแต่ประการใด มีแต่บรรยากาศสู้รบและพลังต่อต้านสอดประสานเป็นเสียงเดียวกันไปหมด ไม่มีใครกังวลเลยว่าจะมีการรัฐประหาร ทุกคนรับรู้ว่ามันเป็นเป้าหมายของพวกเครือข่ายเผด็จการศักดินาอำมาตย์แน่นอนที่จะใช้ยึดอำนาจรัฐ ต่างก็ร่วมใจช่วยกันนำเสนอแนวทางและยุทธวิธีสารพัดที่จะต่อสู้ บางคนเตรียมอาวุธแล้ว และทุกคนพร้อมที่จะออกไปชุมนุมต่อต้านในที่ต่าง ๆ มันผิดจากครั้งก่อน ที่แทบทุกคนไม่พูดถึงการต่อสู้ แค่แสดงอาการเซ็งและเคียดแค้นเท่านั้น ถึงวันนี้ หลังการต่อสู้กับพวก คมช. มาเป็นปี ก็ทำให้เลิกกังวลการรัฐประหารกันหมดแล้ว คิดกันแต่เพียงว่าจะตอบโต้และเอาคืนอย่างไรให้สาสมแทนต่างหาก

นี่คือสิ่งหนึ่งที่พวกอยากทำรัฐประหารห่วงอย่างมาก นอกเหนือไปจากกำลังไฟในทหารส่วนที่ไม่ใช่พวกพ้องที่อาจทำให้การต้องถล่มกันด้วยอาวุธหนักเกิดขึ้นได้ด้วย เพราะที่จริงนั้น ทหารเสือราชินีไม่ใช่หน่วยที่ทหารอื่นพอใจนัก พวกนี้เจริญก้าวหน้าแบบข้ามหัวข้ามหู ข้ามความสามารถและอาวุโส ไปเป็นใหญ่เป็นโตด้วย เส้นใหญ่ ไปตาม ๆ กัน ทหารหน่วยอื่นได้แต่น้ำท่วมปากกันมาเป็นเวลานานแล้ว นี่คือความจริงในกองทัพ

ข้อมูลเบื้องลึกก็คือ อดีตทหารเสือราชินีที่ตอนนี้มีตำแหน่งใหญ่อยู่ในกองทัพ เป็นผู้ใช้วิธีโทร.เป็นส่วนตัวไปตามลูกน้องสายตรงให้เตรียมการยึดอำนาจ อ้างว่าเพื่อต่อต้านการที่ ผบ.ทบ.จะถูกปลด และให้รอคำสั่งตอน 16.00 น. ซึ่งปรากฏว่าต่อมาก็โทร.ไปยกเลิกคำสั่ง เนื่องจากประเมินแล้วว่าจะแพ้แน่ถ้าขืนทำ

แต่สิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องรุกกลับทันที ก็คือจัดการกับพวกกระด้างกระเดื่องในกองทัพ ที่ชัดเจนที่สุดก็คือคนที่ออกคำสั่งให้นำเครื่องบิน C 130 ที่จะนำ ครม.ไปประชุมที่เชียงใหม่กลับมา บน.6 คน ๆ นี้มีหลักฐานว่าเป็นระดับ รองผู้บัญชาการกองทัพ ที่เอาวิธีอารยะขัดขืนของอธิการบดี คมช. ที่ยุยงให้ข้าราชการไม่ยอมทำตามคำสั่งรัฐบาลมาใช้ เขาจะต้องได้รับโทษไม่ว่าด้วยระดับใด กี่วันกี่เดือนก็ไม่ช้าเกินไปที่จะจัดการ พวกรับใช้เผด็จการศักดินาอำมาตย์แบบนี้ ส่วนอธิการบดี คมช.นั้น เรียกร้องให้ชาวธรรมศาสตร์ทั้งอดีตและปัจจุบันร่วมกันขับไล่ออกไปให้พ้นมหาวิทยาลัย รวมไปถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยชุดนี้ และนายปริญญาด้วย อธิการบดีชาติหมาผู้นี้หน้าด้านขนาดที่เอาความเห็นและวิธีการของตนในการอารยะขัดขืนขึ้นไปประกาศแถลงต่อสาธารณะ ทั้ง ๆ ที่เป็นความเห็นของตนคนเดียว ผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นไม่เอาด้วยสักคน ขนาดปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เป็นระดับปริญญาเอกเหมือนกัน รุ่นใกล้กัน เรียนเก่งกว่า ได้ทุนสำคัญกว่าก็ไม่เห็นด้วย ยังออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในทางตรงกันข้าม

ตอนนี้ในด้านอำนาจและคำสั่งนั้น ครั้งนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า คำสั่งที่เคยไม่มีใครกล้าปฏิเสธจากคนเอาแต่ใจตัวเองคนนั้นได้ถูกท้าทายและปฏิเสธแล้ว ไม่สามารถเคลื่อนให้เป็นไปได้ดั่งใจอย่างเมื่อก่อนอีก ผลของมันมาจากการกระทำที่ไร้สติของตนเอง รัฐบาลและประชาชนได้ปฏิเสธอำนาจนอกระบบอย่างชัดแจ้ง สถานีโทรทัศน์และวิทยุถ่ายทอดการแถลงของนายกรัฐมนตรีทุกสถานี อำนาจรัฐตอนนี้จะต้องรุกคืบเข้าไปจัดการกับพวกผู้ก่อการร้ายให้สิ้นซาก เพราะพวกอยากทำรัฐประหารตามคำสั่งนั้นมุกแป้ก ไม่มีปัญญาทำ เพราะประชาชนและทหารที่ไม่เห็นด้วยต่อต้านรุนแรงแน่

วันนี้ประชาชนไม่ได้กังวลข่าวรัฐประหารอีกแล้ว มีแต่ท้าทายว่ารีบ ๆ ออกมาเสีย จะได้ปิดจ๊อบเก็บเงินกันให้ทั่วทุกระดับทุกตัวการ หมดเรื่องหมดราวกันไปเสียที

The Civil War & The Patriot

thaifreenew

ความขัดแย้งและการต่อสู้ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกครั้งนั้น ล้วนแล้วแต่มีจุดกำเนิดมาจากการถูกกดขี่ข่มเหงและบีบบังคับจนสุดที่จะทานทนได้ และการต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิของความเป็นคนของตนเองก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างเต็มกำลัง ไม่ใช่เพราะความก้าวร้าวหรือการฝักใฝ่ในความรุนแรง แต่เป็นเพราะการต้องการมีชีวิตอยู่อย่างมีอิสระและเต็มบริบูรณ์ของความเป็นคนต่างหาก

หลายปีที่ผ่านมาได้เกิดการปกครองที่เรียกว่า 2 มาตรฐานขึ้นภายในประเทศไทย โดยประชาชนกลุ่มหนึ่งจะถูกปกครองโดยกฎหมายอย่างเคร่งครัดและบีบบังคับจนแทบจะกระดิกตัวทำอะไรไม่ได้ แต่ในขณะที่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งกลับถูกปล่อยปละละเลยไม่ได้รับการปกครองด้วยกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ทำให้เกิดความเป็นอภิสิทธิ์ชนขึ้น ความขัดแย้งนี้ได้บ่มเพาะและฟักตัวจนกลายเป็นแรงกดดันที่บีบบังคับให้ประชาชนฝ่ายที่ถูกกดดันด้วยกฎหมายนั้นรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกกดขี่

การเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองของเหล่า พธม. ในเวลานี้ คือบทสรุปของความเป็นอภิสิทธิ์ชนที่คนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับมาตลอดมา จนเหตุการณ์ได้บานปลายมาจนถึงขนาดนี้ การกระทำนี้ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างรุนแรงให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างไม่มีสิ่งใดเปรียบได้ และความเดือดร้อนนี้ได้กลับกลายเป็นความโกรธแค้นที่มีต่อเหล่า พธม. ที่กระทำการอุกอาจดังนี้......กระแสความโกรธขึ้งที่รุนแรงดังนี้มีหรือว่าแกนนำและผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. จะไม่รู้ ไม่เห็นในสิ่งที่เกิดขึ้น

แล้วคำถามก็คือว่า ทำไมแกนนำ พธม. จึงยังคงปล่อยให้ประชาชนยึดสนามบินต่อไป เหตุผลเดียวก็คือว่า แกนนำ พธม. โดยเฉพาะ สนธิ ลิ้มทองกุล และ จำลอง ศรีเมือง พยายามอย่างยิ่งที่จะให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นเข้าปะทะและสูญเสียเลือดเนื้อ และชีวิตของประชาชนที่เป็นคนไทยด้วยกัน ความพยายามยั่วยุและหาเหตุทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นก็เพราะว่า..... คนเหล่านั้นคิดไม่เหมือนกับที่คนไทยทั่ว ๆ ไปคิดกัน

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะสงครามประชาชน และในการสงครามนั้นเป้าหมายมีเพียงประการเดียวก็คือ ต้องเอาชนะให้ได้ แกนนำและผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. จึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอาชนะในสงครามครั้งนี้ให้ได้ในทุกวิธี ดังนั้นประชาชนคนไทยที่หลงเชื่อและกลายเป็นผู้ชุมนุม พธม. นั้น ในสายตาของแกนนำและผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่คนไทย, ทำเนียบรัฐบาลไม่ใช่โบราญสถานอันน่าภูมิใจของชาติไทย, สนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของประเทศไทย, ฯลฯ แต่สิ่งเหล่านี้ในสายตาของแกนนำและผู้สนับสนุน พธม. เป็นเพียง อุปกรณ์ หรือ เครื่องมือ ที่จะนำให้พวกเขาขึ้นสู่บัลลังก์แห่งอำนาจโดยการรัฐประหารเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้พวกเขาพร้อมที่จะเผาทำลายสถานที่อันสูงค่าเหล่านั้น พวกเขาพร้อมที่จะสังหารประชาชนคนไทยด้วยกันในม๊อบ พธม. แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้กับรัฐบาล หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย.... แกนนำหรือผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. คิดต่างไปจากคนไทยโดยทั่ว ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง เป้าหมายในสงครามนั้นคือการต่อสู้เพื่อเอาชนะ พวกเขาสามารถสังเวยสิ่งสูงค่าเหล่านี้รวมทั้งชีวิตของคนไทยด้วยกันได้โดยไม่ต้องหยุดคิดด้วยซ้ำ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลหรือประชาชนทั่วไปกลับคิดในความรู้สึกของความเป็นคนไทยด้วยกันจึงพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ และประนีประนอมตลอดมา โดยเห็นแก่ความเป็นชาติ และความเป็นพี่น้องในชาติ ซึ่งเป็นความคิดที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง.....

มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่โด่งดังเมื่อหลายปีก่อนชื่อเรื่อง The patriot นำแสดงโดย Mel Gibson ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทความรู้สึกที่เป็นความขัดแย้งกันทั้งสองด้านคือ ความรักชาติรักความเป็นอิสระ กับ ความต้องการมีชีวิตอยู่อย่างสุขสงบ ตัวเอกของเรื่องคือ เบนจามิน มาร์ติน เป็นวีรบุรุษสงคราม แต่หลังจากที่เขาได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามที่เขาได้เข้าไปมีส่วนด้วย ทำให้ความคิดในเรื่องความขัดแย้งจนนำไปสู่สงครามนั้นหยุดลง ความรู้สึกหนึ่งก็คือ สงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้จะไม่ใช่สงครามที่เกิดขึ้นที่ชายแดน แต่จะเกิดขึ้นที่หน้าบ้านของเราเอง ลูกหลานของเราจะได้สัมผัสกับความโหดร้ายของสงครามในครั้งนี้

การสงครามในครั้งนี้เป็นสงครามของประชาชนที่กำลังต่อสู้กันระหว่างเผด็จการอมาตย์ กับ ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย สงครามการเข่นฆ่ากันที่กำลังจะเกิดขึ้นและพัฒนาการไปในขณะนี้ จะไม่ใช่การต่อสู้ที่จำกัดวงอยู่เพียงแค่ถนนราชดำเนิน หรือ บริเวณท้องสนามหลวงเหมือนสมัย 14 ต.ค. 16, 6 ต.ค. 19, หรือ พฤษภาทมิฬ ปี 35 อีกต่อไปอีกแล้ว แต่จะแพร่ขยายและกระจายไปอยู่จนทั่วหัวแระแหงของประเทศนี้ โดยมีการปลุกระดมเป็นกระบวนการโดยใช้สื่อ ASTV, TPBS และสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่สนับสนุนแนวทางเผด็จการอมาตยาธิปไตยเป็นตัวเร่งเร้าให้เกิดขึ้น

เมื่อเราเป็นผู้ที่ต้องการความสุขสงบ แต่สถานการณ์ได้บีบบังคับให้จำเป็นต้องลุกขึ้นสู้และเข้าร่วมในภาวะสงครามนี้อย่างไม่มีทางเลือก เราก็จะต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อชัยชนะเท่านั้น และในสงครามต้องไม่มีคำว่า ปราณี นอกจากการนำไปสู่เป้าหมายให้ได้ แกนนำ และผู้อยู่เบื้องหลัง พธม. พวกเขาไม่เคยมองว่าประชาชนที่ต่อสู้กับพวกเขาคือ คนไทย ด้วยกัน (เพราะถ้ามีความห่วงใยในความเป็นคนไทยด้วยกันอยู่บ้าง จะไม่เกิดกรณีคาร์บอม สมัยท่านนายกทักษิณ ที่มีรัศมีทำลายล้างประชาชนและทรัพย์สินนับเป็นกิโลเมตร, คุณณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง ที่ถูกตีจนตาย, กรณีโบว์ ปิงปอง ที่หิ้วระเบิดปิงปองเพื่อจะไปโจมตีตำรวจ, กรณีสารวัตรจ๊าบ ที่ขนระเบิดใส่รถไปเพื่อเตรียมไปทำลายฝ่ายตรงข้าม)

ด้วยเหตุนี้ในสงครามประชาชน (The Civil War) จะต้องมีผู้ที่รักชาติ (The Patriot) ที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ในทุกทางเพื่อให้ได้รับชัยชนะให้จงได้ และในสงครามนั้นไม่มีคำว่า ปราณี เวลานี้คนไทยทุกคนกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามอย่างเรียบร้อยแล้ว สนามรบจะเกิดขึ้นที่หน้าบ้านของท่าน จะเกิดขึ้นอยู่รอบตัวของท่าน

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุด จวนเจียนจะขาดใจตายของผู้หญิงที่จะคลอดบุตรนั้นมันเป็นความทุกข์ยากแสนสาหัสที่ไม่มีผู้ใดต้องการพบ แต่หลังจากบุตรนั้นได้คลอดออกมาแล้วความเจ็บปวดที่ผ่านไปนั้นก็หายไปจนหมดสิ้น เหลือแต่ความสุขใจ และความชื่นชมยินดีอย่างที่สุดที่ได้เห็นหน้าของบุตรที่รัก การต่อสู้ระหว่างอมาตยาธิปไตย กับ ประชาธิปไตยในครั้งนี้นั้น เหมือนกับหญิงที่กำลังจะคลอดบุตรที่จะต้องผ่านความทุกข์ยาก เจ็บปวดแสนสาหัส จวนเจียนจะขาดใจตาย แต่เมื่อความทุกข์ยากนี้ผ่านไปแล้ว ก็จะมีแต่ความชื่นชมยินดีอย่างที่สุดที่จะตามมาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ นั่นก็คือ ประเทศไทยจะได้รับประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงค่อยกลับมาเยียวยารักษาบาดแผลของกันและกัน และกลับมาอยู่กันอย่างสุขสงบฉันท์พี่น้องร่วมชาติอีกครั้งหนึ่ง ก็ยังไม่สายเกินไป

ปูนนก

Friday, November 28, 2008

อนุภาพเงินตราสร้างความแตกแยกในไทย!!!!

จาก thaifreenews

อนุภาพเงินตราสร้างความแตกแยกในไทย!!!!


โดย : ป้าพลอย

วันศุกร์ที่ 28 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

อนุภาพเงินตราสร้างความเดือดร้อนไปทั่วประเทศไทย แถมยังเดือดร้อนไปถึงนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องพลอยติดรั่งแหไปด้วย เงินนี่มันมีอาถรร์และมีอนุภาพทำให้คนดีกลายเป็นคนชั่วคน ชั่วกลับยิ่งทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เพราะอำนาจเงินนี่เอง สาวกผู้การร้ายพันธมิตรเข้าไปเสี่ยงตายก็เพราะเห็นแก่เงิน หัวหน้าผู้ก่อการร้ายที่รับจ๊อบของเจ้าของม๊อบก็เพราะเงิน

ผู้สนับสนุนที่เป็นสปรอน์เซ่อร์ก็เพราะหวังเงินออกผล นักการเมืองที่ร่วมด้วยก็เพราะหวังเมื่อได้เป็นรัฐบาลจะได้กอบโกยเงินในคลังในระบบอนุมัติซื้อนั่นซื้อนี่และคอร์รัปชั่นก็เห็นแก่เงิน ตัดไม้ทำลายป่าจนเตียนโล่งเอาไม้ไปขายให้โรงเลื่อยก็เพราะต้องการเงิน ภูเขาทั้งภูเขาถูกทำลายก็เพราะถูกจ้างใช้เงินทำลาย อำนาจเงินแพร่กระจายไปทุกๆองค์กรของไทยที่ใช้เงินซื้อได้ทั้งนั้น แม้แต่ซื้อความยุติธรรมก็ยังต้องใช้เงินซื้อจากความยุติธรรมกลายมาเป็นอยุติธรรมก็เพราะเงิน สารพัดชนิดที่ในประเทศไทยซื้อกันด้วยเงินทั้งสิ้น ข้าราชการบางคนอยู่ได้เพราะมีคนยื่นเงินใต้โต๊ะให้ ลูกคนรากหญ้าเข้ามหาวิทยาลัยที่ไม่มีเส้นมีสายช่วยเหลือฝากเข้าทั้งที่เด็กหัวดีฉลาดกว่าลูกผู้ดีมีสกุล รากหญ้าต้องสอดใต้โต๊ะให้ผู้ใหญ่ที่ฝากเข้าเป็นหมื่นบาทก็เงิน

ระบบของไทยเป็นระบบหน้าเงินแทบทั้งสิ้นหรือใครจะเถียง? เป็นระบบเห็นแก่ตัว แม้แต่ข้าราชการก็ยังแบมือรับสินบนทั้งที่มีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว ลองไม่มีเงินคนแต่งตัวปอนๆเข้าไปติดต่อพวกเขามองคนต่ำต้อยมั๊ย? แม้แต่โรงพยาบาลของรัฐขนาดคนโดนยิงบาดเจ็บกำลังจะตายยังต้องรอให้คนไข้เข้าคิวทำบัตรกลัวจะไม่มีเงินจ่าย หลานชายเล่าให้ฟังที่เพื่อนโดนยิงถูกที่ท้องเลือดไหลไม่หยุดพาส่งโรงพยาบาลต้องคอยเป็นชั่วโมงทำบัตรก่อน ทำไมไม่เอาคนไข้ไปรักษาก่อนแล้วค่อยมาทำบัตรทีหลัง ฟังหลานชายเล่ามันช่างทุเรศสิ้นดี ชีวิตมนุษย์ไม่นึกถึงคิดถึงแต่เงินกันอย่างเดียว ต่างประเทศเขาช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ก่อนอื่นเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวพูดกันทีหลัง

เงินในต่างประเทศมันไม่ได้มีความหมายไปเสียทุกอย่าง ต่างประเทศเขาอยู่ร่วมกันด้วยน้ำใจอาศัยพึ่งพากันไม่คอร์รัปชั่นไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือคนทำงานทุกประเภท พ่อแม่ที่ส่งลูกเข้าเรียนก็ไม่ต้องเสียเงินเสียเพียงค่าหนังสือเรียนไม่ว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยลูกต้องใช้สมองสอบเข้าเอง ไม่มีการอุดเงินเข้าไปเพราะระบบนี้ต่างประเทศไม่ใช้ เขาใช้ความสามารถของสมองเด็กเขาวัดกันตรงนี้ ฉะนั้นประเทศเขาจึงเจริญกว่าบ้านเรามากเพราะเขาได้เด็กฉลาดๆหัวดีมาเป็นผู้นำและผู้ทำงาน ไม่เหมือนบ้านเราเด็กหัวดีแทบจะไม่มีโอกาสเพราะถูกผู้รากมากดีเอาลูกหัวโง่ๆเข้าไปจนเต็มไม่มีที่ให้เด็กที่หัวดีแต่ไม่มีทุนทรัพย์เข้าเรียนบ้านเมืองมันถึงได้เละอย่างนี้ เรียนจบกันมาจากเมืองนอกเมืองนาแต่ความคิดก็อยู่แต่ในกะลาดังที่เห็นๆ เห็นเงินตาโตกันทุกคน แม่แบบที่ไปเรียนมาขว้างทิ้งถังขยะซะเอาของไทยนี่แหละข้าคนไทยนี่หว่าจะไปเอาแบบอย่างฝรั่งมันทำไม ทุกคนเมื่อคิดอย่างนี้เมืองไทยก็ไม่หมดคนที่เห็นแก่เงินแน่ มันเป็นกรรมพันธุ์สืบทอดกันไปเรื่อยๆ

ฉะนั้นการเมืองไทยอย่าหวังว่าจะสิ้นคนคอร์รัปชั่นประเทศ เพราะอำนาจเงินมันหวานหอมเหมือนดั่งน้ำผึ้งที่พวกมดทั้งหลายจ้องจะเขมือบดูดกินทุกวิถีทางที่มันจะหาหนปีนป่ายไต่ขึ้นบนขวดน้ำผึ้งขวดนั้นให้ได้ หากเมืองไทยหันมาใช้ระบบสุจริตธรรมเช่นต่างประเทศคือตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาประเทศโดยไม่มีอำนาจเงินเข้ามาเกี่ยวข้องชาติก็จะเจริญกว่านี้ เพราะเงินตัวเดียวที่ทำให้ชาติต้องพังพินาศ ประชาชนคนไทยต้องแตกแยกกันเข่นฆ่ากันก็เพราะเงินนี่เองสงครามแย่งเงินกันคงไม่มีวันจบสิ้นแน่ เพราะทุกคนจ้องกันอยู่ที่เงินอย่างเดียว แม่จะฆ่าลูกก็เพราะอยากได้เงินลูกมาครอบครอง แม้จะสั่งให้ฆ่าลูกของตัวเองก็ยังยอมทำเพราะหวังเงินของลูกกิเลสของแม่อันชั่วช้านี้คนเป็นลูกคงให้อภัยแม่ไม่ได้ดังนั้นแม่ต้องได้รับกรรมที่ก่อใว้.........

ป้าพลอย

พธม.ยึดสุวรรณภูมิ สังคมออนไลน์ร่ำไห้

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
[28 พ.ย. 51 - 14:17]

“เกือบต้องตกค้าง...อยู่สุวรรณภูมิแล้วครับ”

เสียงหนึ่ง...นามว่า “bananaku” ห้องราชดำเนิน เว็บไซต์ www.pantip.com โพสต์เปิดกระทู้ไว้ตอนตีสี่ครึ่ง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551

ตารางนัดหลังเสร็จการประชุมที่กรุงเทพฯ ต้องกลับภูเก็ตวันอังคารที่ 25 จอง Air asia เที่ยวบิน FD 3027 เครื่องออกเวลา 21.10 น.

“ห้าโมงครึ่ง โชคดีแฟนโทร.มาบอกว่า พันธมิตรฯกำลังจะปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ให้รีบไปด่วน ผมนั่งแท็กซี่ขึ้นทางด่วนพระรามเก้า อีก 3 กิโลเมตร จะถึงสนามบิน ก็เห็นขบวนรถติดแหง็ก...ไม่คิดว่าจะทำกันขนาดนี้”

บรรยากาศบนทางยกระดับ มีรถจอด 3 เลนซ้าย พอจะขยับคลานไปได้บ้าง 3 เลนขวา แล้วค่อยๆบีบเหลือ 1 เลน...บังคับให้ลงข้างล่างฝั่งซ้ายสุด แต่ไม่ให้ตรงไปอาคารผู้โดยสาร เพราะข้างหน้ามีขบวนรถกั้นไว้เต็ม แถมยังมีบังเกอร์...ลวดหนาม

ผู้คนบนรถที่กำลังมุ่งหน้าไปสนามบิน หน้าเครียด มองซ้าย มองขวา สีหน้ากังวลชัดเจน มองไปที่การ์ดพันธมิตรฯ แต่งตัวเหมือนที่เราเคยเห็น...ใส่ชุดดำ หมวกไหมพรมหรือไม่ก็มีผ้าปิดหน้าตา พร้อมหน้ากาก แว่นกันแก๊สเกือบทุกคน

จุดสะดุดตา...แต่ละคนมีกระเป๋าคาดไหล่เล็กๆ มือคอยซุก จับกระเป๋าไว้ตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะนั่งยองๆ ไม่เดินไปมา สายตามองออกไปนอกทางยกระดับ ท่าทีลุกลี้ลุกลน

“นึกในใจ จะเกิดเรื่องไหมเนี่ย...น่ากลัวจัง”

ที่ทำให้รู้สึกแปลกมากๆ...การ์ดบางคนเดินถือไม้ยาวประมาณเมตรกว่า เดินตรวจไปมารอบๆรถที่ติดมากๆ เพื่อดูลาดเลา หรือดูว่ารถคันไหนมาก่อกวนหรือเปล่า

“สายตาที่มองมา ราวกับเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตั้งด่านตรวจหาคนร้าย”

ประมาณทุ่มครึ่ง เช็กอินเรียบร้อย ทานข้าวรองท้องเสร็จ...สองทุ่มสิบห้านาที เตรียมขึ้นเครื่อง เริ่มเห็นความวุ่นวาย...ตำรวจสลายม็อบเดินกันเต็มชั้นผู้โดยสารขาออก

เครื่องบินขาเข้าเทียบงวงช้าง ปกติต้องรอให้ผู้โดยสารออกมาหมดก่อน แล้วพักเครื่องแป๊บนึง แต่วันนี้...เรียกขึ้นเครื่องรอไว้เลย ทันทีที่ผู้โดยสารออกมาจากเครื่องหมดก็ปล่อยผู้โดยสารขาออกเข้าเครื่องทันที

ได้ยินเสียงจากวิทยุภายในคุยกันว่า...“ให้รีบนำผู้โดยสารทุกคน ขึ้นเครื่องโดยเร็วที่สุด เพราะพันธมิตรฯเข้ามาในสนามบินได้แล้ว”

ถึงภูเก็ต...เห็นภาพข่าวพันธมิตรฯเข้าไปยึดในสนามบินได้เรียบร้อย พร้อมกับภาพทำร้ายเจ้าหน้าที่สนามบิน...

“ผมรู้สึกสงสารประเทศไทย ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดช่วยคุ้มครองประเทศไทยด้วยเถอะครับ อย่าให้มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้ออีกเลย”

หลาย ความเห็นบอกว่าอ่านกระทู้แล้วเศร้าใจ อยากร้องไห้ บางคนก็ขออนุญาตระบายทุกข์ว่า การปิดสนามบินทำให้ธุรกิจเสียหาย เพราะไม่สามารถส่งของสดไปต่างประเทศได้ภายใน 6 ชั่วโมง

ผลที่จะตามมาอีกระลอก...ผู้ค้าต้องเปลี่ยนไปซื้อของเจ้าอื่น หนำซ้ำยังต้องโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย...ก็ได้แต่หวังว่าต่างประเทศจะ เข้าใจ

เจ้าของกระทู้รายนี้ โพสต์ไว้ตอนตีห้า ออกตัวว่า ไม่ยุ่งการเมือง เพราะไม่อยากเป็นเหยื่อ ไม่ว่าฝ่ายเหลือง...ฝ่ายแดง

“การลากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่อีกเส้นของเศรษฐกิจประเทศเข้ามาเพื่อกดดันรัฐบาล แล้วบอกว่า...ต้องรับสภาพ ขอถามจริงๆว่า...ใครเป็นคนทำลายเศรษฐกิจไทยกันแน่”

บางเสียงก็โพสต์ปลอบ... “พวกเขาไม่สนใจ เราจะเสียหายอย่างไร ประเทศจะถอยหลังหมดความเชื่อถือในสายตาจากต่างประเทศ...ขอให้นึกทางพระเข้า ข่ม เราเคยทำกรรมอะไรไว้เมื่อชาติก่อน”

เสริมด้วย คุณขยะแห้ง ตั้งกระทู้ลอยๆไว้ว่า...เมื่อใด? ที่มีการกบฏยึดอำนาจ กลุ่มที่ทำ...สามารถมาบริหารประเทศได้ ไม่มีความผิด การบังคับกฎหมาย ก็จะไม่มีผล ในประเทศที่ว่าเป็นประชาธิปไตย

“ความวุ่นวาย จะไม่รู้จบ อย่าบอกว่าม้วนเดียวจบเลย...ยี่สิบม้วนก็ไม่จบ เพราะระบอบประชาธิปไตย บอกว่า เราเท่าเทียมกัน”

คุณขยะแห้งยังโพสต์โยงถึงความเห็นของ สมศักดิ เจียมธีรสกุล นักวิชาการรัฐศาสตร์ ที่ชี้ยุทธวิธีของพันธมิตรฯขณะนี้ชัดเจน

“พยายามสร้างความรู้สึกที่ว่า เกิดภาวะ civil disorder คือ ความวุ่นวายทางสังคม ความไม่มีระเบียบ จัดการไม่ได้...เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล”

การปิดสุวรรณภูมิ...มีผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวมาก เพราะเป็นช่วงไฮซีซัน

วิเคราะห์กันไปต่างๆนานา ต้องมาสะดุดกับคำว่า สปอนเซอร์ใหม่?

คุณ PageOne อธิบายสั้นๆว่า ปิดสุวรรณภูมิ ก็ตรงตามเจตนารมณ์ รัฐบาล...หลังการปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

“สุวรรณภูมิมีปัญหา...เครื่องบินทุกสายต้องไปลงที่สิงคโปร์ ไม่แน่ว่า...ครั้งนี้ อาจมีตังค์ทอนอีกโข”

วันนี้...ทั่วโลกกำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ แถบยุโรปเริ่มมีคนตกงาน มากขึ้น คนที่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม...ก็เริ่มถูกปลดออกจากงาน

นักวิชาการประเมินว่า กว่าจะฟื้นตัวเหมือนเดิม อาจใช้เวลาถึงปี 2555...นาน 4 ปีเต็ม

“เยอรมันมีตัวเลขคนตกงานเกิน 700,000 คนเข้าไปแล้ว... แต่บ้านเรา ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเผาป่าเพื่อกำจัดโรบินฮูด...คนเดียว”

นานาทรรศนะกรณีพันธมิตรฯยึดสนามบินสุวรรณภูมิ พูดกันแตกแขนงแยกย่อยหลากหลายประเด็น บางคนบอกตรงๆ ยังไม่เชื่อว่า...เมืองไทยจะมาถึงจุดนี้ได้จริงๆ

“คนที่อยู่ตรงกลางไม่มีที่ยืนแล้ว ตัวลีบลงทุกวันๆ จะพูดคุยกับใครก็ระแวงไปหมด ไม่เห็นด้วยก็ถูกเหมาว่าเป็นอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ”

คุณ Giggs ย้ำว่า ตัวเองก็แทบจะพึ่งไม่ได้แล้ว...ทุกวันนี้ตื่นมาตอนเช้าไม่รู้ว่าจะถูกเลย์ออ ฟเมื่อไร ไม่รู้ว่าแต่ละวันจะทำอะไรกินดี ที่ประหยัดและอิ่มท้องที่สุด

เมื่อถามถึงทางออก ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น คุณ seifiros ดูท่าว่าจะเป็นอีกคนที่ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด โพสต์ไว้ตอนตีสองกว่าๆ ฟันธงว่า “สงครามครั้งสุดท้ายของสุดท้าย พธม.พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง”

“ผมเชื่อว่า...หลังที่ทุกคนได้เห็นเหตุการณ์วันนี้แล้ว คนที่เป็นกลาง หรือแม้แต่คนที่เชียร์พันธมิตรฯจำนวนไม่น้อย จะหันไปเข้ากับฝ่ายตรงข้าม”

ทางออกเฉพาะหน้า เท่าที่คิดได้ คงมีอยู่แค่ 2 ทาง ทางแรก...ใช้กำลังสลายการชุมนุม (ไม่ว่าจะด้วยประชาชนฝ่ายตรงข้าม หรือรัฐบาลสั่งการก็ตาม)

ทางที่สอง...รัฐบาลยอมถอยหลายก้าว ยุบสภา แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่

ที่คิดให้เช่นนี้ เพราะการที่จะหวังให้พวกเค้าคิดได้เอง หรือจะรอให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมค่อยๆตีตนลาจากการชุมนุม ให้ม็อบสลายหายไป คงไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

ที่น่าห่วงกว่าทักษิณจะได้รับโทษหรือไม่? สมัครจะเป็นอย่างไร? รัฐบาลจะยุบสภาไหม? ก็คือ...เราจะมีอะไรกินไหมในวันพรุ่งนี้?

ท่ามกลางความร้อนแรงของเหตุบ้านการเมือง ดูเหมือนว่าฝ่ายที่ไม่เลือก ข้าง ยืนอยู่ตรงกลางจะห่วงกับปากท้อง ให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจมากที่สุด

จะด้วยการบล็อก หรือลบจากเจ้าของเว็บไซต์...ทรรศนะส่วนใหญ่ ไม่มีเสียงด่า ต่อว่าพันธมิตรฯแบบสุดโต่ง หยาบคาย ส่วนใหญ่มีแต่ให้กำลังใจกันและกัน และควรเตรียมใจเผื่อไว้ทุกสถานการณ์

“การยึด...อาจไม่นาน แต่ถ้าตัวสนามบินมีปัญหาก็อาจใช้งานไม่ได้...นาทีนี้ ไม่มีใครคาดเดาได้เลย ขนาดทำเนียบยังไม่น่าเชื่อ ก็ยังยึดได้ตั้งหลายเดือน”

คล้อยหลังวันม็อบพันธมิตรฯบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิเต็มรูปแบบ วันแรก...บทสรุปยังไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ที่กระทบแน่ๆคือเศรษฐกิจ และบาดแผลที่เยียวยาไม่ง่ายเลย คือความเชื่อมั่นของต่างชาติ.

Clip ทัศนะของนักท่องเที่ยวต่างชาติ กับ กรณี พธม ปิด สุวรรณภูมิ




http://www.youtube.com/watch?v=mazTO9btkmE

เสียงระเบิดดังหลังเอเอสทีวี รวบการ์ดอาสาพันธมิตร

[28 พ.ย. 51 - 03:33]
ข่าวจาก ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.50 น. ที่ผ่านมา (28 พ.ย.) เกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง บริเวณด้านหลังอาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ สถานที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ใกล้สวนสันติไชยปราการ ก่อนมีเสียงปืนดังประมาณ 10 กว่านัดตามมา

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายพรชัย สงวนพงศ์ อายุ 41 ปี โดยนายพรชัย ให้การยอมรับว่าเป็นการ์ดอาสาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวีอยู่

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์มีเสียงหวีดดังขึ้น 3 ครั้ง และคนขับเรือผ่านมาทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนมีเสียงปืนดังขึ้นและตนเองได้ ยิงปืนสวนกลับไป ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปลอกกระสุนปืนตกอยู่หลายนัด กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายพรชัยกล่าวว่า ตนเองตกใจ และทิ้งอาวุธปืนลงแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายพรชัยไปสอบสวนที่ สน.ชนะสงครามต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในตัวของนายพรชัยมีผ้าพันคอและผ้าโพกศีรษะของนักรบศรีวิชัย และ ผ้าที่แสดงตัวเองว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมอาวุธประจำตัว แมกกาซีนกระสุนปืน 2 ชุด กระสุนปืนขนาด .22 มม. จำนวน 50 นัด และ กระสุนปืนขนาด 11 มม. อีก จำนวน 6 นัด พร้อมเสื้อเกราะกันกระสุน





อ่า่นข่าวเดียวกัน ที่ manager.com

พิจารณาเอาว่าใครทำใครกันแน่....

Clip จาก คุณ สิงห์สนามหลวง pantip.com

อ่ะนะ - -*

http://www.youtube.com/watch?v=vZYGh2yWbFw

นาที ผู้ประกาศ astv เปิดก้นโกยแนบ
http://www.youtube.com/watch?v=TW5VM_D0buE

หยุดทำชาติย่อยยับ


วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11220 มติชนรายวัน
บทนำมติชน

ปฏิบัติ การเข้มข้นของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วยการนำมวลชนเข้าปิด ล้อมและยึดการท่าอากาศยานหรือสนามบินสุวรรณภูมิ บางพลี สมุทรปราการ ทั้งด้านนอกและภายในอาคารเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ได้ก่อให้เกิดความเสียหายไม่เพียงแต่รายได้ที่ขาดหายไปของการท่าอากาศยาน อย่างน้อยละวัน 50 ล้านบาท จากเหตุที่สายการบินไม่สามารถขึ้นและลงได้ ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสารขาออกประมาณ 3,000 คน ที่ติดค้างในสนามบิน แต่ละคนต้องประสบปัญหาการกินการอยู่และการดำเนินชีวิตอื่นๆ ที่ไม่สะดวกสบาย กระทบกระเทือนต่อแผนงานที่ตระเตรียมไว้ ซึ่งแต่ละคนก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยยังพังพินาศไปในพริบตา ส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยวอันมีธุรกิจเกี่ยวข้องมากมายที่จะซึมยาวไม่น้อย กว่า 6 เดือนนับจากนี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ของพันธมิตรด้วยข้ออ้างเพื่อมิให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งกลับจากการประชุมผู้นำกลุ่มเอเปค ณ ประเทศเปรู ได้ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิและพร้อมกันนั้นก็ต้องการกดดันให้นายสมชายลาออก จากนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อนายสมชายหลีกเลี่ยงการลงสนามบินสุวรรณภูมิ พันธมิตรยังปิดล้อมและยึดสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป ย่อมเท่ากับ พันธมิตรกำลังเอาความเดือดร้อนของผู้โดยสารของสายการบินต่างๆ จากทั่วโลกและความเสียหายต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงของประเทศไทยมาเป็นเครื่อง ต่อรองหรือใช้เป็นตัวประกัน ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะขัดต่อหลักของการต่อสู้แบบอหิงสาหรืออารยะขัดขืนตามที่ได้ประกาศไว้

ตลอด 6 เดือนเศษที่พันธมิตรชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 การเคลื่อนไหวของพันธมิตรแม้จะเป็นการต่อสู้ของภาคประชาชนที่ขัดขวางการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ การขับไล่รัฐบาลนายสมัครซึ่งมีเหตุผลที่พอรับได้ แต่ขณะเดียวกันก็ท้าทายต่อการกระทำผิดกฏหมายที่อาจถูกดำเนินคดีและเสี่ยงต่อ การถูกตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการหลายอย่างถูกโจมตี เช่น การบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลแล้วใช้เป็นที่ชุมนุมยืดเยื้อมานานเกือบ 4 เดือนเต็ม ทรัพย์สินส่วนหนึ่งสูญหายและชำรุด การบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที การปิดล้อมรัฐสภาเพื่อปิดทางมิให้คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายจนำไปสู่การเกิด จลาจลเลือดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม การปิดล้อมทำเนียบชั่วคราว ที่สนามบินดอนเมือง ฯลฯ ล่าสุดไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ

การ เคลื่อนไหวหลายอย่างที่ผ่านมาของพันธมิตรมีความชอบธรรมและเกิดประโยชน์ต่อ บ้านเมือง ยกระดับการตื่นตัวของประชาชนได้เข้าใจสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ของตนในการเข้า ร่วมตรวจสอบทางการเมือง ทำให้ผู้ปกครองประเทศพึงระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และมีคุณธรรม แต่การเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลนานเกินไป แล้วยังไปปิดล้อมทำเนียบที่ดอนเมือง ตามมาด้วยสนามบินสุวรรณภูมิได้กลายเป็นจุดอ่อนของพันธมิตรที่กลายเป็นความ ไม่ชอบธรรม โดยหลักเมื่อนายสมชายไม่มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ควรยกเลิกการชุมนุมเพราะ เพราะเหตุผลที่จะสกัดกั้นนายสมชายได้หมดไปแล้ว กระนั้นก็มิได้หมายความว่า การขัดขวางนายสมชายด้วยเป้าหมายจะหยุดยั้งการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จะเคลื่อนไหว ชุมนุมปิดกั้นได้ทุกหนทุกแห่งตลอดไปโดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย

สิ่ง ที่ไม่ควรมองข้ามไปอย่างง่ายๆ ก็คือ การต้องพูดถึงระบบการรักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิหรือแม้แต่ ดอนเมืองก็ตาม ซึ่งรัฐควรจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและมีแผนที่จะต้องใช้ในสภาวะฉุก เฉินเพื่อป้องกันและระยับยับยั้งกับกลุ่มคนที่จะปฏิบัติการในลักษณะจะก่อให้ เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศ เช่น กลุ่มโจรก่อการร้าย กลุ่มมวลชนที่ยกขบวนมาปิดล้อม ฯลฯ ไม่ว่าฝ่ายการเมืองจะดีหรือเลวอย่างไร เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ผู้ที่ย่อหย่นอจะด้วยประการใดๆ ควรจะต้องมีโทษ รวมถึงกลุ่มคนที่กระทำผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายต่อรัฐต่อแผ่นดิน นอกจากจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังจะต้องให้ร่วมกันรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย หากจำเป็นจะต้องออกกฎหมายจัดตั้งศาลพิเศษขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อพิจารณาคดี เหมือนกับประเทศเกาหลีใต้ก็ควรจะทำ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างในอนาคต




เนื้อหา จาก มติชนรายวัน รูปประกอบจาก Pantip.com โดยคุณ Sky

Thursday, November 27, 2008

รอง ผบช.น.ชี้ยึดสุวรรณภูมิผิดฐานก่อการร้่าย

วันนี้ (27 พ.ย.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะ รองโฆษก บชน.ระบุ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯขณะนี้ โดยเฉพาะการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ส่อเข้าข่ายความผิดฐานก่อการร้าย ตามกฎหมายอาญามาตรา 135 มีโทษสูงสุดประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือ จำคุก 3 - 20 ปี อีกทั้ง ยังเข้าข่ายความผิดมูลสาร ตามพระราชบัญญัติฟอกเงินจึงขอวอนแกนนำ ทบทวนการกระทำดังกล่าว สำหรับ คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่ง ให้พันธมิตรฯ ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นบันไดทางลง

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะรอฟังมติคณะรัฐมนตรีว่า จะสั่งการให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะขณะนี้ประเทศไทยเสมือนปิดประเทศไปแล้ว และกำลังดิ่งลงเหว ซึ่งหากมีการประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พระราชบัญญัติความมั่นคง จะทำให้มีอำนาจเข้าจัดการปัญหาได้มากขึ้น