WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 30, 2008

คลิปวีดีโอสนธิสั่งสาวกให้ยิงทิ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ



ที่มา TFN HOT VDO CLIP

ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม...ประชาธิปไตยกำลังจะชนะแล้ว


ผม และหลายท่านผู้นิยมความถูกต้อง ในช่วงนี้อึดอัดจนอกแทบระเบิด เพราะรอแล้ว รอเล่ารัฐบาลก็ไม่ทำอะไรซักที จนบางท่านเหลืออด จนต้องบ่นตัดพ้อรัฐบาล ซึ่งบางทีตัวเองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน..แต่มันก็เกิดจากภาวะทางอารมณ์

การบังคับให้ปฏิบัติตามกฏหมายทุกท่านต้องการ แต่อย่าได้หลงลืมว่าสิ่งที่เราต้องการที่เราร่วมต่อสู้กันมาก็เพราะ เราต้องการให้ประเทศนี้ใช้การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยต่อไป ถ้าเราลงมือโดยไม่รอบคอบเราจะได้ การเมืองใหม่ (ที่โคตรเก่า) มาแทน เพราะ..

บัดนี้ การเมืองกำลังแก้ด้วยการเมือง ซึ่ง การเมือง คือการแย่งชิงความชอบธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ภาวะปกติ ขนาดเลือกตั้ง ยังล่อกันอีรุงตุงนังไปหมด...แต่คราวนี้ไม่ธรรมดา ถ้าพลาด ถึงขั้นเปลี่ยนแปลง อำมาตย์ 70 ประชาชน 30 ใครก็รู้ก็คือ อำนาจไปอยู่ที่อำมาตย์นั่นแหล่ะ..

ทหารไม่ปฏิวัติ เพราะไม่มีความชอบธรรม ถ้ารัฐบาลเข้าปราบ พวกมันให้คนแต่งเป็นชุดตำรวจถ่ายให้เห็นหน้าเบลอๆ กำลังยิงปืนใส่เด็กเล็กๆ หรือ เอาภาพเด็กโดนยิงเสียชีวิต แล้วก็ให้สื่อของพวกมัน เอาภาพไปออกทุกช่องแล้วก็โทษว่า เพราะรัฐบาลปราบม็อบ..เราเสร็จมัน...ขณะนี้รัฐบาลคงรอให้ต่างประเทศช่วยสร้างความชอบธรรมให้เต็มที่..เมื่อวานสหรัฐออกมาแล้ว..เดี๋ยวมีอีกหลายประเทศ..เพราะมันกระทบไปถึงพวกเขาด้วย ที่เขียนมาอย่านึกว่าโอเวอร์ เพื่อให้ได้อำนาจ.ทำได้ทุกอย่างโดยเฉพาะอ้ายลิ้มมันเป็นหน่วยกล้าตายเสียด้วย..

แต่ยังไงประชาชนก็ซวยสุดอยู่ดี เป็นมาอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย..แต่ทำไงได้ เหมือนกับที่นายกทักษิณพูด "เพื่อประชาธิปไตยเราอาจเจ็บปวดบ้างเป็นบางครั้ง แต่สำหรับเผด็จการมันคือฝันร้ายตลอดชีวิต" ถูกต้องที่สุดครับ

Politician Boss http://www.prachatai.com/webboard/wbtopic.php?id=753698

ระยะนี้เป็นช่วงที่สถานการณ์ทุกอย่างเขม็งเกลียว และงวดเข้ามาจนแทบจะเรียกว่ากลบข่าวอื่นจนหมดสิ้น บางคนติดตามข่าวสารการเมืองถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ บางคนเครียดถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลไปเลยก็มี บางคนอดหลับอดนอนเพื่อติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ชนิดเกาะติดสถานการณ์ (ผมก็อยู่ในส่วนของคนกลุ่มนี้)

ผมติดตามข่าวสารมากมายและอ่านกระทู้ความเห็นจากเวปต่าง ๆ มากเช่นกัน แต่ก็สะดุดใจกับกระทู้ของคุณ Politician Boss ท่านนี้ ที่ลงไว้ในประชาไท เพราะตรงใจผมมากจนต้องขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ เวลานี้คนไทยแทบทั้งชาติ ทั้งที่จะชอบท่านนายกทักษิณหรือไม่ก็ตาม ต่างก็มองเห็นและเข้าใจได้เป็นจุดเดียวกันว่า พธม. กระทำในครั้งนี้เป็นการกระทำที่เกินไปจริง ๆ และเข้าข่ายการก่อการร้าย ปิดประเทศของตนเองยังความเสียหายให้กับคนไทยและประเทศชาตินับอเนกอนันต์ เรียกได้ว่าการกระทำครั้งนี้ทำให้ประเทศชาติต้องเริ่มสร้างกันใหม่โดยนับจาก ศูนย์ ทุก ๆ คนในชาติไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องเริ่มตั้งต้นกันใหม่หมด ต้องย้อนหลังประเทศกลับไปกว่า 20 ปี

ถ้าคุณอายุ 15 ปีในเวลานี้และเพิ่งเริ่มต้นลงทุนทำกิจการบางอย่าง ก็อาจจะไม่เท่าไร แต่ถ้าคุณอายุ 50 ปีในเวลานี้ คุณเริ่มลงทุนไว้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทุกอย่างกลับมาเริ่มใหม่หมด......ก็คงจะลำบากมาก เพราะทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ แต่สิ่งเดียวที่เริ่มต้นใหม่ไม่ได้ก็คือ เวลา เพราะโอกาสอย่างนั้นอาจจะไม่กลับมาอีกเลย รวมทั้งอายุที่มากขึ้นนี้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผมเองแม้จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วยเช่นกันจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ก็ยังมองว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไหน ๆ ก็ต้องสูญเสียแล้ว เราจะต้องได้รับกลับมาให้คุ้มกับการสูญเสียนั้น ซึ่งก็คือ ประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อโอกาสที่เท่าเทียมกับของคนไทยทุกคน ขจัดเผด็จการอมาตยาธิปไตยให้สิ้นซากไปจากเมืองไทยให้ได้ ซึ่งการจะกระทำให้ได้ดังนั้นจึงต้องอาศัยความรอบคอบ และละเอียดอย่างยิ่ง อีกไม่กี่วันศาลรัฐธรรมนูญก็จะตัดสินคดียุบพรรคของทั้ง 3 พรรคการเมือง ซึ่งก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นการเดินเกมส์ทางการเมืองโดยใช้อำนาจตุลาการ มากดดันรัฐบาลที่กำลังจะจัดการกับ พธม. ที่ยึดสนามบินอยู่ในขณะนี้

การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความชอบธรรมทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ถ้าฝ่ายเราเดินเกมส์พลาดแม้แต่เพียงนิดเดียว สิ่งที่เราสูญเสียไปแล้วจะไม่มีวันกลับคืนมาได้อีกเลย ดังนั้นไม่มีทางใดทำได้ดีไปกว่า เชื่อมั่นในรัฐบาล ให้กำลังใจต่อสถานการณ์เหล่านี้ เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลที่เราเลือกพวกเขาขึ้นมากับมือ ผมเชื่อว่า รัฐบาลท่านนายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีแผนการที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว อย่าได้วิตกจนเกินเหตุ เพียงแต่กลั้นใจอดทนรอเท่านั้น เพราะการรอคอยโอกาสคือการต่อสู้ที่สำคัญในทุกยุทธภูมิ

การคาดเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปในทางร้าย หรือ แสดงอาการเกรี้ยวกราดที่ไม่ได้ดังใจ รังแต่จะทำให้ผู้ปฏิบัติการ (ซึ่งกำลังเตรียมพร้อมอยู่ทุกขณะ) เกิดอาการหวั่นไหวได้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประชาชนทั่วไปอย่างเรา ควรจะไปร่วมแสดงพลังเสื้อแดงในวันนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้เห็นว่าประชาชนจะให้กำลังใจพวกเขาให้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่เป็นการไปกดดันรัฐบาล เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเสียไป.....

อย่าลืมว่า หมากเกมส์นี้เดินพลาดเพียงนิดเดียว แพ้ทั้งกระดาน ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายเราได้เปรียบอยู่แล้ว อดทนให้มากขึ้นอีกนิดเถอะครับ รอและอดทนการข่มเหงมาได้ตั้งแต่ปี 49 เหลือเวลาแค่อีกไม่กี่วันจะทนไม่ได้เสียแล้วหรือ………………….

ปูนนก

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=492

ช่วยกันทำประกาศจับ Airport Hijack Terrorist ออกไปทั่วโลก

บทความ โดย Bugbunny

ตอนนี้การยึดสนามบินสาธารณะเข้าองค์ประกอบการเป็นผู้ก่อการร้ายแล้ว

อยากให้ท่านที่ชำนาญภาษาต่างประเทศและท่านที่ชำนาญ AI ช่วยทำประกาศจับทำนอง

WANTED

Airport Sieze Hijacker Terrorist Group

Chamlong, Sondhi, Pipob, Somsak, Somkiat, Suriyasai, Samran, Prapan, Maleerat, Saranyoo, Chaiwat

(และผู้ก่อการร้ายคนอื่น ๆ ที่เห็นสมควร)



ลงรูปและชื่อนำไปกระจายในเวบสถานทูต เวบ Immigration เวบส่วนราชการของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และเวบต่อต้านการก่อการร้ายสากล เช่น Interpol.

เพราะขณะนี้ทั่วโลกได้ประณามการกระทำที่เข้าข่ายการก่อการร้ายสากลของพวกมันแล้วทั้งสหรัฐและอียู การเป็นผู้ก่อการร้ายสากลนั้น จะมีผลทำให้ไม่ได้รับวีซ่าเข้าประเทศใดเลยที่ร้อยละเก้าสิบลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการก่อการร้ายสากล และจะถูกจับกุมนำส่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายสากลในทันที

ฝากท่านผู้มีความสามารถด้วยครับ

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=491

Saturday, November 29, 2008

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เรื่อง คืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทย



ท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังขยายตัวออกอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ดังปรากฏให้เห็นจากการเข่นฆ่าและการทำร้ายกันระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้านพันธมิตรฯ ทั้งที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพและในต่างจังหวัด และจนบัดนี้ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยุติลงได้อย่างไร แต่มีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น


ไม่ว่าความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพันธมิตรจะดำเนินไปหรือยุติลงในลักษณะเช่นไร แต่สิ่งที่มีความหมายสำหรับสังคมไทยและจะเป็นหนทางหนึ่งในการธำรงรักษาให้สังคมไทยไม่ให้บอบช้ำไปมากกว่านี้ นั่นคือต้องร่วมผลักดันและเรียกร้องดังต่อไปนี้


ประการแรก นำหลักนิติรัฐมาบังคับใช้อย่างเป็นธรรม
สภาวะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาของหน่วยงานรัฐรวมถึงการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทำให้สังคมตกอยู่ในสภาวะของการทำสงครามระหว่างผู้คน หากยังปล่อยให้สภาพดังกล่าวดำเนินต่อไปก็จะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของผู้คน


จำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายโดยองค์กรเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมายไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หากหน่วยงานรัฐใดไม่กระทำตามหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตน อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดต้องดำเนินไปตามกรอบของความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมตามมาตรฐานของอารยะประเทศ มิใช่เป็นการใช้อำนาจด้วยความรุนแรงตามอำเภอใจเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก
ประการที่สอง คืนความเป็นมนุษย์ให้กับสังคมไทย


ในห้วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ผ่านมา ได้มีการปลุกเร้าและสร้างความหมายให้ฝ่ายที่คิดต่างจากตนกลายเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด จึงทำให้สามารถที่จะลงมือต่ออีกฝ่ายได้เมื่อเผชิญหน้ากัน สังคมไทยเคยมีบทเรียนของการแบ่ง “ซ้าย/ขวา” จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เมื่อมาถึงบัดนี้การแบ่งแยกระหว่าง “แดง/เหลือง” กำลังนำพาสังคมไทยย้อนกลับไปสู่โศกนาฏกรรมแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง


ควรตระหนักว่าไม่ว่าจะมีความเห็นไปในทิศทางใดก็ตาม แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับเรา อุดมการณ์ทางการเมืองที่ทั้งสองฝ่ายกำลังยึดมั่นและปลุกปั่นอยู่ในขณะนี้ ล้วนแต่ไม่มีคุณค่าพอต่อชีวิตและเลือดเนื้อของผู้คน ต้องเรียกร้องให้หวนกลับมาตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ของเพื่อนร่วมสังคมให้มากขึ้น รวมทั้งประณามการกระทำที่มีผลต่อการสร้างความเป็นศัตรูให้เกิดขึ้นระหว่างผู้คนในสังคมไทยด้วยกันไม่ว่าการกระทำนั้นจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม


เงื่อนไขทั้งสองประการจะเป็นสิ่งที่ช่วยประคับประคองสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงใคร่ขอเรียกร้องให้สังคมร่วมกันผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการคืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทยโดยเร่งด่วนที่สุด


มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

29 พฤศจิกายน 2551


ที่มา : website มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

"อียู"ซัดพธม.ทำภาพลักษณ์ไทยเสียจี้"ม็อบถ่อย"ออกจากสนามบินอย่างสันติ


สหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ จวก ม็อบเถื่อนยึดท่าอากาศยานไม่เหมาะสม ทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย เรียกร้อง กลุ่มผู้ประท้วงออกจากดอนเมือง-สุวรรณภูมิ อย่างเร็วและสันติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (29 พ.ย.) ว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมประท้วงในประเทศไทย ออกไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองอย่างสงบ และว่าการชุมนุมประท้วง ซึ่งทำให้มีผู้โดยสารตกค้างถึงกว่า 100,000 คน กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมาก

แถลงการณ์จากเอกอัครราชทูตอียูประจำประเทศไทยยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างสันติ เคารพในกฎหมาย และสถาบันประชาธิปไตยของประเทศ และว่าอียูเคารพสิทธิในการประท้วงและปราศจากการแทรกแซงปัญหาการเมืองภายในของไทย แต่เห็นว่าการกระทำของกลุ่มผู้ประท้วงในเวลานี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาประเทศ
เอกอัครราชทูตอียูเรียกร้องให้กลุ่มผู้ประท้วงออกไปจากท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง อย่างสันติและโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย

เด็กพรรคสะตอกร่างรุมตื้บนักข่าวพิมพ์ไทย

เด็กส.ส.ประชาธิปัตย์ อำนาจล้นฟ้า ส่ง 3ชายฉกรรจ์ไล่บี้กระทืบนักข่าวพิมพ์ไทย โดดแย่งหลักฐานภาพเด็ดส่อทุจริตเลือกตั้ง แจกแว่นปชช.เป็นว่าเล่น โชคช่วยรอดน้ำมือมารมาได้โร่แจ้งความตามจับมาดำเนินคดีตามกม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (29พ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.ที่สถานีตำรวจนครบาลบุคโล นายฐากูร คงมิ่ง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.สุรศักดิ์ ปานอ้น พนักงานสอบสวนสน.บุคโล เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บหลังจากเข้าไปถ่ายภาพ ส.ส.พรรคประชาธิปัติแจกแว่นตาให้กับประชาชนที่ศาลเจ้าโกวบ้อ ซอยตากสิน 34

โดยนายฐากูร กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งจากบรรณาธิการข่าวว่ามีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปแจกจ่ายแว่นตาที่ศาลเจ้าโคลบอล ซึงผิดพ.ร.บ.การเลือกตั้ง จึงให้ตนเองไปตรวจสอบ ตนก็เดินทางไปที่ดังกล่าวในเวลาประมาณ 11.30 น.เมื่อไปถึงพบว่ามีนางนันทพร วีรกุลสุนทร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมส.ก.ในพื้นที่และทีมงานกำลังแจกจ่ายแว่นตาให้ประชาชนอยู่จริง จึงได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพ ขณะที่บันทึกภาพอยู่นั้น กลุ่มผู้แจกจ่ายแว่นตาได้เข้ามารุมต่อว่าจะถ่ายไปทำไม และเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ตนเองบอกว่าไม่ได้ถ่ายเพราะเกรงจะถูกทำร้าย

“หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ ก็เข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือ และลบภาพที่บันทึกไว้ทิ้งไป และกลุ่มคนร้ายก็รุมต่อว่าและกักตัวไม่ให้ออกจากพื้นที่ พยายามคาดคั้นให้ผมบอกให้ได้ว่าเอารูปไปทำอะไร ผมพยายามหนีขี่มอเตอร์ไซด์ออกมา ขณะที่ขี่มอเตอร์ไซด์ก็ถูกชายคนหนึ่งกระโดดต่อยที่หน้า ผมก็ขี่มอเตอร์ไซด์หนีต่อมาทางซอยตากสิน 34 ก็มีชายฉกรรจ์อีก 3 คนมาดักรุมทำร้าย ผมจึงตัดสินใจทิ้งมอเตอร์ไซด์ แล้ววิ่งหนีมายังฝั่งตรงกันข้ามขอความช่วยเหลือจากสายตรวจบริเวณ นำผมไปแจ้งความที่สน.บุคโล และเอารถผมกลับไปให้”นายฐากูรกล่าว

ทั้งนี้นายฐากูร กล่าวต่อว่า หลังจากไปแจ้งความที่สน.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตากสิน และเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมติดตามคนร้ายแต่ปรากฏว่าคนร้ายได้หนีไปหมดแล้ว



กลไกบัดซบ!!เสื้อแดงแฉตัดลมพปช.แลกม็อบมารยุติชำเราประเทศ


เข้าตำรายกพิมเสนแลกเกลือ'นายหัววีระ'แฉยับคดียุบพรรคหวัง“รัฐประหารซ่อนรูป”ล้มรัฐบาลพลังประชาชน แลก ม็อบสถุนเลิกย้ำยีประเทศ ชี้'ไอ้ปื้ด'ดอดเจรจาลับกับม็อบโกเต็กซ์ย้ายออกสุวรรณภูมิ 'จตุพร'ลั่นตุลาการรธน.ชุดนี้น่าละอาย สมคบคิดยึดอำนาจ ประกาศศึกวันแดงเดือดพรุ่งนี้ ต้านชุมนุมม็อบสันดานหมาบ้า ต้านรัฐประหารเงียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(29 พ.ย.) นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการการแห่งชาติ และผู้ดำเนินรายการหลักความจริงวันนี้ กล่าวแถลงนัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง ว่า หากมาตราการที่จะดึงคนออกจากสนามบินทั้งสองแห่งไม่บังเกิดผลและเหตุการณ์ในบ้านเมืองยังไม่ดีขึ้นเราจะจะนัดชุมนุมคนเสื้อแดง เพื่อให้กำลังใจแต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติตามกฎหมายให้เห็นว่ายังมีประชาชนสนับสนุนการทำหน้าอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับระบุถึงคดียุบพรรคพลังประชาชนนั้นเป็นข้อเจรจาระหว่างคนลึกลับกับคนในม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่กลุ่มพันธมิตรฯจะล่าถอยออกจากการเข้ายึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้ประชาชนสังเกตจากคำแถลงของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า วันที่ 2 ธค.ทุกอย่างจะจบ ซึ่งเห็นได้ว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อล้มล้างรัฐบาลให้ได้ แต่ใช้วิธีแยบยลให้ประชาชนเห็นว่าเป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธี “รัฐประหารซ่อนรูป”

"เวลานี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฎิบัติการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยจากมาตราการอ่อนไปหาแข็งด้วยวิธีการเจรจา ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ฉะนั้นจึงต้องชุมนุมคนเสื้อแดง เพื่อให้กำลังใจการทำงานของรัฐบาล แต่ขณะนี้เกิดเหตุแทรกซ้อน คือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ พิจารณาตามข้อเสนอของทั้ง 3 พรรค ได้แก่พรรคพลังประชาชน พรรคมฌิมาธิปไตยและพรรคชาติไทย โดยจะไม่พิจารณาพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ได้ร้องขอเสนอไป โดยจะไม่รับหลักฐานใดๆเพิ่มเติมปิดคดีเพียงเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวเราทราบว่าเป็นการแลกเปลี่ยน ในการเจราระหว่างคนลึกลับกับคนในม็อบที่ไปปิดสนามบิน เป็นข้อตกลงว่าใช้มาตราการทางศาลล้มล้างรัฐบาลจะยอมเคลื่อนย้ายออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ"นายวีระกล่าว

อย่างไรก็ตามในการวันที่ 30 พ.ย.นี้ จึงมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ 1. เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่ทุกฝ่ายที่ไปคลี่คลายสถานการณ์ในสนามบินทั้งสองแห่ง 2.เพื่อต่อต้านการทำ “รัฐประหารซ่อนรูป” ดังนั้นเชิญชวนผู้ที่รักประชาธิปไตยมาร่วมต่อต้อานเผด็จการในทุกรูปแบบตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ที่ท้องสนามหลวง เวลา 16.00 น.ส่วนการชุมนุมจะจบสิ้นใน 1-2 วันหรือจะยืดเยื้อต่อไปแล้วแต่สถานกาณ์ อย่างไรก็ตามในการชุมนุมจะไม่ต่อสายโทรศัพท์ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งขอสงวนเนื้อหาของแต่ละคนที่จะขึ้นพูดบนเวทีด้วย และยืนยันว่าการชุมนุมจะไม่สร้าความปั่นป่วนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่เคลื่อนย้ายเพื่อสร้างความวุ่นวายใดๆทั้งสิ้น

'เดอะตู่'ลั่นแดงรักชาติล้นสนามหลวง

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการการแห่งชาติ กล่าวว่า จุดเปลี่ยของเหตุการณ์มีอยู่ 2 ทางคือ 1.ในวันพรุ่งนี้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคนเสื้อแดง จะมาชุมนุมกันเต็มท้องสนามหลวงล้นถนนราชดำเนินเพื่อหยุดยั้งความเป็นอาณาธิปไตยในขณะนี้ และ 2.เพื่อหยุดยั้งการรัฐประหาร ของศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลไกลเผด็จการเดิมในการประหัตถ์ประหารฝ่ายประชาธิปไตยอย่างนับไม่ถ้วน

หากพรรคพลังประชาชนถูกตัดสินยุบนั้นไม่มีปัญหา แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือเพื่อหยุดยั้งการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งเมื่อหลังจากที่ นายกฯประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อนำกลุ่มพันธมิตรฯออกจาสนามบิน และวันรุ่งขึ้นศาลรัฐธรรมนูญประกาศวันให้แต่ละพรรคนั้นได้แถลงปิดคดี นั้นหมายความว่าเมื่อตัดสินยุบพรรคความเป็นนายกรัฐมนตรี ของนาสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะพ้นตำแหน่งไปโดยกฎหมาย ทั้งนี้กลไกลของศาลก็เป็นกลไกลของรัฐประหารนายกรัฐมนตรี

พร้อมกันนี้ตนขอเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ตุลาการศาลรัฐธรมนูญชุดนี้เป็นกลไกลทางการเมือง ไร้ความน่าเชื่อถือ มีพฤติกรรมที่น่าละอาย สมคบคิดกันยึดอำนาจ เป็นการรัฐประหารแบบครอบคลุม คือการใส่ชุดครุยทำการรัฐประหาร การทำการโดยไม่เกรงใจประชาชนที่รักความยุติธรรม คนที่ตัดสินคดีความหากจิตใจสกปรก ผลการตัดสินดคีก็สกปรก การประกาศวันยุบพรรคเพื่อต้องการประกาศว่า อีก 4 วันรัฐบาลจะหมดอำนาจจะต้องไป เพื่อที่จะบอกเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานว่า อย่าไปทำสิ่งใดกับกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการทำให้เป็นศูนย์ยากาศทางการเมือง ฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยขอให้มารวมตัวกัน เพื่อนๆสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยกล่าวว่า จะระดมคนให้นำมารวมกันที่ท้องสนามหลวง

อนุพงษ์เกือบเสียรู้สองนักวิชาการ "สุรพล-สมบัติ" ซ่อนเงื่อนวิ่งราวเก้าอี้ รมต. โดย : Scorpion

Thaifreenews

อนุพงษ์เกือบเสียรู้

อนุพงษ์เกือบเสียรู้สองนักวิชาการ "สุรพล-สมบัติ"


ซ่อนเงื่อนวิ่งราวเก้าอี้ รมต.



โดย : Scorpion


วันเสาร์ที่ 29 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551



วันที่ ๒๖ พ.ย. คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วมโดยมีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นประธาน สรุปผลหารือกับฝ่ายความมั่นคง หัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดีขึ้นไป อธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน รวมทั้งนายกสมาคมภาคธุรกิจหลายสาขา เสนอให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ตามการชื้นำของ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

***หากนายกสมชายตัดสินยุบสภาอะไรจะเกิดขึ้น***

๒๗ พ.ย. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากต่างประเทศได้เห็นข้อเสนอของ พลเอกอนุพงษ์ เสนอให้ยุบสภาแล้วเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่หวังดี แต่ทำไม่ได้


เพราะการยุบสภาปัญหาจะเกิดขึ้นมาก แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ระบุว่ามาตรา ๑๐๑ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เพราะ....ถ้ายุบสภาแล้วศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรค เท่ากับลอยแพ ส.ส.สังกัดพรรคที่ถูกยุบพรรค โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน จะวิ่งหาเข้าพรรคใหม่ไม่ทัน ก็หมดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง และตัวนายกรัฐมนตรีก็จะขาดคุณสมบัติลงทันที

ณ วันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่ามันเล่นกันแบบตาใสๆเลย โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดียุบพรรคในวันที่ ๒ ธ.ค.นี้ ตรงกับพันธมิตรฯที่ประกาศเช้าประกาศเย็นว่าคดียุบพรรคจะตัดสินภายในไม่เกิน ๓ ธ.ค. และนายกฯจะไม่ได้เข้าไปนั่งฟังพระราชดำรัสในวันที่ ๔ ธ.ค.

ผูกเงื่อนพันคอรัฐบาลต่อไป

วีรกรรมการวิ่งราวเก้าอี้นายกรัฐมนตรีก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เลยนึกถึงนิทานอีสบเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับอีกา ว่า

สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง (สองตัว) เห็นอีกาคาบชื้นเนื้ออยู่บนต้นไม้มันต้องการเนื้อชิ้นนั้นเจ้าสุนัขจิ้งจอกที่ฉลาดแกมโกงจึงกล่าวยกยออีกาว่า " เจ้าช่างสวยอะไรเช่นนี้จะดูขนก็สวยงามกว่าใครๆ ข้ายังไม่เคยพบใครขนสวยอย่างนี้มาก่อนเลยรูปร่างก็ระหงสวยสง่าน้ำเสียงหรือก็จะแสนไพเราะจับใจ " อีกาดีใจที่ได้ฟังคำพูดยกยอดังนั้น จึงกระโดดไปมาด้วยความตื่นเต้นบนกิ่งไม้และต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า มีเสียงไพเราะจริงหรือไม่จึงอ้าปาก ส่งเสียงร้องเพลงทันใดนั้นชิ้นเนื้อก็ตกลงมาที่สุนัขจิ้งจอก ซึ่งตรงเข้าตะครุบและขย้ำกินทันทีด้วยความปลาบปลื้มกับ สมองอันชาญฉลาดของมัน

อนุพงษ์ อ้าปากไม่มีชิ้นเนื้อ หมาจิ้งจอกสองตัวนั้นจึงได้กินแต่น้ำลาย

แต่หากนายกสมชายอ้าปาก ชิ้นเนื้อนั้นก็จะตกลงมาให้สุนัขจิ้งจอกสองตัวขย้ำกินอย่างโอชะทันที

จิ้งจอกสองตัวนี้ ไม่เคยคิดถึงความเสียหายอะไรต่อประเทศ ....มีแต่ข่มขืนประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า

ขอให้เพียงได้ชิ้นเนื้อ คือเก้าอี้รัฐมนตรี แบบเรียนลัดโดยไม่ต้องลงเลือกตั้ง...ก็พอ

ท่านอนุพงษ์ที่เคารพ ระวังสุนัขจิ้งจอกสองตัวนี้ให้ดี และฝากลสุภาษิตนี้ให้ท่านด้วย ที่ว่า

คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล

เสี่ยมมาเกิดปชป.แขวะพรรคร่วมเร่งถอรตัวจากรบ.

วันนี้ (29 พ.ย.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ว่า ทุกฝ่ายควรหยุดกระทำการสิ่งต่างๆ และลดทิฐิที่มีต่อกัน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศชาติ ซึ่งเชื่อว่าแนวคิดรัฐบาลรักษาการ น่าจะมีความเหมาะสม โดยการเชิญชวนคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคใด หรืออาจจะเป็นบุคคลภายนอกได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัวต่อต้านการปฏิวัติ แต่หากการทำปฏิวัติแล้วทำให้ปัญหาทุกอย่างจบลง และเป็นทางออกของประเทศก็ยอมรับได้

พร้อมกันนี้หากพรรคร่วมรัฐบาล ยอมถอนตัว เพื่อให้เกิดช่องทางในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะถอนการชุมนุมจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลานี้คงเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากผู้ชุมนุม เปิดสนามบินให้ชาวต่างชาติได้เดินทางกลับ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเหมาะสม



ขี้ล้นสมองม็อบโกเต็กซ์สั่งปชช.ตายแทนด้วย


ม็อบคลั่ง สื่อมั่ว สร้างกระแสป่วนทั้งวุ่น บีบตร.ห้ามเข้าใกล้ฐานที่ตั้ง ขี้ขึ้นสมองหวั่นสลายการชุมุนม ตั้งด่าน จอดรถ 8 คัน ปิดถนนวิภาวดี จราจรติดอัมพาต 3 ชั่วโมง ประชาชนสวดยับโจรทำเดือดร้อน แกนนำหน้าด้านอ้างไม่ใช่พวก กุซ้ำตร.กราดยิงผู้ชุมนุม 'โกตั๊บ'หัวหดปลุกคนไปตายคาสนามบิน อ้างขอป้องกันฐานASTV ยิ่งชีพ

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลนำรถยนต์ 8 คัน จอดปิดถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า บริเวณด้านหน้าอาคารคลังสินค้า สนามบินดอนเมือง ทำให้การจราจรสามารถวิ่งได้เลนเดียว ทำให้รถบริเวณหน้าสนามบินดอนเมืองติดยาวไปถึงรังสิตสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก บางคนถึงกลับลงมาเข็นรถ แต่คนขับใส่เบรคมือไว้ ผู้ใช้รถบางคนจึงนำก้อนหินขว้างใส่รถคันดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ผ่านไป 3 ชั่วโมง ตำรวจจราจรกลางจึงนำรถลากมาลากรถที่จอดกีดขวางดังกล่าวทั้งหมดออกไป ขณะที่ทางแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่างปฏิเสธว่า ไม่ใช่การกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ

ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลุ่มแนวร่วมพันธมิตรฯ ได้ระดมมวลโดยขนคนเต็มรถกระบะหลายคนเพื่อกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณทางเข้ารอบนอกของตัวอาคาร หลังรู้ว่ามีการปิดกั้นไม่ให้นำอาหารและขนคนเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม

'โกวิท'ย้ำม็อบหมาบ้าห้ามเมินเจรจา

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาประชุมร่วมกับพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยพล.ต.อ.โกวิท กล่าวถึงการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ต้องดูว่าเขาจะเจรจาด้วยหรือไม่

ทั้งนี้เมื่อถามว่า ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯไม่ยินยอมเจรจาตำรวจจะทำอย่างไร พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า หากไม่เจรจา ก็ต้องทำ โดยไม่ได้ตอบคำถามว่าจะทำอย่างไร โดยอ้างว่าขอเข้าประชุมก่อน

ตร.ตั้งด่านสกัดบนมอเตอร์เวย์ ห้ามเข้าสุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าการตั้งด่านสกัดบนทางถนนมอเตอร์เวย์ทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างยาวนานตั้งแต่เวลา 03.00 น.โดยมีการเรียกตรวจรถทุกคันที่วิ่งผ่านอย่างละเอียด พร้อมกับห้ามเข้าไปในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังปักหลักชุมนุมอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการประกาศใช้ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

เริ่มจากเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(29 พ.ย.)พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เตรียมพร้อมไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้มากที่สุด และจะมีการแจ้งให้ทราบว่าจะไปขึ้นรถที่จุดใด อย่างไรก็ตามการรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯ การ์ดพันธมิตรฯยังรักษาความปลอดภัยอยู่ทุกประตูอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการประกาศกับกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ต้องเดินทางไปสมทบที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว โดยอ้างว่ามีกำลังพลอย่างเพียงพอ เพราะมีการส่งคนไปก่อนหน้านี้ประมาณ 400 คน ได้มีการจัดชุดทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมที่เดินทางไปช่วยที่สุวรรณภูมิ และให้กลับมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล

ม็อบป่วนล้อมวงตร.หวิดปะทะ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอมร อมรรัตนานนท์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุกของกองทัพธรรมกว่า 30 คัน ออกมาประกบและขอร้องตำรวจชุดปราบจลาจลของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้เปิดเส้นทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิบริเวณทางยกระดับเชื่อมถนนมอเตอร์เวย์ตัดกับถนนร่วมเกล้า

ทั้งนี้ ในจุดดังกล่าว เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยเมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีจำนวนมากกว่าเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีจำนวน 1 กองร้อย ได้พยายามเข้าล้อมกรอบเจ้าหน้าที่และต้องการให้เคลื่อนย้ายรถบรรทุกผู้ต้องขังออกไปจากการปิดถนน ทั้งนี้ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย พล.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุได้เข้าเจรจาและทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนเหตุการณ์คลี่คลาย โดยตำรวจยอมทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม

สื่อโกเต็กซ์กุตร.กราดยิงประชาชน

จากเหตุปะทะคารมของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เพื่อขับไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อย ที่ตั้งด่านสกัดอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังขับรถออกจากที่เหตุ กลุ่มพันธมิตรฯดังกล่าวสื่อเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ได้เสนอรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นายตรึงกำลังประชิดกลุ่มผู้ชุมนุม ที่บริเวณด่านสกัดตรงทางขาขึ้นสุวรรณภูมิชั้นที่ 4 พร้อมกับเปิดฉากยิงใส่ผู้ชุมนุมแต่ไม่ปรากฎว่ามีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ไม่มีสื่อแขนงใดได้รายงานสถานการณ์รุนแรงดังกล่าว เนื่องจากไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง

'โกตั๊บ'ชี้นิ้วสั่งม็อบบ้าหลั่งเลือดทาแผ่นดิน

ต่อจากนั้นเมื่อช่วงสายของวันเดียวกันที่สตูดิโอเอเอสทีวี บ้านเจ้าพระยา นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญได้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงสดผ่านสื่อโดยปลุกระดมประชาชนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการปิดสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จึงขอให้ประชาชนต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพือปกป้องรัฐธรรมนูญ

" ไม่เป็นไรช่างมั่น ถ้าตายแล้วชาติบ้านเมืองจะดีขึ้นก็ขอให้ตายในวันนี้ก็แล้วกัน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วก็อย่าอยู่มีชีวิตต่อไปอีกจะดีกว่า เพราะมันไม่มีความหมาย ผมไม่อยู่กับความเป็นสัตว์นรก พี่น้องไม่ต้องกังวล พี่น้องดูแลทำเนียบฯ ดูแลสุวรรณภูมิ ถ้ามันจะจ้องหลั่งเลือดอีกหลายครั้งก็ให้มันหลั่งเลือดพี่น้อง การชุมนุมของพวกเราคือป้องกันรัฐธรรมนูญ เอเอสทีวีถ่ายทอดอยู่ในสถานที่ตั้ง ฉะนั้นแล้วการจะมาบุกยึดเอเอสทีวีนั้น เราไม่เปิดประตูให้แน่นอน แล้วถ้าบุกเข้ามายิงเรา เราก็ยิงสวนกลับถ้าต้องตายก็ต้องตาย ”

ตร.อารักขาบ้านนายกฯหวั่นมือมืด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศที่บ้านพักของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กว่า 100 คน ได้ระดมกำลังมารวมตัวกันที่ถนนด้านหน้า บริเวณทางเข้าหมู่บ้านกรีนวัลเลย์ จ.เชียงใหม่ เพื่ออารักขานายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งเต้นท์ และนำอาหารมารับประทาน เฝ้าเวรยามตลอดทั้งคืน โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ วางกำลังอารักขาโดยรอบประมาณ 15 นาย