WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 30, 2008

กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า เผาสันติอโศก ช่วยสุวรรณภูมิ


บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

สถานการณ์การบุกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิอย่างอุกอาจ เยี่ยงผู้ก่อการร้ายของกลุ่มพันธมิตรครั้งนี้ ผมคิดว่าประชาชนต้องช่วยกันหาวิธีสลายม็อบพันธมิตรแล้วครับ จะรอเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตำรวจ หรือทหาร คงไม่ได้แล้ว เพราะม็อบพันธมิตรนี้เส้นใหญ่ จนเจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายนี้ได้ เนื่องจากเกรงอกเกรงใจ เจ้าของม็อบนี้เป็นอย่างยิ่ง

การช่วยกันสลายม็อบของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย โดยการส่งกำลังเข้าไปปะทะกับม็อบ พธม. แบบม็อบตีม็อบ นั้นไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดทั้งสิ้น รังแต่จะเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหารยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง ครั้นจะรอให้รัฐบาลใช้กำลังเข้าปราบปรามและสลายม็อบพันธมิตร ก็จะถูกโจมตีว่าใช้ความรุนแรง และพวกผู้มีบารมีทั้งหลายก็จะล็อบบี้ทหารตำรวจ และมีโทรศัพท์ลึกลับ จนสุดท้ายรัฐบาลก็สั่งการอะไรไม่ได้เต็มที่อีก

ถ้าใครติดตามสถานการณ์ของม็อบจะรู้ว่า องค์ประประกอบของม็อบพันธมิตรนั้นจะมีหลายส่วนด้วยกัน ม็อบที่เป็นแกนหลัก และอยู่ได้นานคือ พลพรรคสันติอโศกของมหาจำลอง และโพธิรักษ์ทั้งหลาย พวกนี้เข้ามากินนอนประจำ อาศัยที่กินน้อยใช้น้อย และไม่ต้องทำงาน ก็เลยอยู่ได้นาน เป็นมวลชนที่เป็นแกนหลักของม็อบพันธมิตร คนกลุ่มนี้มีประมาณ 5,000 คน


500

ส่วนม็อบที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็มีพวกพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งคนที่นักการเมืองสายประชาธิปัตย์ขนเข้ามาช่วยเป็นครั้งๆ ไป ม็อบที่ Walk in เข้ามา จากคนใน กทม. ก็มีส่วนหนึ่ง แต่ม็อบพวกหลังนี้ ไม่ได้อยู่คงทนอะไร แต่ม็อบที่คงทนจริงๆ คือ สันติอโศก


องค์ประกอบที่สองคือ ASTV ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฐานบัญชาการ หรือเมืองหลวงอยู่ที่บ้านพระอาทิตย์

องค์ประกอบที่สาม คือ แหล่งทุนที่สนับสนุนทั้งหลาย เช่น ที่รู้ๆ กันคือ ธนาคารชื่อดังเก่าแก่ หรือ เสี่ยเจ้าของบะหมี่สำเร็จรูปเป็นต้น

หากจะทำให้ม็อบเหล่านี้ ถอนตัวกลับ การใช้กำลังเข้าสลาย หรือขนม็อบไปชนม็อบนั้น จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะม็อบ พธม. กำลังฮึกเหิม อยากเข้าปะทะ เพื่อสร้างสถานการณ์นำไปสู่ส่งความกลางเมือง เพื่อจะได้มีข้ออ้างทำรัฐประหารนั่นเอง

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีกลยุทธ์ในการต่อสู้กับม็อบพันธมิตรเลย

หากใครเคยอ่านตำราพิชัยสงคราม 36 กลยุทธ์พิชิตศึก มีกลยุทธ์หนึ่งที่ปรับมาใช้กับการต่อสู้กับม็อบครั้งนี้ได้คือ กลยุทธ์ที่ 2 ที่เรียกว่า “กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า”



กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า นั้นมีประวัติคือ ในสมัยจ้านกว้อของจีนสมัยโบราณ (ก่อนจิ๋นซีฮ่องเต้) ประเทศจีนแตกออกเป็นหลายแคว้น มีการรบพุ่งแย่งความเป็นใหญ่กันอยู่ประจำ แคว้นเว่ยนั้น เป็นศัตรูกับแคว้นเจ้า และได้ส่งกองทัพเข้ามาล้อมนครหานตาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเจ้า แคว้นเจ้ามีกำลังไม่พอ ก็เลยส่งทูตไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นฉี ซึ่งแคว้นฉีก็ตกลงที่จะส่งทหารไปช่วยเหลือ แต่กุนซือของแคว้นฉี (คือซุนปินผู้เขียนตำราพิชัยสงครามซุนหวู) แนะนำว่า หากส่งกองทัพไปช่วยรบที่เมืองหลวงของแคว้นเจ้า ก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะต้องไปปะทะกับกองทัพแคว้นเว่ย แพ้ชนะก็ยังไม่รู้ แต่จะเสียทหารไปโดยใช่เหตุ สู้ส่งกองทัพไปตีเมืองหลวงของแคว้นเว่ยดีกว่า เพราะเมื่อกองทัพแคว้นเว่ยที่ล้อมเมืองหลวงของแคว้นเจ้าอยู่ได้ทราบข่าว ก็ต้องถอนกำลังกลับมาช่วยป้องกันเมืองหลวงของตน

อ๋องของแคว้นฉีเห็นด้วย ส่งกองทัพเข้าไปตีเมืองหลวงแคว้นเว่ย กองทัพเว่ยที่ล้อมเมืองหานตานอยู่ ก็ต้องยกทัพกลับมาช่วยแคว้นของตน แคว้นเจ้าก็พ้นภัยสงครามไป

ต่อมาอีก 20 ปี แคว้นเว่ยก็ไปล้อมแคว้นเจ้าอีก แคว้นฉีก็ช่วยโดยยกทัพไปตีเมืองหลวงของเว่ยอีก แคว้นเว่ยก็ต้องยกทัพกลับมาอีก แม้ว่าแม่ทัพเว่ยจะรู้ว่าเป็นกลศึกของซุนปิน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะไม่ยกทัพกลับก็ไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเมืองหลวงของตนก็จะเสียแก่ข้าศึก นี่เป็นหมากบังคับ

การนำกลยุทธ์ ล้อมเว่ยล้อมเจ้ามาสลายม็อบพันธมิตร นั้นจึงเป็นวิธีการเดียวที่จะสลายม็อบทำลายบ้านเมืองกลุ่มนี้ แต่ปัญหาคือ “เมืองหลวงของม็อบพันธมิตร” อยู่ที่ใด หากไม่ทราบว่าเมืองหลวงของม็อบอยู่ที่ใด เราก็ไม่อาจส่งกองทัพไปล้อมได้

ก็อย่างที่ผมวิเคราะห์ไว้แต่ต้น องค์ประกอบของม็อบพันธมิตร มี 3 ส่วน ดังกล่าว ที่เป็นส่วนสำคัญคือ สันติอโศก ASTV/บ้านพระอาทิตย์ และกลุ่มทุนที่สนับสนุนทั้งหลายเช่น แบ็งบางแห่ง/เสี่ยบะหมี่ หากจะตีเมืองหลวงก็ต้องตีตามองค์ประกอบนี้

1. สำหรับสันติอโศก มีฐานใหญ่อยู่ที่กลุ่มชุมชนสันติอโศก เช่น ชุมชนปฐมอโศก สาลีอโศก และ ศรีษะอโศก เป็นต้น หากมีการส่งม็อบไปล้อมชุมชนเหล่านี้ เช่น ศรีษะอโศก จังหวัดศรีษะเกษ หรือเข้าตีชุมชุนเหล่านี้ ทำทั่วประเทศ ผมว่าสันติอโศกที่เป็น “แกนหลักของม็อบพันธมิตร” ก็อยู่ไม่ได้ครับ

ทำไมเราปล่อยให้คนเหล่านื้ทำลายพวกเราอยู่ได้โดยให้พวกเขามีชีวิตอย่างสุขสงบในพื้นที่ของเขา ส่งกำลังบำรุงให้ม็อบใน กทม.อยู่ได้ ทำไมไม่โจมตีเมืองต่างๆ ของพวกเขาเหล่านี้ สั่งสอนให้คนพวกนี้รู้ว่า หากยังไม่หยุด พวกเขาก็จะอยู่อย่างสงบในประเทศไทยไม่ได้ เช่นกัน

การสงครามย่อมไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้นแล้ว



2. สำหรับ ASTV ที่เหมือนเป็นกระบอกเสียงของ ม็อบพันธมิตรนั้น สามารถออกอากาศได้อย่างปกติสุข ทำลายประเทศอยู่ได้ ทำไมไม่มีใครไปล้อมบ้านพระอาทิตย์ บุก ASTV เหมือนที่ พวกเขาบุกวิทยุแท็กซี่บ้าง ทำไมไม่เผา ASTV บ้าง หรือยึดบ้านพระอาทิตย์บ้าง

3. สำหรับนายทุนที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้พวกพันธมิตร เช่น แบ็งค์หรือเสี่ยบะหมี่สำเร็จรูป เราต้องร่วมกันรณรงค์ให้ “คนเสื้อแดง” ทั้งหลายช่วยกันบอยคอตธุรกิจของคนเหล่านี้ เพราะพวกเขาทำลายชีวิตของคนจำนวนมากในประเทศนี้ ทำไมเราไม่บอยคอตธุรกิจของคนกลุ่มนี้ กระแส “ปิดบัญชีค๊ะ..” ที่กำลังระบาดอยู่ในโลกไซเบอร์จนแบ็งค์ดังกล่าวต้องออกมาแก้ตัว แสดงว่าพวกเขาหวาดกลัวการบอยคอตค่อนข้างมาก






หากเราใช้กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า โดยให้คนเสื้อแดงต่างๆ เข้าช่วยเหลือ เช่น ชุมชนสันติอโศก ในพื้นที่อีสาน ชมรมคนรักอุดร ควรช่วยกันขับไล่ให้ออกไปจากภาคอีสานเสีย ต้องตอบโต้กันแบบนี้ให้พวกสันติอโศกทราบว่า หากพวกเขายังทำลายชาติต่อไปไม่จบสิ้น ฐานที่มั่นของพวกเขาก็จะถูกทำลายเช่นกัน

หากดำเนินการตามกลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้านี้ ผมว่าในที่สุดม็อบพันธมิตร ก็ต้องสลายตัวไปแน่นอน

ไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลใช้กำลังปราบม็อบ จนกลายเป็นเงื่อนไขให้พวกอำมาตย์ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจได้


ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=493

ถึงเวลาใช้บังคับหลักนิติรัฐ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงเวลาใช้บังคับหลักนิติรัฐ ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551


............ถึงวันนี้ ต้องถือว่า ประเทศไทยจบเห่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ...


หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงเวลาใช้บังคับหลักนิติรัฐ ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551 ............

ถึงวันนี้ ต้องถือว่า ประเทศไทยจบเห่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ล้วนพินาศย่อยยับไม่มีเหลือ ต่อให้ทหารปฏิวัติอีกร้อยครั้งพันครั้ง ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ เพราะการยึดอำนาจเป็นการแก้ปัญหาที่ ปลายเหตุ ไม่ใช่ ต้นเหตุ เหมือนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ย้ำนักย้ำหนามา ตลอดนั่นแหละว่า ปฏิวัติแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะบทเรียนมีให้เห็นอยู่โทนโท่ ใครขืนไปบังคับให้ทหารเดินย่ำซ้ำรอยเดิม ก็เท่ากับสั่งให้กองทัพต้องทำในสิ่งที่ ล้มเหลว และ ไร้ศักดิ์ศรี นั่นเอง!!!............

“เห่าไฟ” เห็นด้วยกับการแสดงบทบาท ของ พล.อ.อนุพงษ์ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤติ แม้จะทำให้ รัฐบาลขุ่นข้องหมองใจไปบ้าง แต่หากเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะเข้าใจ พล.อ.อนุพงษ์ ได้ไม่ยาก สิ่งที่ผู้บัญชาการทหารบกคนนี้ได้ทำลงไป ถือว่าดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครหากโดน กดดันรอบด้าน เพื่อให้นำรถถังออกมาปฏิวัติ แต่กลับยืนกรานปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่ทำ คนอย่างนี้ถือว่า มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากทีเดียว!!!............

ส่วนเหตุผลที่หลายฝ่ายมองว่า การปฏิวัติไม่ใช่ทางออก ก็เพราะที่ผ่านมา การปฏิวัติได้นำพาประเทศชาติเข้าสู่ เขาวงกต ต้องเดินวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้าย ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม ตรงกันข้าม หากมาไล่ดู ปมปัญหา เพื่อใช้ กฎหมายที่มีอยู่ในประเทศไทยเข้าไปแก้ไขปัญหาทีละเปลาะ กำหนดความหนักเบาในการใช้ให้เหมาะสม “เห่าไฟ” เชื่อว่า วิธีนี้จะสามารถ คลี่คลายวิกฤตการณ์ลงได้อย่างแน่นอน!!! ............

โดยเฉพาะขอให้ทบทวนกันดูอีกครั้ง หลักนิติรัฐ ไม่ได้เสื่อมสลายหายไปไหน เพียงแต่ผู้บริหารบ้านเมืองในแต่ละระดับไม่นำมาบังคับใช้อย่างจริงจังต่างหาก ยกตัวอย่างกรณี ม็อบบุกยึดทำเนียบ เมื่อได้ดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง ตุลาการสั่งมาอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น ไม่มีปัญหา!!!............

แต่ กรณีการบุกยึดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ เป็นหัวใจหลักของชาติ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาจทำให้ชาติล่มสลายได้ เรื่องนี้ รัฐบาลจำเป็นต้อง บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยไม่มีการประนีประนอมใดๆทั้งสิ้น!!!............

สำหรับ ความพินาศฉิบหาย ที่ประเทศไทยได้รับจากการปิดสนามบิน ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พูดเอาไว้ชัดว่า หากสถานการณ์การเมืองไม่คลี่คลายภายในเดือน ธ.ค. ม็อบยังมีการชุมนุม ต่อเนื่องและปิดสนามบินอยู่จะสร้าง ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ถึง 134,000�215,000 ล้านบาท แบ่ง เป็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยว 76,120 ล้านบาท การส่งออก 25,000-40,000 ล้านบาท การลงทุน 12,000-40,000 ล้านบาท และการบริโภค 21,000-30,000 ล้านบาท!!!............

ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนก็คือ ค้นหาบุคลากรที่เป็น มือปฏิบัติ เจ๋งๆ มาทำให้ กฎหมายบ้านเมืองศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากข้าราชการหลายคน เกรงกลัวบางสิ่งบางอย่าง จนไม่กล้าทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย รัฐบาลจึงต้อง สับเปลี่ยน ข้าราชการเหล่านั้นออกไป แล้วนำ มือดีๆ เข้ามาทดแทนเพื่อ บังคับใช้กฎหมาย!!!...........

จริงๆแล้ว เรื่องการบังคับใช้กฎหมายต้อง แยกแยะ ให้ถูกต้อง หากม็อบจัดชุมนุมด่ารัฐบาลรุนแรง กรณีนี้ต้อง ส่งเสริมสนับสนุน เพราะเป็นไปตาม หลักการประชาธิปไตย ใครโดนด่าเสียหายก็ ฟ้องร้อง กันไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่หากม็อบไป ยึดสถานที่ราชการด่ารัฐบาล ก็ต้องเปิดเจรจา ใช้มาตรการอ่อนไปหาแข็ง นั่นก็คือ ถ้าพูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง ก็ต้อง สลายการชุมนุมที่ผิดกฎหมายทันที!!!............

เท่าที่สังเกตเห็น ยังมีข้าราชการอีกหลายคนที่เป็น มือปฏิบัติตามกฎหมายชั้นยอด พร้อมเข้ามาทำงานสร้างความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หากรู้จักใช้ทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ให้ถูกต้องเหมาะสม ก็จะเกิด กลไกที่มีประสิทธิภาพ ในการบริหารบ้านเมือง สามารถนำ ความสงบ กลับคืนสู่สังคมไทย ได้อย่างแน่นอน!!!............

สำหรับตำรวจ หากยังไม่มีการ ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ ไม่รู้จักปรับระดับความหนักเบาในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ ไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ส่วนรวมได้ ก็ต้อง โยกย้าย เอาตำรวจที่ไร้ประ�สิทธิภาพเหล่านั้นออกไปให้หมด แล้วเอาตำรวจที่รู้จักการ ปรับระดับบังคับใช้กฎหมาย ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์เข้ามาทำงานแทนโดยด่วน!!! ............

นับจากนี้ไป ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็อย่าได้มาแสดงความเป็น ผู้มีอภิสิทธิ์ชนในประเทศนี้อีก เพราะหากทุกคนไม่มี ความเสมอภาคกันทางกฎหมายบ้านเมืองก็คงต้อง ล่มจม และก็คงถึงเวลาแล้วที่จะต้อง เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อนำ หลักนิติรัฐ มาบังคับใช้กับทุกคนอย่าง เท่าเทียมกัน!!!............


ที่มา ไทยรัฐ

ภาพ (ข้อเท็จจริง) ที่คุณอาจไม่เคยเห็น

ภาพต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่คุณอาจจะยังไม่เคยเห็น


เห็นแล้วสงสาร คุณตำรวจ(ดี ๆ) จับใจ

แฟ้มภาพจาก ร.ต.อ. ทวยเทพ เดวิด วิบุลศิลป์

จาก coffeecartel.hi5.com

ขออนุญาตนำรูปและคำบรรยายบางส่วนมาเผยแพร่

ข้อเท็จจริง... ที่ไม่เคยได้ปรากฎต่อสาธารณะ


"ภาพต้องสงสัย ที่ใครต่อใครว่าเป็นตำรวจปลอมตัวมา"


"เอาใหม่ครับ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ ลองดูใหม่"


"คนเดียวกันหรือเปล่าครับ เป็นป้ายการ์ดนะครับ พิจารณากันเองนะครับ"

“ปรี่เข้าชนซ้ำ แล้วซ้ำอีกสองสามรอบ และชนตำรวจอีกสองสามคนที่มาช่วยเพื่อนด้วย”


“โธ๋...พี่หมวด... ลูกของพี่ทั้งสองคนอายุยังไม่ถึงสิบขวบเลย”


“อาชีพที่ต้องคำสาป....”


“โธ่... พี่....”


“น้องคนนี้ ไม่อาจเดินได้อีกแล้ว... ตลอดชีวิต... เพื่ออะไรครับ...เพื่อให้บางคนได้อำนาจ และเพื่อให้บางคนเสียอำนาจ... อย่างนั้นหรือ”


“ชน แล้วถอยทับ... แล้วชนทับ... แล้วถอยทับ ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า”

“อโหสิ อหิงสา... แน่หรือ”


ชมภาพและข้อเท็จเพิ่มเติมได้ที่ hi5 ผู้กองเดวิด

เป็นกำลังใจให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อชาติของเรา

ผู้ใช้รถบนถ.วิภาวดีสุดทนรถพันธมิตร



ที่มา TFN HOT VDO CLIP

คลิปวีดีโอสนธิสั่งสาวกให้ยิงทิ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ



ที่มา TFN HOT VDO CLIP

ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม...ประชาธิปไตยกำลังจะชนะแล้ว


ผม และหลายท่านผู้นิยมความถูกต้อง ในช่วงนี้อึดอัดจนอกแทบระเบิด เพราะรอแล้ว รอเล่ารัฐบาลก็ไม่ทำอะไรซักที จนบางท่านเหลืออด จนต้องบ่นตัดพ้อรัฐบาล ซึ่งบางทีตัวเองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน..แต่มันก็เกิดจากภาวะทางอารมณ์

การบังคับให้ปฏิบัติตามกฏหมายทุกท่านต้องการ แต่อย่าได้หลงลืมว่าสิ่งที่เราต้องการที่เราร่วมต่อสู้กันมาก็เพราะ เราต้องการให้ประเทศนี้ใช้การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยต่อไป ถ้าเราลงมือโดยไม่รอบคอบเราจะได้ การเมืองใหม่ (ที่โคตรเก่า) มาแทน เพราะ..

บัดนี้ การเมืองกำลังแก้ด้วยการเมือง ซึ่ง การเมือง คือการแย่งชิงความชอบธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ภาวะปกติ ขนาดเลือกตั้ง ยังล่อกันอีรุงตุงนังไปหมด...แต่คราวนี้ไม่ธรรมดา ถ้าพลาด ถึงขั้นเปลี่ยนแปลง อำมาตย์ 70 ประชาชน 30 ใครก็รู้ก็คือ อำนาจไปอยู่ที่อำมาตย์นั่นแหล่ะ..

ทหารไม่ปฏิวัติ เพราะไม่มีความชอบธรรม ถ้ารัฐบาลเข้าปราบ พวกมันให้คนแต่งเป็นชุดตำรวจถ่ายให้เห็นหน้าเบลอๆ กำลังยิงปืนใส่เด็กเล็กๆ หรือ เอาภาพเด็กโดนยิงเสียชีวิต แล้วก็ให้สื่อของพวกมัน เอาภาพไปออกทุกช่องแล้วก็โทษว่า เพราะรัฐบาลปราบม็อบ..เราเสร็จมัน...ขณะนี้รัฐบาลคงรอให้ต่างประเทศช่วยสร้างความชอบธรรมให้เต็มที่..เมื่อวานสหรัฐออกมาแล้ว..เดี๋ยวมีอีกหลายประเทศ..เพราะมันกระทบไปถึงพวกเขาด้วย ที่เขียนมาอย่านึกว่าโอเวอร์ เพื่อให้ได้อำนาจ.ทำได้ทุกอย่างโดยเฉพาะอ้ายลิ้มมันเป็นหน่วยกล้าตายเสียด้วย..

แต่ยังไงประชาชนก็ซวยสุดอยู่ดี เป็นมาอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย..แต่ทำไงได้ เหมือนกับที่นายกทักษิณพูด "เพื่อประชาธิปไตยเราอาจเจ็บปวดบ้างเป็นบางครั้ง แต่สำหรับเผด็จการมันคือฝันร้ายตลอดชีวิต" ถูกต้องที่สุดครับ

Politician Boss http://www.prachatai.com/webboard/wbtopic.php?id=753698

ระยะนี้เป็นช่วงที่สถานการณ์ทุกอย่างเขม็งเกลียว และงวดเข้ามาจนแทบจะเรียกว่ากลบข่าวอื่นจนหมดสิ้น บางคนติดตามข่าวสารการเมืองถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ บางคนเครียดถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลไปเลยก็มี บางคนอดหลับอดนอนเพื่อติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ชนิดเกาะติดสถานการณ์ (ผมก็อยู่ในส่วนของคนกลุ่มนี้)

ผมติดตามข่าวสารมากมายและอ่านกระทู้ความเห็นจากเวปต่าง ๆ มากเช่นกัน แต่ก็สะดุดใจกับกระทู้ของคุณ Politician Boss ท่านนี้ ที่ลงไว้ในประชาไท เพราะตรงใจผมมากจนต้องขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ เวลานี้คนไทยแทบทั้งชาติ ทั้งที่จะชอบท่านนายกทักษิณหรือไม่ก็ตาม ต่างก็มองเห็นและเข้าใจได้เป็นจุดเดียวกันว่า พธม. กระทำในครั้งนี้เป็นการกระทำที่เกินไปจริง ๆ และเข้าข่ายการก่อการร้าย ปิดประเทศของตนเองยังความเสียหายให้กับคนไทยและประเทศชาตินับอเนกอนันต์ เรียกได้ว่าการกระทำครั้งนี้ทำให้ประเทศชาติต้องเริ่มสร้างกันใหม่โดยนับจาก ศูนย์ ทุก ๆ คนในชาติไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องเริ่มตั้งต้นกันใหม่หมด ต้องย้อนหลังประเทศกลับไปกว่า 20 ปี

ถ้าคุณอายุ 15 ปีในเวลานี้และเพิ่งเริ่มต้นลงทุนทำกิจการบางอย่าง ก็อาจจะไม่เท่าไร แต่ถ้าคุณอายุ 50 ปีในเวลานี้ คุณเริ่มลงทุนไว้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทุกอย่างกลับมาเริ่มใหม่หมด......ก็คงจะลำบากมาก เพราะทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ แต่สิ่งเดียวที่เริ่มต้นใหม่ไม่ได้ก็คือ เวลา เพราะโอกาสอย่างนั้นอาจจะไม่กลับมาอีกเลย รวมทั้งอายุที่มากขึ้นนี้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผมเองแม้จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วยเช่นกันจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ก็ยังมองว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไหน ๆ ก็ต้องสูญเสียแล้ว เราจะต้องได้รับกลับมาให้คุ้มกับการสูญเสียนั้น ซึ่งก็คือ ประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อโอกาสที่เท่าเทียมกับของคนไทยทุกคน ขจัดเผด็จการอมาตยาธิปไตยให้สิ้นซากไปจากเมืองไทยให้ได้ ซึ่งการจะกระทำให้ได้ดังนั้นจึงต้องอาศัยความรอบคอบ และละเอียดอย่างยิ่ง อีกไม่กี่วันศาลรัฐธรรมนูญก็จะตัดสินคดียุบพรรคของทั้ง 3 พรรคการเมือง ซึ่งก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นการเดินเกมส์ทางการเมืองโดยใช้อำนาจตุลาการ มากดดันรัฐบาลที่กำลังจะจัดการกับ พธม. ที่ยึดสนามบินอยู่ในขณะนี้

การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความชอบธรรมทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ถ้าฝ่ายเราเดินเกมส์พลาดแม้แต่เพียงนิดเดียว สิ่งที่เราสูญเสียไปแล้วจะไม่มีวันกลับคืนมาได้อีกเลย ดังนั้นไม่มีทางใดทำได้ดีไปกว่า เชื่อมั่นในรัฐบาล ให้กำลังใจต่อสถานการณ์เหล่านี้ เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลที่เราเลือกพวกเขาขึ้นมากับมือ ผมเชื่อว่า รัฐบาลท่านนายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีแผนการที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว อย่าได้วิตกจนเกินเหตุ เพียงแต่กลั้นใจอดทนรอเท่านั้น เพราะการรอคอยโอกาสคือการต่อสู้ที่สำคัญในทุกยุทธภูมิ

การคาดเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปในทางร้าย หรือ แสดงอาการเกรี้ยวกราดที่ไม่ได้ดังใจ รังแต่จะทำให้ผู้ปฏิบัติการ (ซึ่งกำลังเตรียมพร้อมอยู่ทุกขณะ) เกิดอาการหวั่นไหวได้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประชาชนทั่วไปอย่างเรา ควรจะไปร่วมแสดงพลังเสื้อแดงในวันนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้เห็นว่าประชาชนจะให้กำลังใจพวกเขาให้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่เป็นการไปกดดันรัฐบาล เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเสียไป.....

อย่าลืมว่า หมากเกมส์นี้เดินพลาดเพียงนิดเดียว แพ้ทั้งกระดาน ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายเราได้เปรียบอยู่แล้ว อดทนให้มากขึ้นอีกนิดเถอะครับ รอและอดทนการข่มเหงมาได้ตั้งแต่ปี 49 เหลือเวลาแค่อีกไม่กี่วันจะทนไม่ได้เสียแล้วหรือ………………….

ปูนนก

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=492

ช่วยกันทำประกาศจับ Airport Hijack Terrorist ออกไปทั่วโลก

บทความ โดย Bugbunny

ตอนนี้การยึดสนามบินสาธารณะเข้าองค์ประกอบการเป็นผู้ก่อการร้ายแล้ว

อยากให้ท่านที่ชำนาญภาษาต่างประเทศและท่านที่ชำนาญ AI ช่วยทำประกาศจับทำนอง

WANTED

Airport Sieze Hijacker Terrorist Group

Chamlong, Sondhi, Pipob, Somsak, Somkiat, Suriyasai, Samran, Prapan, Maleerat, Saranyoo, Chaiwat

(และผู้ก่อการร้ายคนอื่น ๆ ที่เห็นสมควร)



ลงรูปและชื่อนำไปกระจายในเวบสถานทูต เวบ Immigration เวบส่วนราชการของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และเวบต่อต้านการก่อการร้ายสากล เช่น Interpol.

เพราะขณะนี้ทั่วโลกได้ประณามการกระทำที่เข้าข่ายการก่อการร้ายสากลของพวกมันแล้วทั้งสหรัฐและอียู การเป็นผู้ก่อการร้ายสากลนั้น จะมีผลทำให้ไม่ได้รับวีซ่าเข้าประเทศใดเลยที่ร้อยละเก้าสิบลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการก่อการร้ายสากล และจะถูกจับกุมนำส่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายสากลในทันที

ฝากท่านผู้มีความสามารถด้วยครับ

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=491

Saturday, November 29, 2008

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เรื่อง คืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทย



ท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังขยายตัวออกอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ดังปรากฏให้เห็นจากการเข่นฆ่าและการทำร้ายกันระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้านพันธมิตรฯ ทั้งที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพและในต่างจังหวัด และจนบัดนี้ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยุติลงได้อย่างไร แต่มีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น


ไม่ว่าความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพันธมิตรจะดำเนินไปหรือยุติลงในลักษณะเช่นไร แต่สิ่งที่มีความหมายสำหรับสังคมไทยและจะเป็นหนทางหนึ่งในการธำรงรักษาให้สังคมไทยไม่ให้บอบช้ำไปมากกว่านี้ นั่นคือต้องร่วมผลักดันและเรียกร้องดังต่อไปนี้


ประการแรก นำหลักนิติรัฐมาบังคับใช้อย่างเป็นธรรม
สภาวะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาของหน่วยงานรัฐรวมถึงการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทำให้สังคมตกอยู่ในสภาวะของการทำสงครามระหว่างผู้คน หากยังปล่อยให้สภาพดังกล่าวดำเนินต่อไปก็จะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของผู้คน


จำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายโดยองค์กรเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมายไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หากหน่วยงานรัฐใดไม่กระทำตามหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตน อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดต้องดำเนินไปตามกรอบของความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมตามมาตรฐานของอารยะประเทศ มิใช่เป็นการใช้อำนาจด้วยความรุนแรงตามอำเภอใจเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก
ประการที่สอง คืนความเป็นมนุษย์ให้กับสังคมไทย


ในห้วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ผ่านมา ได้มีการปลุกเร้าและสร้างความหมายให้ฝ่ายที่คิดต่างจากตนกลายเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด จึงทำให้สามารถที่จะลงมือต่ออีกฝ่ายได้เมื่อเผชิญหน้ากัน สังคมไทยเคยมีบทเรียนของการแบ่ง “ซ้าย/ขวา” จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เมื่อมาถึงบัดนี้การแบ่งแยกระหว่าง “แดง/เหลือง” กำลังนำพาสังคมไทยย้อนกลับไปสู่โศกนาฏกรรมแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง


ควรตระหนักว่าไม่ว่าจะมีความเห็นไปในทิศทางใดก็ตาม แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับเรา อุดมการณ์ทางการเมืองที่ทั้งสองฝ่ายกำลังยึดมั่นและปลุกปั่นอยู่ในขณะนี้ ล้วนแต่ไม่มีคุณค่าพอต่อชีวิตและเลือดเนื้อของผู้คน ต้องเรียกร้องให้หวนกลับมาตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ของเพื่อนร่วมสังคมให้มากขึ้น รวมทั้งประณามการกระทำที่มีผลต่อการสร้างความเป็นศัตรูให้เกิดขึ้นระหว่างผู้คนในสังคมไทยด้วยกันไม่ว่าการกระทำนั้นจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม


เงื่อนไขทั้งสองประการจะเป็นสิ่งที่ช่วยประคับประคองสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงใคร่ขอเรียกร้องให้สังคมร่วมกันผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการคืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทยโดยเร่งด่วนที่สุด


มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

29 พฤศจิกายน 2551


ที่มา : website มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

"อียู"ซัดพธม.ทำภาพลักษณ์ไทยเสียจี้"ม็อบถ่อย"ออกจากสนามบินอย่างสันติ


สหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ จวก ม็อบเถื่อนยึดท่าอากาศยานไม่เหมาะสม ทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย เรียกร้อง กลุ่มผู้ประท้วงออกจากดอนเมือง-สุวรรณภูมิ อย่างเร็วและสันติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (29 พ.ย.) ว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมประท้วงในประเทศไทย ออกไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองอย่างสงบ และว่าการชุมนุมประท้วง ซึ่งทำให้มีผู้โดยสารตกค้างถึงกว่า 100,000 คน กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมาก

แถลงการณ์จากเอกอัครราชทูตอียูประจำประเทศไทยยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างสันติ เคารพในกฎหมาย และสถาบันประชาธิปไตยของประเทศ และว่าอียูเคารพสิทธิในการประท้วงและปราศจากการแทรกแซงปัญหาการเมืองภายในของไทย แต่เห็นว่าการกระทำของกลุ่มผู้ประท้วงในเวลานี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาประเทศ
เอกอัครราชทูตอียูเรียกร้องให้กลุ่มผู้ประท้วงออกไปจากท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง อย่างสันติและโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย

เด็กพรรคสะตอกร่างรุมตื้บนักข่าวพิมพ์ไทย

เด็กส.ส.ประชาธิปัตย์ อำนาจล้นฟ้า ส่ง 3ชายฉกรรจ์ไล่บี้กระทืบนักข่าวพิมพ์ไทย โดดแย่งหลักฐานภาพเด็ดส่อทุจริตเลือกตั้ง แจกแว่นปชช.เป็นว่าเล่น โชคช่วยรอดน้ำมือมารมาได้โร่แจ้งความตามจับมาดำเนินคดีตามกม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (29พ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.ที่สถานีตำรวจนครบาลบุคโล นายฐากูร คงมิ่ง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.สุรศักดิ์ ปานอ้น พนักงานสอบสวนสน.บุคโล เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บหลังจากเข้าไปถ่ายภาพ ส.ส.พรรคประชาธิปัติแจกแว่นตาให้กับประชาชนที่ศาลเจ้าโกวบ้อ ซอยตากสิน 34

โดยนายฐากูร กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งจากบรรณาธิการข่าวว่ามีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปแจกจ่ายแว่นตาที่ศาลเจ้าโคลบอล ซึงผิดพ.ร.บ.การเลือกตั้ง จึงให้ตนเองไปตรวจสอบ ตนก็เดินทางไปที่ดังกล่าวในเวลาประมาณ 11.30 น.เมื่อไปถึงพบว่ามีนางนันทพร วีรกุลสุนทร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมส.ก.ในพื้นที่และทีมงานกำลังแจกจ่ายแว่นตาให้ประชาชนอยู่จริง จึงได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพ ขณะที่บันทึกภาพอยู่นั้น กลุ่มผู้แจกจ่ายแว่นตาได้เข้ามารุมต่อว่าจะถ่ายไปทำไม และเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ตนเองบอกว่าไม่ได้ถ่ายเพราะเกรงจะถูกทำร้าย

“หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ ก็เข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือ และลบภาพที่บันทึกไว้ทิ้งไป และกลุ่มคนร้ายก็รุมต่อว่าและกักตัวไม่ให้ออกจากพื้นที่ พยายามคาดคั้นให้ผมบอกให้ได้ว่าเอารูปไปทำอะไร ผมพยายามหนีขี่มอเตอร์ไซด์ออกมา ขณะที่ขี่มอเตอร์ไซด์ก็ถูกชายคนหนึ่งกระโดดต่อยที่หน้า ผมก็ขี่มอเตอร์ไซด์หนีต่อมาทางซอยตากสิน 34 ก็มีชายฉกรรจ์อีก 3 คนมาดักรุมทำร้าย ผมจึงตัดสินใจทิ้งมอเตอร์ไซด์ แล้ววิ่งหนีมายังฝั่งตรงกันข้ามขอความช่วยเหลือจากสายตรวจบริเวณ นำผมไปแจ้งความที่สน.บุคโล และเอารถผมกลับไปให้”นายฐากูรกล่าว

ทั้งนี้นายฐากูร กล่าวต่อว่า หลังจากไปแจ้งความที่สน.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตากสิน และเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมติดตามคนร้ายแต่ปรากฏว่าคนร้ายได้หนีไปหมดแล้ว