WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 2, 2008

พันธมิตรฯ ยื่นเงื่อนไขไม่จ่ายค่าเสียหายทำเนียบฯ

ที่มา MCOT News

ทำเนียบฯ 1 ธ.ค. – แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นเงื่อนไขสำนักนายกรัฐมนตรี อยากได้ทำเนียบฯ คืนเร็ว ต้องลงลายลักษณ์อักษร ไม่เอาผิด-ไม่คิดค่าเสียที่เกิดขึ้นในทำเนียบฯ แต่ถ้าจะเอาผิด “พล.ต.จำลอง-สุริยะใส” บอกเสียงเดียวกัน ยินดีรับผิดชอบ แต่ไม่มีเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเย็นวันนี้ (1 ธ.ค.) หลังแกนนำพันธมิตรฯ มีมติย้ายผู้ชุมนุมไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง โดยจะปิดการชุมนุมที่ทำเนียบฯ เวลา 21.00 น. วันนี้ ว่า ภายในทำเนียบฯ ยังคงมีผู้ชุมนุมอยู่ แม้จะบางตาลงไป แต่บนเวทีคึกคักขึ้นอีกครั้ง เมื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีชี้แจงถึงสถานการณ์การการชุมนุม และเหตุผลที่ต้องย้ายไปปักหลักที่ท่าอากศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองจนกว่าจะไม่มีรัฐบาลชุดเดิม

นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ยังบอกว่า ได้แจ้งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าต้องการให้พันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบฯ โดยเร็ว จะต้องมีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะไม่เอาผิด หรือคิดค่าเสียหาย หากมีอะไรบกพร่องเสียหาย เพราะการมาเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ถ้ามีการฟ้องร้องค่าเสียหายคิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท ก็จะขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว รวมทั้งค่าเสียหายจากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันละ 123 ล้านบาท ที่ฟ้องแกนนำ รวม 11 คน ก็ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และว่า “ให้มาเก็บกับผมได้ แต่ต้องบอกว่า มีแต่ตัว ไม่มีทรัพย์สินอะไร”

ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ แถลงว่า ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังองค์กรต่างๆ อาทิ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พีเน็ต กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนและผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนจากทหาร ตำรวจ ตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวแทนสื่อมวลชน เพื่อให้มาร่วมกันตรวจสอบทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะมีการส่งคืน

“เวลานี้เป็นขั้นตอนการเจรจา เรื่องความเสียหายเกิดขึ้นในทำเนียบฯ หากจะมีการดำเนินคดี ก็ไม่มีปัญหา เราพร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ และไม่ได้คิดหนี แต่ไม่มีเงินจ่าย” นายสุริยะใส กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-01 19:51:19

โฆษกรัฐบาลขอให้ประชาชนช่วยตอบกรณีไม่ให้รัฐเอาผิดพันธมิตรฯ

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 1 ธ.ค. - “ณัฐวุฒิ” ขอให้ประชาชนชี้แนะรัฐบาล กรณีพันธมิตรฯ ยื่น 2 เงื่อนไขให้ถอนแจ้งความและไม่เอาผิดทั้งแพ่ง-อาญา กับพันธมิตรฯ ที่บุกยึดทำเนียบฯ และทำทรัพย์สินเสียหาย พร้อมจี้กองทัพแจงข้อเท็จจริงข่าวหน่วยรบพิเศษลพบุรีเป็นครูฝึกให้การ์ดพันธมิตรฯ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการภายใต้การประกาศภาวะฉุกเฉินของตำรวจว่า มีความคืบหน้าภายใต้หลักสันติวิธีเป็นลำดับ โดยมีการพูดคุยและเจรจากับแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ทำได้ค่อนข้างยาก

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ถอนกำลังผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปร่วมชุมนุมที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ติดต่อมายังปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นเงื่อนไข 2 ข้อ คือ 1. ขอให้หน่วยงานราชการถอนแจ้งความในคดีบุกรุกทุกคดีที่ได้มีการแจ้งความไว้ในช่วงที่บุกยึดทำเนียบรัฐบาล 2. ขอให้ราชการไม่เอาผิดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญากับกลุ่มผู้ชุมนุม ในกรณีที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายและสูญหาย พร้อมทั้งขอความเห็นใจจากทางราชการ โดยอ้างว่า กระทำการไปเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง แต่ขอชี้แจงว่า อาคารสถานที่ในทำเนียบรัฐบาลไม่ได้เป็นของรัฐบาลหรือข้าราชการ แต่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน มาจากภาษีอากรของประชาชน

“ผมขอฝากให้ประชาชนทั่วประเทศรับทราบ และช่วยรัฐบาลพิจารณาคำตอบ หรือข้อดำเนินการของรัฐบาลในขั้นต่อไปว่า ควรจะสนองตอบต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างไร แต่เรียนว่า ที่ผ่านมาพันธมิตรฯ บอกว่า หากไม่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลแล้ว ก็จะเรี่ยไรทรัพย์สินเงินทองของผู้ชุมนุม เพื่อมาชดใช้รับผิดชอบ และประกาศตลอดว่า ยินดีรับผิดชอบทางกฎหมายทุกกรณี จึงไม่แน่ใจว่า จุดยืนของพันธมิตรฯ เป็นอย่างไร และต่อไปหากพันธมิตรฯ ถอนตัวออกจาก 2 สนามบิน ทางราชการก็ไม่สามารถดำเนินคดีใด ๆ ที่พันธมิตรฯ ขออย่างนี้ได้หรือไม่” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะขอความเห็นจากคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีการแจ้งความเสียหายของบุคคลอื่นไว้หลายรายการ ซึ่งรัฐบาลต้องพิจารณา หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเคลียร์พื้นที่ในทำเนียบรัฐบาล จากนั้นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะสำรวจทรัพย์สินราชการที่เสียหายหรือสูญหาย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอฝากถึงนายทหารและกองทัพให้ช่วยแก้ไขข้อข้องใจของประชาชน กรณีที่วันนี้มีหนังสือพิมพ์บางฉบับได้รายงานว่า มีกองกำลังหน่วยรบพิเศษจากลพบุรี เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นครูฝึกให้กับการ์ดพันธมิตรฯ บางครั้งก็เข้ามาเป็นหัวหน้าการ์ดฯ ว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นเช่นไร ซึ่งถ้าไม่เป็นความจริงจะได้ชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ แต่หากเกิดขึ้นจริงก็เป็นเรื่องที่เหล่าทัพ หรือหน่วยงานต้นสังกัด จะได้ติดตามตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบวินัยต่อไป

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ โดยจะใช้ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ตามเดิม และหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาร่วมงานพิธีสวนสนามราชวัลลภ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่แน่ใจว่า นายกรัฐมนตรีกลับมากรุงเทพฯ แล้วจะเดินทางไปที่ใดต่ออีกหรือไม่. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-01 19:48:47

'ความจริงวันนี้'แสดงจุดยืนชัดเจนชุมนุมสันติที่ลานคนเมือง

ที่มา ประชาทรรศน์






'ลานคนเมือง'คนเสื้อแดงแห่ชุมนุมแสดงอุดมการณ์เพียบ ย้ำขับไล่พันธมารถ่อยต่อต้านอำนาจนอกระบบ

นายวีระ มุสิกพงศ์ พิธีกรรายการกล่าวถึงการชุมนุมคนเสื้อแดง ณ ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครฯ ว่าเป็นการชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดยสันติอย่างแท้จริง เรามีจุดยืนที่ชัดเจนไม่เคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปก่อความวุ่นวายเสียหายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองเหมือนกลุ่มพันธมิตร ที่ยังไม่หยุดพฤติกรรมเลวทรามก่อความไม่สงบโดยไม่มองประเทศชาติว่าเสียหายไปมากแค่ไหนแล้ว นายวีระยังกล่าวต่ออีกว่ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินยุบพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคนั้น ตนถือว่าการตัดสินแบบเร่งรีบรวบรัดเช่นนี้ น่าจะมีวาระซ้อนเร้นแอบแฝงที่ตนก็ไม่อาจทราบได้ อย่างไรก็ตามความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เรารับรู้ได้ว่าความยุติธรรมในประเทศไทยได้เลือนหายไปจริงๆ และตนเห็นว่าการตัดสินยุบพรรคครั้งนี้นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ประเด็นปัญหานั้นอยู่ที่ว่านายกรัฐมนตรีที่จะเข้ามารับหน้าที่ใหม่หากไม่ได้มาด้วยระบอบรัฐธรรมนูญแล้ว คงไม่มีประชาชนคนไหนยอมรับแน่นอน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชนยังกล่าวถึงกรณีที่มีการปล่อยข่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่ลานคนเมืองจะเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตนขอย้ำว่าจะไม่มีการปิดล้อมสถานที่ใดทั้งสิ้นเพราะต้องการให้การชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐประหารอย่างแท้จริง และตนขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปที่มีอุดมการณ์เดียวกันร่วมชุมนุมแสดงจุดยืน ณ ลานคนเมือง แบบสันติวิธี

จดหมายเปิดผนีกถึงเลขาธิการ UN

ที่มา thaifreenews
เสียงเงียบส่วนใหญ่ชาวไทย(The Silent Majority of Thai People )ได้จัดทำจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งเพื่อส่งถึงเลขาธิการสหประชาชาติ(UN)และทูตนานาชาติประจำUN โดยเฉพาะทูตของประเทศสมาชิกสภาความมั่นคง แห่งสหประชาติ กล่าวเรียกร้องให้UNและนานาชาติเร่งเข้ามาปกป้องประชาธิปไตยจากกลุ่มเผด็จการฟาสซิสต์ก่อการร้ายพันธมิตร ที่ได้รับการหนุนหลังจากกองทัพ บรรดาผู้กุมอำนาจ และอภิชนในประเทศ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็เสี่ยงจะถูกทำลายประชาธิปไตยแบบเดียวกับพม่า ประเทศเพื่อนบ้าน

เนื้อความในจดหมายเปิดผนึกเล่าถึงกลุ่มก่อการร้ายพันธมิตร ซึ่งมีความเชื่อทางการเมืองแบบเผด็จการฟาสซิสต์ได้เข้ายึดสนามบิน แต่แทนที่รัฐบาลจะสามารถบังคับใช้กฎหมายจัดการให้ออกไปจากสนามบินได้ ก็ได้รับการขัดขวางจากบรรดาผู้หนุนหลังที่ไม่สนับสนุนประชาธิปไตย ซ้ำร้ายคาดว่ามีแผนการจะแทรกแซงขบวนการยุติธรรม ด้วยการก้าวก่ายให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตัดสินคดียุบพรรคการเมือง เพื่อทำลายรัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกตั้งเข้ามา แล้วจัดตั้งรัฐบาลเผด็จการเข้าครอบงำกดขี่ประชาชนไทย

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเรียกร้องให้UN และทูตนานาชาติเร่งเข้ามาแทรกแซงไม่ให้บรรดาชนชั้นนำ ผู้กุมกำลังกองทัพ ตุลาการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกลุ่มก่อการร้ายฟาสซิสต์พันธมิตรคร่าทำลายประชาธิปไตยลง

หากท่านใดเห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ โปรดแนบจดหมายเปิดผนึกด้านล่างนี้ ส่งไปถึงเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ และทูตของประเทศสมาชิกความมั่นคงแห่งสหประชาชาตืเป็นการด่วน และกรุณาเผยแพร่ออกไปให้กว้างไกลรวดเร็วที่สุด

รายชื่ออีเมล์ของเลขาธิการใหญ่UNนายบัน คี มูน ecu@un.org อีเมล์ของทูตสหรัฐประจำUNคือusa@un.int ส่วนที่เหลือเป็นอีเมล์ของทูตชาติสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

newyorkUN@diplobel.be
chinamission_un@mfa.gov.cn
bfapm@un.int
costarica@un.int
cromiss.un@mvp.hr
france@un.int
ptri@indonesiamission-ny.org
italy@un.int
lbyun@undp.org
emb@panama-un.org
rusun@un.int
pmun@southafrica-newyork.net
uk@un.int
info@vietnam-un.org


เนื้อความจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการใหญ่ สหประชาชาติ และทูตนานาชาติ

Open Letter
To Honorable Secretary Ban Ki-moon
H.E. Ambassadors Of All Countries In The Free World and Heads of UN
Agencies

Yours Excellencies:

Suvarnabhumi International Airport in Bangkok has now been closed by a group of terrorists from the anti-government People’s Alliance for Democracy (PAD), which is demanding that the elected government resign. This is despite the fact that the government has the backing of the majority of the Thai population. This backing has been proven by repeated elections. The PAD wants a dictatorship to replace democracy.

International Airports are highly sensitive security areas. Thai airports are controlled by the Thai military. It is obvious that the Thai military, who staged an illegal coup in 2006, have quietly supported PAD’s actions. Back in early October, the PAD thugs surrounded parliament to prevent the Prime Minister from making a policy speech. When the police used tear gas to try to disperse the PAD, the police were roundly condemned by the Thai media and most middle-class intellectuals. It is no secret that the PAD terrorists are armed with guns, bombs, knives and wooden batons. They constantly break the law with impunity. Earlier Tuesday PAD thugs were filmed by Thai TV PBS, shooting at taxi drivers who were trying to defend their pro-democracy community radio station. Yesterday the PAD kicked and punched a senior policeman. The police are powerless to act.

The PAD is a royalist fascist mob which has powerful backing. Apart from the army, they are supported by the Queen, the so-called Democrat Party, the courts, the mainstream media and most university academics. What these people have in common is a total contempt for the Thai electorate who are poor. They are angry that the Thai people voted for a government that gave the poor universal health care and other benefits. They want to turn the clock back to a dictatorship which they call "the New Order".

It is clear that the PAD, the Military, the Democrat Party and the conservative establishment would rather see total chaos in Thailand than allow democracy to function. Instead of addressing the airport-seizure stand off, they hope the Thai kangaroo courts will move fast to dissolve the ruling party on November 2, and that an authoritarian "national government" can be set up.

The silence majority of Thailand strongly supports the pro-democracy Red Shirts. We hope our friends abroad will support all our efforts to defend Thai democracy. We urge UN and all governments who adore true democracy to continue support democracy and social justice in Thailand. We urge the International Circles to act fast before it is too late. There has been a lesson to learn from the Myanmar situation which was perhaps the fruit of the delay of prompt actions by the International Community. The support of your Excellencies shall be highly appreciated.

Yours Excellency, we remain
Sincerely,


The Silent Majority of Thai People
ที่มาเวปบอร์ประชาไท โพสโดยนักข่าวรากหญ้า

Monday, December 1, 2008

'วีระ'ย้ำคนเสื้อแดงไม่ย้ายที่ชุมนุม

ที่มา ประชาทรรศน์

ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)วันนี้ (1 ธ.ค.) ที่ลานคนเมืองวันที่ 2 ว่ามีประชาชนสวมเสื้อสีแดงหลั่งไหลมารวมตัวเพื่อแสดงพลังต่อต้านรัฐประหารซ่อนรูปอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้จัดรายการความจริงวันนี้ กล่าวถึงจุดยืนของนปช.ว่าจะไม่มีการเคลื่อนย้ายการชุมนุมอย่างแน่นอน ยืนยันจะปักหลักอยู่ที่ลานคนเมือง และจะยุติต่อเมื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง

นักกม.เมืองผู้ดีแนะไทยฟ้องศาลโลกม็อบถ่อยย้ำยีชาติ

ที่มา ประชาทรรศน์

นักกฎหมายชาวอังกฤษ แนะเอาผิด 14 แกนนำพันธมารต้องล่าชื่อประชาชนฟ้องศาลโลก ชี้เอาผิดคนหนุนยากกว่า ด้าน'มหาเถื่อน'แอบยกธงขาว ดอดย่องเงียบขอทางลง ต่อรองเงื่อนไขสปน.เว้นความผิดทั้งแพ่ง-อาญากลุ่มม็อบหมาบ้าทำพิษ แลกการทิ้งทำเนียบถาวร 'ณัฐวุฒิ' โยนหินถามประชาชน 'เลยตามเลย'หรือไม่ ย้ำพรุ่งนี้ครม.หยิบถกในที่ประชุม

กรณีการประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ยกระดับเป็นผู้ก่อการร้ายสากลไปเรียบร้อยแล้วนั้น ที่มา เวบไซต์ thaifreenews ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ระบุว่าการเอาผิดกับ 14 แกนนำนั้นคงไม่มีปัญหา แต่จะเอาผิดกับผู้สนับสนุนในไทยนั้น เป็นเรื่องยาก มร.สตีฟ มิลล์ จากสำนักงานกฎหมาย ฟูลไบรท์ แอนด์ ลอว์วอสกี้ แอล.พี.พี. (Steve Mille LLP, Fulbright & Laorski LLP) จากอังกฤษ ได้แนะนำว่า การเอาผิดผู้สนับสนุนขึ้นศาลโลกนั้นไม่ยาก เพียงแต่รวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวนหนึ่ง ยื่นสหประชาชาติ ยกเหตุผลว่า จะไม่ได้รับความยุติธรรม ถ้าดำเนินการในศาลของประเทศตนเอง

เมื่อสหประประชาชาติรับเรื่องแล้ว ทาง ฟูลไบรท์ฯ ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือรวบรวมหลักฐานให้อัยการ ส่งฟ้องศาลโลกที่กรุงเฮก สวิสเซอร์แลนด์ และ สหประชาชาติก็จะสั่งอายัดทรัพย์ในธนาคารสวิสเซอร์แลนด์ของผู้สนับสนุนทันที Fulbright & Laorski LLP เป็นสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ ที่อยู่เบื้องหลังให้การช่วยเหลือประเทศต่างๆ นำนักการเมือง หรือผู้นำหลายประเทศ ที่เข้าข่ายเป็นผู้ก่อการร้ายสากล หรือ ผู้สนับสนุน จนก่อให้เกิดความเดือดร้อน เป็นภยันตรายกระทบกระเทือนมนุษยชาติ ขึ้นศาลโลก จนสำเร็จมาหลายรายแล้ว

'ณัฐวุฒิ'เผยจำลองย่องหาทางลง

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ติดต่อมาที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ถอนแจ้งความบุกรุกทุกคดีที่ได้แจ้งความไว้ พร้อมกับขอให้ข้าราชการงดเว้นไม่เอาผิดในคดีแพ่งและคดีอาญากับกลุ่มผู้ชุมนุมกรณีการทำทรัพย์สินเสียหาย หากถอยออกจากทำเนียบรัฐบาลไปแล้ว โดยกลุ่มพันธมิตรฯ ขอความเห็นใจจากข้าราชการ เพราะที่ทำไปก็เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ทั้งนี้ฝ่ายข้าราชการจะขอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันพรุ่งที่ 2ธ.ค. ถึงเงื่อนไข 2 ข้อที่พันธมิตรฯ เสนอมา โดยเชื่อว่าพรุ่งนี้ ภายในที่ประชุมน่าจะมีความเห็นในเรื่องดังกล่าว

"การยื่นเงื่อนไข 2 ข้อ อยากให้ประชาชนช่วยรัฐบาลพิจารณาว่ารัฐบาลควรสนองตอบข้อเรียกร้องของพันธมิตรอย่างไร แต่เรียนว่าที่ผ่านมาพันธมิตรฯ เคยบอกว่าหากไม่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลแล้วจะเรี่ยไรทรัพย์สินเงินทองของผู้ชุมนุมเพื่อมาใช้รับผิดชอบ และประกาศตลอดยินดีรับผิดชอบทางกฎหมายทุกกรณี จึงไม่แน่ใจว่าจุดยืนของพันธมิตรเป็นอย่างไร และต่อไปหากพันธมิตรถอนตัวออกจาก 2 สนามบิน ทางราชการก็ไม่สามารถดำเนินคดีใดๆ ที่พันธมิตรขออย่างนี้ได้หรือไม่" โฆษกรัฐบาล กล่าว

เล่นตัวปั่นราคาม็อบกลับลำไม่คืนทำเนียบ

ขณะที่ล่าสุดที่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ชี้แจงกับผู้ชุมนุมแล้วว่าจะมีการเคลื่อนกำลังผู้ชุมนุมจากทำเนียบรัฐบาลไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ซึ่งการลดจำนวนผู้ชุมนุมจะทยอยทำ และในวันนี้จะไม่ให้ผู้ชุมนุมค้างคืนที่ทำเนียบ เพราะได้ประเมินกันแล้วว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ ดังนั้น เราจะดูสถานการณ์อีกครั้ง ว่าจะมีการเคลื่อนไปสุวรรณภูมิหรือดอนเมืองก็ได้

ทั้งนี้เรายังจะไม่คืนทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมติของแกนนำ ระบุว่า จะต้องรออีกสักระยะหนึ่ง ส่วนในค่ำคืนนี้ ยังมีการ์ดของพันธมิตรฯดูแล รักษาความปลอดภัยอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่ทยอยออกจากทำเนียบนั้นไม่ใช่ว่าเราถูกบีบ แต่เนื่องจากว่าเราต้องการเปิดพื้นที่ให้กับทหารเดินซ้อมสวนสนาม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อแสดงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

อย่างไรก็ตามการถอนกำลังของผู้ชุมนุมในครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการเจรจากับ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและทหาร เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) จะมีการเปลี่ยนการแถลงข่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิ แทนทำเนียบรัฐบาล

'5องค์กรสื่อ'สุดทน!รุมประณามม็อบมารข่มขู่-คุกคามนักข่าว

ที่มา ประชาทรรศน์

'5องค์กรสื่อ'เหลืออด!ผนึกกำลังต้านความรุนแรง ประณามสันดานถ่อยม็อบพันธมารใช้อำนาจเผด็จการข่มขู่-คุกคาม ทำร้ายนักข่าว-ช่างภาพ ขณะฏิบัติหน้าที่ จวกยับ'เอเอสทีวี'ตัวจุดชนวน ยั่วยุให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ

วันนี้ (1 ธ.ค.) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติใช้ความรุนแรงต่อนักข่าวและช่างภาพของสื่อมวลชนทุกแขนง รวมทั้งขอให้ “เอเอสทีวี-เอ็นบีที” ไม่ควรยอมตกเป็นเครื่องทางการเมือง

ทั้งนี้แถลงการณ์ของทั้ง 5 องค์กร ยังระบุว่า แนวโน้มวิกฤตความรุนแรงได้ทวีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดความแตกแยกแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายในหมู่ประชาชน โดยแต่ละฝ่ายพร้อมใช้อาวุธทำร้ายต่อกันและกัน ในสถานการณ์เช่นนี้สื่อมวลชนทุกแขนง ทั้งจากหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ มีความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ซึ่งมีข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่า สื่อถูกคุกคามในรูปแบบต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ด้วยจิตวิญญาณความเป็นสื่อมวลชน ก็ยังคงมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง เพื่อให้เกิดความถูกต้องในบ้านเมือง

ดังนั้นในสถานการณ์วิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อฯ จึงขอเรียกร้องดังนี้ 1.ขอประณามการกระทำความรุนแรงต่อนักข่าว ช่างภาพ ของสื่อมวลชนทุกแขนงในทุกกรณี อาทิการข่มขู่ทำร้ายช่างภาพที่บันทึกภาพการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนที่มีความขัดแย้งทางการเมือง ที่บริเวณ ซอยวิภาวดี 3 กทม. การข่มขู่คุกคามนักข่าวและช่างภาพที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะทำข่าวการทำร้ายชายชราคนหนึ่งจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม การปิดล้อมศูนย์ข่าวภาคเหนือของสถานีโทรทัศน์ไทยทีบีเอส การใช้อาวุธสงครามยิงถล่มสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จนผู้ดำเนินรายการหวุดหวิดจะได้รับอันตราย การตรวจค้นและตรวจสอบข่าวหรือภาพข่าวของสื่อมวลชนโดยการ์ดพันธมิตรฯที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนยิงรถถ่ายทอดสัญญาณของสถานีโทรทัศน์ข่าว TNN หรือการบังคับนักข่าวจากหนังสือพิมพ์บางฉบับให้ถอดเสื้อรณรงค์ยุติความรุนแรง ฯลฯ

ซึ่งการกระทำเหล่านี้องค์กรวิชาชีพสื่อรับไม่ได้เพราะถือเป็นการกระทำรุนแรง ขัดขวางการทำหน้าที่สื่อและคุกคามต่อสิทธิเสรีภาพการรับรู้ข่าวสารของประชาชน เราจึงขอเรียกร้องต่อผู้ชุมนุมทุกฝ่ายยุติการกระทำดังกล่าวโดยเด็ดขาด

2.ไม่ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะรุนแรงอย่างไร สื่อก็มีหน้าที่ในการนำเสนอข้อเท็จจริงที่รอบด้านทุกแง่ทุกมุมของทุกฝ่าย เพื่อให้ประชาชนนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมได้ตระหนักและเข้าใจการทำหน้าที่ของสื่อ ทั้งนี้ หากกลุ่มใดคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อฯย่อมสูญเสียการสนับสนุนจากสาธารณชน

3.ขอเรียกร้องต่อองค์กรสื่อทุกแขนง ไม่ว่าจะสังกัดไหน มีใครเป็นเจ้าของ ควรทำหน้าที่และบทบาทของตนเองอย่างเหมาะสม ในการเสนอข่าวสารข้อมูลที่ไม่เอนเอียง มีอคติ เสนอข่าวด้านเดียว ฉาบฉวย หรือปราศจากมูลความจริง หรือเสนอเสนอข่าวที่ปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือเสนอความจริงเพียงบางส่วน ในสถานการณ์ความขัดแย้งแตกแยกของสังคมในขณะนี้ สื่อควรนำเสนอข่าวที่สมดุล รอบด้าน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย นักข่าว ผู้ประกาศข่าว และผู้ดำเนินรายการข่าว ต้องทำงานอยู่บนพื้นฐานความเป็นมืออาชีพ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลใดๆ ที่จะไปเพิ่มความรุนแรงหรือความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะเอเอสทีวี แม้จะเป็นสื่อที่มีจุดยืนเฉพาะตน หรือเอ็นบีทีซึ่งเป็นสื่อของรัฐ หรือวิทยุชุมชน ต้องคำนึงถึงสถานภาพความเป็นสื่อสารมวลชน ไม่ควรละเลยการนำเสนอข่าวที่เป็นข้อเท็จจริงและตรวจสอบได้ และไม่ควรยอมตนเป็นเครื่องมือทางการเมือง

4.สำหรับเพื่อนนักข่าวทุกแขนงให้ระมัดระวังการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ และต้องตระหนักรู้ตลอดว่า ในพื้นที่การชุมนุมมีอารมณ์ความตึงเครียดของมวลชนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นักข่าวอาจตกเป็นเป้าถูกกระทำด้วยความรุนแรง ซึ่งอาจเกิดจากความเข้าใจผิด หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของมวลชน ดังนั้นนักข่าวต้องทำหน้าที่ด้วยความอดทน รอบคอบ ให้หลีกเลี่ยงการตอบโต้และยั่วยุในทุกกรณี เพื่อให้นักข่าวจากสื่อมวลชนทุกแขนงได้รับความสะดวก มีความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงได้จัดทำปลอกแขนให้กับสื่อมวลชนทุกแขนงเพื่อแสดงตนในการเข้าไปทำข่าวในพื้นที่การชุมนุมของฝ่ายต่างๆ โดยจะแจกผ่านกองบรรณาธิการของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ

อย่างไรก็ตาม องค์กรวิชาชีพสื่อยังเรียกร้องให้ฝ่ายยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นและร่วมกันหาทางออกโดยสันติวิธี อันเป็นความปรารถนาของคนไทยทั้งประเทศ

นายกสมาคมทนายความทวงจิตสำนึก'จรัญ'คุณสมบัติไม่ีผ่านตุลาการรธน.

ที่มา ประชาทรรศน์

นายกสมาคมทนายความฯทวงถามจิตสำนึก'จรัญ' ชี้พูดไปไม่เกิดผลเพราะเจ้าตัวอ้างน้ำขุ่นๆ ชี้ควรใช้มาตรฐานเดียวกับคดี'สมัคร' แขวะศาลตัดสิทธิ์จำเลย งดสอบพยาน 100 ปากผิดมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมไทย ลั่นถ้าผลสอบสั่งยุบพรรคจริง ศาลต้องมีด่างพร้อย กระเทือนต่อสถาบันการเมือง -ประชาธิปไตย

กรณีข้อถกเถียงถึงคุณสมบัติของนายจรัญ ภักดีธนากุล หนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามีฐานะเป็นลูกจ้างหรือไม่เนื่องจากเป็นอาจารย์สอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่ง นายนรินทร์พงษ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจะเข้ามาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระอื่นๆ ต้องพิจารณาสภาพของตนเองก่อนในเบื้องต้นว่ามีคุณสมบัติที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสง่างาม และจะเกิดความชอบธรรมในการพิจารณาคดีความของผู้อื่น ดังนั้นเรื่องนี้ ต้องอยู่กับจิตสำนึก วิจารณญาณและการยอมรับของบุคคลผู้นั้นเอง ว่ามีคุณสมบัติถูกต้องตามกติกากฎหมายหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องวิเคราะห์ตนเองตั้งแต่ก่อนที่จะมานั่งตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยในขณะนี้ตุลาการรัฐธรรมนูญที่เหลือก็ยังให้การยอมรับบุคคลผู้นั้นว่ามีความชอบธรรมอยู่ จึงไม่อาจที่จะนำเสนออะไรได้ ในเมื่อยังไม่มีการยอมรับจากบุคคลที่ถูกกล่าวหาเอง

ทั้งนี้ตามบทกฎหมายสากลแล้วคำว่าลูกจ้างคือมีการรับเงินค่าตอบแทนและหักภาษี ณ ที่จ่าย พร้อมกับมีใบกำกับภาษีรายได้ส่วนบุคคลธรรมดา ก็ถือว่าเป็นลูกจ้างเพราะได้รับค่าตอบแทน แต่หากมีข้อกล่าวอ้างว่าเป็นอาจารย์เพื่อให้วิทยาทานแก่นิสิต-นักศึกษาจึงไม่ถือว่าเป็นลูกจ้าง ตนจึงอยากถามกลับถึงการพิจารณาคดีของนายสมัคร สุรทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่มอบวิทยาทานแก่ประชาชนในการสอนทำอาหารก็เข้าข่ายว่าเป็นลูกจ้าง ตนจึงอยากให้มีการยึดถือกฎหมายที่ได้กำหนดและได้เคยพิพากษาไปแล้วเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาว่ามีความพยายามที่จะเร่งรัดปิดคดีความยุบ 3 พรรคการเมืองโดยเร็วนั้น นายกสมาคมทนายความฯกล่าวว่า การพิจารณาคดียุบ 3พรรคการเมืองนั้นตนมองว่าเป็นการด่วนสรุปในการพิจาณาเร็วเกินไป พร้อมกับยังมีการตัดพยานที่มีอยู่ 100 ปากไม่ให้เข้ามาทำการชี้แจง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิที่จะชี้แจงความบริสุทธิ์ได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นการตัดโอกาสตามกระบวนกฎหมายสากล ทั้งนี้คดีความดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคม เพราะเกี่ยวพันกับสถาบันทางการเมืองโดยตรงและอาจกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการพิจารณาครั้งนี้หากผลสรุปออกมาชี้ขาดว่าให้ยุบพรรคการเมืองจริง ก็จะเป็นการพิจารณาดคีความที่ไร้ความชอบธรรมตามในกระบวนการยุติธรรม

"อย่างที่เราทราบดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา มีการตีความในม.237 อย่างไม่ควรจะเป็น แต่ในส่วนของกระบวนการพิจารณาตัดสินนั้น เป็นวันนี้ศาลตัดพยานออกไปโดยให้เหตุผลว่าไม่จำเป็นต้องสอบแล้ว ผมถามหน่อยว่ามันควรหรือไม่ และมีเหตุผลอะไรหรือที่ต้องเร่งรัดขนาดนั้น ทั้งที่ตามหลักต้องให้สิทธิ์จำเลยชี้แจงความบริสุทธิ์ของตนเองก่อน ซึ่งนี้คือหลักสากลในกระบวนการยุติธรรม แต่นี้ศาลไม่ทำถือว่าผิดหลัก ถ้าตัดสินพิจารณาคดีความไปแล้วก็จะเป็นรอยด่างของศาลเอง ที่ไม่ให้สิทธิ์จำเลยให้เข้าสู้การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม" นายกสมาคมทนายความฯ

ศิษย์เก่า

ที่มา ประชาทรรศน์


ศิษย์เก่า"ลูกแม่โดม-นิด้า"สุดทนอธิการบดีจิตใจฝักใฝ่เผด็จการ ร่อนแถลงการณ์วางพวงหรีดขับไล่ "สุรพล-สมบัติ" พ้นเก้าอี้ หลัง"สมคบคิดพันธมารฯ ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย-หนุนกองทัพกดดันรัฐบาลเลือกตั้ง" ประกาศหากยังหนาไม่ไขก็อก เตรียมส่งมอบคืนปริญญาประท้วง

หลังจากที่ ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาธรรมศาสตร์ มีทัศนคติฝักใฝ่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำการยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง ทำให้ประเทศชาติเสียหายนับแสนล้านบาท และล่าสุดได้ออกมาแนะนำให้ผู้นำเหล่าทัพออกมากดดันรัฐบาลจากการเลือกตั้งให้ยุบสภา

ล่าสุด วันนี้ (1 ะ.ค.) ประชาคมและลูกศิษย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับนิด้าได้ออกมาประณามอธิการบดีทั้ง 2 สถาบันอย่างรุนแรงทั้งการวางหรีดดำไว้อาลัย และเรียกร้องให้มีมโนสำนึกลาออก ทั้งนี้ ชมรมศิษย์เก่านิด้าประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ว่า ตามที่ ศ.ดร.สมบัติ มีพฤติการณ์ที่เกื้อหนุนเผด็จการ ต่อต้านประชาธิปไตยมาโดยตลอด ล่าสุดได้สมคบคิดเสี้ยมสอนศิษย์เก่าอย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ให้หลงทางไปอย่างผิดๆในเรื่องของหลักประชาธิปไตย ให้ท้ายกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วกดดันนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ศิษย์เก่าอีกรายให้พ้นตำแหน่ง ทั้งที่ นายสมชายมาตามระบอบประชาธิปไตย และพยายามปกป้องประชาธิปไตยไว้อย่างถึงที่สุด

อธิการบดีนิด้า ได้ทำตนเป็นพวกปากคาบคัมภีร์ ตอนที่สอนนักศึกษาในห้องเรียน และออกข้อสอบก็เน้นย้ำ เรื่องหลักประชาธิปไตยว่าต้องประกอบด้วยหลักการต่อไปนี้ แต่ตอนนี้ก็ทำตรงข้ามทุกข้อ อาทิ หลัก*People sovereignty -อธิปไตยของปวงชน แต่ตอนนี้ศ.ดร.สมบัติไปยกให้เป็นของกลุ่มพันธมิตรฯ ทรราชเสียงข้างน้อย หลัก *Liberty-หลักเสรีภาพ ตอนนี้มีเสรีภาพเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ และให้ละเมิดเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และชาวต่างชาติอย่างไร้ยางอาย

หลัก *Equity-หลักเสมอภาค ตอนนี้กลุ่มพันธมิตรฯ กลับมีความเสมอภาคกว่าคนอื่นในสังคมแล้ว หลัก *Rule of law-หลักนิติรัฐนิติธรรม ตอนนี้บ้านเมืองไร้ขื่อแปแล้ว แต่ ศ.ดร.สมบัติก็ยังถือหางอย่างน่าเกลียด หลัก *Majority rule&Minority rights-เคารพเสียงข้างมากไม่ละเมิดเสียงข้างน้อย อันนี้ผิดมหันต์ เพราะ ศ.ดร.สมบัติไปหนุนทรราชย์เสียงข้างน้อยมีการกระทำเผด็จการฟาสซิสต์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และชาวต่างชาติที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ใดๆ

เราในนามของชมรมศิษย์เก่านิด้าประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องต่อศ.ดร.สมบัติดังต่อไปนี้ 1.เพื่อไม่ให้เกียรติภูมิของนิด้าต้องแปดเปื้อนไปกว่านี้ ศ.ดร.สมบัติต้องลาออกจากอธิการบดีนิด้า และหรือกล่าวคำขอขมาสำนึกผิดต่อนิด้า และดวงวิญญาณของวีรชนจิระ บุญมากด้วย 2.หาก ศ.ดร.สมบัติไม่ยอมลาออก และหน้าด้านหน้าทนใช้ชื่อเสียงเกรียรติภูมิของนิด้าไปในทางมิชอบอีกต่อไป ชมรมฯจะขอนำใบปริญญาไปคืนให้นิด้า ที่หน้าหอประชุมจิระ บุญมาก พร้อมนำพวงหรีดอัปยศไปให้อธิการบดีนิด้า ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ศิษย์เก่านิด้าที่รักชาติ รักประชาธิปไตย ได้ร่วมกันกดดันอย่างเข้มข้นเพื่อทวงศักดิ์ศรีเกียรติภูมิสถาบันกลับคืนมาโดยเร็ว โดยท่านสามารถแจ้งข่าวความไม่พอใจต่อบทบาทนี้ไปยังศ.ดร.สมบัติได้ที่ sombat@nida.ac.th

'สุรพล'เนียนอ้างนั่งสนช.เพื่อแก้วิฤตชาติ

ด้านศ.ดร.สุรพล นิไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวชี้แจงกับตัวแทนกลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์ คัดค้านอำนาจนอกระบบ ที่เดิทางมามอบพวงหรีด และยืนแถลงการณ์ไว้อาลัยความคิดทางการเมืองของตน โดยระบุว่าการที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.) โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาเป็นประธานทำการเชิญตนไปเข้าประชุมนั้นเป็นเพียงการเชิญตนไปในฐานะของนักวิชาการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศเท่านั้น ซึ่งตนก็ได้ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ เกิดความสงบสุข ทั้งนี้ตนขอปฏิเสธกรณีที่มีการกล่าวหาว่าตนทำการเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีพระราชทานตามมาตรา 7 และตนก็ไม่เคยเห็นด้วยกับการรัฐประหารปี 2549 และการที่ต้องรับตำแหน่งในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้นเป็นเพราะต้องการหาทางออกให้กับประเทศชาติเท่านั้น

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์ คัดค้านอำนาจนอกระบบ นำโดยนายรักนิรันดร์ ชูสกุล นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ปี 3 ม.ธรรมศาสตร์ พร้อมนักศึกษาจำนวนกว่า 50 คนได้ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอไว้อาลัยแต่ความคิดทางการเมืองของอะการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีใจความสรุปว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานายสุรพลมีพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองที่ถูกตั้งข้อสงสัยจากสังคมโดยกว้างถึงความยึดมั่นในอุดมการณ์ระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมประชุมกับคตร. และเห็นพ้องให้ทหารพยายามใช้รัฐประหารเงียบเพื่อกดดันรัฐบาลให้ยุบสภา ทั้งที่ความวุ่นวานเกิดจากกลุ่มพันธมิตรฯ

ดังนั้นทางกลุ่มจึงเล็งเห็นว่าอธิการบดีคนปัจจุบันไม่ได้ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยแต่หากมีฤติกรรมที่น่าสงสัยได้ว่านิยมชมชอบอำนาจนอกระบบ ขัดต่อวัตถุประสงค์การก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งการไว้อาลัยครั้งนี้ชี้ว่าเป็นการหมดศรัทธาในตัวอธิการบดีคนปัจจุบัน อย่างไรก็ตามทางกลุ่มยังมั่งหวังให้อธิการบดีครปุจจุบันทบทวนการนำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองของตนเองในที่สาธารณะ โดยตระหนักถึงสถานภาพการเป็นอธิการบดี เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงมายังสถาบัน และเป็นการซ้ำเติมสังคมการเมือง

พันธมิตรเรียงคิวเข้าแถวขโมยกินiติม

ที่มา thaifreenews